Mag-log in"ยิ้มชั่วร้ายแบบนี้ สายตาแบบนี้แกคิดจะทำอะไรอีกแล้วใช่ไหมยัยข้าว"
ดวงตาเฉี่ยวหรี่ลงเล็กน้อยจ้องเพื่อนรักด้วยความรู้ทัน ประกายตาวิบวับของมันไม่สามารถปิดบังความคิดในหัวมันได้เลยสักนิด
ข้าวแป้งบิดยิ้มเล็กน้อยเหล่ตามองเพื่อนสาวสองคนเพียงนิดแล้วยืดตัวขึ้น ปัดผมบนบ่าบางออกเล็กน้อยก่อนจะกระแอ่มไอเบาๆ สองสามครั้งยกแก้วเหล้าด้านหน้าขึ้นกระดกลงคอจนหมด
"ไว้เจอกันวันหลังนะ วันนี้ฉันไม่ว่างแล้วต้องไปตามสามีในอนาคตก่อน"
"สามี?"
"อ่าห๊ะ!"
เสียงหวานตอบกลับเพื่อนอย่างทีเล่น หยัดกายขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่เดินตามกลุ่มคนของเซน่อนขึ้นไปยังชั้นบนซึ่งก็รู้ว่าเป็นชั้นสำหรับวีไอพีและส่วนตัวของกลุ่มเพื่อนเท่านั้น
หลังจากวันที่ได้สัมผัสกล้ามเนื้อลอนสวยของว่าที่สามีในอนาคตแล้วเธอก็ไม่ได้เจอเขาอีกเลย จะว่าไง เธอต้องเตรียมอะไรอีกหลายๆ อย่างเกี่ยวกับการเรียนจบก่อน มาเจอกันอีกทีก็ตอนงานแต่งของนานาวเพื่อนรักอีกคนที่เรียนมาด้วยกัน และแน่นอนที่เธอกล้ารับประกันตัวเองว่าหากเดินขึ้นไปด้านบนแล้วตัวเองจะไม่ถูกโยนลงมานั้นก็เพราะเพื่อนรักเธอมันมาด้วยไง ไม่ได้มาด้วยกันกับว่าที่สามีในอนาคตเธอแต่นางมากับสามีนางต่างหาก
แต่แล้วไง แค่มีเพื่อนเธออยู่แค่นี้ก็เข้าทางทุกอย่างแล้ว
"แสดงบัตรวีไอพีด้วยครับ"
ข้าวแป้งเดินมาหยุดหน้าบันไดทางขึ้นไปยังชั้นสองของคลับ ยกมือขึ้นกอดอกแล้วบิดยิ้มโชว์เสน่ห์ไปหนึ่งกรุบเบาๆ ก่อนจะเดินเข้าไปยืนเผชิญหน้ากับการ์ดของคลับซึ่งก็คือเพื่อนของคาลอสสามีของเพื่อนสนิทตัวเอง
"ฉันมากับนานาวค่ะ ภรรยาคุณคาลอสที่เพิ่งขึ้นไปเมื่อกี้นี้"
การ์ดสองคนหันมองหน้ากันเล็กน้อยก่อนจะกลับมาจ้องหน้าหญิงสาวตรงหน้าอีกครั้ง แน่นอนว่าไม่มีใครไม่รู้จักนานาวภรรยาเพื่อนเจ้านายแต่การมาอ้างโดยไม่หลักฐานอะไรเลยแบบนี้ก็คงปล่อยผ่านให้ขึ้นไปไม่ได้อยู่ดี
"เชิญครับ"
"..."
