Mag-log in“ญาติคนไข้ค่ะ.... ตอนนี้หมดเวลาเยี่ยมแล้วนะคะ”
“เออ... ขอโทษด้วยค่ะ พอดีเอยไม่ได้ดูเวลา” เอิงเอยโค้งศีรษะเล็กน้อย เพื่อเป็นการขอโทษเจ้าหน้าที่ เธอผิดเองที่ไม่ได้ดูเวลา ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองร้องไห้ไปนานแค่ไหน รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เจ้าหน้าที่เดินมาบอกว่าหมดเวลาเยี่ยมแล้ว หญิงสาวหันกลับไปมองผู้เป็นพ่อที่นอนอยู่บนเตียงและพูดกับท่านด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เอยกลับก่อนนะคะคุณพ่อ วันพรุ่งนี้เอยจะมาเยี่ยมใหม่ ฟอด!! เอยรอคุณพ่ออยู่นะ ฮึกๆ รักคุณพ่อนะคะ” เมื่อลาคนเป็นพ่อเสร็จ หญิงสาวจึงหันมาส่งยิ้มให้กับเจ้าหน้าที่ ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินออกไปจากห้อง คนตัวเล็กเดินออกมาด้วยอาการเหม่อลอย เธอไม่รู้ว่าต้องทำยังไงกับชีวิตต่อจากนี้ การไม่มีคุณพ่อยืนเคียงข้างเหมือนชีวิตของเธอมืดมนซะเหลือเกิน หวังจะพึ่งหรือปรึกษาคนเป็นสามีก็เลิกคิดไปได้เลย เพราะเขาไม่แม้แต่จะสนใจปัญหาของเธอ ขนาดอาการป่วยของคุณพ่อเขายังไม่คิดจะถามหรือสนใจเลย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ทำให้เธอคิดได้ว่าไม่ควรเอาตัวเองมาจมอยู่กับคนเลวๆแบบเขา และเธอก็ไม่ชอบให้ใครมาดูถูกตัวเองกับพ่อเช่นกัน เธอตัดสินใจแล้วว่าจะไม่พยายามและไม่อดทนกับความสัมพันธ์แย่ๆแบบนี้อีก เพราะมันจะทำให้เธอเสียเวลาชีวิต เธอจะคืนอิสระให้เขาและต่างคนต่างอยู่ หลังจากนั้นเขาอยากจะทำอะไรอยากจะไปรักกับใครก็แล้วแต่เขาเลย เธอพอแล้วจริงๆกับความสัมพันธ์ที่มีแต่เธอฝ่ายเดียวที่พยายามเพราะมันเหนื่อยจริงๆ เหนื่อย... เพราะไม่ว่าจะทำอะไรจะพยายามแค่ไหนเขาก็ไม่เคยเห็นค่า หญิงสาวที่ตอนนี้ไม่รู้จะไปไหนเพราะเธอเองยังไม่มีที่ไปจึงตัดสินใจกลับบ้าน บ้านที่เป็นเรือนหอของเรา ถึงไม่อยากกลับแค่ไหนแต่เธอก็ไม่มีที่ไปอยู่ดี ในเวลานี้เธอคงต้องอดทนไปก่อน จนกว่าจะหาบ้านใหม่ได้ เธออยากได้บ้านหลังเล็กๆมีพื้นที่หน้าบ้านให้ได้ปลุกต้นไม้ดอกไม้ บ้านที่เป็นของเธอเองและมีคุณพ่ออยู่ด้วยกัน... ถ้าเป็นไปได้เธออยากถอยออกมาจากเขาให้เร็วที่สุด เพราะถึงอยู่ไปมันก็ไม่มีประโยชน์อะไร มีแต่จะทำให้ตัวเองเจ็บเปล่าๆ ต่อให้พยายามยังไง ใช่ว่าเขาจะหันมารักเธอ เพราะฉะนั้นอย่าอยู่เป็นตัวตลกของเขาเลยเธอมีศักดิ์ศรีของตัวเอง อย่าไปทนอยู่กับคนที่กล้าทำร้ายร่างกายของเราเลย เพียงแค่การจากไปของเธอแน่นอนว่ามันมีราคาที่เขาต้องจ่าย เป็นค่าปลอบใจและค่าเสียเวลา