LOGIN“ทำไมฉันไม่เห็นเธอเอากระเป๋าเสื้อผ้ามาด้วย” คิ้วโก่งดั่งคันศรโค้งขึ้นเล็กน้อย มนสิชาไม่เข้าใจว่าทำไมตนเองต้องเอากระเป๋าเสื้อผ้ามาด้วย “คะ?” “ก็เสื้อผ้าที่เธอจะใส่ไง หรือว่ามาอยู่กับฉันแล้วเธอจะไม่ใส่อะไรเลย” แววตาวาววับของดนย์ที่มองมายังเธอ ทำให้หญิงสาวรู้สึกร้อนผ่าวที่พวงแก้มด้วยเพราะเอียงอายผสมเจือปนกับความกรุ่นโกรธ “อ้าว! ทำไมฉันต้องมาอยู่กับคุณ ก็ในเมื่อ เมื่อกี้เรา..” “ฉันจ่ายให้พวกเธอสองคนแม่ลูกไปตั้งห้าแสน จะให้ฉันนอนกับเธอแค่ครั้งเดียว มันไม่เอาเปรียบผู้บริโภคเกินไปหน่อยเหรอแม่สาวน้อย” มนสิชาเจ็บจี๊ดเมื่อได้ยินเขาพูดเช่นนั้น เขาพูดราวกับว่าเธอเป็นผู้หญิงขายตัวยังไงยังงั้น “ห้าแสนถ้าคุณจะใช้บริการฉันไปตลอด มันก็จะไม่เกินไปเหมือนกันเหรอคะ” “สองปี เวลางานของเธอคือสองปี เมื่อครบระยะเวลางานแล้วเธอจะเป็นอิสระ แต่ในระหว่างที่เธอทำหน้าที่เป็น ‘นางบำเรอ’ ของฉัน เธอห้ามมีเด็กเด็ดขาด เข้าใจไหม”
View More“เด็กคนนั้นใช่ลูกนายศรันย์หรือเปล่าวะ” เลขาฯ ทั้งสองของดนย์ที่นั่งอยู่ตอนหน้าของรถชี้ชวนกันให้ดูหญิงสาวในชุดนักเรียนมัธยมปลายที่กำลังยืนรอรถอยู่อีกฝั่งของถนน
“เออสิ.. สวยเหมือนแม่ไม่มีผิด”
สายตาคู่คมของผู้เป็นนายมองบุคคลที่ลูกน้องของตนกล่าวถึง ดนย์ไม่ปฏิเสธเลยว่าเด็กคนนั้นสวยจริงๆ ถึงแม้จะยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย ทว่าดวงหน้ารูปไข่สวยหวานนั้นช่างดู โดดเด่นเหลือเกิน
“ใคร?” ดนย์ตัดสินใจเอ่ยถามเลขาฯ ของตน เขาไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงอยากรู้จักเด็กผู้หญิงคนนั้น
“ลูกสาวของนายศรันย์กับแม่มะลิน่ะครับ แต่ก่อนเคยเป็นพนักงานในบริษัทของบอส แต่ลาออกนานแล้ว เห็นว่าจะออกมาค้าขายหรือทำอะไรสักอย่าง แต่แม่มะลินั้นตายไปได้หลายปี นาย ศรันย์พ่อของยัยหนูคนนี้พึ่งแต่งงานใหม่เมื่อไม่กี่ปีนี่เอง อาทิตย์ก่อนแม่เลี้ยงของหนูคนนี้ยังมาขอกู้เงินกับทางบริษัทเราอยู่เลย แต่ทางเราไม่ได้ปล่อยกู้ให้หรอกนะครับ เพราะหนี้เก่าส่งแค่ดอก ต้นไม่มีมาตัดสักบาท”
ดนย์ฟังอย่างเงียบๆ โดยไม่ได้ถามอะไรต่อ แม้ในใจลึกๆ แล้ว อยากจะรู้จักหญิงสาวคนนั้นอยู่ก็ตาม
มนสิชาที่พึ่งเรียนจบมัธยมปลาย รีบเอาวุฒิการศึกษามาอวดผู้เป็นบิดา เพื่อหวังให้พ่อได้เห็นถึงความสำเร็จของตน
“พ่อจ๋า... ม่อนจบ ม.ปลายแล้วนะ เดือนหน้าม่อนจะสอบเข้ามหา’ ลัยแล้ว” เรียวปากอิ่มพูดไปยิ้มไป
ศรันย์มองบุตรสาวที่ตนรักเหมือนดั่งดวงใจด้วยความภาคภูมิใจ “ตั้งใจเรียนนะลูก.. ถ้าพ่อไม่อยู่แล้วหนูจะได้มีวิชาความรู้เอาตัวรอดได้”
