共有

Chapter 5. มีอะไรรึพี่สาว

last update 公開日: 2024-10-16 21:08:49

“ติงหยี่”

“มีอะไรรึพี่สาว”

“ป่าช้านั้นอยู่ไกลไหม?”

ติงหยี่หยุดเดินแล้วหันไปจ้องมองใบหน้าของเหมยซิง

“พี่แค่อยากเห็นว่าที่ตรงนั้นเป็นเช่นไร”  นางยื่นมือไปโยกศีรษะน้องชายเล่น

“จะดีหรือ?”

“นี่กลางวันอยู่ ไม่เป็นอะไรหรอก” 

นางแค่อยากเห็นสถานที่ที่นางฟื้นขึ้นมาในร่างของเหมยซิง และได้เห็นว่าคนใจร้ายพวกนั้นโยนร่างนางทิ้งไว้เป็นสถานที่เช่นไร

ติงหยี่เห็นแววตาของพี่สาวแล้วก็ได้แค่พยักหน้ารับ เขาพาเดินออกนอกเส้นทางไปไม่นานนักก็เข้าสู่ป่ารกทึบ หากไม่เพราะทั้งสองขึ้นเขาหาของป่าเป็นประจำคงหวาดกลัวที่นี่ไม่น้อย

“ข้าเองก็ไม่แน่ใจนักว่าท่านพ่อพบพี่สาวที่ใด รู้แค่ว่าเป็นป่าช้าแห่งนี้”

เหมยซิงพยักหน้ารับแล้วยืนมองอยู่ห่าง ๆ ไม่ได้เข้าไปลึกมากนัก แค่เพียงยืนอยู่ชายป่าก็ยังรู้สึกเยียบเย็นแม้จะเป็นยามบ่ายแล้วก็ตาม

คนแบบไหนกันถึงโหดร้ายถึงเพียงนี้  ลงโทษนางจนตายแล้วเอามาโยนทิ้งอย่างอนาถ  หากพ่อบุญธรรมตามหานางช้าเกินไป ต่อในนางฟื้นขึ้นมาก็อาจถูกสัตว์ร้ายกัดแทะเนื้อแหว่งไปแล้วก็ได้

“โหดร้ายเหลือเกิน”

“ข้าไม่เชื่อว่าพี่สาวจะเป็นขโมย” ติงหยี่รีบพูดขึ้น  “แม้พวกเราเคยเป็นขอทานแต่ไม่เคยขโมยของใคร  พี่สาวถูกปรักปรำแน่นอน ข้าเชื่อว่าพี่สาวไม่ได้ทำอย่างที่พวกนั้นกล่าวหา”

“เอาเถิดอะไรที่ผ่านมาแล้วก็ปล่อยมันผ่านไป สู้เราเก็บแรงไว้ทำมาหากินของเราไม่ดีกว่ารึ”

นางยิ้มให้น้องชาย แต่ในใจอดคิดไม่ได้ว่า คนที่ทำร้ายเด็กสาวอายุสิบหกเป็นใครกัน และเรื่องราวทั้งหมดเป็นอย่างไรกันแน่  แต่เมื่อทุกคนคิดว่านางตายไปแล้ว ก็เท่ากับว่าเรื่องราวในครั้งนั้นถือว่าสิ้นสุดได้หรือไม่นะ

“กลับกันเถิด”

“ฮืม”   ติงหยี่ยิ้มน้อย ๆ เขายิ้มไม่เก่ง แต่พูดน้อย เมื่อยิ้มแล้วก็ดูเป็นเพียงเด็กชายคนหนึ่ง

เหมยซิงกำลังจะหมุนตัวกลับ  คล้ายได้ยินเสียงร้องครางอยู่ไม่ไกลนัก เท้าของนางชะงัก และหันไปตามเสียงที่ได้ยิน

