Masukเสือสาวยามได้ตกหลุมรักมีหรือจะยอมแพ้ง่ายๆ ยิ่งยากยิ่งอยากได้ จะอ่อยให้โงหัวไม่ขึ้นเลยคอยดู!
Lihat lebih banyak"ข้าว!"
เสียงตะโกนแข่งกับเสียงดนตรี EDM มันส์ๆ ที่ดีเจหนุ่มบนเวทีกำลังเปิดท่ามกลางนักท่องราตรีทั้งชายและหญิง ดวงตากลมสวยสีน้ำตาลเข้มเปล่งประกายวิบวับโบกมือให้เพื่อนนางแบบพร้อมกับโยกตัวตามเสียงเพลงไปด้วย ริมฝีปากเอิบอิ่มสีแดงสดคลี่ยิ้มยั่วยวนให้กับหนุ่มน้อยใหญ่ที่กำลังจ้องมองมายังตัวเองขยิบตาเล่นทีบริหารเสน่ห์ไปด้วย
ร่างเล็กที่มีส่วนสูงเกินมาตราฐานหญิงไทยเพียงนิดยืนอยู่บนรองเท้าส้นเข็มสีแดงสด เรือนร่างสวยนาฬิกาทรายสัดส่วนเว้าโค้งชัดเจนไม่ได้น้อยตามส่วนสูงถูกบีบอัดแน่นอยู่ในชุดสายเดี่ยวรัดรูปเว้าหลังลงไปจนถึงเอวคอดกิ่วบางเดินกรีดกรายอวดโฉมมายังกลุ่มเพื่อนนางแบบที่รู้จักกันตั้งแต่เรียนมัธยม
"แหม~ อยากจะแหมให้ถึงดาวอังคารไปเลย แซ่บไม่ยอมใครเลยนะ"
"ทำไงได้ก็คนมันมีของดี" ริมฝีปากเอิบอิ่มเบะลงเล็กน้อยอย่างไม่จริงจังหย่อนตัวลงนั่งข้างเพื่อนสาวคว้าแก้วเหล้าสีอำพันทองของนางมายกขึ้นจิบ
"จ้าาา แม่คนมีของ"
"..."
ข้าวแป้งไหวไหล่เล็กน้อยกลืนน้ำบาดคอพร้อมกับยกขาขึ้นนั่งไขว่ห้างทำให้กระโปรงที่รัดแน่นเรียวขาสวยอยู่แล้วต้องร่นขึ้นมาจนเกือบถึงต้นขากางเกงซับในตัวจิ๋วที่ไม่ต่างจากกางเกงชั้นในลายลูกไม้ที่เธอใส่อยู่โผล่ออกมาอวดโชว์ความเซ็กซี่แบบวับๆ แวมๆ ทำคนมองแอบกลืนน้ำลายไปหลายอึกแม้จะอยู่ในพื้นที่อับแสงแต่ก็สามารถจินตนาการไปถึงไหนต่อไหนได้ไม่ยาก
หญิงสาวโยกตัวตามเสียงเพลงดังกระตุ้นปลุกใจสาวปาร์ตี้ในขณะที่เพื่อนนางแบบอีกสองคนกำลังพูดคุยกันอย่างออกรส ดวงตากลมกวาดสายตามองรอบคลับหรูยิ้มหว่านเสน่ห์ไปด้วยยามได้สบตากับใครเข้า ก่อนสายตาจะโฟกัสเข้ากับกลุ่มคนมากกว่าห้าคนที่เดินเข้ามาจากทางด้านหน้า หนึ่งในนั้นคือรักแรกพบของเธอ.. เซน่อน
ดวงตากลมทอประกายแสงสีชมพูราวกับคนตกอยู่ในห้วงของการตกหลุมรักอีกครั้งแม้จะเจอกันสองสามครั้งได้แต่ใบหน้าหล่อเหลานั้นกลับยังทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นแรงได้ทุกครั้งที่เจอเลย
ครั้งแรกคือในห้องเธอ ครั้งที่สองในห้องเขา.. และครั้งที่สามคือในงานแต่งเพื่อนสนิท แต่ถามว่าครั้งไหนที่น่าจดจำมากที่สุดบอกได้เลยว่าต้องเป็นห้องเขาอยู่แล้ว อกแน่นๆ ซิกแพคเน้นๆ ไหนยังจะไรขนสีน้ำตาลอ่อนที่หลุบหายเข้าไปในผ้าขนหนูที่ปิดเจ้ามังกรใหญ่ไว้อีก นึกถึงแล้วยังอดจะเสียวท้องน้อยไม่ได้เลย
"ฉันเป็นเพื่อนของยัยนาวจำไม่ได้หรือไง"
ร่างเล็กยืนเท้าเอวจ้องหน้าชายชุดดำร่างสูงใหญ่สองคนที่ยืนอยู่หน้าทางเข้าลิฟต์ตัวพิเศษที่มีเพียงคนที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่จะเข้าได้ ใบหน้าสวยหวานดูหงุดหงิดหัวเสียเพราะช่วงเวลานี้ไม่ใช่เวลาเช้าตรู่แต่เป็นเวลาเกือบจะสามทุ่มแล้วต่างหากแต่เธอมีเรื่องสำคัญต้องขึ้นไปหาคนด้านบนให้ได้ เรื่องคอขาดบาดตายของเพื่อนต่อให้ไม่เหลือชื่อข้าวแป้งบนโลกใบนี้อีกต่อไปเธอก็ยอม
"หลบไป!"