เมื่อจัดการกับความคิดของตัวเองได้แล้วว่าพรุ่งนี้เธอจะออกมาหาบ้าน บ้านที่จะเป็นเซฟโซนและเป็นพื้นที่ปลอดภัยของเธอกับพ่อ จากนั้นหญิงสาวจึงขับรถกลับบ้านทันที “คุณเอยกลับมาแล้วเหรอคะ มาค่ะมานั่งดื่มน้ำส้มเย็นๆก่อนป้าเตรียมไว้ให้แล้ว” ป้านวลคือแม่บ้านวัยสี่สิบเจ็ดปีเธอเป็นสาวโสดไม่มีสามีไม่มีลูกและอยู่กับเธอตั้งแต่ที่ย้ายเข้ามาบ้านหลังนี้ รักษิกาเคารพท่านเหมือนผู้หลักผู้ใหญ่คนหนึ่ง เพราะป้านวลเป็นคนน่ารักจิตใจดี โชคดีที่เธอมีป้านวลที่คอยช่วยเหลือในหลายๆเรื่องและยังเป็นเพื่อนคลายเหงาให้เธออีกด้วย “คุณเอยทำไมตาบวมแบบนี้ค่ะ ไปเยี่ยมคุณพ่อมาใช่ไหม” “ค่ะ ป้านวล” "โธ่คุณเอยของป้า....”ป้านวลได้แต่สงสารหญิงสาวผู้เป็นเจ้านาย ทุกครั้งหลังจากที่กลับมาเยี่ยมคนเป็นพ่อหญิงสาวจะตาแดงตาบวมกลับมาทุกรอบ ไม่รู้ว่าคนเป็นสามีจะรู้บ้างหรือเปล่า เพราะทุกวันนี้เห็นจะมีแต่คุณเอยที่คอยเอาใจ ส่วนอีกฝ่ายเมินเก่งซะเหลือเกินเฮ้อ....คิดแล้วก็สงสารคุณเอย “เอยไม่เป็นไรแล้วค่ะ” “อดทนนะคะ ป้าเชื่อว่าคุณพ่อของคุณเอยต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน ว่าแต่วันนี้จะให้ป้าเตรียมวัตถุดิบอะไรไหม คุณเอยจะทำเมนูอะไรให้คุณภูกินดีค่ะ” ป้านวลเอ่ยถามหญิงสาวที่เป็นเจ้านาย เพราะถ้ามีของที่คุณเอยต้องการเธอจะได้ออกไปซื้อ ที่ถามแบบนี้เพราะทุกๆวันคุณเอยจะขอให้เธอช่วยสอนทำอาหาร เพราะอยากเอาใจสามี “ไม่ต้องแล้วค่ะป้านวล วันนี้เอยเหนื่อยมากๆเลย ขี้เกียจเอาใจใครแล้วด้วย เฮ้อ....ทำไปใช่ว่าเขาจะเห็นค่าและต่อไปนี้เอยจะไม่ทำอะไรให้เขาอีกแล้วนะคะ ทำไปเขาก็ไม่กินอยู่ดี...นับจากนี้เอยจะไม่พยายามอีกแล้ว พยายามกับคนที่ไม่เห็นค่ามีแต่เหนื่อยกับเหนื่อย วันนี้เอยพอแล้วจริงๆ” ทันทีที่พูดจบป้านวลเข้าใจสถานการณ์ได้ทันทีว่าตอนนี้คุณเอยน่าจะหมดความอดทนแล้ว เพราะปกติคุณเอยไม่เคยเป็นแบบนี้ ก็นะที่ผ่านมาเธอพยายามทำทุกอย่างในฐานะภรรยาอย่างสุดความสามรถแล้ว มีแต่คุณภูที่ตาบอดมองไม่เห็นสิ่งที่ภรรยาทำ “ป้าเข้าใจแล้วคะ” “ป้านวลช่วยทำข้าวต้มให้เอยหน่อยได้ไหมคะ ขอยาพาราสักเม็ดหนึ่งด้วย เอยรู้สึกสึกไม่ค่อยสบาย เสร็จแล้ววานป้าเอาขึ้นไปให้บนห้องหน่อยได้ไหมคะ เอยรบกวนด้วย” “ได้ค่ะคุณเอย” เมื่อขึ้นมาบนห้องหญิงสาวรีบเปลี่ยนชุดและอาบน้ำทันทีเพื่อจะได้พักผ่อน ตอนนี้เธอรู้สึกหนักหัวไปหมดเลย พอมายืนมองตัวเองหน้ากระจกก็เห็นรอยนิ้วมือที่อยู่บนแก้มใสของตัวเอง ยิ่งตอกย้ำให้เธอรู้สึกเจ็บและรู้สึกไร้ค่ามากกว่าเดิม มือเรียวยกขึ้นมาลูบแก้มเบาๆพลันน้ำตาแห่งความเสียใจก็ไหลออกมาพร้อมกับความรู้สึกสมเพชตัวเอง....