INICIAR SESIÓNตอนที่ 5
เสียงเพลงแจ๊สฟังสบายดังคลอเบาๆ เคล้ากับเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะของผู้คนในห้องบอลรูมของโรงแรมหรูใจกลางเมือง แสงไฟสีนวลสลัวจากแชนเดอเลียร์คริสตัลสาดส่องกระทบร่างของผู้ร่วมงานเลี้ยงประจำปีของบริษัทที่ต่างอยู่ในชุดสวยงามตามธีมงาน ‘Glitz & Glam’ พราวในชุดเดรสยาวสีดำสนิทเข้ารูป อวดเรือนร่างสมส่วนและผิวขาวผ่อง ยืนถือแก้วแชมเปญอยู่ที่มุมหนึ่งของงาน ผมยาวสลวยถูกปล่อยอย่างมีสเน่ห์ ส่วนเว้าของเสื้อผ้าเผยให้เห็นแผ่นหลังเนียน เครื่องประดับเพชรเรียบหรูบนลำคอและข้อมือเล่นกับแสงไฟระยิบระยับ... เธอคือภาพของผู้หญิงที่สวยสง่า มั่นใจ และประสบความสำเร็จ หากมองเพียงเปลือกนอก... แต่ใครจะรู้ว่าภายใต้รอยยิ้มบางๆ ที่ประดับอยู่บนใบหน้าสวยหวานนั้น ซ่อนความรู้สึกแตกสลายและว่างเปล่าเอาไว้มากเพียงใด ตอนแรกเธอไม่อยากมางานนี้เลยสักนิด แค่คิดว่าต้องมาอยู่ในที่ที่มีคนมากมาย ต้องปั้นหน้ายิ้มแย้มทักทาย ต้องเผชิญหน้ากับ ‘เขา’ และอาจจะรวมถึงภรรยาของเขาด้วย เธอก็รู้สึกเหนื่อยเกินพอแล้ว แต่สุดท้ายก็ปฏิเสธไม่ได้ ด้วยตำแหน่งหน้าที่และคำคะยั้นคะยอจากลูกน้องในทีมที่อยากให้หัวหน้าคนสวยมาร่วมงานด้วย ‘บางที... ออกมาเจอผู้คนอาจจะดีกว่าจมอยู่กับความเหงาในบ้านหลังนั้นก็ได้’ เธอเคยคิดปลอบใจตัวเองแบบนั้น แต่ความคิดนั้นก็พังทลายลงไม่เป็นท่า เมื่อช่วงบ่ายก่อนออกจากบ้าน เธอได้รับข้อความจากธนาคารแจ้งเตือนการใช้จ่ายบัตรเครดิตของธาม... ยอดเงินหลายหมื่นบาทถูกใช้ไปกับโรงแรมหรูแห่งหนึ่งเมื่อคืนวาน ทั้งๆ ที่เขาบอกเธอว่าไปประชุมต่างจังหวัดกับลูกค้า ความจริงที่ตอกย้ำซ้ำๆ มันบั่นทอนจนเธอแทบไม่เหลือแรงจะยืน แต่เธอก็ยังฝืนตัวเองมาที่นี่... มาสวมหน้ากากอันสวยหรูต่อไป "พี่พราว สวยจังเลยค่ะคืนนี้ ชุดนี้ปังมาก!" เสียงใสๆ ของนุ่น เลขาของเธอ ดังขึ้นข้างๆ พร้อมกับรอยยิ้มกว้าง "ขอบใจจ้ะนุ่น นุ่นก็สวยเหมือนกันนะ" พราวปั้นยิ้มตอบ "พี่พราวดูเหนื่อยๆ นะคะ ไหวรึเปล่า" นุ่นถามต่ออย่างสังเกตเห็น "ไหวสิจ๊ะ พี่โอเค" เธอตอบ พยายามปรับสีหน้าให้ดูสดชื่นขึ้น "ภู! ทางนี้!" เสียงนุ่นเรียกใครอีกคน พราวหันไปมอง เห็นภูในชุดสูทสีเทาอ่อนเดินยิ้มเข้ามา "พี่พราวสวยมากเลยครับคืนนี้" ภูเอ่ยชมอย่างจริงใจ ดวงตาอ่อนโยนมองเธออย่างชื่นชม แต่ก็ไม่วายสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง "แต่ดูพี่พราวไม่ค่อยสดชื่นเท่าไหร่เลยนะครับ มีอะไรไม่สบายใจรึเปล่า" "พี่สบายดีจ้ะ แค่เพลียนิดหน่อยน่ะ" เธอยิ้มบางๆ ให้รุ่นน้องที่แสนดีคนนี้ "พวกเราไปหาอะไรดื่มกันดีกว่าเนอะ" พราวพยายามทำตัวให้กลมกลืนไปกับบรรยากาศในงาน พูดคุยทักทายคนรู้จัก จิบแชมเปญไปเรื่อยๆ แต่สายตาก็อดไม่ได้ที่จะกวาดมองหาใครบางคน... และเธอก็เห็นเขา วินยืนอยู่ในกลุ่มผู้บริหารระดับสูง ท่าทางสุขุมและสง่างามในชุดทักซิโด้สีดำสนิท เขากำลังพูดคุยกับคุณกิตติและแขกคนสำคัญคนอื่นๆ ด้วยรอยยิ้มสุภาพตามแบบนักธุรกิจ และข้างกายเขา... คือพิมพ์รดาในชุดราตรียาวสีครีมเรียบหรู เธอยืนคล้องแขนสามีอย่างสนิทสนม ใบหน้าหวานประดับรอยยิ้มอ่อนโยน ดูเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก... ภาพนั้นทำให้หัวใจพราวกระตุกวูบด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งเจ็บปวด อิจฉา และสมเพชตัวเอง เธอรีบเบือนหน้าหนี กล้ำกลืนก้อนแข็งๆ ลงคอ ‘พอทีพราว อย่ามอง อย่าสนใจสิ’ เธอบอกตัวเองในใจ หญิงสาวปลีกตัวออกมาจากกลุ่มสนทนา เดินเลี่ยงออกมายังระเบียงด้านนอกที่เชื่อมต่อกับห้องบอลรูม ลมเย็นๆ ยามค่ำคืนพัดปะทะใบหน้า ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นมาบ้างเล็กน้อย เธอยกแก้วแชมเปญขึ้นจิบ พิงตัวกับราวระเบียง มองแสงไฟระยิบระยับของตึกสูงในเมืองหลวงอย่างเหม่อลอย ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าคลัทช์ใบเล็กก็ดังขึ้น หน้าจอโชว์ชื่อ ‘ธาม’ หัวใจเธอหล่นวูบ แต่ก็กดรับสายด้วยหน้าที่ "ค่ะ" [พราวเหรอ คืนนี้ไม่ต้องรอนะ พอดีติดธุระกับเพื่อน คงกลับดึกเลย...] เสียงธามดังมาตามสาย ปนกับเสียงเพลงตื๊ดๆ และเสียงหัวเราะคิกคักของผู้หญิงที่ดังแทรกเข้ามาอย่างชัดเจนจนน่าเกลียด [...อุ๊ย! ที่รักคะ คุยกับใครเอ่ย มาสนุกกันต่อดีกว่า...] เสียงผู้หญิงอีกคนดังออดอ้อนเข้ามาในสาย ก่อนที่ธามจะหัวเราะเบาๆ [แค่นี้นะ...] เขากล่าวตัดบท แล้วกดวางสายไปทันที พราวยืนนิ่ง มือที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาอย่างรุนแรง น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลทะลักออกมาจากดวงตาคู่สวยอย่างสุดจะกลั้น นี่สินะ ธุระกับเพื่อนของเขา! ความอดทนทั้งหมดที่พยายามสร้างมาพังทลายลงในพริบตา ความรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่กลางงานเลี้ยง มันทั้งอับอาย ทั้งเจ็บปวด ทั้งโกรธแค้น เธอเดินกลับเข้าไปในงานเลี้ยงอีกครั้ง แต่คราวนี้จุดหมายไม่ใช่กลุ่มเพื่อนร่วมงาน แต่เป็นเคาน์เตอร์บาร์ยาวเหยียดที่ตั้งอยู่มุมห้อง "ขอ... ขออะไรก็ได้ที่แรงที่สุดค่ะ" เธอสั่งบาร์เทนเดอร์ด้วยเสียงสั่นเครือ แก้วแรกหมดไปอย่างรวดเร็ว ตามมาด้วยแก้วที่สอง สาม สี่... เธอไม่รู้ว่าตัวเองดื่มอะไรลงไปบ้าง รู้แต่ว่าต้องการแอลกอฮอล์เพื่อดับไฟในอก เพื่อให้ลืมความเจ็บปวดที่กำลังกัดกินหัวใจ ภาพรอยยิ้มหวานของพิมพ์ที่คล้องแขนวิน ภาพธามหัวเราะกับผู้หญิงอื่น มันวนเวียนอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมา "พี่พราว