เข้าสู่ระบบหมู่บ้านเราไม่มีผู้ชายที่บรรลุนิติภาวะ พอหญิงสาวอายุครบ 18 ปี จะมีการจัดพิธีบรรลุนิติภาวะร่วมกันที่ศาลบรรพชน หญิงสาวในชุดงดงามเรียงแถวเข้าไปในศาลบรรพชน หลังจากออกมาต่างก็มีสีหน้าที่เจ็บปวดและมีความสุข พี่สาวคนโตอายุ 18 ปีแล้ว แต่ย่ากลับไม่ให้เธอไปเข้าร่วม ตอนกลางคืนเธอจึงแอบปีนเข้าไปที่ศาลบรรพชน ตอนออกมากลับเดินโซซัดโซเซ และมีเลือดไหลออกมาจากหว่างขา
ดูเพิ่มเติม“รางวัลนักแสดงนำชายอดเยี่ยมปีนี้ได้แก่ คิมหันต์ ดีบดินทร์ ขอแสดงความายินดีด้วยค่ะ”
สิ้นเสียงประกาศอย่างตื่นเต้นของพิธีกรสาวใหญ่ในชุดราตรีเปิดไหล่ของแบรนด์ระดับโลก เสียงปรบมือก็ดังเกรียวกราวกลบเสียงอื่นไปหมด คิมหันต์เผยยิ้มได้มาตรฐานที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีตลอดหลายปีที่โลดแล่นในวงการบันเทิง เขาขยับลุกขึ้นจากเก้าอี้ หันตัวไปโอบกอดกับคนข้างๆซ้ายขวา จากนั้นยืดตัวขึ้นยืนด้วยความสูง 186 เซ็นติเมตรในชุดสูทที่ลูกเล่นทันสมัยสีน้ำเงินมีประกายในเนื้อผ้า คอลเลคชั่นพิเศษของแบรนด์หรูที่เขาเองเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์มานาน
ขาเรียวได้รูปภายใต้รองเท้าหนังเรียบเป็นเงาสะท้อนสีดำก้าวไปข้างหน้าด้วยความกว้างที่สมมาตร ซึ่งเกิดจากการฝึกฝนเพื่อให้คนเห็นถึงความสง่างามสมบูรณ์แบบเช่นกัน
ขณะเดินผ่านผู้คน พวกเขาก็ล้วนยื่นไมตรีด้วยการส่งรอยยิ้ม และแสดงความยินดีมาให้อย่างล้นหลาม คิมหันต์ล้วนรับไว้หมดด้วยสีหน้าแฝงรอยยิ้มนุ่มนวล ฉายภาพลักษณ์หนุ่มรูปงามที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นให้โลกได้เห็นครั้งแล้วครั้งเล่า นี่คือการแสดงที่ละเอียดที่สุด สมบูรณ์ที่สุด ใช้ความสามารถสูงกว่าตอนถ่ายทำอยู่หน้ากล้องเสียอีก
แต่ถ้าใครสักคน ณ ที่แห่งนี้มีแว่นที่สามารถเห็นทะลุทะลวงถึงความนึกคิดจิตใจของคนได้ พวกเขาคงหงายหลังตกเก้าอี้ที่ได้เห็นว่า แท้ที่จริงแล้วภายใต้รอยยิ้มที่หล่อเหลาได้มาตรฐานไปทุกส่วนของคิมหันต์ ความจริงเขากำลังแหงนหน้าหัวเราะฮ่าๆเหมือนตัวร้ายที่กำลังยึดครองโลกได้สำเร็จ
เกิดมาสามสิบห้าปี โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงก็เพื่อรอวันนี้ วันที่ได้ถือรางวัลราชาภาพยนต์ที่พ่อของเขาคลาดกับมันครั้งแล้วครั้งเล่าจนเสียชีวิตก็ไม่เคยได้รับ เขาจึงต้องมาสานต่อโดยให้สัญญากับตัวเองว่า ถ้าไม่ประสบความสำเร็จจะไม่มีความรัก หรือมีความสัมพันธ์อื่นใดที่อาจส่งผลเสียกับอาชีพการงานเป็นอันขาด
เขาดำเนินชีวิตอย่างรอบคอบ เฟ้นหาบทบาทที่ส่งเสริมการงาน และยกระดับฝีมือการแสดงอยู่ตลอดเวลา ใช้การอยากมีความรัก และครอบครัวเล็กๆเป็นแรงผลักดันให้ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างอดทน
น้ำตาจะไหล เขาผ่านมาทั้งความเหงา ความอ้างว้าง ความเดียวดาย ครองตัวเป็นหนุ่มโสดบริสุทธิ์กว่าแม่ชีมาสามสิบห้าปี และหลังจากนี้เขาสามารถจีบใครก็ได้ที่เข้าตา สร้างสัมพันธ์เร่าร้อนที่ไม่อาจเอื้อนเอ่ย แค่มองตาก็กลิ้งขลุกๆกันบนเตียงยันฟ้าสว่าง
ชายหนุ่มยิ่งคิดยิ่งฮึกเหิม ใจล่องลอยไปไกลสุดขอบฟ้า น้ำลายแทบจะไหลสามหยด ต้องรีบรวบรวมสติกลับคืน สายตาเห็นโพเดี้ยมใกล้เข้ามา เท้าที่ก้าวอย่างสมมาตรเหยียบลงพื้นอย่างสง่างามจากนั้นก็ลื่นแพร่ด
คิมหันต์ใจหายวาบ หางตาเล็งเห็นมุมของโพเดี้ยมพร่าๆ เสี้ยววินาทีต่อมาก็ฟาดเปรี้ยงเข้าส่วนที่เรียกว่าทัดดอกไม้อย่างสุดปัญญาจะหลีกเลี่ยง!
