LOGINเด็กน้อยกระโดดกอดคอแม่ด้วยความดีใจและทั้งหมดนั้นอยู่ในสายตาของลุง รปภ. และคุณครูเวรที่เดินกลับเข้ามาพอดิบพอดี
"สวัสดีครับคุณแม่น้องอัน" ชายหนุ่มเอ่ยทักทายร่างเล็กบางที่ใบหน้ายังเลอะไปด้วยคราบน้ำตา เขาเห็นภาพนี้บ่อยมากจากคนทั้งสอง
"สวัสดีค่ะคุณครู ขอบคุณมากนะคะที่รบกวนให้อยู่ดูแลน้องอันปันให้จนถึงค่ำขนาดนี้แล้ว ฉันต้องขอโทษด้วยมาก ๆ จริง ๆ นะคะ" หญิงสาวพูดด้วยความร้อนรนและแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้ง ไม่รู้ว่าถ้าเป็นโรงเรียนอื่นจะเป็นอย่างไร ไม่แน่ว่าป่านนี้ลูกของเธออาจหายไปแล้วก็ได้
"ไม่เป็นไรครับ วันนี้ผมอยู่เวรที่นี่ทั้งคืนกับลุงยามอยู่แล้วเรื่องแค่นี้ไม่รบกวนเลยครับ" คุณครูหนุ่มพูดแบบนั้นยิ่งทำให้หญิงสาวรู้สึกผิด เพราะว่าหากเธอดูแลลูกให้ดีกว่านี้ก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น "ผมโทรไปที่คุณพ่อของน้องแล้วนะครับ แต่ว่าติดต่อไม่ได้เลยน้องอันปันก็บอกว่าคุณพ่อจะเป็นคนมารับเพราะว่าคุณแม่ติดงานด่วนครับ ผมก็เลยไม่ได้โทรไปที่คุณแม่"
"ฉันต้องขอโทษคุณครูอีกครั้งนะคะ สามีของฉันก็น่าจะมีงานด่วนเข้ามาจนอาจจะเอ่อ..." ตอนที่เธอเกือบจะหลุดปากบอกคนตรงข้ามไปว่าสามีเธออาจจะลืมแต่ก็หันมาเห็นลูกของตัวเองจึงได้หยุดมันเอาไว้ทัน
"ครับ ผมเข้าใจครับ" คุณครูตอบรับเช่นนั้นเพราะรู้ดีว่าอีกคนจะพูดอะไรและคงลำบากใจไม่น้อย
"งั้นฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ สวัสดีคุณครูก่อนค่ะน้องอัน" มือเล็กป้อมยกมือขึ้นมาไหว้ผู้เป็นคุณครูตรงหน้าด้วยรอยยิ้มที่แสนจะบริสุทธิ์พร้อมกับเดินตามคนเป็นแม่ขึ้นรถไป
"น้องอันตกใจมากเลยค่ะ น้องอันคิดว่าคุณพ่อจะเกิดอุบัติเหตุเสียอีกถึงได้มารับน้องอันช้า" ทันทีที่ขึ้นมาบนรถเด็กน้อยก็เปิดบทสนทนาด้วยความโล่งใจ หากแต่มันกลับเป็นความหนักใจของคนฟังแทน
"คุณพ่อเขาปลอดภัยดีค่ะลูก ก็แค่ติดงานด่วนเข้ามาน่ะ" เธอตอบแบบนั้นพร้อมกับลูบที่หัวทุยลูกสาวเธอช้า ๆ อย่างปลอบประโลม
"น้องอันเกือบจะงอนคุณพ่อ แล้วนะเนี่ย แต่ตอนนี้ไม่งอนดีกว่าคุณพ่อทำงานจะได้เอาเงินมาพาน้องอันไปเที่ยวใช่ไหมคะ" ทุกคำพูดของลูกราวกับตะปูเหล็กแหลมตอกเข้าไปในหัวใจของคนฟังทุกดอก เจ็บทุกคำแต่ก็สงสารลูกน้อยเป็นอย่างมาก ไม่รู้ว่าทำไมไม้ต่อถึงไม่ใส่ใจในตัวของลูกมากขนาดนั้น เรื่องแค่นี้ก็กลับทำให้กันไม่ได้เลยสักนิด ทั้ง ๆ ที่ลูกก็รักเขามากขนาดนี้แล้วแท้ ๆ
