Partager

เสียเวลาชีวิต

Auteur: Little_nem
last update Date de publication: 2025-12-10 00:57:02

“ญาติ​คนไข้ค่ะ.... ตอนนี้หมดเวลาเยี่ยมแล้วนะคะ”​

“เออ... ขอโทษด้วยค่ะ​ พอดีเอยไม่ได้ดูเวลา”​ เอิงเอยโค้งศีรษะ​เล็กน้อย​ เพื่อเป็นการขอโทษเจ้าหน้าที่​ เธอผิดเองที่ไม่ได้ดูเวลา​ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองร้องไห้ไปนานแค่ไหน​ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เจ้าหน้าที่เดินมาบอกว่าหมดเวลาเยี่ยม​แล้ว

หญิงสาวหันกลับไปมองผู้เป็นพ่อที่นอนอยู่บนเตียงและพูดกับท่านด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เอยกลับก่อนนะคะคุณพ่อ​ วันพรุ่งนี้เอยจะมาเยี่ยมใหม่ ฟอด!!​ เอยรอคุณพ่ออยู่นะ​ ฮึกๆ รักคุณพ่อนะคะ”​ เมื่อลาคนเป็นพ่อเสร็จ​ หญิงสาวจึงหันมาส่งยิ้มให้กับเจ้าหน้าที่ ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินออกไปจากห้อง​

คนตัวเล็กเดินออกมาด้วยอาการเหม่อลอย​ เธอไม่รู้ว่าต้องทำยังไงกับชีวิตต่อจากนี้​ การไม่มีคุณพ่อยืนเคียงข้างเหมือนชีวิตของเธอมืดมนซะเหลือเกิน หวังจะพึ่งหรือปรึกษาคนเป็นสามีก็เลิกคิดไปได้เลย เพราะเขาไม่แม้แต่จะสนใจปัญหาของเธอ ขนาดอาการป่วยของคุณพ่อเขายังไม่คิดจะถามหรือสนใจเลย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ทำให้เธอคิดได้ว่าไม่ควรเอาตัวเองมาจมอยู่กับคนเลวๆแบบเขา และเธอก็ไม่ชอบให้ใครมาดูถูกตัวเองกับพ่อเช่นกัน เธอตัดสินใจแล้วว่าจะไม่พยายามและไม่อดทนกับความสัมพัน​ธ์แย่ๆแบบนี้อีก เพราะมันจะทำให้เธอเสียเวลาชีวิต​ เธอจะคืนอิสระให้เขา​และต่างคนต่างอยู่​ หลังจากนั้นเขาอยาก​จะทำอะไรอยากจะไปรักกับใครก็แล้วแต่เขาเลย เธอพอแล้วจริงๆกับความสัมพันธ์​ที่มีแต่เธอฝ่ายเดียวที่พยายามเพราะมันเหนื่อยจริงๆ​ เหนื่อย... เพราะไม่ว่าจะทำอะไรจะพยายามแค่ไหนเขาก็ไม่เคยเห็นค่า

หญิงสาวที่ตอนนี้ไม่รู้จะไปไหนเพราะเธอเองยังไม่มีที่ไปจึงตัดสินใจกลับบ้าน บ้านที่เป็นเรือนหอของเรา​ ถึงไม่อยากกลับแค่ไหนแต่เธอก็ไม่มีที่ไปอยู่ดี​ ในเวลานี้เธอคงต้องอดทนไปก่อน จนกว่าจะหาบ้านใหม่ได้​ เธออยากได้บ้านหลังเล็กๆมีพื้นที่หน้าบ้านให้ได้ปลุกต้นไม้ดอกไม้​ บ้านที่เป็นของเธอเองและมีคุณพ่ออยู่ด้วยกัน...

