تسجيل الدخول"ยัยข้าว"
"อื้อ~ อย่ายุ่งน่า เอิ๊ก!"
นานาวกุมขมับกับเพื่อนรักที่เมาฟุบหน้ากับโต๊ะไปแล้ว สองแก้มแดงปลั่งริมฝีปากเอิบอิ่มขยับพึมพำอะไรบางอย่างเบาๆ กับตัวเอง หลุบตากลมมองแผ่นหลังเนียนของเพื่อนแล้วได้แต่ส่ายหัวไปมาหันไปขอเสื้อคลุมจากลูกน้องของสามีก่อนจะคลุมมันลงมาบนร่างบางของคนด้านข้าง
"อื้อ~ ไม่เอาร้อน!"
คนเมาสติเลือนลางสะบัดเสื้อคลุมออกจากตัว ความเย็นของอุณหภูมิห้องไม่ได้ช่วยอะไรเลยในเมื่อตอนนี้ร่างกายมันกำลังร้อนรุ่ม ขมับบางซึมผุดไปด้วยหยาดเหงื่อเม็ดเล็กๆ เต็มไปหมด
ข้าวแป้งปรือตาจิ๊ปากหงุดหงิดกับคนที่พยายามจะยัดเยียดความร้อนกลับเข้ามาให้ เลื่อนสายตาหรี่เล็กจ้องหน้าคนด้านข้างแล้วส่งเสียงเอิ๊กอ๊ากในลำคอ กลืนน้ำลายกลั้วน้ำมึนเมาในปากก่อนจะพ่นลมหายใจฉุนกลิ่นแอลกอฮอล์มายังเบื้องหน้าอีกครั้ง
หรี่ตาพยายามจ้องกลุ่มคนด้านหน้า เห็นการเคลื่อนไหวรางๆ แล้วยื่นหน้ายกมือขยี้ตาเพ่งพินิจอีกครั้งก่อนจะฉีกยิ้มกว้างโชว์ฟันขาวยกมือชี้นิ้วไปยังร่างสูงใหญ่ของใครบางคน
"อื้อ.. นั่นมันผัวในอนาคตฉันนี่"
"อย่าเพิ่งสนใจอะไรตอนนี้ใส่เสื้อนี่ก่อน" คนมองแทบลมจับเมื่อได้ยินเสียงยานยาวของเพื่อนรักกำลังยกนิ้วชี้ตรงไปยังพี่ชาย ส่ายหน้าน้อยๆ อยากย้อนเวลากลับไปได้จริงๆ เธอจะห้ามไม่ให้นางกินเยอะขนาดนี้เลย
"ไม่เอาร้อน! ฉันจะไปหาผัว"
เสียงยานเอ่ยออกมาพร้อมกับฉีกยิ้มจนตาหยีโชว์ฟันขาวเรียงสวย ร่างเล็กผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็วแต่ก็ต้องชะงักไปเพราะเหมือนโลกที่มันหมุนเอียงจนต้องหาที่ยึดจับไว้ ยืนส่ายหน้าเรียกสติครู่หนึ่งก็พยายามจะเดินไปหากลุ่มคนตรงหน้าโดยมีนานาวคอยประคองแต่ก็ต้องหยุดการกระทำตัวเองเมื่อคนเมายกมือห้ามปรามไว้
ร่างเล็กเดินโซเซตรงมายังเจ้าของแผ่นหลังกว้างที่แม้จะเมามากแค่ไหนก็จำได้ว่ามันเป็นของใคร รักแรกพบของเธอ เจ้าของเธอในอนาคตอันใกล้นี้
"อึ๊บ!"
"เชี่ย! ไรวะ!?" ศรัณย์อุทานเสียงตกใจเมื่ออยู่ๆ ก็มีร่างเล็กของใครบางคนโดดขึ้นมานั่งบนตักแถมยังยื่นหน้าขึ้นมาจะจูบเขาอีก ด้วยความตกใจไม่ทันมองให้ดีจึงออกแรงผลักหญิงสาวอย่างเต็มแรงทำให้เธอกระเด็นลงไปนั่งกองบนพื้นส่งเสียงร้องโอดครวญเบะปากหน้าคว่ำจะร้องไห้
พรึ่บ!
