FAZER LOGINแทนเด็กมหาวิทยาลัยปี 3 ได้มาพบร้าน The Break ที่แสนมีเสน่ห์ของมีนา หญิงสาวผู้มีประวัติที่หนีจากโลกไอทีมา ถ้าหากร้านนี้มีแค่กาแฟรสเลิศก็คงไม่น่าสนใจเท่ากับแอป LatteCode ของร้าน ที่ไม่เพียงแต่จะมีเมนูออนไลน์ให้เลือก แต่มันยังส่งข้อความได้ตรงใจ ตรงกับความรู้สึกของเราจนเหมือนล่วงรู้ความคิดที่ซ่อนอยู่ภายใน
Ver mais"I'm not marrying Ethan Kingsley."
Olivia Bennett's voice was calm.
Too calm.
The words settled over the bridal suite like fresh snow, quiet and impossible, until every sound disappeared.
The hairstylist froze with a curling iron in her hand.
The makeup artist stopped blending foundation.
Even the photographer lowered his camera.
Emma looked up so quickly that the stack of handwritten place cards slipped from her lap and scattered across the floor.
"What?"
Olivia didn't repeat herself.
She simply reached up, unclasped the diamond engagement ring from her finger, and placed it on the white marble vanity.
The soft click echoed through the room.
"I'm leaving."
For one long second, nobody moved.
Then the hairstylist laughed nervously.
"Oh, that's a good one."
Nobody joined her.
Emma pushed herself to her feet.
"Liv..."
Olivia turned to face her younger sister.
There wasn't a trace of panic in her expression.
No tears.
No trembling hands.
Just certainty, the kind that made everything around it look frantic by comparison.
"I can't marry him."
Emma searched her face, waiting for the smile that always came after one of Olivia's dramatic jokes.
It never came.
Outside the suite, applause drifted faintly through the hallway as another limousine pulled up beneath the hotel's grand entrance.
Guests were arriving.
Five hundred of them.
New York's business elite. Politicians. Actors. Models.
The press had been broadcasting live from the hotel since sunrise.
By noon, Olivia Bennett was supposed to become Mrs. Ethan Kingsley.
Instead, she picked up a small cream-colored suitcase standing beside the wardrobe.
Emma's stomach dropped.
"Why is that packed?"
Olivia didn't answer.
"Liv."
"I'm sorry."
The apology landed harder than the announcement.
Emma felt the blood drain from her face.
"You planned this."
Silence.
"You planned to leave."
"I didn't know if I'd have the courage."
"So you've been lying to everyone."
"I was lying to myself first."
Emma couldn't believe what she was hearing.
"You've spent eleven months planning this wedding."
"I know."
"You chose the dress."
"I know."
"You wrote your vows."
Olivia's throat worked. "I know."
"You love him."
At that, Olivia finally looked away.
"No."
The single word knocked the air from Emma's lungs.
"No?"
"I wanted to."
"You accepted his proposal."
"I thought love would come later."
Emma stared at her sister as though she'd become a stranger.
"You don't marry the most eligible billionaire in New York hoping you'll fall in love afterward."
Olivia gave a sad smile.
"A lot of people do."
Emma had no answer.
Because she knew Olivia wasn't entirely wrong.
For years, magazines had called Ethan Kingsley America's most eligible bachelor. Cold. Brilliant. Private. Worth billions.
Every woman wanted him.
Except, apparently, the woman he'd chosen.
A knock sounded at the door. Three brisk taps.
"Miss Bennett?" the wedding coordinator called. "The florist needs to know if the white orchids should be moved into the ballroom now."
Emma looked toward the door.
Then back at Olivia.
"Answer her."
"I can't."
Emma crossed the room and caught her sister's wrist, as if she could hold her there by force of grip alone.
"You have to."
Olivia looked down at Emma's hand on her arm, and something in her face broke, just for a second, before it closed again.
"I won't."
Another knock.
"Miss Bennett?"
Olivia gripped the suitcase handle tighter.
"Please."
Emma lowered her voice.
"Don't do this."
"I have to."
"Tell me why."
"I can't."
"Is there someone else?"
