分享

บทที่ 5

last update publish date: 2026-08-13 06:24:04

ตึก... ตึก... ตึก...

เสียงรองเท้าส้นสูงห้านิ้วดังก้องโถงทางเดิน ร่างอวบอั๋นในชุดเดรสเกาะอกสีดำ ความสั้นเลยเข่าเป็นคืบ ทรวดทรงองเอวเด่นชัดทุกสัดส่วน หล่อนมีรูปร่างที่เรียกว่าเซ็กซี่ขยี้ใจหนุ่ม ๆ

สองขาเรียวยาวก้าวเดินมาหยุดอยู่โต๊ะหน้าห้องของรองประธานบริษัทยักษ์ใหญ่

“คุณภาคิณอยู่ไหม” เสียงแหลมห้วนของสาวลูกครึ่งหน้าคมยืนถามเลขารุ่นป้าที่ใส่แว่นตาหนาเตอะ นั่งเฝ้าหน้าห้องผู้เป็นนาย ยายป้าคนนี้เป็นแค่พนักงาน ไม่จำเป็นต้องนอบน้อมอะไร

“อยู่ค่ะ ได้นัดไว้ไหมคะ”

เลขาสาวรุ่นใหญ่ถามออกไปตามหน้าที่ แม้จะทราบดีอยู่แล้วว่าวันนี้เจ้านายของเธอไม่มีนัดกับสาวอกตู้มคนนี้ โดยปกติแล้วหากใครจะเข้าพบท่านรองในเวลางาน ต้องทำการนัดเอาไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่สุ่มสี่สุ่มห้าเข้ามา

“ทำไมต้องนัด นี่อย่าบอกนะว่าหล่อนไม่รู้ว่าฉันเป็นใคร”

คิ้วเรียวขมวดย่น สาวสวยดีกรีนางร้ายมาแรงละครหลังข่าวช่องดัง วีนออกไปอย่างอารมณ์เสีย ยายป้าแว่นหนาเตอะคนนี้นอกจากจะดูไม่ตื่นเต้นที่เจอดาราแล้ว ยังมีหน้ามาพูดจาไม่ให้เกียรติว่าที่แฟนของเจ้านายตัวเองอีก

คอยดูเถอะ ถ้าได้เป็นแฟนกับภาคิณเมื่อไหร่ สาบานว่าจะเฉดหัวยายป้าคนนี้ออกแน่!

“ขอโทษค่ะ ดิฉันไม่ทราบจริง ๆ ว่าคุณเป็นใคร” ว่าแล้วก็จัดการต่อสายหาเจ้านาย ไม่สนใจคนสวยหน้าเหวี่ยงที่กำลังยืนแยกเขี้ยวใส่อยู่เลยสักนิด

“เชิญค่ะ คุณมีเวลาสามสิบนาทีนะคะ”

“ย่ะ!” เดียน่ากระแทกเสียงออกไป เบ้ปากสะบัดผมลอนยาว ก่อนเดินเข้าไปในห้องทำงานของหนุ่มหล่อผู้เป็นคู่ขากันมาได้สองเดือน

เธอกับเขาพบกันที่ผับระดับลักชัวรี่สำหรับแขกวีวีไอพีอย่างพวกดารา นักร้อง บุคคลมีชื่อเสียง รวมถึงนักธุรกิจคนในแวดวงไฮโซ คนมีหน้ามีตาในสังคม

หนุ่มคนนี้ทั้งหล่อ ทั้งแซ่บ และยังมีดีกรีเป็นถึงทายาทตระกูลดัง ใครมันจะกินแค่ครั้งเดียวแล้วปล่อยให้หลุดมือกันล่ะ คงจะมีแต่คนโง่ที่คิดทำแบบนั้น

“คุณมีธุระอะไร” หนุ่มหล่อหน้าดุกำลังง่วนอยู่กับการเซ็นอนุมัติเอกสารกองโต ถามสาวผู้มาเยือนโดยไม่คิดจะเงยหน้าขึ้นมองเธอเลยสักนิด

“แหม...เย็นชาจังนะ เดียน่าก็แค่คิดถึงคุณค่ะ”

