ลูกสาวตาย ฉันขอหย่า ผัวเลวคุกเข่ารั้ง

ลูกสาวตาย ฉันขอหย่า ผัวเลวคุกเข่ารั้ง

โดย:  สาวน้อยผู้หลงรักน้ำอัดลมอัปเดตเมื่อครู่นี้
ภาษา: Thai
goodnovel4goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
30บท
762views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

[ไล่ง้อเมีย + เพื่อนสมัยเด็ก + ตบหน้าพวกตัวร้าย] ลูกสาวอาการวิกฤต จำเป็นต้องได้รับการปลูกถ่ายไขกระดูกจากพ่อแท้ ๆ อย่างเร่งด่วน แต่พ่อที่เธอเฝ้าคิดถึงตลอดเวลา กลับสร้างปราสาทคริสตัลให้ลูกสาวของรักแรก ทั้งยังจุดดอกไม้ไฟทั่วทั้งเมืองเพื่อฉลองวันเกิดให้เด็กคนนั้น กู้ซิงเหยาโทรหาเขานับครั้งไม่ถ้วน แต่ปลายสายกลับตอบมาอย่างเย็นชาเพียงสามคำว่า “ผมไม่ว่าง” ก่อนจะปิดเครื่องทันที จนกระทั่งมือเล็ก ๆ ของลูกค่อย ๆ เปลี่ยนจากอุ่นเป็นเย็น ก่อนจะแข็งทื่อ ผู้ชายคนนั้นก็ไม่เคยมาดูลูกสักครั้ง กู้ซิงเหยาอุ้มโกศอัฐิเดินออกมาจากฌาปนสถาน หน้าจอ LED ทุกจอทั่วทั้งย่านการค้ากำลังฉายวิดีโออวยพรวันเกิด สามคนที่มีความสุขอยู่บนความตายของลูกสาวเธอ กำลังร้องเพลงวันเกิดอย่างมีความสุข พร้อมวาดฝันถึงวันพรุ่งนี้อันงดงาม ครั้งหนึ่งเธอเคยรักฮั่วฉางหลินมากเพียงใด วันนี้ก็เกลียดเขามากเพียงนั้น

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1

“ถึงเวลาแล้วครับ ยังติดต่อพ่อของเด็กไม่ได้อีกเหรอ?”

ท่ามกลางเสียงดนตรีงานศพอันแผ่วเบา เจ้าหน้าที่ในชุดดำเอ่ยเตือนขึ้น

กู้ซิงเหยาเงยหน้าขึ้นอย่างเหม่อลอย ดวงตาที่บวมแดงมองไปยังลูกสาวซึ่งนอนอยู่ท่ามกลางพวงหรีด ร่างเล็ก ๆ ซีดขาวและเย็นเฉียบ

โทรซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ก็ยังได้ยินเพียงข้อความว่าปลายทางปิดเครื่อง

เธอเดินเข้าไปอย่างไร้ความรู้สึก ยกมือขึ้นลูบแก้มลูกเบา ๆ

“ซีซี... เราไม่รอแล้วนะ ดีไหมลูก?”

แม้เจ้าหน้าที่จะเห็นความเป็นความตายมานับไม่ถ้วน แต่ก็อดสะเทือนใจไม่ได้

“ถ้าพ่อของเด็กไม่ได้เจอหน้าลูกเป็นครั้งสุดท้าย เขาคงติดค้างในใจไปตลอดชีวิต ไม่อย่างนั้น... รออีกสักหน่อยเถอะครับ”

เสียใจไปตลอดชีวิตงั้นเหรอ?

จู่ ๆ กู้ซิงเหยาก็หัวเราะขึ้นมา

“ตอนที่ลูกสาวฉันนอนรอไขกระดูกจากเขาเพื่อยื้อชีวิตอยู่ในห้องผ่าตัด เขากลับอุ้มลูกสาวของผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจไปจุดดอกไม้ไฟที่สวนสนุก คุณคิดว่าเขาจะเสียใจงั้นเหรอ?”

น้ำตาไหลร่วงลงมา หยดลงบนแก้มที่แข็งทื่อของลูก

กู้ซิงเหยารีบยกมือเช็ดออกจนเกลี้ยง

ซีซีของเธอทนทุกข์มามากพอแล้วในชาตินี้ เธอจะปล่อยให้ลูกจากไปพร้อมน้ำตาของเธอไม่ได้

“เผาเถอะ... เราไม่รอแล้ว”

……

กู้ซิงเหยาเลือกโกศอัฐิเจ้าหญิงเอลซ่าที่สวยที่สุดให้ลูกสาว และวาดลวดลายลงบนโกศด้วยมือตัวเอง

ซีซีกลัวความมืด เธอจึงไม่ใช้ผ้าดำที่ทางฌาปนสถานเตรียมไว้ แต่ถอดเสื้อคลุมของตัวเองมาห่อโกศไว้ให้มิดชิด

