Mag-log inเช้าวันแรกของการเริ่มงานที่บริษัทวิสต้า คอร์เปอร์เรชั่น สาขาเมืองต้นแบบ ขนมเดินเข้าสำนักงานด้วยท่าทางคล่องแคล่ว และความตื่นเต้นเล็ก ๆ ในหัวใจ
ออฟฟิศแห่งนี้ตกแต่งอย่างเรียบหรู ผสานความล้ำสมัยเข้ากับความอบอุ่น ทุกคนดูเป็นกันเอง ไม่มีความเคร่งเครียดแบบที่เธอเคยจินตนาการถึง
เพียงไม่กี่นาทีหลังเธอเซ็นชื่อเข้าทำงาน ร่างสูงในสูทสีน้ำตาลอ่อนก็ก้าวเข้ามาทักทาย
“ขนม?”
หญิงสาวหันขวับตามเสียง และเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคย
“พี่วิน!?”
“ใช่แล้ว จำพี่ได้ด้วย ดีใจจัง” ราวินหัวเราะอย่างเป็นมิตร ดวงตาคมกริบยังคงอบอุ่นเหมือนเดิม
“แหม~ พี่วิน เพื่อนสนิทของพี่กันต์ ใครจะลืมได้ลงล่ะคะ” ขนมหัวเราะอย่างสบายใจขึ้นมาทันทีที่เจอคนคุ้นหน้า
“เราทำงานที่นี่เหรอ?”
“ค่ะ ขนมมาเป็นเลขาฯ ท่านประธานค่ะ”
เธอพูดด้วยรอยยิ้ม โดยไม่ทันได้สังเกตเลยว่า หลายสายตาในออฟฟิศแอบมองพวกเขาอยู่เงียบ ๆ
“อย่างนี้ก็แสดงว่า...เราได้ทำงานด้วยกันน่ะสิ” ราวินเอ่ยพร้อมรอยยิ้มมีเลศนัย
“หืม?” ขนมเลิกคิ้วงง ๆ
“ยังไงคะ?”
“มาเถอะ เดี๋ยวก็รู้”
ราวินยักคิ้วให้เธอเล็กน้อย ก่อนจะเดินนำไปทางลิฟต์ฝั่งผู้บริหาร ซึ่งขนมลังเลเล็กน้อยแต่ก็ตามไปอย่างว่าง่าย
ลิฟต์ขึ้นไปยังชั้นบนสุด ทันทีที่ประตูเปิดออก เธอก็ได้กลิ่นหอมจาง ๆ ของไม้และดอกไม้แห้งผสมกัน เสียงเท้ากระทบพื้นไม้ขัดเงาเบา ๆ ดังขึ้น ขนมมองไปรอบ ๆ อย่างประหลาดใจ
“ที่นี่...”
เธอพึมพำกับตัวเอง เมื่อเห็นบรรยากาศของชั้นนี้แตกต่างจากด้านล่างโดยสิ้นเชิง เงียบขรึม เป็นส่วนตัว และดูหรูหราในระดับผู้บริหารระดับสูง
“พี่วิน...” ขนมหันไปมองเขาอย่างสงสัย
“พี่พาหนูมาที่นี่ทำไมคะ?”
ราวินไม่ตอบ แต่เปิดประตูห้องหนึ่งที่ป้ายหน้าห้องเขียนว่า ‘ประธานบริหาร’
“ยินดีต้อนรับสู่ห้องทำงานของพี่...เลขาคนใหม่” เขาหันมายิ้มพร้อมผายมือ
ขนมอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะยกมือขึ้นแตะหน้าอกตัวเองเบา ๆ
“เดี๋ยวนะคะ…พี่วินคือ—?”
