登入“ข้าว่าไม่ดีหรอก เราควรไปตามหานางตอนนี้ดีกว่า หรือไม่ก็ลองถามชาวบ้านพวกนั้นดู นางเพิ่งจะฟื้นไข้นะ ถ้าเกิดไปเป็นลมอยู่ในป่าจะทำยังไง”มะลิได้แต่มองตามร่างใหญ่ที่เดินไปหาชาวบ้านที่กำลังหาหอยเหล่านั้นทีละคน สักพักก็เดินหน้านิ่วกลับมา“มีคนหนึ่งบอกว่าเห็นนางเดินไปทางนั้น น่าจะเข้าไปหาของป่าอย่างที่เจ้าคิดไว้นั่นแหละ”“แล้วจะเอาอย่างไร”“ตามไปดูสิ เขาบอกว่านางไปนานแล้วนะ ตั้งแต่เขาเพิ่งมาถึงที่นี่คนเดียว แล้วตอนนี้คนอื่น ๆ หาหอยได้เต็มกระบุงแล้ว แต่นางยังไม่กลับมาแบบนี้ เจ้าไม่เป็นห่วงเพื่อนบ้างหรือ ถ้าเจ้าไม่ไปข้าไปคนเดียวก็ได้”“ไปก็ไปเจ้าค่ะ” มะลิเห็นความห่วงใยที่เขามีต่อเพื่อนก็ไม่ลังเล รีบเดินตามคนใจร้อนไปทันที“ป่าทึบขนาดนี้นางยังกล้าเข้ามา จิตใจนางทำด้วยดีหมีหรืออย่างไร” เขาเริ่มบ่นอย่างไม่พอใจเมื่อเข้าสู่เขตป่าได้ไม่นาน“นางต้องเลี้ยงปากเลี้ยงท้องนะเจ้าคะ ไม่ได้เกิดมามั่งมีเช่นท่าน” มะลิประชดใส่คนที่ขี้บ่นเกินเหตุ เพราะนางยังไม่รู้สึกว่าป่านี้รกทึบอย่างที่เขาว่าตรงไหนเลย“ทำเลี้ยงปากเลี้ยงท้องหรือเอาไปเลี้ยงคนอื่นหมด ข้ารู้นะว่านางเอาเงินไปทำอะไร”“ก็นางเป็นคนจิตใจดี นางกำพร้าพ่อแม
“ก็ตามที่ข้าน้อยบอก อาการของนางดีขึ้นมากแล้ว”“ข้าอยากไปดูให้เห็นกับตา พาข้าไปหานางได้ไหม”“ไม่ได้เจ้าค่ะ”“ทำไม”“มันไม่เหมาะสมนี่เจ้าคะ และข้าน้อยก็ไม่อยากมีปัญหากับจำปีด้วย”“ก็บอกนางไปว่าข้าตามไปเอาน้ำผึ้งก็ได้ และห้ามเจ้าบอกความรู้สึกของข้าให้นางรู้เด็ดขาด เพราะข้าจะบอกกับนางเอง”“ข้าพาท่านไปด้วยไม่ได้จริง ๆ แต่ถ้าท่านอ๋องน้อยจะแอบตามไปข้าก็จนปัญญา เพราะข้าไม่รู้ไม่เห็น”ใบหน้าถมึงทึงค่อยยิ้มได้เมื่อได้ยินดังนั้น “ขอบใจ”“ห้ามพลั้งปากบอกจำปีเด็ดขาดนะเจ้าคะ ไม่อย่างนั้นนางคงโกรธข้ามาก”“ข้าไม่พลาดหรอก เจ้านั่นแหละที่ควรระวังปากเอาไว้ พูดเก่งเหลือเกิน” พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินจากไป “ข้าไปก่อนนะ”“แล้วไม่ไปด้วยกันหรือเจ้าคะ”“เจ้าไม่ต้องมาสนใจหรอก” ก็นางบอกให้แอบไป เขาก็จะทำให้มันเหมือนจริงไปเลย“อะไรของเขา” มะลิบ่นเบา ๆ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในบ้าน เพื่อเตรียมอาหารไปฝากจำปีด้วย....................หลังจากแยกกับหญิงสาวแล้วกุ้ยหย่งเฟิงก็เดินเข้าตรอกเล็ก ๆ เพราะไม่อยากเป็นเป้าสายตา ตั้งใจจะไปที่ร้านขายยาที่จำได้ว่าอยู่ใกล้ ๆ กับปากตรอก เพื่อหาซื้อยาที่ดีที่สุดสำหรับรักษาคนโดนผึ้งต่อย“เรื