ไม่นานนักรถยนต์ที่มีสองแม่ลูกอยู่ด้านในก็ขับเข้ามาจอดอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ทั้งสองตกลงกันแล้วว่าคืนนี้จะใช้อาหารข้างนอกเป็นอาหารเย็นก็เพราะว่ามันค่ำมืดเกินไปกว่าจะทำอาหารเองทั้งหมด
"รอแม่อยู่บนรถก่อนนะลูก แม่ล็อกรถไว้จำได้ใช่ไหมว่าต้องทำยังไงบ้าง" เธอสอนลูกสาวเรื่องการนั่งรอที่รถเช่นนี้เป็นประจำ พูดแล้วพูดอีกให้ลูกเธอจำขึ้นใจว่าควรต้องทำอะไรเมื่อเธอไปข้างล่าง และอันปันก็ไม่ใช่เด็กที่ไม่รู้เรื่องอะไรขนาดนั้นด้วยอายุของเจ้าตัวก็โตมากพอที่จะรู้เรื่องบ้างแล้ว
"ค่ะ แม่ลินรีบมานะน้องอันหิวจนไส้จะขาด" คำพูดคำจาแสนน่ารักทำเอาอีกคนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบา ๆ แล้วหยิกแก้มเจ้าตัวไปอีกที
"ขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย"
หญิงสาวเดินตามทางที่ห่างจากตรงที่ติดรถไว้ไม่ไกลนัก ทว่ากลับไปสะดุดอยู่ที่ร่างของชายหนุ่มที่บอกกับเธอเมื่อชั่วโมงก่อนว่าไม่ว่างกำลังนั่งอยู่ตรงหน้าและเขาก็หันมาสบตากันพอดิบพอดี
มาลินตัวชาวาบไปทั้งกายตอนนี้เธอนั้นมีความคิดด้านลบนับไม่ถ้วนนั่นก็เพราะว่าภาพตรงหน้ามันเป็นเหตุการณ์ชวนเข้าใจผิดได้อย่างดี ทั้งที่เมื่อก่อนก็เคยคิดมันเอาไว้บ้างแล้วแต่ไม่คิดว่าเมื่อได้มาเห็นกับตาจะรู้สึกเจ็บมาก ๆ เช่นนี้ แม้จะมองไม่เห็นว่าคนที่อยู่ข้างสามีเธอนั้นหน้าตาเป็นแบบไหนก็ตาม
"นั่นพี่ลินนี่นา ทำไมออกมาข้างนอกดึกขนาดนี้คะ" ทันทีที่หญิงสาวสังเกตเห็นว่าภรรยาของชายหนุ่มข้าง ๆ มายืนอยู่ที่หน้าร้านและมองมาทางเธอก็พูดขึ้นเพื่อให้คนข้าง ๆ ได้รู้
"พี่ขอตัวก่อนนะ" ชายหนุ่มสังเกตได้เช่นนั้นก็รีบเดินไปหาภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย
"เธอ..."
"นี่น่ะเหรอธุระสำคัญของพี่น่ะ นี่น่ะเหรอที่บอกว่ามันสำคัญมากจนถึงขั้นลืมไปรับลูกน่ะ" ไม่ทันให้ชายหนุ่มได้พูดอะไรออกมาเพียงครึ่งคำหญิงสาวก็เอ่ยขึ้นมาเสียงดังโดยไม่สนใจว่าใครจะได้ยินบ้าง ตอนนี้เธอแทบอยากจะเข้าไปตบหน้าสามีเพื่อเรียกสติขึ้นมาบ้าง ไม่รู้ว่าเขาทำแบบนี้กับเด็กตัวเล็ก ๆ แค่นั้นได้ยังไง
"จะเสียงดังทำไม มีอะไรไปคุยกันที่บ้านไม่อายคนอื่นหรือไง" ไม้ต่อเข้ามาจับที่ข้อมือของหญิงสาวหวังจะพาอีกคนไปคุยที่อื่นเพราะว่าตรงนี้คนเยอะเกินไป
"ไม่ มีอะไรก็คุยมันตรงนี้เลยพี่ต่อ" หากแต่หญิงสาวเลือกจะสะบัดมืออีกคนทิ้งและพูดในสิ่งที่อัดอั้นตันใจของตัวเองต่อไป "ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพี่ลืมไปรับลูกเพราะว่ามัวมาทำอะไรแบบนี้อยู่ ถ้าลูกหายไปพี่จะทำยังไง พี่จะรับผิดชอบยังไง!"