เสียงหวานตวาดใส่ชายร่างยักษ์อีกครั้งแต่สองคนด้านหน้ากลับยังทำเพียงแค่หน้าเดียวแล้วยืนขวางทางเธอจนน่าโมโห มือเรียวยกขึ้นมาปัดมือใหญ่ที่เอื้อมเข้ามาหาอย่างตื่นตระหนก ก้าวถอยหลังมาสองก้าวแล้วถลึงตาโตใส่ขู่เสียงฟ่อราวกับแมวน้อยใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ
"นี่คิดจะแตะอั๋งฉันเหรอ"
"เชิญออกไปด้วยครับ ก่อนที่ผมจะไม่พูดดีอีกต่อไป"
"..."
อึก!
เล่นเอาปืนมาขู่กันเลยเหรอ
ข้าวแป้งหุบปากที่กำลังจะท้าทายกลับแบบฉับพลัน หลุบมองอาวุธข้างแนบเอวหนาที่ถูกงัดออกมาขู่แล้วกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ใจสั่นกลัวแต่ยังไงเธอก็ต้องขึ้นไปหาคนด้านบนให้ได้ เพื่อเพื่อนตายเป็นตาย
"คิดว่ากลัวเหรอ บอกไว้ก่อนนะถ้าพวกคุณทำอะไรฉันล่ะก็... อนาคตพวกคุณลำบากแน่ รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร"
"..." สีหน้าเดิมเพิ่มเติมคือเสียงถอนหายใจดังๆ ที่เริ่มจะหมดความอดทนกับผู้หญิงตรงหน้า
"ฉันเป็นว่าที่นายหญิงพวกคุณเลยนะ อยากรักษาชีวิตน้อยๆ เอาไว้ก็ได้ แต่ตอนนี้ต้องให้ฉันขึ้นไปหา..."
"มีอะไรกัน"
เสียงหวานหยุดชะงัก ประโยคท้ายที่กำลังจะเอ่ยถูกเสียงทุ้มนิ่งจากทางด้านหลังแทรกขึ้นมา น้ำเสียงโคตรเย็นชาของคนด้านหลังทำให้ไรขนอ่อนตามเรียวแขนและหลังคอพร้อมใจกันลุกพรึ่บ นี่ขนาดพวกหน้านิ่งด้านหน้ายังผ่านไปไม่ได้แล้วยังมีคนเสียงเย็นยิ่งกว่าห้องดับจิตโผล่มาอีก วันนี้จะได้ขึ้นไปหาไหมเนี่ย
ข้าวแป้งเบะปากเล็กน้อยอย่างขัดใจ ค่อยๆ หมุนตัวหันกลับมาด้านหลังตัวเองตามต้นเสียงในขณะที่ชายร่างยักษ์สองคนด้านหน้าโค้งตัวลงเล็กน้อยทำความเคารพให้กับบุคคลใหม่เช่นกัน
ดวงตากลมเงยขึ้นมองเจ้าของเสียงแล้วกระพริบตาสองครั้งครุ่นคิดว่าเคยเจอเขาคนนี้มาก่อนหรือเปล่า ใบหน้าหล่อเป็นเอกลักษณ์แบบนี้ ดวงตาเรียวยาวจมูกโด่งโดดเด่นแบบนี้เหมือน...