ริมฝีปากเอิบอิ่มเบะลงเล็กน้อยเมื่อการ์ดร่างใหญ่กลับเชิญให้เธอเดินออกไปจากตรงนั้น อุตส่าห์รีบเดินตามกลุ่มของเพื่อนมาแล้วแท้ๆ แต่กลับคาดกันจนได้ นางก็มีสามีที่ขี้หวงเสียเหลือเกินประคองกอดเอวไม่ให้หันมองใครเลยนอกจากตัวเอง จะตะโกนเรียกให้รอด้วยก็ไม่ทันเสียแล้ว
แต่ก็น่าแปลกเหมือนกันที่มาเฟียหนุ่มปล่อยให้คนท้องคนไส้มาสถานที่แบบนี้ได้ หวงขนาดนั้นคงจะเป็นงานเร่งด่วนแน่เลย
ข้าวแป้งถอนหายใจเบาๆ มือเรียวสอดคว้าโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายสีเดียวกับชุดปักเลื่อมเกล็ดเพชรส่องแสงวิบวิบออกมากดส่งข้อความหานานาวผู้ที่จะสามารถช่วยให้เธอขึ้นไปด้านบนได้ หากไม่ติดว่าว่าที่สามีเธออยู่ด้วยนะจ้างก็ไม่ขึ้นไปหรอก สู้แดนซ์อยู่ชั้นล่างนี่ดีกว่า
"ยัยข้าว!"
ยืนรอเพียงไม่นานร่างเล็กของคุณแม่มือใหม่ก็เดินลงมารับพร้อมกับมือขวาของสามีนาง ข้าวแป้งฉีกยิ้มกว้างด้วยความดีใจที่ได้เจอเพื่อนรักอีกเหตุผลคือจะได้เจอหน้าสามีในอนาคตแบบไม่ต้องมองอยู่ไกลๆ เหมือนทุกครั้งด้วย
"ว่าไงยัยคุณแม่ ผัวแกให้มาที่แบบนี้ได้ไงเนี่ย"
"มันเร่งด่วนน่ะ แล้วแกล่ะมาเที่ยวเหรอ"
"มาปฏิบัติธรรมมั้งถามได้"
"ฮ่าๆ ก็ว่าน้อ"
"นายหญิงครับผมว่าขึ้นไปข้างบนดีกว่าครับ"
นานาวหันมองหน้าอาทิตย์แล้วพยักหน้าให้นิดๆ ก่อนจะหันมาหาเพื่อนสนิทอีกครั้ง สองมือกอดแขนเรียวของเพื่อนเอาไว้แล้วพากันเดินขึ้นมาด้านบน
หลังกลับจากฮันนีมูนคาลอสก็มีงานเข้ามาตลอด แม้จะมีเวลาอยู่กับเธอมากขึ้นกว่าแต่ก่อนแต่ว่าเขาก็ดูเหมือนจะเหนื่อยๆ มากเช่นกัน เพราะงานที่เหมือนจะมีปัญหาของกลุ่มเพื่อน เหมือนจะมีหนอนบ่อนไส้จากกลุ่มศัตรูแต่ยังหาตัวไม่ได้ว่าเป็นใครเลยทำให้จะทำอะไรต้องรอบคอบไว้ก่อน เธอเลยต้องตามติดคนรักไปทุกที่ด้วยเหตุผลเดียวคือคำว่าห่วงของเขา
แกร็ก~
บานประตูถูกเปิดเข้ามาจากบุคคลด้านนอกทำให้การประชุมที่กำลังเคร่งเครียดหยุดชะงักลง สายตาของคนในห้องมุ่งตรงมายังผู้มาใหม่ทันทีทำให้ข้าวแป้งที่คิดว่าจะมีเพียงแค่เจ้าของคลับ เซน่อนและคาลอสเท่าชะงักไปครู่หนึ่ง
"นาวขอพาเพื่อนมานั่งด้วยนะคะ จะนั่งเงียบๆ ไม่รบกวนเลยค่ะ"
เสียงหวานของนายหญิงมาเฟียตุรกีเอ่ยแทรกความเงียบขึ้นมา แต่เหมือนมันจะยังไม่สามารถบรรเทาความอึดอัดจากสายตาหลายคู่ที่จ้องมองมาได้
"พี่คุยงานอยู่หนูน่าจะบอกก่อนว่าจะพาเพื่อนมาด้วย"
"เพื่อนหนูไว้ใจได้ค่ะ อีกอย่างยัยข้าวมาคนเดียวด้วย..."