ถ้าเป็นไปได้เธออยากถอยออกมาจากเขา​ให้เร็วที่สุด​ เพราะถึงอยู่ไปมันก็ไม่มีประโยชน์​อะไร​ มีแต่จะทำให้ตัวเองเจ็บเปล่าๆ​ ต่อให้พยายามยังไง​ ใช่ว่าเขาจะหันมารักเธอ​ เพราะฉะนั้นอย่าอยู่เป็นตัวตลกของเขาเลย​เธอมีศักดิ์ศรี​ของตัวเอง​ อย่าไปทนอยู่กับคนที่กล้าทำร้ายร่างกายของเรา​เลย​ เพียงแค่การจากไปของเธอแน่นอนว่ามันมีราคาที่เขาต้องจ่าย เป็นค่าปลอบใจ​และค่าเสียเวลา เมื่อจัดการกับความคิดของตัวเองได้แล้วว่าพรุ่งนี้เธอจะออกมาหาบ้าน​ บ้านที่จะเป็นเซฟโซนและเป็นพื้นที่ปลอดภัยของเธอกับพ่อ​ จากนั้นหญิงสาวจึงขับรถกลับบ้านทันที

​

“คุณเอยกลับมาแล้วเหรอคะ​ มาค่ะมานั่งดื่มน้ำส้มเย็นๆก่อนป้าเตรียมไว้ให้แล้ว”​ ป้านวลคือแม่บ้านวัยสี่สิบเจ็ดปีเธอเป็นสาวโสดไม่มีสามีไม่มีลูกและอยู่กับเธอตั้งแต่ที่ย้ายเข้ามาบ้านหลังนี้​ รักษิกาเคารพท่า​นเหมือนผู้หลักผู้ใหญ่คนหนึ่ง เพราะป้านวลเป็นคนน่ารักจิตใจดี​ โชคดีที่เธอมีป้านวลที่คอยช่วยเหลือในหลายๆเรื่องและยังเป็นเพื่อนคลายเหงาให้เธออีกด้วย

“คุณเอยทำไมตาบวมแบบนี้ค่ะ​ ไปเยี่ยมคุณพ่อมาใช่ไหม”​

“ค่ะ​ ป้านวล”​

"โธ่คุณเอยของป้า....”​ป้านวลได้แต่สงสารหญิงสาวผู้เป็นเจ้านาย​ ทุกครั้งหลังจากที่กลับมาเยี่ยมคนเป็นพ่อหญิงสาวจะตาแดงตาบวมกลับมาทุกรอบ​ ไม่รู้ว่าคนเป็นสามีจะรู้บ้างหรือเปล่า​ เพราะทุกวันนี้เห็นจะมีแต่คุณเอยที่คอยเอาใจ​ ส่วนอีกฝ่ายเมินเก่งซะเหลือเกิน​เฮ้อ....คิดแล้วก็สงสารคุณเอย

“เอยไม่เป็นไรแล้วค่ะ”​

“อดทนนะคะ​ ป้าเชื่อว่าคุณพ่อของคุณเอยต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน​ ว่าแต่วันนี้จะให้ป้าเตรียมวัตถุดิบอะไรไหม​ คุณเอยจะทำเมนูอะไรให้คุณภูกินดีค่ะ”​ ป้านวลเอ่ยถามหญิงสาวที่เป็นเจ้านาย​ เพราะถ้ามีของที่คุณเอยต้องการ​เธอจะได้ออกไปซื้อ​ ที่ถามแบบนี้เพราะทุกๆวันคุณเอยจะขอให้เธอช่วยสอนทำอาหาร​ เพราะอยากเอาใจสามี​

“ไม่ต้องแล้วค่ะ​ป้านวล วันนี้เอยเหนื่อย​มากๆ​เลย ขี้เกียจ​เอาใจใครแล้วด้วย​ เฮ้อ....ทำไปใช่ว่าเขาจะเห็นค่าและต่อไปนี้เอยจะไม่ทำอะไรให้เขาอีกแล้วนะคะ ทำไปเขาก็ไม่กินอยู่ดี...นับจากนี้เอยจะไม่พยายามอีกแล้ว​ พยายามกับคนที่ไม่เห็นค่ามีแต่เหนื่อยกับเหนื่อย​ วันนี้เอยพอแล้วจริงๆ”​

ทันทีที่พูดจบป้านวลเข้าใจสถานการณ์​ได้ทันทีว่าตอนนี้คุณเอยน่าจะหมดความอดทนแล้ว เพราะปกติคุณเอยไม่เคยเป็นแบบนี้ ก็นะที่ผ่านมาเธอพยายามทำทุกอย่างในฐานะภรรยาอย่างสุดความสามรถแล้ว มีแต่คุณภูที่ตาบอดมองไม่เห็นสิ่งที่ภรรยาทำ

“ป้าเข้าใจแล้วคะ”​

“ป้านวลช่วยทำข้าวต้มให้เอยหน่อยได้ไหมคะ​ ขอยาพาราสักเม็ดหนึ่งด้วย​ เอยรู้สึก​สึกไม่​ค่อยสบาย​ เสร็จแล้ววานป้าเอาขึ้นไปให้บนห้องหน่อยได้ไหมคะ เอยรบกวนด้วย”​

“ได้ค่ะคุณเอย​”​

เมื่อขึ้นมาบนห้องหญิงสาวรีบเปลี่ยนชุดและอาบน้ำทันทีเพื่อจะได้พักผ่อน​ ตอนนี้เธอรู้สึกหนักหัวไปหมดเลย​ พอมายืนมองตัวเองหน้ากระจกก็เห็นรอยนิ้วมือที่อยู่บนแก้มใส​ของตัวเอง​ ยิ่งตอกย้ำให้เธอรู้สึกเจ็บ​และรู้สึกไร้ค่ามากกว่าเดิม​ มือเรียวยกขึ้นมาลูบแก้มเบาๆ​พลันน้ำตาแห่งความเสียใจก็ไหลออกมาพร้อมกับความรู้สึกสมเพชตัวเอง​....นี่เหรอคือผลตอบแทนของความรักที่เธอทุ่มเทมาทั้งหมด รักษิกาคนนี้มันไม่มีค่าขนาดนั้นเชียวเหรอ

@Part ภูริศ

หลังจากที่ออกมาจากบริษัท​เขาก็พาหญิงสาวข้างกายมาร้านอาหารที่เธอโปรดปราณ เขาหวังเอาใจและปลอบใจเธอ​จาก​เหตุการณ์​ที่เกิดขึ้น​

ทางด้านของหญิงสาวเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มตั้งใจพาตัวเองมายังร้านอาหารที่ชื่นชอบก็ยิ้ม​ด้วยความชอบใจ เธอคิดไม่ผิดจริงๆยังไงแล้วภูก็ต้องเลือกอกเธอและเชื่อเธอมากกว่าภรรยาที่เขาไม่ต้องการอย่างยัยนั่น บอกตรงๆตอนที่​เห็นมันโดนตบเธอโคตรสะใจมาก ที่นี้มันจะได้รู้สักทีว่าใครคือคนสำคัญสำหรับภู

“ภู​ ภูคะ.... ภู!! แต่แล้วเธอก็ต้องมาอารมณ์เสียกับท่าทางของเขาที่เอาแต่นั่งเหม่อ ใจเย็นๆเดียร์เธอต้องใจเย็นๆ อย่าแสดงนิสัยไม่ดีให้เขาเห็นสิ หญิงสาวได้แต่คิดในใจและอดกลั้นไว้ เธอไม่มีวันให้ภูได้เห็นอีกด้านของตัวเองเด็ดขาด เขาต้องรักเธอและหลงเธอแบบนี้ตลอดไป

“ครับ... ว่าไงเดียร์”​

"เดียร์เรียกตั้งหลายครั้งภูก็เอาแต่เงียบเอาแต่นั่งเหม่อ​ น่าน้อยใจนะคะ"

"ภูขอโทษนะครับคนดี....เรามาสั่งอาหารกันเถอะนะ"