"คุณข้าวแป้ง มีธุระอะไรกับนายหรือเปล่าครับ"
ไคเรนเบนสายตาเย็นชาจากลูกน้องที่ยืนเฝ้าหน้าลิฟต์ส่วนตัวของเจ้านายมายังหญิงสาวร่างเล็กในชุดนอนกระโปรงสีส้มทองมีเสื้อคลุมตัวยาวสีขาวสวมปิดด้านนอกอีกชั้น เอ่ยเสียงทุ้มเย็นชาแม้จะเป็นการทักทายแต่น้ำเสียงนั้นก็ยังรู้สึกได้ถึงความเย็นชามากอยู่ดี
"ค.. คะ?"
"..." ดวงตาเรียวยาวจับจ้องใบหน้าสวยหวานแบบไทยแท้ของหญิงสาวตรงหน้านิ่งๆ ไม่เอ่ยย้ำคำถามเดิมซ้ำ แม้จะเป็นเพื่อนสนิทคุณนาวน้องสาวเจ้านายลูกสาวคนโตของเฉินเจิ้งแต่เขาก็ยังไม่ได้ให้เกียติเธอเทียบเท่ากับเจ้านาย เพียงมากกว่าคนทั่วไปขึ้นมาเล็กน้อยเท่านั้น
"อ.. อ๋อ ข้าวมีเรื่องต้องพูดกับเจ้านายคุณค่ะ ยัยนาวฝากมาเรื่องสำคัญมาก"
"..."
เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าเงียบลงไปอีกครั้งริมฝีปากเอิบอิ่มจึงค่อยๆ เม้มเข้าหากันช้าๆ ไม่กล้าสบตาตรงๆ จึงทำได้เพียงชายตาขึ้นมองปฏิกิริยาบนใบหน้าหล่อเหลาไม่ต่างจากเจ้านายของเขาแล้วใจเต้นแรงไม่เป็นส่ำ คอยลุ้นว่าตัวเองจะถูกจับโยนออกไปด้านนอกเมื่อไหร่แต่ก็ถือว่าโชคดีนิดหน่อยที่คนตรงหน้าเหมือนจะรู้จักเธอ
"ครับ เชิญทางนี้"
"คะ?" แต่ทุกอย่างกลับผิดคาด ไม่เพียงเขาไม่โยนเธอออกไปด้านนอกเท่านั้นแต่ยังเชิญเธออีก
ใบหน้าหวานคลายความกังวลลงมาเล็กน้อยคลี่ยิ้มนิดๆ เดินตามร่างสูงใหญ่ของไคเรนเข้าไปในช่องลิฟต์ ในขณะที่เดินผ่านหน้าชายชุดดำสองคนที่ขวางทางเธอก่อนหน้าก็ยกคิ้วขึ้นให้เชิดหน้าใส่สวยๆ เดินผ่านหน้าเข้ามา
ลิฟต์สีเทาเข้มมีแสงสีทองอ่อนส่องให้ความสว่างเคลื่อนที่ขึ้นมาชั้นบนสุดของตึกสูงซึ่งเป็นชั้นที่พักชั่วคราวของมาเฟียหนุ่ม หัวหน้าองค์กรมังกรดำคนปัจจุบันซึ่งก็คือ เซน่อน
ดวงตากลมสวยของข้าวแป้งกวาดมองความหรูหราอลังการราวกับยกคฤหาสน์หลังย่อมมาไว้บนตึกสูงแล้วเดินตามร่างสูงใหญ่ของไคเรนมายังหน้าห้อง บานประตูสีดำใหญ่สลักลายมักกรตัวใหญ่กับดอกโบตั๋นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวขององค์กร
"นายรออยู่ครับ"
"คะ?"
รออยู่เหรอ? รอเธอเหรอ?