ดื่มเยอะไปแล้วนะคับ" เสียงภูที่เข้ามาทักท้วงเบาๆ แต่เธอไม่สนใจ ปัดมือเขาออกแล้วยกแก้วขึ้นดื่มต่อ เธอเริ่มรู้สึกว่าโลกหมุนคว้าง สติสัมปชัญญะเลือนราง เสียงเพลงและเสียงพูดคุยรอบข้างดังห่างไกลออกไป เธออยากร้องไห้ อยากกรีดร้อง แต่ก็ทำได้แค่นั่งซึมอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์ ปล่อยให้น้ำตาไหลเงียบๆ ผสมกับรสชาติขมปร่าของแอลกอฮอล์ ในมุมหนึ่งของงาน วินมองภาพนั้นด้วยแววตาซับซ้อน เขาเห็นเธอเดินไปสั่งเครื่องดื่มที่บาร์แก้วแล้วแก้วเล่า เห็นท่าทางที่เปลี่ยนไปจากตอนแรกอย่างสิ้นเชิง ความสง่างามหายไป เหลือเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังแตกสลาย เขารู้สึก... เป็นห่วงอย่างประหลาด "พี่วินคะ พิมพ์ว่าเรากลับกันเลยดีไหมคะ ดูเหมือนงานจะเริ่มกร่อยๆ แล้ว" เสียงพิมพ์ดังขึ้นข้างกาย ดึงความสนใจเขาไปชั่วครู่ "พิมกลับไปก่อนได้เลยครับ เดี๋ยวผมขอคุยงานกับทีมคุณพราวนภาต่ออีกนิดหน่อย พอดีมีเรื่องด่วนเข้ามา" วินหาข้ออ้าง น้ำเสียงเรียบเฉย พิมพ์ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เซ้าซี้ต่อ "ก็ได้ค่ะ งั้นพิมพ์กลับก่อนนะคะ ขับรถดีๆ นะคะ" เธอบอกลา หอมแก้มสามีเบาๆ ตามธรรมเนียม แล้วเดินแยกตัวออกไป เมื่อเห็นว่าพิมพ์ไปแล้ว วินจึงตัดสินใจเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์บาร์ที่พราวนั่งอยู่ เขาสังเกตเห็นแก้วช็อตเปล่าหลายใบวางอยู่ตรงหน้าเธอ และสภาพเธอก็ดูย่ำแย่เต็มที "พราว..." เขาเรียกชื่อเล่นเธอเบาๆ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เจอกัน "ผมว่าคุณเมามากแล้ว กลับบ้านดีกว่าไหม" พราวเงยหน้าขึ้นมองด้วยดวงตาแดงก่ำและพร่าเลือน เมื่อเห็นว่าเป็นใคร เธอก็แค่นยิ้มออกมาอย่างขมขื่น "กลับ... กลับไปไหน... กลับไปเจออะไร..." เธอพึมพำเสียงอู้อี้ น้ำตาไหลพราก "กลับบ้านคุณไง ผมจะไปส่ง" วินยืนยัน น้ำเสียงอ่อนโยนแต่แฝงความหนักแน่น "ไม่! ไม่กลับ! ฉันไม่อยากกลับ!" เธอโวยวายเสียงดังขึ้นเล็กน้อย ปัดมือเขาที่พยายามจะแตะแขนเธอออก วินถอนหายใจ มองสภาพของเธอแล้วรู้ว่าคงปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้แน่ เขาตัดสินใจรวบรัด "ผมจะไปส่ง" เขาย้ำอีกครั้ง คราวนี้ไม่รอให้เธอปฏิเสธ เขาจับแขนเธอไว้อย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่น ประคองร่างที่แทบจะทรงตัวไม่อยู่ให้ลุกขึ้นยืน "ปล่อยนะ! บอกว่าไม่กลับไง!" พราวพยายามดิ้นรน แต่เรี่ยวแรงจากแอลกอฮอล์ทำให้เธออ่อนเปียกปวกเปียกอยู่ในอ้อมแขนของเขา วินไม่สนใจเสียงโวยวายนั้น เขาค่อยๆ ประคองร่างบางที่โอนเอนไปมา เดินฝ่าผู้คนในงานเลี้ยงตรงไปยังทางออก ท่ามกลางสายตาประหลาดใจและความสงสัยของเพื่อนร่วมงานบางคนที่มองตาม... ค่ำคืนอันแสนวุ่นวายและแตกสลายนี้ กำลังจะนำพาทั้งคู่ไปสู่จุดที่ไม่มีใครคาดคิดตอนที่ 12หลายสัปดาห์ผ่านไปนับตั้งแต่ ‘นัดแรก’ ที่โรงแรมหรูในคืนนั้น ความสัมพันธ์ลับๆ ระหว่างพราวและวินก็ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความหวาดระแวงและความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันคือยาชูใจชั้นดีที่ทำให้ชีวิตอันเหี่ยวเฉาของเธอได้กลับมามีสีสันอีกครั้งโลกของพราวถูกแบ่งออกเป็นสองใบอย่างชัดเจนใบแรกคือโลกยามกลางวัน ที่บริษัท ที่ซึ่งเธอคือ ‘คุณพราวนภา’ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดคนเก่ง และเขาคือ ‘คุณวิศรุต’ รองประธานฯ จากบริษัทพาร์ทเนอร์คนสำคัญ พวกเขาต้องทำงานร่วมกัน ประชุม สื่อสาร และวางตัวอย่างมืออาชีพที่สุด แต่ภายใต้หน้ากากนั้น กลับมีสัญญาณลับๆ ที่รู้กันเพียงสองคนเสมอ... แววตาที่สบกันนานกว่าปกติเพียงเสี้ยววินาที รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากเมื่อเผลอคิดถึงเรื่องราวของกันและกัน หรือข้อความสั้นๆ ผ่านแอปพลิเคชันแชทลับที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอมือถือส่วนตัวที่เธอซ่อนไว้อย่างดีWin: เที่ยงนี้คิดว่าจะทานอะไรดีครับ? Praw: ยังไม่แน่ใจเลยค่ะ งานยุ่งมาก Win: เดี๋ยวผมสั่งเผื่อเอาไหม? ร้านโปรดคุณทุกอย่างคือความลับที่น่าตื่นเต้นและอันตรายในเวลาเดียวกัน“พี่พราว! ช่วงนี้ดูออร่าจับ หน้าตาสด
ตอนที่ 11หกโมงครึ่ง... เวลานัดหมายพราวนั่งอยู่ในมุมในสุดของร้านกาแฟบรรยากาศดีในซอยที่ไม่พลุกพล่านนัก นิ้วเรียวเผลอเคาะเบาๆ กับแก้วช็อกโกแลตเย็นที่พร่องไปเพียงนิดหน่อย หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก....นี่เป็นครั้งแรกที่เธอนัดเจอเขานอกเวลางานอย่างเป็นกิจลักษณะ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ไม่ใช่สถานการณ์ฉุกเฉิน และไม่ใช่เพราะความเมามายเธอเลือกเดรสสายเดี่ยวสีน้ำเงินเข้มที่ขับผิวขาวผ่อง แต่งหน้าอย่างตั้งใจมากกว่าปกติ... ตั้งใจเพื่อใครกันนะ? คำถามนี้วนเวียนอยู่ในหัว แต่เธอไม่กล้าหาคำตอบให้ตัวเองแล้วร่างสูงที่รอคอยก็ปรากฏตัวขึ้นที่ประตูร้าน วินในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนปลดกระดุมเม็ดบน กับกางเกงสแล็คสีเทาเข้มดูผ่อนคลายกว่าตอนอยู่ในชุดสูทเต็มยศ แต่ถึงอย่างนั้น ออร่าของผู้บริหารระดับสูงและความหล่อเหลาที่ดึงดูดสายตาก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย เขากวาดตามองครู่หนึ่งก่อนจะเดินตรงมาที่โต๊ะของเธอ"ขอโทษที่อาจจะเลทไปนิดหน่อยครับ" เขากล่าวทักทายพร้อมรอยยิ้มบางๆ ทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม"ไม่เป็นไรค่ะ พราว... ก็เพิ่งมาถึงเหมือนกัน" พราวตอบเสียงเบา รู้สึกประหม่าจนทำตัวไม่ถูกหลังจากสั่งกาแฟแล้ว ความเง
