Mag-log inเฮ่ออี้เฉินยังอยากจะพูดอะไรอีก แต่ฉันรีบพูดแทรกขึ้นมา “นายไม่ต้องพูดแล้ว เรื่องในอดีตฉันไม่อยากพูดถึงอีก”เฮ่ออี้เฉินมองฉันนิ่งลึก ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดฉันหลุบตาลง ไม่อาจทนมองสีหน้าแบบนั้นของเขาได้ไม่นานเฮ่อจือโจวก็เดินเข้ามาเขาดึงตัวฉันเข้าไปกอดไว้ในอ้อมแขน พลางมองเฮ่ออี้เฉินด้วยรอยยิ้ม “ทำไม สนใจผู้หญิงของฉันขนาดนั้นเลยเหรอ”“ผู้หญิงของพี่เหรอ” เฮ่ออี้เฉินขมวดคิ้วเฮ่อจือโจวยิ้ม “แล้วไม่ใช่หรือไง”เขาทิ้งช่วงครู่หนึ่ง แล้วหลุบตาลงมองฉันแวบหนึ่ง ก่อนจะเค้นเสียงเย็นชาใส่เฮ่ออี้เฉิน “ฉันเคยบอกแล้วไงว่าของของฉัน ต่อให้ไม่ต้องการแล้ว ก็ไม่มีวันยกให้คนอื่น”“เฮ่อจือโจว!” เฮ่ออี้เฉินจ้องหน้าเขาอย่างโกรธจัด พร้อมคำรามเสียงต่ำขณะที่บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนกำลังตึงเครียด โชคดีที่มีสาวใช้คนหนึ่งเดินเข้ามาพอดีสาวใช้คนนั้นพูดกับเฮ่อจือโจวว่า “คุณชายใหญ่คะ คืนนี้คุณนายผู้เฒ่าให้คุณชายกับคุณนายใหญ่พักที่นี่ค่ะ เราจัดเตรียมเรือนหลังเล็กด้านหลังไว้เรียบร้อยแล้ว คืนนี้เชิญคุณชายกับคุณนายใหญ่ไปพักที่นั่นได้เลยค่ะ”เฮ่อจือโจวยังไม่ทันได้ตอบรับ เฮ่ออี้เฉินก็หันไปตวาดใส่สาวใช
ฉันเงยหน้าขึ้นแบบอัตโนมัติ และได้พบกับเฮ่ออี้เฉินเฮ่ออี้เฉินเอาแต่มองฉันเงียบ ๆ สีหน้าเจือไปด้วยความเศร้าและเจ็บปวดก่อนเขาจะเอ่ยปาก ฉันก็รีบลุกขึ้นเตรียมจะเดินหนียิ่งอยู่ในบ้านตระกูลเฮ่อ ฉันก็ยิ่งต้องรักษาระยะห่างจากเขาให้มากตอนนี้ฉันแค่อยากรอให้งานเลี้ยงจบอย่างสงบ แล้วค่อยกลับไปฉันไม่อยากให้มีเรื่องอะไรอีกแล้วจริง ๆทว่าพอลุกขึ้น เฮ่ออี้เฉินก็คว้าแขนฉันเอาไว้ใบหน้าหล่อเหลาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด “อันอัน ตอนนี้เธอรังเกียจที่จะต้องเจอหน้าฉันขนาดนั้นเลยเหรอ”“เปล่า” ฉันออกแรงแกะมือเขาออก พูดอย่างจริงจัง “ฉันไม่ได้รังเกียจที่จะเจอนาย แต่นายก็น่าจะรู้ว่าฉันกับพี่ชายนายมีความสัมพันธ์กันแบบไหน ดังนั้นเมื่ออยู่ในบ้านตระกูลเฮ่อ เราสองคนก็ต้องเว้นระยะห่างต่อกัน ไม่งั้นคนอื่นจะเอาไปนินทาได้”“แต่เธอหย่ากับพี่ใหญ่แล้วนะ ไม่ได้เกี่ยวข้องกันแล้ว ทุกคนก็รู้เรื่องนี้กันทั้งนั้น” เฮ่ออี้เฉินเอ่ยอย่างร้อนรนฉันส่ายหน้า “จริง ๆ ไม่ว่าฉันกับพี่ชายนายจะหย่ากันแล้วหรือไม่ เราก็ไม่เหมาะจะเจอหน้ากันอีก คราวก่อนฉันก็พูดกับนายไปชัดเจนแล้วนะ”“อันอัน...”“จริง ๆ นะ นายอย่าทำแบบนี้อีกเลย ฉั