“โธ่.. พ่อพูดอะไรแบบนั้นล่ะจ๊ะ พ่อยังอยู่กับม่อนได้อีกนาน” พูดจบมนสิชาก็โผเข้าหาอ้อมกอดของบิดา
ศรันย์ลูบหัวบุตรสาวด้วยความเอ็นดู “อยากเรียนคณะอะไรน่ะเรา”
“ม่อนอยากเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ค่ะพ่อ จบมาจะได้เป็นนายช่างใหญ่เหมือนพ่อ” แววตาของมนสิชาเต็มไปด้วยประกายแห่งความหวังและความฝัน
“อยากเห็นนายช่างม่อนทำงานจัง คงจะเท่น่าดู” ศรันย์เอ่ยเย้าลูกสาว
“ต้องเท่สิคะ นี่ม่อนลูกใคร ลูกพ่อศรันย์ไง พ่อศรันย์คนเก่งของหนู” มนสิชาหอมแก้มพ่อศรันย์ของตน ก่อนจะวิ่งไปหยิบกล้องถ่ายรูปที่วางอยู่ข้างคอมพิวเตอร์เครื่องเก่ามาถ่ายภาพคู่กับพ่อเก็บเอาไว้ดูและเพื่อเป็นการบันทึกความทรงจำว่าครั้งหนึ่งเธอเคยมีพ่ออยู่ข้างๆ ในวันเวลาที่มีเรื่องน่ายินดีเช่นนี้เกิดขึ้น
“เดี๋ยวๆ ดูสภาพพ่อก่อนสิ ขออาบน้ำเปลี่ยนชุดให้ดูหล่อๆ ก่อนไม่ได้เหรอลูก” ศรันย์พึ่งกลับมาจากทำงานคุมไซต์ก่อสร้างรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง เพราะทั้งตัวเหม็นและสภาพเสื้อผ้าหน้าผมไม่พร้อมสักอย่าง
มนสิชาหันไปมองพ่อแล้วยิ้มกว้าง “พ่อจ๋า.. พ่อของม่อนใส่ชุดไหนก็หล่อ”
“จริงอะ? ไม่หลอกพ่อนะ”
“ไม่หลอกค่ะ” มนสิชาเดินไปหยิบขาตั้งกล้อง ก่อนจะเตรียมความพร้อมของอุปกรณ์และตั้งค่าเวลาเพื่อถ่ายรูปคู่กับพ่อ ทว่ากลับนึกอะไรบางอย่างได้เสียก่อน “พ่อจ๋า ม่อนขอเอาแม่มาถ่ายด้วยนะ ม่อนอยากมีแม่ในวันที่ก้าวแรกของม่อนประสบความสำเร็จ”
ศรันย์ฟังลูกแล้วน้ำตาแทบคลอเบ้า ภรรยาคู่ชีวิตที่จากลาอย่างไม่มีวันกลับก่อนวัยอันควรด้วยว่าสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรงและสารพัดโรครุมเร้า เพราะไม่อยากให้ลูกขาดแม่ เขาจึงตัดสินใจแต่งงานใหม่กับแม่หม้าย ทว่านั่นเป็นการตัดสินใจที่ผิดมหันต์ที่สุดในชีวิต..
“ได้สิลูก.. หนูตั้งกล้องรอเลยนะ เดี๋ยวพ่อไปพาแม่เขาออกมาเอง” ศรันย์เอ่ยบอกลูกสาวก่อนจะหันหลังเพื่อปาดน้ำตาที่เอ่อล้นออกมา ก่อนจะรีบเดินเข้าห้องนอนของตนเพื่อไปพามะลิที่เหลือไว้เพียง.. รูปถ่ายในกรอบรูป
“เรามาถ่ายรูปครอบครัวกันเถอะนะคะ”
มือข้างหนึ่งของศรันย์โอบเอวลูกสาวเอาไว้ ส่วนอีกข้างถือรูปถ่ายของภรรยาอันเป็นที่รัก ตัวจากไกลอย่างไม่มีทางไขว่คว้ากลับมาได้ แต่ภายในใจของศรันย์และมนสิชายังคงมีความทรงจำแสนสวยงามของมะลิตราตรึงเอาไว้ไม่มีวันเลือนหายไปไหน
“หนึ่ง สอง สาม..” หัวใจของมนสิชาฟูฟองจนคับอก เธอจะเก็บความสุขในวันนี้เอาไว้ จะไม่ยอมให้มันเลือนหายไปจากความทรงจำ แม้ว่าวันเวลาจะผันเปลี่ยน หรืออาจจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปก็ตาม..
