Mag-log in“ผมอุ้มเองครับ” เสียงทุ้มห้าวของคีตพัฒน์ดังขึ้นเรียกสายตาจากทุกคน
เมื่อมาถึงห้องพัก เจ้าหน้าที่เตรียมจะอุ้มญารินดาที่ยังไม่ฟื้นจากยาสลบเพื่อย้ายไปยังเตียงในห้องพัก แต่คีตพัฒน์ที่เดินมาถึงพอดีได้พูดขึ้นแล้วเดินเข้ามาข้างเตียงคนไข้ มองร่างเล็กบอบบางที่ยังหลับสนิทยู่ ช้อนอุ้มด้วยความระมัดระวังแล้ววางลงบนเตียงที่พยาบาลเพิ่งปรับให้เสร็จเรียบร้อยอย่างเบามือ
หลังจากพยาบาลแจ้งสิ่งที่ญาติต้องรับทราบเสร็จก็กลับออกไป บรรยากาศในห้องจึงตกอยู่ในความเงียบ สองหนุ่มนั่งลงบนโซฟาตัวยาว นริยานั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียง อัญญารินที่ยืนเคียงข้างมารดา คีตพัฒน์ยืนอยู่อีกฝั่งของเตียง ตามด้วยพรีญาภัสที่มองเพื่อนด้วยสายตาเป็นห่วง
“ขอบใจทุกคนนะจ๊ะ โดยเฉพาะคี น้าขอบใจมาก ถ้าวันนี้ไม่ได้พ่อคี น้องเพลงคงแย่” นริยาส่งยิ้มจางๆให้กับทุกคนและหยุดลงที่คีตพัฒน์
“ไม่เป็นไรครับ” เขาค้อมศีรษะเล็กน้อย สายตามองไปที่ใบหน้าสวยหวานที่ยังหลับสนิทอยู่
“เรากลับกันก่อนดีไหม ให้ยัยเพลงพักผ่อนไปก่อน น่าจะมึนยาอีกนาน พรุ่งนี้เราค่อยมากันใหม่” อัญญารินออกความเห็น
“แม่ว่าก็ดีนะ พิณลับไปที่คอนโดนะ ใกล้ๆ เผื่อมีอะไรแม่จะได้โทรหา” นริยาสั่งบุตรสาวในท้ายประโยค
“ได้ค่ะ งั้นพวกเรากลับก่อนนะคะแม่” อัญญารินจับมือคู่แฝดของตัวเองบีบเบาๆแล้วหันไปบอกลามารดา
คนอื่นๆทยอยเดินออกจากห้องหลังจากร่ำลานริยาเสร็จ คีตพัฒน์ตรงกลับคอนโด เช่นเดียวกับพีรรัตน์ที่พาอัญญารินกลับไปด้วยเหมือนเช่นขามา
ตลอดระยะเวลาการอยู่ที่โรงพยาบาล 3 วันของญารินดา พรีญาภัสกับอัญญารินมาเยี่ยมหลังเลิกเรียนทุกวัน ไม่เว้นแม้แต่คีตพัฒน์ที่แวะมาหาในวันที่เขาว่าง แต่ก็กลับออกไปภายในเวลาไม่นาน
“ขอบคุณค่ะ” ญารินดาขอบคุณเขาอย่างเสียมิได้ เมื่อรถยนต์คันหรูจอดลงที่หน้าลิฟต์ชั้นลานจอดรถเพื่อไม่ให้เธอต้องเดินไกล
วันออกจากโรงพยาบาล คีตพัฒน์มารอรับญารินดากลับคอนโดด้วยเหตุผลที่ว่าอยู่คอนโดหญิงสาวจะได้ไม่ต้องเดินขึ้นลงบันได ประจวบกับที่ภาคินและนริยาต้องเข้าประชุมผู้ถือหุ้น บิดามารดาของเธอจึงยอมให้มาพักฟื้นอยู่ที่คอนโด
ญารินดารอจนคีตพัฒน์เดินมาที่ลิฟต์จึงกดขึ้นไปยังชั้นที่เธอพักอยู่ เมื่อร่างสูงเดินเข้ามาพร้อมกับข้าวของในมือตามหลังเธอ ประตูลิฟต์ก็ปิดลง
หญิงสาวยืนเอามือกดประคองแผลผ่าตัดของตัวเองเอาไว้ เธอยืนอยู่เงียบๆนึกถึงโทรศัพท์จากมารดาเมื่อเช้า
‘น้องเพลง พ่อกับแม่มีประชุมผู้ถือหุ้น เดี๋ยวให้คนรถที่บ้านไปรับนะคะ’
‘ไม่เป็นไรค่ะคุณแม่ เดี๋ยวเพลงกลับคอนโดดีกว่าค่ะ จะได้ไม่ต้องเดินขึ้นลงบันไดด้วย’
‘แล้วจะกลับยังไงล่ะ น้องพิณไปเรียนไม่ใช่เหรอ’
‘.....อ๊ะ พี่คี.....’