สายลมต้นฤดูหนาวบาดผิวกายราวกับคมมีด

กู้ซิงเหยาไม่รู้สึกหนาว เธอเรียกแท็กซี่ ขึ้นนั่งเบาะหลัง แล้วบอกที่อยู่อย่างไร้ความรู้สึก

รถแล่นออกจากชานเมืองอันเงียบสงบ ไม่นานก็เข้าสู่ใจกลางเมืองอันคึกคัก

ภาพความเจริญอยู่ตรงหน้า แต่ในดวงตาของเธอกลับเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย

พ่อแม่จากไปแล้ว ลูกสาวก็จากไปแล้ว บนโลกนี้ดูเหมือนไม่มีอะไรให้เธออาลัยอีกแล้ว

ทันใดนั้น แสงดอกไม้ไฟที่ระเบิดขึ้นก็แยงตาเธอ

ทั้งแสบทั้งปวด

เธอเบี่ยงสายตาโดยไม่รู้ตัว แต่กลับเห็นว่าจอ LED ตลอดทั้งถนนกำลังฉายวิดีโออวยพรวันเกิดพร้อมกัน

ภายในปราสาทคริสตัลคือพระราชวังที่ตกแต่งในธีมดิสนีย์

ซูรั่วรั่วในชุดกระโปรงเจ้าหญิงสีขาว สวมมงกุฎเพชรล้ำค่า นั่งรถม้าฟักทองแล่นมาตามพรมแดง

ประธานฮั่วซื่อกรุ๊ปผู้ยิ่งใหญ่ยินดีทำหน้าที่เป็นสารถีด้วยแววตาเปี่ยมความเอ็นดู เขาก้มตัวประคองเธอลงจากรถ ก่อนจูงมือพาไปหาซูอวี้หว่านที่รออยู่ไม่ไกล

เค้กสั่งทำพิเศษสิบชั้นถูกทั้งสามช่วยกันจุดเทียน พออธิษฐานเสร็จ ซูรั่วรั่วก็หอมแก้มทั้งคู่คนละที

ความสุขของครอบครัวสามคนแทบล้นออกมาจากหน้าจอ

“ปัง!”

ดอกไม้ไฟถูกจุดขึ้นอีกครั้ง ส่องประกายทั่วผืนฟ้ายามค่ำคืน

คนขับรถอดทอดถอนใจไม่ได้

“เกิดมาเป็นคนเหมือนกัน แต่วาสนาไม่เหมือนกันจริง ๆ ได้เป็นลูกสาวของคุณฮั่ว ช่างน่าอิจฉาเหลือเกิน”

กู้ซิงเหยามีดวงตาแดงก่ำ กอดโกศอัฐิในอ้อมแขนไว้แน่น หัวใจราวกับถูกมีดกรีด

“พี่คนขับ ไปทางลัดเถอะค่ะ”

เธอเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่า แทบจะเป็นการวิงวอน

คนขับชะงักไป เมื่อนึกถึงสถานที่ที่ไปรับเธอมา ก็พลันรู้ว่าตัวเองพูดไม่เข้าท่า

ความคึกคักในเวลานี้ช่างไม่เหมาะเอาเสียเลย

“ขอโทษนะครับ ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ”

พูดจบก็รีบเลี้ยวเข้าทางลัด เลี่ยงถนนสายหลักทั้งหมด

แม้รถจะกระแทกกระทั้นตลอดทาง แต่ก็ไม่เจอจอ LED อีกเลย

หนึ่งชั่วโมงต่อมา รถก็จอดที่จิ่นเจียงหย่วน

กู้ซิงเหยาขอบคุณคนขับ ก่อนอุ้มโกศอัฐิลงจากรถ ยืนอยู่ใต้แสงไฟถนนสีขาวจ้า มองบ้านที่เธออยู่มาตลอดหกปี

ห้องเปียโนบนชั้นสาม ราวกับยังมีเสียงลูกสาวเล่นเปียโนดังแว่วมาจากในนั้น

เธอฝึกซ้อมอย่างตั้งใจมาก แม้จะป่วย ร่างกายอ่อนแรง เล่นได้เพียงครู่เดียวก็เหงื่อท่วมตัว แต่ก็ยังฝืนซ้อมต่อ

“แม่คะ... ถ้าซีซีคว้ารางวัลใหญ่จากการแข่งขันระดับนานาชาติได้ พ่อจะชอบซีซีไหมคะ?”

