หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน

หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน

โดย:  ฟากฝั่งไร้กังวลยังไม่จบ
ภาษา: Thai
goodnovel4goodnovel
10
6 การให้คะแนน. 6 ความคิดเห็น
100บท
1.2Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

“คิดถึงคุณมาตั้งนานแล้ว...” ท่ามกลางความมืดมิดยามค่ำคืน ผู้ชายคนนั้นจูบฉันอย่างจาบจ้วงและเอาแต่ใจ เขาคือสามีแต่งเข้าบ้านของฉัน มีครั้งหนึ่งเพราะความเมามาย ฉันพลาดตกเป็นของเขาจนเรื่องบานปลายใหญ่โต ดังนั้นคุณหนูล้ำค่าอย่างฉันจึงจำใจต้องยอมให้หนุ่มตกอับอย่างเขาแต่งเข้าบ้านเรามาเป็นสามี ฉันคอยเหยียดหยาม ย่ำยี ไม่ทุบตีก็ด่าทอเขาอยู่บ่อย ๆ ด้วยความขุ่นเคืองใจ แต่เขาไม่เคยโกรธเลยสักนิด ยังคงทำตัวเป็นสามีผู้ว่าง่ายและแสนดี ทว่าในตอนที่ฉันค่อย ๆ เริ่มรู้สึกดีกับเขา เขากลับเป็นฝ่ายขอหย่ากับฉันเสียเอง ผู้ชายที่เคยว่าง่ายและแสนดีในวันวาน จู่ ๆ ก็กลายเป็นคนร้ายลึกและน่าหวาดกลัว สถานการณ์พลิกผันเพียงชั่วข้ามคืน ครอบครัวฉันตกต่ำลง ส่วนเขากลับมั่งคั่งขึ้น สามีแสนดีที่ฉันเคยเหยียบย่ำอยู่ใต้ฝ่าเท้าในวันวาน พลิกโฉมกลายมาเป็นผู้อุปถัมภ์ของฉัน

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1

ฉันถูกเฮ่อจือโจวทรมานอยู่บนเตียงถึงสามวันสามคืน

เขาเคยเป็นสามีแต่งเข้าบ้านชั้นต่ำที่ฉันไม่เพียงไม่ยอมให้แตะต้อง แต่ยังเหยียบย่ำไว้ใต้ฝ่าเท้า

ตอนนี้ฉันตกอับ ส่วนเขาได้ดิบได้ดี เขาเลยระบายแรงใส่ฉันไม่หยุดหย่อนราวกับจะแก้แค้น

......

สามีของฉันเป็นสามีแต่งเข้าบ้าน

เดิมทีคนที่ฉันชอบคือน้องชายของเขา แต่เพราะงานเลี้ยงรุ่นครั้งหนึ่ง เขาฉวยโอกาสตอนฉันเมามายมานอนกับฉัน

เรื่องนี้บานปลายจนรู้กันไปทั่ว

พ่อฉันไม่มีทางเลือก จึงต้องยอมให้ฉันแต่งงานกับเขา แต่มีข้อแม้ว่าเขาต้องแต่งเข้าบ้านเรา

ส่วนเขาเป็นลูกที่เกิดจากพ่อของเขากับอดีตภรรยา ตั้งแต่พ่อเขาหย่าและแต่งงานใหม่ พ่อก็ไม่ค่อยชอบหน้าเขานัก

แต่ฐานะทางบ้านฉันดีมาก แถมฉันยังเป็นแก้วตาดวงใจของพ่อแม่มาตั้งแต่เด็ก การให้เขาแต่งเข้าบ้านเรา พ่อเขาย่อมปรารถนาอยู่แล้ว

ด้วยเหตุนี้ เราสองคนจึงแต่งงานกัน

แต่ในใจฉันไม่สบอารมณ์เลย คนที่ฉันชอบคือน้องชายเขานี่นา

ด้วยความขุ่นเคืองในใจ ฉันจึงคอยจ้องจับผิดเขาทุกเรื่อง ตอนกลางคืนก็ให้นอนพื้น ไม่เคยยอมให้ขึ้นเตียง

ตอนกินข้าว ฉันกับพี่ชายก็คอยพูดจาถากถาง ข่มเหงเขา ไม่ยอมให้เขาคีบกับข้าว

ไปสังสรรค์กับเพื่อนแล้วฝนตก เขาอุตส่าห์เอาร่มมาให้ด้วยความห่วงใย ฉันก็ยังด่าทอเขาไปฉาดใหญ่

สรุปคือถ้าไม่ได้ด่าเขา ฉันจะไม่สบอารมณ์

แต่ผู้ชายคนนี้ก็แปลกประหลาด ราวกับคนไม่มีอารมณ์โกรธ ไม่ว่าฉันกับที่บ้านจะข่มเหงย่ำยีเขายังไง เขาก็ไม่เคยโมโห ยังคงทำตัวอ่อนโยนอยู่เสมอ