‘คีมาเหรอ แม่ขอคุยกับคีหน่อยค่ะ’
‘ค่ะ’
มือเล็กบอบบางที่ยังมีสายรัดชื่อคนไข้อยู่ส่งโทรศัพท์มือถือให้กับผู้ชายร่างสูงหุ่นสมส่วนที่เพิ่งเปิดประตูห้องพักเข้ามา
‘ครับ’
‘คี น้าฝากรับน้องเพลงกลับหน่อยนะ เขาไม่ยอมกลับบ้าน จะกลับไปอยู่คอนโด วันนี้น้ามีประชุมผู้ถือหุ้นน่ะจ้ะ’
‘ได้ครับ’
‘ขอโทษที่ต้องรบกวนนะจ๊ะ’
‘ไม่เป็นไรครับ’
หลังจากทางปลายสายกดวางไป ดวงตาคมก็มองมายังคนไข้ตัวเล็กที่ได้ยินสิ่งที่เขาสนทนากับมารดาของเธอทุกคำโดยไม่ต้องบอกอะไรซ้ำอีกครั้ง
‘ตามนี้นะ’
‘.....ค่ะ’
ทุ่มครึ่ง แต่ละคนก็ทยอยมารวม พีรรัตน์กับอัญญารินมาถึงก่อน ทั้งสองคนเถียงกันมาตลอดทาง ตามด้วยคีตพัฒน์ที่มาพร้อมกับญารินดา ซึ่งก็เหมือนเช่นทุกครั้งที่เขามาพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่นให้กับทุกคน ญารินดามองเขาพร้อมกับเบะปากเมื่อนึกถึงการพูดจาของเขาที่เธอได้เจอขวัญชนกกับวรรณวิวามาถึงเป็นคู่ปิดท้าย ทุกคนช่วยกันลงมือจัดการมื้ออาหารมื้อใหญ่ตรงหน้ากันอย่างสนุกสนาน“พี่ธีล่ะ” พีรรัตน์มองซ้ายขวาไม่เห็นธีรภัทรก็ถามพรีญาภัส“ไปข้างนอก มีสายด่วน” หญิงสาวตอบแบบไม่คิดอะไรมาก“หือ สายด่วน เด็กเหรอ” พีรรัตน์แกล้งน้องสาวตามความเคยชิน“ประมาณนั้น” ไหล่เปลือยไหวอย่างไม่แคร์“หืออ” คีตพัฒน์กับพีรรัตน์ขมวดคิ้วแล้วมองสบตากัน“เห็นว่าไปเคลียร์น่ะ ท่าทางน่ากลัวด้วย พรีนล่ะกลัวแทนเธอคนนั้น” พรีญาภัสทำท่าทางขยาด“ถ้าหล่อนเลือกจะวุ่นวายกับพี่ธี หล่อนก็ต้องทำใจเอาไว้แล้วล่ะ ช่างเถอะ เอ้า ชนกันหน่อยดีกว่า” พีรรัตน์เองก็รู้กิตติศัพท์พี่ชายดีคีตพัฒน์นิ่ง เขาฟังสิ่งที่น้องๆ คุยกันโดยไม่ออกความเห็น เขาเองก็โตมาไล่ๆ กับทุกคน รวมถึงรู้ดีว่านิสัยและรสนิยมของผู้ชายบ้านเขาเป็นยังไงเมื่อของกินเริ่มร่อยหรอลง พรีญาภัสจึงลุกขึ้นเด
