All Chapters of หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน: Chapter 1 - Chapter 10

100 Chapters

บทที่ 1

ฉันถูกเฮ่อจือโจวทรมานอยู่บนเตียงถึงสามวันสามคืนเขาเคยเป็นสามีแต่งเข้าบ้านชั้นต่ำที่ฉันไม่เพียงไม่ยอมให้แตะต้อง แต่ยังเหยียบย่ำไว้ใต้ฝ่าเท้าตอนนี้ฉันตกอับ ส่วนเขาได้ดิบได้ดี เขาเลยระบายแรงใส่ฉันไม่หยุดหย่อนราวกับจะแก้แค้น......สามีของฉันเป็นสามีแต่งเข้าบ้านเดิมทีคนที่ฉันชอบคือน้องชายของเขา แต่เพราะงานเลี้ยงรุ่นครั้งหนึ่ง เขาฉวยโอกาสตอนฉันเมามายมานอนกับฉันเรื่องนี้บานปลายจนรู้กันไปทั่วพ่อฉันไม่มีทางเลือก จึงต้องยอมให้ฉันแต่งงานกับเขา แต่มีข้อแม้ว่าเขาต้องแต่งเข้าบ้านเราส่วนเขาเป็นลูกที่เกิดจากพ่อของเขากับอดีตภรรยา ตั้งแต่พ่อเขาหย่าและแต่งงานใหม่ พ่อก็ไม่ค่อยชอบหน้าเขานักแต่ฐานะทางบ้านฉันดีมาก แถมฉันยังเป็นแก้วตาดวงใจของพ่อแม่มาตั้งแต่เด็ก การให้เขาแต่งเข้าบ้านเรา พ่อเขาย่อมปรารถนาอยู่แล้วด้วยเหตุนี้ เราสองคนจึงแต่งงานกันแต่ในใจฉันไม่สบอารมณ์เลย คนที่ฉันชอบคือน้องชายเขานี่นาด้วยความขุ่นเคืองในใจ ฉันจึงคอยจ้องจับผิดเขาทุกเรื่อง ตอนกลางคืนก็ให้นอนพื้น ไม่เคยยอมให้ขึ้นเตียงตอนกินข้าว ฉันกับพี่ชายก็คอยพูดจาถากถาง ข่มเหงเขา ไม่ยอมให้เขาคีบกับข้าวไปสังสรรค์กับเพื่อนแ
Read more

บทที่ 2

ฉันบีบนิ้วตัวเอง อธิบายจุดประสงค์ที่มาด้วยความอับอายแววตาเขาพลันเข้มขึ้นหลายส่วน เขายิ้มถามฉัน “คุณคิดว่าทำไมผมต้องช่วยพวกคุณ”รู้อยู่แล้วว่ามาขอร้องคงไม่สำเร็จ ฉันยิ้มเจื่อน “งั้น...งั้นก็ถือซะว่าฉันไม่เคยมาก็แล้วกัน”นั่นสิ ตอนนั้นพวกเราทำกับเขาแบบนั้น เขาไม่แก้แค้นบ้านเราก็ดีเท่าไหร่แล้ว จะมาช่วยบ้านเราได้ยังไงฉันเอาความมั่นหน้ามาจากไหน ถึงได้กล้าบากหน้ามาขอร้องเขายิ่งคิดก็ยิ่งอับอายฉันอยากจะหนี แต่เขากลับเรียกฉันไว้ “ลองพูดมาสิ คุณจะเอาอะไรมาขอร้องผม ถ้าผมรู้สึกว่าคุ้มค่า จะช่วยพวกคุณสักหน่อยก็ไม่เสียหาย”ฉันชะงัก คิดสะระตะก็คิดไม่ออกว่าจะใช้อะไรมาขอร้องเขาร่างกายนี้งั้นเหรอเหอะ ถ้าเขามีอารมณ์กับฉันจริง ๆ แต่งงานกันมาสามปี ค่ำคืนนับไม่ถ้วนที่อยู่ร่วมห้องกัน เขามีโอกาสตั้งมากมายแต่สามปีนั้น เขาไม่เคยแตะต้องตัวฉันเลยสักนิดฉันก้มหน้า พูดด้วยความละอาย “นายก็ถือซะว่าวันนี้ฉันไม่เคยมาเถอะ”แต่จู่ ๆ ผู้ชายคนนั้นก็เดินเข้ามาหาฉัน ตัวเขาสูงมาก ยืนอยู่ตรงหน้าฉันก็สูงกว่าฉันหนึ่งช่วงศีรษะเต็ม ๆเขาก้มตัวลงเล็กน้อย กระซิบกลั้วหัวเราะข้างหูฉัน “แต่งตัวมาซะขนาดนี้ แล้วจะแกล้
Read more