กู้ซิงเหยารู้สึกจมูกสั่นผ่าว ก่อนฝืนลากขาที่หนักอึ้งเดินตรงไปยังห้องเปียโน

เธอวางโกศอัฐิลงบนเก้าอี้ข้าง ๆ อย่างทะนุถนอม เปิดฝาเปียโน แล้วค่อย ๆ หลับตาลง

ปลายนิ้วกดลงบนคีย์เปียโน เสียงดนตรีอันไพเราะก้องกังวานไปทั่วห้อง ฉีกกระชากทั้งความทรงจำอันเจ็บปวดและหัวใจที่ราวกับถูกกรีดจนเลือดอาบของเธอในเวลานี้

นับตั้งแต่พ่อแม่จากไป เธอก็ไม่เคยเล่นเปียโนอีกเลย

มันคือปมในใจที่คอยหลอกหลอนเธอมาโดยตลอด

แต่ตอนนี้ เธออยากบรรเลงให้ซีซีเพียงคนเดียว

บทเพลงที่ลูกเตรียมไว้สำหรับการแข่งขัน เธอบรรเลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนนิ้วมือเป็นตะคริว ไม่มีแรงบรรเลงต่ออีก

เธอนั่งเหม่ออยู่ทั้งคืน เช้าวันต่อมา เธอซูบซีดราวกับคนไร้วิญญาณ เดินลงมาชั้นล่างอย่างเลื่อนลอย

แสงแดดยามเช้าสว่างจ้าจนแสบตา

ชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่า หน้าตาหล่อเหลา เดินย้อนแสงเข้ามาจากด้านนอก เสื้อโค้ตสีดำพาไอหนาวติดเข้ามาด้วย ก่อนสะบัดชายเสื้อแล้วแขวนไว้ที่โถงหน้าประตู

เป็นฮั่วฉางหลิน

ในที่สุดเขาก็ปรากฏตัว

ชายคนนั้นไม่แม้แต่จะชายตามองเธอ เขาถอดเสื้อโค้ตแขวนไว้ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาและเฉยเมย

“ซีซียังไม่ตื่นเหรอ?”

กู้ซิงเหยาแค่นหัวเราะอย่างประชดประชัน

ลูกสาวของเธอตายมาได้สามวันแล้ว ผู้ชายคนนี้เพิ่งจะเสพสุขอยู่ในอ้อมอกหญิงจนหนำใจ แล้วค่อยนึกขึ้นได้ว่ายังมีลูกสาวอีกคนกำลังรอเขาอยู่งั้นเหรอ?

สวะชัด ๆ!

ฮั่วฉางหลินเห็นได้ชัดว่าไม่คาดคิดว่าเธอจะมีท่าทีเช่นนี้ เขาเงยหน้าขึ้นมองด้วยดวงตาสีดำเข้ม พอเห็นใบหน้าของกู้ซิงเหยา สีหน้าก็นิ่งค้างไปชั่วขณะ ก่อนคิ้วคมเข้มจะขมวดเข้าหากันทันที

ผู้หญิงคนนี้คิดจะเล่นลูกไม้อะไรอีก?

เลิกแกล้งเป็นเด็กดี แล้วหันมาเล่นบทน่าสงสารแทนงั้นเหรอ?

เขาไม่คิดจะใส่ใจ

“ผมยกเลิกประชุมตอนเช้าเพื่อรีบกลับมา ไปปลุกซีซีให้ตื่น ผมจะไปส่งเธอเรียนเปียโน”

พอได้ยินคำว่าเรียนเปียโน กู้ซิงเหยาก็ปวดร้าวจนแทบยืนไม่อยู่

ซีซีเรียนเปียโนสัปดาห์ละสามครั้ง ทุกคาบเริ่มตอนเก้าโมงเช้า

วันธรรมดา ซีซีไม่เคยกล้าขอให้ฮั่วฉางหลินไปส่ง มีเพียงวันเสาร์เท่านั้นที่กล้าถามอย่างไม่มั่นใจว่าเขาจะไปส่งเธอได้ไหม แต่ทุกครั้งก็ถูกปฏิเสธ

ต่อมาสุขภาพของเธอทรุดลงเรื่อย ๆ จากเรียนสัปดาห์ละสามครั้ง เหลือสัปดาห์ละครั้ง

ก่อนเข้าผ่าตัดครั้งนั้น ฮั่วฉางหลินถึงได้ยอมไปส่งเธอ

เด็กน้อยนอนไม่ค่อยหลับทั้งคืน พอตื่นขึ้นมาก็รีบสวมเดรสสีขาวตัวที่สวยที่สุดด้วยความดีใจ ก่อนที่ผู้ช่วยของฮั่วฉางหลินจะขับรถมารับเธอ

กู้ซิงเหยาคิดว่าเช้าวันนั้น ลูกจะได้มีความสุข

แต่พอเก้าโมงครึ่ง ครูสอนเปียโนก็โทรมา

พอเธอรีบไปถึง ซีซีก็สลบหมดสติไปแล้ว

ตอนนั้นเองเธอจึงรู้ว่า ฮั่วฉางหลินผิดนัด ส่วนผู้ช่วยก็แค่ไปส่งถึงสถาบัน แล้วก็กลับไปทันทีโดยไม่ขึ้นไป

