Mag-log in“ญาติคนไข้ค่ะ.... ตอนนี้หมดเวลาเยี่ยมแล้วนะคะ”
“เออ... ขอโทษด้วยค่ะ พอดีเอยไม่ได้ดูเวลา” เอิงเอยโค้งศีรษะเล็กน้อย เพื่อเป็นการขอโทษเจ้าหน้าที่ เธอผิดเองที่ไม่ได้ดูเวลา ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองร้องไห้ไปนานแค่ไหน รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เจ้าหน้าที่เดินมาบอกว่าหมดเวลาเยี่ยมแล้ว หญิงสาวหันกลับไปมองผู้เป็นพ่อที่นอนอยู่บนเตียงและพูดกับท่านด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เอยกลับก่อนนะคะคุณพ่อ วันพรุ่งนี้เอยจะมาเยี่ยมใหม่ ฟอด!! เอยรอคุณพ่ออยู่นะ ฮึกๆ รักคุณพ่อนะคะ” เมื่อลาคนเป็นพ่อเสร็จ หญิงสาวจึงหันมาส่งยิ้มให้กับเจ้าหน้าที่ ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินออกไปจากห้อง คนตัวเล็กเดินออกมาด้วยอาการเหม่อลอย เธอไม่รู้ว่าต้องทำยังไงกับชีวิตต่อจากนี้ การไม่มีคุณพ่อยืนเคียงข้างเหมือนชีวิตของเธอมืดมนซะเหลือเกิน หวังจะพึ่งหรือปรึกษาคนเป็นสามีก็เลิกคิดไปได้เลย เพราะเขาไม่แม้แต่จะสนใจปัญหาของเธอ ขนาดอาการป่วยของคุณพ่อเขายังไม่คิดจะถามหรือสนใจเลย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ทำให้เธอคิดได้ว่าไม่ควรเอาตัวเองมาจมอยู่กับคนเลวๆแบบเขา และเธอก็ไม่ชอบให้ใครมาดูถูกตัวเองกับพ่อเช่นกัน เธอตัดสินใจแล้วว่าจะไม่พยายามและไม่อดทนกับความสัมพันธ์แย่ๆแบบนี้อีก เพราะมันจะทำให้เธอเสียเวลาชีวิต เธอจะคืนอิสระให้เขาและต่างคนต่างอยู่ หลังจากนั้นเขาอยากจะทำอะไรอยากจะไปรักกับใครก็แล้วแต่เขาเลย เธอพอแล้วจริงๆกับความสัมพันธ์ที่มีแต่เธอฝ่ายเดียวที่พยายามเพราะมันเหนื่อยจริงๆ เหนื่อย... เพราะไม่ว่าจะทำอะไรจะพยายามแค่ไหนเขาก็ไม่เคยเห็นค่า หญิงสาวที่ตอนนี้ไม่รู้จะไปไหนเพราะเธอเองยังไม่มีที่ไปจึงตัดสินใจกลับบ้าน บ้านที่เป็นเรือนหอของเรา ถึงไม่อยากกลับแค่ไหนแต่เธอก็ไม่มีที่ไปอยู่ดี ในเวลานี้เธอคงต้องอดทนไปก่อน จนกว่าจะหาบ้านใหม่ได้ เธออยากได้บ้านหลังเล็กๆมีพื้นที่หน้าบ้านให้ได้ปลุกต้นไม้ดอกไม้ บ้านที่เป็นของเธอเองและมีคุณพ่ออยู่ด้วยกัน... ถ้าเป็นไปได้เธออยากถอยออกมาจากเขาให้เร็วที่สุด เพราะถึงอยู่ไปมันก็ไม่มีประโยชน์อะไร มีแต่จะทำให้ตัวเองเจ็บเปล่าๆ ต่อให้พยายามยังไง ใช่ว่าเขาจะหันมารักเธอ เพราะฉะนั้นอย่าอยู่เป็นตัวตลกของเขาเลยเธอมีศักดิ์ศรีของตัวเอง