"อ๊ะ! โอ๊ยเจ็บนะ~"
ดวงตากลมตวัดขึ้นมาจ้องเจ้าของการกระทำป่าเถื่อนไม่อ่อนโยนต่อสตรีเพศแม่ตาเขม็ง ดวงตาแดงก่ำริมฝีปากคว่ำเล็กน้อยแต่พอได้เจ็บตัวเหมือนความมึนจะดีขึ้นมากจากเมื่อครู่นี้
ข้าวแป้งค่อยๆ เลื่อนสายตาจากใบหน้าหล่อเหลาคมคายของเจ้าของคลับมายังอีกคนที่ยังคงนั่งไขว่ห้างไม่สนใจอะไรแล้วกลืนน้ำลายลงคอ เขาไม่ใช่เป้าหมายเธอ ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงได้เดินมาหาเจ้าของคลับได้ทั้งๆ ที่ตอนที่เดินมาเธอมองแน่ชัดแล้วว่าเป้าหมายเธอคือเซน่อนชัดๆ
หญิงสาวหลุบตาลงเมื่อรู้ว่าตัวเองเข้าหาคนผิด ยอมลุกขึ้นเองโดยไม่โวยวายเป็นจังหวะเดียวกันกับที่นานาวหายฉุดตัวเองออกจากอาการตกใจเดินเข้ามาประคองตัวให้ลุกขึ้น ดวงตากลมสวยสีน้ำตาลเข้มหลุบมองเจ้าของบ่ากว้างด้านข้างอีกคนแล้วแกะมือเพื่อนออกก่อนจะเดินเข้ามาหาท่ามกลางสายตาของคนอื่นที่มองตามอย่างอยากรู้ว่าเจ้าหล่อนจะทำอะไรถัดจากนี้
"..."
มือบางยื่นขึ้นไปกระตุกแขนเสื้อเชิ้ตของเซน่อนเบาๆ เรียกให้หันมาสนใจ แต่มาเฟียหนุ่มกลับทำเพียงกระแทกลมหายใจออกอย่างรำคาญแล้วปัดมือเล็กออกอย่างไม่ไยดี
"เมื่อกี้ข้าวไปนั่งตักผิดคน ผัวอย่าโกรธข้าวเลยนะ~" เสียงหวานออดอ้อนยังคงยานยาวไม่เป็นปกติ ดวงตากลมสองข้างกระพริบปริบอย่างน่ารักริมฝีปากยื่นออกน้อยๆ
พรวด!!!!
สรรพนามใหม่ที่ใช้เรียกเพื่อนร่วมธุรกิจทำให้ศรัณย์ที่เพิ่งยกเหล้าด้านหน้าตัวเองขึ้นดื่มพ่นมันออกมาเต็มโต๊ะด้านหน้า โชคดีที่ว่าแต่ละคนนั่งห่างกันพอสมควรไม่งั้นล่ะก็คงได้มีใครคนใดคนหนึ่งเป็นผู้โชคร้ายถูกน้ำมึนเมาพ่นใส่แน่
เจ้าพ่อคาสิโนหลุดขำพรวดกับสีหน้าไม่ชอบใจของเซน่อนที่แสดงออกชัดเจนว่ารำคาญแค่ไหนกับผู้หญิงคนนี้ ส่วนคนอื่นๆ ทำเพียงยกมุมปากขึ้นน้อยๆ เท่านั้น