ฮั่วฉางหลินไม่มีวันเข้าใจ ว่าเหตุผลที่ซีซีอ้อนวอนเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็เพราะคนอื่นล้อว่าเธอไม่มีพ่อ

เธอแค่อยากให้ฮั่วฉางหลินปรากฏตัวสักครั้ง ต่อให้เพียงแค่ครู่เดียวก็ยังดี

แต่เขาไม่เพียงไม่มางานเรียนเปียโนของเธอเท่านั้น

แม้กระทั่งตอนที่ลูกนอนอยู่บนเตียงผ่าตัดอย่างสิ้นหวัง รอให้เขามาช่วยชีวิต เขาก็ไม่เคยมา

ตอนที่ลูกรักของเธอสิ้นลมหายใจเป็นเฮือกสุดท้าย เด็กคนนั้นคงเสียใจมากเหลือเกิน

กู้ซิงเหยาจ้องฮั่วฉางหลินเขม็ง ดวงตาแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือด น้ำเสียงเจือไปด้วยความเกลียดชังอย่างเข้มข้น

“ไม่ต้องแล้ว จากนี้ไปไม่ต้องอีกแล้ว”

“คุณหมายความว่ายังไง?” ฮั่วฉางหลินถามอย่างไม่อดทน

วันนั้นเขาติดธุระเลยไปไม่ได้ ผู้หญิงคนนี้ยังจะวางท่าอีกเหรอ?

“ผมไม่มีเวลาจะเสียแล้ว เรียกเธอลงมา”

กู้ซิงเหยาทนไม่ไหวอีกต่อไป ก่อนจะตะโกนลั่นอย่างคลุ้มคลั่ง

“เธอตายแล้ว! ซีซีตายแล้ว!”