"ภูคิดอะไรอยู่เหรอคะ​ บอกเดียร์ได้ไหม หรือภูคิดมากเรื่องน้องเอย​ เอาจริงภูก็ไม่น่าทำแบบนั้น​เลย เดียร์ไม่โอเคเลยนะคะ​ ที่เห็นภูใช้ความรุนแรง​กับน้อง ถึงน้องจะดื้อภูก็ควรใจเย็นมากกว่านี้สิ เฮ้อ..ไม่รู้ว่าตอนนี้น้องจะเป็นยังไงบ้าง" ได้ทีหญิงก็แสดงบทบาทคนแสนดีทันที ​เพื่อทำคะแนนกับคนตรงหน้า ถ้าพูดกันตามจริงเธออยากสมน้ำหน้ายัยนั่นมากกว่า

“ภูคิดเรื่องงานครับ​ ไม่ได้คิดเรื่องผู้หญิงร้ายกาจคนนั้นสักหน่อย ผู้หญิงแบบนั้นไม่ได้มีความสำคัญมากพอที่ภูจะมานั่งคิดมากด้วยซ้ำ”​ ชายหนุ่มเลือกที่จะโกหกคนตรงหน้าเพื่อความสบายใจ อันที่จริงเขาเริ่มรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำกับเอิงเอยพอสมควร เพราะวันนี้เขาใช้ทั้งกำลังและความรุนแรงกับเธอไป

“ทำไมภูใจร้ายจัง น้องเป็นภรรยาของภุนะ​ แต่ภู....สัญญากับเดียร์ได้ไหมว่าจะไม่ใช้ความรุ่นแรงแบบนั้นอีก​ เดียร์ว่ามันแรงไป สงสารน้องเขา”​

“หึ....ภรรยาเหรอ เธอไม่ใช่ภรรยาที่ภูต้องการเดียร์ก็รู้ และที่สำคัญเพราะเธอมายั่วโมโหภูเองและมาว่าเดียร์เสียๆหายๆภูทนไม่ได้หรอกนะ​ โดนแค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ”​

“เรื่องเล็กน้อยน้าภู​ เดียร์ทนได้​ ถือว่าเดียร์ขอได้ไหม​ เดียร์ไม่อยากให้ใครมองภูไม่ดี​ นะคะ”​

“ก็ได้ครับ... เดียร์ก็แสนดีตลอด​ เพราะแบบนี้ไงภูถึงไปไหนไม่รอด”​

“ภู!!.... ​พูดอะไรก็ไม่รู้”​

“ชอบจังเลยเวลาเดียร์เขิน รู้ไหมว่ามันน่ารักมาก อย่าไปเขินกับใครแบบนี้นะ....ภูหวง”​

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • รักนี้ที่เธอไม่ปรารถนา   ตอนพิเศษที่ 3 ความรักที่สวยงาม

    เช้าวันนี้อากาศแจ่มใส ท้องฟ้าปลอดโปร่งและลมเย็นๆ พัดผ่านสวนหลังบ้าน เสียงหัวเราะของเด็กน้อยวัยหนึ่งขวบดังเจื้อยแจ้วไปทั่วบริเวณเล็กๆ ที่ถูกจัดให้เป็นพื้นที่ปาร์ตี้เล็กๆสำหรับงานวันเกิดครบหนึ่งขวบของ “น้องรักษ์” ภูริศกำลังจัดลูกโป่งหลากสีติดกับซุ้มไม้ ขณะที่เอิงเอยยืนดูอยู่ข้างๆ พร้อมกล้องในมือ เธอถ่ายภาพสามีและลูกไปเรื่อยๆ ด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมสุข “ยิ้มหน่อยค่ะคุณพ่อน้องรักษ์ น้องรักษ์ครับ....ยิ้มให้คุณแม่หน่อย” “ลูกพ่อครับ ยิ้มให้แม่หน่อยเร็ว” เขาแกล้งพูดเสียงสามเสียงสี่กับลูก ก่อนจะหอมแก้มนุ่มๆ ของลูกชายจนเจ้าตัวน้อยหัวเราะเสียงใส คุณหญิงอัมพรเดินเข้ามาพร้อมกล่องของขวัญในมือ เธอยื่นให้หลานชายด้วยมือที่ยังคงสั่นเล็กน้อย แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “สุขสันต์วันเกิดนะครับ หลานย่า ขอให้หนูเติบโตเป็นเด็กดี สุขภาพแข็งแรง ไม่ดื้อไม่ซนกับพ่อแม่นะลูก และเป็นที่รักของทุกคนเหมือนตอนนี้ ย่ารักหนูนะครับน้องรักษ์” ส่วนคุณภูบดินทร์และพ่อของเอิงเอยก็มีของขวัญมาให้เจ้าหลานชายไม่น้อยหน้ากันเลย เรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนได้ดี หลังจากนั้นทุกคนก็ช่วยกันจัดเตรียมอาหารและขนมอย่างกระตือรือ