“พี่สาว”  ติงหยี่เรียกเมื่อไม่เห็นว่าพี่สาวเดินตามออกมา

“รอเดี๋ยว”  นางยกนิ้วชี้แตะริมฝีปากส่งสัญญาณให้เงียบก่อน  อาจมีคนถูกทำร้ายแล้วเอามาทิ้งเหมือนนางก็ได้  ดวงตากลมกลอกไปมาเงี่ยหูฟังจนแน่ใจแล้วรีบก้าวยาว ๆ ไปหลังพุ่มไม้ที่อยู่ห่างจากนางราวยี่สิบก้าว

“พี่สาว”  เพราะแบกของไว้เต็มหลัง เขาจึงก้าวตามพี่สาวได้ช้านัก เขาไม่ได้กลัวภูตผีแต่กลัวจะเป็นคนร้ายมากกว่า  แต่เมื่อเดินไปทันแผ่นหลังของพี่สาว เขาเองก็ต้องตกใจกับภาพที่เห็น

“คนหรือผี...”

เหมยซิงไม่รอช้า รีบเข้าไปประคองร่างที่เปื้อนเลือดขึ้น เขาเป็นชายหนุ่มร่างผอมบาง เสื้อผ้าเต็มไปด้วยคราบเลือดแห้งกรังจนกลายเป็นสีน้ำตาลเข้มไปแล้ว ใบหน้าก็มีรอยบอบช้ำเขียวเป็นจ้ำ  นางพยายามจับตัวอย่างเบามือด้วยเกรงว่าจะถูกชิ้นส่วนในร่างกายที่แตกหัก กลับได้ยินเสียงครางออกมา

“คนซิ ยังหายใจอยู่”

เหมยซิงหันไปดุน้องชาย  มือเรียวลูบคลำไปตามเนื้อตัว ลอบถอนหายใจเมื่อมั่นใจว่าไม่มีชิ้นส่วนใดหัก แต่ไม่พบบาดแผลที่ทำให้เลือดออกท่วมเสื้อผ้าเช่นนี้   คล้ายว่ามีคนเอาเสื้อผ้าชุ่มเลือดมาคลุมร่างนี้ไว้เพื่อซุกซ่อนชายผู้นี้ไว้

“แล้วจะทำอย่างไรดี”

“ต้องพาเขากลับไป”

“พากลับไป! ไปไหน!”

“บ้านเราซิ”

“จะพาไปอย่างไรเล่า”

“แบก!”

“พี่สาว! พี่จะแบกผู้ชายไม่ได้!”  ติงหยี่ส่ายหน้ารัว พี่สาวยังไม่ได้แต่งงาน ขืนใครรู้เข้าคงไม่ได้ออกเรือนเป็นแน่

“ได้ซิ” เหมยซิงคิดแค่ช่วยคน “มาช่วยพี่หน่อย”

นางย่อตัวลงมุ่งมั่นเอาจริงว่าจะแบกชายผู้นี้ให้ได้  ติงหยี่จึงได้แต่ประคองชายที่หมดสติแต่หลุดปากครางอย่างเจ็บปวดตลอดเวลาให้เขาขึ้นหลังพี่สาว  เขาตัวเล็กเกินไปไม่สามารถแบกชายผู้นี้ได้

เหมยซิงรวบรวมกำลัง ดีที่ตั้งแต่นางฟื้นมาก็ฝึกฝนออกกำลังกายอยู่เสมอ ร่างกายเริ่มมีเรี่ยวแรงกว่าวันแรก ๆ ที่ฟื้นมามากนัก  นางลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบากแต่เมื่อทรงตัวได้ก็ออกก้าวเดิน           เคยคิดว่าตัวเองผอมบางมากแล้ว ชายผู้นี้ผอมกว่านักน้ำหนักไม่มากเท่าที่คิด  ใบหน้าของเขาพาดข้ามไหล่ลงมา ลมหายใจร้อนระอุดุจคนป่วยไข้ ส่งเสียงครางอย่างเจ็บปวด

            “อดทนหน่อยนะ อย่าเพิ่งเป็นอะไรไป”   เหมยซิงกระซิบบอก ราวกับน้ำเสียงของนางเข้าไปสู่อีกฝ่าย เสียงครางเงียบลงไปเหลือเพียงลมหายใจที่ยังสม่ำเสมออยู่