บทที่ 3

“โย่ว นี่มันอดีตคุณหนูใหญ่ถัง ภรรยาตัวน้อยของประธานเฮ่อไม่ใช่เหรอเนี่ย ทำไมล่ะ มาดื่มเหล้าเหรอ เอ๊ะ...จะมาดื่มก็มาดื่มสิ ทำไมต้องใส่ชุดพนักงานของที่นี่ด้วย”พอผู้ชายคนนั้นพูดจบ ในห้องวีไอพีก็มีเสียงหัวเราะครื้นเครงดังขึ้นมาทันทีฉันจับด้ามเข็นรถเครื่องดื่มแน่น สูดหายใจเข้าลึก ๆช่างเถอะ ในเมื่อถูกพวกเขามาเจอเข้าแล้ว แถมพวกเขายังตั้งใจจะหยามเกียรติฉัน หนียังไงก็หนีไม่พ้น สู้หน้าด้านเดินเข้าไปเลยดีกว่า ไม่แน่อาจจะได้ทิปจากพวกเขากลับมาบ้างก็ได้ตอนนี้พวกทวงหนี้ก็ทวงยิก ๆ ทุกวัน พ่อฉันพร่ำบอกทุกวันว่าไม่อยากอยู่แล้ว แม่ฉันก็เอาแต่นั่งร้องไห้ทุกวัน พี่ชายฉันก็วิ่งส่งอาหารทุกวัน แล้วฉันจะไปมัวแคร์ศักดิ์ศรีและความเย่อหยิ่งที่จับต้องไม่ได้พวกนั้นไปทำไมกันฉันเข็นรถเครื่องดื่มเข้าไป พยายามรักษาหน้ายิ้มแย้มที่แสนจะแข็งทื่อแต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความสุภาพฉันยิ้มให้พวกเขา “บังเอิญจังเลยนะ ในเมื่อมาแล้ว ก็ช่วยอุดหนุนน้องสาวคนนี้หน่อยนะคะ ถ้าดื่มกันจนพอใจแล้ว จะให้ทิปน้องสาวคนนี้สักหน่อยก็ไม่ว่ากันค่ะ”“จุ๊ ๆ ๆ ...” จางซานส่ายหน้าพลางแค่นหัวเราะเยาะขึ้นมาทันทีคิดถึงตอนนั้น เขามักจะคอยเดินตามก้นป
Read more

บทที่ 4

มุมปากฉันกระตุกวูบ อยากด่ากลับไปจริง ๆ ว่า “นายประสาทหรือเปล่า!”แต่ตอนนี้เขาได้ดิบได้ดีแล้ว ไม่ใช่ ‘ไอ้ทึ่ม’ คนเดิมที่ใคร ๆ ก็รังแกได้อีกต่อไปฉันข่มความรู้สึกอยากด่าเขาเอาไว้ ฝืนยิ้มแข็งทื่อ “ประธานเฮ่อ คุณอย่ามาล้อฉันเล่นเลยค่ะ ฉันต้องไปทำงานแล้ว ไปนะคะ”“หลี่ซื่อทำได้ แล้วทำไมผมถึงทำไม่ได้” เฮ่อจือโจวถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความเย็นชาฉันขมวดคิ้ว “หลี่ซื่อทำได้ คุณทำไม่ได้อะไรของคุณ คุณพูดเรื่องอะไรเนี่ย”“เมื่อกี้คุณให้หลี่ซื่อเอาเงินมาห้าสิบล้าน แล้วคุณจะยอมนอนกับเขาทั้งคืน แล้วถ้าผมเอาเงินมาห้าสิบล้าน ทำไมคุณถึงไม่ยอมนอนกับผมล่ะ”ฉันอดมองบนไม่ได้ที่ฉันพูดไปเมื่อกี้เพราะรู้ว่าหลี่ซื่อควักเงินห้าแสนก็แทบจะกระอักเลือดแล้ว ถ้าห้าสิบล้านก็คงเอาชีวิตเขาไปเลย ฉันเลยตั้งใจพูดว่าห้าสิบล้านเพื่อยั่วโมโหหลี่ซื่อ คิดไม่ถึงว่าผู้ชายคนนี้จะเอาจริงเฮ่อจือโจวเดินมาตรงหน้าฉัน เขาอัดบุหรี่ พ่นควันออกมาเป็นวงก่อนเอ่ย “ตอนนี้บ้านคุณกำลังร้อนเงินมากไม่ใช่เหรอ ขอแค่คุณยอมนอนกับผมคืนหนึ่ง เงินห้าสิบล้านก็เป็นของคุณแล้ว เป็นไง”ฉันแอบกำมือที่อยู่ข้างลำตัวแน่นความจริงฉันก็รู้จุดประสงค์ที่
Read more

