Masukใครจะคิดว่าเด็กผู้หญิงตัวอ้วนๆดำๆที่เขาเคยปฏิเสธเมื่อ10ปีก่อน โตมาแล้วจะสวยเซ็กซี่ขนาดนี้ สวยชนิดที่ทำให้หัวใจเขาเต้นแรงทุกทีเวลาที่เจอ......
Lihat lebih banyakบทนำ
@บ้านอัศวเหมกูล 16.30 น. เอี๊ยดดด!!! เสียงรถสปอร์ตคันหรูแล่นเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ ก่อนที่คนด้านในรถจะเปิดประตูลงมา “อ้าว คุณคามิน ทำไมวันนี้ถึงกลับมาบ้านได้ล่ะคะ แล้วนั่นหิ้วอะไรมาเยอะแยะเชียว” ทันทีที่ชายหนุ่มเดินเข้ามาในตัวคฤหาสน์เสียงของหัวหน้าแม่บ้านที่กำลังจะเดินไปยังห้องครัวก็ดังขึ้นมาทันที คามิน หรือ คามินทร์ อัศวเหมกูล ชายหนุ่มสุดฮอตในวัย 31 ปี เจ้าของสถานบันเทิงชื่อดังอันดับต้นๆของประเทศ ที่สำคัญพ่วงด้วยตำแหน่งหนุ่มฮอตที่ถูกสาวๆทุกคนโหวตว่าอยากขึ้นเตียงด้วยมากที่สุด เขาเป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูล อัศวเหมกูล ตระกูลที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ผลิตและจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ “พอดีวันนี้ผมว่างครับ แล้วก็คิดถึงแม่ด้วย อันนี้ของโปรดป้านิ่ม ผมซื้อมาฝาก” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ ก่อนจะยื่นถุงที่บรรจุขนมข้าวเกรียบปากหม้อที่อยู่ด้านใน ให้กับหญิงวัยกลางคน ที่เขาตั้งใจซื้อมาฝากแบบนี้ทุกครั้งที่กลับมาบ้านตัวเอง “ขอบคุณนะคะ คุณคามิน ใจดีกับป้าตลอดเลย” “ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ ว่าแต่ใครมาเหรอ ผมเห็นมีรถจอดอยู่หน้าบ้าน” “คุณคามินลองเข้าไปดูเองสิคะ ตอนนี้เหมือนจะนั่งคุยกับคุณผู้หญิงอยู่ที่ห้องรับแขก” เธอตอบเขาแค่นั้นพร้อมกับระบายรอยยิ้มออกมา ก่อนจะขอตัวเดินแยกออกมาเพื่อเข้าไปดูความเรียบร้อยในห้องครัวว่าทำอาหารเสร็จกันหรือยัง ส่วนคามินนั้นก็เดินไปหาแม่ผู้บังเกิดเกล้าของตัวเองที่ห้องรับแขก ตามคำบอกของนิ่ม ป้าหัวหน้าแม่บ้านที่บอกกับเขาเมื่อกี้ และทันทีที่สองเท้าก้าวเดินเข้าไปยังห้องรับแขกเสียงพูดคุยของคุณหญิงวิเวียนกับใครสักคนก็ดังขึ้นมา “เดี๋ยวหนูนับดาวอยู่ทานข้าวเย็นกับป้าก่อนนะจ๊ะ นี่อาหารก็ใกล้จะเสร็จแล้ว” “ค่ะคุณป้า” เสียงหวานใสที่เอ่ยตอบไป พร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าเรียวสวยได้รูป ทำให้ชายหนุ่มที่เพิ่งเข้ามาใหม่ ถึงกับหยุดมอง เหมือนว่าคนที่ถูกมองจะรู้ตัว เพราะตอนนี้เธอก็กำลังมองมาที่เขาเหมือนกัน และทันทีที่สายตาของทั้งคู่สบกันนั้น หัวใจดวงน้อยๆ ของหญิงสาวก็พลันเต้นแรงขึ้นมา คนที่เธอคิดว่าชาตินี้จะไม่เจอเขาอีกในตอนแรก คนที่เธอสารภาพรักแต่ก็ถูกปฏิเสธ ก่อนที่จะบินไปอยู่กับแม่ของเธอที่ต่างประเทศเมื่อสิบปีก่อน “อ้าว คามิน วันนี้ทำไมถึงกลับบ้านได้ล่ะ นี่ฟ้าคงจะไม่ถล่มลงมาหรอกใช่ไหม” เสียงของวิเวียนดังขึ้น เรียกสติของทั้งคู่ให้กลับมา ทำให้คามินที่สติหลุดไปก่อนหน้านี้เดินเข้าไปหาคนเป็นแม่ทันที “แม่ก็พูดเกินไป เมื่อเดือนก่อนผมก็เพิ่งกลับมาเองนี่ครับ” เขาพูดกับคนเป็นแม่ แต่สายตายังคงมองไปยังหญิงสาวหน้าตาสะสวยที่นั่งอยู่ที่โซฟาตอนนี้ คามินรู้สึกคุ้นหน้าเธออย่างบอกไม่ถูก ไม่รู้ว่าเคยเจอที่ไหนมาก่อน “แล้วนี่…..” “จำน้องไม่ได้ล่ะสิ นี่หนูนับดาวลูกสาวของน้านภาเพื่อนแม่ ที่ตอนเด็กๆ ชอบมาเล่นที่บ้านเราบ่อยๆ ไง” เขาเกือบลืมชื่อนี้ไปซะสนิท เพราะหลังจากเหตุการณ์วันนั้นเขาก็ไม่ได้เจอกับเธออีกเลย นับดาว หรือ ดาริกา ภักดีสิริ คือชื่อของเธอ ปัจจุบันเธออายุ 24ปี เธอเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของตระกูลภักดีสิริ ตระกูลที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหารแช่แข็งที่ผลิตและส่งออกไปทั่วโลก และเธอเพิ่งจะบินกลับมาจากต่างประเทศเมื่อสามวันที่ผ่านมา “น้องนับดาว สวยขึ้นซะจนพี่จำแทบไม่ได้เลย” เขาแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองว่าเด็กผู้หญิงที่ตัวอ้วนๆ ดำๆ เมื่อสิบปีที่แล้ว จะโตมาแล้วสวยขนาดนี้ สวยแบบเหี้ยๆ สวยชนิดที่ว่าถ้าเขาเจอเธอข้างนอกเขาจะต้องเข้าไปขอเบอร์ ไม่ก็ขอไลน์เธอแน่ๆ “สวัสดีค่ะ พี่คามินเองก็เริ่มแก่ซะจนนับดาวจำแทบไม่ได้แล้วเหมือนกัน” คำพูดทักทายของหญิงสาวนั้นทำให้คามินแทบอยากจะจับมาตีตูดเหมือนที่เคยทำตอนเด็ก มาว่าเขาแก่ ทั้งๆ ที่หน้าตาเขายังเหมือนเด็กอายุยี่สิบต้นๆ อยู่เลย “หึ ปากจัดขึ้นนะเรา” “ขอบคุณที่ชมนะคะ” รอยยิ้มสวยบาดใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหญิงสาวอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันแตกต่างจากรอยยิ้มเมื่อกี้ที่เขามอง “ลูกมาก็ดีแล้ว เดี๋ยวอยู่คุยกับน้องไปก่อนนะ แม่ขอเข้าไปดูในครัวก่อนว่าอาหารเสร็จหรือยัง” วิเวียนเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะเดินออกจากห้องรับแขกไป ทิ้งให้คามินอยู่กับนับดาวสองคนตามลำพัง ห้องทั้งห้องถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบงัน ก่อนที่คามินจะเป็นฝ่ายพูดขึ้นเพื่อทำลายบรรยากาศที่น่าอึดอัดนี้ “น้องนับดาว สบายดีนะครับ” “ก็ สบายดีค่ะ” เธอตอบเขาในขณะที่สายตาจดจ้องไปยังหน้าจอโทรศัพท์ ที่ตอนนี้กำลังพิมพ์ข้อความคุยกับเพื่อนสนิทของเธอ “อยู่ที่โน่น เป็นยังไงบ้าง แล้วนี่กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่?” “คุณคามินจะให้ตอบข้อไหนก่อนดีคะ?” เธอเงยหน้าขึ้นมามองชายหนุ่มพร้อมกับถามเขากลับ โดยที่สรรพนามที่เธอใช้เรียกเขานั้นเปลี่ยนไป “คุณ งั้นเหรอ เมื่อกี้ยังเรียกพี่อยู่เลย” คิ้วทั้งสองข้างขมวดเป็นปมเข้าหากันก่อนจะพูดประโยคเมื่อกี้ออกมา “ก็เมื่อกี้คุณป้าอยู่ตรงนี้นี่คะ อีกอย่างนับดาวสะดวกจะเรียกแบบนี้เพราะเราสองคนไม่ได้สนิทกันจนนับดาวจะต้องเรียกคุณว่า…พี่” ที่เธอพูดมันก็จริง เพราะตั้งแต่ที่นับดาวย้ายไปอยู่กับแม่ของเธอที่อเมริกาในวันนั้น เธอก็ขาดการติดต่อกับเขาไปเลย อาจเป็นเพราะเหตุการณ์ในวันนั้น.... “นี่เราคงไม่ได้โกรธพี่เรื่องเมื่อสิบปีที่แล้วหรอกใช่ไหม?” เพราะตอนนั้นเขาก็รู้สึกเสียใจไม่น้อยที่พูดจาแบบนั้นกับเธอไป แต่เพราะจู่ๆ เธอมาสารภาพรักกับเขาแบบไม่ทันได้ตั้งตัวไง “เรื่องอะไรเหรอคะ นับดาวจำไม่เห็นจะได้” เธอแสร้งทำเป็นจำไม่ได้ ทั้งๆ ที่เธอจำมันได้จนฝังใจเลยทีเดียว เพราะเหตุการณ์ในวันนั้น เธอจึงตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง และเธอคิดว่าตอนนี้เธอทำมันสำเร็จแล้ว “ก็เรื่อง...” “เดี๋ยวนับดาวขอตัวออกไปคุยโทรศัพท์กับเพื่อนด้านนอกก่อนนะคะ” เพราะเธอรู้ว่าเขากำลังจะพูดเรื่องอะไร เธอจึงรีบตัดบทเขาก่อน ก่อนจะลุกจากโซฟาแล้วเดินออกไปจากห้องรับแขกทันที โดยที่มีสายตาคมมองตามเธอไปอย่างไม่วางตา “เธอยังโกรธพี่จริงๆสินะ นับดาว”สามสิบนาทีต่อมา ตอนแรกจากที่คิดว่าจะไม่ตามพี่คามินกับผู้หญิงคนนั้น แต่ตอนนี้ฉันขับรถตามหลังพี่คามินมาแล้ว ส่วนยัยกุ๊กไก่ฉันก็แยกกับมันที่ห้างเมื่อสามสิบนาทีก่อนหน้านั้น เพราะว่าเราสองคนเอารถมาคนละคัน แล้วฉันก็ไม่อยากให้มันต้องมาเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่องที่ฉันกำลังทำอยู่ตอนนี้ด้วยใช่!! ฉันคิดว่าฉันกำลังทำเรื่องไร้สาระมากๆ นี่ก็ไม่รู้ว่าจะแอบตามพี่เขามาทำไม แต่ในเมื่อตามมาขนาดนี้แล้ว ฉันก็จะตามต่อไป และไม่ถึงสิบนาทีรถพี่คามินก็มาจอดอยู่ตรงหน้าบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่ง ก่อนที่ประตูฝั่งด้านข้างคนขับจะเปิดออก โดยมีร่างบางที่อยู่ในชุดนักศึกษาลงจากรถของเขามาถ้าให้ฉันเดาที่นี่คงจะเป็นบ้านของผู้หญิงคนนั้นสินะ ดูจากแบรนด์เนมที่เธอใช้ก็คงจะมีฐานะไม่เบาและในขณะที่ฉันเอาแต่จ้องมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่นั้น จู่ๆรถสปอร์ตคันหรูของพี่คามินก็เคลื่อนตัวออกไป นี่พี่เขาแค่มาส่งเธอเฉยๆใช่ไหม หรือว่าก่อนหน้านี้เขาสองคนพากันไปมีความสุขถึงไหนต่อไหนกันแล้ว แค่คิดมาถึงตรงนี้ฉันก็รู้สึกหน่วงหน้าอกด้านซ้ายอย่างบอกไม่ถูกแล้ว เฮ้อ!!ตอนเย็น@คอนโดมิเนียม 17.40 น. หลังจากที่พี่คามินขับรถออกไปจากหน้าบ้านหลัง
ด้านคามิน“กินอิ่มยัง?” เสียงทุ้มเอ่ยถามเด็กสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม หลังจากที่เขาไปรับเธอจากมหาวิทยาลัยแล้วพามาหาอะไรทานบนห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ “ยังค่ะ” ซึ่งเด็กสาวก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมา ก่อนจะตักอาหารที่อยู่ในจานตรงหน้าเข้าปากแล้วเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างเอร็ดอร่อย“ตัวนิดเดียวทำไมกินเยอะ แล้วนี่ไอ้ฟาเดลมันไปไหนเรารู้ไหม?” คามินเอ่ยถามลูกพี่ลูกน้องที่อายุห่างกันมากกว่าสิบปีอย่างฟาเดียร์อีกครั้ง ซึ่งเธอก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมา ก่อนจะตอบคำถามของคามินที่ถามออกมาเมื่อกี้“ไม่รู้ค่ะ พี่ไม่ได้บอกอะไรเดียร์เลย พี่แค่บอกว่าวันนี้เฮียจะมารับไปส่งที่บ้าน” “อืม งั้นก็รีบกินเดี๋ยวเฮียจะได้พาเรากลับเลย” คามินพูดแค่นั้น ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาเพื่อส่งข้อความหาใครบางคนนับดาวคามิน : ทำอะไรอยู่ครับ?คามิน : อยากได้อะไรไหม? เดี๋ยวซื้อกลับไปให้สายตาคมเอาแต่จ้องมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือของตัวเอง เพื่อรอให้คนที่เขาส่งข้อความหาเปิดอ่าน แล้วพิมพ์ตอบกลับมาทว่าผ่านไปนานหลายนาทีก็ไม่มีวี่แววว่าเธอจะเปิดอ่านเลย จนกระทั่ง….“เดียร์อิ่มแล้วค่ะ เดี๋ยวขอแวะไปซื้อของแป๊บนึงได้ไหมคะ เฮียรีบกลับไหม?” “