ชายหนุ่มรู้สึกเจ็บปวดแทบขาดใจไปวูบหนึ่ง เสี้ยวเล็กๆของสติที่ยังไม่ดับสนิท เขาเผาพริกเผาเกลือสาปแช่งสวรรค์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ยึดเอาโอกาสทั้งหมดของเขาไป ให้เวลาเพิ่มสักคืนขอวันไนท์สแตนด์สักครั้งก็ยังดี ฟังคนอื่นมานับยี่สิบปี สุดท้ายขอฟินอย่างชาวบ้านมั่งหนเดียวยังไม่มีสิทธิ์ เฮงซวย!
ความคิดของคิมหันต์สับสน เขาเชื่อว่าเขาตายจากแรงกระแทกที่ทำให้ทุกอย่างมืดสนิท และเงียบงัน จากนั้นเขาก็รู้สึกคล้ายว่าถูกดึงมายังที่หนึ่ง ซึ่งทำให้เขาเริ่มมีสติอีกครั้งอย่างมึนเบลอ สายตาพร่าเลือนจับเค้าโครงใบหน้าไม่ชัดของใครบางคนในระยะใกล้
ชายหนุ่มกะพริบตาเพื่อมองให้ชัด ภาพที่เห็นคือใบหน้าหล่อกว่าพระเอกในวงการที่เขาเคยเห็นมาทุกคน แม้จะติดเย็นชาไปบ้างแต่คนหล่อจะหน้านิ่งก็ยังหล่อ กวาดตามองเร็วๆเห็นอีกฝ่ายสวมชุดคลุมอาบน้ำชะโงกอยู่เหนือร่างในระยะค่อนข้างคลุมเครือ
พอนึกถึงสิ่งที่ได้สาปแช่ง และคำขอของตัวเองก่อนหมดสติขึ้นมาได้ คิมหันต์ก็บรรลุคำตอบ นี่คือความฟินสุดท้ายก่อนตายที่สวรรค์มอบให้เป็นพิเศษสินะ ถึงจะดูผิดเพศไปหน่อยใครจะสน เวลาสั้นๆแค่คืนเดียวจะเลือกให้มากความไปทำไม เนื้ออะไรก็คือเนื้อ สำคัญต้องได้เอาใส่ปากแล้วกลืนลงท้อง
พูดซะมากมายดูเหมือนยาวนาน ทว่าอันที่จริงความคิดของคิมหันต์ไหลเร็วมาก ไม่ถึงเสี้ยวนาทีที่เห็นหน้าคนชัดเขาก็สรุปได้หมดจากนั้นก็ตวัดขารวบเอวแกร่งของคนที่ชะโงกเงื้อมอยู่เหนือร่างหมับ
เขตคามที่กำลังเอื้อมมือไปหมายจะดึงคนที่นอนเหมือนตายเพื่อเอาไปโยนทิ้งนอกห้อง “....”