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
30
บทที่ 1
“ถึงเวลาแล้วครับ ยังติดต่อพ่อของเด็กไม่ได้อีกเหรอ?”ท่ามกลางเสียงดนตรีงานศพอันแผ่วเบา เจ้าหน้าที่ในชุดดำเอ่ยเตือนขึ้นกู้ซิงเหยาเงยหน้าขึ้นอย่างเหม่อลอย ดวงตาที่บวมแดงมองไปยังลูกสาวซึ่งนอนอยู่ท่ามกลางพวงหรีด ร่างเล็ก ๆ ซีดขาวและเย็นเฉียบโทรซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ก็ยังได้ยินเพียงข้อความว่าปลายทางปิดเครื่องเธอเดินเข้าไปอย่างไร้ความรู้สึก ยกมือขึ้นลูบแก้มลูกเบา ๆ“ซีซี... เราไม่รอแล้วนะ ดีไหมลูก?”แม้เจ้าหน้าที่จะเห็นความเป็นความตายมานับไม่ถ้วน แต่ก็อดสะเทือนใจไม่ได้“ถ้าพ่อของเด็กไม่ได้เจอหน้าลูกเป็นครั้งสุดท้าย เขาคงติดค้างในใจไปตลอดชีวิต ไม่อย่างนั้น... รออีกสักหน่อยเถอะครับ”เสียใจไปตลอดชีวิตงั้นเหรอ?จู่ ๆ กู้ซิงเหยาก็หัวเราะขึ้นมา“ตอนที่ลูกสาวฉันนอนรอไขกระดูกจากเขาเพื่อยื้อชีวิตอยู่ในห้องผ่าตัด เขากลับอุ้มลูกสาวของผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจไปจุดดอกไม้ไฟที่สวนสนุก คุณคิดว่าเขาจะเสียใจงั้นเหรอ?”น้ำตาไหลร่วงลงมา หยดลงบนแก้มที่แข็งทื่อของลูกกู้ซิงเหยารีบยกมือเช็ดออกจนเกลี้ยงซีซีของเธอทนทุกข์มามากพอแล้วในชาตินี้ เธอจะปล่อยให้ลูกจากไปพร้อมน้ำตาของเธอไม่ได้“เผาเถอะ... เราไม่ร
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2
“กู้ซิงเหยา!”เป็นครั้งแรกที่ฮั่วฉางหลินควบคุมอารมณ์ไว้ไม่อยู่เขารู้ว่าผู้หญิงคนนี้จิตใจโหดร้าย แต่ไม่คิดว่าจะโหดร้ายได้ถึงเพียงนี้“นั่นลูกสาวแท้ ๆ ของคุณนะ! คุณบ้าไปแล้วหรือไง ถึงได้แช่งลูกตัวเองแบบนี้!”เขาคร้านจะโต้เถียงกับเธอ และยิ่งไม่อยากให้เด็กเห็นภาพที่ไม่น่าดูไปมากกว่านี้เขาก้าวเฉียดผ่านเธอเพื่อขึ้นไปชั้นบน แต่ทันทีที่เดินผ่านกู้ซิงเหยา โทรศัพท์ในกระเป๋าก็ดังขึ้นทันทีที่รับสาย สีหน้าของเขาก็อ่อนโยนลงทันที“อวี้หว่าน มีอะไรเหรอ?”เสียงอ่อนโยนของหญิงสาวดังมาจากปลายสาย แฝงด้วยความรู้สึกผิดและความกระวนกระวาย“ฉางหลิน คุณกลับไปจิ่นเจียงหย่วนแล้วเหรอ? ขอโทษจริง ๆ นะ รั่วรั่วตื่นมาไม่เห็นคุณก็เอาแต่งอแง...”“พ่อคะ หนูอยากกินไข่ตุ๋นฝีมือพ่อ พ่อสัญญาไว้ว่าจะทำให้หนูนะ”เสียงออดอ้อนนุ่มนิ่มของเด็กหญิงเต็มไปด้วยความสุขหวานชื่น ลอยอบอวลอยู่ในห้องรับแขกอันเงียบงัน ราวกับคมมีดที่กรีดลงบนหัวใจของกู้ซิงเหยา“รั่วรั่วเป็นเด็กดีนะ วันนี้พ่อรับปากว่าจะอยู่เป็นเพื่อนพี่ซีซี แม่ทำบะหมี่ให้หนูกินดีไหม?”หญิงสาวเอ่ยปลอบอย่างอ่อนโยนเด็กน้อยเลิกออดอ้อน เพียงตอบรับอย่างว่าง่ายว่า "ค่
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3
กู้ซิงเหยาพุ่งเข้าไปคว้าคอซูอวี้หว่านไว้แน่น บีบสุดแรงเกิดแต่ในวินาทีต่อมา ฮั่วฉางหลินกลับคว้าข้อมือเธอแล้วเหวี่ยงออกไปอย่างแรง ร่างของเธอเซถลากระแทกกำแพงอย่างจัง เลือดสด ๆ ไหลอาบขมับฮั่วฉางหลินชะงักไป ก่อนจะขยับตัวเข้าไปหาเธอโดยไม่รู้ตัว ทว่าจังหวะนั้นซูอวี้หว่านกลับโผเข้ากอดเขา มือกุมลำคอไว้แน่น ทั้งร่างสั่นเทิ้ม“ฉางหลิน... ฉันเกือบตายแล้ว...”