            “รีบเดินเร็ว”

            “อืม”

            ติงหยี่ได้แต่พยักหน้ารับไม่คิดว่าพี่สาวจะมีแรงแบกผู้ชายขึ้นหลังได้อย่างนี้  แม้เห็นชัด ๆ ว่าพี่สาวยังคงเป็นเหมยซิงคนเดิมที่คอยดูแลเขาเขาและน้อง ๆ มาตลอด  แต่ต้องยอมรับว่าหลังจากที่พี่สาวกลับจากป่าช้าก็เปลี่ยนไป

            แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เขารู้สึกดียิ่งนัก.

            ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วร่าง ปลุกให้คนที่หมดสติตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ประสาทหูได้ยินเสียงผู้คนพูดคุยกันอยู่ไม่ไกลนัก  กลิ่นอาหารหอมกรุ่นลอยคลุ้งในอากาศ  ดวงที่ปิดสนิทมาหลายวันก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น  สิ่งแรกที่เขาเห็นดวงตากลมของเด็กหญิงตัวเล็กที่โน้มหน้าจ้องมองคนที่นอนอยู่ 

            “พี่สาว!” 

            เสียงแหลมเล็กของเด็กน้อยดังขึ้นจนคนนอนต้องหลับตาไปอีกครั้ง  รู้สึกเหมือนคนวิ่งออกไป และครู่ต่อมาเสียงหวานใสดังขึ้นแทนที่

            “เหมยลี่ อย่าเสียดัง แล้วก็อย่าวิ่งด้วย ท่านพ่อยังนอนอยู่”

            “แต่คนผู้นี้ลืมตาแล้ว” 

            “ลืมตาแล้ว?”

            คนที่นอนอยู่ในห้องพยายามอีกคราในการลืมตาขึ้น  คราวนี้สิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าคือใบหน้าอ่อนเยาว์ของเด็กสาวมีเหงื่อเกาะพราว ดวงตาดำดุจนิลกระจ่างสุกใสจ้องมอง ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มกว้างเป็นรอยยิ้มที่ชวนให้คนเห็นสบายตายิ่ง

            “ฟื้นแล้วรึ”

            ‘ฟื้น’

            ซุนเว่ยหมิน ทบทวนสิ่งที่ได้ยิน ที่นี่ที่ใดกัน  เขาขยับปากจะส่งเสียงถาม แต่กลับมีเสียงครางครือในลำคอ  เขาพยายามขยับตัวแต่ทำไม่ได้  สิ่งที่ทำได้คือเบิกตากว้าง และกลอกตาไปมามองสิ่งที่อยู่รอบข้างกาย

            ‘เกิดอะไรขึ้น ไฉนจึงขยับตัวไม่ได้เช่นนี้’ 

ชายหนุ่มถามตัวเองกลอกตาลงมองท่อนแขน คล้ายบังคับให้มันขยับ แต่กลับทำไม่ได้ รู้สึกเพียงมีแค่ปลายนิ้วกระดิกอย่างยากลำบาก จนเหงื่อไหล่ท่วมใบหน้า

            เหมยซิงเห็นใบหน้าที่มีเหงื่อผุดขึ้นมา ซ้ำดวงตายังดูเคร่งเครียดผสานความตกใจ นางใช้ปลายแขนเสื้อซับเหงื่อให้เขาก่อนมองตามสายตาคู่นั่นที่มองแขนของตน เห็นเพียงปลายนิ้วที่กระดิกขึ้นลงเหมือนเคาะพื้นอยู่  นางจึงเลื่อนมือจากใบหน้าของเขาไปจับที่แขนแทน

            “ขยับได้หรือไม่”  เสียงหวานถามอย่างกังวล  แต่กลับได้ยินเพียงเสียงครางครือในคอ นางก็หันไปสบตากับเขาแล้วขมวดคิ้วยุ่ง

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • วางใจเถอะ ข้าไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น   Chapter 73. จบ