"กูว่าอนาคตพี่เมียมึงหนีไม่พ้นเด็กนี่แล้วว่ะ ฮ่าๆๆ" เสียงดังหันไปพูดกับคาลอสที่รั้งร่างเมียรักขึ้นมานั่งบนตักเหลือบมองตรงมาแล้วยกมุมปากขึ้นนิดๆ เท่านั้นก่อนจะหันกลับไปซุกหน้าเข้ากับลำคอระหง ในกลุ่มเพื่อนคงจะมีเพียงเขาคนเดียวที่ไม่ได้แตะอะไรเลย ทั้งบุหรี่ แอลกอฮอล์เพราะนึกถึงเมียเป็นที่หนึ่งเสมอ
"น่ารำคาญ"
เสียงเข้มดังขึ้นอย่างหงุดหงิด สะบัดมือของคนที่ยกขึ้นมาจับชายเสื้อออกอีกครั้งด้วยความรำคาญเหลือบหางตามองเจ้าของคลับที่ยังคงนั่งหัวเราะขำอยู่ข้างๆ สายตานิ่งหงุดหงิด
ร่างสูงใหญ่ผุดลุกขึ้นดันลิ้นดุนกระพุ้งแก้มอย่างหงุดหงิดกับทุกสิ่งเพียงได้เห็นหน้าเพื่อนน้องสาว นับตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันก็รู้สึกไม่ชอบหน้าเธอแล้ว ยิ่งมาเห็นพฤติกรรมของเจ้าหล่อนก็ยิ่งเอือมระอาน่ารำคาญเป็นที่สุด
"กูกลับล่ะ" เซน่อนเอ่ยบอกกับกลุ่มเพื่อนแล้วตั้งท่าจะเดินออกไปจากห้องแต่ถูกรั้งไว้ด้วยสองมือของคนเมาที่ยืนกระพริบตาปริบให้ สองตาหนักอึ้งจะหลับเหล่มิหลับเหล่
มือหนาปัดสองมือเรียวออกแรงๆ ปลดกระดุมบนเสื้อลงมาสองเม็ดคลายความร้อนภายในร่างกายที่เริ่มจะทนกับเจ้าหล่อนไม่ไหว หากไม่ติดวว่าน้องสาวยังนั่งอยู่ตรงนี้คงได้มีสั่งสอนด้วยวิธีของเขากันบ้าง
เซน่อนเดินออกมาโดยไม่หันหลังมองใครอีก ไม่แม้แต่จะชายตามองน้องสาวที่ทำเหมือนมีเรื่องจะพูดด้วยเลยด้วยซ้ำ จนเสียงหวานตะโกนไล่ตามหลังก็ยังไม่สามารถหยุดหัวหน้าองค์กรเอาไว้ได้
"เฮียเดี๋ยว! นาวฝากไปส่งยัยข้าวก่อน จิ๊ ทำไมใจดำแบบนี้เนี่ย"
นานาวบ่นตามหลังพี่ชายที่เดินนำออกไปแล้วอย่างไม่จริงจัง หันกลับมามองเพื่อนรักที่ยังยืนมองตรงไปยังบานประตูสายตาละห้อยแม้จะอยู่ในอาการเมามากแต่แววตาคู่นั้นก็ยังดูอาลัยอาวรณ์คนที่เดินออกไปแล้วมากอยู่ดี
"อ๊ะ! เดี๋ยวสิคุณหนูจะไปหายัยข้าวก่อน"
"เพื่อนหนูก็ไม่ได้ไปไหนจะไปหาทำไม" ว่าพลางจรดริมฝีปากลงมาบนต้นคอขาวแผ่วเบา ฝ่ามือหนากอบกุมหน้าท้องนูนที่มีลูกน้อยอยู่ด้านในแล้วลูบขึ้นลงเบาๆ
"แต่ยัยข้าวเมาอยู่"
"เดี๋ยวให้อาทิตย์จัดการ หนูท้องอยู่"
"คุณ..."
"อย่าดื้อ"
ว่าที่คุณแม่มือใหม่พ่นลมหายใจแรงใส่คนรักแล้วเอนตัวพิงกับอกแกร่งไม่ให้คนตัวโตได้ซุกซบตามใจอีก ดวงตากลมจับจ้องยังเพื่อนรักตลอดเวลา เห็นนางนั่งลงยังที่นั่งของคนที่เพิ่งเดินจากไปยกแก้วเหล้าที่เหลือก้นแก้วขึ้นกระดกดื่มแล้วได้แต่ถอนหายใจ
ตอนแรกก็คิดว่านางจะไม่ได้จริงจังอะไรมากขนาดนี้ ข้าวแป้งเป็นพวกชอบคนหล่ออยู่แล้วแต่ไม่คิดว่ากับพี่ชายเธอมันจะเป็นได้มากขนาดนี้ สงสัยคงเพราะความยากถึงได้ไปท้าทายความอยากชนะของมันด้วยแหละ
ข้าวแป้งเทเหล้าราคาแพงเฉียดล้านที่วางบนโต๊ะด้านหน้าลงแก้วของมาเฟียหนุ่มแล้วยกขึ้นดื่ม ท่ามกลางเสียงพูดคุยของกลุ่มมาเฟียที่เริ่มขึ้นอีกครั้ง แต่ไม่ใช่การประชุมอย่างก่อนหน้าแต่เป็นการพูดคุยกันทั่วไปต่างหาก
---
"อือ~"ความเย็นตกกระทบลงบนผิวแก้มนุ่มปลุกคนที่กำลังนอนขุดคู้อยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนาให้ตื่นมารับวันใหม่ ข้าวแป้งขยับริมฝีปากกลืนน้ำลายด้วยความรู้สึกกระหายน้ำค่อยๆ ดันตัวลุกขึ้นนั่งด้วยความงัวเงียยกมือขึ้นมาขยี้ตาเบาๆ แสงสาดส่องเข้ามากระทบกับพื้นด้านล่างช่วงปลายเตียงทำให้สามารถมองเห็นรอบห้องได้ชัดมากขึ้นแม้ปิดม่านทึบเอาไว้ ดวงตากลมกวาดมองไปรอบห้องหาคนที่ควรจะนอนอยู่ด้วยกันแต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของเขา ห้องน้ำก็เปิดกว้างโชว์ความว่างเปล่าจนนึกแปลกใจ"เฮีย~" เปล่งเสียงหวานแหบแห้งพร้อมกับหย่อนขาลงจากเตียง เอียงคอมองหาเผื่อเจ้าของชื่อจะเดินออกมาจากมุมไหนสักมุมที่เธอมองไม่เห็น แต่รอแล้วรอเล่าก็ยังไม่เห็นเขาเดินออกมาสักทีไปไหนนะ เอ่ยถามตัวเองในใจแล้วหยัดกายจากเตียงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ยกมือขึ้นทุบศีรษะทุยเบาๆ ให้คลายความมึนก้าวเท้าเดินออกไปนอกห้องนอน ตอนนี้เธอต้องการหาน้ำมาดื่มดับกระหายคอแห้งก่อนส่วนเรื่องอื่นเอาไว้ทีหลังทันทีที่ประตูห้องนอนเปิดออกก็จะเจอกับโถงกว้างซึ่งมีไว้สำหรับนั่งเล่นและเป็นส่วนพักผ่อน มีตู้เย็นขนาดไม่ใหญ่มากนักตั้งอยู่ในโซนของบาร์น้ำซึ่งต้องเดินผ่านกลางห้องไปยังอีกฝั่ง
เกิดมาสักครั้งใครๆ ก็มีความฝันอยากใส่ชุดแต่งงานสีขาว อยากเป็นเจ้าสาวที่มีความสุขที่สุดแต่นั่นมันไม่เคยอยู่ในหัวของข้าวแป้งมาก่อน เธอคิดเพียงแค่อยากสนุกกับผู้ชายไปวันๆ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองจะเบื่อชีวิตแบบนั้นเมื่อไหร่จนกระทั่งวันที่ได้เจอกับพี่ชายเพื่อน