"ก็มาคนเดียวได้ตลอดนี่ วันนี้เป็นอะไรถึงอยู่คนเดียวไม่ได้"
เซน่อนดึงสายตากลับคว้าแก้วเหล้าเพียวตรงหน้าตัวเองขึ้นดื่มเอ่ยแทรกน้องสาวที่กำลังจะรับประกันความน่าไว้ใจของเพื่อนทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง
คำพูดเหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไรมากของมาเฟียหนุ่มทำให้คนฟังเหมือนโดนไฟช็อตร่างกายแข็งทื่อไปดื้อๆ ใช่ เธอมาที่นี่บ่อยเหตุผลหลักๆ เลยคือมาดักรอเขานั่นแหละ แค่ได้มองไกลๆ ก็พอเพราะโดนกีดกันตลอด ส่วนเหตุรองลงมาแน่นอนว่าเป็นความชอบส่วนตัวของตัวเอง ไม่คิดว่าคนที่เดินแล้วมองแต่ด้านหน้าตัวเองทำหน้านิ่งได้ตลอดเวลาอย่างเซน่อนจะชายตามองเห็นเธอด้วย
ริมฝีปากเอิบอิ่มจุดยิ้มมุมปากน้อยๆ อย่างน้อยเขาก็มองเห็นเธอบ้างแหละถึงจะเป็นการมองแบบไม่ค่อยดีเท่าไหร่และเป็นการเจอในสถานที่ที่ไม่ค่อยเหมาะสำหรับสาวหวานๆ เรียบร้อยๆ ก็ตาม
"เฮีย.. ไม่น่ารักเลย"
นานาวว่าให้พี่ชายทำหน้างอไม่จริงจังก่อนจะลากแขนเพื่อนรักเดินไปยังอีกโต๊ะที่อยู่ห่างออกมา มีโซฟาที่นั่งไว้สำหรับสามที่เธอก็ไม่ได้ถึงขนาดว่าจะก้าวก่ายเรื่องงานหรือเรื่องอื่นๆ ของคนรักไปเสียหมด เธอเว้นระยะห่างและรู้ดีว่าต้องทำตัวยังไง แต่ที่พาเพื่อนเข้ามาในห้องนี้ด้วยเพราะรู้ว่าคาลอสต้องไม่พอใจแน่ถ้าจะให้เธอไปนั่งที่อื่นที่อยู่ห่างสายตาเขา
แต่จะให้ไปนั่งร่วมโต๊ะด้วยก็คงจะดูยังไงอยู่เหมือนกัน อีกอย่างเกรงใจเพื่อนๆ เขาด้วย นั่งจากมุมนี้แม้จะเห็นกลุ่มคนกำลังประชุมกันแต่แน่นอนว่าเสียงดังไม่ถึงแน่เพราะมันค่อนข้างไกลพอสมควร และห้องก็เป็นแบบปิดสนิทเสียงไม่ก้องด้วย
"ไม่เป็นไรแน่นะ ฉันกลัวผัวแกจะดักปาดคอยังไงไม่รู้"
"หึหึ เขาไม่ทำหรอกแต่คนอื่นไม่แน่.. ถามจริง แกไปทำอะไรให้เฮียเนี่ยทำไมเหมือนเฮียจะดูไม่ค่อยชอบแกเลย อย่าบอกนะว่าจีบไม่งามเกินตัวถึงเนื้อถึงตัวมากเกินไปอ่ะ"
"เปล๊า! ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยเขาไม่ชอบเองต่างหาก" เสียงสูงเบือนสายตาหนีการจับผิดของเพื่อน เธอไม่ได้ทำอะไรจริงๆ เวลาพูดด้วยเขาแทบจะไม่อยากตอบเลยด้วยซ้ำจะเอาอะไรไปทำกันล่ะ แต่ถึงเนื้อถึงตัวนั่นมันอีกเรื่อง ก็ตอนนั้นมันเหม่อมัวแต่ติดอยู่ในจินตนาการแสนหวานของตัวเองนี่นาไปถึงตัวเขาเมื่อไหร่ยังไม่รู้ตัวเลย
"จริงอ่ะ เสียงสูงนะ"