  • รักนี้ที่เธอไม่ปรารถนา   ตอนพิเศษที่ 2 เด็กชายภูธิรักษ์

    ลานหน้าสำนักงานเขตยามสายอบอวลไปด้วยแสงแดดอ่อนๆ ของเช้าวันธรรมดา เอิงเอยยืนเงียบๆข้างภูริศ มือของเธอถูกเขากุมไว้แน่น ไม่ใช่เพราะกลัวหลง แต่เพราะเขากลัวว่าเธอจะเปลี่ยนใจ อีกทั้งยังมีพ่อแม่ของชายหนุ่มและพ่อของหญิงสาวเดินทางมาร่วมเป็นสักขีพยาน​ให้ทั้งคู่ด้วย “ตื่นเต้นเหรอคะ” เธอแกล้งถามเบาๆ ขณะเดินเข้าไปในอาคาร “ครับ... ตื่นเต้นมาก” เขาตอบเสียงจริงจังแต่แฝงรอยยิ้มในน้ำเสียง “เราไม่จดครั้งแรกสักหน่อย” “แต่รอบนี้มันไม่เหมือนกันนะ​ รอบนี้มันเกิดขึ้นเพราะความรักของเราสองคนและมันต้องดีที่สุดสมบูรณ์แบบที่สุดครับ... เพราะตอนนี้พี่รู้แล้วว่าอะไรสำคัญที่สุดในชีวิต” หญิงสาวยิ้มบางๆ หัวใจเธอเต้นแรงไม่แพ้เขาเลย​นี่ไม่ใช่แค่การลงชื่อในกระดาษหนึ่งแผ่น แต่มันคือการให้โอกาสกันและกันอีกครั้ง​ บนพื้นฐานของความเข้าใจ เมื่อถึงคิว เจ้าหน้าที่เชิญทั้งคู่เข้าไปนั่ง ภูริศพยายามนั่งตัวตรงแต่ก็ยังแอบซับเหงื่อที่ฝ่ามืออยู่ตลอด “กรุณาตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งนะคะ ก่อนลงชื่อ” เสียงเจ้าหน้าที่กล่าวพร้อมยื่นเอกสารให้ เอิงเอยรับปากกา เธอมองชื่อของตัวเองกับชื่อของเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเขียนชื่อของตัวเองอย่างม