“ประธานบริษัทวิสต้า คอร์เปอร์เรชั่นเองครับ” ราวินพูดพร้อมหัวเราะเบา ๆ
“โอ๊ย!! ขนมจะเป็นลม!” หญิงสาวทิ้งตัวลงบนโซฟาในห้องทันทีอย่างตกใจ
“ใจเย็นสิครับ เดี๋ยวกระโปรงเปิดหมดแล้ว~” เขาแกล้งแซวเรียบ ๆ ก่อนเดินไปวางเอกสารบนโต๊ะ
เสียงหัวเราะของทั้งสองคลอไปทั่วห้องท่ามกลางแสงแดดอ่อน ๆ ที่ลอดผ่านม่านหน้าต่าง
“แบบนี้ ขนมก็แอบอู้งาน แอบกินขนมได้สิคะ~” หญิงสาวส่งยิ้มทะเล้นแบบที่เธอถนัดให้ประธานหนุ่ม
“เชิญเลย แต่ขอแค่เรื่องงานต้องเป๊ะนะครับ” ราวินยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ดวงตาคมกริบยังคงจับจ้องใบหน้าเธออย่างอารมณ์ดี
“แหม~ พี่วินก็รู้อยู่แล้วว่า ขนมตั้งใจทำงานสุด ๆ” เธอแกล้งเบะปากใส่ ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ
“รู้สิ... รู้ด้วยว่าเมื่อก่อนตั้งใจจีบไอ้กันต์แค่ไหน” ราวินหัวเราะในลำคอ ริมฝีปากคลี่ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
“พี่วิน!!!” ขนมถึงกับเขินจนหน้าแดงระเรื่อ เธอยกมือขึ้นมาปิดหน้าตัวเองทันที
“นั่นมันเรื่องเก่านานแล้วนะคะ” เธอพยายามตอบเรียบ ๆ แม้หัวใจจะเต้นโครมคราม
“งั้นแปลว่าตอนนี้ไม่ได้ชอบไอ้กันต์แล้ว?”
ขนมยิ้มยั่วนิด ๆ ดวงตาเปล่งประกายเหมือนจงใจท้าทาย
“...จะว่าแบบนั้นก็ได้ค่ะ”
“โอ้โห งั้นพี่ก็มีสิทธิ์ลุ้นล่ะสิ” ราวินยิ้มกริ่ม ขยับตัวเข้าใกล้จนขนมต้องก้าวถอยห่างอัตโนมัติ
“พี่วินอย่ามาล้อเล่นกับหนูนะ” ขนมหรี่ตามอง สีหน้าจริงจัง
“ถ้าพี่คิดไม่ซื่อ หนูจะฟ้องมิวจริง ๆ ด้วย!” เธอเชิดหน้าใส่ จมูกรั้น ๆ ทำเอาราวินถึงกับหัวเราะลั่น
“โอเค ๆ พี่ไม่แกล้งแล้ว” เขายกมือยอมแพ้ ยิ้มอย่างนึกเอ็นดู
“เอาล่ะ โต๊ะเราน่าจะจัดเสร็จแล้ว อยู่หน้าห้องพอดี ไปเริ่มงานได้แล้ว”
เขาขยับเนกไทให้เข้าที่ ก่อนจะเดินไปยังโต๊ะทำงานที่มีมุมโปร่งมองเห็นวิวเมืองได้ชัดเจน
“รับแซ่บค่ะ ท่านประธาน~” ขนมยิ้มกว้าง แกล้งทำท่าตะเบ๊ะล้อเลียน ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไปด้วยท่าทีคล่องแคล่ว
ราวินมองตามร่างบางที่หายออกไปจากห้อง เขาส่ายหน้า แล้วพึมพำกับตัวเอง
“ไอ้กันต์... คราวนี้มึงจะรอดจากน้องขนมมั้ยวะ?”
...