ดาราสาวนามว่าเดียน่า ถือวิสาสะเดินเอาร่างสะโอดสะองของเจ้าหล่อนไปหย่อนลงบนตักของชายหนุ่ม คนที่เคยร่วมหลับนอนกันมาหลายครั้งอย่างไม่นึกอาย แขนเรียวยกขึ้นคล้องคอหนา เอนศีรษะซบลงบ่าแกร่งอย่างออดอ้อน

“ผมทำงานอยู่ เคยบอกไปแล้วว่าอย่ารบกวนตอนทำงาน” เสียงทุ้มเอ่ยดุทวนความจำให้อีกฝ่าย

“ก็หลายวันมานี้ คุณไม่ยอมไปหาเดียน่าเลยนี่ ทักหาก็ไม่ค่อยตอบ โทรหาก็ไม่รับ” หญิงสาวทำเสียงงอแงตัดพ้อด้วยความน้อยใจ

“ช่วงนี้ผมยุ่งมาก” แม้จะรำคาญใจอยู่ไม่น้อยที่เธอมาก่อกวน แต่ก็ยังตอบคำถามเธอออกไปอย่างตรงไปตรงมา

เพิ่งจะคั่วกันมาได้สองเดือน อาการเบื่อจึงยังไม่ปรากฏ เขายังสามารถกินเธอต่อได้อีกสักหน่อย

“งั้น... ตรงนี้คงจะเก็บกดแย่เลยสิคะ”

เดียน่ายื่นหน้าไปกระซิบข้างใบหู ส่งมือเรียวยาวเลื่อนลงไปเคล้นคลึงกลางเป้าของชายหนุ่มด้วยความช่ำชอง เธอแอบยิ้มมุมปากออกมาเล็กน้อย เมื่อรับรู้ถึงลมหายใจที่แรงขึ้นของเขา

ผู้ชายยังไงก็ยังเป็นผู้ชายอยู่วันยังค่ำ เรื่องใต้สะดือเป็นเรื่องยากที่จะปฏิเสธ แค่ใช้มารยาหญิงก็ทำให้อ่อนระทวยได้

“ผมทำงานอยู่...”

ภาคิณสูดหายใจเข้าออกอย่างแรงเมื่อโดนกระตุ้นจุดอ่อนไหว พยายามปัดมือเธอออก ทว่าอีกฝ่ายกลับซุกใบหน้าจูบซับตามลำคอ เบียดหน้าอกหน้าใจเสียดสีท่อนแขน ทำให้ความเป็นชายเริ่มขยายตัวขึ้นตามกลไกธรรมชาติของร่างกายเมื่อเจอสิ่งกระตุ้น

“ทำงานอยู่ก็ทำได้นะคะ” ว่าแล้วสาวสวยก็เคลื่อนตัวลงไปนั่งคุกเข่าอยู่ใต้โต๊ะ เธอแทรกตัวเข้าหว่างขาชายหนุ่ม พยายามปลดเข็มขัดที่รัดขอบกางเกงสแล็คสีดำออกให้พ้นทาง

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้ห้ามปราม เธอจึงจัดการปลดเข็มขัด ดึงกางเกงพร้อมอันเดอร์แวร์ยี่ห้อดังลงรวดเดียว ส่งผลให้แก่นกายใหญ่ดีดผึ่งขึ้นทันที

หญิงสาวผู้มากประสบการณ์เรื่องใต้สะดือมาอย่างโชกโชน เธอรีบใช้ปากครอบอมแก่นกายใหญ่ โลมเลียดูดเม้มอย่างช่ำชอง ทำเอาชายหนุ่มสูดปาก เกร็งมือ ด้วยความเสียดเสียว

ยิ่งได้ยินเสียงหอบหายใจที่ชายหนุ่มหลุดพ่นออกมาจากการพยายามสะกดกลั้น สาวเจ้ายิ่งได้ใจ ขยับโยกศีรษะรัวเร็ว ออกลวดลายลากลิ้นไปกับส่วนอ่อนไหวของผู้ชาย

ดาราสาวโชว์ลีลาการใช้ปาก เธอทำอยู่แบบนั้นนานหลายนาที กระทั่งได้ยินเสียงครางต่ำ พร้อมกับสิ่งอ่อนไหวกระตุกปลดปล่อยน้ำกามออกมาเต็มโพรงปาก

“อืม น้ำเยอะจังเลยค่ะ” เดียน่าแหงนหน้ามองใบหน้าหล่อเหล่าอย่างออดอ้อนเอาใจ ก่อนจะรับเอาทิชชูจากชายหนุ่มมาเช็ดทำความสะอาดปากตนเอง