บทที่ 5

ฉันมองไปอย่างประหม่า ก็เห็นเขาพันผ้าเช็ดตัวผืนเดียวเดินออกมาจากข้างในเขามีรูปร่างมาตรฐานแบบไหล่กว้างเอวสอบ สัดส่วนร่างกายดีเยี่ยมผิวไม่คล้ำ แต่ก็ไม่ใช่ขาวแบบคนอ่อนแอ ทว่าเปล่งปลั่งไปด้วยความมีสุขภาพดีและแข็งแรงเมื่อก่อนฉันไม่ยอมให้เขาเปลือยกายต่อหน้า งานเลี้ยงรุ่นครั้งนั้นฉันก็เมาไม่ได้สติตลอดทั้งงาน เลยไม่เคยรู้มาก่อนว่ารูปร่างของเขาจะดีขนาดนี้พอรู้ตัวว่าเผลอเหม่อมองร่างกายเขา ฉันก็รีบเบือนหน้าหนีด้วยความขัดเขินผู้ชายคนนั้นเดินมาหยุดตรงหน้าฉันอย่างรวดเร็ว พร้อมกับไอความร้อนที่แผ่ซ่านออกมาฉันหดตัวถอยหลังด้วยความตื่นตระหนก ถามเขาเสียงตะกุกตะกัก “คุณ...คุณกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ หิวไหม หรือว่าฉัน...ฉันไปทำอะไรให้กินเอาไหมคะ”“ทำอะไรให้กินเหรอ” ผู้ชายคนนั้นหัวเราะเบา ๆ น้ำเสียงแฝงความเย้ยหยันอยู่บ้าง “นอกจากกินแล้ว คุณยังทำอาหารอะไรเป็นด้วยเหรอ”คำพูดนี้ทำเอาฉันพูดไม่ออกในสายตาเขา ฉันคงเป็นแค่คุณหนูที่ไม่ได้เรื่องไม่ได้ราวอะไรสักอย่างแต่ความจริงก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ นอกจากเต้นรำแล้ว ฉันยังทำอะไรเป็นอีกบ้าง ตัวฉันเองยังตอบไม่ได้เลยจู่ ๆ ผู้ชายคนนั้นก็โน้มตัวเข้ามาใกล้ฉัน ล
Read more

บทที่ 6

เขาพลันขยี้บุหรี่ในมือ อุ้มฉันขึ้นมาแล้วจูบอย่างบ้าคลั่งท่ามกลางความสลึมสลือ เสื้อผ้าถูกถอดออกจนหมด ร่างกายถูกเขาวางลงบนเตียงหนานุ่ม...ตอนที่ความเจ็บปวดแล่นเข้ามา ฉันขมวดคิ้วแน่น ทว่าในใจกลับมีความสงสัยวาบผ่านเข้ามาเกิดอะไรขึ้นงานเลี้ยงรุ่นครั้งนั้นเรามีอะไรกันไปแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงยัง...ยังไม่ทันได้คิดอะไรให้มากความ สติของฉันก็ค่อย ๆ ล่องลอยไปไกล...ฉันไม่รู้ว่าเฮ่อจือโจวทรมานฉันไปนานแค่ไหน รู้แค่ว่าเขาเหมือนจะมีเรี่ยวแรงไม่รู้จักหมดจักสิ้นตื่นมาอีกทีก็เป็นเวลาเที่ยงของวันต่อมาแล้วมีเสียงน้ำดังแว่วมาจากในห้องน้ำฉันลากสังขารอันปวดเมื่อยลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะพบว่าบนเตียงมีรอยเลือดอยู่เอ๊ะ!เกิดอะไรขึ้นครั้งแรกของฉันให้เขาไปตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงยังมีเลือดออกอีกล่ะพอคิดถึงความเป็นไปได้บางอย่าง ฉันก็ขมวดคิ้วมุ่นผู้ชายคนนั้นเดินออกจากห้องน้ำมาพอดีฉันกัดริมฝีปากด้วยความกระดากอาย เอ่ยถามข้อสงสัยในใจออกไป “คืนงานเลี้ยงรุ่นนั้น ตกลงเรามีอะไรกันหรือเปล่า”“ไม่มี!”เขาตอบกลับมาอย่างฉะฉานส่วนฉันแทบจะสำลักอากาศตาย“แล้วตอนนั้นทำไมคุณถึงไม่ยอมอธิบายกับนักข่าวให
Read more