"เลิกจับผิดได้แล้วน่า ว่าแต่แกเหอะ ไปซาวด์ยัง หลาานฉันเป็นชายหรือหญิงอ่ะ"
ข้าวแป้งเปลี่ยนเรื่องพูดคุยไปถึงหลานในท้องของเพื่อนรักแทน ฝ่ามือน้อยเอื้อมไปวางบนหน้าท้องนูนเด่นที่ค่อนข้างเกินตัวของนานาวแล้วยิ้มน้อยๆ ดวงตาเป็นประกายเหมือนจะรู้สึกได้ถึงการขยับดิ้นสู้มือเล็กน้อย
---
"อือ~"ความเย็นตกกระทบลงบนผิวแก้มนุ่มปลุกคนที่กำลังนอนขุดคู้อยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนาให้ตื่นมารับวันใหม่ ข้าวแป้งขยับริมฝีปากกลืนน้ำลายด้วยความรู้สึกกระหายน้ำค่อยๆ ดันตัวลุกขึ้นนั่งด้วยความงัวเงียยกมือขึ้นมาขยี้ตาเบาๆ แสงสาดส่องเข้ามากระทบกับพื้นด้านล่างช่วงปลายเตียงทำให้สามารถมองเห็นรอบห้องได้ชัดมากขึ้นแม้ปิดม่านทึบเอาไว้ ดวงตากลมกวาดมองไปรอบห้องหาคนที่ควรจะนอนอยู่ด้วยกันแต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของเขา ห้องน้ำก็เปิดกว้างโชว์ความว่างเปล่าจนนึกแปลกใจ"เฮีย~" เปล่งเสียงหวานแหบแห้งพร้อมกับหย่อนขาลงจากเตียง เอียงคอมองหาเผื่อเจ้าของชื่อจะเดินออกมาจากมุมไหนสักมุมที่เธอมองไม่เห็น แต่รอแล้วรอเล่าก็ยังไม่เห็นเขาเดินออกมาสักทีไปไหนนะ เอ่ยถามตัวเองในใจแล้วหยัดกายจากเตียงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ยกมือขึ้นทุบศีรษะทุยเบาๆ ให้คลายความมึนก้าวเท้าเดินออกไปนอกห้องนอน ตอนนี้เธอต้องการหาน้ำมาดื่มดับกระหายคอแห้งก่อนส่วนเรื่องอื่นเอาไว้ทีหลังทันทีที่ประตูห้องนอนเปิดออกก็จะเจอกับโถงกว้างซึ่งมีไว้สำหรับนั่งเล่นและเป็นส่วนพักผ่อน มีตู้เย็นขนาดไม่ใหญ่มากนักตั้งอยู่ในโซนของบาร์น้ำซึ่งต้องเดินผ่านกลางห้องไปยังอีกฝั่ง
เกิดมาสักครั้งใครๆ ก็มีความฝันอยากใส่ชุดแต่งงานสีขาว อยากเป็นเจ้าสาวที่มีความสุขที่สุดแต่นั่นมันไม่เคยอยู่ในหัวของข้าวแป้งมาก่อน เธอคิดเพียงแค่อยากสนุกกับผู้ชายไปวันๆ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองจะเบื่อชีวิตแบบนั้นเมื่อไหร่จนกระทั่งวันที่ได้เจอกับพี่ชายเพื่อน ผู้ชายที่เข้ามาเปลี่ยนความคิดและชีวิตเธอดวงตากลมโตทอดมองชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาดบนเรือนร่างเย้ายวนของพี่สะใภ้ภายในห้องแต่งตัว ริมฝีปากเอิบอิ่มเม้มเข้าหากันน้อยๆ คิดไปถึงวันที่ตัวเองได้เป็นเจ้าของชุดนั้นบ้าง วันนั้นเธอจะมีความสุขมากแค่ไหนกันเจ้าบ่าวร่างสูงใหญ่เดินเข้ามารับมือน้อยของตัวเองพาเดินขึ้นเวทีท่ามกลางแขกเหรื่อญาติพี่น้องด้านล่างที่ต่างมานั่งเป็นสักขีพยานรักของสองเรา..."