นี่เหรอคือผลตอบแทนของความรักที่เธอทุ่มเทมาทั้งหมด รักษิกาคนนี้มันไม่มีค่าขนาดนั้นเชียวเหรอ @Part ภูริศ หลังจากที่ออกมาจากบริษัทเขาก็พาหญิงสาวข้างกายมาร้านอาหารที่เธอโปรดปราณ เขาหวังเอาใจและปลอบใจเธอจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางด้านของหญิงสาวเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มตั้งใจพาตัวเองมายังร้านอาหารที่ชื่นชอบก็ยิ้มด้วยความชอบใจ เธอคิดไม่ผิดจริงๆยังไงแล้วภูก็ต้องเลือกอกเธอและเชื่อเธอมากกว่าภรรยาที่เขาไม่ต้องการอย่างยัยนั่น บอกตรงๆตอนที่เห็นมันโดนตบเธอโคตรสะใจมาก ที่นี้มันจะได้รู้สักทีว่าใครคือคนสำคัญสำหรับภู “ภู ภูคะ.... ภู!! แต่แล้วเธอก็ต้องมาอารมณ์เสียกับท่าทางของเขาที่เอาแต่นั่งเหม่อ ใจเย็นๆเดียร์เธอต้องใจเย็นๆ อย่าแสดงนิสัยไม่ดีให้เขาเห็นสิ หญิงสาวได้แต่คิดในใจและอดกลั้นไว้ เธอไม่มีวันให้ภูได้เห็นอีกด้านของตัวเองเด็ดขาด เขาต้องรักเธอและหลงเธอแบบนี้ตลอดไป “ครับ... ว่าไงเดียร์” "เดียร์เรียกตั้งหลายครั้งภูก็เอาแต่เงียบเอาแต่นั่งเหม่อ น่าน้อยใจนะคะ" "ภูขอโทษนะครับคนดี....เรามาสั่งอาหารกันเถอะนะ" "ภูคิดอะไรอยู่เหรอคะ บอกเดียร์ได้ไหม หรือภูคิดมากเรื่องน้องเอย เอาจริงภูก็ไม่น่าทำแบบนั้นเลย เดียร์ไม่โอเคเลยนะคะ ที่เห็นภูใช้ความรุนแรงกับน้อง ถึงน้องจะดื้อภูก็ควรใจเย็นมากกว่านี้สิ เฮ้อ..ไม่รู้ว่าตอนนี้น้องจะเป็นยังไงบ้าง" ได้ทีหญิงก็แสดงบทบาทคนแสนดีทันที เพื่อทำคะแนนกับคนตรงหน้า ถ้าพูดกันตามจริงเธออยากสมน้ำหน้ายัยนั่นมากกว่า “ภูคิดเรื่องงานครับ ไม่ได้คิดเรื่องผู้หญิงร้ายกาจคนนั้นสักหน่อย ผู้หญิงแบบนั้นไม่ได้มีความสำคัญมากพอที่ภูจะมานั่งคิดมากด้วยซ้ำ” ชายหนุ่มเลือกที่จะโกหกคนตรงหน้าเพื่อความสบายใจ อันที่จริงเขาเริ่มรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำกับเอิงเอยพอสมควร เพราะวันนี้เขาใช้ทั้งกำลังและความรุนแรงกับเธอไป “ทำไมภูใจร้ายจัง น้องเป็นภรรยาของภุนะ แต่ภู....สัญญากับเดียร์ได้ไหมว่าจะไม่ใช้ความรุ่นแรงแบบนั้นอีก เดียร์ว่ามันแรงไป สงสารน้องเขา” “หึ....ภรรยาเหรอ เธอไม่ใช่ภรรยาที่ภูต้องการเดียร์ก็รู้ และที่สำคัญเพราะเธอมายั่วโมโหภูเองและมาว่าเดียร์เสียๆหายๆภูทนไม่ได้หรอกนะ โดนแค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ” “เรื่องเล็กน้อยน้าภู เดียร์ทนได้ ถือว่าเดียร์ขอได้ไหม เดียร์ไม่อยากให้ใครมองภูไม่ดี นะคะ” “ก็ได้ครับ... เดียร์ก็แสนดีตลอด เพราะแบบนี้ไงภูถึงไปไหนไม่รอด” “ภู!!.... พูดอะไรก็ไม่รู้” “ชอบจังเลยเวลาเดียร์เขิน รู้ไหมว่ามันน่ารักมาก อย่าไปเขินกับใครแบบนี้นะ....