ท่านแม่คือนางร้ายที่ถูกพระเอกธงแดงขับไล่

ท่านแม่คือนางร้ายที่ถูกพระเอกธงแดงขับไล่

last updateآخر تحديث : 2026-08-16
بواسطة:  ไป๋เจวี๋ยتم تحديثه الآن
لغة: Thai
goodnovel12goodnovel
لا يكفي التصنيفات
38فصول
438وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

เด็กสาวสู้ชีวิตยุค 1970 เกิดใหม่เป็นทารกยุคโบราณและได้พบกับมารดา แต่แม่ดันเป็นนางร้ายในนิยายที่ถูกสามีธงแดงหย่าขาดและไล่ออกจากจวนอ๋อง วันหน้าหากตนกับท่านแม่ร่ำรวย ท่านพ่อหน้าเหม็นอย่ามาง้อก็แล้วกัน!

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ 1.1 : บุตรสาวของนางร้าย

ความหนาวเย็นในค่ำคืนนี้กัดกินลึกเข้าไปถึงกระดูก ร่างผอมแห้งของหลินซิวฉิน นอนสั่นอยู่ใต้ผ้าห่มผืนบางที่เต็มไปด้วยรอยปะชุน

ฤดูหนาวปี 1970 โหดร้ายและทารุณกว่าปีไหน ๆ ที่ด้านนอกบ้าน เสียงลมพัดหวีดหวิว พัดพาเอาเกล็ดหิมะสีขาวโพลนลงมาปิดทางเข้าออก

หลินซิวฉินลืมตาในความมืด มุมปากที่แห้งแตกขยับยิ้มให้กับโชคชะตาของตนเอง เธอรู้สึกว่าเวลาของตนกำลังจะหมดลงแล้ว

มีชีวิตรอดมาจนถึงอายุสิบแปดปีก็นับว่าสวรรค์เมตตามากแล้วจริง ๆ

หากย้อนกลับไปในช่วงสิบห้าปีแรกของชีวิต ชะตากรรมของเธอยังไม่ได้ทุกข์ระทมถึงเพียงนี้ ในตอนนั้นเธอยังเป็นเด็กหญิงที่มีความสุข เพราะข้างกายมีคุณพ่อและคุณแม่ แม้บ้านจะยากจน ข้าวปลาอาหารต้องกินอย่างอดอยาก แต่ก็ยังมีความรักของบุพการีที่คอยให้ความอบอุ่นอยู่เสมอ

คุณพ่อของเธอเป็นคนซื่อสัตย์ คุณแม่เป็นคนขยัน ทั้งสองทำงานในแปลงนารวมของหมู่บ้านตั้งแต่สว่างยันมืดค่ำเพื่อแลกแต้มค่าแรง นำไปแลกเสบียงให้ลูกสาวคนนี้ได้กินอิ่มท้อง

ทว่าเมื่อสามปีก่อน คุณพ่อและคุณแม่ตรากตรำทำงานหนักเกินไป เพราะเกิดภัยแล้งรุนแรง รัฐบาลท้องถิ่นจึงเร่งเอาผลผลิต ทั้งสองคนแทบไม่ได้พักผ่อน สุดท้ายร่างกายที่ขาดสารอาหารและอ่อนแอสะสมก็พังทลายลงในเวลาไล่เลี่ยกัน ทั้งคู่นอนซมด้วยไข้ป่าและจากโลกนี้ไป ทิ้งให้หลินซิวฉินในวัยเพียงสิบห้าปีต้องเผชิญโลกอันโหดร้ายเพียงลำพัง

พอไร้พ่อแม่คอยปกป้อง ชีวิตของเธอก็ดำดิ่งลงเรื่อย ๆ ไม่มีวันได้เห็นแสงสว่างอีกต่อไป

ในระบบคอมมูนประชาชน[1] ยามที่เหลือตัวคนเดียว สังคมไม่ได้ใจดีกับเด็กสาวกำพร้า หัวหน้าทีมผลิตมองเธอเป็นเพียงแรงงาน วัน ๆ หนึ่งต้องไปลงแปลงนารวม ลุยโคลน แบกปุ๋ยคอก ไหนจะแบกหินเพื่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ทนแดดแผดเผาในฤดูร้อนจนผิวลอกเป็นแผ่น

