LOGINตอนที่ 4
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปนับตั้งแต่วันที่ ‘เขา’ ก้าวเข้ามาในชีวิตเธออีกครั้ง... หนึ่งสัปดาห์ที่พราวรู้สึกเหมือนใช้ชีวิตอยู่บนเส้นด้ายบางๆ ที่พร้อมจะขาดผึงลงได้ทุกเมื่อ วิศรุต เตชะพิพัฒน์ ในฐานะรองประธานฯ จาก K Group ไม่ได้เป็นเพียงตำแหน่งลอยๆ เขาเข้ามามีบทบาทสำคัญและลงรายละเอียดกับโปรเจกต์ร่วมทุนนี้อย่างเข้มข้น การประชุมย่อยระหว่างทีม K Group และฝ่ายการตลาดของบริษัทเธอมีขึ้นแทบจะวันเว้นวัน ไหนจะอีเมลและโทรศัพท์ที่ต้องติดต่อประสานงานกันโดยตรงอีกนับครั้งไม่ถ้วน พราวในฐานะผู้จัดการฝ่ายฯ กลายเป็นจุดศูนย์กลางที่ต้องรับมือกับความต้องการและแรงกดดันจากฝั่ง K Group ซึ่งส่วนใหญ่ก็มาจากตัววินเองโดยตรง เขาเป็นผู้บริหารที่เก่งกาจ เด็ดขาด และต้องการความสมบูรณ์แบบในทุกรายละเอียด หลายครั้งที่เธอต้องดีเฟนด์แผนงานหรือไอเดียของทีมอย่างหนักหน่วงในการประชุม การโต้เถียงทางความคิดเกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่ทุกอย่างยังคงอยู่ภายใต้กรอบของความเป็นมืออาชีพ... แม้ว่าบางครั้ง แววตาคมกริบที่มองมา หรือน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงอำนาจนั้น จะทำให้หัวใจเธอสั่นไหวได้อย่างน่าประหลาด "ผมคิดว่า Budget ส่วน Influencer Marketing ของคุณพราวนภายังสูงเกินไปนะครับ เมื่อเทียบกับ Potential Reach ที่คาดว่าจะได้กลับมา ผมอยากเห็น Breakdown ที่ละเอียดกว่านี้ และทางเลือกอื่นที่ Cost-Effective กว่านี้ด้วย" เสียงทุ้มดังขึ้นจากฝั่งตรงข้ามของโต๊ะประชุมยาว พราวเงยหน้าขึ้นสบตากับเจ้าของเสียงโดยตรง วันนี้เป็นการประชุมภายในเฉพาะทีมการตลาดกับวิน เพื่อสรุปงบประมาณแคมเปญเปิดตัวสินค้าตัวใหม่ "ตัวเลขนี้ผ่านการประเมินและเปรียบเทียบเรทการ์ดของ Influencer แต่ละ Tier มาแล้วค่ะคุณวิศรุต และเราเลือกเฉพาะคนที่มี Engagement Rate สูงและตรงกับกลุ่มเป้าหมายหลักจริงๆ ถ้าลด Budget ส่วนนี้ลง อาจจะกระทบต่อ Visibility โดยรวมในช่วง Launch ได้นะคะ" พราวอธิบายด้วยน้ำเสียงหนักแน่น พยายามควบคุมความเป็นมืออาชีพไว้ ทั้งที่ในใจอยากจะตอบโต้ความจู้จี้ของเขามากกว่านี้ "ผมเข้าใจ แต่ผมอยากเห็น Option ครับ ช่วยหาทางเลือกอื่นมาเปรียบเทียบภายในวันศุกร์นี้ด้วย" เขาสรุปสั้นๆ ไม่เปิดโอกาสให้โต้แย้งต่อ พราวกำมือที่วางอยู่ใต้โต๊ะแน่น พยักหน้ารับ "ได้ค่ะ" การประชุมดำเนินต่อไปด้วยบรรยากาศตึงเครียดเช่นนี้อีกเกือบชั่วโมง จนกระทั่งเลิกประชุม พราวเดินกลับมาที่ห้องทำงานด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้าเป็นสองเท่า งานที่หนักอยู่แล้ว ยิ่งหนักขึ้นไปอีกเมื่อต้องมาทำงานร่วมกับคนที่เป็น ‘เงาอดีต’ ของเธอแบบนี้ ... เย็นวันนั้น