ภูหวง”“เอาว่ะ!! ถือว่าช่วยละกัน” ภูริศถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกจนหมดเหลือเพียงกางเกงบ๊อกเซอร์ตัวเดียวที่ติดตัวไว้เพื่อปกปิดของสงวนของตัวเอง จากนั้นชายหนุ่มก็ล้มตัวลงไปนอนบนเตียงข้างๆหญิงสาว และถือวิสาสะสอดตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนเดียวกันกับเธอ ทางด้านของหญิงสาวเหมือนเจ้าตัวจะสัมผัสได้ว่ามีคนมานอนอยู่ข้างๆ เธอรีบขยับตัวเข้ามาใกล้ชายหนุ่มราวกับต้องการซึมซับความอบอุ่นจากใครสักคน โดยที่ไม่รู้เลยว่าคนคนนั้นคือคนใจร้ายที่ทำร้ายตัวเอง ทางด้านของคนที่ได้ชื่อว่าสามีเมื่อถูกภรรยาสาวจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัว เขาได้แต่นอนนิ่งปล่อยให้เธอกอด เพราะยังอึ้งกับการกระทำของเธอ ปกติเธอไม่เคยทำแบบนี้กับเขาเลย และหัวใจของเขาไม่รู้เป็นบ้าอะไรจู่ๆมันก็เต้นแรงขึ้นมาเฉยเลย ผิดไหมถ้าเขาจะคิดว่าเธอกำลังอ้อนตัวเองอยู่ ใบหน้าและหน้าตาของเธอราวกับเด็กน้อย ปากบางก็พึมพำเบาๆ ซึ่งเขาก็จับใจความไม่ได้เลยว่าเธอกำลังพูดว่าอะไร เธอจะรู้ไหมว่าท่าทางแบบนี้มันน่ารักมากและเขาก็ไม่เคยได้เห็นโม้เม้นแบบนี้ของเธอเลย แปลกที่ชายหนุ่มไม่ได้มีท่าทีรำคาญเลยสักนิด และเขาก็เลือกที่จะปล่อยให้เธอกอดอยู่อย่างนั้น ไม่ได้คิดจะผลักไส
มือหนาที่กำลังจะเปิดประตูห้องนอนของตัวเองชะงักลงทันที เพราะชายหนุ่มตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางและก้าวไปข้างหน้า จุดหมายคือห้องของภรรยาสาว เอาจริงๆเขาไม่เคยเหยียบเข้ามาในห้องของเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว นับตั้งแต่ที่เราแต่งงานกันเพราะไม่อยากเข้าไปวุ่นวายในพื้นที่ส่วนตัวของใคร ขนาดตัวเขาเองยังไม่ชอบให้ใครเข้ามาวุ่นวายในห้องของตัวเองเลยเพราะมันเป็นพื้นที่ส่วนตัวของใครของมัน เพราะฉะนั้นเขาจึงทำทุกอย่างให้ชัดเจน พื้นที่ไหนที่เป็นพื้นที่ส่วนตัวของเธอเขาก็จะไม่เข้าไปก้าวก่าย ยกเว้นแค่ครั้งนี้เพราะเขาอยากเข้าไปดูเธอด้วยตาตัวเอง ส่วนเวลาที่จะทำเรื่องอย่างว่า เขาจะเป็นคนทักไปหาและให้เธอเข้ามาหาในห้องของตัวเอง พอเสร็จภารกิจเธอก็ต้องออกไปจากห้องของเขาทันที เพราะเขาไม่อนุญาตให้อยู่ต่อ มันเป็นข้อตกลงของเราตั้งแต่แรกแล้วและตัวเธอเองก็ยอมรับได้ เขาไม่ชอบนอนร่วมเตียงกับคนที่ไม่ได้รักนี่คือเหตุผล ส่วนเรื่องเซ็กซ์มันคนละส่วนกัน เราทั้งคู่แค่ตอบสนองความต้องการของกันและกันและที่สำคัญมันเป็นหน้าที่ของเธอที่ต้องทำ.... หกเดือนแล้วที่เราสองคนก็ใช้ชีวิตแบบนี้มาตลอดเธอเองก็ไม่ได้มีป
