LOGIN7 ปีก่อน เธอคือเด็กข้างบ้านที่เขาปฏิเสธ 7 ปีถัดมา...เขาคือผู้ชายที่วิ่งตามเธอทุกวัน“พี่กันต์คะ จำได้มั้ยคะ ตอนนั้นพี่บอกว่าไม่กินเด็ก? แล้วตอนนี้ พี่อยากกินหนูแล้วเหรอคะ?" ___ จากเด็กแสบข้างบ้าน สู่ผู้หญิงที่เขาอยากให้เป็น ‘เมีย’ แบบไม่ทันตั้งตัว “ขนม” หญิงสาววัย 24 ปี นิสัยสดใส ขี้เล่น เคยเป็นเด็กแสบประจำซอยที่ตามติด “พี่กันต์” พี่ชายของเพื่อนสนิทมาตั้งแต่สมัยมัธยม เธอเคยสารภาพรัก เขาเคยตอบกลับด้วยรอยยิ้มพร้อมคำว่า... “หนูยังเด็ก พี่ไม่กินเด็กนะ” เธอร้องไห้หนึ่งคืน ก่อนหายหัวไปนาน 6 ปี แต่วันนี้...เธอกลับมา ในลุคสาวมั่น งานดี สายสวยเผ็ช ที่เดินยิ้มเฉิดฉายเข้าบ้านเพื่อนแบบไม่แคร์อดีต แล้วพี่กันต์ล่ะ? ตาค้างตั้งแต่เห็นเธอก้าวลงจากรถ เขาไม่อยากจะเชื่อว่าเด็กแสบคนนั้นคือผู้หญิงตรงหน้า — ที่ยิ้มยั่ว และพูดจาเหมือนไม่เคยรักเขามาก่อน! แต่เขายังจำได้ทุกอย่าง…แม้เธอจะทำเหมือนไม่เคยรักเขา และที่สำคัญ… ตอนนี้เขา “อยากกินเด็กแล้วครับ”
View Moreเสียงเครื่องยนต์รถยุโรปสีขาวดับลงหน้าบ้านหลังใหญ่ในซอยเก่า อากาศเย็นปลายฝน กลิ่นดินชื้นผสมกลิ่นน้ำหอมกลีบพีชจากหญิงสาวที่ก้าวลงจากรถทำให้บรรยากาศรอบบ้านเหมือนหยุดนิ่ง
ขนมในเดรสสั้นสีครีมผ่าสูงเล็กน้อย ก้าวลงจากรถอย่างมั่นใจ ร่างบางบนรองเท้าส้นสูง ปลายผมสีน้ำตาลเข้มสะบัดไหวตามแรงลม เธอยกมือขึ้นปัดปอยผมทัดหู แสงแดดยามบ่ายสะท้อนผิวขาวนวลจนเหมือนเรืองแสงได้
ขนม — อดีตเด็กแสบประจำซอยที่เคยยัดขนมใส่มือพี่กันต์ทุกวัน หลังจากที่เธอเรียนจบและทำงานในกรุงเทพฯ เป็นเวลาเกือบ 6 ปี ตอนนี้กลับมาบ้านเกิดเพราะได้งานใหม่ที่นี่
เธอถือถุงของฝากในมือ ตั้งใจจะมาเยี่ยม ‘มิว’ เพื่อนสนิทบ้านข้าง ๆ ที่อยู่กับพี่ชายของเธอ—พี่กันต์ ชายที่ครั้งหนึ่งเธอเคยตามจีบจนเพื่อนล้อทั้งซอย
“ยังเหมือนเดิมเลยแฮะ บ้านนี้” เธอยิ้มพลางมองรั้วเหล็กที่เคยปีนหนีตอนโดนพี่กันต์ดุเรื่องแอบเอารถเขาไปล้าง
มือเรียวยกขึ้นกดกริ่ง
ติ๊ง...ต่อง...
เสียงฝีเท้าดังจากในบ้าน ก่อนประตูไม้ถูกเปิดออกช้า ๆ และทันทีที่ใบหน้าคมคายของคนที่เธอคิดถึงปรากฏขึ้น...
หัวใจเธอก็เต้นแรงขึ้นกว่าเดิม
กันต์ในชุดเสื้อเชิ้ตสีเทาอ่อนพับแขนถึงข้อศอก สาบเสื้อแง้มเผยแนวอกแข็งแรง ดวงตาคมเข้มคู่นั้นจ้องเธอราวกับไม่เชื่อสิ่งที่เห็น
“...ขนม?”
เสียงทุ้มต่ำลอดออกจากลำคอแหบพร่า
จากเด็กหัวฟูในเสื้อยืดลายการ์ตูน กลายเป็นหญิงสาวสวยสะพรั่ง ผมยาวสีน้ำตาลเข้มระเรื่อแสงแดด อกเป็นอก เอวเป็นเอว
ผิวขาวอมชมพูสะท้อนแดดยามบ่ายจนเขาต้องเบือนหน้าหนี
“ใช่ค่ะ จำขนมไม่ได้เหรอคะ?”
เสียงหวานมีแววล้อเลียนเล็ก ๆ ปลายประโยคลากยาวจนคนฟังต้องกลืนน้ำลาย
สายตาของเขาเผลอไล่จากปลายผมถึงข้อเท้าโดยไม่รู้ตัว
‘นมแน่น…แค่ก แค่ก! เอวคอด และตาคมๆ เชี่ย!! แย่แล้วกรู!’
กันต์ถึงกับอ้าปากค้าง และพยายามตั้งสติ
เขา—หนุ่มฮอตประจำหมู่บ้าน ที่ปัจจุบันกลายเป็นวิศวกรโครงการ หนุ่มมาดนิ่ง ไฟแรง เจ้าของฉายา ‘พี่กันต์สายคาสโนว่า’
แต่ตอนนี้...แขนขาเขากลับแข็งไปหมดจริง ๆ แน่นอนรวมถึงส่วนนั้นด้วยที่แข็งขึ้นมาภายใต้กางเกง
“โต...มาก” เขาพึมพำเบา ๆ
ภาพเด็กตัวเล็กในชุดนักเรียนที่เคยยัดขนมให้เขาทุกวัน กลับกลายเป็นผู้หญิงที่หอมเหมือนลูกพีช เห็นแล้วอยากกัด
‘ไปโตตอนไหนวะ...’
ขนมอมยิ้ม เธอจงใจยื่นถุงของฝากให้จนปลายนิ้วสัมผัสหลังมือเขา
“ของฝากค่ะ พี่กันต์...เผื่อยังชอบกินของหวานเหมือนเดิม”
กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากน้ำหอมผสมกับกลิ่นกายผู้หญิงทำให้เขาเผลอกลืนน้ำลาย
ภาพเด็กสาวที่เคยยัดขนมให้เขาเมื่อหกปีก่อนซ้อนทับกับหญิงสาวตรงหน้า
— ต่างกันแค่ตอนนี้ เขาอยากกิน ‘ขนม’
“จะยืนมองอีกนานมั้ยคะ?”
เธอเอียงคอถาม ยิ้มหวานราวกับตั้งใจยั่ว ทำไม่รู้ไม่ชี้กับหน้าตาตื่น ๆ ของเขา ดวงตาหวานคมแอบเหลือบมอง ‘ส่วนนั้น’ ของเขาที่มันตุงออกจนเห็นเด่นชัด
‘หึ เมื่อก่อนตามจีบไม่สน ตอนนี้ทำมาสนใจงั้นเหรอ’
“มิวไม่อยู่เหรอคะ?”
“งั้น...ไว้หนูมาใหม่แล้วกันค่ะ” ขนมส่งยิ้มหวาน
กันต์อ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับพูดไม่ออก
เธอหันหลังเดินจากไปช้า ๆ เดรสสั้นพลิ้วไหวตามลม เผยช่วงขาขาวเนียนที่สะท้อนแดดอ่อน ๆ เขาเผลอกลืนน้ำลายอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว
“โตขนาดนี้แล้ว...จะให้เรียกหนูได้อีกเหรอวะ…”
เขาพึมพำกับตัวเอง พลางยกมือแตะหน้าอก เพราะหัวใจมันเต้นแรงจนแทบระเบิดอยู่แล้ว
...