จะว่าไปเขาก็หน้าตาดีทีเดียว เพียงแต่ตอนเรียนเขาเก็บตัวมาก ผลการเรียนก็รั้งท้าย ซ้ำชั้นเป็นว่าเล่น เป็นพวกที่ใครในโรงเรียนพูดถึงก็ต้องส่ายหน้า

แต่น้องชายเขาไม่เหมือนกัน น้องชายเขาสดใสหล่อเหลา เรียนก็เก่ง เป็นคนดังในโรงเรียน

พอคิดว่าประกายไฟแห่งความรักที่เพิ่งจะจุดติดระหว่างฉันกับน้องชายเขาต้องมาถูกเขาดับมอดลง ในใจฉันก็พลันหงุดหงิดขึ้นมาอีก

กลางดึกฉันลุกจากเตียง ไปเตะเขาที่หลับสนิทอยู่บนพื้นจนตื่น แล้วบอกว่าหิวน้ำ

เขากระวีกระวาด ลุกไปรินน้ำให้ฉันทันที

เขาก็ช่างเอาใจใส่ รู้จักรินน้ำอุ่นให้ฉันในยามเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง

แต่พอคิดถึงงานเลี้ยงรุ่นคืนนั้นที่เขาฉวยโอกาส ฉันก็เกิดความโมโห สาดน้ำทั้งแก้วใส่หน้าเขา

โดนขนาดนี้เขาก็ยังไม่โกรธ ทำเพียงเดินเงียบ ๆ ไปเข้าห้องน้ำ

มองแผ่นหลังสูงใหญ่ที่เงียบงันของเขา ลึก ๆ ในใจฉันกลับเกิดความรู้สึกผิดขึ้นมานิด ๆ แต่พอคิดว่าความสุขทั้งชีวิตของฉันถูกเขาทำลายลง ความรู้สึกผิดนั้นก็มลายหายไปจนสิ้น

เขาถูกฉันรังแกย่ำยีอยู่แบบนี้ถึงสามปี

แต่สามปีมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย เช่นบ้านฉันล้มละลาย เช่นฉันเริ่มชอบเขาขึ้นมานิดหน่อย และเช่น...เขาขอหย่ากับฉัน

ตอนที่เขายื่นหนังสือหย่าให้ฉัน เขาบอกว่ารักแรกของเขากลับมาแล้ว

ฉันยอมรับว่าวินาทีนั้น ในใจฉันเจ็บปวดมาก หัวใจเหมือนถูกมือยักษ์บีบรัด อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก

แต่ฉันที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจตั้งแต่เด็กมีทิฐิสูง จึงไม่ได้แสดงอาการผิดหวังหรือเสียใจให้เขาเห็นเลยสักนิด แถมยังเซ็นชื่อลงในหนังสือหย่าอย่างฉับไว

หลังจากเซ็นเสร็จ จู่ ๆ เสียงทุ้มเย็นชาของเขาก็ดังขึ้น “อยากให้ผมส่งคนขับรถไปส่งคุณไหม”

ฉันชะงักไปครู่หนึ่งกว่าจะตั้งสติได้

จริงสิ คฤหาสน์ตรงหน้าที่ฉันอาศัยอยู่มานานกว่ายี่สิบปีหลังนี้ไม่ใช่ของบ้านฉันอีกต่อไปแล้ว

บ้านฉันล้มละลายแล้ว ทรัพย์สินทั้งหมดถูกขาย

ส่วนเขา สามีแต่งเข้าบ้านที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมแต่งงานกับฉันและถูกคนทั้งบ้านดูถูก กลับแอบตั้งบริษัทลับหลังพวกเรา ตอนนี้ยิ่งเจริญรุ่งเรืองเฟื่องฟู จนซื้อคฤหาสน์หลังนี้ไว้ได้

แต่ฉันไม่มีสิทธิ์ไปโทษเขา และไม่มีสิทธิ์ไปเรียกร้องขอแบ่งทรัพย์สินจากเขา เพราะนั่นคือสิ่งที่เขาซุ่มซ่อนอดทนมานานหลายปีและได้มาด้วยความพยายามของตัวเอง เขาไม่เคยใช้เงินของบ้านเราเลยสักแดงเดียว

เขามองฉันนิ่ง ๆ ไม่ได้เร่งรัดอะไร

แต่ความอ่อนโยนของเขานี่แหละ ที่ทำให้ฉันนึกถึงสิ่งที่ฉันเคยทำกับเขาในอดีต จนฉันรู้สึกละอายใจแทบแทรกแผ่นดินหนี

ทว่าในสถานการณ์แบบนี้ ที่ฉันตกอับส่วนเขาได้ดิบได้ดี เขาควรจะเอาคืนความอัปยศที่เคยได้รับในวันวานเป็นสองเท่าสิ

แต่เขาไม่ทำ ซ้ำยังอ่อนโยนเหมือนเคย

ฉันรีบตอบ “ไม่ต้อง ฉันกลับเองได้”