“พี่ไวน์!!” “ใช่พี่เอง.... ทำไม คิดว่าใคร!! ” ชายหนุ่มถามออกไปด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ เขายังโมโหเรื่องที่เธอหอมแก้มผู้ชายคนนั้นไม่หาย ทางด้านหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมกอดของร่างสูงเธอไม่ได้โง่จนดูไม่ออกว่าชายหนุ่มกำลังไม่พอใจกับการกระทำของตัวเอง แต่เธอก็มั่นใจว่ายังไงก็เอาเขาอยู่ เพราะถ้าเธอไม่มีความสามารถป่านนี้เธอกับเขาคงเลิกกันไปนานแล้ว พี่ไวน์คือแฟนของเธอ ใช่... เธอมีแฟนแล้วและคบกับพี่ไวน์มานานแล้วด้วย ก็ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยเลยแหละ เพียงแค่เธอไม่ได้บอกใครไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือแม้แต่ภูริศก็ตาม และเธอก็ไม่คิดจะบอกด้วย ปล่อยให้เขาคิดว่าเธอยังโสดนะดีแล้ว.... เพราะเธอชอบมากเวลาที่เห็นเขาคอยเอาอกเอาใจและสนใจแต่เธอ เขาดูพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เธอประทับใจและมันเป็นแบบนี้มาตลอด ทำให้เธอรู้สึกเหมือนเป็นคนสำคัญยังไงก็ไม่รู้ ส่วนพี่ไวน์เขานะเข้าใจเธอทุกอย่างเราถึงได้คบกันนานขนาดนี้ อะไรที่เป็นความสุขของเธอเขาไม่ห้ามอยู่แล้ว อาจจะมีหึงบ้างตามประสาผู้ชาย แต่เธอก็มีวิธีปลอบเขาในแบบที่รู้ๆกัน “เดียร์ตกใจหมดเลย อยู่ๆพี่ก็เข้ามากอด” “คิดว่าลืมชื
คุณคิดว่าคนหนึ่งคนจะมีความอดทนได้มากแค่ไหนกัน อดทนกับความรักที่ไม่ประสบความสำเร็จ อดทนกับความพยายามที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่เคยดูดีหรือมีค่าในสายตาของเขาเลย อดทนกับความเย็นชาและความใจร้ายของคนที่ได้ชื่อว่าสามีของตัวเอง และใช่ค่ะผู้หญิงที่ชื่อเอิงเอยคนนี้อดทนมาตลอด แล้วเป็นยังไงล่ะ..... สิ่งที่เธออดทนมาตลอด ผลตอบแทนที่ได้คือความว่างเปล่า ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันไม่เคยเกิดขึ้น นับตั้งแต่ที่เราแต่งงานกันไม่เคยมีวันไหนเลยที่เขาจะทำหน้าที่สามีที่ดีให้กับเธอ เว้นก็แต่เรื่องบนเตียงเรื่องเดียวเท่านั้นที่เขายังคงทำมาตลอด แต่ไม่ใช่เพราะรักหรือชอบเธอนะ เขาเพียงต้องการคืนทุนให้ตัวเองก็เท่านั้นเอง ทุกคนเข้าใจถูกแล้วค่ะ...เขาบอกว่าตัวเองเสียค่าสินสอดไปเยอะ เพราะฉะนั้นเขาต้องใช้งานร่างกายของเธอให้คุ้มกับเงินที่เสียไป เธอมีค่าแค่บนเตียง เป็นได้แค่ที่รองรับอารมณ์ของเขาก็เท่านั้นเอง ทุกครั้งที่เรามีอะไรกัน เขาบอกอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการให้เธอนอนร่วมเตียงด้วยเด็ดขาด....พอเขาเสร็จสม เขาก็จะไล่เธอให้ออกไปจากห้องทันที และเธอก็ต้องแบกร่างกายที่บอบช้ำกลับมานอนห้องตัวเองเส