ภายในห้องนั่งเล่น บ้านของกันต์ยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากถุงของฝากที่เธอเพิ่งยื่นให้
กล่องขนมเล็ก ๆ วางอยู่บนโต๊ะไม้ตรงหน้า
เขาไม่รู้ว่ามันเป็นกลิ่นวนิลลาจากขนมหรือกลิ่นน้ำหอมของเจ้าของกันแน่ที่ยังลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ
กันต์เอนหลังพิงโซฟา หัวใจยังเต้นแรงไม่ยอมสงบ ภาพของเธอเมื่อไม่กี่สิบนาทีก่อนยังวนซ้ำในหัว รอยยิ้มหวาน เสียงพูดที่ไพเราะ และเดรสสั้นที่ทำเอาเขาหายใจติดขัด
สายตาเขาเลื่อนมองกล่องขนม แล้วรอยยิ้มบาง ๆ ก็ปรากฏขึ้น
“หนูจะจีบพี่ให้ได้เลย คอยดู!”
เขาหัวเราะ เอานิ้วดีดหน้าผากเธอเบา ๆ
“เร็วไป เด็กน้อยเอ๊ย...”
เสียงหัวเราะในวันเก่าแว่วขึ้นในหัว ภาพเด็กสาวผมฟูแก้มกลมวิ่งมาส่งเขาหน้าบ้านยังติดตา
จนกระทั่งวันนั้น ...วันที่เธอยืนหน้าแดงก่ำในชุดนักเรียน ม.ปลาย
“หนูชอบพี่กันต์ค่ะ!”
“ขอโทษนะ พี่ไม่นิยมกินเด็กอะ”
เขายังจำแววตาเจ็บปวดน้อย ๆ ของเธอได้ดี
แต่วันนี้...
เด็กคนนั้นหายไปแล้ว
เหลือแค่ผู้หญิงที่กลิ่นตัวหอมจนแทบคลั่ง ผู้หญิงที่เขาอยากกอด อยากจูบ อยากลากขึ้นเตียงให้หายคิดถึง
กันต์สูดหายใจลึก พยายามสลัดภาพในหัวแต่กลับยิ่งชัด
เขานึกถึงตอนที่ปลายนิ้วของเธอแตะหลังมือเขา สัมผัสเพียงแค่นิดเดียวแต่กลับรู้สึกเหมือนไฟช็อตทั้งตัว
ริมฝีปากสีแดงระเรื่อของเธอลอยวาบเข้ามาในหัวอีกครั้ง
...ถ้าเขาโน้มหน้าเข้าไปใกล้กว่านั้นอีกนิด
...ถ้าเธอไม่หันหลังเดินหนีไป
จะเกิดอะไรขึ้นนะ...ถ้าเขาเผลอจูบเด็กคนนั้นตรงประตูบ้าน...
แค่คิด ปลายนิ้วก็เผลอเกร็งแน่นอยู่บนต้นขา
ร่างกายรู้สึกร้อนขึ้นมาทันที ภาพของเธอในเดรสสั้นชวนให้ใจเต้น และส่วนล่างของเขาก็ดันมีปฎิกิรยาตอบสนองไวจนน่าหงุดหงิด
เขาเอนตัวพิงโซฟา หลับตาลง แต่กลับเห็นภาพเธอซ้ำในหัวตลอดเวลา ริมฝีปากแดงระเรื่อ...เดรสสั้นแนบตัว...เสียงหวานที่ยังวนอยู่ในหู
‘อยากกินเด็กว้อย!!’
“พี่กันต์!”
เสียงเรียกแหลมเล็กดังมาจากประตูจนเขาสะดุ้งแทบร่วงจากโซฟา
มิว — น้องสาวตัวแสบ เดินเข้ามาพร้อมถุงของกินในมือ
“ทำไมหน้าแดงขนาดนั้นอะพี่? แอร์เสียเหรอ?”
กันต์กระแอมเล็กน้อย รีบขยับตัวให้ดูปกติที่สุด
“ไม่มีอะไร...แค่คิดอะไรเพลิน ๆ นิดหน่อย”
มิวหัวเราะในลำคอ หรี่ตามองพี่ชายอย่างเจ้าเล่ห์ รู้ดีว่าคำว่า ‘เพลิน’ ของพี่ชายคาสโนว่าตัวดีไม่พ้นเรื่องสิบแปดบวกแน่นอน
“เพลินกับอะไรล่ะ~?”