ยัยข้าว! มัวแต่ใจลอยไปไหนเนี่ย""ห๊ะ!?""แกนี่จริงๆ เลย ทำไมอยากเป็นเจ้าสาวบ้างหรือไงเดี๋ยวฉันจะได้บอกเฮียให้ รับรองไม่เกินเจ็ดวันแกได้เป็นเจ้าสาวสมใจแน่"เสียงใสๆ ของเพื่อนรักที่นั่งอยู่ในห้องแต่งตัวด้วยกันดังขึ้นดึงสติที่กำลังหลุดลอยไปในงานวันแต่งของตัวเองออกมา ไม่พอนางยังแกล้งแหย่ให้เธอได้เขินจนหน้าแดงแปร๊ดด้วยการดักคอทางฝันหวานเธอให้คนนอกได้รู้ไปอีก ด้วยความที
"สรุปคือเฮียมาเจอพ่อกับแม่ข้าวก่อนหน้านี้แล้วเหรอ แถมยังบอกว่าเราเป็นแฟนกันด้วยเนี่ยนะ"เสียงหวานแกมไม่พอใจเอ่ยถามย้ำในสิ่งที่คนตัวโตด้านข้างเพิ่งเล่าให้ฟังหลังจากขบวนรถหรูสองคันเคลื่อนออกจากบ้านหลังใหญ่ของครอบครัวออกมาแล้ว ข้าวแป้งแทบจะไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยินมา คำพูดที่ราวกับไม่ทุกข์ร้อนอะไรเหมือนว่าเธอกับเขามีสถานะพิเศษต่อกันเมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้จริง ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วตอนนั้นแม้แต่คำพูดดีๆ เขายังไม่เคยมีให้เธอเลยด้วยซ้ำ แล้วยังมีหน้ามาบอกครอบครัวเธอว่าเป็นแฟนเธอได้ยังไงกันเซน่อนหลุบจ้องดวงหน้าสวยยกมุมปากขึ้นแล้วพยักหน้าให้ยอมรับว่าสิ่งที่ตัวเองเพิ่งพูดไปกับสิ่งที่เจ้าหล่อนเข้าใจมันตรงกัน มือหนายกขึ้นมาปัดผมยาวทัดหลังหูให้เมินสายตาขุ่นเคืองไม่พอใจที่ใช้มองตัวเอง"เหตุผลล่ะคะ ถ้านับเวลาตามที่เล่ามาตอนนั้นก็น่าจะเป็นตอนที่ข้าวบอกว่าจะถอยออกมานี่ แล้วที่ทำไปต้องการอะไรหรือเดาไว้อยู่แล้วว่ายังไงข้าวก็ต้องยอมให้โอกาสเฮียงั้นเหรอ" เหมือนทุกอย่างอยู่ในแผนการของเขาทั้งหมดโดยที่เธอเพียงแค่เดินตามหมากที่เขาวางไว้เท่านั้นเอง"เหตุผลคือแค่อยากให้คนอื่นรู้ว่าเธอเป็นของเฮีย ส่วนที่
วันต่อมา..."ตอนนี้หนูอยู่โรงแรมแล้วค่ะ"ข้าวแป้งเอ่ยเสียงใสกับคนในสายพร้อมกับยิ้มทักทายพนักงานที่ยกมือไหว้เพราะคุ้นเคยกันดีเล็กน้อย ก่อนจะเดินมาหย่อนตัวลงบนโซฟานุ่มภายในโถงโรงแรมข้างเซน่อน อ้าปากรับหลอดดูดน้ำที่มาเฟียหนุ่มจับป้อนให้ดับกระหาย'ทำไมไม่ตรงกลับมาบ้านเลยล่ะลูกจะไปแวะโรงแรมทำไม'"หนู.. หนูแวะมาดูโรงแรมนิดหน่อยเองค่ะแม่เดี๋ยวก็จะออกแล้ว" ริมฝีปากเอิบอิ่มเม้มเข้าหากันปั้นคำโกหกบุพการีตาล่อกแล่ก เสมองออกไปเล็กน้อยหลบสายตาของคนตัวโตที่มุ่งตรงมา'เฮ้อ.. จริงๆ เลยลูกสาวคนนี้ แล้วนี่จะกลับมาทานข้าวเย็นกับแม่ใช่ไหม ไม่ใช่ว่าเที่ยวเล่นจนไม่ยอมกลับมาอีกแล้วนะ'"อีกเดี๋ยวหนูก็กลับแล้วทันข้าวเย็นแน่นอนค่ะ เออแม่คะแค่นี้ก่อนนะหนูขอเดินดูรอบๆ ก่อนเดี๋ยวจะรีบกลับเลยค่ะ ฝากของโปรดหนูไว้เยอะๆ ด้วยนะคะ"ได้ยินเสียงบ่นไม่จริงจังดังเล็ดลอดตามสายมาเบาๆ ก่อนคนปลายสายจะเป็นคนกดวางสายไปก่อน ข้าวแป้งพ่นลมหายใจออกปากเบาๆ อย่างโล่งอกที่แม่ไม่สงสัยอะไรมาก ปกติเธอก็จะนอนโรงแรมอยู่แล้วหากว่าพ่อกับแม่ไม่อยู่บ้านกัน เพราะมันสะดวกกว่าและขี้เกียจนั่งรถกลับบ้านด้วย แต่หากท่านอยู่บ้านเธอก็จะกลับไปนอนบ้านทุกค
"ยัยนาวก็มาที่แบบนี้เหมือนกันเหรอคะ""ไม่บ่อย ไอ้คาลอสมันหวงเมียมันมากเลยไม่ค่อยให้มาเห็นธุรกิจอะไรแบบนี้ของมันนัก แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยมาเลย"ข้าวแป้งพยักหน้ารับรู้กวาดสายตามองรอบบริเวณที่มีบอดี้การ์ดยืนประจำจุดรักษาความปลอดภัย และมีชายร่างสูงใหญ่กำลังขนลังไม้สำหรับใส่สินค้าลงจากเรือเข้าไปในโกดังเก็บของเสียงคลื่นทะเลกระทบฝั่งดังให้ได้ยินจังหวะเป็นระยะ ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีมืดเพราะเป็นเวลาเกือบหนึ่งทุ่มแล้ว ความอุ่นที่สอดเข้ามากลางฝ่ามือเล็กเรียกหญิงสาวที่กำลังมองสำรวจรอบกายด้วยความตื่นเต้นอยากรู้อยากเห็นให้กลับมายังคนตัวโตด้านข้างอีกครั้งสองคนสบตากันเล็กน้อยก่อนจะเป็นข้าวแป้งที่เป็นฝ่ายกระชับฝ่ามือหนาด้วยมือเล็ก ยกมืออีกข้างขึ้นมากอดแขนแกร่งเอาไว้เอียงคอยิ้มน่ารักส่งให้ ทำให้เซน่อนหมุนเท้ากลับมาเผชิญหน้ากันยกมืออีกข้างที่ว่างเว้นขึ้นมาปัดผมข้างแก้มเนียนให้อย่างเบามือ"พร้อมยัง""พร้อมตั้งแต่รถเข้ามาด้านหน้าโน่นแล้ว""เป็นเมียเฮียอันตรายนะ วันๆ ก็ยุ่งอยู่แต่กับอาวุธของอันตรายแน่ใจนะว่าจะเข้ามาอยู่ในชีวิตเฮียจริง""มาถามตอนนี้ไม่ทันแล้วไหมคะก็พามาถึงนี่แล้ว อีกอย่างข้าวยังไม่ได้บอ
ความสุขของการตื่นเช้ามารับวันใหม่ของข้าวแป้งไม่ว่าจะเมื่อก่อนหรือว่าปัจจุบันนี้ก็คือการลืมตาขึ้นมาแล้วได้เห็นใบหน้าหล่อเหลาของพี่ชายเพื่อนที่นอนอยู่ด้านข้าง อ้อมแขนแสนอุ่นที่กำลังโอบกอดเธอเอาไว้ แพขนตาดกเรียงตัวสวย สันจมูกโด่งคมสัน