ตลาดนานาชาติ“เดินให้มันเร็ว ๆ หน่อยสิเพ่ยจู ทำตัวเหมือนใกล้จะตายไปได้”“ข้าเดินมาหลายร้านแล้วนะเจ้าคะคุณหนู” สาวรับใช้วัยสิบเจ็ดพูดกับคุณหนูที่นั่งรออย่างสบายใจอยู่ในเพิงหลังหนึ่ง ปล่อยให้นางต้องเดินหาน้ำผึ้งกับเมล็ดกาแฟคั่วไปทั่วทุกร้านตั้งแต่ทิศเหนือจรดใต้ ทิศตะวันออกจรดตะวันตกอยู่คนเดียว“แล้วได้มาไหม”“ยังไม่ได้เจ้าค่ะ”“งั้นก็เดินต่อไปจนกว่าจะได้ของมา ไสหัวไปเดี๋ยวนี้!”“ขอข้านั่งพักสักครู่นะเจ้าคะคุณหนู”“ห้ามพักจนกว่าจะได้ของที่ข้าต้องการ ไปสิ!” ไป๋หลานตะคอกใส่สาวใช้อย่างหมดความอดทน ไม่สนว่าใครจะผ่านมาได้ยิน เพราะพวกมันไม่ใช่ชนชั้นสูงที่นางต้องให้เกียรติ หรือกลุ่มคนที่นางต้องทำการค้าร่วมด้วย“เจ้าค่ะคุณหนู” สาวใช้ผู้ต่ำต้อยจำต้องทนฝืนความเมื่อยล้าของขาแข้ง รีบวิ่งไปจากนายสาวผู้เอาแต่ใจ…………………..กุ้ยหย่งเฟิงรีบลุกจากที่นั่งเมื่อสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวลมองเห็นเพื่อนสนิทของคนที่ตั้งใจจะมาหาเดินออกมาจากบ้านของนาง“แม่นาง”“เรียกข้าหรือ..ท่านนั่นเอง” จากคำถามเปลี่ยนเป็นแปลกใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายถนัดตา “ข้าชื่อปิงปิง หรือจะเรียกมะลิเหมือนที่จำปีเรียกก็ได้นะ”“แม่นางปิงปิง ข้าชื่อหย่
ไป๋หลานคลี่ยิ้มละมุน ยกน้ำชาขึ้นมาจิบตามคำเชิญ และอาศัยจังหวะนี้แอบสอดส่ายสายตาไปรอบ ๆ เพื่อมองหาใครบางคนที่อยากเจอแต่การกระทำอันแยบยลของนางยังไม่แยบยลพอที่จะหลบพ้นสายตาดั่งพญาเหยี่ยวของกุ้ยหย่งหมิง เขาหันไปมองชายาและเห็นว่านางก็กำลังมองหญิงสาวอยู่เหมือนกัน นางคงคิดเหมือนเขาสินะ“ถ้าเจ้าไม่รีบกลับ อยู่กินข้าวด้วยกันก่อนสิ เผื่อจะได้เจอกับคุณชายเฟิง”“ท่านอ๋องน้อยไม่อยู่หรือเพคะท่านอ๋อง”“ไม่อยู่ เขาไปไหนนะยิปซี”“เขาไปตีผึ้งป่า บอกว่าจะเอาน้ำผึ้งป่ามาให้ข้าราดแพนเค้ก”แพนเค้กที่หลุดมาจากปากของพระชายากุ้ยถิงสร้างความงุนงงสงสัยให้ไป๋หลานยิ่งนัก