"ไม่รับผิดชอบอะไรทั้งนั้นแหละ ถ้าเธอเป็นห่วงมากทำไมไม่ไปรับเองล่ะ จะมาฝากฉันทำไม" หญิงสาวรู้สึกเกลียดในคำพูดของอีกคนอย่างมาก ไม่คิดว่าคนคนนี้จะไม่มีความเป็นพ่อเหลืออยู่เลยแม้สักนิด
"นั่นสินะ คนแบบพี่น่ะมันก็ได้เท่านี้แหละ...ทีหลังถ้าไม่มีปัญญาไปรับลูก ก็ไม่ต้องรับปาก" หญิงสาวทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นก็เดินหายออกไปจากการมองเห็นของอีกคน ปล่อยให้คนที่มามุงดูเรื่องสนุกครั้งนี้ได้นินทาระยะประชิดกันสนุกปาก
"โถ่โว้ย!!" ชายหนุ่มสบถด้วยความหัวเสียก่อนเลือกจะกลับเข้าไปที่ร้านอาหารและดื่มอย่างหนักเมื่ออะไร ๆ ไม่ได้ดั่งใจ
"ค่อย ๆ ดื่มนะคะพี่ต่อ แล้วเมื่อกี้คุยอะไรกับพี่ลินเหรอคะถึงได้ทำท่าเหมือนทะเลาะกันแบบนั้น" หญิงสาวพยายามจะห้ามปรามคนตรงหน้าที่กลับมานั่งก็เอาแต่ดื่มไวน์ไม่สนใจว่าจะเมาหรือเปล่า
"ไม่มีอะไรครับ ขอโทษด้วยนะครับที่ทำให้ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้" แต่เขาก็ยังหันมาพูดกับผู้หญิงตรงหน้าด้วยคำพูดที่สุภาพและให้เกียรติเธอเสมอถึงอารมณ์เขาจะเสียมากแค่ไหนก็ตาม
"อย่าดื่มเยอะนะคะ ไม่งั้นวาทิ้งพี่ไว้ที่นี่จริง ๆ ด้วยแบกกลับไม่ไหวหรอก"
"หึหึ ครับ"
ไม้ต่อ เป็นลูกชายคนเดียวของท่านอานันท์ ครอบครัวของเขาทำธุรกิจกันมาตั้งแต่รุ่นทวด เรียกได้ว่าเป็นคนที่คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดก็ว่าได้ ด้วยความที่เขามีรูปร่างหน้าตาที่เรียกได้ว่าพิมพ์นิยมแถมฐานะรวยใส่แบรนด์เนมทั้งตัวอีกต่างหาก ทำให้มีผู้หญิงมากมายเข้าหาไม่หยุดหย่อน แต่สุดท้ายก็เลือกลงเอยกับมาลินหญิงสาวแสนจะธรรมดาที่บ้านล้มละลาย
ในตอนแรกความรักก็หวานชื่นเป็นคู่ที่ใครต่างอิจฉาเพราะว่าเขานั้นรักและให้ความสำคัญกับภรรยาเพียงผู้เดียวมาเสมอไม่สนใจแม้ใครจะเข้าหากด้วยวิธีไหนก็ตาม หากเพียงหลังจากการแต่งงานได้ไม่นานเขาก็บังเอิญไปรับรู้เรื่องราวบางอย่างเข้าซึ่งมันทำให้เขาไม่สามารถมองมาลินภรรยาสุดที่รักของตนได้เหมือนเดิมอีกต่อไป
ความรักของเขามันตายลงตั้งแต่ตอนนั้น พร้อมกับหัวใจที่แหลกสลายไม่เหลือชิ้นดี...