“กลับไปได้แล้ว ผมมีงานต้องทำต่อ” เสียงกระเส่าของภาคิณเอ่ยบอกระหว่างกำลังเช็ดทำความสะอาดและจัดเก็บความเป็นชายของตัวเองให้เข้าที่ตามเดิม

ต้องยอมรับว่าสาวคนนี้ช่ำชองเรื่องพวกนี้มาก แม้อยากจะปฏิเสธเพราะสถานที่นี้ไม่เหมาะให้ทำเรื่องบัดสีบัดเถลิง แต่พอโดนเธอกระตุ้นก็อดใจไม่ไหว ปล่อยตัวให้เธอได้จัดการ

“ใจร้ายจัง เสร็จแล้วก็ไล่กันเลยนะ” เดียน่าบึนปากด้วยท่าทางแง่งอน คิดว่ามันจะน่ารักในสายตาผู้ชาย แต่กับภาคิณเหมือนจะไม่

ถึงภาคิณจะเย็นชาไปหน่อย แต่ความหล่อความรวย ทำให้เดียน่าไม่อยากปล่อยเขาให้หลุดมือ ตั้งเป้าไว้แล้ว คนนี้ต้องเอาให้อยู่หมัด

“ช่วงนี้ผมไม่ว่าง” คนเย็นชาหลังจากปลดปล่อยก็นั่งทำงานต่อตามปกติ ทำตัวราวกับก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“แล้วเมื่อไหร่จะว่างคะ พรุ่งนี้ได้ไหม เดียน่าคิดถึงคุณจริง ๆ นะ” เดียน่ายังคงพยายามตื๊อไม่เลิก เธอคิดถึงสัมผัส คิดถึงความเร่าร้อนบนเตียงของเขาใจแทบขาด ขนาดที่ว่านอนกับคนอื่นยังเผลอตัวเรียกชื่อภาคิณออกมา

“พรุ่งนี้ตอนเย็นจะไปหา” ภาคิณเลือกตัดความรำคาญด้วยการบอกสิ่งที่หญิงสาวต้องการออกไป ช่วงนี้เขาเครียด ๆ อยู่ด้วย หาที่ระบายอารมณ์สักหน่อยก็ดี

“น่ารักที่สุด” เมื่อได้คำตอบที่น่าพอใจ หล่อนจึงลุกขึ้นหอมแก้มคนเย็นชา ก่อนจะเดินอ้อยอิ่งออกจากห้องไป

กับคนคนนี้เขาเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ถ้าอยากจะอยู่กับเขานาน ๆ อย่าจู้จี้จุกจิกเขามาก ไม่งั้นจะโดนเทไปตามระเบียบ

พอเปิดประตูออกมาก็เจอเข้ากับยายป้าแว่นหนา กำลังพูดคุยกับหญิงสาวรายหนึ่ง เดียน่ายิ้มเย้ยหยันเล็กน้อย เมื่อสาวคนนั้นจ้องมองมา ก่อนจะสาวเท้าเดินผ่านไปด้วยความมั่นใจ

สาวคนนั้นหน้าตาสะสวย ทว่าดูจืดชืด เรียบร้อยเกินกว่าจะมองว่าเป็นคู่แข่งได้

เธอได้สืบเรื่องราวของภาคิณมาแล้ว ที่ผ่านมาเขาชอบควงแต่สาวเซ็กซี่หน้าอกอวบอึ๋มดูร้อนแรง เพราะฉะนั้นยายคนนี้ดูยังไงก็ไม่ใช่ศัตรูหัวใจแน่นอน...