“ญาติคนไข้ค่ะ.... ตอนนี้หมดเวลาเยี่ยมแล้วนะคะ” “เออ... ขอโทษด้วยค่ะ พอดีเอยไม่ได้ดูเวลา” เอิงเอยโค้งศีรษะเล็กน้อย เพื่อเป็นการขอโทษเจ้าหน้าที่ เธอผิดเองที่ไม่ได้ดูเวลา ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองร้องไห้ไปนานแค่ไหน รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เจ้าหน้าที่เดินมาบอกว่าหมดเวลาเยี่ยมแล้ว หญิงสาวหันกลับไปมองผู้เป็นพ่อที่นอนอยู่บนเตียงและพูดกับท่านด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เอยกลับก่อนนะคะคุณพ่อ วันพรุ่งนี้เอยจะมาเยี่ยมใหม่ ฟอด!! เอยรอคุณพ่ออยู่นะ ฮึกๆ รักคุณพ่อนะคะ” เมื่อลาคนเป็นพ่อเสร็จ หญิงสาวจึงหันมาส่งยิ้มให้กับเจ้าหน้าที่ ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินออกไปจากห้อง คนตัวเล็กเดินออกมาด้วยอาการเหม่อลอย เธอไม่รู้ว่าต้องทำยังไงกับชีวิตต่อจากนี้ การไม่มีคุณพ่อยืนเคียงข้างเหมือนชีวิตของเธอมืดมนซะเหลือเกิน หวังจะพึ่งหรือปรึกษาคนเป็นสามีก็เลิกคิดไปได้เลย เพราะเขาไม่แม้แต่จะสนใจปัญหาของเธอ ขนาดอาการป่วยของคุณพ่อเขายังไม่คิดจะถามหรือสนใจเลย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ทำให้เธอคิดได้ว่าไม่ควรเอาตัวเองมาจมอยู่กับคนเลวๆแบบเขา และเธอก็ไม่ชอบให้ใครมาดูถูกตัวเองกับพ่อเช่นกัน เธอตัดส
เมื่อขับรถออกมาจากบริษัทของภูริศรักษิกาเลือกที่จะมาโรงพยาบาล เพื่อมาหาคนที่เธอรักที่สุดในชีวิต เพราะเขากำลังรอบเธออยู่ที่นี่ และคนคนนั้นก็คือคุณพ่อของเธอเอง... คุณพ่อที่เป็นทุกอย่างในชีวิตเป็นเหมือนโลกทั้งใบของเธอเลยก็ว่าได้ แต่ตอนนี้โลกใบเดิมของเธอมันไม่สดใสแล้ว เพราะตอนนี้คุณพ่อที่เธอรักท่านกำลังป่วยหนักนอนไม่รู้สึกตัวอยู่ในห้องไอซียูมาเป็นเดือนแล้ว ทำให้ในเวลานี้หญิงสาวเคว้งคว้างเหลือเกิน เธอไม่อยากจะคิดเลยถ้าวันหนึ่งไม่มีท่านอยู่ เธอจะใช้ชีวิตต่อไปยังไง โลกทั้งใบของเธอต้องพังทลายแน่นอน คุณหนูอย่างเธอที่ถูกพ่อเลี้ยงดูมาอย่างดี ตามใจทุกอย่าง ไม่เคยต้องลำบาก อยากได้อะไรท่านจะหามาให้หมด เพราะท่านเองก็มีเธอเป็นลูกเพียงคนเดียวจึงตามใจทุกอย่าง คุณพ่อไม่เคยอยากแต่งงานใหม่หรืออยากมีครอบครัวใหม่เพราะกลัวว่าคนอื่นที่เข้ามาในชีวิตจะมารังแกเธอ กลัวว่าเธอจะไม่มีความสุข ก็ตั้งแต่ที่คุณแม่เสียไป ท่านก็ครองตัวเป็นโสดและดูแลลูกสาวอย่างเธอเป็นอย่างดี พอวันหนึ่งทุกอย่างที่ท่านสร้างขึ้นมาถูกคนที่ไว้ใจหักหลังกัน ทำให้ท่านช๊อกจนหลอดเลือดในสมองแตก ตอนนี้ท่านอยู







