LOGINเสือสาวยามได้ตกหลุมรักมีหรือจะยอมแพ้ง่ายๆ ยิ่งยากยิ่งอยากได้ จะอ่อยให้โงหัวไม่ขึ้นเลยคอยดู!
View More"อือ~"ความเย็นตกกระทบลงบนผิวแก้มนุ่มปลุกคนที่กำลังนอนขุดคู้อยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนาให้ตื่นมารับวันใหม่ ข้าวแป้งขยับริมฝีปากกลืนน้ำลายด้วยความรู้สึกกระหายน้ำค่อยๆ ดันตัวลุกขึ้นนั่งด้วยความงัวเงียยกมือขึ้นมาขยี้ตาเบาๆ แสงสาดส่องเข้ามากระทบกับพื้นด้านล่างช่วงปลายเตียงทำให้สามารถมองเห็นรอบห้องได้ชัดมากขึ้นแม้ปิดม่านทึบเอาไว้ ดวงตากลมกวาดมองไปรอบห้องหาคนที่ควรจะนอนอยู่ด้วยกันแต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของเขา ห้องน้ำก็เปิดกว้างโชว์ความว่างเปล่าจนนึกแปลกใจ"เฮีย~" เปล่งเสียงหวานแหบแห้งพร้อมกับหย่อนขาลงจากเตียง เอียงคอมองหาเผื่อเจ้าของชื่อจะเดินออกมาจากมุมไหนสักมุมที่เธอมองไม่เห็น แต่รอแล้วรอเล่าก็ยังไม่เห็นเขาเดินออกมาสักทีไปไหนนะ เอ่ยถามตัวเองในใจแล้วหยัดกายจากเตียงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ยกมือขึ้นทุบศีรษะทุยเบาๆ ให้คลายความมึนก้าวเท้าเดินออกไปนอกห้องนอน ตอนนี้เธอต้องการหาน้ำมาดื่มดับกระหายคอแห้งก่อนส่วนเรื่องอื่นเอาไว้ทีหลังทันทีที่ประตูห้องนอนเปิดออกก็จะเจอกับโถงกว้างซึ่งมีไว้สำหรับนั่งเล่นและเป็นส่วนพักผ่อน มีตู้เย็นขนาดไม่ใหญ่มากนักตั้งอยู่ในโซนของบาร์น้ำซึ่งต้องเดินผ่านกลางห้องไปยังอีกฝั่ง
เกิดมาสักครั้งใครๆ ก็มีความฝันอยากใส่ชุดแต่งงานสีขาว อยากเป็นเจ้าสาวที่มีความสุขที่สุดแต่นั่นมันไม่เคยอยู่ในหัวของข้าวแป้งมาก่อน เธอคิดเพียงแค่อยากสนุกกับผู้ชายไปวันๆ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองจะเบื่อชีวิตแบบนั้นเมื่อไหร่จนกระทั่งวันที่ได้เจอกับพี่ชายเพื่อน ผู้ชายที่เข้ามาเปลี่ยนความคิดและชีวิตเธอดวงตากลมโตทอดมองชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาดบนเรือนร่างเย้ายวนของพี่สะใภ้ภายในห้องแต่งตัว ริมฝีปากเอิบอิ่มเม้มเข้าหากันน้อยๆ คิดไปถึงวันที่ตัวเองได้เป็นเจ้าของชุดนั้นบ้าง วันนั้นเธอจะมีความสุขมากแค่ไหนกันเจ้าบ่าวร่างสูงใหญ่เดินเข้ามารับมือน้อยของตัวเองพาเดินขึ้นเวทีท่ามกลางแขกเหรื่อญาติพี่น้องด้านล่างที่ต่างมานั่งเป็นสักขีพยานรักของสองเรา..."