บนเวทีไม่เล็กไม่ใหญ่ของโรงเรียนเอกชนระดับสากลกำลังมีนักเรียนจำนวนหนึ่งที่โยกซ้ายย้ายขวาส่งยิ้มด้วยความสนุกสนานเมื่อทำการแสดงให้กับบรรดาผู้ปกครองที่มาให้กำลังใจอยู่ด้านล่าง"เก่งมาเลยน้องอันปันลูกแม่" หญิงสาวยิ้มแก้มปริพร้อมตะโกนให้กำลังใจลูกสาวที่กำลังทำการแสดงอยู่บนเวทีเหมือนกับแม่ ๆ คนอื่น ๆ ซึ่งเจ้าตัวเล็กที่ได้ยินเช่นนั้นก็ดูจะชอบใจไม่น้อยเลยที่เห็นว่าแม่อยู่ใกล้ขนาดนี้แต่แล้วเด็กน้อยกลับไม่ได้สนใจเพียงแค่เธอแค่คนเดียวเมื่อสายตากลมมองไปรอบ ๆ ไกลจนสุดสายตาราวกับว่ากำลังมองหาบางคนอยู่ มาลินเห็นแบบนั้นก็สลดใจอย่างมากมันเป็นแบบนี้ทุกครั้งตั้งแต่ที่ลูกสาวเข้าเรียนแล้ว แน่นอนเธอรู้อันปันกำลังมองหาใคร"สวัสดีครับคุณมาลิน วันนี้มาดูน้องอันปันคนเดียวเหรอครับ" คุณครูประจำชั้นคนเดิมเข้ามาทักทายเธออย่างทุกครั้ง หญิงสาวที่กำลังถ่ายวิดีโออยู่ก็ถึงกับแพลนกล้องไปยังคนที่เรียกชื่อเธอเมื่อครู่เพราะว่าตกใจที่มีคนมาเรียกเธอจากทางด้านหลัง"สวัสดีค่ะคุณครูพัฒน์ ใช่ค่ะวันนี้คุณพ่อของน้องอันปันติดงานค่ะ" เป็นคำตอบที่คุณครูพัฒน์ไม่ได้แปลกใจเท่าไรเพราะว่าทุกครั้งก็ตอบแบบนี้ เขาไม่ได้ถามสิ่งไหนกับเธอต่อเพี
"มีเรื่องอะไรจะคุยกับฉันเหรอคะ" ทันทีที่ประตูปิดลงหญิงสาวก็เอ่ยถามคนในห้องที่ทำท่ากำลังจะนอนแล้วทันที"เสื้อตัวที่ฉันใส่เมื่อวานอยู่ที่ไหน" เมื่อกลับมาแล้วเขาหาอยู่นานเพราะว่ามันมีของบางอย่างที่อยู่ด้านในหากแต่วันนี้เมื่อเขานึกขึ้นได้กลับมาหาก็ไม่เจอมันเสียแล้ว"ตัวไหนคะ เมื่อวานลินไม่ได้เจอพี่เลย" นั่นก็เพราะว่าเธอตื่นขึ้นมาเธอเตรียมตัวทำกับข้าวและเตรียมตัวเรื่องลูกจนเรียบร้อยระหว่างที่รอเด็กน้อยกินข้าวเช้าเธอก็ขึ้นไปอาบน้ำเพื่อจะได้เตรียมไปทำงานเช่นกัน ทว่าเมื่อขึ้นมาก็ไม่เห็นสามีที่เคยนอนอยู่ข้าง ๆ นี้แล้ว แถมกลับบ้านมาก็ไม่ได้สนใจว่าไม้ต่อจะกลับมาตอนไหนเพราะปกติเขาไม่ได้กลับบ้านเร็วปานนั้นอยู่แล้ว ทั้งสองใช้ชีวิตร่วมกันแบบนี้มาตลอดบางวันก็ไม่เคยได้เจอหน้ากันเลยด้วยซ้ำ"ทำไมเธอจะไม่รู้เรื่องเธอเก็บเอาไปซักไม่ใช่เหรอ" หญิงสาวถอนหายใจยาวยืดไม่เข้าใจเลยในเมื่อรู้ทั้งรู้ว่าเธออาจเอาเสื้อผ้าของเขาไปซักแล้วทำไมเจ้าตัวถึงไม่เดินไปดูที่ราวตากผ้าตั้งแต่ทีแรก จะมัวมาถามหาที่เธอให้ทะเลาะกันเปล่า ๆ ไปทำไม"ฉันไม่รู้ว่าพี่กำลังหาของอะไรอยู่แต่ว่าในตะกร้าเมื่อวานที่ลินเอาไปซักไม่มีของอะไรอยู่เลย