อย่าไปทนอยู่กับคนที่กล้าทำร้ายร่างกายของเราเลย เพียงแค่การจากไปของเธอแน่นอนว่ามันมีราคาที่เขาต้องจ่าย เป็นค่าปลอบใจและค่าเสียเวลา เมื่อจัดการกับความคิดของตัวเองได้แล้วว่าพรุ่งนี้เธอจะออกมาหาบ้าน บ้านที่จะเป็นเซฟโซนและเป็นพื้นที่ปลอดภัยของเธอกับพ่อ จากนั้นหญิงสาวจึงขับรถกลับบ้านทันที “คุณเอยกลับมาแล้วเหรอคะ มาค่ะมานั่งดื่มน้ำส้มเย็นๆก่อนป้าเตรียมไว้ให้แล้ว” ป้านวลคือแม่บ้านวัยสี่สิบเจ็ดปีเธอเป็นสาวโสดไม่มีสามีไม่มีลูกและอยู่กับเธอตั้งแต่ที่ย้ายเข้ามาบ้านหลังนี้ รักษิกาเคารพท่านเหมือนผู้หลักผู้ใหญ่คนหนึ่ง เพราะป้านวลเป็นคนน่ารักจิตใจดี โชคดีที่เธอมีป้านวลที่คอยช่วยเหลือในหลายๆเรื่องและยังเป็นเพื่อนคลายเหงาให้เธออีกด้วย “คุณเอยทำไมตาบวมแบบนี้ค่ะ ไปเยี่ยมคุณพ่อมาใช่ไหม” “ค่ะ ป้านวล” "โธ่คุณเอยของป้า....”ป้านวลได้แต่สงสารหญิงสาวผู้เป็นเจ้านาย ทุกครั้งหลังจากที่กลับมาเยี่ยมคนเป็นพ่อหญิงสาวจะตาแดงตาบวมกลับมาทุกรอบ ไม่รู้ว่าคนเป็นสามีจะรู้บ้างหรือเปล่า เพราะทุกวันนี้เห็นจะมีแต่คุณเอยที่คอยเอาใจ ส่วนอีกฝ่ายเมินเก่งซะเหลือเกินเฮ้อ....คิดแล้วก็สงสารคุณเอย “เอยไม่เป็นไรแล้วค่ะ” “อดทนนะคะ ป้าเชื่อว่าคุณพ่อของคุณเอยต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน ว่าแต่วันนี้จะให้ป้าเตรียมวัตถุดิบอะไรไหม คุณเอยจะทำเมนูอะไรให้คุณภูกินดีค่ะ” ป้านวลเอ่ยถามหญิงสาวที่เป็นเจ้านาย เพราะถ้ามีของที่คุณเอยต้องการเธอจะได้ออกไปซื้อ ที่ถามแบบนี้เพราะทุกๆวันคุณเอยจะขอให้เธอช่วยสอนทำอาหาร เพราะอยากเอาใจสามี “ไม่ต้องแล้วค่ะป้านวล วันนี้เอยเหนื่อยมากๆเลย ขี้เกียจเอาใจใครแล้วด้วย เฮ้อ....ทำไปใช่ว่าเขาจะเห็นค่าและต่อไปนี้เอยจะไม่ทำอะไรให้เขาอีกแล้วนะคะ ทำไปเขาก็ไม่กินอยู่ดี...นับจากนี้เอยจะไม่พยายามอีกแล้ว พยายามกับคนที่ไม่เห็นค่ามีแต่เหนื่อยกับเหนื่อย วันนี้เอยพอแล้วจริงๆ” ทันทีที่พูดจบป้านวลเข้าใจสถานการณ์ได้ทันทีว่าตอนนี้คุณเอยน่าจะหมดความอดทนแล้ว เพราะปกติคุณเอยไม่เคยเป็นแบบนี้ ก็นะที่ผ่านมาเธอพยายามทำทุกอย่างในฐานะภรรยาอย่างสุดความสามรถแล้ว มีแต่คุณภูที่ตาบอดมองไม่เห็นสิ่งที่ภรรยาทำ “ป้าเข้าใจแล้วคะ” “ป้านวลช่วยทำข้าวต้มให้เอยหน่อยได้ไหมคะ ขอยาพาราสักเม็ดหนึ่งด้วย เอยรู้สึกสึกไม่ค่อยสบาย เสร็จแล้ววานป้าเอาขึ้นไปให้บนห้องหน่อยได้ไหมคะ เอยรบกวนด้วย” “ได้ค่ะคุณเอย” เมื่อขึ้นมาบนห้องหญิงสาวรีบเปลี่ยนชุดและอาบน้ำทันทีเพื่อจะได้พักผ่อน ตอนนี้เธอรู้สึกหนักหัวไปหมดเลย พอมายืนมองตัวเองหน้ากระจกก็เห็นรอยนิ้วมือที่อยู่บนแก้มใสของตัวเอง ยิ่งตอกย้ำให้เธอรู้สึกเจ็บและรู้สึกไร้ค่ามากกว่าเดิม มือเรียวยกขึ้นมาลูบแก้มเบาๆพลันน้ำตาแห่งความเสียใจก็ไหลออกมาพร้อมกับความรู้สึกสมเพชตัวเอง....นี่เหรอคือผลตอบแทนของความรักที่เธอทุ่มเทมาทั้งหมด รักษิกาคนนี้มันไม่มีค่าขนาดนั้นเชียวเหรอ @Part ภูริศ หลังจากที่ออกมาจากบริษัทเขาก็พาหญิงสาวข้างกายมาร้านอาหารที่เธอโปรดปราณ เขาหวังเอาใจและปลอบใจเธอจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางด้านของหญิงสาวเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มตั้งใจพาตัวเองมายังร้านอาหารที่ชื่นชอบก็ยิ้มด้วยความชอบใจ เธอคิดไม่ผิดจริงๆยังไงแล้วภูก็ต้องเลือกอกเธอและเชื่อเธอมากกว่าภรรยาที่เขาไม่ต้องการอย่างยัยนั่น บอกตรงๆตอนที่เห็นมันโดนตบเธอโคตรสะใจมาก ที่นี้มันจะได้รู้สักทีว่าใครคือคนสำคัญสำหรับภู “ภู ภูคะ.... ภู!! แต่แล้วเธอก็ต้องมาอารมณ์เสียกับท่าทางของเขาที่เอาแต่นั่งเหม่อ ใจเย็นๆเดียร์เธอต้องใจเย็นๆ อย่าแสดงนิสัยไม่ดีให้เขาเห็นสิ หญิงสาวได้แต่คิดในใจและอดกลั้นไว้ เธอไม่มีวันให้ภูได้เห็นอีกด้านของตัวเองเด็ดขาด เขาต้องรักเธอและหลงเธอแบบนี้ตลอดไป “ครับ... ว่าไงเดียร์” "เดียร์เรียกตั้งหลายครั้งภูก็เอาแต่เงียบเอาแต่นั่งเหม่อ น่าน้อยใจนะคะ" "ภูขอโทษนะครับคนดี....เรามาสั่งอาหารกันเถอะนะ" "ภูคิดอะไรอยู่เหรอคะ บอกเดียร์ได้ไหม หรือภูคิดมากเรื่องน้องเอย เอาจริงภูก็ไม่น่าทำแบบนั้นเลย เดียร์ไม่โอเคเลยนะคะ ที่เห็นภูใช้ความรุนแรงกับน้อง ถึงน้องจะดื้อภูก็ควรใจเย็นมากกว่านี้สิ เฮ้อ..ไม่รู้ว่าตอนนี้น้องจะเป็นยังไงบ้าง" ได้ทีหญิงก็แสดงบทบาทคนแสนดีทันที เพื่อทำคะแนนกับคนตรงหน้า ถ้าพูดกันตามจริงเธออยากสมน้ำหน้ายัยนั่นมากกว่า “ภูคิดเรื่องงานครับ ไม่ได้คิดเรื่องผู้หญิงร้ายกาจคนนั้นสักหน่อย ผู้หญิงแบบนั้นไม่ได้มีความสำคัญมากพอที่ภูจะมานั่งคิดมากด้วยซ้ำ” ชายหนุ่มเลือกที่จะโกหกคนตรงหน้าเพื่อความสบายใจ อันที่จริงเขาเริ่มรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำกับเอิงเอยพอสมควร เพราะวันนี้เขาใช้ทั้งกำลังและความรุนแรงกับเธอไป “ทำไมภูใจร้ายจัง น้องเป็นภรรยาของภุนะ แต่ภู....