มนสิชาตกใจที่จู่ๆ ดนย์ซึ่งมาจากไหนไม่รู้ แล้วเดินเข้ากระชากแขนเธอ จนหญิงสาวต้องลุกขึ้นยืนข้างๆ เขา “อะไรกันคุณดนย์!”“กลับบ้านกับฉันเดี๋ยวนี้”ศิวัฒน์ที่ไม่รู้ว่าดนย์เป็นใคร และไม่เข้าใจว่าทำไมถึงทำราวกับว่าเป็นเจ้าข้าวเจ้าของมนสิชายังไงยังงั้น “อะไรกันคุณ ปล่อยม่อนเดี๋ยวนี้นะ”“อย่าเสือก!!”ถ้อยคำผรุสวาทที่ดนย์พูดออกมาทำให้มนสิชาเหลืออด อะไรกัน เขาทำเหมือนกับว่าเธอไปทำอะไรผิด“คุณดนย์! กรุณาสุภาพกับเพื่อนฉันด้วย”“ทำไมฉันต้องสุภาพกับมันด้วย ไม่จำเป็น!”“งั้นถ้าคุณไม่สามารถทำตัวเป็นคนที่มีมารยาท หรือสุภาพกับคนอื่นได้ มาทางไหน เชิญคุณกลับไปทางนั้นเลยค่ะ”ดนย์โกรธที่มนสิชาปกป้องศิวัฒน์ ชายหนุ่มจึงดึงแขนเจ้าหล่อนแล้วพาเดินออกจากร้าน ศิวัฒน์เห็นดังนั้นรีบเดินตามไปทันที“คุณ! มันจะมากไปแล้วนะ”“อย่ามายุ่ง! เรื่องของผัวเมียเขาจะคุยกัน คนนอกอย่างแกไม่เกี่ยว”ศิวัฒน์โกรธมากเมื่อได้ยินดนย์พูดเช่นนั้น เขาไม่เชื่อว่าผู้ชายคนนี้จะเป็นสามีของมนสิชา จะเป็นไปได้ยังไง ที่ผ่านมาหญิงสาวไม่เคยคบกับผู้ชายคนไหนในฐานะแฟน คนที่ใกล้ชิดกับมนสิชาที่สุดก็คือเขา แล้วไอ้บ้านี่มันเป็นใคร“ม่อน! ไม่จริงใช่ไหม” ศิวั
“อร๊าย!” หญิงสาวตกใจที่โดนรวบกอดจากด้านหลัง“คิดถึงจัง”“คิดถึงอะไรคะ เจอหน้ากันอยู่ทุกวัน” มนสิชางงเพราะจู่ๆ ชายหนุ่มก็มาเป็นอารมณ์เหมือนคนหื่นแทนตาลุงขี้เก๊กแบบเมื่อกี้“คิดถึงกอด แล้วก็คิดถึงจูบ” ดนย์หมุนร่างน้อยให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา แล้วจุมพิตชิมปากหวานของเธออย่างโหยหา กลิ่นสบู่เด็กที่มนสิชาชอบใช้ กระตุ้นให้เลือดในกายของชายหนุ่มพลุ่งพล่านได้อย่างไม่น่าเชื่อ เขาถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่งเมื่อเห็นว่าเธอเริ่มจะหายใจไม่ทัน ใบหน้าที่แดงซ่านช่างดูน่ารักยิ่งนัก เขากำลังหลงเด็กหรือนี่“คุณดนย์อะ ทำอะไรก็ไม่รู้” มนสิชารีบซุกหน้าลงที่อกแกร่ง เพื่อหลบสายตาหวานเชื่อมยามที่เขามองมายังเธอ“ก็หนูม่อนน่ารัก จนฉันอดใจไม่ไหวนี่”ดนย์เรียกเธอว่าหนูม่อน ตามที่เธอบอกให้ป้าหมอนเรียก ทำให้หญิงสาวยิ่งเขินเข้าไปอีกยังไม่ทันที่มนสิชาจะเอ่ยอะไรออกมา คำพูดของเธอก็โดนกลืนด้วยปากอุ่นๆ ของเขาเสียแล้ว ดนย์ถอนจูบออกจากปากหวานล้ำ แล้วเลือนริมฝีปากลงมาสำรวจที่ซอกคอขาวของสาวเจ้า มือหนากวาดเอกสารบนโต๊ะทำงาน แล้วอุ้มมนสิชาขึ้นนั่ง จัดท่าจัดทางแล้วพาเธอไปวิ่งเล่นบนทุ่งดอกไม้แสนหวานที่หญิงสาวพึ่งเคยพานพบ“คุณดนย์! ม