ภาคิณน่ะ...เขาชอบกินต้มยำ ไม่ใช่แกงจืด

หลังจากสาวสวยหุ่นแซ่บคนนั้นเดินผ่านไป ของขวัญได้แต่มองตามเธอไปจนสุดทางเดิน แม้จะอยากถามคุณแน้มเลขาของภาคิณให้แน่ใจว่าเธอคนนั้นเป็นใคร แต่ใจก็ไม่กล้าพอ

ถ้าให้เดาก็คงจะเป็นคู่ควงของเขาสักคนตามที่คุณย่าเคยเล่าให้ฟังว่า 'ภาคิณไม่มีแฟนหรอก มีแต่คู่ควง' นั่นคือสิ่งที่ท่านบอก

“คุณของขวัญ ที่คุณท่านนัดไว้ให้ใช่ไหมคะ”

“อ๋อ ใช่ค่ะ” ของขวัญรีบดึงสายตากลับมา ตามเสียงของคุณแน้มที่พูดคุยเรื่องการนัดหมายในวันนี้

เธอตัดสินใจมาตามที่คุณย่าแนะนำ ให้ลองคุยกับภาคิณด้วยตนเองเรื่องการแต่งงาน

“เชิญข้างในเลยค่ะ”

ของขวัญมองตามมือของเลขาที่ผายไปทางประตู หน้าห้องมีป้ายชื่อติดไว้ว่า ‘ภาคิณ พัฒนโชติกุล’ ของขวัญยืนมองป้ายชื่อนั้นอยู่พักใหญ่ พยายามข่มใจไม่ให้ตื่นเต้น ที่จะต้องไปพบหน้าเขาเป็นครั้งที่สองในรอบห้าปี

ที่บอกว่าครั้งที่สองนั้น เพราะครั้งที่เธอไปพบท่านไพรวัลย์ที่บ้านวันนั้น ระหว่างออกจากบ้านเธอเดินสวนกับเขา

ในตอนนั้นไร้ซึ่งคำทักทายจากอดีตเพื่อน มีเพียงสายตาคมราวเข็มเหลือบทิ่มแทงกัน แม้จะแค่แวบเดียวที่สบตา แต่ความเย็นชาที่เขาส่งมันออกมา ทำเอาเธอหนาวเหน็บไปหลายวัน

สายตาที่เขาใช้มองเธอมันดูเปลี่ยนไปมากจริง ๆ

ยืนสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ เพื่อเรียกความกล้า จึงยกมือเคาะประตูสองสามครั้ง ไม่นานก็ได้ยินเสียงทุ้มตอบรับสั้น ๆ

“เชิญครับ”

เจ้าของห้องยังคงก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารกองใหญ่ ไม่ได้รับรู้เลยว่าบุคคลที่เดินเข้ามานั้นเป็นใคร

กระทั่งได้ยินเสียงหวานใสในรอบห้าปี มือที่กำลังเซ็นลายเซ็นจึงหยุดชะงักไปชั่วขณะ

“ขอโทษที่มารบกวนนะ”

ภายในห้องทำงานโทนสีดำปนเทา จากเดิมที่บรรยากาศดูอึมครึมอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งดูมืดมนเข้าไปใหญ่

เมื่อสองสายตาปะทะกัน ความเงียบก็เข้ามาปกคลุมอยู่นาน

“มาทำไม” ภาคิณวางปากกาลงแล้วนั่งพิงเก้าอี้ถามคนตรงหน้านิ่งไม่ยินดียินร้าย

ของขวัญที่ยังคงยืนกุมมือด้วยท่าทางสงบเสงี่ยม ยิ้มเจื่อนออกมาเล็กน้อย เมื่อได้ยินคำทักทายแรกจากอดีตเพื่อนที่ห่างหายกันไปนานถึงห้าปี

เธอก็เพิ่งจะรู้วันนี้ว่าคำว่า ‘มาทำไม’ เป็นคำทักทายแบบใหม่ ช่างเป็นคำทักทายที่บั่นทอนความรู้สึกคนฟังได้ดีจริง ๆ

“คิณ...สบายดีไหม” กลืนน้ำลายเก็บเอาความขมขื่นลงคอ ก่อนจะเอ่ยทักทายเขาออกไปด้วยรอยยิ้มเพื่อปกปิดความขมขื่นภายในใจ

“แล้วเธอเห็นฉันเป็นไงล่ะ” สรรพนามที่เปลี่ยนไป สีหน้าท่าทางที่ดูเบื่อหน่ายกันนั้น ทำเอาคนที่ยืนนิ่งอยู่ทำตัวแทบไม่ถูก เขาเย็นชากว่าที่คิดไว้เสียอีก

“คิณดูโตขึ้นเยอะเลยนะ” ภาคิณเป็นคนตัวสูงอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ตัวเขาดูหนาขึ้นเยอะมาก ใบหน้าก็ดูคมเข้มขึ้นกว่าแต่ก่อน