บทที่ 7

จ้าวตานตานเพื่อนสนิทที่สุดของฉันเองทันทีที่รับสาย น้ำเสียงตื่นเต้นของจ้าวตานตานก็ดังมาให้ได้ยิน “อันอัน ฉันกลับประเทศแล้วนะ!”“จริงเหรอ?!”พอได้ยินว่าเพื่อนสนิทกลับมาแล้ว ความหมองหม่นในใจฉันตลอดหลายวันที่ผ่านมาก็มลายหายไปจนหมดสิ้นเพื่อนสนิทไปต่างประเทศเมื่อสามปีก่อน ตั้งแต่เธอไป ฉันก็ไม่มีคนให้คอยปรับทุกข์ด้วย ไม่มีคนเดินช้อปปิ้งเป็นเพื่อน ฉันคิดถึงเธอจะแย่อยู่แล้ว“ฉันเพิ่งลงเครื่อง ขอกลับไปพักก่อนนะ คืนนี้ออกมาเจอกันหน่อย”“อื้อ ๆ!”ฉันรับคำอย่างตื่นเต้น จนกระทั่งวางสายไป ถึงเพิ่งจะนึกขึ้นมาได้จริงสิ ตอนนี้ฉันไม่ได้มีอิสระแล้ว คืนนี้จะออกไปข้างนอกยังไงก็ต้องผ่านการอนุญาตจากเฮ่อจือโจวก่อนแถมตอนนี้ผู้ชายคนนั้นก็คุยยากจะตาย เขาต้องไม่อนุญาตแน่ ๆพอคิดมาถึงตรงนี้ ในใจฉันก็เกิดความหงุดหงิดขึ้นมาทันทีช่างเถอะ รอให้ถึงตอนเย็นค่อยว่ากันเวลานอนมักจะผ่านไปเร็วเสมอ ตื่นมาอีกทีก็หกโมงกว่าแล้วฉันลองถามป้าหวังดู ถึงได้รู้ว่าเฮ่อจือโจวยังไม่กลับมาและตอนนี้ เพื่อนสนิทก็ส่งโลเคชันบาร์มาให้ฉันแล้ว บอกว่ากำลังรอฉันอยู่ที่บาร์เดิมทีฉันกะจะออกไปเลย แต่ก็ดันนึกถึงคำเตือนของเฮ่อจือโ
Read more

บทที่ 8

ทำเอาเหมือนกับว่าคนที่เพิ่งตอบข้อความกำกวมกลับมาเมื่อกี้ไม่ใช่เขาอย่างไรอย่างนั้นฉันกระแอม ก่อนเอ่ยพร้อมกับยิ้มประจบ “ไม่มีอะไรค่ะ ไม่มีอะไร ฉันแค่อยากถามว่าคืนนี้คุณจะกลับมาไหม จะได้เตรียมวัตถุดิบทำกับข้าวไว้ให้”ปากพูดไปแบบนั้น แต่ในใจกลับภาวนาว่าคืนนี้เขาอย่าได้กลับมาเลย“พี่จือโจว...”ในขณะที่ฉันกำลังรอคำตอบจากเขา ปลายสายพลันมีเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังแทรกเข้ามาฉันชะงักไปนั่นรักแรกของเขาเหรอตอนนี้เขากำลังอยู่กับรักแรกเหรอ“ไม่ต้องทำกับข้าวให้ผม ผมกินมาแล้ว คืนนี้คุณก็ไม่ต้องรอผม นอนก่อนได้เลย”“อ๋อ...อ๋อ...”ฉันรับคำอย่างเหม่อลอย จากนั้นก็ได้ยินเสียง ‘ติ๊ด ติ๊ด’ ดังมาจากโทรศัพท์เขาวางสายไปแล้วตอนนี้เขาอยู่กับรักแรก คืนนี้คงไม่กลับมาแล้วละทั้งที่ฉันควรจะดีใจแท้ ๆ แต่ในใจกลับมีความรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูกฉันสลัดความคิดว้าวุ่นทิ้งไป เปลี่ยนเป็นชุดเดรสยาวสุดเซ็กซี่แล้วเดินออกจากบ้านเฮ่อจือโจวมีรักแรกที่ฝังใจ ส่วนฉันตอนนี้ก็เป็นแค่เมียเก็บของเขารอจนถึงวันที่เขาเบื่อฉัน หรือไม่ก็วันไหนที่จู่ ๆ เขารู้สึกว่าการแก้แค้นแบบนี้มันน่าเบื่อ เขาก็คงจะเขี่ยฉันทิ้งอย่างไ
Read more

