INICIAR SESIÓN[เสียใจภายหลัง+ตามง้อภรรยา+พระนางไม่นอกใจ+มีหลายตัวตน] เจียงหนิงแท้งลูกแล้ว เธอรักลู่จวินเหยียนมาสิบปี ยอมลาออกมาแต่งงานตอนปีสอง ใช้ชีวิตคู่มาสามปี เธอก้มหน้าก้มตาทำงานโดยไม่เคยปริปากบ่น กระทั่งตารางลับแผ่นหนึ่งปรากฏขึ้น เธอถึงได้รู้ว่า ตัวเองเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในเกมระหว่างเขากับรักแรกเท่านั้น ภายในห้องพักผู้ป่วย เมื่อทราบข่าวว่าลู่จวินเหยียนกำลังไปตกปลาทะเลกับรักแรก เจียงหนิงจึงเอ่ยปากขอหย่า แม่บ้านที่เคยถูกทุกคนดูถูกเหยียดหยามในวันวานได้พลิกโฉมไปอย่างสิ้นเชิง กลายเป็นดีไซเนอร์แบรนด์เครื่องประดับสุดหรู กลายเป็นอาจารย์เพียงคนเดียวของนักเปียโนระดับโลก กลายเป็นเทพธิดานักแข่งรถ กลายเป็นลูกสาวของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และกลายเป็นประธานบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่านับแสนล้าน... เมื่อเห็นว่าเจียงหนิงมีหนุ่ม ๆ มาตามจีบมากขึ้นเรื่อย ๆ ลู่จวินเหยียนก็เริ่มตามตอแยไม่เลิก เจียงหนิงรำคาญจนทนไม่ไหว จึงแกล้งตายแล้วหนีไป หน้าหลุมศพที่ว่างเปล่า ลู่จวินเหยียนเฝ้าอยู่ลำพังทุกค่ำคืน คุกเข่าจนหัวเข่าแทบแตก ในที่สุดวันหนึ่ง เขาก็ได้พบกับอดีตภรรยาที่ ‘ฟื้นคืนชีพ’ โดยบังเอิญ ขอบตาของเขาแดงก่ำ “ที่รัก กลับบ้านกับผมเถอะนะ” เจียงหนิงยิ้ม “คุณลู่ อย่าเรียกมั่วซั่วสิคะ เราหย่ากันแล้ว ตอนนี้ฉันโสดนะคะ”
Ver más“นี่เพื่อนร่วมงานใหม่ของแผนกเรา ต่อไปจะมาร่วมรับผิดชอบไลน์สินค้า PO กับเรา ทุกคนช่วยดูแลกันด้วยนะ” เมิ่งฮุ่ยกล่าวเปิดตัว แล้วให้พนักงานใหม่แนะนำตัว“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเจียงหนิง ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”คนอื่น ๆ ปรบมือต้อนรับเจียงหนิง มีเพียงฉู่ฉิงเสวี่ยที่นั่งนิ่งไม่ไหวติง“ฉิงเสวี่ย เธอรู้จักเขาเหรอ” จวงเชี่ยนสังเกตเห็นอาการผิดปกติของฉู่ฉิงเสวี่ยฉู่ฉิงเสวี่ยแสร้งยิ้มเจื่อน ๆ ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธเธอคิดไม่ถึงเลยว่าพนักงานใหม่ของแผนกจะเป็นเจียงหนิงฉู่ฉิงเสวี่ยรู้ว่าเจียงหนิงเรียนเอกออกแบบเครื่องประดับ แต่เจียงหนิงเรียนไม่จบ ไม่มีใบปริญญา บริษัท FY จะรับคนแบบนี้เข้าทำงานได้ยังไงขนาดคนจบมหาลัยดัง ๆ อย่างเธอยังต้องสอบข้อเขียนสองรอบ สัมภาษณ์อีกสามรอบกว่าจะได้เข้ามาเป็นเด็กฝึกงาน แต่เจียงหนิงกลับ...ฉู่ฉิงเสวี่ยกำปากกาในมือแน่นจนแทบหักทันใดนั้นเธอก็นึกถึงงานเลี้ยงฉลองของ FY ครั้งก่อนขึ้นมา แผนการบางอย่างก็ผุดขึ้นในหัวเนื่องจากเจียงหนิงกลับไปทำงานที่สถานพินิจเยาวชนไม่ได้แล้ว เธอจึงตอบรับคำเชิญของปีเตอร์FY ต้องการสร้างไลน์สินค้าใหม่ เดิมทีปีเตอร์ตั้งใจจะให้เจียงหนิงมาเป็นผู้จัดกา