“...” สีหน้าของภาคิณยังคงเรียบนิ่ง นัยน์ตาสีดำขลับยังคงจ้องมองใบหน้าของหญิงสาวที่เข้ามาขัดจังหวะการทำงานของตัวเอง

“หมายถึงดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นน่ะ” ของขวัญอมยิ้มก่อนจะค่อย ๆ ขยับตัวเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานเขาอีกนิด มือเล็กยังคงบีบเข้าหากันแน่น

“เธอต้องการอะไร” เสียงเข้มเอ่ยถามออกไป แม้จะพอรู้อยู่แก่ใจว่าคนตรงหน้ามาที่นี่ด้วยเหตุผลใด ทว่ามาแล้วยังไม่ยอมพูดมัวแต่อมพะนำ เฉไฉเรื่องอื่นไปเรื่อย

“คิณรู้เรื่องนั้นแล้วใช่ไหม เรื่องที่คุณย่าจะให้เรา…” หญิงสาวหยุดคำพูดไว้เพียงเท่านั้น ปากเธอหนักอึ้งไม่กล้าพูดถึงคำว่าแต่งงานให้เขาได้ยิน

“แต่งงานกัน...แต่งงานเพื่อช่วยครอบครัวเธอ ก็ฟังดูตลกดีนะ เธอว่างั้นไหม” ชายหนุ่มยกมือกอดอกเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ คิดถึงเรื่องที่ได้ยินจากคุณย่าตั้งแต่เดือนก่อนแล้วก็ได้แต่แสยะยิ้ม

ตอนแรกก็คิดว่าจะพูดเล่น ๆ ที่ไหนได้ดันเอาจริง นี่มันปี พ.ศ. ไหนกันแล้ววะ เรื่องคลุมถุงชนยังจะมีมาให้เห็นอีก เขาล่ะอยากจะหัวเราะให้ฟันร่วง

“คิณช่วยขวัญได้ไหม ขวัญขอร้อง”

น้ำเสียงสั่น ๆ ถูกเปล่งออกไป ในตอนนี้เธอต้องการที่จะแต่งงานกับเขาให้เร็วที่สุด ให้พ่อของเธอได้สบายใจก่อนที่จะลาจากโลกนี้ไป ให้ท่านได้หมดห่วงและนอนตายตาหลับ

สถานการณ์บีบบังคับมากยิ่งขึ้น ในวันนั้นเธอบังเอิญไปได้ยินเรื่องที่พ่อกับแม่คุยกันถึงเรื่องของเธอ

'ผมอยากให้ลูกแต่งงาน อย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่าลูกเราจะไม่ลำบากทำงานหนัก หาเงินเพื่อใช้หนี้ที่ตัวเองไม่ได้ก่อ ถ้าตายไปทั้งที่ยังเป็นห่วงความเป็นอยู่ของลูกแบบนี้ ผมคงนอนตายตาไม่หลับ'

เพราะเหตุนี้ของขวัญถึงต้องรีบดั้นด้น เพื่อพูดเรื่องนี้กับเขา เธอได้รับคำแนะนำจากคุณย่า หากอยากให้ภาคิณตอบตกลงเร็ว ๆ ต้องให้เธอเป็นคนพูดเอง หากเธอพูดยังไงภาคิณก็ไม่มีทางปฏิเสธ

แต่จากสีหน้า คำพูด และทุกสิ่งที่ภาคิณแสดงออกมานั้น…บางทีเรื่องนี้คุณย่าอาจจะคิดผิด

“ทำไมฉันต้องช่วย อยู่ ๆ เธอก็เกิดพิศวาสฉันขึ้นมาหรือไง ทำไมเธอไม่ไปขอให้ไอ้คีย์ช่วยล่ะ ชอบมันมากนี่”

เสียงของภาคิณเข้มขึ้น สีหน้าเขาเหมือนจะโมโห เมื่อพูดถึงพี่ชายต่างแม่ของตัวเอง

“ก็คุณย่าท่านบอก…” ของขวัญยังพูดไม่ทันจบประโยคดี อีกฝ่ายก็สวนกลับ

“อ๋อ เธอเป็นพวกชอบทำตามคำสั่งสินะ” เพราะเหตุผลนี้เองสินะ ที่เธออยากแต่งงานกับเขา เพราะมันเป็นคำสั่งของคุณย่านี่เอง