ผู้ชายที่เข้ามาเปลี่ยนความคิดและชีวิตเธอดวงตากลมโตทอดมองชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาดบนเรือนร่างเย้ายวนของพี่สะใภ้ภายในห้องแต่งตัว ริมฝีปากเอิบอิ่มเม้มเข้าหากันน้อยๆ คิดไปถึงวันที่ตัวเองได้เป็นเจ้าของชุดนั้นบ้าง วันนั้นเธอจะมีความสุขมากแค่ไหนกันเจ้าบ่าวร่างสูงใหญ่เดินเข้ามารับมือน้อยของตัวเองพาเดินขึ้นเวทีท่ามกลางแขกเหรื่อญาติพี่น้องด้านล่างที่ต่างมานั่งเป็นสักขีพยานรักของสองเรา..."ยัยข้าว! มัวแต่ใจลอยไปไหนเนี่ย""ห๊ะ!?""แกนี่จริงๆ เลย ทำไมอยากเป็นเจ้าสาวบ้างหรือไงเดี๋ยวฉันจะได้บอกเฮียให้ รับรองไม่เกินเจ็ดวันแกได้เป็นเจ้าสาวสมใจแน่"เสียงใสๆ ของเพื่อนรักที่นั่งอยู่ในห้องแต่งตัวด้วยกันดังขึ้นดึงสติที่กำลังหลุดลอยไปในงานวันแต่งของตัวเองออกมา ไม่พอนางยังแกล้งแหย่ให้เธอได้เขินจนหน้าแดงแปร๊ดด้วยการดักคอทางฝันหวานเธอให้คนนอกได้รู้ไปอีก ด้วยความที
"สรุปคือเฮียมาเจอพ่อกับแม่ข้าวก่อนหน้านี้แล้วเหรอ แถมยังบอกว่าเราเป็นแฟนกันด้วยเนี่ยนะ"เสียงหวานแกมไม่พอใจเอ่ยถามย้ำในสิ่งที่คนตัวโตด้านข้างเพิ่งเล่าให้ฟังหลังจากขบวนรถหรูสองคันเคลื่อนออกจากบ้านหลังใหญ่ของครอบครัวออกมาแล้ว ข้าวแป้งแทบจะไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยินมา คำพูดที่ราวกับไม่ทุกข์ร้อนอะไรเหมือนว่าเธอกับเขามีสถานะพิเศษต่อกันเมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้จริง ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วตอนนั้นแม้แต่คำพูดดีๆ เขายังไม่เคยมีให้เธอเลยด้วยซ้ำ แล้วยังมีหน้ามาบอกครอบครัวเธอว่าเป็นแฟนเธอได้ยังไงกันเซน่อนหลุบจ้องดวงหน้าสวยยกมุมปากขึ้นแล้วพยักหน้าให้ยอมรับว่าสิ่งที่ตัวเองเพิ่งพูดไปกับสิ่งที่เจ้าหล่อนเข้าใจมันตรงกัน มือหนายกขึ้นมาปัดผมยาวทัดหลังหูให้เมินสายตาขุ่นเคืองไม่พอใจที่ใช้มองตัวเอง"เหตุผลล่ะคะ ถ้านับเวลาตามที่เล่ามาตอนนั้นก็น่าจะเป็นตอนที่ข้าวบอกว่าจะถอยออกมานี่ แล้วที่ทำไปต้องการอะไรหรือเดาไว้อยู่แล้วว่ายังไงข้าวก็ต้องยอมให้โอกาสเฮียงั้นเหรอ" เหมือนทุกอย่างอยู่ในแผนการของเขาทั้งหมดโดยที่เธอเพียงแค่เดินตามหมากที่เขาวางไว้เท่านั้นเอง"เหตุผลคือแค่อยากให้คนอื่นรู้ว่าเธอเป็นของเฮีย ส่วนที่