จะให้คิดว่าไง คิดว่าเจ้าของห้องกำลังรอเธออยู่ก่อนแล้วงั้นเหรอแล้วทำไมถึงไม่ให้เธอขึ้นมาตั้งแต่แรกล่ะ หรือเพราะแอบมองจากที่ไหนสักที่ถึงรู้ว่าเธอมาเลยให้คนไปรับข้างล่าง หรือว่า... เขาก็จะแอบคิดถึงเธอเหมือนที่เธอกำลังคิดถึงเขา เก็บเอาใบหน้าหล่อๆ นั้นไปฝันถึงทุกวันกันนะ
"เชิญครับ"
"อ้อ ค่ะ"
ข้าวแป้งสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเสียงทุ้มฉุดรั้งความคิดเตลิดเข้าข้างตัวเองกลับมา สองแก้มแดงปลั่งเห่อร้อนขึ้นมาดื้อๆ ในขณะที่เท้าเล็กก้าวเข้ามาในห้องหลังจากไคเรนเปิดประตูสแกนม่านตาให้แล้ว
อุณหภูมิเย็นปะทะกับใบหน้าก่อนเป็นอันดับแรกตามด้วยร่างกายส่วนอื่นๆ ตามจังหวะการย่างกรายเข้ามา
"โห~ ห้องสวยมาก"
ริมฝีปากเอิบอิ่มเปิดอ้าเล็กน้อยกวาดตามองห้องกว้างหรูหราด้วยความตกตะลึง ถ้าให้เทียบกับห้องเธอแล้วเรียกได้ว่าส่วนนิดของหนึ่งในสิบส่วนของห้องนี้เลยด้วยซ้ำ
"คุยธุระเธอมา"
"อ๊ะ!"
ร่างเล็กสะดุ้งสุดตัวรีบโดดหันมายังต้นเสียงที่อยู่ๆ ก็ดังแทรกความเงียบขึ้นมา แต่พอหันกลับมาเท่านั้นแหละดวงตากลมที่กำลังตกอยู่ในอารามตกใจก็เบิกกว้างขึ้นมาทันทีกับภาพที่เห็น
อกแน่นๆ กล้ามเนื้อลอนสวยน่าสัมผัสที่มีหยดน้ำเกาะอยู่อย่างต้องการยั่วยวนสายตาคนมอง ไรขนสีน้ำตาลอ่อนที่หลุบหายลงไปในผ้าขนหนูสีเทาเข้มพันรอบเอวแกร่งลวกๆ เหมือนไม่ได้ตั้งใจ ไหนจะผมหนาที่เปียกลู่ใบหน้าหล่อเหลาติดไปทางหงุดหงิดเล็กน้อยแต่มันไม่ใช่ปัญหาหลักของเรื่อง เพราะปัญหาหลักคือเธอเองต่างหาก
"เอามือออกไป!"
เสียงเข้มกดต่ำอย่างไม่พอใจดึงสติของข้าวแป้งที่กำลังหลงอยู่ในโลกสีขาวที่มีซิกแพคแข็งแรงและอกแน่นๆ ของรักแรกพบลอยเต็มหัว สองมือถูกรวบเข้าหากันก่อนจะถูกสะบัดออกจากตัวไปอย่างไม่ไยดีทำร่างเล็กที่กำลังยืนอยู่เซเล็กน้อย
ข้าวแป้งเรียกสติอีกครั้ง ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เดินเข้ามาใกล้มาเฟียหนุ่ม ไม่รู้เมื่อไหร่ที่เผลอยื่นมือไปลูบหน้าท้องแกร่งที่มีก้อนเนื้อหกก้อนอัดแน่นกันอยู่ เธอกำลังจินตนาการอยู่แท้ๆ แต่กลับถึงเนื้อถึงตัวเขาไปจนได้
จบกัน! ผู้หญิงหวานๆ เรียบร้อยๆ ตามหน้าตาที่พยายามจะทำต่อหน้าเขาในวันแรกที่เจอกันโดนความน่ากินของเขาทำสติหลุดหมด ผู้ชายอะไรน่ากินโคตรเลย!