ยัยข้าว! มัวแต่ใจลอยไปไหนเนี่ย""ห๊ะ!?""แกนี่จริงๆ เลย ทำไมอยากเป็นเจ้าสาวบ้างหรือไงเดี๋ยวฉันจะได้บอกเฮียให้ รับรองไม่เกินเจ็ดวันแกได้เป็นเจ้าสาวสมใจแน่"เสียงใสๆ ของเพื่อนรักที่นั่งอยู่ในห้องแต่งตัวด้วยกันดังขึ้นดึงสติที่กำลังหลุดลอยไปในงานวันแต่งของตัวเองออกมา ไม่พอนางยังแกล้งแหย่ให้เธอได้เขินจนหน้าแดงแปร๊ดด้วยการดักคอทางฝันหวานเธอให้คนนอกได้รู้ไปอีก ด้วยความที
"สรุปคือเฮียมาเจอพ่อกับแม่ข้าวก่อนหน้านี้แล้วเหรอ แถมยังบอกว่าเราเป็นแฟนกันด้วยเนี่ยนะ"เสียงหวานแกมไม่พอใจเอ่ยถามย้ำในสิ่งที่คนตัวโตด้านข้างเพิ่งเล่าให้ฟังหลังจากขบวนรถหรูสองคันเคลื่อนออกจากบ้านหลังใหญ่ของครอบครัวออกมาแล้ว ข้าวแป้งแทบจะไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยินมา คำพูดที่ราวกับไม่ทุกข์ร้อนอะไรเหมือนว่าเธอกับเขามีสถานะพิเศษต่อกันเมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้จริง ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วตอนนั้นแม้แต่คำพูดดีๆ เขายังไม่เคยมีให้เธอเลยด้วยซ้ำ แล้วยังมีหน้ามาบอกครอบครัวเธอว่าเป็นแฟนเธอได้ยังไงกันเซน่อนหลุบจ้องดวงหน้าสวยยกมุมปากขึ้นแล้วพยักหน้าให้ยอมรับว่าสิ่งที่ตัวเองเพิ่งพูดไปกับสิ่งที่เจ้าหล่อนเข้าใจมันตรงกัน มือหนายกขึ้นมาปัดผมยาวทัดหลังหูให้เมินสายตาขุ่นเคืองไม่พอใจที่ใช้มองตัวเอง"เหตุผลล่ะคะ ถ้านับเวลาตามที่เล่ามาตอนนั้นก็น่าจะเป็นตอนที่ข้าวบอกว่าจะถอยออกมานี่ แล้วที่ทำไปต้องการอะไรหรือเดาไว้อยู่แล้วว่ายังไงข้าวก็ต้องยอมให้โอกาสเฮียงั้นเหรอ" เหมือนทุกอย่างอยู่ในแผนการของเขาทั้งหมดโดยที่เธอเพียงแค่เดินตามหมากที่เขาวางไว้เท่านั้นเอง"เหตุผลคือแค่อยากให้คนอื่นรู้ว่าเธอเป็นของเฮีย ส่วนที่
วันต่อมา..."ตอนนี้หนูอยู่โรงแรมแล้วค่ะ"ข้าวแป้งเอ่ยเสียงใสกับคนในสายพร้อมกับยิ้มทักทายพนักงานที่ยกมือไหว้เพราะคุ้นเคยกันดีเล็กน้อย ก่อนจะเดินมาหย่อนตัวลงบนโซฟานุ่มภายในโถงโรงแรมข้างเซน่อน อ้าปากรับหลอดดูดน้ำที่มาเฟียหนุ่มจับป้อนให้ดับกระหาย'ทำไมไม่ตรงกลับมาบ้านเลยล่ะลูกจะไปแวะโรงแรมทำไม'"หนู.. หนูแวะมาดูโรงแรมนิดหน่อยเองค่ะแม่เดี๋ยวก็จะออกแล้ว" ริมฝีปากเอิบอิ่มเม้มเข้าหากันปั้นคำโกหกบุพการีตาล่อกแล่ก