“แล้วถ้าฉันไม่ช่วยล่ะ เธอจะทำยังไง”

“ขวัญขอร้อง คิณแต่งงานกับขวัญเถอะนะ”

ใบหน้าสวยหวาน ตอนนี้สองแก้มนวลมีน้ำตาไหลอาบ ของขวัญเลือกที่จะคุกเข่าลงต่อหน้าเขา

ภาคิณมีสีหน้าตกใจเล็กน้อยกับสิ่งที่เธอทำ แต่เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น ก่อนจะปรับให้เป็นปกติโดยไร้การสังเกตเห็นจากอีกฝ่าย

สายตาเฉียบคมจ้องมองหญิงสาวตรงหน้านิ่ง ๆ ใบหน้ายังคงเย็นชาราวกับคนไร้ความรู้สึก แม้จะเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังร้องไห้อยู่ก็ตาม

“ถ้าฉันแต่งงานตามที่ย่าบอก เธอมีแต่ได้กับได้ แล้วฉันล่ะ...ฉันจะได้อะไร”

หากแต่งงานกันตามเงื่อนไขของคุณย่า ครอบครัวของของขวัญจะสามารถปลดหนี้ได้ มิหนำซ้ำยังจะได้บริษัทคืนอีก แบบนี้ไม่คิดว่ามันดูเสียเปรียบไปหน่อยหรือไง คนเรียนจบด้านการบริหารธุรกิจอย่างเขาคิดว่าเรื่องนี้มันไม่แฟร์

“คิณอยากได้อะไร หรือจะให้ขวัญทำอะไรตอบแทนก็ได้ ขวัญยอมทุกอย่างเลย”

ในตอนนี้เธอไร้ซึ่งทางเลือก ทางเลือกเดียวที่ดีที่สุด คือทำให้ภาคิณยอมตอบตกลงแต่งงานกับเธอ

“ทุกอย่างเลยเหรอ?” ภาคิณเลิกคิ้วขึ้น มุมปากยกยิ้มเมื่อคิดอะไรบางอย่างออก

“ใช่ ทุกอย่างเลย ให้ขวัญช่วยทำงาน...”

“นอนกับฉันสิ เธอทำได้ไหมล่ะ ไหน ๆ ก็จะแต่งงานเป็นผัวเมียกันอยู่แล้ว”

ประโยคห่าม ๆ ของภาคิณที่พูดออกมาอย่างตรงไปตรงมา ทำเอาของขวัญถึงกับอึ้งไปพักใหญ่ คิดไม่ถึงว่าเขาจะต้องการสิ่งนี้

เธอรู้ว่าเรื่องแบบนี้คือเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ แต่คนไม่ได้รักกันจะร่วมหลับนอนกัน สำหรับเธอมันเป็นเรื่องที่น่าตกใจอยู่พอสมควร

“ว่าไง ถ้าเธอยอมฉันก็แต่ง มีเมียแล้วเอาไม่ได้ใครเขาจะมีกัน” ภาคิณเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ยกยิ้มอย่างสบายอารมณ์ เมื่อหาเรื่องมาต่อรองเธอได้ ต่างจากอีกฝ่ายที่นั่งทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่กับพื้น

ครั้งแรกในรอบห้าปีที่เห็นภาคิณยิ้ม แต่เป็นรอยยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์เจ้ากลเหลือเกิน

ของขวัญใช้เวลานึกคิดกับข้อเสนอของภาคิณอยู่นานหลายนาที ไหน ๆ เธอก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว กะอีแค่เสียตัวเพื่อแลกกับการปลดหนี้ร้อยล้านแค่นี้ เธอต้องทำมันได้สิ!