ซูรั่วรั่วเองก็ตกใจจนขวัญเสีย เธอกอดคอฮั่วฉางหลินแน่น ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนแทบหายใจไม่ทันฮั่วฉางหลินขมวดคิ้ว ก่อนเอ่ยเสียงเข้ม “กู้ซิงเหยา เลิกแกล้งตายได้แล้ว”ความเจ็บปวดผสมกับอาการวิงเวียนอย่างรุนแรง ทำให้กู้ซิงเหยาต้องพยายามอยู่หลายครั้งกว่าจะลุกขึ้นยืนได้เลือดไหลจากหน้าผากขาวสะอาดลงมาเปื้อนขนตา เธอพยายามฝืนลืมตาให้กว้าง มองชายที่แขนข้างหนึ่งโอบซูอวี้หว่าน ส่วนอีกข้างอุ้มซูรั่วรั่วไว้แอบรักมาสี่ปี แต่งงานกันหกปี สุดท้ายหนึ่งคนตาย อีกหนึ่งคนบาดเจ็บสาหัสนี่คือผู้ชายที่เธอทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อรักเขาความขมขื่นถาโถมขึ้นกลางอก ความเศร้าและความคับแค้นอัดแน่นเต็มหัวใจ เธอก้าวเข้าไปหาเขาทีละก้าว ก่อนหยุดยืนตรงหน้าฮั่วฉางหลิน แล้
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4
กู้ซิงเหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ต่อจากนี้ คุณจะไม่มีวันได้เจอเธออีก เอาของของคุณไป แล้วไสหัวไปซะ!”ฮั่วฉางหลินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนริมฝีปากเย็นชาจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยัน“กู้ซิงเหยา คุณยอมออกจากบ้านตัวเปล่า แต่กลับพาซีซีไปด้วย คิดจะใช้ลูกบีบให้ผมจ่ายเงินงั้นเหรอ? ไม่คิดว่ามันน่าขำหรือไง?”อัฐิของลูกสาวอยู่ชั้นบน กู้ซิงเหยาไม่อยากให้ลูกได้ยินคำพูดเย็นชาไร้เยื่อใยเช่นนี้จากพ่อที่ลูกเฝ้าคิดถึงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันกู้ซิงเหยาคว้ากล่องของขวัญบนโต๊ะแล้วขว้างออกไปทันที “ฉันบอกให้ไสหัวไป! ฟังไม่เข้าใจหรือไง?”สีหน้าของฮั่วฉางหลินมืดครึ้มลงทันทีกระโปรงผ้าโปร่งเนื้อบางเบาตกลงบนพื้นซึ่งเพิ่งผ่านฝนมา เปื้อนคราบสกปรกจนไม่อาจสวมใส่ได้อีกแม้แต่มงกุฎที่เขาออกแบบด้วยตัวเองก็แตกกระจาย เศษเพชรกระเด็นกระจัดกระจายอยู่ตามพื้นกระเบื้องเก่า ๆอารมณ์ที่เขาพยายามสะกดกลั้นไว้ใกล้จะปะทุเต็มทีจู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นในตอนนั้นเขาเหลือบมองหน้าจอ ก่อนกดรับสายและจงใจเปิดลำโพง“คุณฮั่วครับ เปียโนที่คุณสั่งมาถึงแล้ว ตอนนี้จะจัดส่งให้ทันที ที่อยู่คือจิ่นเจียงหย่วนใช่ไหมครับ?”ฮั่วฉางหลินมองกู้ซิงเหยาอย
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5
ฮั่วฉางหลินไม่อยากอดกลั้นอีกต่อไป เขาพลิกตัวกดเธอไว้ใต้ร่าง ใช้มือบีบคางเธอไว้ ก่อนก้มลงจูบอย่างดุดันมือใหญ่ค่อย ๆ ลูบไล้จากเอวไต่ขึ้นไป ลมหายใจยิ่งถี่กระชั้นสัมผัสแปลกประหลาดดึงกู้ซิงเหยาให้หลุดจากฝันร้ายเธอลืมตาขึ้น มองเพดานเหนือศีรษะอย่างเหม่อลอย จนกระทั่งมีคนเบียดแยกขาเธอออก จึงได้สติขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ว่าตอนนี้ทั้งสองอยู่ในท่าแบบไหน เธอก็อ้าปากกัดลำคอของฮั่วฉางหลินอย่างแรงด้วยความโกรธชายหนุ่มสะดุ้งด้วยความเจ็บ ครางอู้อี้ออกมา แต่ไม่ยอมปล่อยเธอ กลับรัดเอวเธอไว้แน่นกว่าเดิมเสียงแหบพร่าดังแนบเฉียดติ่งหูของเธอ แฝงด้วยความหยอกเย้าและยั่วล้อ“ผมยังไม่ทันเริ่ม คุณก็ไม่ไหวแล้วเหรอ?”เมื่อก่อนบนเตียง หากถูกเขาเล่นงานหนัก ๆ กู้ซิงเหยาก็มักจะกัดเขาแต่ตอนนี้ พอได้ยินคำพูดนั้นอีกครั้ง เธอกลับรู้สึกถูกหยามอย่างที่สุด จึงดิ้นรนสุดแรงทั้งมือทั้งเท้า“ปล่อยฉัน อย่ามาแตะต้องฉัน”เสื้อผ้าบนตัวทั้งสองเหลืออยู่เพียงน้อยนิดร่างกายที่แนบชิดเสียดสีกันยิ่งกระตุ้นอารมณ์ ฮั่วฉางหลินถึงกับเส้นเลือดที่หน้าผากปูดโปน เขาบีบต้นขาเธอแน่น ดวงตาแดงก่ำจ้องเธอไม่วางตา“ถ้าไม่อยากถูกผมเล่นงานจนตาย
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6