“เหอะ หลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดที่มากกว่าเดิมงั้นเหรอ” เฮ่อจือโจวแค่นหัวเราะ เอ่ยประชดประชัน “คุณกลัวว่าถ้าเข้าใจผิดกันไปใหญ่โต วันข้างหน้าจะไปคบกับเฮ่ออี้เฉินไม่สะดวกหรือไง”“ไม่ใช่แบบนั้นนะ ฉันไม่เคยคิดแบบนั้นเลยสักนิด”ฉันกลับคิดว่าถ้าเข้าใจผิดกันไปใหญ่โต ตัวเขาเองนั่นแหละที่จะคบหากับกู้ชิงชิงอย่างออกหน้าออกตาไม่สะดวกต่างหากเฮ่อจือโจวมองฉันด้วยแววตาเยียบเย็น นัยน์ตาเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและไม่เชื่อถือฉันหลุบตาลงด้วยความเสียใจ จู่ ๆ ก็รู้สึกเหนื่อยล้าในใจเหลือเกินเหมือนไม่ว่าฉันจะพูดอะไร เขาก็ไม่มีวันเชื่อเพียงเพราะเมื่อก่อนฉันไม่ดีกับเขา เขาถึงขั้นหมดความเชื่อใจในตัวฉัน และไม่ยอมให้โอกาสฉันเลยแม้แต่นิดเดียวงั้นเหรอฉันสูดหายใจเข้าลึก เอ่ยถามเสียงแผ่ว “เฮ่อจือโจว คุณเกลียดฉันมากขนาดนั้นเลยเหรอ”เฮ่อจือโจวไม่ตอบ แต่ฉันสัมผัสได้ถึงความเย็นชาที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาฉันเอ่ยด้วยความปวดใจ “ในเมื่อเป็นแบบนี้ แล้วทำไมคุณถึงยังพูดเข้าข้างฉันต่อหน้าคุณย่า แถมยังพูดข้อดีของครอบครัวฉันตั้งมากมาย ทั้งที่เราทำกับคุณ...”“อยากรู้เหตุผลหรือไง”เฮ่อจือโจวหลุบตามองฉัน แววตาของเขายังคงเย็
พอเห็นว่าฉันไม่ปฏิเสธอีก คุณย่าเฮ่อก็ยิ้มเบิกบานขึ้นมาทันที “แบบนี้สิถึงจะเป็นหลานสะใภ้คนโตแสนดีของย่า ความจริงย่าอยากให้ของชิ้นนี้กับหนูมาตั้งนานแล้ว ตอนนี้ได้มอบให้หนู ก็ถือว่าได้สานฝันของคนแก่คนนี้ให้เป็นจริงสักที”ฉันลูบคลำกำไลหยกเนื้อเนียนละเอียด ความรู้สึกผิดเอ่อล้นขึ้นมาในใจอีกครั้งในใจของคุณย่าเฮ่อ ฉันแสนดีขนาดนี้มาตลอด แต่ฉันกลับ...ฉันอดร้องไห้ออกมาไม่ได้คุณย่าเฮ่อยิ้มให้ฉันอย่างอ่อนโยน “เด็กโง่ ร้องไห้ทำไมกัน เสี่ยวโจวรังแกหนูเหรอ”ฉันส่ายหน้าพัลวัน พูดเสียงสะอื้นว่า “เขาไม่ได้รังแกหนูค่ะ เพราะคุณย่า คุณย่าดีกับหนูมากเกินไปต่างหาก”“เด็กโง่เอ๊ย หนูเป็นหลานสะใภ้ของย่านะ ย่าไม่ดีกับหนูแล้วจะให้ไปดีกับใคร”จู่ ๆ ก็มีสาวใช้เดินขึ้นมาเรียก “คุณนายผู้เฒ่าคะ งานเลี้ยงเริ่มไปพักใหญ่แล้ว ทุกคนยังรอท่านอยู่ข้างล่างนะคะ”คุณย่าเฮ่อหันมามองฉัน “หนูจะลงไปกับย่าเลย หรืออยากพักผ่อนอยู่ตรงนี้ก่อน”“คุณย่าลงไปก่อนเถอะค่ะ หนูอยากนั่งพักตรงนี้อีกหน่อย”“ได้ ๆ ถ้างั้นย่าลงไปก่อนนะ เดี๋ยวจะให้เสี่ยวโจวขึ้นมาอยู่เป็นเพื่อน”พูดจบ คุณย่าเฮ่อก็เดินออกไปโดยมีสาวใช้คอยพยุงฉันเหม่อมองกำ