พราวกลับถึงบ้านช้ากว่าปกติเพราะต้องรีบเคลียร์งานตามที่วินสั่งเพิ่ม ร่างบางในชุดทำงานเดินเข้าบ้านมาอย่างอ่อนแรง แต่สิ่งที่รออยู่กลับทำให้เธอต้องขมวดคิ้ว ธามนั่งรออยู่ที่ห้องนั่งเล่น ในชุดลำลองสบายๆ แต่ที่น่าแปลกใจคือ เขาดูอารมณ์ดีผิดปกติ และบนโต๊ะกาแฟตรงหน้าเขามีกล่องแบรนด์เนมสีส้มสดวางเด่นเป็นสง่า "กลับมาแล้วเหรอ เหนื่อยไหม" ธามเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มกว้างผิดวิสัย เดินเข้ามาหาเธอ พราวเลิกคิ้ว มองสามีสลับกับกล่องสีส้มนั้น "วันนี้ลมอะไรหอบมาคะเนี่ย อารมณ์ดีเชียว" "ก็แค่อยากเอาใจเมียตัวเองบ้างไม่ได้หรือไง" เขาพูดพลางยื่นกล่องนั้นให้เธอ "เปิดดูสิ" พราวรับกล่องมาเปิดออกอย่างเสียไม่ได้ ข้างในคือกระเป๋าถือรุ่นใหม่ล่าสุดจากแบรนด์หรูที่เธอเคยบ่นเปรยๆ ว่าอยากได้เมื่อหลายเดือนก่อน ราคาของมันไม่ต้องพูดถึง... หลายแสนบาทแน่นอน "ชอบไหม" ธามถาม ยิ้มอย่างพึงพอใจที่เห็นแววตาประหลาดใจ (แม้จะเล็กน้อย) ของภรรยา "ก็... สวยดีค่ะ ขอบคุณนะคะ" พราวตอบเสียงเรียบ พยายามปั้นหน้าให้ดูยินดี "แต่... ทำไมอยู่ๆ ถึงซื้อให้ล่ะคะ" "ทำไม จะซื้อให้เมียตัวเองต้องมีเหตุผลด้วยเหรอ" เขาทำเสียงสูง ก่อนจะโน้มตัวลงมากระซิบข้างหู "ถือว่าเป็นรางวัล... สำหรับคืนนั้นไง" พราวชะงักไปทันที ความรู้สึกขยะแขยงตีตื้นขึ้นมาในอก นี่สินะ เหตุผลของเขา เขาใช้เงินฟาดหัวเธอเหมือนเคย เพื่อลบล้างความผิดที่ไปนอนกับผู้หญิงอื่น และตอบแทนที่เธอยอม ‘บริการ’ เขาบนเตียง! "พราวเหนื่อย ขอตัวขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะคะ" เธอเบี่ยงตัวหลบสัมผัสของเขา รีบหิ้วกล่องกระเป๋าเดินขึ้นบันไดไปทันที ไม่อยากทนเห็นหน้าเขาอีกแม้วินาทีเดียว เสียงเพลงที่ธามเปิดคลอเบาๆ ในห้องนั่งเล่นยังคงดังตามหลังเธอมา มันเป็นเพลงรักหวานซึ้ง... ที่ช่างไม่เข้ากับสถานการณ์และความรู้สึกของเธอตอนนี้เลยแม้แต่น้อย ... เช้าวันต่อมา พราวนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องทำงาน แต่สมองกลับไม่แล่นเหมือนเคย เธอรู้สึกเหนื่อยล้าสะสม ทั้งจากงาน และจากเรื่องส่วนตัว กาแฟแก้วที่สองของวันถูกยกขึ้นจิบ แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นเท่าไรนัก ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้น พร้อมกับใบหน้าหล่อใสของภูที่โผล่เข้ามา "พี่พราวครับ ผมเอากาแฟมาให้ พอดีซื้อมาเกินแก้วนึง" ภูยื่นแก้วกาแฟจากร้านดังที่เขาจำได้ว่าเธอชอบ "อ้าว ขอบใจจ้ะภู แต่พี่เพิ่งดื่มไปเองนะ" พราวบอกตามตรง "ไม่เป็นไรครับ เก็บไว้ดื่มตอนบ่ายก็ได้ครับ เห็นเมื่อวานพี่พราวกลับดึก วันนี้นั่งทำหน้าเครียดแต่เช้าเลย มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ" เขายิ้มอย่างอ่อนโยน ดวงตาฉายแววห่วงใยจริงใจ "ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ พี่แค่คิดงานไม่ออกนิดหน่อย" เธอยิ้มตอบ รู้สึกขอบคุณในความมีน้ำใจของรุ่นน้องคนนี้เสมอ "ขอบใจนะสำหรับกาแฟ" "ครับผม งั้นผมไม่กวนแล้ว สู้ๆ นะครับพี่" ภูบอกก่อนจะปิดประตูจากไป พราวมองแก้วกาแฟในมือ ความรู้สึกอบอุ่นเล็กๆ ก่อตัวขึ้นในใจ อย่างน้อย ท่ามกลางเรื่องราวแย่ๆ ก็ยังมีคนดีๆ อย่างภูอยู่ใกล้ๆ คอยเป็นกำลังใจให้เสมอ... แม้ว่าเธอจะไม่เคยเล่าปัญหาส่วนตัวให้เขาฟังเลยก็ตาม ... ตกเย็น งานยังคงสุมหัว พราวและวินต้องอยู่เคลียร์สไลด์พรีเซนเทชันสำหรับนำเสนอต่อ K Group ในวันมะรืนนี้ให้เสร็จ ทั้งสองคนนั่งทำงานอยู่ในห้องประชุมเล็กๆ บรรยากาศเงียบสงัด มีเพียงเสียงพิมพ์และเสียงคลิกเมาส์เบาๆ "ผมว่าสไลด์นี้ควรปรับ wording ตรง Key Message อีกนิดนะครับ มันยังไม่ค่อย Impact เท่าไหร่" วินเอ่ยขึ้นหลังจากจ้องมองหน้าจอโปรเจกเตอร์อยู่นาน พราวขยับแว่นสายตาเล็กน้อย เพ่งมองตามที่เขาบอก "ตรงไหนคะ?" วินลุกจากที่นั่ง เดินอ้อมมาหยุดยืนข้างๆ เธอ กลิ่นโคโลญจน์จางๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของเขาลอยเข้าจมูก ทำให้พราวใจสั่นเล็กน้อย เธอขยับตัวออกห่างตามสัญชาตญาณ เขาชี้ไปที่หน้าจอ "ตรงนี้ครับ ผมว่าถ้าเราปรับเป็นคำว่า..." เขายังพูดไม่ทันจบ เสียงท้องของพราวก็ร้องโครกครากออกมาเบาๆ แต่ดังพอที่จะได้ยินในความเงียบนั้น หญิงสาวหน้าแดงก่ำ รีบยกมือกุมท้องตัวเองแก้เก้อ "เอ่อ... ขอโทษค่ะ" วินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ "นี่มันจะสองทุ่มแล้วนี่ คุณยังไม่ได้ทานอะไรเลยเหรอ" "ก็... ยังค่ะ กะว่าเคลียร์งานนี่เสร็จก่อน" "งั้นพักก่อนไหม ไปหาอะไรทานก่อนก็ได้ งานน่ะทำต่อพรุ่งนี้ก็ได้" เขาเสนอขึ้น น้ำเสียงดูอ่อนลงกว่าปกติเล็กน้อย พราวแปลกใจกับท่าทีนั้น แต่ก็ส่ายหน้าปฏิเสธ "ไม่เป็นไรค่ะ ใกล้เสร็จแล้ว ทำให้เสร็จเลยดีกว่า พรุ่งนี้มีงานอื่นต้องทำอีก" วินมองใบหน้าซีดๆ และท่าทางอิดโรยของคนข้างๆ แล้วถอนหายใจเบาๆ "สมัยเรียน... จำได้ว่าคุณก็เป็นแบบนี้ ทำโปรเจกต์ทีไรโต้รุ่งตลอด ไม่ยอมพัก" คำพูดนั้นทำให้พราวชะงักเงยหน้าขึ้นมองเขา ความทรงจำเก่าๆ ไหลย้อนกลับมา... ใช่ เธอเคยเป็นแบบนั้น และเขาก็คือคนที่คอยหาขนม หานมร้อนๆ มาให้เสมอเวลาเธอต้องปั่นงานส่งอาจารย์ "ก็... มันเป็นความรับผิดชอบนี่คะ" เธอตอบเสียงเบา พยายามดึงตัวเองกลับมาสู่ปัจจุบัน "ความรับผิดชอบน่ะใช่ แต่ก็ต้องดูแลตัวเองด้วย" เขาพูดต่อ เหมือนจะเผลอตัว แต่แล้วก็รีบปรับสีหน้าเป็นเรียบเฉยเหมือนเดิม "เอาเป็นว่า รีบทำให้เสร็จแล้วกัน ผมก็หิวเหมือนกัน" พูดจบเขาก็เดินกลับไปนั่งที่เดิม ทิ้งให้พราวนั่งนิ่งอยู่กับความรู้สึกประหลาดใจ... เมื่อกี๊นี้มันอะไรกันนะ หรือเธอแค่คิดไปเองอีกแล้ว แต่ถึงจะสับสนแค่ไหน โมเมนต์สั้นๆ เมื่อครู่ มันก็เหมือนรอยร้าวเล็กๆ ที่เกิดขึ้นบนกำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างขึ้น... หรืออาจจะเป็นกำแพงในใจเธอเองกันแน่...ตอนที่ 12หลายสัปดาห์ผ่านไปนับตั้งแต่ ‘นัดแรก’ ที่โรงแรมหรูในคืนนั้น ความสัมพันธ์ลับๆ ระหว่างพราวและวินก็ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความหวาดระแวงและความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันคือยาชูใจชั้นดีที่ทำให้ชีวิตอันเหี่ยวเฉาของเธอได้กลับมามีสีสันอีกครั้งโลกของพราวถูกแบ่งออกเป็นสองใบอย่างชัดเจนใบแรกคือโลกยามกลางวัน ที่บริษัท ที่ซึ่งเธอคือ ‘คุณพราวนภา’ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดคนเก่ง และเขาคือ ‘คุณวิศรุต’ รองประธานฯ จากบริษัทพาร์ทเนอร์คนสำคัญ พวกเขาต้องทำงานร่วมกัน ประชุม สื่อสาร และวางตัวอย่างมืออาชีพที่สุด แต่ภายใต้หน้ากากนั้น กลับมีสัญญาณลับๆ ที่รู้กันเพียงสองคนเสมอ... แววตาที่สบกันนานกว่าปกติเพียงเสี้ยววินาที รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากเมื่อเผลอคิดถึงเรื่องราวของกันและกัน หรือข้อความสั้นๆ ผ่านแอปพลิเคชันแชทลับที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอมือถือส่วนตัวที่เธอซ่อนไว้อย่างดีWin: เที่ยงนี้คิดว่าจะทานอะไรดีครับ? Praw: ยังไม่แน่ใจเลยค่ะ งานยุ่งมาก Win: เดี๋ยวผมสั่งเผื่อเอาไหม? ร้านโปรดคุณทุกอย่างคือความลับที่น่าตื่นเต้นและอันตรายในเวลาเดียวกัน“พี่พราว! ช่วงนี้ดูออร่าจับ หน้าตาสด
ตอนที่ 11หกโมงครึ่ง... เวลานัดหมายพราวนั่งอยู่ในมุมในสุดของร้านกาแฟบรรยากาศดีในซอยที่ไม่พลุกพล่านนัก นิ้วเรียวเผลอเคาะเบาๆ กับแก้วช็อกโกแลตเย็นที่พร่องไปเพียงนิดหน่อย หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก....นี่เป็นครั้งแรกที่เธอนัดเจอเขานอกเวลางานอย่างเป็นกิจลักษณะ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ไม่ใช่สถานการณ์ฉุกเฉิน และไม่ใช่เพราะความเมามายเธอเลือกเดรสสายเดี่ยวสีน้ำเงินเข้มที่ขับผิวขาวผ่อง แต่งหน้าอย่างตั้งใจมากกว่าปกติ... ตั้งใจเพื่อใครกันนะ? คำถามนี้วนเวียนอยู่ในหัว แต่เธอไม่กล้าหาคำตอบให้ตัวเองแล้วร่างสูงที่รอคอยก็ปรากฏตัวขึ้นที่ประตูร้าน วินในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนปลดกระดุมเม็ดบน กับกางเกงสแล็คสีเทาเข้มดูผ่อนคลายกว่าตอนอยู่ในชุดสูทเต็มยศ แต่ถึงอย่างนั้น ออร่าของผู้บริหารระดับสูงและความหล่อเหลาที่ดึงดูดสายตาก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย เขากวาดตามองครู่หนึ่งก่อนจะเดินตรงมาที่โต๊ะของเธอ"ขอโทษที่อาจจะเลทไปนิดหน่อยครับ" เขากล่าวทักทายพร้อมรอยยิ้มบางๆ ทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม"ไม่เป็นไรค่ะ พราว... ก็เพิ่งมาถึงเหมือนกัน" พราวตอบเสียงเบา รู้สึกประหม่าจนทำตัวไม่ถูกหลังจากสั่งกาแฟแล้ว ความเง