กระทั่งมือหยาบกร้าน ผิวหนังตามข้อนิ้วแตกและมีรอยแผลเป็น ทุก ๆ ค่ำคืน เธอต้องเดินหมดเรี่ยวแรงกลับมาที่บ้าน ร่างกายระบมจนแทบก้าวขาไม่ออก

เธอต้องทำทุกอย่างเพื่อแลกกับแต้มค่าแรงวันละห้าแต้ม ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำมากกว่าคนอื่น พอสิ้นปีแต้มเหล่านั้นก็แทบจะไม่พอแลกข้าวมาประทังชีวิตในปีถัดไปเลยด้วยซ้ำ ญาติพี่น้องคนอื่น ๆ ต่างก็กระจัดกระจาย บ้างก็ล้มหายตายจาก บ้างก็ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดจนไม่มาเหลียวแลเด็กกำพร้าเช่นเธอ

กระทั่งฤดูหนาวปีนี้ ร่างกายของหลินซิวฉินประท้วงรุนแรง อาการไข้ป่าที่เคยหลบซ่อนอยู่กำเริบขึ้นมา พร้อมกับแผลที่มือนิ้วเท้าอักเสบจนบวมเป่งเพราะความเย็นจัด

ท่ามกลางสติอันเลือนราง หลินซิวฉินขยับมืออันสั่นเทาไปใต้หมอน หยิบเอาสมุดบันทึกนิยายคัดลายมือเก่าที่เธอใช้ความกล้าทั้งหมดที่มีแอบเข้าไปในตลาดมืด โดยใช้ไข่ไก่ป่าสามฟองที่เก็บได้บนเขาไปแลกมากับชายชราคนหนึ่ง

ในปี 1970 วรรณกรรมรักใคร่ยุคราชวงศ์ถือเป็นสิ่งต้องห้ามและผิดกฎหมายร้ายแรง หากถูกจับได้เธออาจถูกลงโทษและส่งไปใช้แรงงานหนัก แต่สำหรับเด็กสาวที่ไม่มีความสุขในชีวิต มันคือสิ่งเดียวที่ทำให้เธอสามารถหลีกหนีความจริงสุดแสนโหดร้าย

นิยายเรื่องนี้เล่าเรื่องยุคจีนราชวงศ์ มีจักรพรรดิ มีอ๋อง ที่น่าโมโหคือพระเอกที่เป็นท่านอ๋องศักดินา[2]หย่าขาดและขับไล่พระชายาของตนเองไปอยู่บ้านหลักเล็กนอกเมืองหลวง

หญิงสาวคนนี้คือนางร้ายในนิยาย ส่วนนางเอกที่แท้จริงคือคนรักของพระเอกที่ไม่ได้แต่งงานกัน เธออ่านถึงตรงนางร้ายถูกไล่ก็ไม่ได้อ่านต่อ เพราะรู้สึกสงสารมากจนร้องไห้ตามไม่หยุด

นางร้ายในสมุดบันทึกเล่มนี้ได้เป็นสตรีผู้สูงศักดิ์แต่สุดท้ายกลับถูกบุรุษที่รักทอดทิ้งอย่างไม่ไยดี ชะตากรรมช่างไม่ได้ต่างจากเธอเลยสักนิด ถูกโลกทิ้งขว้างให้เผชิญความหนาวเหน็บเพียงลำพัง

สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนรางลงทีละน้อย หลินซิวฉินขยับริมฝีปากอธิษฐานต่อความมืดมิด

หากชาติหน้ามีจริง ขอให้ฉันได้กินข้าวอิ่มท้อง ไม่ต้องทำงานหนักจนตายอีกเลย และถ้าเป็นไปได้ ขอสวรรค์เมตตาให้ฉันได้เกิดมาในอ้อมกอดของแม่อีกครั้ง

ฉันคิดถึงแม่ คิดถึงมากเหลือเกิน...