"ห้านาที พูดมา"
เซน่อนเอ่ยออกมาด้วยความรำคาญอีกครั้ง ร่างสูงทิ้งตัวลงบนโซฟาตัวใหญ่ฉีกขาอ้าวางแขนไปกับพนักพิงอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์มากนัก ลำพังแค่เห็นสายตาโลมเลียเปิดเผยความรู้สึกไปถึงก้นลึกก็พอทนได้แต่การถึงเนื้อถึงตัวของเจ้าหล่อนทำให้เขาทนนิ่งเฉยไม่ได้จริงๆ
---
"อือ~"ความเย็นตกกระทบลงบนผิวแก้มนุ่มปลุกคนที่กำลังนอนขุดคู้อยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนาให้ตื่นมารับวันใหม่ ข้าวแป้งขยับริมฝีปากกลืนน้ำลายด้วยความรู้สึกกระหายน้ำค่อยๆ ดันตัวลุกขึ้นนั่งด้วยความงัวเงียยกมือขึ้นมาขยี้ตาเบาๆ แสงสาดส่องเข้ามากระทบกับพื้นด้านล่างช่วงปลายเตียงทำให้สามารถมองเห็นรอบห้องได้ชัดมากขึ้นแม้ปิดม่านทึบเอาไว้ ดวงตากลมกวาดมองไปรอบห้องหาคนที่ควรจะนอนอยู่ด้วยกันแต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของเขา ห้องน้ำก็เปิดกว้างโชว์ความว่างเปล่าจนนึกแปลกใจ"เฮีย~" เปล่งเสียงหวานแหบแห้งพร้อมกับหย่อนขาลงจากเตียง เอียงคอมองหาเผื่อเจ้าของชื่อจะเดินออกมาจากมุมไหนสักมุมที่เธอมองไม่เห็น แต่รอแล้วรอเล่าก็ยังไม่เห็นเขาเดินออกมาสักทีไปไหนนะ เอ่ยถามตัวเองในใจแล้วหยัดกายจากเตียงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ยกมือขึ้นทุบศีรษะทุยเบาๆ ให้คลายความมึนก้าวเท้าเดินออกไปนอกห้องนอน ตอนนี้เธอต้องการหาน้ำมาดื่มดับกระหายคอแห้งก่อนส่วนเรื่องอื่นเอาไว้ทีหลังทันทีที่ประตูห้องนอนเปิดออกก็จะเจอกับโถงกว้างซึ่งมีไว้สำหรับนั่งเล่นและเป็นส่วนพักผ่อน มีตู้เย็นขนาดไม่ใหญ่มากนักตั้งอยู่ในโซนของบาร์น้ำซึ่งต้องเดินผ่านกลางห้องไปยังอีกฝั่ง
เกิดมาสักครั้งใครๆ ก็มีความฝันอยากใส่ชุดแต่งงานสีขาว อยากเป็นเจ้าสาวที่มีความสุขที่สุดแต่นั่นมันไม่เคยอยู่ในหัวของข้าวแป้งมาก่อน เธอคิดเพียงแค่อยากสนุกกับผู้ชายไปวันๆ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองจะเบื่อชีวิตแบบนั้นเมื่อไหร่จนกระทั่งวันที่ได้เจอกับพี่ชายเพื่อน ผู้ชายที่เข้ามาเปลี่ยนความคิดและชีวิตเธอดวงตากลมโตทอดมองชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาดบนเรือนร่างเย้ายวนของพี่สะใภ้ภายในห้องแต่งตัว ริมฝีปากเอิบอิ่มเม้มเข้าหากันน้อยๆ คิดไปถึงวันที่ตัวเองได้เป็นเจ้าของชุดนั้นบ้าง วันนั้นเธอจะมีความสุขมากแค่ไหนกันเจ้าบ่าวร่างสูงใหญ่เดินเข้ามารับมือน้อยของตัวเองพาเดินขึ้นเวทีท่ามกลางแขกเหรื่อญาติพี่น้องด้านล่างที่ต่างมานั่งเป็นสักขีพยานรักของสองเรา..."ยัยข้าว! มัวแต่ใจลอยไปไหนเนี่ย""ห๊ะ!?""แกนี่จริงๆ เลย ทำไมอยากเป็นเจ้าสาวบ้างหรือไงเดี๋ยวฉันจะได้บอกเฮียให้ รับรองไม่เกินเจ็ดวันแกได้เป็นเจ้าสาวสมใจแน่"เสียงใสๆ ของเพื่อนรักที่นั่งอยู่ในห้องแต่งตัวด้วยกันดังขึ้นดึงสติที่กำลังหลุดลอยไปในงานวันแต่งของตัวเองออกมา ไม่พอนางยังแกล้งแหย่ให้เธอได้เขินจนหน้าแดงแปร๊ดด้วยการดักคอทางฝันหวานเธอให้คนนอกได้รู้ไปอีก ด้วยความที
