LOGINจากเหตุเครื่องบินตกทำให้เธอและเขากลายเป็นเด็กกำพร้า พวกเขาร่วมประสบชะตากำเดียวกัน ความโชคร้ายทั้งหมดของเขานั้นเป็นเพราะพ่อของเธอกระทำทั้งสิ้น ตอนที่เธออายุได้เพียงแปดขวบ และเขาอายุได้เพียงสิบขวบ ผู้พาเธอไปที่คฤหาสน์เทรมอนต์ เธอคิดว่าท่าทางที่ดูใจและหวังดีของเขานั้นออกมาจากใจเขาจริงๆ เธอไม่รู้เลยว่านี่มันเป็นการแก้แค้น ในระยะเวลาสิบปี เธอคิดมาตลอดว่าเขานั้นเกลียดเธอ เขาช่างอ่อนโยนและมีเมตตากับโลกใบนี้เหลือเกิน แต่ไม่เคยมีให้กับเธอเลย เขาไม่ให้เธอเรียกเขาว่า “พี่ชาย” เธอจึงทำได้เพียงแค่เรียกชื่อของเขา-มาร์ค เทรมอนต์, มาร์ค เทรมอนต์ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนมันฝังลึกลงไปยังก้นบึ้งในจิตใจของเธอ
View Moreแน่นอนว่าแอเรียนจะไม่กล้าอุ้มเพลโตอีกเนื่องจากเธอกลัวว่าลูกชายของเธอจะอิจฉาเมื่อแอเรียนบอกให้ทิฟฟานี่ตั้งชื่อเล่นให้เพลโต ทิฟฟานี่ก็ส่ายหัว “ผู้ชายจำเป็นต้องมีชื่อเล่นด้วยเหรอ? ถ้าสมอร์โตไปเป็นหนุ่มหล่อ มันจะไม่ตลกเหรอถ้าเราจะเรียกเขาว่าสมอร์? พวกสาว ๆ ที่ชอบเขาจะต้องหัวเราะจนน้ำตาไหลแน่นอน ชื่อเล่นจะน่ารักแค่ตอนที่ยังเด็กเท่านั้นแหละ”แอเรียนเบะปาก “เธอแค่ขี้เกียจที่จะคิดชื่อ ถูกไหม? เธอเลยอ้างเหตุผลทั้งหมดนี้ ชื่อเล่นเขาก็มีไว้เรียกเฉพาะตอนที่ยังเด็กเท่านั้นแหละ ใครเขาจะเรียกชื่อเล่นกันตอนโตล่ะ?”เมื่อพวกเธอกำลังคุยกันอยู่ อยู่ ๆ แจ็คสันก็โทรมา “คุณขับรถไปหาแอเรียนกับเพลโตคนเดียวเลยเหรอ? คุณไม่รู้จักฝีมือการขับรถตัวเองเลยเหรอ? ถ้าเกิดอะไรขึ้นจะทำยังไง? คุณน่าจะขอให้คนขับรถของแม่ไปส่งคุณแทน”ทิฟฟานี่หงุดหงิดมาก “นี่คุณคงอยากให้อะไรเกิดขึ้นกับฉันมากสินะ? ฉันมาถึงแล้ว แค่นั้นยังไม่ดีพออีกเหรอ? ฉันแค่ถอยรถไม่เก่งแค่นั้นเอง ถ้าฉันขับเดินหน้าอย่างเดียวจะมีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นได้บ้าง? คุณทำงานของคุณต่อไปเถอะค่ะ”ทิฟฟานี่อาจจะหงุดหงิด แต่จริง ๆ แล้วเธอก็แอบดีใจ อารมณ์ของเธอชัดเจนมากแม้ก
เมื่อเมลานีทานอาหารเสร็จและพวกเขาออกจากบ้าน อเลฮานโดรก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกทันทีที่พวกเขาขึ้นรถเมลานีเห็นดังนั้นจึงถามเขาว่า “โล่งอกใช่ไหมล่ะ? ฉันบอกแล้วว่าไม่ต้องมา แต่คุณไม่ฟังฉันเอง ฉันเองยังเบื่อพ่อแม่ตัวเองเลย”อเลฮานโดรเงียบโดยไม่ตอบอะไร เขาตื่นเช้ามากและยังคงง่วงนอนอยู่ เขาจึงหลับตาลงและพักสายตาเมลานีเริ่มไม่สบายใจ อเลฮานโดรรู้เรื่องที่เธอแอบติดต่อกับทิฟฟานี่หรือเปล่า? เขาน่าจะ… ไม่รู้เรื่องหรอก ถูกไหม? ไม่อย่างนั้นเขาน่าจะโวยวายไปแล้วแทนที่จะนิ่งสงบแบบนี้ เธอเลยคิดว่าเธอน่าจะบอกเขาก่อนที่เขาจะรู้ด้วยตนเองหลังจากที่ลังเลอยู่ชั่วครู่เธอก็พูดว่า “ฉันติดต่อกับทิฟฟานี่อยู่”ร่างกายของอเลฮานโดรแข็งทื่อโดยไม่รู้ตัว “แล้ว?”เธอคิดถูกแล้วจริง ๆ อเลฮานโดรจะมีปฏิกิริยาก็ต่อเมื่อมันเป็นเรื่องของทิฟฟานี่ แต่นอกจากนั้นเขาจะเมินทุกคำพูดของเธอ เมลานีแอบไม่พอใจ แต่ไม่แสดงให้เขาเห็น “คุณไม่โกรธเหรอ?”อเลฮานโดรลืมตาและมองหน้าเธอ “ทำไมผมจะต้องโกรธด้วย? ยังไงคุณก็ไม่ทำอะไรเธออยู่แล้ว”เมลานีพูดไม่ออก เขามั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอว่าเธอจะไม่ทำอะไรทิฟฟานี่? เธอคิดมาเสมอว่าเธอไม่รู้จักอเลฮานโด
อเลฮานโดรรู้ตัวดีว่ามันเป็นเพียงความคิดตามสัญชาตญาณผู้ชายของเขาและไม่มีสิ่งอื่นใดหลังจากนั้นไม่นานหนังตาของเมลานีก็เริ่มหนัก อาจจะเป็นเพราะความเงียบสนิทที่เปรียบดั่งเพลงกล่อมนอนอย่างดี บวกกับครรภ์ของเธอที่ทำให้เธอง่วงเหนื่อยง่ายขึ้น ตอนแรกเธอคิดว่าเธอจะไม่สามารถนอนหลับได้เพราะอเลฮานโดรด้วยซ้ำ…ขณะที่เธอกำลังหาพลิกตัวหาท่านอนที่สบายด้วยความงัวเงีย อยู่ ๆ อเลฮานโดรก็พูดขึ้นมาว่า “หยุดขยับไปขยับมาสักที”เมลานีที่กำลังจะผล็อยหลับตื่นทันทีที่ได้ยินเสียงของเขาที่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน เธอเริ่มรู้สึกรำคาญและเหวี่ยงใส่เขา “นี่มันบ้านของฉันและเตียงของฉัน ทำไมฉันจะขยับตัวไม่ได้? นี่คุณอย่าหาเรื่องโดยไม่มีเหตุผลได้ไหม?”เธอไม่ทันรู้ตัวว่าเธอเผลอไปโดนขาของเขาขณะที่เธอพลิกตัวไปมา ทันใดนั้นอเลฮานโดรก็ขึ้นคร่อมเธอโดยที่แขนแต่ละข้างของเขาอยู่ข้างตัวเธอเมลานีตกใจและหันหน้าหนีทันที “คุณจะทำอะไร? ลงไปเลยนะ!”กำปั้นของเธอเล็กมาก มันไม่เพียงแต่ไม่สามารถทำให้อเลฮานโดรเจ็บได้ แต่การกระทำของเธอยังทำให้เขามีอารมณ์มากขึ้นอีกด้วย “ผมบอกให้คุณเลิกขยับไง คุณจะไม่ฟังผมใช่ไหม?”เมลานีไม่กล้าที่จะขยับตัวอีกและ