น้ำตาไหลรินจากดวงตา พร้อมกับหัวใจของเด็กสาววัยสิบแปดปีที่หยุดเต้น ลมหายใจสุดท้ายค่อย ๆ หายไป แขนสองข้างร่วงหล่นข้างกาย หลินซิวฉินตายจากโดยที่ตาไม่หลับเพราะยังมีบ่วงหลงเหลือ

หลินซิวฉินรู้สึกแปลกแปร่ง รอบข้างของเธอมืดมิด ทำไมจึงมองไม่เห็นสิ่งใดเลย หนำซ้ำยังอึดอัดมาก ร่างกายราวกับถูกบีบรัดทุกทิศทาง ก่อนจะถูกผลักดันให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างไม่อาจขัดขืน

นี่เธอยังไม่ตายหรือ

ขณะนั้นหลินซิวฉินก็ได้ยินเสียง “พระชายาอดทนอีกนิดเจ้าค่ะ เบ่งอีกเจ้าค่ะ หัวเด็กโผล่ออกมาแล้ว”

พระชายา เบ่งอีกงั้นหรือ แล้วหัวเด็กคืออะไร?

[1] ระบบคอมมูนประชาชน (People's Commune) คือรูปแบบหน่วยการปกครองและองค์กรทางสังคม-เศรษฐกิจระดับรากหญ้า ที่ถูกนำมาใช้ในประเทศจีนช่วง ค.ศ. 1958 - 1983 ภายใต้นโยบาย “ก้าวกระโดดครั้งใหญ่” (Great Leap Forward) ของประธานเหมา เจ๋อตง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเร่งพัฒนาชนบทและผลักดันประเทศสู่สังคมคอมมิวนิสต์

[2] ท่านอ๋องต่างแซ่ที่แต่งตั้งขึ้นจากฮ่องเต้ ไม่ใช่เชื้อพระวงศ์

นิยายเรื่องนี้มี E-BOOK จบเรื่องใน M*B นะคะ และฝากติดตามเพจ F******k ไป๋เจวี๋ย นักเขียน ด้วยนะคะ