"สรุปคือเฮียมาเจอพ่อกับแม่ข้าวก่อนหน้านี้แล้วเหรอ แถมยังบอกว่าเราเป็นแฟนกันด้วยเนี่ยนะ"เสียงหวานแกมไม่พอใจเอ่ยถามย้ำในสิ่งที่คนตัวโตด้านข้างเพิ่งเล่าให้ฟังหลังจากขบวนรถหรูสองคันเคลื่อนออกจากบ้านหลังใหญ่ของครอบครัวออกมาแล้ว ข้าวแป้งแทบจะไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยินมา คำพูดที่ราวกับไม่ทุกข์ร้อนอะไรเหมือนว่าเธอกับเขามีสถานะพิเศษต่อกันเมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้จริง ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วตอนนั้นแม้แต่คำพูดดีๆ เขายังไม่เคยมีให้เธอเลยด้วยซ้ำ แล้วยังมีหน้ามาบอกครอบครัวเธอว่าเป็นแฟนเธอได้ยังไงกันเซน่อนหลุบจ้องดวงหน้าสวยยกมุมปากขึ้นแล้วพยักหน้าให้ยอมรับว่าสิ่งที่ตัวเองเพิ่งพูดไปกับสิ่งที่เจ้าหล่อนเข้าใจมันตรงกัน มือหนายกขึ้นมาปัดผมยาวทัดหลังหูให้เมินสายตาขุ่นเคืองไม่พอใจที่ใช้มองตัวเอง"เหตุผลล่ะคะ ถ้านับเวลาตามที่เล่ามาตอนนั้นก็น่าจะเป็นตอนที่ข้าวบอกว่าจะถอยออกมานี่ แล้วที่ทำไปต้องการอะไรหรือเดาไว้อยู่แล้วว่ายังไงข้าวก็ต้องยอมให้โอกาสเฮียงั้นเหรอ" เหมือนทุกอย่างอยู่ในแผนการของเขาทั้งหมดโดยที่เธอเพียงแค่เดินตามหมากที่เขาวางไว้เท่านั้นเอง"เหตุผลคือแค่อยากให้คนอื่นรู้ว่าเธอเป็นของเฮีย ส่วนที่
วันต่อมา..."ตอนนี้หนูอยู่โรงแรมแล้วค่ะ"ข้าวแป้งเอ่ยเสียงใสกับคนในสายพร้อมกับยิ้มทักทายพนักงานที่ยกมือไหว้เพราะคุ้นเคยกันดีเล็กน้อย ก่อนจะเดินมาหย่อนตัวลงบนโซฟานุ่มภายในโถงโรงแรมข้างเซน่อน อ้าปากรับหลอดดูดน้ำที่มาเฟียหนุ่มจับป้อนให้ดับกระหาย'ทำไมไม่ตรงกลับมาบ้านเลยล่ะลูกจะไปแวะโรงแรมทำไม'"หนู.. หนูแวะมาดูโรงแรมนิดหน่อยเองค่ะแม่เดี๋ยวก็จะออกแล้ว" ริมฝีปากเอิบอิ่มเม้มเข้าหากันปั้นคำโกหกบุพการีตาล่อกแล่ก เสมองออกไปเล็กน้อยหลบสายตาของคนตัวโตที่มุ่งตรงมา'เฮ้อ.. จริงๆ เลยลูกสาวคนนี้ แล้วนี่จะกลับมาทานข้าวเย็นกับแม่ใช่ไหม ไม่ใช่ว่าเที่ยวเล่นจนไม่ยอมกลับมาอีกแล้วนะ'"อีกเดี๋ยวหนูก็กลับแล้วทันข้าวเย็นแน่นอนค่ะ เออแม่คะแค่นี้ก่อนนะหนูขอเดินดูรอบๆ ก่อนเดี๋ยวจะรีบกลับเลยค่ะ ฝากของโปรดหนูไว้เยอะๆ ด้วยนะคะ"ได้ยินเสียงบ่นไม่จริงจังดังเล็ดลอดตามสายมาเบาๆ ก่อนคนปลายสายจะเป็นคนกดวางสายไปก่อน ข้าวแป้งพ่นลมหายใจออกปากเบาๆ อย่างโล่งอกที่แม่ไม่สงสัยอะไรมาก ปกติเธอก็จะนอนโรงแรมอยู่แล้วหากว่าพ่อกับแม่ไม่อยู่บ้านกัน เพราะมันสะดวกกว่าและขี้เกียจนั่งรถกลับบ้านด้วย แต่หากท่านอยู่บ้านเธอก็จะกลับไปนอนบ้านทุกค