“หนูอย่าเห็นว่าตอนนี้เสี่ยวโจวได้ดิบได้ดีแล้วนะ ความจริงแล้วในตระกูลนี้ ยังมีอีกหลายคนที่ทนเห็นเขาได้ดีไม่ได้”ฉันพยักหน้า มันเป็นแบบนั้นจริง ๆเมื่อกี้ตอนอยู่ข้างล่าง แค่เห็นสายตาที่คนพวกนั้นมองเฮ่อจือโจวก็ดูออกแล้วถึงพวกเขาจะอยากประจบประแจงเฮ่อจือโจว แต่ก็อิจฉาเขาไปพร้อม ๆ กันจู่ ๆ คุณย่าเฮ่อก็พูดด้วยความโมโห “หนูไม่รู้หรอกว่าเมื่อก่อนคนพวกนั้นเอาเสี่ยวโจวไปพูดยังไงบ้าง!ตั้งแต่เสี่ยวโจวแต่งงานกับหนู พวกเขาก็ทนเห็นเสี่ยวโจวได้ดีไม่ได้ เอาแต่ว่าเสี่ยวโจวไม่มีศักดิ์ศรี บอกว่าการที่เสี่ยวโจวแต่งเข้าบ้านหนูมันทำให้ตระกูลเฮ่อต้องเสียหน้าพวกเขายังบอกอีกว่าหนูกับครอบครัวทำตัวไม่ดีกับเขา หาว่าพวกหนูจิกหัวใช้เขาเหมือนหมา พวกเขาเอาแต่หัวเราะเยาะเสี่ยวโจวต่อหน้าย่าทุกวันดีที่คนแก่อย่างย่าถึงจะหลง ๆ ลืม ๆ ไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้โง่ ย่ารู้ว่าพวกเขาก็แค่อิจฉาที่เสี่ยวโจวได้แต่งงานกับภรรยาดี ๆ อย่างหนู ก็เลยอยากจะยุแยงให้แตกแยกกัน”ฉันส่ายหน้าสะอื้น “ไม่ใช่นะคะคุณย่า ความจริงแล้วหนูไม่ได้ดีขนาดนั้น หนู...”“เด็กโง่ คนที่เสี่ยวโจวเลือก นั่นก็คือคนที่ดีที่สุดนั่นแหละนิสัยของเสี่ยวโจวน่ะ ย่า
คุณย่าเฮ่อพยักหน้า จากนั้นก็เอ่ยอย่างเศร้าใจ “เสี่ยวโจวน่ะลำบากมามากจริง ๆ ย่าต้องขอบใจหนูมากนะที่ยอมมอบครอบครัวให้กับเขาก่อนหน้านี้ ย่าอยากจะเจอหน้าหนูมาตลอด เลยบอกให้เขาพาหนูกลับมาให้ย่าดูหน้าหน่อยย่าคิดว่าคนที่เขาเลือกแล้ว ย่อมไม่มีทางแย่แน่นอนแต่เขาบอกว่าหนูกำลังพักฟื้นร่างกาย ไม่เหมาะจะออกไปข้างนอก ย่าก็เลยล้มเลิกความตั้งใจไปแต่เมื่อสองปีก่อนย่าป่วยหนัก กลัวว่าจะไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าหนู ก็เลยกำชับให้เขาพาหนูมาให้ย่าดูหน้าให้ได้...”ฉันก้มหน้าลง อดร้องไห้ออกมาไม่ได้ที่แท้ตอนนั้นคุณย่าเฮ่อก็แค่อยากจะเจอหน้าหลานสะใภ้อย่างฉันจริง ๆ แต่ฉันกลับไปเยาะเย้ยถากถางท่านแบบนั้นฉันมันแย่มากจริง ๆ!ในใจอึดอัดทรมานจนแทบจะหายใจไม่ออกฉันสะอื้นไห้ “ขอโทษค่ะคุณย่า ขอโทษจริง ๆ ค่ะ”“เด็กโง่ ย่าไม่ได้โกรธหนูสักหน่อย ที่หนูมาเยี่ยมย่าไม่ได้ ก็คงมีเหตุผลจำเป็นของหนูนั่นแหละ”คุณย่าเฮ่อตบหลังมือฉันเบา ๆ “ถึงวันนั้นย่าจะไม่ได้เจอหนู แต่โชคดีที่อาการป่วยของย่าดีขึ้นวันนั้นเสี่ยวโจวบอกว่าหนูก็ป่วยเหมือนกันเลยมาไม่ได้ ตอนนั้นหนูไม่เป็นอะไรมากใช่ไหม”ฉันส่ายหน้าเงียบ ๆ ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาค







