Masuk“คิดถึงคุณมาตั้งนานแล้ว...” ท่ามกลางความมืดมิดยามค่ำคืน ผู้ชายคนนั้นจูบฉันอย่างจาบจ้วงและเอาแต่ใจ เขาคือสามีแต่งเข้าบ้านของฉัน มีครั้งหนึ่งเพราะความเมามาย ฉันพลาดตกเป็นของเขาจนเรื่องบานปลายใหญ่โต ดังนั้นคุณหนูล้ำค่าอย่างฉันจึงจำใจต้องยอมให้หนุ่มตกอับอย่างเขาแต่งเข้าบ้านเรามาเป็นสามี ฉันคอยเหยียดหยาม ย่ำยี ไม่ทุบตีก็ด่าทอเขาอยู่บ่อย ๆ ด้วยความขุ่นเคืองใจ แต่เขาไม่เคยโกรธเลยสักนิด ยังคงทำตัวเป็นสามีผู้ว่าง่ายและแสนดี ทว่าในตอนที่ฉันค่อย ๆ เริ่มรู้สึกดีกับเขา เขากลับเป็นฝ่ายขอหย่ากับฉันเสียเอง ผู้ชายที่เคยว่าง่ายและแสนดีในวันวาน จู่ ๆ ก็กลายเป็นคนร้ายลึกและน่าหวาดกลัว สถานการณ์พลิกผันเพียงชั่วข้ามคืน ครอบครัวฉันตกต่ำลง ส่วนเขากลับมั่งคั่งขึ้น สามีแสนดีที่ฉันเคยเหยียบย่ำอยู่ใต้ฝ่าเท้าในวันวาน พลิกโฉมกลายมาเป็นผู้อุปถัมภ์ของฉัน
Lihat lebih banyakฉันขี้เกียจจะสนใจเขาจึงหันหลังเดินออกไปข้างนอกข้างหลังมีเสียงเพื่อนคนงานพวกนั้นหัวเราะเยาะอาเวยดังแว่วมา“ที่แท้แฟนนายก็คือคนที่พวกนั้นซุบซิบนินทากันเมื่อหลายวันก่อนนี่เอง”“จุ๊ ๆ ๆ ผู้หญิงหน้าไม่อายที่คอยอ่อยผู้ชายรวย ๆ ไปทั่วแบบนี้ เราไม่กล้าเอาหรอก”“นั่นสิ พี่เวย เมื่อกี้เรายังอิจฉานายอยู่เลย แต่ตอนนี้พวกเราสงสารนายนะ ไม่แน่บนหัวนายอาจจะโดนสวมเขาไปตั้งเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้”“ไป ๆ ๆ ...อย่ามาพูดจาเหลวไหลแถวนี้ ฉันเคยพูดตอนไหนว่าเธอเป็นแฟนฉัน”ฉันกระตุกยิ้มหยัน เร่งฝีเท้าเดินออกจากโรงอาหารเศษอิฐพวกนั้นจะมีรถเฉพาะสำหรับขนไปทิ้งจุดที่กำหนด ซึ่งจุดที่กำหนดอยู่ทางทิศตะวันตกห่างออกไปหนึ่งกิโลเมตรถ้าใช้รถขน สองรอบก็ขนเสร็จแล้วแต่ให้ฉันใช้รถเข็นคันเล็ก ๆ นั่นขน ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะต้องขนกี่รอบฉันเงยหน้ามองกองเศษอิฐที่สูงกว่าตัวฉัน ในใจรู้สึกอยากจะถอดใจอยู่บ้างแต่พอนึกถึงท่าทีเย้ยหยันของเฮ่อจือโจว ฉันก็รีบส่ายหน้าทันทีไม่ได้ ฉันจะยอมถอยไม่ได้เด็ดขาดผู้ชายคนนั้นเอาแต่คิดมาตลอดว่าฉันทนความลำบากไม่ได้ คราวนี้ฉันจะต้องทำให้เขาดูให้เต็มตาหัวหน้าโจวเหมือนกลัวฉันจะหนีไป ร
“พวกคุณตั้งใจจะลงโทษเธอยังไงล่ะ”หัวหน้าโจวกับเสียวหลี่มองหน้ากัน ทั้งสองคนตอบไม่ถูกไปชั่วขณะเสียวหลี่ถอนหายใจ “หลัก ๆ คือเธอเป็นพนักงานเอกสารชั่วคราว พนักงานเอกสารชั่วคราวเนี่ย ตอนเข้ามาทำงานเซ็นสัญญาไว้ จะไล่ออกส่งเดชไม่ได้ครับ”“ใช่ ๆ ๆ !” หัวหน้าโจวรีบเสริม “ไม่งั้นพนักงานที่ไม่เจียมตัวแบบนี้ ผมไล่ออกไปตั้งนานแล้ว บอสใหญ่ครับ อย่าพาลโกรธแผนกเราเพราะเธอคนเดียวเลยนะครับ”“ใช่ครับบอสใหญ่!” เสียวหลี่กับหัวหน้าโจวรับส่งกันเป็นปี่เป็นขลุ่ย “ห้องเอกสารของเราขยันขันแข็ง ทำงานด้วยความอุตสาหะมาตลอด อย่าปฏิเสธความพยายามทั้งหมดของแผนกเราเพียงเพราะเธอเป็นปลาเน่าตัวเดียวเลยนะครับ”“บอสใหญ่ครับ...”“พอได้แล้ว!”