Olivia hesitated. Just for a fraction of a second.
It was enough.
Emma's stomach twisted.
"There is."
Olivia closed her eyes.
"I'm sorry."
The room tilted.
Emma suddenly understood.
This wasn't cold feet.
This wasn't panic.
Her sister had already left the relationship long before she tried to leave the room.
The knock came again, louder this time.
"Miss Bennett?"
Olivia walked past Emma.
Emma caught her arm.
"You walk out that door, and you destroy this family."
Her voice cracked.
Olivia gently removed Emma's hand.
"I know."
Then she opened the door.
And walked out.
Emma stood frozen.
She told herself Olivia would come back. She had to. She couldn't really be leaving. Not today. Not now. Not with the entire city waiting downstairs.
Then she noticed something on the vanity.
A folded envelope.
Her father's name was written across the front.
Emma's heartbeat quickened.
With trembling fingers, she reached for it.
Before she could open it, the suite door burst open.
Her father stumbled inside, breathing hard.
His eyes swept across the room. The empty chair. The untouched wedding dress. The open doorway.
Then they landed on the suitcase that wasn't there anymore.
His face turned white.
Slowly, almost afraid of the answer, he looked at Emma.
"Where's your sister?"
“ครับ ผมกำลังจะกลับแล้วจริง ๆ ครับแม่”แทนที่เติบโตขึ้นจนไม่เหลือคราบของเด็กเนิร์ดคนเดิมพูดอย่างอ่อนโยนกับปลายสายขณะที่เก็บกระเป๋าของตัวเอง “ก็ตั้ง 5 ปีแล้วนะที่แกไม่ได้กลับมาน่ะแทน” “แม่ครับ ผมกลับไปฉลองปีใหม่กับที่บ้านทุกปีเถอะ ปีที่แล้วผมยังดื่มกับพ่อจนแม่ถ่ายภาพที่เลื้อยไปกับพื้นลงเฟซ ผมไม่ลืมนะครับ” “ก็ใครใช้ให้พ่อกับแกเมาขนาดนั้นล่ะ แล้วมันก็ไม่เหมือนกันนะ แกมาแป๊บเดียวก็ไม่เหมือนกลับมาหรอก”“ก็ได้ครับ ตอนนี้ผมก็กำลังกลับไปไงครับ คราวนี้ผมอยู่ยาวแน่เพราะผมกำลังจะย้ายไปคุมงานที่ไทย”ด้วยความที่แทนทำงานด้านวิศวกรฮาร์ดแวร์มากว่า 5 ปีก็ขึ้นซีเนียร์มากประสบการณ์ได้ ทำให้ทางสาขาใหญ่ตัดสินใจส่งเขากลับไปคุมบริษัทที่บ้านเกิดอย่างประเทศไทยหลังจากที่ชายหนุ่มส่งคำขอไปพักใหญ่ มันเป็นการเลื่อนตำแหน่งที่แทนพอใจมากที่สุดเพราะเขาเองก็คิดถึงครอบครัวมากเช่นกัน“จะกลับมาตรงเวลาไหม” พ่อถามแทรกขึ้นมาในสาย“ไม่แน่ใจครับ ถ้าเที่ยวบินไม่มีปัญหาก็ตรงเวลา”“งั้นพวกเราจะไปรอแกนะ”“ขอบคุณครับ และ...คราวนี้ผมคงไม่คิดจะไปทำงานต่างประเทศสักพักแล้วล่ะ”“ให้มันได้อย่างนั้นสิ แ