สัญญากับเดียร์ได้ไหมว่าจะไม่ใช้ความรุ่นแรงแบบนั้นอีก เดียร์ว่ามันแรงไป สงสารน้องเขา” “หึ....ภรรยาเหรอ เธอไม่ใช่ภรรยาที่ภูต้องการเดียร์ก็รู้ และที่สำคัญเพราะเธอมายั่วโมโหภูเองและมาว่าเดียร์เสียๆหายๆภูทนไม่ได้หรอกนะ โดนแค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ” “เรื่องเล็กน้อยน้าภู เดียร์ทนได้ ถือว่าเดียร์ขอได้ไหม เดียร์ไม่อยากให้ใครมองภูไม่ดี นะคะ” “ก็ได้ครับ... เดียร์ก็แสนดีตลอด เพราะแบบนี้ไงภูถึงไปไหนไม่รอด” “ภู!!.... พูดอะไรก็ไม่รู้” “ชอบจังเลยเวลาเดียร์เขิน รู้ไหมว่ามันน่ารักมาก อย่าไปเขินกับใครแบบนี้นะ....ภูหวง”หลังจากที่ชายหนุ่มรู้ว่าผู้หญิงที่ตัวเองรักไม่สบาย จิตใจของเขาก็ร้อนรนขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง ไม่รู้ว่าตอนนี้เธอจะเป็นยังไงบ้าง เวลาเธอป่วยมักจะป่วยหนักอยู่เสมอ นี่แหละที่ทำให้เขากังวล ภูริศเลือกที่จะปล่อยมือภรรยาสาวอย่างไม่ลังเล ทั้งที่ก่อนหน้านี้เป็นเขาเองที่จับมือเธอไว้อย่างแน่นและไม่ยอมปล่อย แถมตอนนี้เขายังหันหลังให้เธอโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองกันเลย ไม่มีคำพูดบอกกล่าวกันสักคำ เขาแทบจะวิ่งพุ่งไปที่รถของตัวเองและขับออกไปด้วยความเร็ว ความเร่งรีบและความใจร้อนของเขาทำให้เธอเข้าใจทุกอย่างเป็นอย่างดี ต้องเป็นคนสำคัญจริงๆเท่านั้นแหละถึงทำให้คุณภูริศเป็นได้ขนาดนี้และคนคนนั้นไม่ใช่เธอแต่กลับเป็นผู้หญิงอีกคน หญิงสาวได้แต่มองท้ายรถที่ขับออกไปทั้งน้ำตา เขาตั้งใจทิ้งภรรยาอย่างเธอให้ยืนอยู่ตรงนี้ใช่ไหม เพื่อให้มองสามีตัวเองขับรถออกไปหาผู้หญิงคนอื่น เจ็บดีนะ... ความรู้สึกเฮงซวยแบบนี้ เมื่อวันก่อนเขาก็เลือกผู้หญิงคนนั้น มาวันนี้เขาก็ยังเลือกผู้หญิงคนนั้นอีกเช่นกัน และในอนาคตคงไม่ต้องถามว่าเขาจะเลือกใครทุกอย่างมันชัดเจนแล้ว เธอไม่ควรคาดหวังอะ
@เช้าวันต่อมา เช้าที่สดใสสำหรับใครหลายๆคนเช่นเดียวกับชายหนุ่มที่ชื่อภูริศ.... เขาลืมตาขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม เพราะเมื่อคืนเป็นอีกคืนที่เขาหลับสบายมาก แถมข้างกายก็มีร่างนุ่มนิ่มที่นอนไม่รู้สึกตัวอยู่ข้างๆ ไม่รู้ว่าตั้งแต่ตอนไหนที่เธอมานอนกอดเขาแบบนี้ เพราะเท่าที่จำได้เมื่อคืนเป็นเขามากกว่าที่กอดเธอ ชายหนุ่มก้มมองคนข้างกายที่เวลานี้ช่างดูน่ารักซะเหลือเกิน เมื่อคืนเธอยังบอกอยู่เลยว่ารังเกียจเขาไม่อยากอยู่ใกล้เขา