  • รักนี้ที่เธอไม่ปรารถนา   ตอนพิเศษ 1 ขอผูกพันธ์ ตลอดไป

    เสียงลมหายใจแผ่วเบาของเอิงเอยลอยคลอไปกับความเงียบงันในห้องนอนที่เปิดไฟสลัวอย่างพอเหมาะ บรรยากาศอบอุ่นละมุนราวภาพวาดแห่งความรัก ภูริศนั่งนิ่งอยู่ปลายเตียง มือของเขาค่อยๆ นวดเท้าให้หญิงสาวอย่างอ่อนโยน ทุกสัมผัสที่ส่งผ่านปลายนิ้วเต็มไปด้วยความตั้งใจและใส่ใจ ความห่วงใยที่ไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดใดมาพิสูจน์ เรื่องการนวดที่ดูเหมือนเล็กน้อยในสายตาคนทั่วไป กลับไม่ใช่เรื่องธรรมดาสำหรับเขาเลย... ตั้งแต่ช่วงหลังมานี้ที่เอิงเอยมักบ่นปวดเมื่อยตามร่างกาย เขาถึงกับลงทุนไปศึกษาอย่างจริงจัง หาข้อมูลว่าคนท้องควรนวดตรงไหน อย่างไร ถึงจะรู้สึกสบายและปลอดภัยที่สุดสำหรับทั้งแม่และลูก “เจ็บไหมครับ?” เขาถามเบาๆ พลางเงยหน้าขึ้นมองเธอ หญิงสาวลืมตาขึ้นนิดหนึ่ง ยิ้มจางๆ ก่อนจะตอบเสียงแผ่ว “สบายจัง… นวดอีกได้ไหม” คำตอบแค่นั้น… ก็เพียงพอจะทำให้ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยหัวใจที่เต็มตื้น ตลอดเวลาที่ผ่านมา ภูริศไม่เคยเปลี่ยนไปเลยสักนิด... เขายังคงดูแลเธอกับลูกอย่างสม่ำเสมอ เสมอต้นเสมอปลาย ไม่เคยบ่น ไม่เคยพูดเหนื่อยสักคำ แม้ในวันที่เขากลับมาถึงบ้านด้วยร่างกายที่แทบจะทรุด สิ่งนี้ยิ่งทำให้เธอแน่ใจว่าเขาเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ

  • รักนี้ที่เธอไม่ปรารถนา   มันคือความรัก(จบ)

    ค่ำวันนั้นเอิงเอยเดินออกมานั่งหน้าบ้าน หญิงสาวลูบท้องตัวเองเบาๆ ด้วยความอ่อนโยนซึ่งเต็มไปด้วยความรักความหวงแหน ตั้งแต่รู้ว่ามีเด็กคนนี้อยู่ในท้อง ชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เธอใจเย็นมากขึ้น มีสติและมีเหตุผลมากกว่าเดิม จะทำอะไรสักอย่างเธอคิดแล้วคิดอีกเพราะไม่อย่างให้กระทบกับเขา เด็กคนนี้เกิดมาเพื่อเปลี่ยนผู้หญิงที่ชื่อรักษิกาให้เป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม "อีกไม่นานเราจะได้เจอกันแล้วนะ ลูกรัก"หญิงสาว​ก้มหน้าลงไปคุยกับเจ้าตัวเล็ก สายลมพัดโชยเย็นสบายทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ความเงียบสงบแผ่ซ่านไปรอบตัวเธอ วันนี้เธอรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูกกับสิ่งที่ได้ทำลงไป มันเหมือนได้ปลดล๊อกความรู้สึกของตัวเองไปด้วย เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้เธอได้รู้ว่าการให้อภัย การปล่อยวาง มันทำได้ยากก็จริงแต่ถ้าได้ทำแล้วมันเป็นสิ่งที่ดีมากๆ เพราะมันทำให้เราสบายใจ เราต้องไม่ทำร้ายตัวเองเพียงเพราะความโกรธความเกลียด เพราะนั่นจะยิ่งทำให้เราเป็นทุกข์ หากคนคนนั้นเขาสำนึกผิดและปรับปรุงตัวแล้ว เราก็ควรให้โอกาสเขา ภูริศเดินมานั่งลงข้างๆ เว้นระยะห่างเล็กน้อยอย่างให้เกียรติ “ฟรึ่บ ผ้าห่มผืนบางถูกวางบนไหล่บาง “อย่านั่