ในความเป็นจริงแล้วอเลฮานโดรกลับรู้สึกสบายใจโดยไม่รู้เหตุผลเมื่อเข้ามาในห้องของเธอ “คุณสบายดีไหม?”เมลานีตะลึงเล็กน้อย “ฉันบอกคุณแล้วว่าคุณไม่ต้องแสดงหรอก ที่นี่ไม่มีใครสักหน่อย แล้วคุณจะแกล้งทำทำไม? ฉันไม่ฟ้องคุณปู่หรอก เพราะฉะนั้นพรุ่งนี้คุณกลับไปเลยก็ได้ ฉันอยู่ที่นี่แล้วสบายดี”อเลฮานโดรไม่สนใจสิ่งที่เมลานนีพูดและเรียกหาเจตต์ผู้ซึ่งนำทุกอย่างที่อเลฮานโดรได้ซื้อให้เธอเข้ามาให้ โต๊ะเครื่องแป้งของเธอเต็มไปด้วยข้าวของมากมายในไม่ช้าหัวใจของเมลานีเริ่มละลายแต่เธอบังคับให้ตัวเองสงบนิ่งต่อไปเมื่อเธอพูดว่า “ขอบคุณสำหรับน้ำใจของคุณนะคะ แต่ฉันขอไม่รับของพวกนี้ดีกว่า เพราะฉันรู้ว่าคุณไม่ได้ให้มันด้วยความเต็มใจ”เจตต์ไม่ต้องการรู้เห็นเกี่ยวกับการทะเลาะของพวกเขา เขาจึงออกไปจากห้องเมื่อวางของเสร็จแล้วอเลฮานโดรพูดนิ่ง ๆ ว่า “ถ้าคุณไม่อยากได้นก็ทิ้งไปสิ เครื่องสำอางพวกนี้ไม่ได้แพงขนาดนั้น พวกเครื่องประดับก็ราคาแค่สองสามแสนดอลลาร์ เพราะฉะนั้นคุณจะทำอะไรกับพวกมันก็แล้วแต่คุณเลย ในเมื่อคุณไม่อยากเห็นหน้าผม ผมกลับวันพรุ่งนี้ก็ได้ นอนเถอะ ผมจะไปอาบน้ำก่อน”เมื่อเมลานีเห็นเขาเดินเข้าไปในห้องน้ำเธอ
แอเรียนพยายามหยิบจี้คืนจากสมอร์ ทว่ามือของเขากำหมัดแน่นอย่างดื้อรั้นโดยไม่ยอมปล่อยไม่ว่าเธอจะพยายามงัดมันมากแค่ไหนก็ตาม ด้วยความกลัวว่าเธออาจจะทำให้เขาเจ็บโดยไม่ตั้งใจได้ แอเรียนจึงยอมแพ้และยอมจำนน "ก็ได้ เราจะไม่ได้มันกลับมาจนกว่าเขาจะเบื่อมัน โอ้ นั่นทำให้ฉันนึกถึง... เอ่อ เรื่องที่ว่า แอรี่เป็นอย
เมื่อเฮนรี่เดินเข้าไปในบ้าน เขาไม่ได้มาคนเดียวเพราะคนที่เดินตามหลังเขามาติด ๆ นั้นคือ เฮเลน เธอไม่ได้วางแผนว่าจะมาเซอร์ไพรส์แต่อย่างใด เธอเพียงแต่บังเอิญเจอกับเฮนรี่ที่รั้วบ้าน แอเรียนที่อุ้มสมอร์อยู่ในอ้อมอกเข้ามาทักทายเธอ “ที่รัก ทักทายคุณยายหน่อยสิ”สายตาที่เฮเลนมองสมอร์นั้นเต็มไปด้วยความรัก ทว่
ธัญญ่าเดินออกมาจากห้องนอนตัวเองและพบว่าแจ็คสันได้หนีกลับไปแล้ว เธอทรุดตัวลงบนโซฟาอย่างท้อแท้ราวกับหุ่นกระบอกที่เชือกขาด ผ่านไปสักพัก ในที่สุดเธอก็ส่งข้อความไปหาผู้ชายที่โทรหาเธอเมื่อสักครู่: ‘ฉันอยากเจอคุณ’ ผู้ชายคนนั้นมาถึงที่หน้าห้องเธอเวลาบ่ายสามโมงตรง เขาสูงและยืนตัวตรงในขณะที่เขาฉายให้เห็นความห
ธัญญ่าปิดประตูและเริ่มเล่าอดีตของเธอโดยไม่รอช้า “ตอนนั้นฉันยังเด็ก ประมาณสี่ขวบได้ เมื่อผู้คนเริ่มพูดกันว่าพ่อได้ฆ่าคนตาย “ตั้งแต่นั้นมาพ่อก็หายไปจากชีวิตฉัน แล้วแม่ก็ทิ้งฉันไป ฉันไม่เหลือใครนอกจากคุณปู่ ผู้คนรอบตัวฉันต่างกระตือรือร้นและมีความสุขที่จะคอยเตือนฉ้นว่าเป็นลูกสาวของฆาตกรทุกครั้งที่พวกเขา
Ratings
reviewsMore