กันต์เบือนหน้า
“อย่ามากวน”
สายตาน้องสาวเหลือบไปเห็นกล่องขนมบนโต๊ะก่อนจะเลิกคิ้ว
“แล้วนั่นอะไรคะ?”
“ขนมเอามาให้น่ะ”
“ขนม...เพื่อนมิวอะนะ?”
มิวเบิกตากว้าง
“นางมาหาเหรอ! มาตอนไหน! แล้วทำไมไม่เรียกมิวออกมาด้วย!”
คำถามรัวติดกันเป็นชุด มือเล็ก ๆ เขย่าแขนพี่ชายไม่หยุดจนเขาถอนหายใจ
“วู้ว~ ใจเย็นหน่อยสิ แม่น้องสาว!”
เขาพูดกลั้วหัวเราะ
“ขนมแวะมานิดเดียว แล้วบอกว่าจะมาใหม่”
“ไม่ได้ละ มิวต้องโทรหาก่อน!”
มิวพูดจบก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์เพื่อนรักแทบจะทันที
กันต์มองท่าทีตื่นเต้นของน้องสาวแล้วไอเดียบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัว...ทั้งเพื่อตัวเอง...และเพื่อจะได้เจอเธออีกครั้ง
“ก็ชวนขนมมากินข้าวเย็นสิ” เขาพูดเสียงเรียบ แต่แฝงรอยยิ้มไว้ในมุมปาก
“ไม่ได้เจอกันตั้งนานไม่ใช่เหรอ?”
“หืมม พี่ดูแปลก ๆ นะ~” มิวหรี่ตาใส่ แต่ก็ยิ้มร่า รีบโทรหาเพื่อนต่อโดยไม่คิดมาก
กันต์หัวเราะเบา ๆ พลางเปิดกล่องที่เธอเอามาให้
กลิ่นหอมของคุกกี้เนยกลิ่นวนิลลาลอยอบอวลทันที ของโปรดของเขาและของมิว
เขาหยิบชิ้นเล็ก ๆ ขึ้นมาชิม เนื้อคุกกี้กรอบนอกนุ่มใน ละลายในปากจนเขาหลับตา
แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจเต้นแรงกลับไม่ใช่รสหวานของคุกกี้...
หากเป็นกลิ่นหอมของเธอที่ยังติดอยู่บนกระดาษห่อ...หอมจนอยากกัดเจ้าของมากกว่า
กันต์วางกล่องคุกกี้ลงบนโต๊ะช้า ๆ รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา
แสงไฟสีอุ่นในห้องนั่งเล่นสะท้อนแววตาคมที่ซ่อนบางอย่างไว้ภายใน ความคิดถึงที่ผสมความอยากรู้...อยากเจอ...อยากสัมผัส
‘ไม่ได้เจอกันตั้งหกปี...แล้วจะให้พี่ทำเป็นไม่รู้สึกอะไรได้ยังไงกันล่ะ ขนม...’
เขาเอนตัวพิงโซฟา หลับตาลงอีกครั้ง ทว่าภาพเธอในเดรสสั้นกลับชัดขึ้นกว่าเดิม รอยยิ้มหวาน เสียงหัวเราะใส และกลิ่นวนิลลาที่ไม่ยอมจาง...ทุกอย่างเหมือนยังอยู่ตรงนี้ อยู่ในบ้าน อยู่ในใจ อยู่ในทุกลมหายใจของเขา
กันต์หัวเราะเบา ๆ กับตัวเอง
“ตั้งแต่พรุ่งนี้...พี่จะไม่ปล่อยให้หนูหนีไปง่าย ๆ อีก”