หญิงสาวนั่งคิดปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อมีจดหมายบางอย่างส่งมาที่บ้าน และมันเป็นสิ่งที่เธอเลี่ยงมาตลอดนั่นก็คืองานโรงเรียนของลูกที่ต้องให้มีผู้ปกครองเข้าร่วมด้วย ซึ่งหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมานั้นหลายครอบครัวก็มักจะมากันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาครบทั้งพ่อแม่ลูก แต่มันไม่ใช่สำหรับครอบครัวของเธอ"คุณแม่คะ วันงานโรงเรียนน้องอันได้ขึ้นแสดงด้วยนะคะ คุณแม่กับพ่อต่อจะไปดูน้องอันหรือเปล่า" เสียงของเด็กน้อยตัวเล็กเอ่ยถามเล่นเอาคนเป็นแม่ลำบากใจ เพราะลำพังตัวเธอย่อมต้องไปแน่นอนอยู่แล้ว เพียงแค่คนเป็นพ่อนั้นก็ไม่แน่ว่าจะไปหรือเปล่าเพราะทุก ๆ ครั้งจะจบด้วยการผิดนัดกับลูกมาเสมอและคิดว่าครั้งนี้ก็คงไม่ต่างกันเท่าไร"เดี๋ยวแม่ให้พ่อจัดการงานให้นะลูก แต่ว่าน้องอันปันจะต้องไม่เซ้าซี้คุณพ่อนะคะ เพราะว่างานก็สำคัญนะลูก""ค่ะ น้องอันทราบแล้ว" เด็กน้อยรับปากเป็นอย่างมั่นเหมาะ ทว่าคนฟังไม่รู้ว่าจะวางใจได้มากน้อยแค่ไหน"งั้นเราเตรียมตัวอาบน้ำแล้วเข้านอนกันดีกว่านะคะ" มาลินพาลูกสาววัยหกขวบของตัวเองไปยังห้องนอนที่เจ้าตัวใช้นอนด้วยกันมาตลอด ทั้ง ๆ ที่ลินเองก็มีห้องนอนร่วมกับสามีแต่เธอไม่เคยคิดจะเข้าไปนอนที่นั่น
วันหยุดที่ดูเหมือนจะไม่ได้หยุดของหญิงสาวที่แต่งงานมีครอบครัวครึ่งหนึ่งก็เหมือนกับแม่บ้านไปแล้ว งานที่มีในแต่ละวันล้นมือจนแทบรับไม่ไหวหากแต่เธอก็จำเป็นจะต้องทำมันเองทั้งหมดไม่ว่าจะงานนอกงานในเพราะถ้าเธอไม่ทำก็คงไม่มีใครทำแล้ว"แม่ลินคะ น้องอันขอดูการ์ตูนได้ไหมคะ" เด็กน้อยตัวเล็กที่วันเพียง 5 ขวบปีเดินมาขออนุญาตคนเป็นแม่ที่กำลังก้ม ๆ เงย ๆ กวาดบ้านอยู่อย่างขยันขันแข็ง"ตื่นแล้วเหรอคะน้องอัน ดูได้ค่ะแต่น้องอันต้องกินข้าวก่อนนะ" เธอว่าเช่นนั้นก็วางอุปกรณ์ทำความสะอาดทุกอย่างในมือไว้แล้วเดินนำเจ้าตัวเล็กมายังห้องอาหาร"แม่ลินคะ พ่อต่อล่ะคะ" นับเป็นคำถามที่เกิดขึ้นแทบทุกวันที่ทั้งสองมีโอกาสได้หยุดอยู่บ้าน ทว่าก็เป็นคำถามที่เธอไม่รู้ว่าจะสรรหาคำเลี่ยงจากไหนมาตอบแล้วเหมือนกัน เพราะว่าทุกวันนี้ถึงจะมีสามีอยู่ด้วยแต่ก็เหมือนกับอยู่กันเพียงลำพังสองแม่ลูกเสียมากกว่า"ติดงานสำคัญค่ะลูก รีบกินข้าวนะจะได้ไปดูการ์ตูน" สุดท้ายก็เลือกคำตอบเดิม ๆ ที่ไม่รู้ว่าพูดออกไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งก่อนหมุนตัวกลับไปทำงานบ้านที่เพิ่งละมาเมื่อครู่ต่อพร้อมกับเสียงถอนหายใจที่ยาวยืด มือเรียวยกขึ้นมาปาดเหงื่อที่ซึมกาย