ตอนที่ 10แสงไฟจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือสะท้อนอยู่ในดวงตาคู่สวยของพราว เธอนอนอยู่บนเตียงกว้างในห้องนอนหรูเพียงลำพัง จ้องมองข้อความสั้นๆ ที่ถูกส่งมาจากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย แต่เธอรู้ดีว่าเป็นใคร...‘ถึงบ้านปลอดภัยไหมครับ?’ข้อความเรียบง่ายที่ดูเหมือนคำถามแสดงความห่วงใยธรรมดาๆ แต่มันกลับทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงไม่เป็นส่ำนี่คือครั้งแรกที่เขาติดต่อเธอมาก่อนหลังจากค่ำคืนอันเร่าร้อนและสับสนในห้องทำงานของเขาที่พึ่งผ่านมา... ค่ำคืนที่เธอบอกตัวเองว่ามันคือจุดจบ แต่ข้อความนี้กลับเหมือนเป็นจุดเริ่มต้นพราวลังเลอยู่นาน นิ้วเรียวจิ้มลงบนแป้นพิมพ์ พิมพ์ข้อความตอบกลับแล้วลบทิ้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีรวนอยู่ในอก เธอกำลังจะทำอะไรลงไป? การตอบกลับข้อความนี้ มันไม่ต่างอะไรจากการยอมรับและเปิดประตูให้เขาก้าวเข้ามาในชีวิตเธออีกครั้ง... ในฐานะที่ไม่ถูกต้องแต่แล้ว ภาพสัมผัสอันเร่าร้อน เสียงครางกระเส่า ความรู้สึกเสียวซ่านที่เขาปรนเปรอให้ มันก็ย้อนกลับเข้ามาในห้วงคำนึงอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึก ‘มีชีวิต’ ที่เธอแทบจะลืมไปแล้ว มันหอมหวานเกินกว่าจะตัดใจได้ง่ายๆสุดท้าย... เธอก็ตัดสินใจกดส่งข้อความต
ตอนที่ 9"แน่ใจนะว่าแค่นั้น"คำถามเสียงพร่าแหบห้าวแต่แฝงความท้าทายของวินยังคงก้องอยู่ในหู ใบหน้าหล่อเหลาที่โน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นโคโลญจน์จางๆ อันคุ้นเคยผสมกับกลิ่นกายบุรุษเพศของเขาโชยเข้าปอด ปลุกสัญชาตญาณบางอย่างที่หลับใหลให้ตื่นขึ้น ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องลึกลงมา... เหมือนจะมองทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งหัวใจที่กำลังสั่นไหวอย่างรุนแรงของเธอพราวควรจะผลักเขาออกไป ควรจะตอกหน้าเขาแรงๆ ด้วยคำพูดเย็นชา ควรจะย้ำเตือนถึงสถานะของเขาและเธอ... แต่ร่างกายเจ้ากรรมกลับทรยศ มันแข็งทื่อไม่ยอมขยับหนี แถมหัวใจยังทรยศเต้นแรงโครมครามราวกับจะหลุดออกมานอกอก ลมหายใจติดขัดเมื่อสบเข้ากับแววตาลึกซึ้งคู่นั้นเธอเห็นความต้องการ... ความปรารถนา... และบางที อาจจะเป็นความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ในนั้น... เหมือนกับที่เธอรู้สึกวินไม่ได้รอคำตอบ เขารู้... เขาสัมผัสได้ถึงกำแพงในใจเธอที่กำลังสั่นคลอน เขาเห็นแววตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดเขาทาบริมฝีปากหยักได้รูปลงบนริมฝีปากอิ่มสั่นระริกของเธออย่างไม่อาจหักห้ามใจได้อีกต่อไป จูบนี้ไม่ใช่จูบที่ปลอบประโลม ไม่ใช่จูบที่เกิดจากความเมามายไร้สติเหมื