“เออ ฉันยอมรับละกัน ฉันคือคิวปิดตัวจริง”แต่ระหว่างที่ทุกคนหัวเราะกันสนุก สายตาของมิวกลับสะดุดเข้ากับดวงตาคมคู่หนึ่งที่จ้องเธอไม่วางตาเสียทีราวินยืนพิงบาร์ในชุดสูทสีกรมท่าที่ปลดกระดุมสองเม็ดบน ผมเซ็ตเป๊ะแต่ดูเซอร์นิด ๆ แก้ววิสกี้ในมือหมุนช้า ๆ แต่สายตากลับล็อกเป้าไว้ที่มิวเพียงคนเดียวมิวกลืนน้ำลาย หันหน้าหนีทำเป็นคุยกับเพื่อนต่อ แต่หางตายังรู้สึกถึงสายตาร้อนนั้นที่ตามมาไม่หยุด“แก โดนจ้องอีกแล้วนะ” เพื่อนข้าง ๆ กระซิบพร้อมแซว“ชิ! ใครแคร์ล่ะ” มิวตอบปากแข็ง แต่แก้มเริ่มแดงราวินยกแก้วขึ้นเล็กน้อยเหมือนส่งสัญญาณ ก่อนเดินตรงมาหาเธอช้า ๆ ท่ามกลางแสงไฟสลัวและเสียงเพลงที่เปลี่ยนเป็นจังหวะช้าลงพอดี“น้องมิว...เต้นรำกับพี่สักเพลงมั้ยครับ?”มิวชะงัก มองหน้าเขา ตาโต“เอ่อ...หนูเต้นไม่ค่อยเก่งนะ”“ไม่เป็นไร พี่ก็ไม่เก่งเหมือนกัน” เขายื่นมือออกมา ยิ้มมุมปากแบบที่ทำให้หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะมิวลังเลครู่หนึ่ง ก่อนวางแก้วลง แล้วยื่นมือไปจับมือเขา“เพลงเดียวเท่านั้นนะ”ราวินหัวเราะเบา ๆ ดึงเธอเข้าไปในวงเต้นรำเล็ก ๆ ที่เพื่อน ๆ เริ่มเปิดพื้นที่ให้ กันต์ที่ยืนกอดขนมอยู่ มองตามเพื่อนรักกับน้องสาว แล้วกร
เสียงคลื่นจากทะเลสีครามซัดกระทบแนวหาดทรายขาวละเอียดนุ่มราวแป้ง ลมทะเลเย็นพัดโชยแผ่ว ๆ พัดพากลิ่นเค็มจาง ๆ ของน้ำทะเลมาปะปนกับกลิ่นหอมหวานละมุนของดอกลิลลี่และดอกพีชสดที่ประดับประดาไปทั่วบริเวณงาน ราวกับธรรมชาติเองก็ร่วมฉลองวันสำคัญนี้ด้วยกันณ โซนพิธีแต่งงานบนเกาะเอเลเมนต์เกาะที่เพิ่งกลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่แห่งวงการเทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์ ด้วยโครงการบ้านอัจฉริยะ KANA VERVE ที่ตั้งตระหง่านอย่างงดงามวันนี้ถูกเนรมิตให้กลายเป็นเวทีวิวาห์สุดอบอุ่นสไตล์มินิมอลริมทะเล ทุกดีเทลถูกออกแบบโดยเจ้าสาวตัวแสบ...ขนมนั่นเองตั้งแต่ซุ้มดอกไม้โค้งสีขาวที่ลอยเด่นเหนือพื้นทราย ไปจนถึงโต๊ะเก้าอี้ไม้สีอ่อนที่เรียงรายอย่างเรียบง่าย แต่เต็มเปี่ยมด้วยความรู้สึกของคำว่า ‘บ้าน’ ที่ทั้งคู่ใฝ่ฝันมานานแสนนาน“เฮ้ย ขนม แกเอาการ์ดงานแต่งไปซ่อนในตู้เย็นจริงดิ?”“เอ้า! คนกินเก่งก็ต้องเจอการ์ดในที่กินเก่งสิคะ”เสียงหัวเราะดังลั่นรอบบริเวณนั้น เมื่อแขกบางคนเดินเปิดตู้เย็นเพื่อหาน้ำเย็น ๆ ดื่ม แล้วเจอการ์ดเชิญงานแต่งงานสีครีมแปะอยู่ข้างขวดชาเขียว ข้อความเขียนด้วยลายมือหวาน ๆ ว่า‘ถ้าคุณเจอการ์ดนี้ แปลว่าคุณคือคนสำคัญของขนมม