    “คุณชายหานหายไปไหนแล้ว” “เราไปดักที่หอเทียนหลงก็แล้วกัน” “ดี” ชายสองคนนั้นเดินจากไปแล้ว หานหงปิงรู้ดีแต่ขยับตัวออกจากร่างนุ่มนิ่มที่ตนเองเบียดชิดไม่ได้ ซ้ำยังไม่อาจถอนสายตาจากริมฝีปากที่เผยอขึ้นนั้นได้ “เอ่อ..” เหมยลี่ตั้งใจส่งเสียงเพียงเพื่อกลบเสียงหัวใจที่เต้นรัวของตนเอง นางใกล้ชิดเขามาสิบปีแต่ไม่เคยเลย ไม่เคยมีครั้งใดใกล้ชิดกันขนาดนี้ แล้วดวงตากลมก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อริมฝีปากของตนถูกริมฝีปากบางทาบทับลงมา ริมฝีปากของเขามีรสขมปร่าจากยาที่ดื่มเป็นประจำ ทว่าเมื่อนางยินยอมให้เรียวลิ้นของเขาเข้ามาเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นน้อย ๆ ของนาง ความหวานก็แผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก เขากดจูบอย่างดูดดื่ม และหิวกระหายทว่าเหมยลี่ผู้ไม่เคยถูกจุมพิตเหมือนจะขาดใจเสียตรงนั้น แข็งขาอ่อนแรงจนร่างแทบทรุดฮวบลงไป ได้แต่ขยุ้มสาบเสื้อของเขาเพื่อพยุงตัวเอง หานหงปิงถอนริมฝีปากให้หญิงสาวได้หายใจ เห็นนางหอบหายใจฮักก็อดหัวเราะน้อย ๆ ไม่ได้ เสียงหัวเราะของเขาเรียกสติของนาง หญิงสาวหน้าแดงจัด กำมือเป็นหมัดน้อย ๆ ทุบที่แผ่นอกของเขา

  • วางใจเถอะ ข้าไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น   Chapter 72.   ลูกๆ 

    ซุนเว่ยหมินพยายามไม่คิดถึงคำพูดขององค์รัชทายาทที่เคยกล่าวกับเขาเมื่อสิบปีก่อน เขาไม่ชอบเด็กคนนี้นัก ชอบทำตัวเหลวไหล ฮ่องเต้เองก็ไม่รู้ทรงนึกคิดสิ่งใดให้เขาเป็นผู้สอนวรยุทธ เขาจึงเคี่ยวกรำอย่างหนัก แต่เจ้าเด็กนั้นก็ยังยิ้มร่าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย หรือเขาจะแก่ไปแล้วนะ ไม่ ๆ เขาแค่สามสิบ จะแก่ได้อย่างไรเล่า! “ท่านพ่อกินข้าว” ลูก ๆ แย่งกันคีบกับข้าวใส่ชามให้บิดา แล้วแย่งกันคีบอาหารให้มารดา ซุนเว่ยหมินไม่ถือธรรมเนียมอะไรนัก เขาและเหมยซิงพอใจให้ลูก ๆ นั่งกินข้าวร่วมกับบิดามารดาเช่นนี้ อีกประเดี๋ยวพวกเขาก็เติบโตแล้ว ช่วงเวลาแห่งความสุขความทรงจำนี้ ยิ่งต้องถนอมไว้ให้เนิ่นนาน สำนักศึกษาที่ติงเชาเป็นอาจารย์สอนวรยุทธนั้น เน้นสอนเด็กยากจนให้ได้มีโอกาสทางการศึกษา แต่ด้วยความสามารถของติงเชา และอาจารย์ท่านอื่น สำนักศึกษาแห่งนี้จึงมีชื่อเสียงโด่งดัง ลูกเศรษฐีมีเงินต้องการให้ลูกได้เล่าเรียนดี ๆ ยอมพาบุตรหลานมาเรียนแม้ต้องเรียนรวมกับเด็กยากจนก็ตาม แต่เพราะมีเด็กกำพร้าที่ติงเชารับมาอุปการะเพิ่มเกือบยี่สิบคน พวกเขาแม้จะเป็นเด็ก แต่ติงหยี่ ติงเกา ติงปิง ก็วางกฎระเบียงให้เด็ก ๆ แต่ละคนมีหน