หลายอาทิตย์ต่อมา หลังจากที่แผลผ่าตัดหายดีและญารินดาก็ไม่ค่อยเจ็บแผลเธอก็มาเรียนตามปกติจนกระทั่งวันสอบ พวกเธอมารวมตัวกันหลังจากสอบเสร็จโดยไม่ต้องนัดกันแม้แต่น้อย“เอาล่ะ ต้องเลี้ยงส่งกันแล้วนะ” พีรรัตน์พูดขึ้นหลังจากเดินมารวมตัววันนี้เป็นวันสอบวันสุดท้าย ขวัญชนกกับวรรณวิวาต้องเตรียมตัวที่จะย้ายไปอยู่ต่างประเทศ เพื่อนๆ ตั้งใจจะเลี้ยงส่ง ทุกคนจึงมารวมตัวกันหมด ไม่เว้นแม้แต่คีตพัฒน์กับพีรรัตน์ที่ตามมาสมทบด้วย“ฉันรู้สึกแปลกๆ ว่ะ” ญารินดาพูดขึ้น สีหน้าเธอหงอยลงอย่างเห็นได้ชัด“เอาน่า ค่อยติดต่อกันก็ได้” วรรณวิวาที่ทำใจได้บ้างแล้วบอกพร้อมกับยิ้มให้เพื่อนๆ“นั่นสิ ซัมเมอร์ก็ยังกลับมาหากันได้นี่” พรีญาภัสปลอบเพื่อนแต่ก็น้ำตาซึม“ฉันว่า.....” อัญญารินจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็พูดไม่ออก“ปาร์ตี้เลี้ยงส่งกันดีกว่าคืนนี้ บ้านใครดี” พีรรัตน์ออกความเห็นเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ“บ้านฉันไหม ถ้าไปบ้านพวกเธอเดี๋ยวจะเสียหายถ้าพี่คีกับพีไปด้วย” พรีญาภัสเอ่ยชวนโดยไม่ลืมคิดถึงข้อนี้“บ้า ไม่มีอะไรมั้ง คุณพ่อคุณแม่ก็รู้จักกัน” ญารินดาไม่คิดอะไร เธอหัวเราะน้อยๆ“ตามนั้น คืนนี้เจอกันที่บ้าน เดี๋ยวพี่กลับไปเอาโน้ตบุ๊
นานหลายชั่วโมงที่ชายหนุ่มนั่งทำงานอยู่ในห้องนั่งเล่นโดยไม่ลุกไปไหน จนกระทั่งได้ยินเสียงครางแผ่วเบาก็ลุกขึ้นแทบจะทันที“เป็นอะไร” คำถามดังขึ้นก่อนที่เจ้าของร่างสูงจะเดินมาถึงขอบเตียงในไม่กี่ก้าว“เผลอพลิกตัว เลยเจ็บแผลค่ะ” เธอตอบเสียงแหบ เหงื่อซึมทั้งที่อยู่ในห้องแอร์เย็นฉ่ำ“.....” เขาถอนหายใจด้วยความโล่งใจที่ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น“กี่โมงแล้วคะ” ร่างเล็กพยายามพยุงตัวเองขึ้นนั่งพิงหัวเตียงโดยมีมือหนาคอยประคอง“5 โมงกว่า” เขาตอบหลังจากที่ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู“เย็นแล้วนี่คะ” เธอถามพร้อมกับเอามือประคองทับผ้าปิดแผลตัวเอง“อืม” คิ้วหนาขมวดเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าสวยหวานยังซีดอยู่“แล้วทำไมพี่ยังไม่กลับล่ะคะ ไม่ต้องไปไหนเหรอ” หญิงสาวถามหลังจากหย่อนเท้าลงบนพื้น“.....ลุกไปกินข้าวกินยา” เขาไม่ตอบแต่ออกคำสั่งเธอแทนญารินดาทำหน้าเซ็งแบบเห็นได้ชัด เธอเกลียดการกินยา ไม่เหมือนกับคู่แฝดของเธอที่กินยาง่าย การกินยาสำหรับเธอจึงไม่ต่างกับการกลืนก้อนหินเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กไม่ยอมลุกขึ้น เขาจึงโน้มตัวลงช้อนอุ้มเธอเดินตัวลอยไปวางลงบนโซฟาอย่างเบามือ“พี่คี เพลงเบื่อโจ๊ก”“หมอให้กินอาหารที่ย่อยง่ายไม่ใช่