วันต่อมา..."ตอนนี้หนูอยู่โรงแรมแล้วค่ะ"ข้าวแป้งเอ่ยเสียงใสกับคนในสายพร้อมกับยิ้มทักทายพนักงานที่ยกมือไหว้เพราะคุ้นเคยกันดีเล็กน้อย ก่อนจะเดินมาหย่อนตัวลงบนโซฟานุ่มภายในโถงโรงแรมข้างเซน่อน อ้าปากรับหลอดดูดน้ำที่มาเฟียหนุ่มจับป้อนให้ดับกระหาย'ทำไมไม่ตรงกลับมาบ้านเลยล่ะลูกจะไปแวะโรงแรมทำไม'"หนู.. หนูแวะมาดูโรงแรมนิดหน่อยเองค่ะแม่เดี๋ยวก็จะออกแล้ว" ริมฝีปากเอิบอิ่มเม้มเข้าหากันปั้นคำโกหกบุพการีตาล่อกแล่ก เสมองออกไปเล็กน้อยหลบสายตาของคนตัวโตที่มุ่งตรงมา'เฮ้อ.. จริงๆ เลยลูกสาวคนนี้ แล้วนี่จะกลับมาทานข้าวเย็นกับแม่ใช่ไหม ไม่ใช่ว่าเที่ยวเล่นจนไม่ยอมกลับมาอีกแล้วนะ'"อีกเดี๋ยวหนูก็กลับแล้วทันข้าวเย็นแน่นอนค่ะ เออแม่คะแค่นี้ก่อนนะหนูขอเดินดูรอบๆ ก่อนเดี๋ยวจะรีบกลับเลยค่ะ ฝากของโปรดหนูไว้เยอะๆ ด้วยนะคะ"ได้ยินเสียงบ่นไม่จริงจังดังเล็ดลอดตามสายมาเบาๆ ก่อนคนปลายสายจะเป็นคนกดวางสายไปก่อน ข้าวแป้งพ่นลมหายใจออกปากเบาๆ อย่างโล่งอกที่แม่ไม่สงสัยอะไรมาก ปกติเธอก็จะนอนโรงแรมอยู่แล้วหากว่าพ่อกับแม่ไม่อยู่บ้านกัน เพราะมันสะดวกกว่าและขี้เกียจนั่งรถกลับบ้านด้วย แต่หากท่านอยู่บ้านเธอก็จะกลับไปนอนบ้านทุกค
"ยัยนาวก็มาที่แบบนี้เหมือนกันเหรอคะ""ไม่บ่อย ไอ้คาลอสมันหวงเมียมันมากเลยไม่ค่อยให้มาเห็นธุรกิจอะไรแบบนี้ของมันนัก แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยมาเลย"ข้าวแป้งพยักหน้ารับรู้กวาดสายตามองรอบบริเวณที่มีบอดี้การ์ดยืนประจำจุดรักษาความปลอดภัย และมีชายร่างสูงใหญ่กำลังขนลังไม้สำหรับใส่สินค้าลงจากเรือเข้าไปในโกดังเก็บของเสียงคลื่นทะเลกระทบฝั่งดังให้ได้ยินจังหวะเป็นระยะ ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีมืดเพราะเป็นเวลาเกือบหนึ่งทุ่มแล้ว ความอุ่นที่สอดเข้ามากลางฝ่ามือเล็กเรียกหญิงสาวที่กำลังมองสำรวจรอบกายด้วยความตื่นเต้นอยากรู้อยากเห็นให้กลับมายังคนตัวโตด้านข้างอีกครั้งสองคนสบตากันเล็กน้อยก่อนจะเป็นข้าวแป้งที่เป็นฝ่ายกระชับฝ่ามือหนาด้วยมือเล็ก ยกมืออีกข้างขึ้นมากอดแขนแกร่งเอาไว้เอียงคอยิ้มน่ารักส่งให้ ทำให้เซน่อนหมุนเท้ากลับมาเผชิญหน้ากันยกมืออีกข้างที่ว่างเว้นขึ้นมาปัดผมข้างแก้มเนียนให้อย่างเบามือ"พร้อมยัง""พร้อมตั้งแต่รถเข้ามาด้านหน้าโน่นแล้ว""เป็นเมียเฮียอันตรายนะ วันๆ ก็ยุ่งอยู่แต่กับอาวุธของอันตรายแน่ใจนะว่าจะเข้ามาอยู่ในชีวิตเฮียจริง""มาถามตอนนี้ไม่ทันแล้วไหมคะก็พามาถึงนี่แล้ว อีกอย่างข้าวยังไม่ได้บอ