ตอนที่ 10แสงไฟจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือสะท้อนอยู่ในดวงตาคู่สวยของพราว เธอนอนอยู่บนเตียงกว้างในห้องนอนหรูเพียงลำพัง จ้องมองข้อความสั้นๆ ที่ถูกส่งมาจากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย แต่เธอรู้ดีว่าเป็นใคร...‘ถึงบ้านปลอดภัยไหมครับ?’ข้อความเรียบง่ายที่ดูเหมือนคำถามแสดงความห่วงใยธรรมดาๆ แต่มันกลับทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงไม่เป็นส่ำนี่คือครั้งแรกที่เขาติดต่อเธอมาก่อนหลังจากค่ำคืนอันเร่าร้อนและสับสนในห้องทำงานของเขาที่พึ่งผ่านมา... ค่ำคืนที่เธอบอกตัวเองว่ามันคือจุดจบ แต่ข้อความนี้กลับเหมือนเป็นจุดเริ่มต้นพราวลังเลอยู่นาน นิ้วเรียวจิ้มลงบนแป้นพิมพ์ พิมพ์ข้อความตอบกลับแล้วลบทิ้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีรวนอยู่ในอก เธอกำลังจะทำอะไรลงไป? การตอบกลับข้อความนี้ มันไม่ต่างอะไรจากการยอมรับและเปิดประตูให้เขาก้าวเข้ามาในชีวิตเธออีกครั้ง... ในฐานะที่ไม่ถูกต้องแต่แล้ว ภาพสัมผัสอันเร่าร้อน เสียงครางกระเส่า ความรู้สึกเสียวซ่านที่เขาปรนเปรอให้ มันก็ย้อนกลับเข้ามาในห้วงคำนึงอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึก ‘มีชีวิต’ ที่เธอแทบจะลืมไปแล้ว มันหอมหวานเกินกว่าจะตัดใจได้ง่ายๆสุดท้าย... เธอก็ตัดสินใจกดส่งข้อความต
ตอนที่ 9"แน่ใจนะว่าแค่นั้น"คำถามเสียงพร่าแหบห้าวแต่แฝงความท้าทายของวินยังคงก้องอยู่ในหู ใบหน้าหล่อเหลาที่โน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นโคโลญจน์จางๆ อันคุ้นเคยผสมกับกลิ่นกายบุรุษเพศของเขาโชยเข้าปอด ปลุกสัญชาตญาณบางอย่างที่หลับใหลให้ตื่นขึ้น ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องลึกลงมา... เหมือนจะมองทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งหัวใจที่กำลังสั่นไหวอย่างรุนแรงของเธอพราวควรจะผลักเขาออกไป ควรจะตอกหน้าเขาแรงๆ ด้วยคำพูดเย็นชา ควรจะย้ำเตือนถึงสถานะของเขาและเธอ... แต่ร่างกายเจ้ากรรมกลับทรยศ มันแข็งทื่อไม่ยอมขยับหนี แถมหัวใจยังทรยศเต้นแรงโครมครามราวกับจะหลุดออกมานอกอก ลมหายใจติดขัดเมื่อสบเข้ากับแววตาลึกซึ้งคู่นั้นเธอเห็นความต้องการ... ความปรารถนา... และบางที อาจจะเป็นความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ในนั้น... เหมือนกับที่เธอรู้สึกวินไม่ได้รอคำตอบ เขารู้... เขาสัมผัสได้ถึงกำแพงในใจเธอที่กำลังสั่นคลอน เขาเห็นแววตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดเขาทาบริมฝีปากหยักได้รูปลงบนริมฝีปากอิ่มสั่นระริกของเธออย่างไม่อาจหักห้ามใจได้อีกต่อไป จูบนี้ไม่ใช่จูบที่ปลอบประโลม ไม่ใช่จูบที่เกิดจากความเมามายไร้สติเหมื