ขนมทำงานได้อย่างคล่องแคล่วตั้งแต่เช้าวันแรก ด้วยความที่เธอเคยผ่านประสบการณ์เป็นเลขาบริษัทชั้นนำในเมืองหลวงมาก่อน ทำให้การปรับตัวกับที่นี่ไม่ใช่เรื่องยากเลยแม้แต่น้อย
เธอจัดระเบียบเอกสาร เข้าประชุมกับทีม และดูแลงานของประธานบริษัทอย่างไม่ติดขัด แม้จะเป็นเพียงวันแรก แต่ทุกคนในแผนกต่างก็เริ่มคุ้นชินกับความสดใสและมืออาชีพของเธออย่างรวดเร็ว
ราวินเองก็สังเกตเห็นความสามารถของเธอเช่นกัน เขาไม่ได้สอนงานมากนัก เพียงแค่แนะนำภาพรวมของระบบงานที่บริษัทใช้ แต่ขนมกลับสามารถเรียนรู้และจัดการทุกอย่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“ไม่ธรรมดาเลยนะเรา” เขาเอ่ยขึ้นเบา ๆ ระหว่างเดินผ่านโต๊ะทำงานของเธอ
“ขอบคุณค่ะ ขนมชอบงานแบบนี้อยู่แล้ว” เธอตอบพร้อมรอยยิ้ม
ช่วงบ่ายของวัน ราวินชวนเธอออกไปประชุมกับลูกค้ารายสำคัญนอกสถานที่ ขนมรับหน้าที่จัดการเอกสารและช่วยสรุปประเด็นต่าง ๆ ระหว่างการพูดคุย และด้วยความกระตือรือร้น บวกกับไหวพริบในการตอบคำถามและเข้ากับลูกค้าได้ดี ทำให้เธอได้รับคำชมจากผู้บริหารฝั่งลูกค้าโดยตรง
“เลขาคนใหม่ของคุณ ดูมีเสน่ห์และเก่งใช้ได้เลยนะครับ” ลูกค้าคนหนึ่งหันมากระซิบกับราวินตอนท้าย
“ครับ ผมก็คิดแบบนั้น” ราวินตอบยิ้ม ๆ สายตาเหลือบมองขนมที่กำลังเก็บเอกสารอย่างตั้งใจอยู่ข้างโต๊ะ
เมื่อเสร็จภารกิจในวันนั้น ราวินอาสาพาขนมกลับมาส่งที่หน้าบ้าน รถยนต์คันหรูแล่นชะลอเข้าจอดที่หน้ารั้วบ้านสีขาวครีมของเธอ ขนมปลดเข็มขัดนิรภัย พลางหันมายิ้มหวานให้
“ขอบคุณที่ไปส่งนะคะ ท่านประธาน” เธอแกล้งเรียกอย่างประชดเบา ๆ
“วันนี้เราเก่งมากเลยนะ พี่ไม่คิดว่าเด็กที่เคยวิ่งตามกันต์จะโตมาเป็นมืออาชีพได้ขนาดนี้” ราวินพูดติดตลกปนชื่นชม
“อ้าว~ พี่วินยังเอาเรื่องนั้นมาพูดอีก” ขนมหัวเราะเขิน ๆ
“พี่พูดเพราะภูมิใจต่างหาก” เขายิ้ม
“ว่าแต่กลับมาคราวนี้ ตั้งใจจะอยู่ยาวเลยเหรอ?”
“ค่ะ ขนมอยากตั้งหลักให้ได้ แล้วที่นี่ก็น่ารักกว่าที่คิด”
“แล้ว...”
“ยัยขนม!!”
เสียงตะโกนพร้อมใบหน้าใส ๆ ที่แนบติดกับกระจกหน้าต่างฝั่งที่ขนมนั่ง ทำเอาทั้งราวินและขนมหัวเราะออกมาพร้อมกัน
“ยัยมิว! ตกใจหมดเลย!” ขนมเปิดประตูรถลงมา พลางแกล้งเอ็ดเพื่อนเสียงแหลม
“ก็เห็นนั่งรถมากับหนุ่มหล่อระดับพี่วิน จะไม่มาแซวได้ไงเล่า” มิวเดินเข้ามาแกล้งดึงแขนเพื่อน แล้วหันไปยกมือไหว้ราวินด้วยรอยยิ้ม
“สวัสดีค่ะพี่วิน ไม่เจอกันตั้งนาน”
“สวัสดีครับน้องมิว ไม่เปลี่ยนเลยนะครับ ยังสดใสเหมือนเดิม” ราวินยิ้มให้ แววตาอ่อนโยนเป็นพิเศษแบบที่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้ว่ากำลังเผยความรู้สึกบางอย่างออกมา
“โอ๊ย~ ปากหวานเหมือนเดิมเลยนะคะ พี่วิน” มิวหัวเราะ
ขนมยืนมองเพื่อนกับชายหนุ่มตรงหน้า พลางแอบอมยิ้ม
‘เขามองแกขนาดนี้...แกยังไม่รู้ตัวอี๊ก! ยัยมิว!’
“ว่าแต่ขนมทำงานเหนื่อยมั้ย วันนี้?” มิวหันมาถาม
“ก็สนุกดีนะ งานที่บริษัทน่ารักกว่าที่คิด มีพี่วินช่วยอีกแรง เลยไม่มีอะไรต้องห่วง” ขนมตอบ
“อย่างนั้นก็ดีแล้ว~”
ทันใดนั้น ประตูรั้วเหล็กหน้าบ้านก็เปิดออกพร้อมเสียงเครื่องยนต์ดังใกล้เข้ามา รถยนต์คันหรูจอดชิดริมทาง ก่อนที่กันต์ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนกับกางเกงสแลคสีเข้มจะก้าวลงมา พร้อมกระเป๋าโน้ตบุ๊กในมือ
แววตาคมกริบของเขาสะดุดทันทีที่เห็นขนมยืนอยู่หน้าบ้าน...พร้อมกับราวิน
สายตาคมกวาดมองตั้งแต่เพื่อนรักไปจนถึงหญิงสาวข้างกาย ก่อนจะแอบหรี่ตาลงเล็กน้อยอย่างไม่ปิดบังความรู้สึก
“กลับมาแล้วเหรอ พี่กันต์~” มิวทักเสียงใส
“อืม” เขาพยักหน้าตอบ พลางเดินเข้ามาหาทั้งกลุ่ม แววตามองไปที่ราวินนานกว่าปกติเล็กน้อย
“ทำไมมาด้วยกันได้วะ? วิน”
“แวะมาส่งน้องขนมน่ะ” ราวินตอบพลางยิ้มมุมปาก แต่เหมือนคำว่า ‘น้องขนม’ จะทำให้กันต์ยิ่งรู้สึกขัดหูเข้าไปใหญ่
“ประธานต้องบริการดีขนาดนี้เลยเหรอวะ” กันต์พูดเรียบ ๆ แต่ดวงตาที่มองเพื่อนรักไม่ค่อยพอใจนัก
มิวรีบเดินมากอดแขนพี่ชายแล้วพูดแทรกขึ้นทันทีราวกับสัมผัสได้ถึงบรรยากาศบางอย่างที่อาจจะเริ่มตึง
“เอ้า พี่กันต์ พี่วิน ขนม เข้าไปในบ้านก่อนเลยค่ะ! วันนี้มิวทำอาหารไว้รออยู่แล้วนะ เลี้ยงต้อนรับขนมแบบจัดเต็ม!”
“หือ? จริงเหรอมิว” ขนมหันไปถามอย่างตื่นเต้น
“จริงสิ~” มิวพยักหน้าแรง
“วันนี้จัดเมนูเด็ดเลยนะ มีต้มยำปลาทูบ้าน ยำแซลมอนใส่มะม่วงเบา หมูสามชั้นทอดน้ำปลา แล้วก็ของโปรดพี่วินด้วย~”
“ของโปรดพี่?” ราวินเลิกคิ้ว
“ไข่เจียวปู! ใช่มั้ยล่ะคะ~ มิวจำได้หมดนะว่าพี่ชอบอะไร”
มิวกะพริบตาปริบ ๆ พร้อมรอยยิ้มใสซื่อ แต่ไม่รู้เลยว่าการพูดแบบนั้นทำให้ราวินถึงกับยิ้มออกอย่างจริงใจ
“โอ้โห แบบนี้ประธานก็มีแรงทำงานพรุ่งนี้แล้วสิครับ” ราวินหันไปแซวขนมเบา ๆ
“ดีเลยค่ะ หนูจะได้ยื่นแฟ้มงานเพิ่มอีกสามเล่ม” ขนมหัวเราะคิก ๆ
“เดี๋ยวเถอะ” ราวินหัวเราะบ้าง ก่อนทั้งหมดจะเดินเข้าบ้านกันไปด้วยบรรยากาศอบอุ่นและเสียงหัวเราะ
มีเพียงกันต์คนเดียวที่ยังไม่พูดอะไร...แต่จังหวะก้าวของเขาที่เร็วขึ้นนั้น ก็บอกได้มากพอว่า เขาไม่ได้ชอบ ‘ไข่เจียวปู’ สักเท่าไหร่เลยในวันนี้
คืนนั้น หลังจากกลับถึงห้องพักฟื้นส่วนตัว ชั้น 8 ของโรงพยาบาลเอกชนที่เงียบสงบแสงไฟสลัวสีเหลืองนวลจากโคมข้างเตียงสาดลงมาอย่างอ่อนโยน ปกคลุมร่างเล็กของขนมที่นอนหลับสนิทบนเตียงผู้ป่วยข้างกายเธอ คาแนล…ขนมหวานตัวน้อย…นอนขดตัวอยู่ในอ้อมแขนแม่ แก้มแดงระเรื่อ ริมฝีปากจิ๋วขยับเบา ๆ ราวกับกำลังฝันดีขนมหายใจแผ่วสม่ำเสมอ ผมยุ่งเหยิงแต่ยังสวยงามในสายตาเขากันต์นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียง มือใหญ่ประสานกันวางบนตัก เขาไม่ได้หลับตาแม้แต่นิดเดียวสายตาคมกริบที่เคยมองแผนผังอาคารสูงระฟ้า มองงบประมาณโครงการพันล้าน คืนนี้กลับดูอ่อนโยนจนไม่เหมือนซีอีโอที่ดูเย็นชาและแข็งกระด้างแม้แต่นิดเดียวเขามองภาพตรงหน้า เมียกับลูกนิ่ง และนาน ราวกับกลัวว่า ถ้าเผลอกะพริบตา ภาพงดงามที่สุดในชีวิตจะหายไปแล้วเขาก็กระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่า“พี่เคยสร้างบ้านมาหลายหลัง… คฤหาสน์ริมน้ำ โครงการหรูใจกลางเมือง คอนโดมิเนียมระดับพรีเมียม”“แต่ไม่มีหลังไหนเลย…ที่ทำให้พี่รู้สึกถึงความอบอุ่น ความรัก และความสุขได้เท่ากับหลังที่มีภรรยากับลูกของพี่อยู่เลย”เขายกมือขึ้น ลูบผมเปียกเหงื่อของขนมเบา ๆ นิ้วโป้งไล้ลงมาตามแนวโหนกแก้มที่ยังแดงระเรื
🌸 วันคลอด – ห้องผ่าตัดคลอด ชั้น 7 โรงพยาบาลเอกชนใจกลางกรุงเทพฯห้องคลอดสว่างจ้าด้วยแสงไฟ LED สีขาวเย็น แสงนั้นสะท้อนบนเครื่องมือแพทย์ที่วางเรียงราย เสียงเครื่องวัดชีพจรดังติ๊ด ๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ผสมกับเสียงหายใจหอบถี่ของขนมที่ดังขึ้นทุกครั้งที่เจ็บท้องเธอบีบมือกันต์แน่น แม้เขาจะเจ็บแต่ก็อดทนเพื่อเมียได้เสมอ“พี่กันต์…หนูเจ็บมากกกก ฮืออออ…”เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นบนหน้าผาก ผมเปียกชุ่มติดกับแก้ม ขนมกัดฟันแน่น น้ำตาไหลพรากโดยไม่รู้ตัวกันต์ยืนข้างเตียง ไม่ขยับไปไหนแม้แต่นิ้วเดียว ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยสุขุมเย็นชา ตอนนี้ซีดเผือดกว่าคนคลอดเสียอีก ปากแห้งผาก แต่สายตายังคงมองที่เธอ ไม่เคยละสายตา“เก่งที่สุดเลยครับคนดี…อีกนิดเดียวแล้ว พี่อยู่ตรงนี้ ไม่ไปไหนทั้งนั้น”เขาก้มลงจูบหลังมือที่เธอบีบแน่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ริมฝีปากร้อนสั่นเล็กน้อย แต่เสียงเขาพยายามนิ่ง พยายามเข้มแข็งเพื่อเธอ“หายใจเข้าลึก ๆ นะครับ…ตามที่หมอบอก เก่งมาก เก่งที่สุดในโลกเลย”และแล้ว…หลังจากการเบ่งครั้งสุดท้ายที่เหมือนจะใช้พลังทั้งหมดของชีวิต เสียงร้องแหลมเล็กใสกังวานก็ดังขึ้นก้องห้องแว้! แว้! แว้!โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุนชั่ว