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
38 فصول
บทที่ 1.1 : บุตรสาวของนางร้าย
ความหนาวเย็นในค่ำคืนนี้กัดกินลึกเข้าไปถึงกระดูก ร่างผอมแห้งของหลินซิวฉิน นอนสั่นอยู่ใต้ผ้าห่มผืนบางที่เต็มไปด้วยรอยปะชุนฤดูหนาวปี 1970 โหดร้ายและทารุณกว่าปีไหน ๆ ที่ด้านนอกบ้าน เสียงลมพัดหวีดหวิว พัดพาเอาเกล็ดหิมะสีขาวโพลนลงมาปิดทางเข้าออกหลินซิวฉินลืมตาในความมืด มุมปากที่แห้งแตกขยับยิ้มให้กับโชคชะตาของตนเอง เธอรู้สึกว่าเวลาของตนกำลังจะหมดลงแล้วมีชีวิตรอดมาจนถึงอายุสิบแปดปีก็นับว่าสวรรค์เมตตามากแล้วจริง ๆหากย้อนกลับไปในช่วงสิบห้าปีแรกของชีวิต ชะตากรรมของเธอยังไม่ได้ทุกข์ระทมถึงเพียงนี้ ในตอนนั้นเธอยังเป็นเด็กหญิงที่มีความสุข เพราะข้างกายมีคุณพ่อและคุณแม่ แม้บ้านจะยากจน ข้าวปลาอาหารต้องกินอย่างอดอยาก แต่ก็ยังมีความรักของบุพการีที่คอยให้ความอบอุ่นอยู่เสมอคุณพ่อของเธอเป็นคนซื่อสัตย์ คุณแม่เป็นคนขยัน ทั้งสองทำงานในแปลงนารวมของหมู่บ้านตั้งแต่สว่างยันมืดค่ำเพื่อแลกแต้มค่าแรง นำไปแลกเสบียงให้ลูกสาวคนนี้ได้กินอิ่มท้องทว่าเมื่อสามปีก่อน คุณพ่อและคุณแม่ตรากตรำทำงานหนักเกินไป เพราะเกิดภัยแล้งรุนแรง รัฐบาลท้องถิ่นจึงเร่งเอาผลผลิต ทั้งสองคนแทบไม่ได้พักผ่อน สุดท้ายร่างกายที่ขาดสารอาหารและอ่อน
last updateآخر تحديث : 2026-07-25
اقرأ المزيد
บทที่ 1.2 : บุตรสาวของนางร้าย
ในขณะที่สมองอันพร่าเลือนของหลินซิวฉินยังไม่ทันได้ประมวลผล ความเจ็บปวดจากการถูกบีบรัดอย่างรุนแรงก็ถาโถมเข้าใส่เธออีกระลอก ร่างกายป้อมสั้นบดเบียดผ่านช่องทางแคบจนแทบหายใจไม่ออก พร้อมกับเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของสตรี“ฮือ... ฮึก...”แรงผลักสุดท้ายส่งให้ร่างของเธอหลุดพ้นจากความอึดอัด สัมผัสแรกที่ผิวกายได้รับไม่ใช่ความหนาวเหน็บกัดกินกระดูก แต่กลับเป็นสายลมเอื่อยและกลิ่นควันฟืนที่ลอยอบอวลอยู่รอบตัว หลินซิวฉินอ้าปากจะสูดอากาศเข้าปอด ทว่าสิ่งที่ออกจากลำคอกลับกลายเป็นเสียงร้องไห้ของทารกแรกเกิด“อุแว้ อุแว้ อุแว้”นี่เธอมาอยู่ในร่างทารกหรือ!“คลอดแล้ว คลอดแล้วเจ้าค่ะพระชายา เป็นคุณหนูตัวน้อยเจ้าค่ะ” เสียงร้องไห้ด้วยความดีใจของสาวรับใช้ดังขึ้น ร่างกลมป้อมของทารกถูกนำไปล้างและเช็ดตัวอย่างทะนุถนอม ก่อนจะถูกห่อตัวแล้วส่งเข้าไปในอ้อมกอดของสตรีหลินซิวฉินพยายามปรือดวงตาขึ้นมองอย่างยากลำบาก โลกใบใหม่ในสายตาของทารกแรกเกิดช่างพร่ามัวและไร้สีสัน ทุกอย่างรอบกายเลือนรางราวกับมีหมอกหนาทึบปกคลุมจนแยกแยะอะไรไม่ออกทว่ายามที่ร่างของเธอถูกกอดไว้แนบอก ในระยะห่างเพียงนิดเดียวก็ทำให้เห็นใบหน้าของผู้หญิงคนหนึ่ง
last updateآخر تحديث : 2026-07-25
اقرأ المزيد