เมื่อกู้ซิงเหยาได้ยินคำพูดที่ดูเหมือนใจกว้างของซูอวี้หว่าน ก็รู้สึกคลื่นไส้และสะอิดสะเอียนขึ้นมาทันทีเธอยกยิ้มเยาะอย่างถึงที่สุด “ซูอวี้หว่าน ฉันไม่ได้มาหาเขา มีแค่คุณเท่านั้นที่เห็นเขาเป็นของล้ำค่า แต่ในสายตาฉัน เขาไม่มีค่าแม้แต่นิดเดียว”ซูอวี้หว่านยังถือกางเกงในของฮั่วฉางหลินอยู่ในมือ พลางมองกู้ซิงเหยาที่กำลังเดินไปยังวิลล่าหลังข้าง ๆเธอกัดฟันแน่นจนเกิดเสียงกรอด กางเกงในที่อยู่ในมือถูกกำจนยับยู่ยี่เป็นก้อนการกระทำที่ตั้งใจประกาศความเป็นเจ้าของเมื่อครู่นี้ กลับทำให้เธอดูราวกับตัวตลกเสียเองซูอวี้หว่านยังไม่ยอมแพ้ จึงแอบเดินตามกู้ซิงเหยาไปเงียบ ๆแล้วก็เห็นเธอเดินเข้าไปในบ้านของฉินเป่ย เพื่อนสนิทของฮั่วฉางหลินภาพตรงหน้าทำให้มุมปากของซูอวี้หว่านยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม เธอรีบหยิบโทรศัพท์ออกมา นิ้วแตะหน้าจออย่างรวดเร็ว ก่อนเสียงชัตเตอร์จะดัง “แชะ” บันทึกภาพตอนกู้ซิงเหยาเดินเข้าประตูเอาไว้ไม่นาน ฮั่วฉางหลินก็อุ้มซูรั่วรั่วกลับมาซูอวี้หว่านที่เตรียมตัวไว้ล่วงหน้าแล้วแกล้งทำเป็นเหม่อลอย ในมือยังกำกางเกงในของฮั่วฉางหลินไว้แน่นฮั่วฉางหลินเห็นของในมือเธอตั้งแต่แรก เขาขมวดคิ้วอย่างไม
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7
จ่ายค่าผิดสัญญาไม่ไหวงั้นเหรอ? ดูเหมือนว่าฮั่วฉางหลินจะประเมินเธอต่ำเกินไปแล้วเธอไม่พูดอะไรสักคำ มือทั้งสองข้างกำแผ่นโน้ตเพลงไว้แน่น ก่อนออกแรงดึงสุดแรง กระดาษโน้ตเพลงจึงฉีกขาดเป็นสองส่วน ท่ามกลางการแย่งชิงของคนทั้งสองจากนั้นกู้ซิงเหยาก็ก้มลงอย่างรวดเร็ว ฉีกเศษกระดาษในมือจนกลายเป็นชิ้นเล็ก ๆ ก่อนโปรยลงบนศีรษะของฮั่วฉางหลิน“นี่ไง โน้ตเพลงที่คุณต้องการ”เธอพูดทีละคำ น้ำเสียงสั่นเครือ ความโกรธทำให้กู้ซิงเหยารู้สึกเจ็บแน่นในอก และรู้สึกหน้ามืดเล็กน้อย แต่เธอยังคงฝืนประคองตัวไว้เธอจะไม่ยอมแสดงความอ่อนแอต่อหน้าผู้ชายคนนี้เด็ดขาดน่าขันเหลือเกิน ตลอดหกปีที่ผ่านมา เธอเปิดเผยด้านที่อ่อนแอที่สุดของตัวเองให้เขาเห็นโดยไม่ปิดบังแต่เขาไม่เคยมอบความอ่อนโยนให้เธอแม้แต่น้อยการกระทำที่คาดไม่ถึงของกู้ซิงเหยาทำให้ฮั่วฉางหลินโกรธจนถึงขีดสุด เขาก้าวเข้ามาอย่างแรง ยื่นมือหมายจะคว้าข้อมือของเธอ“กู้ซิงเหยา คุณบ้าไปแล้วหรือไง! รู้ไหมว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่?”กู้ซิงเหยาถอยหลังไปหลายก้าว ร่างกายโอนเอนราวกับจะล้มลงได้ทุกเมื่อ“ฉันไม่ได้บ้า ฉันมีสติดีมาก เพลงนี้ ฉันไม่มีวันมอบให้ซูรั่วรั่วเด็ดขาด
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8
เสียงอ่อนโยนของซูอวี้หว่านดังมาจากปลายสาย“ฉางหลิน รั่วรั่วคิดถึงคุณ เอาแต่ร้องอยากเจอพ่อ คุณกลับมาอยู่เป็นเพื่อนเธอหน่อยได้ไหม?”ทันทีที่เธอพูดจบ เสียงเล็ก ๆ อ่อนหวานของเด็กน้อยก็ดังตามมา“พ่อคะ รั่วรั่วคิดถึงพ่อแล้ว”แววตาของฮั่วฉางหลินพลันอ่อนโยนลง มุมปากยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว ก่อนเอ่ยโอ๋ลูกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“ได้สิลูกรัก พ่อจะกลับไปเดี๋ยวนี้ หนูรอพ่อดี ๆ นะ เดี๋ยวพ่อก็ถึงแล้ว”หลังวางสาย ฮั่วฉางหลินก็หันกลับมามองกู้ซิงเหยา ความอ่อนโยนในดวงตาค่อย ๆ จางหายไป น้ำเสียงแฝงความออกคำสั่งอยู่เล็กน้อย“กู้ซิงเหยา กินโจ๊กให้หมด