เจียงหนิงเติบโตมาภายใต้การกล่อมเกลาของเสียงดนตรีตั้งแต่เด็ก เธอมีพรสวรรค์ทางดนตรีและรักมันมากเธอแค่เห็นรอยเปื้อนบนอิเล็กโทนจึงหยิบทิชชูเปียกไปเช็ด แต่กลับคิดไม่ถึงว่าจะถูกพวกของลู่จวินเหยียนเข้าใจผิดว่าเป็นคนทำความสะอาดเจียงหนิงไม่ได้แตะลิ่มนิ้วมาหลายปีแล้ว ในใจลึก ๆ ก็หวั่นอยู่เหมือนกัน ไม่รู้ว่าจะเล่นออกมาได้ดีแค่ไหน แต่เมื่อบรรเลงจบเพลง เธอก็ได้รับเสียงปรบมือเกรียวกราว แม้แต่นักเปียโนเพื่อนเจ้าของโรงแรมคนนั้นก็ยังเดินเข้ามาชมเธอด้วยตัวเอง และขอให้เธอช่วยเล่นอีกสักสองสามเพลงเจียงหนิงเห็นท่าทางตื่นเต้นของอีกฝ่ายก็คิดว่าคืนนี้ตัวเองคงเล่นได้ไม่เลว อย่างน้อยก็ช่วยกู้หน้าให้กู้หลานหลานได้แล้วด้านนอกโถงล็อบบี้ ลู่จวินเหยียนยืนคุยโทรศัพท์อยู่ที่ระเบียงทางเดินอยู่นานเดิมทีเขากำลังจดจ่ออยู่กับการเจรจาธุรกิจ แต่หูที่ถูกแนบด้วยโทรศัพท์กลับได้ยินเสียงเปียโนที่ดังแว่วเข้ามาอย่างน่าประหลาดลู่จวินเหยียนรู้ดีว่าในโถงล็อบบี้ไม่มีเปียโน มีแต่อิเล็กโทนปกติเขาไม่ได้สนใจเครื่องดนตรีชนิดนี้เท่าไหร่ แต่เสียงดนตรีที่ลอยมาแผ่ว ๆ นั้นกลับเหมือนหยาดฝนที่หยดลงกลางใจ สะกิดความทรงจำอันเนิ่นนานบางอย
“สวัสดีค่ะ ฉันเป็นพนักงานจากร้าน ZM ผู้จัดการร้านของเราฝากของสิ่งนี้มาให้คุณค่ะ”พอได้ยินแบบนั้น เจียงหนิงถึงเข้าใจ ที่แท้พี่จ้าวก็ส่งคนเอาชุดมาให้เธอนี่เองพี่จ้าวเป็นผู้จัดการร้าน ZM และถือเป็นคนคุ้นเคยเก่าแก่ของเธอ“แต่คุณไม่รู้จักฉันยังเดาถูกว่าเป็นคุณเจียง เก่งใช้ได้เลยนะเนี่ย” เจียงหนิงเอ่ยชมพนักงานไปตามมารยาทพนักงานยิ้มตอบ “เพราะผู้จัดการบอกไว้น่ะค่ะว่าให้ฉันเอาของไปส่งอย่างเดียว ไม่รู้จักหน้าตาคุณเจียงก็ไม่เป็นไร แค่เข้าไปในโรงแรมแล้วมองหาคนที่สวยที่สุดก็พอ คนคนนั้นต้องเป็นคุณเจียงร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ”คำเยินยอนั้นทำเอาเจียงหนิงเขินจนทำตัวไม่ถูก ส่วนฉู่ฉิงเสวี่ยและพรรคพวกที่ยืนอยู่ข้าง ๆ หน้าดำหน้าแดงด้วยความไม่พอใจเจียงหนิงไม่สนใจพวกเขา เธอกอดชุดแล้วหันหลังเดินไปหาห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า จังหวะนั้นป้าแม่บ้านก็วิ่งเข้ามานำทางพร้อมกับขอโทษขอโพย“ขอโทษจริง ๆ นะคะ เมื่อกี้ทำชุดคุณเปื้อนหมดเลย ผู้จัดการให้พาคุณไปเปลี่ยนชุดที่ห้องแต่งตัวชั้นสองค่ะ”แล้วเจียงหนิงก็เดินจากไป ทิ้งให้ฉู่ฉิงเสวี่ย หยวนเผย ซ่งลี่ลี่และหวังหยางยืนมองหน้ากันเลิ่กลั่กเมื่อเจียงหนิงปรากฏตัวอีกครั้ง คนทั
เจียงหนิงไม่สนใจหยวนเผย ดวงตาทั้งสองข้างจ้องเขม็งไปที่ลู่จวินเหยียน ซึ่งฝ่ายนั้นก็จ้องตอบกลับมาเช่นกันสายตาที่หยิ่งผยองและถือดีแบบนี้ เหมือนกับตอนที่อยู่ในสถานพินิจเยาวชนไม่มีผิดเจียงหนิงในวัยแรกแย้มไม่เคยต้านทานสายตาแบบนี้ได้เลย ความรู้สึกใจเต้นแรงในตอนนั้นยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำจนถึงวันนี้แต่ว่าตอนนี้...เจียงหนิงถอนหายใจ “ถ้ารู้สึกขายหน้ามากนักก็เซ็นใบหย่าซะสิ พอหย่ากันแล้ว ต่อให้ฉันจะไปขอทานหรือเก็บขวดขายข้างถนน มันก็ไม่เกี่ยวกับคุณอีกต่อไป”พอได้ยินเจียงหนิงพูดแบบนั้น หยวนเผยที่กอดอกอยู่ข้าง ๆ ก็กรอกตามองบน “โธ่เอ๊ย เธอช่วยทำตัวให้มันมีอนาคตหน่อยได้ไหม จะไปขอทานเก็บขวดขายเนี่ยนะ...พูดออกมาเองไม่สะอิดสะเอียน แต่พี่ลู่เขาฟังแล้วจะอ้วกตายอยู่แล้ว”ลู่จวินเหยียนรำคาญเสียงเจื้อยแจ้วของหยวนเผย จึงผลักอีกฝ่ายออกไปให้ไปอยู่รวมกลุ่มกับพวกฉู่ฉิงเสวี่ยเขาก้าวเท้าเข้ามาหาเจียงหนิง ร่างสูงใหญ่ของลู่จวินเหยียนแทบจะบดบังร่างของเธอจนมิดเจียงหนิงกำมือที่ไพล่หลังอยู่แน่นถ้าเป็นปกติ เธอคงถอยหลังหนีไปแล้วแต่วันนี้เธอรู้สึกโมโหนิด ๆ โมโหเรื่องอะไรเธอก็ไม่รู้เหมือนกันเอาเป็นว่าเธ