บทที่ 2.1 : ท่านแม่คือนางร้ายที่น่าสงสาร
เพราะแม่กำลังมองมาด้วยความสงสัย ทารกจึงดึงมือสั้นป้อมลงมาแนบข้างกาย แล้วค่อย ๆ หยุดร้อง ก่อนจะเผยรอยยิ้มทั้งปากและดวงตา อวดเหงือกสีชมพูที่ฟันยังไม่ขึ้นสักซี่เดียว โจวลี่เหยียนเห็นเช่นนี้ก็ใจอ่อนยวบ หญิงสาวหยุดร้องโดยพลัน ก่อนจะยิ้มไปกับความน่ารักของเถาเถา ตนแอบรักเซี่ยอ๋องก่อน กระทั่งได้แต่งงานกับเขาจนกลายเป็นพระชายาจวนอ๋อง ต่อให้พยายามเพื่อเขามากเพียงใด เซี่ยเฉิงข่ายก็ไม่เคยรักนาง มิคิดจะเหลือบแลมาสักคราเดียวในหัวใจเขามีเพียงเมิ่งหรูซิว บุตรสาวของเสนาบดีกรมยุติธรรมแห่งแคว้นถง ช่างเถิด เรื่องเช่นนี้อย่าได้เอ่ยอีก หย่าขาดกับเขาก็ถือว่าไม่เกี่ยวข้องกัน ป่านนี้คู่รักคงอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขแล้วกระมัง “แม่ต้องอยู่ไฟ ช่วงนี้ต้องให้เสี่ยวชุ่ยคอยช่วยเลี้ยงเจ้า โชคดีที่แม่ยังมีเสี่ยวชุ่ยข้างกาย มิเช่นนั้นคงลำบากแน่” โจวลี่เหยียนลูบศีรษะลูก ทารกน้อยมองมารดาแล้วพยายามขยับหัวตนเองไปมา พลางอ้าปากอ้อแอ้ตอบรับ ท่านแม่วางใจ ข้าจะน่ารักเรียบร้อย ไม่ดื้อ ไม่ซน หลังจากตกลงกับมารดาแล้ว เถาเถาก็รู้สึกง่วงนอน หัวสมองของเด็กทารกมึ
last updateآخر تحديث : 2026-07-25
اقرأ المزيد
บทที่ 2.2 : ท่านแม่คือนางร้ายที่น่าสงสาร
แต่แล้วอย่างไรเล่าเถาเถาคิดในใจพลางเบ้ปาก ในเมื่อผู้ชายคนนั้นคือพระเอกผู้ใจร้าย หลงสตรีอื่นจนทำลายชีวิตภรรยาตัวเอง เช่นนั้นก็ถือเสียว่าชาตินี้เถาเถามีท่านแม่และเสี่ยวชุ่ยก็เพียงพอแล้ว ชาติก่อนตนเป็นแรงงาน ทนแดดทนหนาวมาตั้งกี่ปี เรื่องแค่นี้จะผ่านไปไม่ได้เชียวหรือขณะที่เถาเถากำลังคิดในใจ โจวลี่เหยียนก็ค่อย ๆ วางร่างกลมป้อมของบุตรสาวลงบนที่นอนอย่างระมัดระวัง ก่อนจะมองไปยังเสี่ยวชุ่ยที่ปลีกตัวไปยกหีบไม้ที่มีสินเดิมมาวางรวมกัน“ตั๋วเงินที่ติดตัวเรามาเหลือเพียงห้าสิบตำลึงเงินเท่านั้นเจ้าค่ะ ส่วนเครื่องประดับเงินและหยกสามสี่ชิ้นหากนำไปจำนำในตัวเมืองก็น่าจะได้เงินเพิ่มมาอีกราว ๆ หนึ่งร้อยตำลึง” เสี่ยวชุ่ยรายงานด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาโจวลี่เหยียนทอดสายตามองทรัพย์สินอันน้อยนิดตรงหน้า ความรู้ทางการแพทย์ที่เคยเล่าเรียนมาจากท่านตาผู้เป็นหมอหลวงชื่อดังในอดีตพลันแล่นเข้ามาในหัว“หนึ่งร้อยห้าสิบตำลึงเงิน หากเราปลูกผักทั่วไป ย่อมต้องใช้เวลานานกว่าจะตั้งตัวได้ ที่ดินตรงนี้ก็เป็นเพียงที่ดินกันดารบนเนินเขา” โจวลี่เหยียนเอ่ยสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่“แล้วเราจะทำอย่างไรดีเจ้าคะนายหญิง” เสี่ยวชุ่ยถามด้วยคว
last updateآخر تحديث : 2026-07-25
اقرأ المزيد
บทที่ 3.1 : นางร้ายกับนางเอก