พูดจบ ฉันก็วิ่งออกไปข้างนอกด้วยความลุกลี้ลุกลน

เสียงถามเรียบ ๆ ของเขาดังมาจากด้านหลัง “คืนนี้คุณมาหาผมมีธุระอะไรหรือเปล่า”

“ไม่มี” ฉันพุ่งพรวดออกจากลานบ้านโดยไม่หันกลับไปมอง

ข้างนอกฝนตกลงมา ฉันกำของขวัญในมือแน่น

วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานสามปีของเรา

เมื่อก่อนฉันไม่เคยทำดีกับเขาเลย แต่พอรู้ตัวว่าเริ่มรู้สึกดีกับเขาแล้ว ฉันก็อยากจะใช้เวลาในวันเทศกาลแบบนี้กับเขาดี ๆ สักครั้ง

แต่คาดไม่ถึงว่าสิ่งที่รอฉันอยู่กลับเป็นหนังสือหย่าฉบับหนึ่ง

ฉันแค่นยิ้มเยาะตัวเอง ปล่อยให้ฝนตกหนักสาดซัดใส่ตัวจนเปียกปอนดูไม่ได้

วันต่อมา ฉันป่วย ขดตัวอยู่ในผ้าห่มลุกไม่ขึ้น

ทว่าข้างนอกกลับมีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นเป็นระลอก

ฉันลากสังขารอันอ่อนปวกเปียกออกไปดู ก็เห็นพ่อฉันนั่งอยู่บนกำแพงปูนหลุดลอก ร้องโวยวายว่าไม่อยากอยู่แล้ว

ตอนนี้พวกเราอาศัยอยู่ในตึกแถวเก่า ๆ สภาพแวดล้อมสกปรก แต่ค่าเช่าถูกมาก

แม่ฉันร้องไห้ฟูมฟายใส่พ่อ บอกว่าถ้าพ่อโดดลงไป แม่ก็จะโดดตาม ไม่ต้องอยู่กันแล้ว

ฉันปวดหัวแทบระเบิดตอนไปเกลี้ยกล่อมพ่อ บอกว่าแค่ล้มละลายเอง ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ ยังไงก็มีความหวัง

แต่จู่ ๆ พ่อก็จ้องมองฉันเขม็ง สายตาอันร้อนแรงนั้นทำเอาฉันใจหายวาบ

วินาทีต่อมาพ่อก็พูดขึ้นว่า “ลูกไปขอร้องให้เฮ่อจือโจวช่วยพ่อหน่อยได้ไหม เขาเป็นลูกเขยบ้านเรา เขาต้องช่วยพวกเราแน่ ๆ”

แม่ก็รีบเสริม “ใช่ ถึงเมื่อก่อนพวกเราจะทำกับเขาไม่ค่อยดี แต่เห็นแก่หน้าลูก เขายื่นมือเข้าช่วยเหลือแน่ เพราะงั้นลูกไปขอร้องเขาเถอะนะ”

ฉันยิ้มขื่น พ่อกับแม่ยังไม่รู้ว่าฉันถูกเขาเฉดหัวทิ้งไปแล้ว

ฉันปฏิเสธที่จะไปขอร้องผู้ชายคนนั้น แต่พ่อก็เอาความตายมาขู่บังคับอีก

ฉันจนใจ สุดท้ายก็ต้องรับปาก

ก่อนออกเดินทาง แม่เอาเงินที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดไปจัดการเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมให้ฉัน เป็นชุดเดรสยาวคอวีลึก กับรองเท้าหนังหัวแหลมสุดเซ็กซี่

แม่ยังหาคนมาแต่งหน้าทำผมให้ฉันซะสวย

ฉันมองตัวเองในกระจก พลางกระตุกยิ้มเยาะที่มุมปาก

สภาพนี้ไม่เหมือนไปขอร้องคนเลยสักนิด เหมือนไปยั่วผู้ชายเสียมากกว่า

เพียงแต่ตอนนี้ ต่อให้ฉันแก้ผ้าไปยืนอยู่ตรงหน้าผู้ชายคนนั้น เกรงว่าเขาคงไม่แม้แต่จะปรายตามองฉันด้วยซ้ำ

จนถึงตอนนี้ฉันก็ยังไม่เข้าใจ คืนงานเลี้ยงรุ่นนั้นทำไมเขาถึงมานอนกับฉัน หรือว่าเขาก็เมา แล้วเห็นฉันเป็นรักแรกของเขา

ฉันสลัดความคิดว้าวุ่นเหล่านั้นทิ้งไป เพื่อให้พ่อแม่ตัดใจ ฉันเลยต้องทำทีไปขอร้องผู้ชายคนนั้น

ฉันสืบรู้มาว่าตอนนี้ผู้ชายคนนั้นอยู่ที่บริษัท ฉันจึงแบกสารรูปนี้พุ่งตรงไปที่บริษัทของเขาทันที