เด็กน้อยกระโดดกอดคอแม่ด้วยความดีใจและทั้งหมดนั้นอยู่ในสายตาของลุง รปภ. และคุณครูเวรที่เดินกลับเข้ามาพอดิบพอดี"สวัสดีครับคุณแม่น้องอัน" ชายหนุ่มเอ่ยทักทายร่างเล็กบางที่ใบหน้ายังเลอะไปด้วยคราบน้ำตา เขาเห็นภาพนี้บ่อยมากจากคนทั้งสอง"สวัสดีค่ะคุณครู ขอบคุณมากนะคะที่รบกวนให้อยู่ดูแลน้องอันปันให้จนถึงค่ำขนาดนี้แล้ว ฉันต้องขอโทษด้วยมาก ๆ จริง ๆ นะคะ" หญิงสาวพูดด้วยความร้อนรนและแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้ง ไม่รู้ว่าถ้าเป็นโรงเรียนอื่นจะเป็นอย่างไร ไม่แน่ว่าป่านนี้ลูกของเธออาจหายไปแล้วก็ได้"ไม่เป็นไรครับ วันนี้ผมอยู่เวรที่นี่ทั้งคืนกับลุงยามอยู่แล้วเรื่องแค่นี้ไม่รบกวนเลยครับ" คุณครูหนุ่มพูดแบบนั้นยิ่งทำให้หญิงสาวรู้สึกผิด เพราะว่าหากเธอดูแลลูกให้ดีกว่านี้ก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น "ผมโทรไปที่คุณพ่อของน้องแล้วนะครับ แต่ว่าติดต่อไม่ได้เลยน้องอันปันก็บอกว่าคุณพ่อจะเป็นคนมารับเพราะว่าคุณแม่ติดงานด่วนครับ ผมก็เลยไม่ได้โทรไปที่คุณแม่""ฉันต้องขอโทษคุณครูอีกครั้งนะคะ สามีของฉันก็น่าจะมีงานด่วนเข้ามาจนอาจจะเอ่อ..." ตอนที่เธอเกือบจะหลุดปากบอกคนตรงข้ามไปว่าสามีเธออาจจะลืมแต่ก็หันมาเห็นลูกของตัวเองจึงไ
บทนำหนังสือเล่มหนึ่งเคยเขียนไว้ว่า เวลาที่เราทำอะไรแย่ ๆ ใส่คนอื่น มันก็ไม่ต่างอะไรกับการตอกตะปูใส่ท่อนไม้ ต่อให้เราถอนตะปูออกแล้วแต่ไม้มันก็ยังเป็นรูอยู่ ต่อให้ขอโทษออกมาอย่างจริงใจแค่ไหนแต่มันก็สร้างแผลในใจให้คนฟังไปแล้ว....."พี่ต่อ วันนี้อย่าลืมไปรับลูกด้วยนะคะ" เสียงหวานเอ่ยผ่านโทรศัพท์มือถือราคาแพงด้วยความร้อนรน"รู้แล้วน่า จะย้ำอะไรนักหนา" แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาจากปลายสายมันไม่ได้ช่วยให้เธอเบาใจลงเลยแม้สักนิด"ลินแค่มาเตือนพี่ค่ะ ไม่ได้ตั้งใจจะย้ำจนทำให้พี่รำคาญ" เธอรีบพูดอธิบายให้อีกคนฟังเพราะกลัวหากพูดคำไหนไปจนเขาไม่พอใจสิ่งที่ฝากฝังไว้มันจะไม่สำเร็จ "ขอโทษด้วยนะคะ แต่ว่าวันนี้ลินติดงานจริง ๆ ไม่อย่างนั้นก็คงไม่รบกวนพี่""นี่เธอยังไม่จบอีกเหรอ จะพูดอะไรนักหนาฉันบอกแล้วไงว่าฉันรู้แล้ว บอกว่าไม่ลืมก็คือไม่ลืม อย่ามาทำให้ฉันอารมณ์เสียไปมากกว่านี้เลยมาลิน" เสียงทุ้มติดหงุดหงิดดังมาจากคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี หญิงสาวก็ทำอะไรไม่ถูกและเริ่มมีน้ำใสไหลคลอที่สองตาอย่างไม่ได้ตั้งตัว"อึก! ลินขอโทษนะคะ งั้นลินไม่รบกวนพี่ต่อแล้วค่ะ" พูดไปเช่นนั้นไม่ทันได้ให้อีกคนอนุญาตอะไรก็ชิงเป็นฝ่ายว