เถาเถาที่อยู่ในอ้อมกอดมารดาเบิกตากว้างจนแทบถลน ทารกเบะปากพลางพ่นน้ำลายออกมา เพราะอยากถุยใส่ดอกบัวขาวโจวลี่เหยียนเห็นน้ำลายเต็มปากลูก หญิงสาวก็หยิบผ้าที่พาดไว้บนไหล่เช็ดให้อย่างเบามือ ยามนี้ใบหน้าเถาเถาช่างเหมือนผู้ใหญ่ที่กำลังเคร่งเครียด เพราะคิ้วทั้งสองขมวดแน่นเป็นปมทันทีที่เท้าของเมิ่งหรูซิวเหยียบพื้นดิน เสียงหวานก็เอ่ยขึ้น แววตาแสร้งเห็นอกเห็นใจ “พี่ลี่เหยียน ท่านได้รับความลำบากถึงเพียงนี้เชียวหรือ ได้ยินว่าท่านอ๋องขับไล่ท่านมาอยู่ที่นี่ ผ่านมาเก้าเดือนแล้ว ข้าจึงแวะเวียนมาเยี่ยม”คำพูดประโยคแรกก็แฝงไปด้วยการตอกย้ำความพ่ายแพ้ของโจวลี่เหยียนอย่างแนบเนียน เสี่ยวชุ่ยที่ยืนอยู่ด้านหลังถึงกับกำหมัดแน่นจนตัวสั่น แต่อดกลั้นไว้เพราะมีสายตาห้ามปรามจากผู้เป็นนายโจวลี่เหยียนหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของสตรีตรงหน้า “แม่นางเมิ่ง ระหว่างข้ากับเซี่ยอ๋องถือว่าสิ้นสุดวาสนา ข้าเป็นเพียงหญิงชาวบ้านธรรมดา มิกล้าต้อนรับบุตรสาวเสนาบดีผู้สูงศักดิ์หรอก หากไม่มีธุระอันใดก็เชิญกลับไปเสวยสุขในจวนอ๋องเถิด”เมิ่งหรูซิวหน้าเสียไปเล็กน้อย “พี่ลี่เหยียนอย่าเพิ่งขับไล่ข้าเลย หรูซิวเพียงแต่เป็
last updateآخر تحديث : 2026-07-25
اقرأ المزيد
บทที่ 3.2 : นางร้ายกับนางเอก
อดีตพระชายาจวนอ๋องยืนนิ่ง ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณ โจวลี่เหยียนปิดปากเงียบสนิท แววตาไหววูบไปครู่หนึ่งก่อนจะกลับมาราบเรียบ นางไม่ได้เอ่ยปากแก้ต่างให้ความผิดของตระกูลโจวเลยแม้แต่คำเดียวหยาดน้ำตากลมเกลี้ยงใสไหลจากดวงตาคู่สวย โจวลี่เหยียนสูดหายใจเข้าลึก โอบกอดลูกไว้แน่น ก่อนจะปรายตามองเมิ่งหรูซิว“หากถึงวันนั้นจริง ข้าก็คงทำได้เพียงยอมรับชะตากรรม ข้าถูกหย่าขาด ไร้สิ้นอำนาจ ยามนี้มีเพียงชีวิตน้อย ๆ หากเซี่ยเฉิงข่ายจะใจดำอำมหิต ถึงขั้นพรากทารกแรกคลอดไปจากอกมารดาที่ไม่มีอะไรเหลือเลยเช่นข้า ข้าก็คงไม่มีปัญญาไปแย่งกับเขา”โจวลี่เหยียนรู้ตนเองดีว่าตนเองอยู่ในฐานะใด ยามนี้หากนางต้องการจะออกจากชนบทไปพบปะคนอื่นที่เคยเห็นใบหน้าคุณหนูตระกูลโจว มีแต่จะถูกก่นด่าสาปแช่งไม่หยุดหย่อนเรื่องที่ตนคิดจะขายสมุนไพร ยังต้องหลบซ่อนปลอมตัวออกไปขาย ไหนเลยจะมีแรงไปสู้กับเซี่ยอ๋อง“แต่เมิ่งหรูซิว เจ้าจงจำคำข้าไว้ให้ดี หากวันใดที่พวกเจ้าพรากลูกไปจากอกข้าจริง ข้าจะใช้โลหิตของข้าแช่งพวกเจ้าทุกค่ำคืน และหากเจ้าอยากได้ลูกของข้าไปเลี้ยงเพื่อเซี่ยอ๋องก็ลองดู ข้าอยากรู้นักว่ามันจะหอมหวานได้นานเพียงใด”“ท่านมันเสียสต
last updateآخر تحديث : 2026-07-25
اقرأ المزيد
บทที่ 4.1 เซี่ยอ๋อง