ส่วนพ่อกับแม่ก็รอ ‘ข่าวดี’ จากฉันอยู่ที่ชั้นล่างของบริษัทเขา

มองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของพ่อกับแม่แล้ว ฉันก็ไม่รู้จะพูดอะไรไปชั่วขณะ รู้สึกปวดใจอยู่นิด ๆ

เมื่อไปถึงชั้นที่เขาอยู่ ผู้คนมากมายต่างมองฉันด้วยสายตาแปลก ๆ ซ้ำบรรยากาศรอบตัวยังอบอวลไปด้วยเสียงซุบซิบนินทาและถ้อยคำเย้ยหยันสารพัด

ฉันทำเป็นหูทวนลม ยืดหลังตรง แล้วเดินตรงดิ่งไปยังห้องทำงานของผู้ชายคนนั้น

ทว่าพอเห็นหน้าผู้ชายคนนั้น ฉันก็ปอดแหก แผ่นหลังงองุ้มลงไปหลายส่วน

เวลานี้ เขากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยท่าทีสูงส่ง พลางส่งยิ้มมาให้ฉัน...

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

ความคิดเห็นเพิ่มเติม

ชื่อ โสภา ที่แปลว่าสวย
ชื่อ โสภา ที่แปลว่าสวย
เราเคยอ่านเรื่องนี้จากแอพอื่น664ตอน ก็ยังไม่จบ จนแอพนั้น ไม่แปลต่อและถอนการติดตั้งออกจากเพสโตร์น่าเสียดาย แอพนี้ คงอีกนานโข่กว่าจะจบ
2026-08-06 17:29:55
1
1
Nongnuch Julmana
Nongnuch Julmana
สนุกดีค่ะรออัพต่อนนคะ
2026-08-05 08:09:32
0
0
นำ้ส้ม โซดา
นำ้ส้ม โซดา
นิยายดีมากเลยค่ะ.... ลงต่ออีกเยอะไปนะคะ ......️...
2026-07-31 15:42:01
0
0
WTY
WTY
.........🫪...........................
2026-07-29 20:36:55
0
0
Rinrada
Rinrada
สนุกมาก มีตอนต่อไปอีกมั้ย
2026-07-24 03:42:31
0
0
100
บทที่ 1
ฉันถูกเฮ่อจือโจวทรมานอยู่บนเตียงถึงสามวันสามคืนเขาเคยเป็นสามีแต่งเข้าบ้านชั้นต่ำที่ฉันไม่เพียงไม่ยอมให้แตะต้อง แต่ยังเหยียบย่ำไว้ใต้ฝ่าเท้าตอนนี้ฉันตกอับ ส่วนเขาได้ดิบได้ดี เขาเลยระบายแรงใส่ฉันไม่หยุดหย่อนราวกับจะแก้แค้น......สามีของฉันเป็นสามีแต่งเข้าบ้านเดิมทีคนที่ฉันชอบคือน้องชายของเขา แต่เพราะงานเลี้ยงรุ่นครั้งหนึ่ง เขาฉวยโอกาสตอนฉันเมามายมานอนกับฉันเรื่องนี้บานปลายจนรู้กันไปทั่วพ่อฉันไม่มีทางเลือก จึงต้องยอมให้ฉันแต่งงานกับเขา แต่มีข้อแม้ว่าเขาต้องแต่งเข้าบ้านเราส่วนเขาเป็นลูกที่เกิดจากพ่อของเขากับอดีตภรรยา ตั้งแต่พ่อเขาหย่าและแต่งงานใหม่ พ่อก็ไม่ค่อยชอบหน้าเขานักแต่ฐานะทางบ้านฉันดีมาก แถมฉันยังเป็นแก้วตาดวงใจของพ่อแม่มาตั้งแต่เด็ก การให้เขาแต่งเข้าบ้านเรา พ่อเขาย่อมปรารถนาอยู่แล้วด้วยเหตุนี้ เราสองคนจึงแต่งงานกันแต่ในใจฉันไม่สบอารมณ์เลย คนที่ฉันชอบคือน้องชายเขานี่นาด้วยความขุ่นเคืองในใจ ฉันจึงคอยจ้องจับผิดเขาทุกเรื่อง ตอนกลางคืนก็ให้นอนพื้น ไม่เคยยอมให้ขึ้นเตียงตอนกินข้าว ฉันกับพี่ชายก็คอยพูดจาถากถาง ข่มเหงเขา ไม่ยอมให้เขาคีบกับข้าวไปสังสรรค์กับเพื่อนแ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2