และไม่กี่ชั่วโมงต่อมา หลังจากที่ถอดสายน้ำเกลือ เปลี่ยนเสื้อผ้า เคลียร์ค่าใช้จ่าย รอเภสัชกรมาจ่ายยาและอธิบายรายละเอียดเสร็จ เจ้าของร่างเล็กบอบบางก็ได้กลับมาถึงคอนโดในเวลาเพียงไม่นาน“ขอบคุณค่ะ” ญารินดากล่าวขอบคุณพี่ชายของเพื่อนสนิทอีกครั้งหลังจากที่เดินมาถึงหน้าห้องของเธอ“มีปัญญาถือเข้าไปเหรอ” คีตพัฒน์ถามเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย มือทั้งสองข้างที่ถือของอยู่ยกขึ้นสูง“.....” ร่างเล็กยืนนิ่งอึ้งอยู่ตรงนั้น ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นคีตพัฒน์พูดจาแบบนี้ ปกติพี่ชายของเพื่อนสนิทเธอคนนี้จะยิ้มเก่ง พูดน้อย และท่าทางนุ่มนวลอยู่ตลอด“เข้าไป” เขาไม่ได้สนใจเธอที่กำลังยืนอึ้งอยู่แม้แต่น้อย มือข้างที่ว่างเอื้อมผ่านร่างเล็กที่หันหน้าเข้าหาเขาไปกดรหัสประตูแล้วเปิดออกญารินดาหมุนตัวช้าๆ ค่อยๆเดินไปหย่อนตัวนั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่แล้วเอนกายพิงพนัก คิ้วเรียวขมวดอย่างลืมตัวเมื่อเธอรู้สึกเจ็บที่แผล“กินข้าวกินยาซะ” คำสั่งเฉียบขาดพร้อมกับถ้วยใส่โจ๊กกับยาวางลงตรงหน้า“.....” หญิงสาวมองยาแล้วก็เงยหน้าขึ้นสบตากับเขา“กินยายากสินะ” เขามองออกในปราดเดียว“.....” เธอไม่ยอมรับแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ“จัดการให้เรียบร้อย
“ผมอุ้มเองครับ” เสียงทุ้มห้าวของคีตพัฒน์ดังขึ้นเรียกสายตาจากทุกคนเมื่อมาถึงห้องพัก เจ้าหน้าที่เตรียมจะอุ้มญารินดาที่ยังไม่ฟื้นจากยาสลบเพื่อย้ายไปยังเตียงในห้องพัก แต่คีตพัฒน์ที่เดินมาถึงพอดีได้พูดขึ้นแล้วเดินเข้ามาข้างเตียงคนไข้ มองร่างเล็กบอบบางที่ยังหลับสนิทยู่ ช้อนอุ้มด้วยความระมัดระวังแล้ววางลงบนเตียงที่พยาบาลเพิ่งปรับให้เสร็จเรียบร้อยอย่างเบามือหลังจากพยาบาลแจ้งสิ่งที่ญาติต้องรับทราบเสร็จก็กลับออกไป