พอตกเช้ามาเท่านั้นแหละกลับมานอนกอดเขาอย่างสบายใจ “อื้อ~~อื้อ~~” “ยัยขี้เซา” เมื่อเห็นเธอเริ่มขยับตัว ร่างสูงจึงแสร้งหลับตาเพื่อให้หญิงสาวคิดไปว่าเขายังไม่ตื่น เขาอยากรู้ว่าเธอจะทำยังไง ถ้าตื่นมาเห็นตัวเองในสภาพนี้ “เชี่ย!! อะไรกันเนี้ยะ ทำไมฉันมานอนกอดไอ้หมอนี่ได้ อย่าบอกนะว่าเรากอดเขาทั้งคืน บ้าไปแล้วเอิงเอย เธอทำอะไรลงไปเนี้ยะ โอ๊ย~~” รักษิกาตบหัวตัวเองเบาเพื่อระบายอารมณ์กับสิ่งที่เกิดขึ้น ยอมรับว่าตกใจมากตอนที่เห็นตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของเขา และตัวเธอก็กอดเขาไว้เช่นกัน “ไม่ได้การล่ะ ฉันต้องรีบลุกขึ้นไปแต่งตัว
“ก๊อกๆๆๆ รักษิกา เปิดประตูเดี๋ยวนี้ รักษิกา!!” หลังจากที่โดนหญิงสาวเมิน ชายหนุ่มที่ไม่เคยโดนแบบนี้ถึงกับกระวนกระวานอยู่ไม่เป็นสุขเลยทีเดียว เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าเป็นอะไรนักหนา รู้เพียงแค่ว่า ไม่ชอบ เขาไม่ชอบที่โดนเธอเมิน สุดท้ายชายหนุ่มจึงพาตัวเองมายืนหน้าห้องหญิงสาวอย่างห้ามไม่ได้ เพราะเขาต้องคุยกับเธอให้รู้เรื่อง ไม่อย่างนั้นคืนนี้เขานอนไม่หลับแน่ แต่ไม่ว่าเขาจะเคาะประตูเท่าไรก็ไม่มีทีท่าว่าหล่อนจะเปิดออกมา เขามั่นใจว่าเธอยังไม่นอน ก็เห็นอยู่ว่าไฟในห้องยังสว่าง เธอจงใจไม่เปิดมากกว่า “รักษิกาถ้าเธอไม่เปิดประตู ฉันจะพังมันเข้าไป เธอก็รู้ว่าคนอย่างฉันทำได้และทำจริง เอาสิคืนนี้ถ้าอยากนอนแบบไม่มีประตูห้องก็เอา” ทางด้านเอิงเอยเธอได้ยินเขาเคาะประตูมาสักพักแล้ว แต่ไม่คิดจะเปิดมากกว่า ขยันเคาะก็เคาะไปสิทำไมเธอต้องสนใจด้วย แต่เพราะคำพูดที่ว่าเขาจะพังประตูเข้ามาทำให้เธอจำใจต้องเดินไปเปิดอย่างห้ามไม่ได้ คนบ้าประเภทนี้มันทำจริงและเธอก็ไม่อยากเสี่ยง ไม่รู้มีเรื่องอะไรนักหนา น่ารำคาญ “เอี๊ยด!!” เมื่อปร
"เอยตกลงจะซื้อบ้านหลังนี้ค่ะ" เสียงหวานตอบเจ้าของบ้านด้วยความหนักแน่น หลังจากที่ได้เข้ามาดูบ้านรักษิกาตัดสินใจได้ทันที่ว่าจะซื้อ เพราะเธอชอบทุกอย่างที่เป็นบ้านหลังนี้ ต้องยอมรับว่าเจ้าของที่อยู่ปัจจุบันดูแลบ้านและรอบๆบ้านได้ดีมากๆ เพราะในบ้านทั้งสะอาด ข้าวของทุกอย่างวางได้เป็นระเบียบ ส่วนหน้าบ้านและรอบๆมีต้นไม้ดอกไม้ที่สวยงามบ่งบอกได้ว่าเจ้าของดูแลดีแค่ไหน ฉะนั้นไม่มีเหตุผลที่เธอจะปล่อยบ้านที่ดีแบบนี้ให้หลุดมือเด็ดขาด"จริงเหรอคะคุณเอย" เจ้าของบ้านแทบจะไม่เชื่อหูตัวเอง