ฉันบีบนิ้วตัวเอง อธิบายจุดประสงค์ที่มาด้วยความอับอายแววตาเขาพลันเข้มขึ้นหลายส่วน เขายิ้มถามฉัน “คุณคิดว่าทำไมผมต้องช่วยพวกคุณ”รู้อยู่แล้วว่ามาขอร้องคงไม่สำเร็จ ฉันยิ้มเจื่อน “งั้น...งั้นก็ถือซะว่าฉันไม่เคยมาก็แล้วกัน”นั่นสิ ตอนนั้นพวกเราทำกับเขาแบบนั้น เขาไม่แก้แค้นบ้านเราก็ดีเท่าไหร่แล้ว จะมาช่วยบ้านเราได้ยังไงฉันเอาความมั่นหน้ามาจากไหน ถึงได้กล้าบากหน้ามาขอร้องเขายิ่งคิดก็ยิ่งอับอายฉันอยากจะหนี แต่เขากลับเรียกฉันไว้ “ลองพูดมาสิ คุณจะเอาอะไรมาขอร้องผม ถ้าผมรู้สึกว่าคุ้มค่า จะช่วยพวกคุณสักหน่อยก็ไม่เสียหาย”ฉันชะงัก คิดสะระตะก็คิดไม่ออกว่าจะใช้อะไรมาขอร้องเขาร่างกายนี้งั้นเหรอเหอะ ถ้าเขามีอารมณ์กับฉันจริง ๆ แต่งงานกันมาสามปี ค่ำคืนนับไม่ถ้วนที่อยู่ร่วมห้องกัน เขามีโอกาสตั้งมากมายแต่สามปีนั้น เขาไม่เคยแตะต้องตัวฉันเลยสักนิดฉันก้มหน้า พูดด้วยความละอาย “นายก็ถือซะว่าวันนี้ฉันไม่เคยมาเถอะ”แต่จู่ ๆ ผู้ชายคนนั้นก็เดินเข้ามาหาฉัน ตัวเขาสูงมาก ยืนอยู่ตรงหน้าฉันก็สูงกว่าฉันหนึ่งช่วงศีรษะเต็ม ๆเขาก้มตัวลงเล็กน้อย กระซิบกลั้วหัวเราะข้างหูฉัน “แต่งตัวมาซะขนาดนี้ แล้วจะแกล้
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3
“โย่ว นี่มันอดีตคุณหนูใหญ่ถัง ภรรยาตัวน้อยของประธานเฮ่อไม่ใช่เหรอเนี่ย ทำไมล่ะ มาดื่มเหล้าเหรอ เอ๊ะ...จะมาดื่มก็มาดื่มสิ ทำไมต้องใส่ชุดพนักงานของที่นี่ด้วย”พอผู้ชายคนนั้นพูดจบ ในห้องวีไอพีก็มีเสียงหัวเราะครื้นเครงดังขึ้นมาทันทีฉันจับด้ามเข็นรถเครื่องดื่มแน่น สูดหายใจเข้าลึก ๆช่างเถอะ ในเมื่อถูกพวกเขามาเจอเข้าแล้ว แถมพวกเขายังตั้งใจจะหยามเกียรติฉัน หนียังไงก็หนีไม่พ้น สู้หน้าด้านเดินเข้าไปเลยดีกว่า ไม่แน่อาจจะได้ทิปจากพวกเขากลับมาบ้างก็ได้ตอนนี้พวกทวงหนี้ก็ทวงยิก ๆ ทุกวัน พ่อฉันพร่ำบอกทุกวันว่าไม่อยากอยู่แล้ว แม่ฉันก็เอาแต่นั่งร้องไห้ทุกวัน พี่ชายฉันก็วิ่งส่งอาหารทุกวัน แล้วฉันจะไปมัวแคร์ศักดิ์ศรีและความเย่อหยิ่งที่จับต้องไม่ได้พวกนั้นไปทำไมกันฉันเข็นรถเครื่องดื่มเข้าไป พยายามรักษาหน้ายิ้มแย้มที่แสนจะแข็งทื่อแต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความสุภาพฉันยิ้มให้พวกเขา “บังเอิญจังเลยนะ ในเมื่อมาแล้ว ก็ช่วยอุดหนุนน้องสาวคนนี้หน่อยนะคะ ถ้าดื่มกันจนพอใจแล้ว จะให้ทิปน้องสาวคนนี้สักหน่อยก็ไม่ว่ากันค่ะ”“จุ๊ ๆ ๆ ...” จางซานส่ายหน้าพลางแค่นหัวเราะเยาะขึ้นมาทันทีคิดถึงตอนนั้น เขามักจะคอยเดินตามก้นป
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4
มุมปากฉันกระตุกวูบ อยากด่ากลับไปจริง ๆ ว่า “นายประสาทหรือเปล่า!”แต่ตอนนี้เขาได้ดิบได้ดีแล้ว ไม่ใช่ ‘ไอ้ทึ่ม’ คนเดิมที่ใคร ๆ ก็รังแกได้อีกต่อไปฉันข่มความรู้สึกอยากด่าเขาเอาไว้ ฝืนยิ้มแข็งทื่อ “ประธานเฮ่อ คุณอย่ามาล้อฉันเล่นเลยค่ะ ฉันต้องไปทำงานแล้ว ไปนะคะ”“หลี่ซื่อทำได้ แล้วทำไมผมถึงทำไม่ได้” เฮ่อจือโจวถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความเย็นชาฉันขมวดคิ้ว “หลี่ซื่อทำได้ คุณทำไม่ได้อะไรของคุณ คุณพูดเรื่องอะไรเนี่ย”“เมื่อกี้คุณให้หลี่ซื่อเอาเงินมาห้าสิบล้าน