"เมิ่งเมิ่ง ทาครีมบำรุงผิวหยกดีๆ นะลูก"ย่าลูบแก้มของฉันจากข้างหลัง แล้วก็ขูดครีมบำรุงผิวออกมาเป็นก้อนใหญ่ ทาที่หน้าฉันแล้วถูไปมา"ย่ารู้ว่าแกค่อนข้างฉลาด แต่การอวดฉลาดเกินไปมันจะทำให้ตัวเองเดือดร้อนได้ อย่าเป็นเหมือนพี่สาวแกสองคนนะ"ฉันไม่กล้าขยับตัวแม้แต่น้อย กลืนน้ำลายลงคอ พลางมองมือของเธอที่เริ่มมีจุดด่างศพ ลูบไล้อยู่บนใบหน้าของฉันไปมากลิ่นเน่าพุ่งเข้ามาในโพรงจมูกกลั้นไม่ไหว เผลออาเจียนออกมาเสียงดังฉันอาเจียนใส่ย่า เธอตบฉันจนหัวไปกระแทกมุมโต๊ะเลือดสดไหลจนบดบังตาขวาของฉัน ย่าขมวดคิ้วประคองแก้มของฉัน เป่าลมเบาๆ แต่คำพูดของเธอกลับทำให้ฉันหวาดกลัว"ผิวหนังดีๆ อย่าทำให้มันขาดนะ""คืนนั้นแกเห็นแล้วใช่ไหม! ฉันรู้สึกถึงลมหายใจของแก แกอยากจะจบชีวิตเหมือนพี่รองของแกเหรอ?"นิ้วหัวแม่มือของย่าลูบไล้ขึ้นลงบนลำคอของฉัน ฉันไม่สงสัยเลยว่า หากเธออยากทำ เธอสามารถบีบคอฉันให้หักได้ทุกเมื่อตอนที่เธอฆ่าพี่รอง ฉันซ่อนตัวได้ดีมาก แม่เองก็ช่วยปกป้องฉัน แต่เธอกลับรู้ทุกอย่างฉันถูกย่าตีจนสลบไปในความหวาดกลัวเช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อฉันตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองอยู่ในถ้ำ ถูกมัดไว้กับเสาต้นหนึ่ง"เ
เรียกว่าถ้ำคงไม่ถูกนัก ควรเรียกว่าพระราชวังของจักรพรรดิมากกว่า บันไดที่ทำจากหยก เมื่อก้าวไปแต่ละก้าวจะมีเสียงกังวานใสดังขึ้น กำแพงหินที่เรียงรายด้วยไข่มุกส่องแสงขนาดใหญ่ฉันฉีกเสื้อผ้าพันเท้าของตัวเอง ก้าวลงบนแต่ละขั้นบันไดอย่างอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดเสียงปลายบันไดหยกเป็นพื้นที่โล่งขนาดใหญ่ ตรงกลางมีบ่อขนาดใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยของเหลวสีแดงสด มีกลิ่นคาวที่น่าคลื่นไส้กลิ่นคาวเลือดรุนแรงมากในบ่อนั้นเป็นเลือดคนอย่างนั้นเหรอ?กลางบ่อเลือดนั้นมีศพหนึ่งแช่อยู่ ถ้าไม่สังเกตจากสีอ่อนๆ ก็คงดูไม่ออกเลยว่ามีรูปร่างคนอยู่ข้างในฉันซ่อนตัวอยู่หลังเสาหยก มองดูย่าเอาศพจากในบ่อเลือดขึ้นมาแล้วโยนลงบนพื้นกลายเป็นพี่สาวคนโต! ดวงตาที่ไร้ชีวิตของเธอจ้องมาที่ฉันราวกับกำลังเขม่นอยู่ฉันเอามือปิดปากตัวเองไว้เพื่อไม่ให้ส่งเสียง รู้สึกเหมือนสติบอกให้หันหน้าไปทางอื่นไม่ต้องมอง แต่กลับเหมือนถูกอะไรบางอย่างสะกดจนไม่สามารถควบคุมคอของตัวเองได้ฉันทำได้แค่ใช้มือขวาที่สั่นเทาจับคางตัวเองไว้ บังคับให้หมุนหัวกลับไปอีกทาง"หลิงหลิงที่โง่เง่าแบบนี้ ก็จับเธอไปทำเป็นเตียงหยกโลหิต ให้ถูกคนเหยียบย่ำไปทั้งชีว