เสมองออกไปเล็กน้อยหลบสายตาของคนตัวโตที่มุ่งตรงมา'เฮ้อ.. จริงๆ เลยลูกสาวคนนี้ แล้วนี่จะกลับมาทานข้าวเย็นกับแม่ใช่ไหม ไม่ใช่ว่าเที่ยวเล่นจนไม่ยอมกลับมาอีกแล้วนะ'"อีกเดี๋ยวหนูก็กลับแล้วทันข้าวเย็นแน่นอนค่ะ เออแม่คะแค่นี้ก่อนนะหนูขอเดินดูรอบๆ ก่อนเดี๋ยวจะรีบกลับเลยค่ะ ฝากของโปรดหนูไว้เยอะๆ ด้วยนะคะ"ได้ยินเสียงบ่นไม่จริงจังดังเล็ดลอดตามสายมาเบาๆ ก่อนคนปลายสายจะเป็นคนกดวางสายไปก่อน ข้าวแป้งพ่นลมหายใจออกปากเบาๆ อย่างโล่งอกที่แม่ไม่สงสัยอะไรมาก ปกติเธอก็จะนอนโรงแรมอยู่แล้วหากว่าพ่อกับแม่ไม่อยู่บ้านกัน เพราะมันสะดวกกว่าและขี้เกียจนั่งรถกลับบ้านด้วย แต่หากท่านอยู่บ้านเธอก็จะกลับไปนอนบ้านทุกค
"อ๊าา ร้อนไม่ไหวแล้ว.."เสียงกระเส่าครางข้างหูตลอดเวลาทำเซน่อนที่จับสองมือเล็กเอาไว้แน่นพ่นลมหายใจแรงออกมาอีกครั้ง กายบางบดเบียดเข้าหาอย่างหนัก เบียดเต้าใหญ่ล้นทะลักสายเดี่ยวสีดำคว้านคอลึกกับแขนแกร่ง สองขานั่งไขว่เขย่งตัวขึ้นลงให้ต้นขาเสียดสีกับจุดอ่อนไหวพยายามยื่นหน้าเข้าหาคนตัวโต"หนูไม่ไหวแล้วเฮ
อึก อึก อึก!ปึก!"อ๊าส์~ ขมมากจริง"เสียงหวานบิดปากเสียงสูงหลับตาซึมซับรสชาติขมบาดคอของเครื่องดื่มรสเข้มที่เพิ่งกระดกลงไป ไหล่บางสั่นสะท้านพร้อมกับส่ายหัวไปมาสองสามครั้งก่อนจะกลับมาโฟกัสกับสิ่งรอบกายอีกครั้งตอนนี้ข้าวแป้งกำลังนั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ภายในคลับที่ชอบมาเป็นประจำ ดวงตากลมหยาดเยิ้มเ
"เฮียขา~ อาหารพร้อมแล้วค่ะ"เซน่อนกลอกตาบนอย่างระอากับคำเรียกและน้ำเสียงหวานหยดของเจ้าหล่อนที่กำลังเดินเข้ามาหาพร้อมกับถาดอาหารที่ส่งกลิ่นหอมโชยมาเตะจมูกถาดอาหารถูกวางลงบนโต๊ะก่อนมือเล็กจะประคองถ้วยข้าวต้มมาวางด้านหน้าคนเจ็บ ใบหน้าสวยหวานยิ้มแย้มตลอดเวลาคล้ายคนสติไม่สมประกอบจิตวิปลาสไปจากคนปกติทั่
"เดี๋ยวข้าวไปหยิบกล่องยาก่อนนะคะ"เสียงหวานเอ่ยบอกกับคนเจ็บทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องพัก ดวงตากลมสำรวจใบหน้าหล่อเหลาเมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้สนใจยังคงเอาแต่หลับตานอนพิงพนักโซฟาเท่านั้นจึงรีบวิ่งเข้าไปในห้องนอนเพื่อทำการเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็วและกลับออกมาหยิบกล่องปฐมพยาบาลที่อยู่ในตู้กระจกฐานวางโท