ตอนที่ 8เช้าวันจันทร์เวียนมาบรรจบอีกครั้ง แต่สำหรับพราว มันคือเช้าวันที่หนักอึ้งที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนวันก่อนนั้นยังคงตามหลอกหลอนเธอไม่หยุด ทั้งความเร่าร้อน วาบหวาม และความรู้สึกผิดบาปที่เกาะกินหัวใจ ความทรงจำที่เธอสั่งตัวเองให้ลืม มันกลับยิ่งแจ่มชัดขึ้นทุกครั้งที่หลับตาลงหญิงสาวใช้เวลาอยู่หน้ากระจกนานกว่าปกติ พยายามแต่งหน้าปกปิดร่องรอยความอ่อนล้าและดวงตาที่บวมช้ำเล็กน้อยจากการร้องไห้เมื่อวาน เธอเลือกชุดทำงานที่ดูสุภาพและมิดชิดที่สุด ราวกับว่าเสื้อผ้าเหล่านี้จะช่วยเป็นเกราะกำบังให้เธอได้‘ลืมมันไปซะพราว มันก็แค่ความผิดพลาดเพราะความเมา’ เธอย้ำกับตัวเองในใจเป็นรอบที่ร้อย ‘แกกับเขา เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว และจะไม่มีวันเป็น!’ตลอดทางที่ขับรถมาบริษัท หัวใจของพราวเต้นไม่เป็นส่ำ เธอกลัว... กลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากับเขา กลัวสายตาของเขา กลัวความรู้สึกของตัวเองเมื่อก้าวเท้าเข้ามาในออฟฟิศ พราวสูดหายใจลึก พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด เธอกวาดตามองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว... ไม่เห็นเขา โล่งใจไปเปราะหนึ่ง หญิงสาวรีบเดินตรงไปยังห้องทำงานของตัวเอง อยากจะขังตัวเองอยู่ในนี้ทั
ตอนที่ 7ร่างบางของพราวถูกวางลงบนเตียงนอนขนาดคิงไซส์อย่างแผ่วเบา สัมผัสของผ้าปูที่นอนเนื้อดีที่แผ่นหลังควรจะทำให้รู้สึกสบาย แต่วินาทีนี้มันกลับเป็นเหมือนเชื้อเพลิงที่โหมกระพือไฟในกายให้ลุกโชนยิ่งขึ้น แต่ก่อนที่แผ่นหลังจะได้สัมผัสกับผ้าปูที่นอนเต็มที่ ริมฝีปากร้อนผ่าวของวินก็ประกบลงมาอีกครั้งจูบนี้แตกต่างจากที่ผ่านมา มันดูดดื่ม หนักหน่วง และเต็มไปด้วยความต้องการอันแรงกล้าที่ไม่ได้ปิดบัง ราวกับต้องการตอกย้ำความเป็นเจ้าของ ต้องการสูบสิ้นลมหายใจและสติสัมปชัญญะที่ยังพอมีเหลืออยู่ของเธอไปให้หมดสิ้น เธอเผยอปากรับลิ้นร้อนที่สอดแทรกเข้ามากวาดต้อนความหอมหวานในโพรงปากอย่างเต็มใจ แขนเรียวที่เคยไร้เรี่ยวแรงกลับยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของเขาไว้แน่น ตอบสนองจูบนั้นอย่างลืมตัวลืมตน ลืมไปชั่วขณะว่าเธอยังมีสามี และผู้ชายที่กำลังปรนเปรอเธออยู่คือคนที่เคยทิ้งเธอไปอย่างไม่ใยดีวินผละริมฝีปากออกเล็กน้อยเพียงเพื่อให้มีอากาศหายใจ มองสบตาลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่บัดนี้ฉ่ำเยิ้มไปด้วยแรงอารมณ์จนแทบไม่เหลือเค้าความเศร้าก่อนหน้า เขายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย"ริมฝีปากคุณสั่นไม่หยุดเลย... ร่างกายคุณเรียกหาผมอยู่ใช่ไหมพร