แล้วคุณจะยอมนอนกับเขาทั้งคืน แล้วถ้าผมเอาเงินมาห้าสิบล้าน ทำไมคุณถึงไม่ยอมนอนกับผมล่ะ”ฉันอดมองบนไม่ได้ที่ฉันพูดไปเมื่อกี้เพราะรู้ว่าหลี่ซื่อควักเงินห้าแสนก็แทบจะกระอักเลือดแล้ว ถ้าห้าสิบล้านก็คงเอาชีวิตเขาไปเลย ฉันเลยตั้งใจพูดว่าห้าสิบล้านเพื่อยั่วโมโหหลี่ซื่อ คิดไม่ถึงว่าผู้ชายคนนี้จะเอาจริงเฮ่อจือโจวเดินมาตรงหน้าฉัน เขาอัดบุหรี่ พ่นควันออกมาเป็นวงก่อนเอ่ย “ตอนนี้บ้านคุณกำลังร้อนเงินมากไม่ใช่เหรอ ขอแค่คุณยอมนอนกับผมคืนหนึ่ง เงินห้าสิบล้านก็เป็นของคุณแล้ว เป็นไง”ฉันแอบกำมือที่อยู่ข้างลำตัวแน่นความจริงฉันก็รู้จุดประสงค์ที่
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5
ฉันมองไปอย่างประหม่า ก็เห็นเขาพันผ้าเช็ดตัวผืนเดียวเดินออกมาจากข้างในเขามีรูปร่างมาตรฐานแบบไหล่กว้างเอวสอบ สัดส่วนร่างกายดีเยี่ยมผิวไม่คล้ำ แต่ก็ไม่ใช่ขาวแบบคนอ่อนแอ ทว่าเปล่งปลั่งไปด้วยความมีสุขภาพดีและแข็งแรงเมื่อก่อนฉันไม่ยอมให้เขาเปลือยกายต่อหน้า งานเลี้ยงรุ่นครั้งนั้นฉันก็เมาไม่ได้สติตลอดทั้งงาน เลยไม่เคยรู้มาก่อนว่ารูปร่างของเขาจะดีขนาดนี้พอรู้ตัวว่าเผลอเหม่อมองร่างกายเขา ฉันก็รีบเบือนหน้าหนีด้วยความขัดเขินผู้ชายคนนั้นเดินมาหยุดตรงหน้าฉันอย่างรวดเร็ว พร้อมกับไอความร้อนที่แผ่ซ่านออกมาฉันหดตัวถอยหลังด้วยความตื่นตระหนก ถามเขาเสียงตะกุกตะกัก “คุณ...คุณกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ หิวไหม หรือว่าฉัน...ฉันไปทำอะไรให้กินเอาไหมคะ”“ทำอะไรให้กินเหรอ” ผู้ชายคนนั้นหัวเราะเบา ๆ น้ำเสียงแฝงความเย้ยหยันอยู่บ้าง “นอกจากกินแล้ว คุณยังทำอาหารอะไรเป็นด้วยเหรอ”คำพูดนี้ทำเอาฉันพูดไม่ออกในสายตาเขา ฉันคงเป็นแค่คุณหนูที่ไม่ได้เรื่องไม่ได้ราวอะไรสักอย่างแต่ความจริงก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ นอกจากเต้นรำแล้ว ฉันยังทำอะไรเป็นอีกบ้าง ตัวฉันเองยังตอบไม่ได้เลยจู่ ๆ ผู้ชายคนนั้นก็โน้มตัวเข้ามาใกล้ฉัน ล
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6
เขาพลันขยี้บุหรี่ในมือ อุ้มฉันขึ้นมาแล้วจูบอย่างบ้าคลั่งท่ามกลางความสลึมสลือ เสื้อผ้าถูกถอดออกจนหมด ร่างกายถูกเขาวางลงบนเตียงหนานุ่ม...ตอนที่ความเจ็บปวดแล่นเข้ามา ฉันขมวดคิ้วแน่น ทว่าในใจกลับมีความสงสัยวาบผ่านเข้ามาเกิดอะไรขึ้นงานเลี้ยงรุ่นครั้งนั้นเรามีอะไรกันไปแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงยัง...ยังไม่ทันได้คิดอะไรให้มากความ สติของฉันก็ค่อย ๆ ล่องลอยไปไกล...ฉันไม่รู้ว่าเฮ่อจือโจวทรมานฉันไปนานแค่ไหน รู้แค่ว่าเขาเหมือนจะมีเรี่ยวแรงไม่รู้จักหมดจักสิ้นตื่นมาอีกทีก็เป็นเวลาเที่ยงของวันต่อมาแล้วมีเสียงน้ำดังแว่วมาจากในห้องน้ำฉันลากสังขารอันปวดเมื่อยลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะพบว่าบนเตียงมีรอยเลือดอยู่เอ๊ะ!