  • รักนี้ที่เธอไม่ปรารถนา   ให้อภัย

    เช้าวันต่อมาเอิงเอยเดินทางมาที่วัดโดยไม่บอกใคร เธอแค่อยากมาเจอและมาพูดคุยกับใครบางคนเงียบๆ ตามลำพัง ตอนนี้เธอตัดสินใจทิ้งความโกรธ ความเกลียด ความแค้นไว้ข้างหลังเพราะอยากก้าวไปข้างหน้า หญิงสาวท้องแก่สูดลมหายใจลึกๆ รู้สึกได้ถึงความสงบอย่างประหลาดใจ เมื่อมองไปที่ต้นโพธิ์ใหญ่กลางลานวัด และเห็นร่างที่คุ้นเคยกำลังกวาดลานวัดอยู่ "คุณหญิง…" เอิงเอยเอ่ยเสียงเบา คุณหญิงอัมพรชะงักชั่วขณะก่อนจะหันมามองด้วยสีหน้าตกใจเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นว่าเป็นใครก็ส่งยิ้มให้ อันที่จริงท่านไม่คิดว่าวันนี้ต้องมาเจอคนรู้จัก "รักษิกา…" คุณหญิงเรียกชื่อด้วยความรู้สึกอบอุ่น เอิงเอยยกมือไหว้ และนั่งลงข้างๆ โดยไม่พูดอะไรสักคำ ยิ้มให้กันเพียงเล็กน้อย "ท้องแก่ขนาดนี้แล้ว ทำไมถึงไปไหนมาไหนล่ะ มันอันตรายนะ" คุณหญิงอัมพรพูดออกมาด้วยความห่วงใย จนหญิงสาวสัมผัสได้ "เพราะหนูมีเรื่องอยากมาคุยกับคุณหญิงค่ะ" เอิงเอยตอบเสียงอ่อน ทั้งคู่ต่างก็เงียบอยู่นาน ก่อนที่เอิงเอยจะพูดขึ้นด้วยเสียงนุ่มนวล "หนูเคยโกรธคุณหญิงมาก… ที่ทำเหมือนหนูไม่มีตัวตนในชีวิตลูกชายคุณเลย และโกรธมากขึ้นเมื่อได้ยินสิ่งที่คุณหญิงจะทำกับลูกในท้อง แต่ตอนนี้

  • รักนี้ที่เธอไม่ปรารถนา   สัญญาณที่ดี

    เช้าวันเสาร์ แสงแดดอุ่นละมุนลอดผ่านผ้าม่านผืนบาง เข้ามาเติมสีทองให้กับบ้านหลังเล็กที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของความอบอุ่น คุณพ่อของเอิงเอยนั่งประจันหน้ากับคุณบดินทร์บนโต๊ะหมากรุก เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังเป็นระยะ ในครัว ภูริศก็กำลังตักข้าวต้มร้อน ๆ ใส่ชาม โดยมีป้านวลคอยเป็นลูกมือ ดวงตาคมเต็มไปด้วยความตั้งใจ ทว่าแทนที่จะนำขึ้นไปให้หญิงสาวตามปกติ เขากลับหยุดฝีเท้าลงหน้าห้องรับแขก หันมองไปยังคุณพ่อของเอิงเอยและพ่อของตัวเองที่นั่งเล่นหมากรุกด้วยกัน เขาตัดสินใจเดินเข้าไปหาท่าน พร้อมพานที่อยู่ในมือ และคุกเข่าลงตรงหน้า ด้วยดวงตาสั่นไหวแต่แน่วแน่ "คุณพ่อครับ..." น้ำเสียงของชายหนุ่มสั่นเล็กน้อย "ผมอยากขอโทษ... สำหรับทุกสิ่งที่เคยทำให้เอยต้องเสียใจ ผมไม่มีข้อแก้ตัวใด ๆ ทั้งสิ้น มีแต่ความเสียใจ และความตั้งใจที่จะแก้ไขทุกอย่าง ผมรู้... อาจจะดูหน้าด้านที่ยังกล้ามาขอโอกาสอีก แต่วันนี้... ผมพูดได้เต็มปากว่าผมรักเอยจริง ๆ และพร้อมจะดูแลเธอกับลูกให้ดีที่สุด จะไม่ทำให้เธอเสียใจอีก" สิ้นคำพูด ชายหนุ่มก้มกราบแทบเท้าชายชราด้วยความเคารพ เป็นครั้งแรกที่เขาเลือกจะแสดงออกอย่างชัดเจนที่สุดถึงความสำนึกผิด คุณพ่อของ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status