  • วางใจเถอะ ข้าไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น   Chapter 71.  ว่าที่สะใภ้น้อย

    หานฮูหยินเห็นเขาก็กลั้นหัวเราะ มองเด็กหญิงอย่างประเมินก่อนเอ่ยถาม “เหมยลี่ ปีนี้หนูอายุเท่าไรแล้วจ๊ะ”“เจ็ดขวบแล้วเจ้าค่ะ”“ไม่ใช่ นางแค่หกขวบ” เป็นเสียงพี่ชายทั้งสามของนางแย่งตอบพวกเขาตื่นเต้นกับงานแต่งงานของเหมยซิงไม่น้อย“ข้าเจ็บขวบแล้ว” เหมยลี่เถียง นางอยากเติบโตเป็นผู้ใหญ่เร็ว ๆ จะได้ดูแลพ่อบุญธรรมได้ ทุกคนมักพูดว่า ‘เด็ก’ ไม่ให้นางทำอะไร แม้ว่านางจะอยากช่วยแบ่งเบาภาระทุกคนก็เถิด“เหมยลี่เด็กดี ปีนี้เจ็ดขวบแล้วอีกไม่กี่ปีก็เป็นสาวแล้วซินะ” หานฮูหยินหยอกล้อ จับแก้มของเด็กสาวเล่น นางรู้มาบ้างว่าน้อง ๆ ของเหมยซิงล้วนเป็นเด็กกำพร้าที่พ่อบุญธรรมของนางช่วยเหลือจากสิ้นสุดสงครามในครั้งนั้น แม้ยามนี้เหมยลี่ไม่ได้มีหน้าตางดงามผุดผาด แต่รอยยิ้มของนางทำให้คนเห็นก็พลอยยิ้มตามไปด้วย ดวงตาสุกใส โครงสร้างทางร่างกายก็ดี ตอนนี้มิได้อดยากเช่นที่ผ่านมา คาดว่าอีกไม่นานเด็กหญิงตัวน้อยต้องเติบโตเป็นหญิงสาวที่สมบูรณ์แบบแน่ ๆ“เจ้าค่ะ” เหมยลี่ตอบด้วยน้ำเสียงสดใส แล้วส่งยิ้มให้หานหงปิงที่นางเรียกอาหมานจนติดปาก “อาหมานไม่ต้องห่วงนะ ถึงพี่เหมยซิงจะแต่งงานกับผู้อื่นไปแล้ว ข้าก็จะดูแลเจ้าเอง”คำพูดจริ

  • วางใจเถอะ ข้าไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น   Chapter 70.  รับความดีความชอบ

    “ทำไมข้าไม่เห็นรู้ว่าพ่อบุญธรรมเก่งเพียงนี้” เหมยซิงทำตาโต “สอนวรยุทธข้าบ้างซิ” ติงเชาส่ายหน้าไปมา จะพูดอย่างไรดีว่าแต่เดิมเขาเคยสอนนางแล้ว แต่นางไม่มีพรสวรรค์ด้านนี้เอาเสียเลย จวบจนนางได้ฟื้นจากป่าช้าเป็นเหมยซิงคนใหม่ เขาถึงได้สอนนางใช้ธนู แต่ช่วงนั้นเขายังเจ็บป่วยอยู่จึงสอนนางได้ไม่มาก “เด็ก ๆ พวกนี้” เยี่ยนฉือถามด้วยความประหลาดใจ ถ้าจะบอกว่าเป็นลูก ๆ ก็คงจะเกินไปสักนิดเพราะแต่ละคนหน้าตาไม่คล้ายกันเลย “เป็นเด็กที่ข้าช่วยไว้” “ศิษย์พี่ใหญ่มีจิตใจเมตตายิ่ง ข้านับถือ นับถือ” เหมยซิงชวนทุกคนเข้าไปดูเรือนหลังน้อยที่จะเปิดเป็นร้านขายสุรา ฝีมือการหมักสุราของเหมยซิงนับว่าไม่เลวนัก อย่างน้อยไม่เสียชื่อพ่อบ้านหวางมู่ที่อุตส่าห์เพียรสอน และมอบสูตรหมักสุราชั้นเลิศให้นาง แต่กระนั้น หน้าตาพ่อบ้านหวางมู่ก็ไม่เคยแย้มยิ้มให้นางสักครั้ง ทั้งสองยังปะทะฝีปากกันไม่ต่างจากที่อยู่คฤหาสน์ตระกูลหาน เดิมทีซุนเว่ยหมินคิดว่าการสมรสระหว่างเขากับเหมยซิงจะเป็นเรื่องยุ่งยาก เพราะตำแหน่งจวิ้นอ๋องของเขา และเหมยซิงเป็นเพียงสามัญชน