หลังจากรู้ว่ามีอีกหนึ่งหัวใจเต้นอยู่ในร่างเล็กของเธอ ชีวิตของขนมก็เปลี่ยนไปทันทีไม่ใช่เพราะอาการแพ้ท้องที่เริ่มมาเป็นระลอก ไม่ใช่เพราะความเหนื่อยล้าที่เพิ่มขึ้นทุกวัน แต่เพราะสามีของเธอคนนี้…เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง“วางไว้ครับ พี่ทำเอง”“เดี๋ยวพี่ถือให้”“เดินช้า ๆ นะครับ พื้นมันลื่น”แม้แต่แก้วน้ำหนึ่งใบ เขายังรีบลุกไปหยิบให้ก่อนที่เธอจะทันลุกจากโซฟา มือใหญ่ประคองหลังเธอทุกครั้งเวลาลุกขึ้น ราวกับกลัวแรงสั่นสะเทือนเพียงนิดเดียวจะกระทบถึงเจ้าตัวเล็กในท้องขนมหัวเราะเบาๆ ทั้งเอ็นดูทั้งเขินหน้าแดง“พี่คะ…หนูยังเดินเองได้นะคะ”กันต์หันขวับมามองเธอ ขมวดคิ้วทันที“เดินได้กับควรเดิน มันคนละเรื่องครับคุณแม่”น้ำเสียงนิ่ง สุขุม เรียบเฉยเหมือนกำลังอธิบายงาน แต่แววตาจริงจังจนขนมเถียงไม่ออก ได้แต่ยิ้มแห้งๆ แล้วนั่งลงตามคำสั่งโดยไม่รู้ตัวคืนหนึ่งเธอแค่เอื้อมมือจะหยิบรีโมต“พี่หยิบให้”“พี่คะ รีโมตอยู่ข้างตัวหนู…”“ก็พี่อยู่ใกล้กว่า”ทั้งที่จริงเขานั่งอยู่อีกฝั่งโซฟา ห่างจากรีโมตไปไกลกว่าตัวเธอเสียอีกขนมได้แต่มองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินอ้อมโต๊ะมาอย่างตั้งอกตั้งใจ ก่อนจะยื่นรีโมตให้ด้วยท่าทีเหมือนก
หลังแต่งงาน ชีวิตของกันต์กับขนมไม่ได้หวือหวาเหมือนในข่าวที่เป็นกระแสในโซเชียล มีแต่ความเรียบง่ายที่ค่อย ๆ ซึมลึกเหมือนน้ำผึ้ง…หวานช้า ๆ แต่มั่นคงทุกเช้า กลิ่นกาแฟดำเข้มลอยคลุ้งจากแก้วของเขา ตัดกับกลิ่นโกโก้อุ่นรสหวานนุ่มในมือเธอ แสงแดดอ่อนส่องผ่านผ้าม่านบาง กระทบเส้นผมของขนมเป็นประกายสีน้ำตาลอ่อนกันต์มักเดินเข้ามาจากด้านหลัง โอบกอดเธอหลวม ๆ เอาคางเกยไหล่เล็ก“ตื่นเช้าทุกวันไม่เหนื่อยเหรอครับคุณเมีย”“ไม่เหนื่อยค่ะ…มีคนชงโกโก้ให้ทุกวันนี่นา”เสียงหัวเราะเบา ๆ คลอไปกับเสียงช้อนกระทบกัน และอ้อมกอดจากด้านหลังที่เขาไม่เคยลืมให้เธอเลยแม้แต่วันเดียวแต่ช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาเริ่มสังเกตเห็นบางอย่างเธอกินเก่งขึ้น ง่วงนอนง่ายกว่าปกติ บางวันอารมณ์แปรปรวนเร็วจนน่าเอ็นดูจนกระทั่งเย็นวันหนึ่ง ขนมนั่งพิงโซฟา มือบางแตะหน้าผากเบา ๆ สีหน้าซีดกว่าปกติเล็กน้อย“พี่…ช่วงนี้หนูเวียนหัวบ่อยจังเลยค่ะ”กันต์ที่กำลังอ่านเอกสารชะงักทันที หน้าเอกสารเปิดค้างไว้แบบนั้น ดวงตาคมหันมามองเธอทันที“เวียนหัวแบบไหนครับ หน้ามืดมั้ย ปวดหัวหรือเปล่า เหนื่อย หรือหายใจลำบากมั้ย หัวใจเต้นแรงหรือเปล่า?”คำถามรัวเร็วจนเ