แทนทำการศึกษาและหาแนวทางในการใช้โค้ดนี้อย่างพิถีพิถันเพื่อไม่ให้ความคาดหวังของพี่มีนาที่มอบมันให้เขาต้องสูญเปล่า แถมเขายังยุ่งกับการฝึกงานที่ต้องใช้ความพยายามหนักมาก ไม่ว่าจะเรื่องภาษา ระบบการทำงาน สิทธิของพนักงานและรวมไปถึงการทำงานจริง ๆ ที่กินเวลาของเขาไปมากทำให้กว่าจะมีเวลาจริง ๆ ก็เป็นหลังจากที่ผ่านโปรไปแล้ว จากนั้นก็ต้องมาคิดว่าแอปนี้ควรจะปล่อยแค่ในไทยเท่านั้นหรือเปล่า? ตลอดเวลาที่เขาทำงานอยู่ที่นี่ก็พอจะมีเวลาเดินหาย่านของกิน ทำให้ทราบว่าแถวนี้มีร้านกาแฟเป็นหลักเป็นแหล่งเยอะกว่า ด้านรสชาติถึงจะแปลกลิ้นไปบ้างแต่คุณภาพก็ไม่ได้ด้อยไม่กว่าใครแต่...จุดกำเนิดมันอยู่ที่ไทยและข้อความก็เป็นภาษาไทย ไม่รู้ว่าบรรยากาศ การแสดงออกและการเลือกของคนต่างชาติจะเหมือนมากน้อยแค่ไหน ด้วยวัฒนธรรม ศาสนาและกฎหมายที่แตกต่างกัน การแสดงออกของผู้คนต่อบางสิ่งย่อมต่างกัน ทำให้เขาไม่แน่ใจว่าจะได้ผลแค่ไหนยังไม่นับรวมที่เขาต้องหาคลังคำศัพท์เพิ่มซึ่งไม่รู้ว่าจะกินใจเหมือนของภาษาไทย และพวกเขาจะเปิดใจหรือแค่มองผ่านว่ามันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการขายเท่านั้น เฮ้อ...ไม่ว่าจะคิดแบบไหนก็มีแต่อุปสรรคทั้งนั้น แ
“เฮ้ย! จะจบแล้วก็เงียบ ๆ หน่อยดิว่ะ ใครยังไม่จ่ายเงินเซค อย่าหวังว่าจะได้ไปบายเนียร์[1] นะมึง”เหรัญญิกของเซคพูดเสียงเข้ม ทำให้แทนเงยหน้าขึ้นมาจากแท็บเลตแล้วเริ่มรู้สึกตัวจริง ๆ ว่าเขากำลังจะเรียนจบแล้ว ปีหนึ่งผ่านไปเร็วมาก เขายังรู้สึกเหมือนว่าเพิ่งเจอร้านกาแฟเปิดใหม่ไม่นานมานี้นี่เอง เขายังรู้สึกเหมือนว่าเพิ่งจดทฤษฎีเกี่ยวกับลายลาเต้ และเขาเพิ่งได้มีโอกาสร่วมแก้โค้ดสำคัญและออกความเห็นเกี่ยวกับแอปที่เปลี่ยนวิธีการมองโลกของเขาไปตลอดกาล และแป๊บเดียวเขาก็กำลังจะเรียนจบแล้ว “แทน! ครูปวินเรียก”ขณะที่กำลังเหม่อลอย หัวหน้าเซคก็เข้ามาเรียก ทำให้ผมเดินไปที่ห้องพักอาจารย์ทันที ครูปวินคือที่ปรึกษาเล่มจบของผม ธีสิสไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเพราะครูชมมาตั้งแต่ต้นว่าเขาคิดหัวข้อได้ วางแผนการทำงานได้เยี่ยม และตอนที่พรีเซ้นต์จบอาจารย์ทุกคนก็ให้ผ่าน ดังนั้นที่ครูปวินเรียกเขาไปวันนี้คงไม่ใช่ปัญหาเรื่องธีสิสแน่นอน “สวัสดีครับครู มีอะไรหรือเปล่า”แทนถามแล้วไปนั่งที่เก้าอี้ในห้องอาจารย์ที่เตรียมไว้สำหรับแขกที่เข้ามา “ครูได้รับข้อเสนอที่ดีม