เกิดอะไรขึ้นครั้งแรกของฉันให้เขาไปตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงยังมีเลือดออกอีกล่ะพอคิดถึงความเป็นไปได้บางอย่าง ฉันก็ขมวดคิ้วมุ่นผู้ชายคนนั้นเดินออกจากห้องน้ำมาพอดีฉันกัดริมฝีปากด้วยความกระดากอาย เอ่ยถามข้อสงสัยในใจออกไป “คืนงานเลี้ยงรุ่นนั้น ตกลงเรามีอะไรกันหรือเปล่า”“ไม่มี!”เขาตอบกลับมาอย่างฉะฉานส่วนฉันแทบจะสำลักอากาศตาย“แล้วตอนนั้นทำไมคุณถึงไม่ยอมอธิบายกับนักข่าวให
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7
จ้าวตานตานเพื่อนสนิทที่สุดของฉันเองทันทีที่รับสาย น้ำเสียงตื่นเต้นของจ้าวตานตานก็ดังมาให้ได้ยิน “อันอัน ฉันกลับประเทศแล้วนะ!”“จริงเหรอ?!”พอได้ยินว่าเพื่อนสนิทกลับมาแล้ว ความหมองหม่นในใจฉันตลอดหลายวันที่ผ่านมาก็มลายหายไปจนหมดสิ้นเพื่อนสนิทไปต่างประเทศเมื่อสามปีก่อน ตั้งแต่เธอไป ฉันก็ไม่มีคนให้คอยปรับทุกข์ด้วย ไม่มีคนเดินช้อปปิ้งเป็นเพื่อน ฉันคิดถึงเธอจะแย่อยู่แล้ว“ฉันเพิ่งลงเครื่อง ขอกลับไปพักก่อนนะ คืนนี้ออกมาเจอกันหน่อย”“อื้อ ๆ!”ฉันรับคำอย่างตื่นเต้น จนกระทั่งวางสายไป ถึงเพิ่งจะนึกขึ้นมาได้จริงสิ ตอนนี้ฉันไม่ได้มีอิสระแล้ว คืนนี้จะออกไปข้างนอกยังไงก็ต้องผ่านการอนุญาตจากเฮ่อจือโจวก่อนแถมตอนนี้ผู้ชายคนนั้นก็คุยยากจะตาย เขาต้องไม่อนุญาตแน่ ๆพอคิดมาถึงตรงนี้ ในใจฉันก็เกิดความหงุดหงิดขึ้นมาทันทีช่างเถอะ รอให้ถึงตอนเย็นค่อยว่ากันเวลานอนมักจะผ่านไปเร็วเสมอ ตื่นมาอีกทีก็หกโมงกว่าแล้วฉันลองถามป้าหวังดู ถึงได้รู้ว่าเฮ่อจือโจวยังไม่กลับมาและตอนนี้ เพื่อนสนิทก็ส่งโลเคชันบาร์มาให้ฉันแล้ว บอกว่ากำลังรอฉันอยู่ที่บาร์เดิมทีฉันกะจะออกไปเลย แต่ก็ดันนึกถึงคำเตือนของเฮ่อจือโ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8
ทำเอาเหมือนกับว่าคนที่เพิ่งตอบข้อความกำกวมกลับมาเมื่อกี้ไม่ใช่เขาอย่างไรอย่างนั้นฉันกระแอม ก่อนเอ่ยพร้อมกับยิ้มประจบ “ไม่มีอะไรค่ะ ไม่มีอะไร ฉันแค่อยากถามว่าคืนนี้คุณจะกลับมาไหม จะได้เตรียมวัตถุดิบทำกับข้าวไว้ให้”ปากพูดไปแบบนั้น แต่ในใจกลับภาวนาว่าคืนนี้เขาอย่าได้กลับมาเลย“พี่จือโจว...”ในขณะที่ฉันกำลังรอคำตอบจากเขา ปลายสายพลันมีเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังแทรกเข้ามาฉันชะงักไปนั่นรักแรกของเขาเหรอตอนนี้เขากำลังอยู่กับรักแรกเหรอ“ไม่ต้องทำกับข้าวให้ผม ผมกินมาแล้ว คืนนี้คุณก็ไม่ต้องรอผม นอนก่อนได้เลย”“อ๋อ...อ๋อ...”ฉันรับคำอย่างเหม่อลอย จากนั้นก็ได้ยินเสียง ‘ติ๊ด ติ๊ด’ ดังมาจากโทรศัพท์เขาวางสายไปแล้วตอนนี้เขาอยู่กับรักแรก คืนนี้คงไม่กลับมาแล้วละทั้งที่ฉันควรจะดีใจแท้ ๆ แต่ในใจกลับมีความรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูกฉันสลัดความคิดว้าวุ่นทิ้งไป เปลี่ยนเป็นชุดเดรสยาวสุดเซ็กซี่แล้วเดินออกจากบ้านเฮ่อจือโจวมีรักแรกที่ฝังใจ ส่วนฉันตอนนี้ก็เป็นแค่เมียเก็บของเขารอจนถึงวันที่เขาเบื่อฉัน หรือไม่ก็วันไหนที่จู่ ๆ เขารู้สึกว่าการแก้แค้นแบบนี้มันน่าเบื่อ เขาก็คงจะเขี่ยฉันทิ้งอย่างไ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9