ไม่อย่างนั้นอย่าคิดว่าจะออกไปจากที่นี่ได้”ถ้าฮั่วฉางหลินไปแสดงงิ้วเปลี่ยนหน้าคงน่าเสียดายฝีมือไม่น้อย ท่าทีของเขาเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วจนน่าขัน และทำให้กู้ซิงเหยารู้สึกหนาวเย็นไปถึงหัวใจทั้งที่เป็นลูกสาวเหมือนกันแท้ ๆ แต่ซูรั่วรั่วเพียงแค่บอกว่าคิดถึง ฮั่วฉางหลินก็เรียก “ลูกรัก” ไม่ขาดปาก แทบอยากจะรีบบินกลับไปหาเธอเดี๋ยวนั้นส่วนซีซีของเธอ ในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต ก็เพียงแค่อยากเจอพ่อแต่แม้แต่ความปรารถนาเล็ก ๆ เพียงเท่านี้ยังกลายเป็นสิ่งเกินเอื้อม จนกระทั่ง
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9
ในเวลาเดียวกัน ฮั่วฉางหลินรีบกลับมาถึงวิลล่าอย่างเร่งรีบทันทีที่เห็นซูรั่วรั่ว เขาก็กอดเธอไว้แน่น พลางเอ่ยโอ๋ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน"รั่วรั่วคิดถึงพ่อเหรอ มาให้พ่อดูหน่อยสิว่ารั่วรั่วเป็นเด็กดีไหม"ซูรั่วรั่วซุกตัวกอดฮั่วฉางหลิน ก่อนพูดด้วยเสียงออดอ้อน“แม่ก็คิดถึงพ่อเหมือนกัน พ่อกับแม่ต้องจับมือกันนะ~”พูดจบ เธอก็ยื่นมืออวบอ้วนเล็ก ๆ โบกไปทางซูอวี้หว่าน พยายามให้ทั้งสองจับมือกันซูอวี้หว่านยืนอยู่ข้าง ๆ แก้มแดงระเรื่อ ก้มหน้าด้วยความเขินอาย ก่อนค่อย ๆ ยื่นมือออกมาแต่ฮั่วฉางหลินกลับทำราวกับมองไม่เห็น เขาอุ้มซูรั่วรั่วหมุนตัวเบา ๆ หนึ่งรอบ ก่อนยิ้มแล้วพูดว่า“รั่วรั่วซนจริง ๆ เลย พ่อพาเล่นเครื่องบินดีไหม”“ดีค่ะ~” ซูรั่วรั่วตบมือด้วยความตื่นเต้นพูดจบ ฮั่วฉางหลินก็ให้รั่วรั่วนั่งบนบ่า ก่อนพาเดินวนไปรอบห้องนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เป็นแบบนี้ ดวงตาของซูอวี้หว่านสั่นไหวเล็กน้อย หากครั้งก่อนที่ผู้ชายคนนี้จงใจหลบการสัมผัสของเธอเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ...งั้นครั้งนี้ก็ต้องเป็นการตั้งใจแน่นอนถ้าซูรั่วรั่วไม่พูดถึงคำว่า “พ่อกับแม่” เธอถึงขั้นรู้สึกว่าฮั่วฉางหลินคงปฏิเสธอย่างไม่ไว้หน้า
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10
“ไม่ได้! เรื่องนี้ย่าต้องจัดการเอง พวกเธอสองคนจะเลิกกันแบบนี้ไม่ได้นะ รอก่อน ย่าจะให้หลานชายย่าไปขอโทษเธอเดี๋ยวนี้!”หลังวางสายจากกู้ซิงเหยา คุณย่าฮั่วก็โทรหาฮั่วฉางหลินทันทีเสียงเรียกเข้าดังได้เพียงไม่กี่ครั้งก็มีคนรับสาย คุณย่าฮั่วจึงระเบิดความโกรธที่สั่งสมมาตลอดทางออกมาทันที“ฮั่วฉางหลิน! ไอ้เด็กเหลือขอ! แกไปก่อเรื่องอะไรมาอีก รังแกซิงเหยาอีกแล้วใช่ไหม? เธอจะหย่ากับแกแล้ว แกยังไม่รู้ตัวอีกหรือว่าตัวเองทำเรื่องชั่วไว้มากแค่ไหน!”เวลานี้ฮั่วฉางหลินกำลังเล่นกับซูรั่วรั่ว เสียงของคุณย่าฮั่วดังเสียจนต่อให้ถือโทรศัพท์ห่างออกไปเป็นเมตรก็ยังได้ยินชัดซูรั่วรั่วที่อยู่ในอ้อมแขนสะดุ้งด้วยเสียงอันดังลั่นที่ดังขึ้นกะทันหัน ดวงตากลมโตใสแจ๋วเต็มไปด้วยความหวาดกลัวฮั่วฉางหลินลูบหลังซูรั่วรั่วเบา ๆ พลางปลอบอยู่สองสามคำ จนเด็กน้อยสงบลงเล็กน้อย จึงวางเธอลงบนโซฟาที่อยู่ด้านข้างจากนั้นเขาก็ถือโทรศัพท์เดินไปยังมุมหนึ่ง ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนพูดว่า “คุณย่าครับ ใจเย็นก่อน เรื่องมันไม่ใช่อย่างที่คุณย่าคิด”“ไม่ใช่อย่างที่ย่าคิดงั้นเหรอ? ดูสิว่าแกทำซิงเหยาจนเป็นสภาพไหน ซีซีต้องไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status