  • วางใจเถอะ ข้าไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น   Chapter 69.   ครึ่งปีต่อมา

    ราวสี่เดือนที่เหมยซิงเดินทางจากไป ชายคนคนนี้ก็มาปรากฏเบื้องหน้าพร้อมคำเชิญให้ไปอยู่ที่เมืองหลวงด้วยกัน “ข้ารักมั่นใจตัวเหมยซิง ตั้งใจแต่งนางเป็นภรรยาเพียงผู้เดียว แม้นางเป็นกำพร้าแต่พวกท่านเสมือนเป็นคนในครอบครัวของนาง ข้ายินดีดูแลท่านและน้อง ๆ ของนาง ให้พวกท่านได้อยู่ใกล้ ๆ เหมยซิงและให้น้อง ๆ ได้ศึกษาร่ำเรียน ท่านอย่าได้กังวลไป เหมยซิงเองก็ยังพยายามทำการค้าเพื่อปูเส้นทางให้น้อง ๆ หากท่านได้ไปอยู่ในเมืองหลวงก็จะได้ช่วยเหลือนางและเด็ก ๆ ที่เหลือ ตลอดจนรักษาสุขภาพของท่านให้แข็งแรงอีกด้วย” ติงเชานั้นไม่อินังขังขอบต่อสิ่งใด แต่เมื่อคิดถึงถึงติงหยี่ ติงเกา ติงปิง และเด็กหญิงตัวน้อยวัยหกขวบ เหมยลี่ เด็กพวกนี้ยังมีอนาคตที่ดีรออยู่ และดูท่าทางเหมยซิงก็รักเด็ก ๆ มากไม่เห็นพวกเขาเป็นภาระ ไม่ว่าจะเป็นเหมยซิงคนใด ก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนดีที่รัก และห่วงใยคนรอบกายเสมอ “เช่นนั้นข้าก็จะไป” “ขอบคุณท่านมาก” ติงเชาและเด็ก ๆ ไม่ได้เข้าพักในจวนจวิ้นอ๋อง เรื่องนี้เพราะติงเชาเองก็ไม่อยากวุ่นวายกับคนในราชสำนัก และไม่ต้องการให้ลูกบุญธรร

  • วางใจเถอะ ข้าไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น   Chapter 68.  กลับมา