บทที่ 9

ตอนนั้นเอง ด้านหลังพลันมีเสียงที่คุ้นเคยดังแว่วมาไม่ได้ยินเสียงนี้มานานมากแล้วหัวใจของฉันสั่นสะท้านขึ้นมาเล็กน้อย เรื่องราวในอดีตมากมายผุดขึ้นมาในใจเด็กหนุ่มในเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาด ปั่นจักรยานซ้อนท้ายฉันไปโรงเรียนเด็กหนุ่มถือกระดาษทด คอยอธิบายโจทย์คณิตศาสตร์ที่ฉันปวดหัวที่สุดให้ฟังเด็กหนุ่มที่รู้ว่าฉันอยู่ในช่วงวันนั้นของเดือน เขาช่วยอุ่นโยเกิร์ตแช่เย็นที่ฉันอยากกินให้หายเย็นก่อนถึงจะยอมให้ฉันกินกระทั่งในตอนสุดท้ายที่ฉันต้องแต่งงานกับเฮ่อจือโจว เขาขอบตาแดงก่ำเอ่ยถามฉันว่า งานแต่งนี้ไม่แต่งได้ไหมอดีตเหล่านั้นที่มีทั้งความสุข ความหวานชื่น และความเสียดายล้วนค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นควันลอยล่อง และค่อย ๆ มลายหายไปหัวใจของฉันก็สงบลงตามไปด้วยตอนที่ฉันหันกลับไปก็ได้เห็นเฮ่ออี้เฉินยีนของตระกูลเฮ่อดีมากจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเฮ่อจือโจวหรือเฮ่ออี้เฉิน ต่างก็หล่อเหลาจนทำให้คนละสายตาไม่ได้คนหนึ่งเย็นชา สุขุมและสูงส่ง อีกคนหนึ่งอบอุ่นและสุภาพอ่อนโยนไม่ได้เจอกันสามปี เฮ่ออี้เฉินดูสุขุมกว่าเมื่อก่อนมาก ดวงตาภายใต้แว่นตากรอบทองคู่นั้นช่างอ่อนโยนราวกับจะละลายผืนน้ำแข็งได้“ไม่ได้เจอกั
Read more

บทที่ 10

ลองคิดดูสิว่าเมื่อก่อนฉันเคยทำตัวขี้ขลาดและระมัดระวังต่อหน้าเขาแบบนี้เสียที่ไหนล่ะเฮ้อ คนเราพอตกอับ มันก็ไม่เหมือนเดิมจริง ๆทันทีที่รับสาย เฮ่อจือโจวก็หัวเราะมาจากปลายสายเสียงหัวเราะเยือกเย็นนั่นฟังแล้วทำเอาขนลุกซู่ไปหมดฉันทำใจดีสู้เสือ ชิงพูดขึ้นก่อน “ขอโทษนะคะ เมื่อกี้ฉันหลับอยู่ พอตื่นมากำลังจะรับสาย แต่คุณก็ตัดสายไปซะก่อน”“งั้นเหรอ” เฮ่อจือโจวหัวเราะเนิบนาบ “แล้วตอนนี้คุณกำลังทำอะไรอยู่ล่ะ”ฉันชะงักไป ตอบกลับตามสัญชาตญาณ “นอนสิคะ นี่ไง พอตื่นเพราะสายของคุณ ก็กำลังนอนคุยกับคุณอยู่บนเตียงนี่ไง”ฉันมองใบหน้าเรียบเฉยของตัวเองในกระจก แอบนับถือความสามารถในการโกหกของตัวเองอยู่เหมือนกันเฮ่อจือโจวหัวเราะหนักขึ้น เพียงแต่เสียงหัวเราะนั้นฟังแล้วก็ยังทำให้เสียวสันหลังวาบอยู่ดีความจริงพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า คนที่ร้อยวันพันปีไม่เคยยิ้มแบบเขา ไม่เหมาะกับการหัวเราะจริง ๆ มันดูขัดหูขัดตาแบบสุด ๆ“ถ้าแบบนั้น ผมก็ไปกวนฝันดีของคุณน่ะสิ”เสียงของเฮ่อจือโจวดังมาอีกครั้ง ราบเรียบไร้อารมณ์โกรธเคืองจนเดาใจไม่ถูกฉันรีบหัวเราะ “ใช่ที่ไหนกันคะ ฉันฝันร้ายต่างหาก โชคดีที่โทรศัพท์คุณปลุก ฝันร้
Read more
PREV
123456
...
10
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status