แม้หญิงสาวตกใจ แต่ก็พยายามตั้งสติ ตนแต่งกายชุดบุรุษ ผ้าเนื้อหยาบสีเข้ม ใบหน้าป้ายด้วยถ่านและผงขมิ้นจนดูหมองคล้ำ ทว่า ‘จางฮั่น’ หนึ่งในทหารคนสนิทของเซี่ยอ๋องจะจำนางได้หรือไม่หากถูกจับได้ เขาอาจไปรายงานเซี่ยอ๋อง และอีกฝ่ายอาจเข้ามายุ่งเกี่ยวกับนางอีกครั้ง ยิ่งไปกว่านั้นถ้าเขาพบเถาเถาเข้า ตนอาจถูกพรากลูก เรื่องนี้โจวลี่เหยียนมิอาจยอมรับหญิงสาวภาวนาให้ทุกอย่างผ่านพ้น ทว่าสวรรค์กลับไม่เห็นใจเมื่อเสียงของจางฮั่นดังขึ้น“เจ้าหนุ่มตรงนั้น ตะกร้าบนหลังของเจ้ามีอะไรอยู่ข้างใน ท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ หน้าตาไม่คุ้น”ฝีเท้าหนักของทหารสามสี่นายเริ่มก้าวตรงเข้ามา โจวลี่เหยียนสูดลมหายใจเข้าลึก มือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อสั่นระริก ในสถานการณ์เช่นนี้ หากนางหันหลังวิ่งหนี ย่อมเป็นการยอมรับว่าตนเองมีความผิดโจวลี่เหยียนแสร้งทำเป็นทรุดลงกับพื้น ร่างผอมบางเซไปเซมา ส่งผลให้ตะกร้าไม้ไผ่บนบ่าร่วงหล่น รากสมุนไพรจื่อฮวาเทียนตงที่บดเป็นผงและบางส่วนที่ยังเป็นรากแห้งกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นดินหญิงสาวดัดเสียงให้คล้ายชายหนุ่มชาวบ้านที่ตื่นตระหนก รีบคุกเข่าลงบนพื้น แสร้งทำเป็นไอติดกันอย่างรุนแรงจนตัวโยน “ท่านเจ้าหน้าที่ ไ
last updateآخر تحديث : 2026-07-31
اقرأ المزيد
บทที่ 4.2 เซี่ยอ๋อง
ทว่ายามนี้ไม่มีทางเลือก ทหารเริ่มขยายกำลังกั้นผู้คน โจวลี่เหยียนทำได้เพียงรีบย่อกายคุกเข่าปะปนอยู่ท่ามกลางกลุ่มชาวบ้าน สองมือประสานกันแน่นภายใต้แขนเสื้อเสียงเกือกม้าศึกกระทบพื้นดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ บรรยากาศรอบกายพลันหนักอึ้งโจวลี่เหยียนก้มหน้าลง ทว่าในใจกลับเต้นระรัว ยามนี้จางฮั่นคงได้พบเซี่ยอ๋องแล้ว หากอีกฝ่ายรายงานเรื่องเด็กหนุ่มชาวบ้านเมื่อครู่เล่าสายลมพัดโชย พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษบนหลังม้าศึก ร่างสูงใหญ่กำยำควบม้านำหน้าขบวนอย่างองอาจเซี่ยเฉิงข่ายหรือเซี่ยอ๋องสวมชุดเกราะสีเงิน ใบหน้าของเขาคมคาย รูปโฉมหล่อเหลา คิ้วกระบี่พาดเฉียงดุดัน ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยว ริมฝีปากหยักได้รูปโจวลี่เหยียนลอบมองเขา เพราะไม่พบกันมาหลายเดือน ยามนี้ใบหน้าของอดีตสามีดูซูบตอบลงไปเล็กน้อย แววตาเหนื่อยล้ายิ่งนักแต่เมื่อนึกถึงวันที่เขาหย่าขาดและไล่นางออกจากจวน หัวใจหญิงสาวก็พลันเจ็บปวดเขาไม่มีเสี้ยนหนามเช่นนางคอยกวนใจ ยามนี้กลับเมืองหลวง ย่อมพร้อมจะเสวยสุขกับเมิ่งหรูซิวแล้ว อย่าได้อาลัยอาวรณ์อีก เขาไม่รักนาง ไม่เคยคิดจะรักทว่าในขณะที่ม้าศึกของเซี่ยเฉิงข่ายกำลังจะควบผ่านจุดที่โจวลี่เหยี
last updateآخر تحديث : 2026-07-31
اقرأ المزيد
บทที่ 5.1 หย่ากันแล้วเหตุใดท่านอ๋องไม่ปล่อยข้า