ว่าหญิงสาวหน้าตาสะสวยคนนี้จะตัดสินใจได้เร็วเพียงนี้ และตัวเธอเองก็ไม่คิดว่าจะขายบ้านได้เร็วขนาดนี้ด้วย ยอมรับว่าเสียดายมากเพราะบ้านหลังนี้ดีมากๆ แต่ด้วยภาระหน้าที่เธอจำเป็นต้องขายมันให้คนที่พร้อมจะดูแลต่อไป เอาจริงการขายบ้านมันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะบางทีการจะเลือกขายให้ใครเราตัวเธอเองและสามีก็ดูเหมือนกันว่าคนคนนั้นดีพอสำหรับบ้านเราไหม คุณเคยได้ยินเรื่อง“คนเลือกบ้าน และบ้านก็เลือกคนไหม” มันเป็นเรื่องจริงนะและเธอเชื่อว่าคุณเอยนี่แหละเหมาะสมที่สุดแล้วที่จะมาเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ต่อจากเธอและครอบค
เวลาเช้าๆแบบนี้รักษิกาเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะพาตัวเองไปไหนรู้เพียงแค่ว่าเธอไม่อยากอยู่ที่บ้านหลังนั้น ไม่อยากเจอหน้าผู้ชายคนนั้น จึงเลือกที่จะออกมาข้างนอกและตัดสินใจมาที่โรงพยาบาลเพื่อมาหาคนเป็นพ่อ ถึงแม้จะยังไม่ถึงเวลาเยี่ยมเพราะยังเช้าอยู่ก็ตาม แต่เธอเต็มใจที่จะนั่งรอตรงนี้เพราะอยากมาเห็นหน้าท่าน อยากมาขอกำลังใจจากท่าน และขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีของเธอด้วยเถอะ ขอให้เธอได้เจอแต่เรื่องดีดี เมื่อได้เวลาเข้าเยี่ยมหญิงสาวก็ทำเหมือนเดิมคือเข้าไปหอมแก้มท่านชวนท่านคุยเรื่องต่างๆและบอกแพลนที่เธอจะทำในวันนี้ ถึงรู้ว่าท่านไม่สามารถตอบหรือแนะนำอะไรได้ แต่เธอก็อยากบอกให้ท่านได้รับรู้เพราะเชื่อเสมอว่าคุณพ่อท่านได้ยินและสัมผัสในสิ่งที่เธอพูดได้ หลังจากที่หมดเวลาเยี่ยมหญิงสาวตัดสินใจทักไปหาพี่ดาผู้หญิงที่เปรียบเสมือนพี่สาวคนหนึ่งของเธอ เพราะเธออยากขอคำปรึกษาเรื่องซื้อบ้าน เอาจริงเธอก็ไม่รู้จะไปปรึกษาใครแล้วเหมือนกันนอกจากพี่ดาคนเดียว เธอไม่อยากรบกวนคุณลุงบดินทร์เพราะเกรงใจไม่อยากให้ท่านคิดมาก แค่นี้ท่านก็ลำบากเพราะเธอกับคุณพ่อมามากพอแล้ว และเหมือนเธอจ
ปัง!! เสียงประตูปิดลงอย่างแรงบ่งบอกถึงอารมณ์ของคนปิดได้เป็นอย่างดี ว่าเขากำลังไม่พอใจ แต่หญิงสาวในห้องกลับมองนิ่งๆราวกับไม่รู้สึกอะไร เพราะเธอเองไม่รู้ว่าควรรู้สึกยังไงกับการกระทำของเขา เธอแทบไม่อยากจะเชื่อว่าคนอย่างเขาจะเป็นห่วงเธอด้วย มันเป็นไปได้ยากมากเลยนะ สำหรับคนที่บอกว่าเกลียดกันแทบจะทุกวัน จู่ๆก็มาทำเหมือนเป็นห่วงเป็นใยกัน หรือเขาจะรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำกับเธอก่อนหน้านี้ แต่ก็ช่างเขาเถอะ จะเพราะอะไรก็ตามแต่ ยังไงความจริงก็คือความจริงว่าเรื่องระหว่างเรามันจบแล้ว เผลอๆมันอาจจะไม่มีเรื่องของเราตั้งแต่แรกเลยก็ได้ เป็นเธอเองที่คอยยื้อความสัมพันธ์นี้ไว้ เป็นเธอเองที่คิดว่าเวลาจะเปลี่ยนใจเขาได้ เธอคิดไปเองทั้งนั้น สุดท้ายก็เป็นเธอที่ต้องเจ็บอยู่ฝ่ายเดียว แล้วแบบนี้เธอจะพยายามไปเพื่ออะไรอีก เจ็บพอแล้วนะรักษิกา ต่อไปนี้เธอต้องหันกลับมารักตัวเองให้มากกว่าเดิม อย่าเสียเวลากับสิ่งที่ไม่ใช่ของตัวเองอีกเลย หลังจากเก็บเสื้อผ้าเสร็จชายหนุ่มก็รีบกลับมาที่ห้องของตัวเองด้วยอารมณ์หงุดหงิดแถมยังเจ็บใจที่โดนเธอไล่ออกมาอย่างกับหมูกับหมา ทั้งๆที่บ้านหลังนี้เป็นของเขาแท้ๆ โ
“เอาว่ะ!! ถือว่าช่วยละกัน” ภูริศถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกจนหมดเหลือเพียงกางเกงบ๊อกเซอร์ตัวเดียวที่ติดตัวไว้เพื่อปกปิดของสงวนของตัวเอง จากนั้นชายหนุ่มก็ล้มตัวลงไปนอนบนเตียงข้างๆหญิงสาว และถือวิสาสะสอดตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนเดียวกันกับเธอ ทางด้านของหญิงสาวเหมือนเจ้าตัวจะสัมผัสได้ว่ามีคนมา
มือหนาที่กำลังจะเปิดประตูห้องนอนของตัวเองชะงักลงทันที เพราะชายหนุ่มตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางและก้าวไปข้างหน้า จุดหมายคือห้องของภรรยาสาว เอาจริงๆเขาไม่เคยเหยียบเข้ามาในห้องของเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว นับตั้งแต่ที่เราแต่งงานกันเพราะไม่อยากเข้าไปวุ่นวายในพื้นที่ส่วนตัวของใคร ขนาดตัวเขาเองยั
“พี่ไวน์!!” “ใช่พี่เอง.... ทำไม คิดว่าใคร!! ” ชายหนุ่มถามออกไปด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ เขายังโมโหเรื่องที่เธอหอมแก้มผู้ชายคนนั้นไม่หาย ทางด้านหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมกอดของร่างสูงเธอไม่ได้โง่จนดูไม่ออกว่าชายหนุ่มกำลังไม่พอใจกับการกระทำของตัวเอง แต่เธอก็มั่นใจว่ายังไงก็เอาเขาอยู่ เพราะถ้าเ
คุณคิดว่าคนหนึ่งคนจะมีความอดทนได้มากแค่ไหนกัน อดทนกับความรักที่ไม่ประสบความสำเร็จ อดทนกับความพยายามที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่เคยดูดีหรือมีค่าในสายตาของเขาเลย อดทนกับความเย็นชาและความใจร้ายของคนที่ได้ชื่อว่าสามีของตัวเอง และใช่ค่ะผู้หญิงที่ชื่อเอิงเอยคนนี้อดทนมาตลอด แล้วเป็นยังไงล่ะ..... สิ