บรรยากาศในห้องจึงตกอยู่ในความเงียบ สองหนุ่มนั่งลงบนโซฟาตัวยาว นริยานั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียง อัญญารินที่ยืนเคียงข้างมารดา คีตพัฒน์ยืนอยู่อีกฝั่งของเตียง ตามด้วยพรีญาภัสที่มองเพื่อนด้วยสายตาเป็นห่วง“ขอบใจทุกคนนะจ๊ะ โดยเฉพาะคี น้าขอบใจมาก ถ้าวันนี้ไม่ได้พ่อคี น้องเพลงคงแย่” นริยาส่งยิ้มจางๆให้กับทุกคนและหยุดลงที่คีตพัฒน์“ไม่เป็นไรครับ” เขาค้อมศีรษะเล็กน้อย สายตามองไปที่ใบหน้าสวยหวานที่ยังหลับสนิทอยู่“เรากลับกันก่อนดีไหม ให้ยัยเพลงพักผ่อนไปก่อน น่าจะมึนยาอีกนาน พรุ่งนี้เราค่อยมากันใหม่” อัญญารินออกความเห็น“แม่ว่าก็ดีนะ พิณลับไปที่คอนโดนะ ใกล้ๆ เผื่อมีอะไรแม่จะได้โทรหา” นริยาสั่งบุ
‘พี่คี ฝากไปดูยัยแฝดหน่อยดิ บอกว่าปวดท้อง คงไม่ได้ไปงานด้วย’“แฝด.....คนไหน”‘ยัยเพลงน่ะ ผมรอรับยัยพิณไปงาน พี่ธีกับพรีนกลับไปแต่งตัวที่บ้าน เลยแยกกันไป เดี๋ยวผมส่งเลขห้องไปให้ในข้อความ’“เออๆ”การสนทนาจบลงหลังจากได้รับรู้ว่าผู้ที่ต้องทำให้เขาต้องเสียเวลาจากงานที่กำลังทำคือใคร ชายหนุ่มถอนหายใจแล้วลุกออกจากโต๊ะทำงาน ยืดบิดกายไปมาคลายความเมื่อยจากการนั่งเป็นเวลานาน เมื่อได้ยินเสียงแชทขึ้นก็หยิบขึ้นมาดู ก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานเดินเลยไปยังประตูห้องแล้วออกไปคีตพัฒน์ หนุ่มหล่อวัย 21 ปี ส่วนสูง 190 เซนติเมตร ที่กำลังจะเรียนจบแล้วเตรียมตัวเข้าช่วยงานพี่ชายทั้งสองที่บริษัท บ้านของเขามีพี่น้องแท้ทั้งหมด 4 คน และไม่แท้อีก 1 คน ตัวของคีตพัฒน์เป็นคนที่ 3 ของพี่น้องดูจากภายนอกเหมือนรูปร่างของคีตพัฒน์จะผอมสูง แต่ในความเป็นจริงเขาไม่ใช่คนผอม กล้ามเนื้อที่มีเรียกว่าสวยงามก็ไม่ผิด มันไม่เยอะเกินไปแต่ก็ไม่ได้ผอมจนเก้งก้างเมื่อออกจากลิฟต์และเดินมาถึงหน้าประตูหน้าที่เป็นจุดหมาย ชายหนุ่มเคาะเรียกเจ้าของห้องอยู่นานแต่ก็ไม่มีคนมาเปิดจนเริ่มเกิดอาการหงุดหงิด มือหนาหยิบโทรศัพท์เตรียมที่จะโทรไปหาน้องชายแต่