“หิวสิครับ” เขาตอบเสียงทุ้มต่ำ...ทั้งที่น้ำเสียงพร่าปนกับลมหายใจฟืดฟาดที่ดังขึ้นราวกับกำลังกลั้นอะไรบางอย่างเอาไว้แววตาคมเข้มของกันต์วูบไหวเล็กน้อย สะท้อนแสงไฟจากเมืองด้านนอกที่ทะลุผ่านกระจกเข้ามา“พี่หิวมาก อยากกินขนม...”ริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาแนบลงข้างลำคอขาวเนียนเบาๆ ก่อนจะลากไล้ต่ำลงช้าๆ อย่างจงใจ ประทับรอยจูบแผ่วเบาที่ทำให้ขนมต้องหลับตาปี๋ รู้สึกเสียวซ่านวูบวาบไปทั้งตัวผิวขาวอมชมพูของเธอขึ้นรอยแดงจางๆ จากการสัมผัสนั้น กันต์สูดกลิ่นกายหอมหวานของเธอเข้าปอดลึกๆ ราวกับไม่เคยพอ หัวใจเขาเต้นแรงจนแทบจะทะลุอกออกมา“วันนี้...แต่งตัวสวยขนาดนี้ ใครอนุญาตครับ?”เสียงทุ้มของเขาลดต่ำลงอีกขณะที่มือใหญ่เลื่อนขึ้นไปตามแนวกระดูกสันหลังของเธอผ่านเนื้อผ้าบาง ปลายนิ้วกดลงเบาๆ ที่จุดอ่อนไหวตรงกลางหลัง ทำให้ขนมต้องกัดริมฝีปากกลั้นเสียงครางที่เกือบหลุดออกมา“ก็...ก็แค่งานสัมมนา...นี่คะ”เธอตอบเสียงสั่น สายตาหวานหลุบต่ำลงมองพื้นกระจกสะท้อนแสง แต่กลับถูกมืออีกข้างของเขาเชยคางขึ้นให้สบตากันตรงๆ แววตาของกันต์ตอนนี้เต็มไปด้วยเพลิงปรารถนาที่คุกรุ่น ร้อนแรงยิ่งกว่าแสงไฟนีออนจากเมืองด้านล่าง“งั้นคืนนี้พี่จะ
ทันใดนั้น เสียงรองเท้ากระทบพื้นก็ดังใกล้เข้ามา พร้อมเสียงแซวแหบ ๆ ที่ทำให้ขนมสะดุ้งรีบผละออกจากอ้อมอกของกันต์แทบไม่ทัน“โอ๊ยยย พ่อขาาาาา แม่จ๋าาาาา~ พอแล้วค่ะลูกกกกก!”เสียงของมิวดังมาก่อนตัว เจ้าตัววิ่งมาอย่างรวดเร็วพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ ข้าง ๆ กันนั้นราวินเดินตามมาพร้อมใบหน้าขึงขัง แต่มีแววขำกลิ้งซ่อนอยู่ในดวงตา“ไอ้คุณเพื่อนครับ ถ้ามึงยังไม่กลับไปเซ็นสัญญา สปอนเซอร์จะหายหมดแล้วนะครับคุณมึง”กันต์ถอนหายใจยาวอย่างคนที่ถูกขัดใจ ขณะที่ขนมก้มหน้าซบไหล่เขาแน่น แก้มแดงจัดอย่างเห็นได้ชัดมิวแกล้งเบะปากอย่างสุดฤทธิ์“หนูเข้าใจนะว่ารักกัน แต่อย่างน้อย...เลือกที่หน่อยเถอะโว้ยคุณพี่ คนเขาเดินผ่านกันจะทั้งตึกแล้วเนี่ย!”กันต์ยกมือขึ้นลูบหัวขนมเบา ๆ ก่อนหันกลับไปพยักหน้าให้ราวิน“โอเค กลับไปเคลียร์งานก่อนก็ได้...แต่คืนนี้ ห้ามปวดหัว ห้ามหลับก่อนพี่เด็ดขาด เข้าใจมั้ยครับเมีย”“พี่กันต์!”ขนมร้องเสียงหลง หน้าแดงจัดจนมิวถึงกับยกแฟ้มขึ้นปิดหน้า หัวเราะคิก“ดูท่าคืนนี้...คงมีใครงอแงไม่ได้นอนอีกแล้วแน่ ๆ”มิวแอบกระซิบกับราวิน จนทั้งคู่หลุดขำออกมา ก่อนที่ราวินจะพูดต่ออย่างมีเลศนัย“อย่าเพิ่งไปแซวคนอื่นค