กันต์เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมกริบลุกโชนด้วยเปลวปรารถนา ปากยังฉ่ำเยิ้มด้วยน้ำหวานจากเธอ เขาจูบเบา ๆ ที่ต้นขาเนียน ก่อนกระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า“ถ้าอย่างนั้น...พี่จะพาเราขึ้นสวรรค์จริง ๆ แล้วนะ”ปลายลิ้นร้อนยังคงลากไล้ไม่หยุด ราวกับไม่มีความอิ่มเอมในรสชาติหอมหวานของเธอ กันต์ใช้ปลายนิ้วคลึงจุดอ่อนไหวตรงกลางกลีบเนื้อนุ่มพร้อมกับลิ้นที่ไล้วนไม่หยุด สลับระหว่างตวัดเร็วและดูดดึงเบา ๆ จนขนมแทบสิ้นสติร่างบางบิดกายเกร็ง พยายามยกสะโพกยกหนี แต่ก็ถูกมือใหญ่จับตรึงแน่นให้รับสัมผัสนั้นเต็มที่“อ๊า…พี่กันต์ หนู…มันเสียวเกินไปแล้วค่ะ…”เสียงหวานสั่นเครือผสมลมหายใจหอบถี่รัว ๆ กันต์ยิ่งได้ยิน ยิ่งขยับลิ้นรัวถี่ขึ้น ปลายลิ้นของเขาสะบัดเข้าตรงจุดไวสัมผัสอย่างแม่นยำ ขณะที่อีกนิ้วยังค่อย ๆ แหวกกลีบเนื้อนุ่มสอดแทรกเข้าไปเพิ่มความเสียวมากยิ่งขึ้น“แบบนี้เหรอคะที่เสียว…หรือแบบนี้?”เขากระซิบพลางตวัดลิ้นเร็วขึ้นอีกครั้ง ดูดกลืนความหวานล้ำจากเธอราวกับไม่รู้จักพอ ขนมแทบขาดใจ เธอกดศีรษะเขาลงโดยไม่รู้ตัว สะโพกบิดเร่าแอ่นขึ้นรับลิ้นร้อนอย่างเต็มที่ปลายเท้าเล็กจิกผ้าปูที่นอนจนยับย่น“พี่…หนูจะ…ไม่ไหวแล้ว…อ๊าาาา
ค่ำคืนนั้น ภายในห้องนอนของกันต์เต็มไปด้วยความหวานชื่น เขานอนกอดขนมแน่นจากด้านหลัง มือใหญ่ลูบผมยาวสีน้ำตาลอ่อนของเธอเล่นเบา ๆ นิ้วใหญ่สอดไปที่เส้นผมนุ่มแล้วม้วนเล่นเป็นเกลียวเล็ก ๆ“พี่กันต์...แล้วมิวไปไหนล่ะคะ?” ขนมเงยหน้าถามเขา เสียงหวานใสยังคงแฝงความเขิน“ไม่รู้เหมือนกัน เห็นไอ้วินพาไปเที่ยวน่ะ”กันต์งึมงำตอบเสียงทุ้ม ขณะที่มือใหญ่ซุกซนเลื่อนลงไปปลดกระดุมเสื้อนอนผ้าซาตินบางของเธอทีละเม็ด...ช้า ๆ จงใจยั่วให้เธอใจเต้นขนมสะดุ้งเบา ๆ เมื่อรู้สึกถึงนิ้วอุ่นร้อนที่ลากไล้ตามแนวอกขาวเนียนที่เผยออกมา“พี่...นอนกันมั้ยคะ?” เธอถามเสียงสั่น แต่กลับไม่ผลักไส มือเล็กยกขึ้นแตะแผ่นอกกว้างของเขาแทนกันต์หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ลมหายใจร้อนรดซอกคอหอมกรุ่นของเธอ“ยังไม่ง่วงเลย...”เขากระซิบเสียงพร่า ก่อนขบเบา ๆ ที่ติ่งหูจนเธอตัวสั่น“พี่อยากฉลองล่วงหน้า...กับว่าที่เมียพี่”คำพูดนั้นทำให้ขนมหน้าแดงจัด เธอหันมามองเขา ดวงตาหวานฉ่ำไปด้วยความเขินและความสุขที่เอ่อล้น“พี่กันต์...ใจร้อนจริง ๆ นะคะ”“ไม่นะ...พี่เป็นคนใจเย็น” เขายิ้มเจ้าเล่ห์ มือใหญ่รูดเสื้อนอนของเธอลงจากไหล่เนียน เผยเนินอกอวบอิ่มที่ไร้ชุดชั้นใน ท