เพราะไม่คุ้นหูกับชื่ออาหารชนิดนี้เลย แต่นางก็ยังคลี่ยิ้มวางมาดทำเหมือนรู้จัก“พระชายาชอบใช้น้ำผึ้งทำขนมหรือเพคะ” นางเดาว่าแพนเค้กน่าจะเป็นขนม เพราะถ้าเป็นอาหารจะไม่นิยมใส่น้ำผึ้ง“ก็ใช้ทำเกือบทุกอย่างนะ ทำขนม ทำยาเม็ด ใช้ผสมในน้ำชาหรือยาน้ำที่มีรสขมจัด ส่วนอ๋องน้อยเขาชอบกินแพนเค้กราดน้ำผึ้งกับกาแฟมาก บ้านเราจึงต้องมีน้ำผึ้งติดบ้านเอาไว้ตลอด”“หม่อมฉันก็ชอบดื่มกาแฟเพคะ ไม่อยากเชื่อเลยว่าอ๋องน้อยก็ดื่มกาแฟเหมือนกัน”“ที่บ้านเราชอบดื่มกาแฟกันทุกคน
“เริ่มชอบแล้วใช่ไหม” ฝ่ายสามียิ้มอย่างมีชัยเมื่อสามารถทำให้ชายาสุดที่รักครวญครางด้วยความเสียวสะท้าน สะโพกสอบที่ยังเต็มไปด้วยพละกำลังไม่ต่างจากวัยหนุ่ม เริ่มบดเบียดเสียดสี กระแทกกระทั้นใส่สะโพกกลมกลึงที่แทบจะไม่ได้เสียรูปทรงไปจากสี่สิบปีก่อน“ข้าเคยไม่ชอบบทรักของท่านด้วยหรือหย่งหมิง” นางตอบเสียงกระเส่าแล้วโอบรอบลำคอแกร่งของสามีเมื่อถูกเขาอุ้มตัวลอยจากโต๊ะ “เบา ๆ หน่อยนะหย่งหมิง” รีบกระซิบบอกก่อนที่เขาจะทำรุนแรงให้นางเสียวซ่านจนเผลอครางเสียงดัง“ไม่มีใครได้ยินหรอก เจ้าก็รู้ว่าข้าสั่งห้ามทุกคนเข้ามาในเขตส่วนตัวถ้าไม่ได้เรียก” ซู้ด... อา.. เขาครางกระเส่าสลับกับคำพูด จับร่างบางที่ซอยสะโพกโต้กับสะโพกสอบไม่หยุด “ไม่มีใครรู้ใจข้าเท่าเจ้าอีกแล้ว”ไม่ว่าจะลีลารักแบบไหนนางก็สามารถโต้ตอบได้อย่างช่ำชอง แม้ในท่าที่เป็นรองแบบนี้นางก็ยังทำให้มังกรของเขาหายใจแทบไม่ออก เสียวซ่านไปทั้งแก่นและลามไปทั่วร่างกาย“ท่านอยากโลมเล้าให้ข้าเคลิ้มทำไมล่ะ” อา... นางตอดรัดเจ้ามังกรยักษ์ของเขาทั้งที่ตัวเองกำลังถูกเล่นงานจนเสียวซ่าน “ข้าเสียวมากเลยหย่งหมิง ซู้ด.. ยอดรัก..ยอดรัก ข้าไม่ไหวแล้ว อา.. ซู้ด...”“ข้าก็เหมือน
บุรุษทั้งสองต่างหันไปมองหน้ากันด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วน แล้วแยกย้ายกันไปคนละทิศละทางกุ้ยหย่งเฟิงเดินออกมาได้ไม่ถึงสิบเซียะก็เดินกลับไปหาหญิงสาวอีกครั้ง“ท่านแม่ของข้าชอบใช้น้ำผึ้งทำขนม ผสมยาสมุนไพร ถ้าน้ำผึ้งของเจ้ายังไม่มีเจ้าของข้าขอซื้อได้ไหม”“แต่มันอาจจะเยอะมากเลยนะ ท่านจะรับเอาไว้ทั้งหมดเลยไหม”“ไม่มีปัญหา เท่าไหร่ข้าก็เอา”“ถ้าอย่างนั้นข้าขายให้ท่านก็ได้แต่ต้องตกลงราคากันก่อน