ท่านอ๋องหนุ่มหลับตาลงชั่วครู่ ภาพใบหน้างดงามที่มักจะมองเขาด้วยความรักปรากฏขึ้นในหัว ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยภาพในวันที่นางยอมรับหนังสือหย่าโดยไม่อ้อนวอนขอความเมตตาเมื่อลืมตาขึ้น แววตาของเซี่ยเฉิงข่ายก็กลับมาราบเรียบตามเดิม“นางไม่ใช่พระชายาของข้าอีกต่อไป แต่เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง ชีวิตใครชีวิตมัน ในเมื่อนางเลือกที่จะดิ้นรนหาทางรอดในแบบของนาง ข้าก็ไม่มีเหตุผลอันใดที่จะไปยุ่งเกี่ยวกับนางอีก” “ข้าเข้าใจแล้วขอรับ”“ออกไปได้แล้ว ข้าต้องการความสงบ”“ขอรับ” ทหารคนสนิทประสานมือแล้วค่อย ๆ ถอยหลังเดินออกไปจากห้องหนังสือ ปิดประตูลงอย่างเบามือเมื่ออยู่ตามลำพัง เซี่ยเฉิงข่ายทอดถอนใจออกมาเบา ๆ เขาหยิบพู่กันขึ้นมาอีกครั้ง มือหนานิ่งค้างอยู่อย่างนั้น ในใจเกิดความรู้สึกสับสนไม่น้อยในเมื่อหย่าขาดกันแล้ว เหตุใดอีกฝ่ายต้องกลับมาเมืองหลวง ไยไม่ใช้ชีวิตของตนเองอย่างสงบสุข หรือโจวลี่เหยียนอยากกลับมาเป็นพระชายาอ๋อง?บัดนี้เถาเถามีอายุครบสามเดือนเต็มแล้ว การที่ต้องมาติดอยู่ในร่างทารกไม่ได้ทำให้นางท้อแม้แต่น้อย เพราะเด็กหญิงอยากโตเร็ว ๆ เพื่อที่จะได้แบ่งเบาภาระมารดาในทุก ๆ วัน เถาเถากางแขนขาส
last updateآخر تحديث : 2026-07-31
اقرأ المزيد
บทที่ 5.2 หย่ากันแล้วเหตุใดท่านอ๋องไม่ปล่อยข้า
เจ้าของร้านขายยาดวงตาเบิกกว้างเมื่อได้ยินประโยค ‘คนจากตระกูลกบฏ’ เขารีบคุกเข่าลงแล้วโขกศีรษะกับพื้นติด ๆ กัน ลนลานเอ่ย“ท่านอ๋องได้โปรดเมตตาด้วยขอรับ ขะ...ข้าเพียงเห็นว่าเป็นสมุนไพรล้ำค่าชั้นเลิศเท่านั้น ไม่ทราบเรื่องตระกูลโจวเลยขอรับ!”เซี่ยเฉิงข่ายมองชายชราครู่หนึ่ง ก่อนจะโบกมือเล็กน้อย ฉีเฟิงจึงสั่งทหารให้ลากตัวเถ้าแก่ร้านขายยาออกไปทันทีโจวลี่เหยียนสูดหายใจเข้าลึก ควบคุมมือใต้แขนเสื้อไม่ให้สั่น นางดัดเสียงแหบต่ำ “ใต้เท้า ข้าเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาที่ขึ้นเขาเก็บสมุนไพรป่ามาขายเพื่อประทังชีวิต ไม่ได้เกี่ยวข้องอันใดกับกบฏ หากใต้เท้าไม่มีธุระอันใดแล้ว ข้าขอตัว”หญิงสาวเอ่ยจบก็จะเดินเลี่ยงผ่านร่างสูงใหญ่ไป ทว่าเซี่ยเฉิงข่ายขยับขวางนางไว้ แววตาของเขาเต็มไปด้วยเพลิงโทสะ“ชาวบ้านธรรมดางั้นหรือ” เซี่ยอ๋องหัวเราะในลำคอ มือหนาเอื้อมออกไปข้างหน้าด้วยความรวดเร็ว กระชากหมวกม่านแพรออกจากศีรษะของนางอย่างแรงจนกระเด็นตกพื้นเส้นผมยาวสลวยสีดำขลับร่วงหล่นลงมาคลอเคลียไหล่บาง ใบหน้างดงามหมดจดปรากฏสู่สายตาเซี่ยอ๋อง แม้นางไม่ได้แต่งแต้มเครื่องประทินโฉม ทว่าความงามโดดเด่นยังคงมิแปรเปลี่ยน “โจวลี่เหยียน เป็
last updateآخر تحديث : 2026-07-31
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status