แสงแดดอ่อนๆ ที่ส่องผ่านรอยแยกของผ้าม่าน ปลุกให้หญิงสาวที่นอนซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มเนื้อดีรู้สึกตัวตื่น ข้างกายของเธอเป็นหมอนข้างที่ดนย์คงจะนำมาให้เธอก่ายกอดแทนตัวเขาซึ่งมักจะตื่นเช้าเพื่อไปวิ่งออกกำลังกายที่สวนสาธารณะใกล้ๆ เสมอมนสิชารีบไปอาบน้ำและลงไปด้านล่าง เพื่อเข้าครัวเตรียมอาหารเช้าให้ดนย์เหมือนเช่นทุกเช้าตลอดเวลาเกือบหนึ่งเดือนที่ศรันย์จากไป เช้าวันนี้ก็เช่นกัน เจ้าหล่อนมาช่วยมะลิและป้าสมรที่กำลังเตรียมอาหารเช้าอยู่“ให้หนูช่วยนะคะ”“อุ๊ย! ไม่เป็นไรเลยค่ะคุณม่อน” ถึงแม้เจ้านายหนุ่มจะไม่ได้บอกว่ามนสิชามาอยู่ที่นี่ในฐานะอะไร แต่ทั้งป้าสมรและมะลิก็พอจะรู้ ด้วยว่ามะลิต้องเข้าไปทำความสะอาดห้องนอนของดนย์และมนสิชาทุกวัน สาวใช้ประจำบ้านที่เห็นเตียงนอนห้องดนย์ตึงเปรี๊ยะเหมือนกับไม่เคยมีใครนอน ต่างกับเตียงที่ห้องมนสิชา ซึ่งยับยู่ยี่ราวกับผ่านสงครามมายังไงยังงั้น ทีแรกมะลิเองก็ไม่แน่ใจ แต่หลังๆ มาเริ่มเห็นดนย์ออกจากห้องของมนสิชาในตอนเช้าบ่อยๆ ก็เริ่มแน่ใจว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ธรรมดาแน่นอน“ให้ม่อนช่วยเถอะค่ะ ม่อนอยู่เฉยๆ กินแรงพี่มะลิกับป้าสมร ม่อนรู้สึกเกรงใจ”ความขี้เกรงใจและความไม่
“ปะ..เปล่าค่ะ”“เปล่าอะไร ก็เห็นนั่งเหม่ออยู่ตั้งนาน เรียกก็ไม่ได้ยิน”“เออคือ..” ก่อนที่หญิงสาวจะพูดอะไรออกมา ปากอุ่นๆ ของดนย์ก็ประกบลงมาชิมปากหวานล้ำก่อนเสียแล้ว ชายหนุ่มก้มลงช้อนร่างอรชร และวางลงบนเตียงอย่างทะนุถนอม แต่ก่อนที่ไฟปรารถนาจะโหมกระหน่ำทั้งคู่ เสียงโทรศัพท์ของมนสิชาก็ดังขึ้นเสียก่อน หญิงสาวแปลกใจมาก ว่าใครโทรมาเวลานี้ เธอจึงเบี่ยงตัวออกจากร่างของดนย์ที่ทับอยู่บนตัวเธอ แล้วหยิบโทรศัพท์ที่วางไว้อยู่บนโต๊ะปลายข้างเตียงขึ้นมาดู ชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ ทำให้หญิงสาวใจเต้นไม่เป็นส่ำ เธอกดรับด้วยใจที่กลัวกลัวว่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับศรันย์“สวัสดีค่ะพี่อ้อย” หญิงสาวกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์ และเงียบฟังสิ่งที่ปลายสายพูด เมื่อพยาบาลอ้อย พยาบาลพิเศษที่เธอจ้างมาดูแลพ่อพูดจบ พลันโทรศัพท์ที่แนบอยู่ข้างหู ก็ร่วงหล่นลงบนพื้น เพราะมือของหญิงสาวบัดนี้ไร้ซึ่งเรี่ยวแรง“ม่อนๆ ..” ดนย์เขย่าเรียกให้มนสิชาที่นั่งนิ่งเหมือนคนช็อกไป ให้ได้สติ“คุณดนย์คะ ตอนนี้ฉันขอออกไปข้างนอกได้ไหมคะ” มนสิชาส่งสายตาขอร้อง และยกมือไหว้ ดนย์รีบจับมือที่หญิงสาวยกไหว้เขาลง และดึงเธอเข้ามากอด“เธอเป็นอะไร บอกฉั