พี่รองสนุกได้ไม่นานก็ถูกย่าจับได้ในศาลบรรพชน"หลิงหลิง แกกำลังทำอะไรอยู่น่ะ!"ย่าก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว แล้วดึงพี่รองออกจากตัวชายคนนั้นทันทีผมของพี่รองถูกย่าจับไว้ในมือ ทำให้เธอต้องเงยหน้ามองย่าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ใบหน้าของเธอแดงก่ำ โต้กลับโดยไม่ลังเล คว้าผิวหน้าของย่าไว้และเกือบจะฉีกผิวทั้งหน้าหลุดออกมาย่าร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ย่าไม่ได้รักหลานตัวเองที่สุดหรอกเหรอ?""ในศาลบรรพชนมีผู้ชายอยู่ แล้วทำไมถึงไม่บอกพวกเราล่ะ ย่าจะเก็บไว้ใช้คนเดียวเหรอ!"ย่าที่โกรธจัดเตรียมจะตบพี่รองพี่รองไม่รีบหนีไปไหน เธอหยิบมีดออกมาอย่างใจเย็น วางบนคอชายคนนั้น แล้วกดมีดลงไปเล็กน้อยจนเลือดสดๆ ไหลออกจากลำคอของเขา"อย่า!" ย่ากลัวเลือดของชายคนนั้นหยดลงพื้น แต่ก็ไม่กล้าเข้าไปใกล้พี่รองขู่ย่า ให้ปล่อยเธอไปย่าย่อมตกลงแน่นอนพี่รองยิ้มและพลิกมือกลับมาเชือดคอชายคนนั้น เลือดพุ่งกระจายออกมา ท่วมพื้นกระเบื้องสีเงินขาวกลายเป็นสีแดง"ยายมารเฒ่า แกจบแล้ว!" พี่รองหัวเราะอย่างคลั่งไคล้ "ยังคิดจะเอาร่างกายฉันอีกเหรอ แกไปตายซะเถอะ!""ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า..." เสียงหัวเราะที่บ้าคลั่งยิ่งกว่าดังกลบเ
เป็นเสียงของแม่ฉัน"แกเลอะเลือนไปแล้วหรือไง เรื่องนี้ฉันบอกแกไปนานแล้ว หรือว่าตอนนี้แกเสียดายขึ้นมา?"เสียงของย่าทรงอำนาจโดยไม่ต้องแสดงความโกรธ ทำให้แม่กลัวจนไม่กล้าพูดอะไรต่อพวกเธอจะทำอะไรกับพี่สาวคนโต?พอเห็นพวกเธอกำลังจะเข้าไปในศาลาไว้อาลัย ด้วยความร้อนรนฉันจึงมุดเข้าไปซ่อนใต้โลงศพย่ามองไปรอบๆ แล้วถามแม่ฉันว่า "เมื่อกี้แกได้ยินเสียงอะไรไหม?"แม่ฉันที่ขี้กลัวจับแขนของย่าไว้แน่น พูดด้วยเสียงสั่นว่า "หรือว่าจะเป็นชิงชิงกลับมาแล้วคะ?""ได้ยินมาว่าการตายโหง..."พูดยังไม่ทันจบก็โดนย่าตบหน้าไป "พูดอะไรน่ะ! ถ้าสามารถทำประโยชน์ให้กับหมู่บ้านเราได้ นั่นก็เป็นบุญของชิงชิง!""แต่ว่ายังไงชิงชิงก็เป็นลูกสาวหนู" แม่ฉันกุมหน้าที่บวมแดงแล้วร้องไห้ออกมาย่าหยุดไปชั่วขณะ แล้วใบหน้าก็ปรากฏความเจ็บปวด "ชิงชิงตาย ฉันไม่เสียใจเหรอไง?""เอาล่ะ ถือโอกาสตอนที่ไม่มีใครอยู่ รีบทำให้เสร็จเถอะ"พูดจบย่าก็หยิบไหทองคำออกมา พร้อมกับท่ออันหนึ่ง เสียบปลายท่อข้างหนึ่งเข้าไปในไห แล้วย่าก็ยืนเขย่งตัวขึ้นเพื่อเสียบปลายอีกข้างลงในโลงศพกลิ่นคาวเลือดพุ่งขึ้นจมูก ฉันรู้สึกคลื่นไส้จนเกือบอาเจียนจึงรีบเอามือปิด
บนโต๊ะมีร่างของคนที่เนื้อหนังฉีกขาด เลือดไหลเต็มตัวจนดูไม่ออกว่าเป็นชายหรือหญิงถ้าไม่ใช่เพราะฟันเขี้ยวสองซี่ที่เด่นชัด ก็คงไม่มีทางจำได้เลยว่าเธอคือพี่สาวคนโตของฉันพวกเขาบอกว่าพี่สาวถูกสัตว์ร้ายกัดตาย ฉันไม่เชื่อหรอกสัตว์ป่ากัดฉีกเป็นอย่างเดียว แต่บนตัวพี่สาวกลับไม่มีบาดแผลเกินมาแม้แต่จุดเดียว