หัวหน้าโจวยังอยากจะพูดอะไรต่อ แต่เฮ่อจือโจวก็พูดขัดขึ้นมาเสียงเรียบ น้ำเสียงแฝงความรำคาญใจหัวหน้าโจวพลันไม่กล้าพูดอะไรอีกเลยเสียวหลี่เองก็ไม่กล้าอ้าปากแล้วเหมือนกัน ได้แต่ถลึงตามองฉันด้วยความดูถูกและรังเกียจเฮ่อจือโจวล้วงซองบุหรี่ออกมา เคาะบุหรี่หนึ่งมวนมาคาบไว้ในปาก เตรียมจะจุดไฟทันใดนั้นทุกคนก็ถือไฟแช็กกรูกันเข้าไปภาพนั้นทั้งตลกทั้งน่าสมเพชแต่ที่นี่ นอกจากเฮ่อจือโจวแล
เฮ่อจือโจวเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ยิ้มอย่างนึกสนุกเขาพูดกับฉัน “ดูสิ แฟนคุณให้คุณมาขอโทษผมไม่ใช่เหรอ ทำไมคุณยังยืนเฉยอยู่อีกล่ะ”พอเฮ่อจือโจวพูดแบบนี้ อาเวยก็ผลักฉันไปทางเขาเฮ่อจือโจวยิ่งยิ้มอย่างนึกสนุกมากขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความเย้ยหยันจู่ ๆ เขาก็ลุกขึ้นยืน เดินมาตรงหน้าฉันเขาหลุบตามองฉัน ในดวงตาล้ำลึกนั้นมีความเย็นชา ความเย้ยหยัน และยังมี...ความเคียดแค้นแรงกดดันอันเข้มข้นจู่โจมเข้ามาอีกครั้งฉันอยากจะถอยหลัง ทว่าสองเท้ากลับราวกับหยั่งรากลึก ยกอย่างไรก็ยกไม่ขึ้นเขายิ้มให้ฉัน จู่ ๆ ก็ก้มลงมากระซิบข้างหู ยิ้มอย่างมีความหมาย “ถ้าผมให้แฟนคุณส่งคุณมาที่เตียงผม คุณว่าเขาจะยอมไหม”“พอได้แล้ว!”ฉันใช้แรงทั้งหมดผลักเขาออกไป ตะคอกเสียงต่ำใส่เขา “ฉันบอกไปตั้งหลายครั้งแล้วว่าเขาไม่ใช่แฟนฉัน ทำไมคุณถึงเอาแต่ตามจองล้างจองผลาญไม่เลิกแบบนี้”“ผม...ตามจองล้างจองผลาญงั้นเหรอ”เฮ่อจือโจวแค่นหัวเราะเยาะตัวเอง เสียงหัวเราะนั้นเย็นชามาก ใบหน้าหล่อเหลาก็ค่อย ๆ ดำทะมึนลง“พระเจ้าช่วย เสี่ยวถัง เธอทำอะไรน่ะ”ตอนนั้นเอง เสียงอุทานด้วยความตกใจก็ดังมาจากประตูโรงอาหารวินาทีต่อมา ร่างของฉันก็ถ
อาเวยพึมพำกับตัวเองอีกว่า “ฉันรู้ละ เมื่อวานเธอต้องไปทำให้แฟนเขาไม่พอใจที่ร้านอาหารแน่ ๆ เขาถึงตามมาคิดบัญชีกับเธอต้องเป็นแบบนั้นแน่ ไม่งั้นเมื่อวานคุณผู้หญิงคนสวยคนนั้นคงไม่กลับไปโดยไม่จ่ายค่าอาหารให้เราหรอกเธอก็เหมือนกัน เขาหวังดีมาเลี้ยงพวกเรา เธอจะไปทำให้เขาโกรธทำไมล่ะ ดูสิ ผู้ชายของเขามาคิดบัญชีกับเธอแล้วเนี่ย”ฉันเยาะเย้ยตัวเองในใจเห็นไหม ขนาดอาเวยที่เป็นคนนอกยังดูออกเลยว่ากู้ชิงชิงเป็นแฟนของเฮ่อจือโจว ดูออกว่าฉันไปยั่วโมโหกู้ชิงชิง เฮ่อจือโจวถึงมาคิดบัญชีกับฉันฉันข่มความขมขื่นในใจฉันค่อย ๆ หันกลับไปเห็นเพียงเฮ่อจือโจวกำลังนั่งสบายอารมณ์อยู่บนเก้าอี้ ในมือคีบบุหรี่บ้าเอ๊ย ตอนฉันเข้ามาเมื่อกี้ก็เห็นมีคนนั่งอยู่คนหนึ่ง แต่หันหลังให้ฉันและฉันก็ไม่ได้คิดว่าจะเป็นเขา เลยไม่ได้มองให้ละเอียดถ้ารู้ว่าเป็นเขา ตอนที่เดินเข้ามาฉันน่าจะหันหลังวิ่งหนีไปเลยเฮ่อจือโจวมองฉันยิ้ม ๆ สูบบุหรี่ไปทีหนึ่ง ก่อนพ่นควันออกมา เผยให้เห็นความสง่างาม ความเกียจคร้าน และความน่าเกรงขามของผู้ชายคนนี้ได้อย่างหมดจดอาเวยกับเพื่อนคนงานสองสามคนข้าง ๆ ไม่ค่อยกล้าเข้าไปทักเขา ได้แต่กระซิบกระซาบกั
Ulasan-ulasanLebih banyak