ตอนที่ 8เช้าวันจันทร์เวียนมาบรรจบอีกครั้ง แต่สำหรับพราว มันคือเช้าวันที่หนักอึ้งที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนวันก่อนนั้นยังคงตามหลอกหลอนเธอไม่หยุด ทั้งความเร่าร้อน วาบหวาม และความรู้สึกผิดบาปที่เกาะกินหัวใจ ความทรงจำที่เธอสั่งตัวเองให้ลืม มันกลับยิ่งแจ่มชัดขึ้นทุกครั้งที่หลับตาลงหญิงสาวใช้เวลาอยู่หน้ากระจกนานกว่าปกติ พยายามแต่งหน้าปกปิดร่องรอยความอ่อนล้าและดวงตาที่บวมช้ำเล็กน้อยจากการร้องไห้เมื่อวาน เธอเลือกชุดทำงานที่ดูสุภาพและมิดชิดที่สุด ราวกับว่าเสื้อผ้าเหล่านี้จะช่วยเป็นเกราะกำบังให้เธอได้‘ลืมมันไปซะพราว มันก็แค่ความผิดพลาดเพราะความเมา’ เธอย้ำกับตัวเองในใจเป็นรอบที่ร้อย ‘แกกับเขา เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว และจะไม่มีวันเป็น!’ตลอดทางที่ขับรถมาบริษัท หัวใจของพราวเต้นไม่เป็นส่ำ เธอกลัว... กลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากับเขา กลัวสายตาของเขา กลัวความรู้สึกของตัวเองเมื่อก้าวเท้าเข้ามาในออฟฟิศ พราวสูดหายใจลึก พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด เธอกวาดตามองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว... ไม่เห็นเขา โล่งใจไปเปราะหนึ่ง หญิงสาวรีบเดินตรงไปยังห้องทำงานของตัวเอง อยากจะขังตัวเองอยู่ในนี้ทั
ตอนที่ 7ร่างบางของพราวถูกวางลงบนเตียงนอนขนาดคิงไซส์อย่างแผ่วเบา สัมผัสของผ้าปูที่นอนเนื้อดีที่แผ่นหลังควรจะทำให้รู้สึกสบาย แต่วินาทีนี้มันกลับเป็นเหมือนเชื้อเพลิงที่โหมกระพือไฟในกายให้ลุกโชนยิ่งขึ้น แต่ก่อนที่แผ่นหลังจะได้สัมผัสกับผ้าปูที่นอนเต็มที่ ริมฝีปากร้อนผ่าวของวินก็ประกบลงมาอีกครั้งจูบนี้แตกต่างจากที่ผ่านมา มันดูดดื่ม หนักหน่วง และเต็มไปด้วยความต้องการอันแรงกล้าที่ไม่ได้ปิดบัง ราวกับต้องการตอกย้ำความเป็นเจ้าของ ต้องการสูบสิ้นลมหายใจและสติสัมปชัญญะที่ยังพอมีเหลืออยู่ของเธอไปให้หมดสิ้น เธอเผยอปากรับลิ้นร้อนที่สอดแทรกเข้ามากวาดต้อนความหอมหวานในโพรงปากอย่างเต็มใจ แขนเรียวที่เคยไร้เรี่ยวแรงกลับยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของเขาไว้แน่น ตอบสนองจูบนั้นอย่างลืมตัวลืมตน ลืมไปชั่วขณะว่าเธอยังมีสามี และผู้ชายที่กำลังปรนเปรอเธออยู่คือคนที่เคยทิ้งเธอไปอย่างไม่ใยดีวินผละริมฝีปากออกเล็กน้อยเพียงเพื่อให้มีอากาศหายใจ มองสบตาลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่บัดนี้ฉ่ำเยิ้มไปด้วยแรงอารมณ์จนแทบไม่เหลือเค้าความเศร้าก่อนหน้า เขายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย"ริมฝีปากคุณสั่นไม่หยุดเลย... ร่างกายคุณเรียกหาผมอยู่ใช่ไหมพร