ตอนนั้นเอง ด้านหลังพลันมีเสียงที่คุ้นเคยดังแว่วมาไม่ได้ยินเสียงนี้มานานมากแล้วหัวใจของฉันสั่นสะท้านขึ้นมาเล็กน้อย เรื่องราวในอดีตมากมายผุดขึ้นมาในใจเด็กหนุ่มในเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาด ปั่นจักรยานซ้อนท้ายฉันไปโรงเรียนเด็กหนุ่มถือกระดาษทด คอยอธิบายโจทย์คณิตศาสตร์ที่ฉันปวดหัวที่สุดให้ฟังเด็กหนุ่มที่รู้ว่าฉันอยู่ในช่วงวันนั้นของเดือน เขาช่วยอุ่นโยเกิร์ตแช่เย็นที่ฉันอยากกินให้หายเย็นก่อนถึงจะยอมให้ฉันกินกระทั่งในตอนสุดท้ายที่ฉันต้องแต่งงานกับเฮ่อจือโจว เขาขอบตาแดงก่ำเอ่ยถามฉันว่า งานแต่งนี้ไม่แต่งได้ไหมอดีตเหล่านั้นที่มีทั้งความสุข ความหวานชื่น และความเสียดายล้วนค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นควันลอยล่อง และค่อย ๆ มลายหายไปหัวใจของฉันก็สงบลงตามไปด้วยตอนที่ฉันหันกลับไปก็ได้เห็นเฮ่ออี้เฉินยีนของตระกูลเฮ่อดีมากจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเฮ่อจือโจวหรือเฮ่ออี้เฉิน ต่างก็หล่อเหลาจนทำให้คนละสายตาไม่ได้คนหนึ่งเย็นชา สุขุมและสูงส่ง อีกคนหนึ่งอบอุ่นและสุภาพอ่อนโยนไม่ได้เจอกันสามปี เฮ่ออี้เฉินดูสุขุมกว่าเมื่อก่อนมาก ดวงตาภายใต้แว่นตากรอบทองคู่นั้นช่างอ่อนโยนราวกับจะละลายผืนน้ำแข็งได้“ไม่ได้เจอกั
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10
ลองคิดดูสิว่าเมื่อก่อนฉันเคยทำตัวขี้ขลาดและระมัดระวังต่อหน้าเขาแบบนี้เสียที่ไหนล่ะเฮ้อ คนเราพอตกอับ มันก็ไม่เหมือนเดิมจริง ๆทันทีที่รับสาย เฮ่อจือโจวก็หัวเราะมาจากปลายสายเสียงหัวเราะเยือกเย็นนั่นฟังแล้วทำเอาขนลุกซู่ไปหมดฉันทำใจดีสู้เสือ ชิงพูดขึ้นก่อน “ขอโทษนะคะ เมื่อกี้ฉันหลับอยู่ พอตื่นมากำลังจะรับสาย แต่คุณก็ตัดสายไปซะก่อน”“งั้นเหรอ” เฮ่อจือโจวหัวเราะเนิบนาบ “แล้วตอนนี้คุณกำลังทำอะไรอยู่ล่ะ”ฉันชะงักไป ตอบกลับตามสัญชาตญาณ “นอนสิคะ นี่ไง พอตื่นเพราะสายของคุณ ก็กำลังนอนคุยกับคุณอยู่บนเตียงนี่ไง”ฉันมองใบหน้าเรียบเฉยของตัวเองในกระจก แอบนับถือความสามารถในการโกหกของตัวเองอยู่เหมือนกันเฮ่อจือโจวหัวเราะหนักขึ้น เพียงแต่เสียงหัวเราะนั้นฟังแล้วก็ยังทำให้เสียวสันหลังวาบอยู่ดีความจริงพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า คนที่ร้อยวันพันปีไม่เคยยิ้มแบบเขา ไม่เหมาะกับการหัวเราะจริง ๆ มันดูขัดหูขัดตาแบบสุด ๆ“ถ้าแบบนั้น ผมก็ไปกวนฝันดีของคุณน่ะสิ”เสียงของเฮ่อจือโจวดังมาอีกครั้ง ราบเรียบไร้อารมณ์โกรธเคืองจนเดาใจไม่ถูกฉันรีบหัวเราะ “ใช่ที่ไหนกันคะ ฉันฝันร้ายต่างหาก โชคดีที่โทรศัพท์คุณปลุก ฝันร้
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status