“พี่ก็จะทำให้น้องมีอารมณ์เหมือนเมื่อคืนนี้ไงครับ ไหน ตรงนี้ใช่ไหมที่เป็นจุดอ่อนของเรา” สิ้นเสียงของพี่คามินเขาก็ใช้มือข้างนึงของเขาถลกเสื้อยืดพร้อมกับชุดชั้นในของฉันขึ้นไปกองไว้บนเนินอก ก่อนจะก้มลงมาใช้ลิ้นร้อนปาดเลียบริเวณหัวนมอมชมพูวนเป็นวงกลมสลับข้างกันไปมา“อ๊ะ อื้ออ พ พี่คามิน นับดาวไม่เล่นแบบนี้นะ ห้ามดูด” ฉันพยายามยกมือขึ้นมาปิดบังเต้าอวบทั้งสองข้างของตัวเองเอาไว้ แต่ก็ถูกมือหนาของคนร้ายกาจอย่างพี่คามินรวบไว้เหนือศีรษะของตัวเองจนได้“พี่บอกแล้วไงครับ ว่าพี่จริงจัง เดี๋ยววันนี้ทั้งวันพี่จะทำให้น้องร้องครางดังๆเหมือนเมื่อคืน ดีไหมครับคนสวย” เขายกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะก้มลงมาจัดการกับเต้าอวบทั้งสองข้างของฉันอีกครั้ง เขาดูด เขาเลียมันอย่างเอาแต่ใจ จนร่างกายของฉันเริ่มอ่อนระทวยคล้อยตามสัมผัสที่เขามอบให้ และไม่นานเสื้อผ้าทุกชิ้นที่อยู่บนตัวของฉันก็ถูกจัดการด้วยสองมือของเขาอย่างชำนาญ “พี่คามิน ม ไม่เอานะ ห้ามลงไป” ฉันร้องห้ามอย่างไว เมื่อพี่คามินกำลังจะเคลื่อนตัวลงไปอยู่กลางหว่างขาของฉันเหมือนเมื่อคืน แต่คนอย่างพี่คามินยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ เพราะตอนนี้ใบหน้าของเขาอยู่ตร
หลังจากที่พี่คามินส่งข้อความนั้นมาฉันก็ไม่คิดที่จะพิมพ์ตอบพี่เขาอีกเลย คนบ้าอะไรชอบแกล้งอยู่เรื่อย แล้วตอนนี้ฉันก็ไม่รู้ว่าที่ร่างกายฉันร้อนรุ่มดั่งไฟเหมือนคนจะเป็นไข้มันเป็นเพราะข้อความที่เขาส่งมาเมื่อกี้หรือว่าเป็นเพราะอะไร แต่สิ่งเดียวที่ฉันรู้และมั่นใจคือไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีหัวใจของฉันดวงนี้มันยังคงเป็นของเขาคนเดียว แค่เขาคนเดียวจริงๆไม่รู้ว่าตัวเองเผลอหลับไปตอนไหน พอมารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่มีอะไรเย็นๆมากระทบกับผิวกายของฉัน แล้วพอฉันลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าพี่คามินกำลังเช็ดตัวให้ฉันด้วยผ้าขนหนูที่ชุบน้ำแล้ว“พี่คามิน ทำอะไรคะ?”“เช็ดตัวไง ตัวน้องร้อนยิ่งกว่าแดดประเทศไทยอีกนะ เมื่อกี้พี่วัดไข้ได้เกือบสี่สิบ” นี่ฉันเป็นไข้จริงๆสินะ ถึงว่าเมื่อกี้ฉันรู้สึกว่าตัวร้อนแปลกๆ“ขอบคุณนะคะ แล้วนี่พี่กลับมานานยัง”“ประมาณครึ่งชั่วโมงครับ เดี๋ยวลุกมากินข้าวแล้วก็กินยาก่อน ค่อยนอนต่อ โอเคไหม” พอพี่คามินพูดจบเขาก็พยุงตัวฉันให้ลุกจากโซฟา ก่อนที่เขาจะเดินไปยกชามข้าวต้มกับถุงยามาให้ฉัน“นี่ยาแก้อักเสบกับยาแก้ปวด ส่วนนี่ก็ยาลดไข้ กินข้าวเสร็จก็กินยาเลยเข้าใจไหมครับ” พี่คามินว่าพลางหยิบยาออกจากถุงมาวาง