แทนคิดว่ากระแสตอบรับของ LatteCode เป็นไปได้ด้วยดีกว่าที่คาดเอาไว้เยอะ จนเริ่มมีร้านกาแฟขอติดต่อมาเอง ซึ่งชายหนุ่มก็จะเน้นย้ำว่านี้ยังเป็นแอปเบต้าเทสที่ยังไม่สมบูรณ์ อาจจะมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงในอนาคตได้เสมอ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ยอมรับและโอเคกับมันเพราะตอนนี้หลายคนกำลังมองหาอะไรแบบนี้ อะไรสักอย่างที่ช่วยเยียวยาจิตใจได้ในช่วงเวลาที่ทุกคนต่างก็ย่ำแย่กันทั้งนั้น ทว่าข้อความที่ได้รับการประมวลผลมาจากบรรยากาศ สีหน้าและการเลือกลวดลายบนฟองน้ำไม่ได้จะล่วงรู้ถึงอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนได้ทั้งหมดมันแค่ทำการเคาเดาตามข้อมูลที่มีอยู่ในระบบ มันไม่สามารถรู้ลึกไปถึงอดีตของใครได้ มันไม่สามารถปรับเปลี่ยนข้อความไปตามการแปรปรวนของอารมณ์ได้ มันไม่สามารถซ่อมแซมบาดแผลใจใน หรือว่าตอบโต้เพื่อคาดความเหงา ความเศร้าให้กับคนได้อย่างจริงจังสิ่งที่มันทำก็คือการส่งข้อความที่ประมวลผลแล้วว่ามีประโยชน์ประโยคหนึ่งมาให้เท่านั้น การที่ผู้ใช้จะได้รับการช่วยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับคนที่ได้รับว่าเปิดรับมากเพียงใด ทว่า...มันยังมีอีกหลายคนที่ข้อความเหล่านี้ช่วยไม่ได้ เพราะสิ่งพวกเขาเหล่านั้นต้องการจริง ๆ ไม่ใช่แค่ข้อความจ
หลังจากที่แทนกล้าที่จะแนะนำตัวกับมีนา เขาก็เริ่มที่จะได้พูดคุยกับเจ้าของร้านที่มีความสามารถด้านไอทีเหลือล้นคนนี้ในเรื่องต่าง ๆ แม้ว่าเธอจะยังไม่บอกตอบคำถามตรง ๆ ทั้งหมดกับเขาอย่างที่เขาต้องการก็ตาม แต่เธอก็ชี้แนะแนวทางอย่างใจดี ทำให้เขารู้ตื่นเต้นที่จะหาความรู้เพิ่มเติมยิ่งกว่าเดิมซะอีก
หลังจากแทนได้พักผ่อนและเรียนเพิ่มเติม ชายหนุ่มก็สังเกตได้ว่าแอป LatteCode ได้มีการอับเดตอย่างเงียบ ๆ จนแทบไม่เป็นที่สังเกตด้วยซ้ำ เรื่องแบบนี้เขาจะมั่นใจได้ก็ต้องใช้ข้อมูลจากคนจำนวนมากหน่อย ซึ่งก็ไม่มีช่องทางไหนจะดีไปกว่าแท็กร้านอีกล่ะ#TheBreak -รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้ร้านชงลาเต้เร็วขึ้นหรื
เมื่อพายุผ่านไป ฟ้าหลังฝนก็สดใสเหมือนจิตใจของมีนาที่ได้รับการเยียวยาจากแสงแดดและผู้คนที่ตบเท้าเข้ามาที่ร้านราวกับกำลังทดแทนช่วงเวลาที่มาไม่ได้ก่อนหน้านี้ การที่ได้กลับมาสู่การทำงานทำให้ภาพที่ไม่น่าจดจำในอดีตเลือนหายไป และสิ่งที่เจ้าของร้านสาวไม่รู้เลยก็คือไม่ใช่แค่เธอที่รอไม่ไหวที่จะเปิ
มีนาโชคดีมากที่ความชอบในการเขียนโค้ด เขียนโปรแกรมเงียบ ๆ เพียงลำพังของเธอได้ตรงต่อกระแสโลกที่กำลังพัฒนาพอดี และเธอได้เก่งในเรื่องที่ตัวเองต้องทำมาก แล้วพร้อมที่จะขวนขวายหาความรู้เพิ่มอย่างไม่เขินอาย เรียกได้ว่าเป็นคนที่เพิ่มที่จะเรียนรู้ได้ตลอดชีวิตแม้ว่าจะจบการศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยไปแล้วก็ตามเนื