ความสุขของการตื่นเช้ามารับวันใหม่ของข้าวแป้งไม่ว่าจะเมื่อก่อนหรือว่าปัจจุบันนี้ก็คือการลืมตาขึ้นมาแล้วได้เห็นใบหน้าหล่อเหลาของพี่ชายเพื่อนที่นอนอยู่ด้านข้าง อ้อมแขนแสนอุ่นที่กำลังโอบกอดเธอเอาไว้ แพขนตาดกเรียงตัวสวย สันจมูกโด่งคมสัน ริมฝีปากหยักบางและ.. น่าสัมผัสนี้"อือ~"แรงกระชับแขนพร้อมกับเสียงครางอืออาในลำคอของเซน่อนทำข้าวแป้งที่กำลังกวาดสายตาสำรวจความหล่อเหลาตรึงตราใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบเจอเผลอชะงักมือที่ยกขึ้นมาหวังลูบสันจมูกคม ดวงตากลมเลื่อนขึ้นจากปลายจมูกเหนือริมฝีปากบางขึ้นยังเปลือกตาหนาสองข้างที่กำลังปิดสนิท ลมหายใจอุ่นเข้าออกสม่ำเสมอรินรดใบหน้าเป็นจังหวะ"นี่.. ข้าวรู้นะว่าเฮียตื่นแล้ว""...""ข้าวต้องกลับภูเก็ตสามสี่วันไปงานแต่งพี่ชาย เมื่อวานว่าจะทำงานวันสุดท้ายก่อนลายาวแต่กลับต้องมาหยุดเพราะเฮียอีกไม่รู้เขาจะไล่ข้าวออกหรือเปล่าไม่รู้""เมียคนเดียวเลี้ยงไหวน่า""ตื่นแล้วจริงด้วย""ยังไม่อยากลุก""แต่ข้าวต้องไปสนามบินก่อนสิบโมงเผื่อรถติดด้วยอีกสักครึ่งชั่วโมง ถ้าเฮียอยากนอนต่อก็ปล่อยข้าวลุกไปแล้วเฮียก็นอนไปสิ" เซน่อนพ่นลมหายใจออกแรงๆ ลืมตาขึ้นมามองคนช่างเจรจา คลายมือออ
แสงไฟสีเหลืองสองข้างทางสาดส่องเข้ามากระทบกับเรือนร่างสวยบนกายหนาเป็นระยะ เสียงครางกระเส่าหวานพร่ายังคงดังอย่างต่อเนื่องไม่สนใจว่าสถานที่สำหรับการเริงรักครั้งนี้จะไม่ใช่เตียงนอนนุ่มในห้องพัก แต่มันคือเบาะนั่งบนรถหรูกลางถนนต่างหากข้าวแป้งสะบัดสะโพกมนเข้าหาท่อนลำกายแกร่งอย่างบ้าคลั่งตามสติไม่เต็มร้อย
"ชนแก้วหน่อยไหมคะสุดหล่อ~"เสียงยานคางพร้อมทั้งร่างเล็กของข้าวแป้งที่พุ่งเข้าหาผู้คนที่เดินผ่านทำเซน่อนถึงกับพ่นลมหายใจออกแรงๆ ปลายลิ้นสากดุนกระพุ้งแก้มระบายความร้อนในร่างกายที่เหมือนจะเพิ่มขึ้นทุกวินาทีให้ได้เพราะหญิงสาวที่เอาแต่ยั่วโมโหตลอดเวลาตั้งแต่เล่นหูเล่นตากับไอ้ดีเจบนเวที ผู้ชายที่เดินผ่า
ฉึก! "อ๊ากกกกก"เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังไปทั่วห้องอับชื้นชั้นใต้ดินภายในเขตท่าเรือโกดังเก็บสินค้า ภายในห้องอับชื้นเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดชวนคลื่นไส้อาเจียนมีร่างไร้วิญญาณของชายร่างใหญ่หลายรายนอนเกลื่อนทับถมกันแต่นั่นกลับไม่ได้น่ากลัวเท่ากับเจ้าของดวงตาคมกริบผู้ที่สั่งสังหารปลิดชีพคนเหล่าน
"อือ~"ความอึดอัดไม่สามารถขยับร่างกายได้ตามใจต้องการปลุกคนหลับใหลให้ตื่นขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด ดวงตากลมกลอกกลิ้งมองเพดานห้องมืดมีแสงสลัวจากด้านนอกลอดผ่านม่านเข้ามาบางเบาให้พอมองเห็นเพดานขาวบ้าง ลมหายใจถูกพ่นออกมาเสียงดังพร้อมกับความหนักอึ้งบนร่างกายที่พยายามจะดันออก ข้าวแป้งหันมองเจ้าของน้ำหนักบนต