ข้าขายชั่งละยี่สิบอีแปะนะ”“ไม่มีปัญหา ถ้าได้น้ำผึ้งแล้วเจ้าเอาไปส่งที่..” เขานิ่งไปชั่วอึดใจ “พรุ่งนี้ข้าจะส่งคนมาเอาที่นี่ก็แล้วกัน”“ให้ข้าไปส่งที่บ้านของท่านก็ได้”“ไม่เป็นไร เพราะเรือนข้าอยู่ไกลจากที่นี่มาก” เขาไม่กล้าบอกว่าเป็นใครเพราะกลัวว่านางจะเปลี่ยนไป“เอาอย่างนั้นก็ได้ แต่พรุ่งนี้คงไม่ทันหรอก เพราะข้าต้องกรองน้ำผึ้งอีก”“แล้วจะให้มาเอาวันไหนดี”“อีกสักสามวันก็แล้วกัน”“ตกลง อีกสามวันข้างหน้า ช่วงเวลานี้ข้าจะส่งคนมาหาเจ้า”“เจ้าค่ะ”“นอกจากน้ำผึ้งแล้วเจ้ายังมีอย่างอื่นอีกหรือไม่”“ท่านต้องการอะไรบอกข้ามาได้เลย ถ้าหาให้ได้ข้าก็จะหาให้”“ถ้าเจ้ามีสมุนไพรป่ามาขายข้าก็ยินดีรับซื้อนะ เพราะท่านน้า
“ไม่ต้อง!” นางอย่ามือส่งเสียงห้ามเฉียบขาด คลี่ยิ้มขมขื่นปนน้ำตาที่ไหลนองหน้า “ข้าเข้าใจความหมายของท่านดี เรื่องนี้ข้าจะคุยกับพ่อแม่ของข้าเอง ท่านเป็นคนอื่นไม่ต้องมาก้าวก่าย ขอบคุณที่ชี้แนะ” นางโค้งกายคารวะเขาอย่างอ่อนช้อยจากใจจริง แล้วรีบจากไปทันทีโดยไม่มองหน้าถ้านางหันกลับมามองข้างหลังสักนิด จะเห
“ขอรับ ข้าจะพาเขาไปฝากกับท่านโจนขอรับ” ล่ามหนุ่มร้อนรนตอบ “ดี เจ้าพาเขาไปฝากฝังเสียวันนี้เลยนะ แล้วเรือจะออกเดินทางวันไหน เจ้ารู้หรือไม่” “อีกสามวันขอรับ” “อีกสามวันข้าจะให้เขาไปขึ้นเรือ” พูดจบก็ลุกขึ้นทันที “ท่านอ๋องสบายใจได้ ระหว่างที่ล่องเรือ ข้าจะ
กุ้ยถิงอยากถามว่าไอ้เล่ห์เหลี่ยมที่ใช้นี่คืออะไร แต่ก็รู้ว่ามันไม่สมควร เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของพวกเขาสองคน นางไม่ควรละลาบละล้วงเกินไป แต่ถ้าคนของนางมาฟ้องสิ นางจะปกป้องเต็มที่ “เอาเถิด วันนี้เจ้ารีบกลับไปดูแลนางเถิด ข้าเดาว่านางน่าจะอยู่ที่บ้านเจ้าตอนนี้” นางไม่ใช่คนโง่ เสี่ยวซิงหา
“คนโง่เง่าอย่างข้า จะเข้าใจประโยคแบบนั้นได้อย่างไร” ใครว่านางไม่เข้าใจกัน ที่ถามก็เพราะต้องการความมั่นใจเท่านั้น“..ข้ารักเจ้า รักเจ้า ข้ารักเสี่ยวซิง พอใจหรือยัง” เขาจะไม่พูดประโยคนี้ให้นางฟังอีกแล้ว มันจะเป็นครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายที่เขาพูดกับนาง แค่นี้ก็อายเต็มทนแล้วใบหน้างอง้ำจ้องมองเขา รอยย