ริมฝีปากหยักบางและ.. น่าสัมผัสนี้"อือ~"แรงกระชับแขนพร้อมกับเสียงครางอืออาในลำคอของเซน่อนทำข้าวแป้งที่กำลังกวาดสายตาสำรวจความหล่อเหลาตรึงตราใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบเจอเผลอชะงักมือที่ยกขึ้นมาหวังลูบสันจมูกคม ดวงตากลมเลื่อนขึ้นจากปลายจมูกเหนือริมฝีปากบางขึ้นยังเปลือกตาหนาสองข้างที่กำลังปิดสนิท ลมหายใจอุ่นเข้าออกสม่ำเสมอรินรดใบหน้าเป็นจังหวะ"นี่.. ข้าวรู้นะว่าเฮียตื่นแล้ว""...""ข้าวต้องกลับภูเก็ตสามสี่วันไปงานแต่งพี่ชาย เมื่อวานว่าจะทำงานวันสุดท้ายก่อนลายาวแต่กลับต้องมาหยุดเพราะเฮียอีกไม่รู้เขาจะไล่ข้าวออกหรือเปล่าไม่รู้""เมียคนเดียวเลี้ยงไหวน่า""ตื่นแล้วจริงด้วย""ยังไม่อยากลุก""แต่ข้าวต้องไปสนามบินก่อนสิบโมงเผื่อรถติดด้วยอีกสักครึ่งชั่วโมง ถ้าเฮียอยากนอนต่อก็ปล่อยข้าวลุกไปแล้วเฮียก็นอนไปสิ" เซน่อนพ่นลมหายใจออกแรงๆ ลืมตาขึ้นมามองคนช่างเจรจา คลายมือออ
"ของครบไหมเนี่ย"ใบหน้าหวานบูดเบี้ยวด้วยความหงุดหงิดกวาดสายตามองข้าวของที่เพิ่งซื้อออกมาจากร้านสะดวกซื้อเมื่อไม่กี่นาทีมานี้ เพราะเธอรู้สึกปวดหน่วงท้องน้อยเหมือนจะเป็นวันนั้นของเดือนข้าวแป้งจึงเพิ่งจำได้ว่าของใช้จำเป็นสำหรับตัวเองมันหมดตั้งแต่เดือนก่อน เพราะมีเรื่องยุ่งวุ่นวายมากมายจึงลืมซื้อติดห้อ
"อืม~"เสียงแหบหลุดครางในลำคออย่างหงุดหงิดพลิกตัวหนีแสงสว่างจ้าที่ส่องเข้ามาแยงตา มือบางยกขึ้นป้องย่นคิ้วเข้าหากันพ่นลมหายใจออกเหนือริมฝีปากแรง ยังคงได้กลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้งเต็มลมหายใจข้าวแป้งสะบัดขาขึ้นทับผ้าห่มผืนหนาอย่างรำคาญเมื่อไม่สามารถสะบัดสิ่งรบกวนออกไปได้ ผุดลุกขึ้นนั่งตวัดตาหันขวับจ้องย
"ยัยข้าว""อื้อ~ อย่ายุ่งน่า เอิ๊ก!"นานาวกุมขมับกับเพื่อนรักที่เมาฟุบหน้ากับโต๊ะไปแล้ว สองแก้มแดงปลั่งริมฝีปากเอิบอิ่มขยับพึมพำอะไรบางอย่างเบาๆ กับตัวเอง หลุบตากลมมองแผ่นหลังเนียนของเพื่อนแล้วได้แต่ส่ายหัวไปมาหันไปขอเสื้อคลุมจากลูกน้องของสามีก่อนจะคลุมมันลงมาบนร่างบางของคนด้านข้าง"อื้อ~ ไม่เอาร้อ
"ข้าว!"เสียงตะโกนแข่งกับเสียงดนตรี EDM มันส์ๆ ที่ดีเจหนุ่มบนเวทีกำลังเปิดท่ามกลางนักท่องราตรีทั้งชายและหญิง ดวงตากลมสวยสีน้ำตาลเข้มเปล่งประกายวิบวับโบกมือให้เพื่อนนางแบบพร้อมกับโยกตัวตามเสียงเพลงไปด้วย ริมฝีปากเอิบอิ่มสีแดงสดคลี่ยิ้มยั่วยวนให้กับหนุ่มน้อยใหญ่ที่กำลังจ้องมองมายังตัวเองขยิบตาเล่นทีบ