“ตกลง ขวัญยอม...ขวัญจะทำตามที่คิณบอก”

“ดี...แบบนี้ค่อยถือว่าวินวินกันทั้งสองฝ่าย”

在 APP 繼續免費閱讀本書
掃碼下載 APP

最新章節

  • รักจำฝังใจ   บทที่ 84

    เสียงจูบดูดดื่มแลกน้ำลายดังก้องไปทั่วทั้งห้องนอนกว้าง ของขวัญเอียงคอให้สามีซุกไซ้ได้อย่างเต็มที่หลังผละริมฝีปากออก สองมือกอดคอลูบ บ้างก็ลูบไล้แผ่นหลังที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ เพื่อระบายอารมณ์พลุ่งพล่านในกาย“หอมจัง ดมแล้วชื่นใจ” ภาคิณสูดดมกลิ่นกายของภรรยาเข้าเต็มปอด“ทำหน้าโรคจิต” ของขวัญใช้นิ้วจิ้มแ

  • รักจำฝังใจ   บทที่ 83

    หนึ่งปีหลังจากได้เป็นคุณพ่อเต็มตัว ชีวิตครอบครัวลงตัวทุกอย่าง ภาคิณตัดสินใจซื้อบ้านในหมู่บ้านเดียวกันกับบ้านคุณย่าและย้ายออกจากคอนโด เพราะอยากมีพื้นที่ให้ลูกวิ่งเล่นได้ ตอนนี้ภาพฟ้าอายุหนึ่งขวบกำลังเริ่มหัดเดิน“ปะป๊า ๆ” เสียงอ้อแอ้ของเด็กน้อยวัยหัดเดินกำลังเรียกผู้เป็นพ่อให้ดูปลาคาร์ปในบ่อตอนนี้ภา

  • รักจำฝังใจ   บทที่ 82

    ภายในห้องพักโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง มีหญิงสาวกำลังนอนหลับด้วยใบหน้าซีดเซียว หลังเพิ่งผ่านความเจ็บปวดที่แสนสุขไปได้ไม่นานภาคิณนั่งมองใบหน้าของภรรยาด้วยความภูมิใจ ภรรยาของเขาเก่งมากที่สามารถคลอดลูกสาวด้วยวิธีธรรมชาติได้“ลูกสาวมาแล้วค่ะ” พยาบาลสาววัยกลางคน เข็นรถตู้นอนที่มีเด็กตัวเล็กถูกห่อผ้าไว้เข้ามา

  • รักจำฝังใจ   บทที่ 81

    “พรุ่งนี้จะเข้าบริษัทหรือเปล่า” หญิงสาวถามขณะใช้มือสางผมสั้นสีดำเพื่อเป่าลมให้ทั่วถึง“พรุ่งนี้มีนัดพบลูกค้าช่วงบ่ายอย่างเดียว” ภาคิณตอบ เขาเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ เมื่อสังเกตเห็นว่าของขวัญเบียดตัวเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ“งั้นเหรอ” ของขวัญปิดไดร์นำกลับไปวางไว้ที่เดิม ก่อนจะเดินกลับเข้าที่เดิมแล้วก้มทำท่า

  • รักจำฝังใจ   บทที่ 80

    “พอแล้วคิณ เรายังไม่รู้เพศลูกเลยนะ” หญิงสาวรีบหยิบเสื้อเด็กผู้หญิงออกจากมือของชายหนุ่ม นำกลับไปแขวนไว้ที่เดิม“ไม่เป็นไร ซื้อไว้ก่อนไง มันน่ารักมากเลยอะดูดิ” ภาคิณไม่ฟังคำห้าม เขายังคงหยิบชุดเจ้าหญิงสีชมพูขึ้นมาดูด้วยรอยยิ้ม“ของจะเต็มห้องอยู่แล้วพอก่อนเถอะ อีกเดือนเดียวก็จะรู้เพศลูกแล้วไว้ค่อยมาซื้

  • รักจำฝังใจ   บทที่ 79

    “ให้มันจริงเถอะ ตอนนี้ขวัญเริ่มอ้วนขึ้นแล้วด้วย ถ้าท้องโตกว่านี้คิณจะไปมีคนอื่นหรือเปล่า” คราวนี้ถามด้วยน้ำเสียงน้อยใจ บอกแล้วช่วงนี้เธออารมณ์แปรปรวนมากจริง ๆ“ไม่ครับ คิณไม่มีทางทิ้งขวัญไปหาคนอื่นแน่นอน คิณรักขวัญจะตาย รักลูกด้วย” ว่าแล้วก็หอมหัวเธอไปหนึ่งที แล้วอาศัยจังหวะที่เธอเผลอยกเค้กออกไป“คิ

更多章節
探索並免費閱讀 優質小說
GoodNovel APP 免費暢讀海量優秀小說,下載喜歡的書籍,隨時隨地閱讀。
在 APP 免費閱讀書籍
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status