    นางยิ้มโล่งใจที่เขาไม่เป็นอะไร พลันรู้สึกตัวว่าตนเองเปลื้องเสื้อผ้าบุรุษอยู่ นางรีบชักมือกลับ ใบหน้าฝาดสีเลือดขึ้นมาทันที “เสียเอี๋ยนบอกข้าแล้ว” เขาหัวเราะเบา ๆ ใช้คางสากของตนคลอเคลียแก้มแดงระเรื่อของนาง “เขาบอกว่าเจ้าจะหลับไปเจ็ดวัน เขาส่งภูตผีเสื้อไปรับเจ้าแต่วันนี้ครบวันที่เจ็ด เจ้ายังไม่ฟื้นเสียที ข้าแทบคลั่งแล้ว” “ข้ากลับไปร่ำลาลุงกับแม่แล้วก็...คนรักเก่า” นางเอียงหน้าหลบ รู้สึกอบอุ่น และอ่อนไหวกับการคลอเคลียของเขาเช่นนี้ “แต่เจ้าก็กลับมาหาข้า” “อืม...ก็ข้าเป็นวัวดื้อก็ต้องกลับมาหาหนุ่มทอผ้าซิ” ซุนเว่ยหมินขมวดคิ้ว มิใช่หนุ่มเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้ารึ นางนี่ช่าง! เอาเถิด! ตอนนี้นางกลับมาแล้ว เขายอมเป็นทุกอย่างให้นาง ขอเพียงมีนางอยู่ในอ้อมแขนเช่นนี้ก็เพียงพอแล้ว “เว่ยหมิน” “หือ” “ในสถานที่ที่มืดมิดที่สุด ข้าได้ยินเสียงเจ้าเรียกข้า...” นางเอนตัวเข้าหาอกอุ่นของเขา “บอกข้าได้ไหม ว่านั้นใช้เสียงของเจ้าจริงหรือเปล่า” ซุนเว่ยหมินวาดวงแขนโอบร่างนางไว้แนบอก กดปลายคางกับศีรษะของนางอ

  • วางใจเถอะ ข้าไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น   Chapter 67.  กล่าวคำลา

    “ดาว...” “ขอบใจนะศรัณย์” เธอยื่นหน้าไปประทับริมฝีปากกับหน้าผากของชายหนุ่ม “ปล่อยดาวไปเถิดนะ” พันดาวสบตาศรัณย์พลันนึกถึงชายอีกคนที่มีใบหน้าพิมพ์เดียวกันนี้ แต่แววตาที่จ้องมองเธอนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ใช่แล้ว แววตาของคนที่เธอรัก เธอไม่ได้หวั่นไหวไป

  • วางใจเถอะ ข้าไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น   Chapter 66.  เสียงระเบิด 

    เสียงระเบิดทำให้เหมยซิงหูอื้อ นางพยายามเบิกตากว้าง ภาพที่เห็นยามนี้คล้ายกับเหตุการณ์ในวันนั้น ขาดก็เพียงไม่มีสุนัขจิ้งจอกยืนจ้องหน้านาง ดวงตาคู่นั้น... ไฉนเหมือนดวงตาของเด็กชายอายุสิบสองที่ทุกคนก้มศีรษะให้ในฐานะองค์รัชทายาทนักนะ! ความเจ็บปวดแทรกเข้ามาในศีรษะทำให้ดวงตาสุกใสต

  • วางใจเถอะ ข้าไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น   Chapter 58. นี่มันอะไรกัน

    “ทำไม? เจ้ายังห่วงซากมันอยู่อีกเรอะ! ได้! เช่นนั้นข้าจะให้เจ้าได้อยู่กับร่างไร้วิญญาณของมันไปแล้วกัน!” “ไม่เจ้าค่ะ! ไม่” หงหนิงเป็นคนขี้ขลาด แค่รู้ว่าคนตรงหน้าเป็นเพียงศพก็ยังหวาดกลัว นางเกาะแขนของหานเหวินซิ่งแน่นไม่กล้ามองไปยังร่างนั้น มือใหญ่บีบคางของนางให้เชิดขึ้นพร้อมกับกดริมฝีปากท

  • วางใจเถอะ ข้าไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น   Chapter 57.  ไม่ต้องห่วงข้า

    “ข้าปลาบปลื้มใจที่เจ้าปกป้องข้าเช่นนี้” หานหงปิงคลี่ยิ้มอ่อนโยน แต่แววตาคมวาวจ้องมองไปที่ฝ่ายตรงข้าม เป็นฝ่ายกระชับมือของเหมยซิงไว้ในอุ้งมือ “จำได้ว่าเจ้าเคยบอกว่าเจ้าเป็นนักแสดง เช่นนั้นช่วยเล่นละครสนุก ๆ กับข้าสักเรื่องเถิดเหมยซิงจ้องมองชายหนุ่มด้วยความงุนงง ยังไม่ทันเอ่ยถามอะไร ชายชุดดำที่เดิม

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status