Home / เกมรัก 0% / บทที่ 5

Share

บทที่ 5

Author: สุนัขเหนือ
“หานหาน... ผะ ผมหนีออกมาได้แล้ว...”

“พวกเขาอยู่ที่โรงงานร้างแถบชานเมืองตะวันตก... หนีไปหมดแล้ว...”

“...ผมกลัวมากเลย...”

“ไม่ต้องกลัวนะ! ฉันกำลังไปเดี๋ยวนี้!” น้ำเสียงของเสิ่นจือหานเปลี่ยนไปทันที

จากความโหดเหี้ยมเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนที่สั่นเทาอย่างที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อน

“คุณบาดเจ็บหรือเปล่า? หาที่ซ่อนตัวปลอดภัยก่อนนะ”

เธอถึงกับลืมวางสาย สะบัดข้อมือผมออกแล้วพุ่งตัวออกไปข้างนอก

ใบมีดถูกดึงออกจากเนื้อหนัง ทำให้เกิดความเจ็บปวดรุนแรงขึ้นอีกครั้ง

ผมหมดเรี่ยวแรงล้มพับลงบนเตียง มองดูแผ่นหลังของเธอหายลับไปทางประตู

คอมเมนต์เงียบกริบไปชั่วขณะ ก่อนจะระเบิดขึ้น

[เธอไปแบบนี้เลยเหรอ?!]

[ข้อมือพระรองยังเลือดไหลอยู่เลยนะ!]

[อย่างน้อยก็เรียกรถพยาบาลให้หน่อยไหม?!]

[นี่คือความรักที่เธอพูดถึงงั้นเหรอ? เพื่อพระเอกแล้วยอมทำร้ายคนอื่นโดยไม่ลังเลเลยเนี่ยนะ?]

[เมื่อก่อนฉันรู้สึกว่าเธอรักจริงได้ยังไงกันนะ...]

ผมพยายามยกมือข้างที่ไม่เจ็บขึ้นมาอย่างยากลำบาก เพื่อเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะข้างเตียง

ปลายนิ้วสั่นเทา ห่างจากโทรศัพท์เพียงไม่กี่เซนติเมตร แต่กลับรู้สึกเหมือนอยู่ห่างไกลแสนไกล

เลือดไหลออกมากขึ้นเรื่อย ๆ

ผ้าปูเตียงถูกชุ่มไปด้วยเลือดเป็นวงกว้าง สีแดงเข้มลุกลามไปบนผ้าปูเตียงสีขาวราวหิมะ

ผมกัดฟันแน่น ใช้แรงทั้งหมดที่มีขยับตัวไปข้างหน้าทีละนิด…

ในที่สุดปลายนิ้วก็สัมผัสกับขอบโทรศัพท์

คอมเมนต์เริ่มไหลรัว

[สู้ ๆ นะ! เอื้อมถึงแล้ว!]

[โทรเบอร์ฉุกเฉิน! เร็วเข้า!]

[อย่าเพิ่งหลับนะ! อดทนไว้!]

ผมปลดล็อคหน้าจอ แต่สายตากลับพร่ามัวจนมองไม่เห็นตัวเลข

ทำได้เพียงอาศัยความทรงจำกด 1 6 6 9 แล้วกดปุ่มโทรออก

เสียงรอสายดังขึ้นในหูฟัง

หนึ่งครั้ง สองครั้ง

ลมหายใจของผมแผ่วเบาลงเรื่อย ๆ จุดดำตรงหน้าเริ่มมีมากขึ้น

“ตื๊ด…”

โทรศัพท์เชื่อมต่อแล้ว

“สวัสดีค่ะ ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 1669 ค่ะ...”

ผมอ้าปากอยากจะพูด แต่กลับเปล่งออกมาได้เพียงเสียงลมหายใจ

“ฮัลโหลค่ะ? ได้ยินไหมคะ? มีอะไรให้ช่วยเหลือไหมคะ?”

ผมอยากบอกว่า ผมอยู่ที่โรงแรม เลือดกำลังไหล จะตายอยู่แล้ว

แต่ลำคอกลับเหมือนถูกอะไรบางอย่างอุดไว้ ทำให้ส่งเสียงไม่ออก

“ฮัลโหล? ฮัลโหล?”

เสียงจากหูฟังดังไกลออกไปเรื่อย ๆ

โทรศัพท์หลุดจากมือผมตกลงบนพรม เกิดเสียงดังตุบ

คอมเมนต์แทบคลั่ง

[อย่านะ!!!]

[ใครก็ได้มาช่วยเขาที!!!]

[พนักงานโรงแรมไปไหนหมด?! เสียงดังขนาดนี้ไม่มีใครได้ยินเลยเหรอ?!]

[นางรอง ไอ้บ้าเอ๊ย!!!]

สติของผมเริ่มเลือนลาง

ในความรู้สึกสลัว ผมเหมือนกำลังล่องลอยขึ้นไป

เห็นตัวเองขดตัวอยู่ในกองเลือด ใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ

แล้วผมก็เห็นคอมเมนต์

[เสิ่นจือหานไปรับหลินชิงอันแล้ว]

[หลินชิงอันโผเข้ากอดเธอแล้วร้องไห้]

[เธอกำลังปลอบเขา บอกว่า “ไม่เป็นไรแล้ว ๆ”]

[หลินชิงอันจูบเธอ]

[...พวกเขาจูบกันแล้ว]

[ในขณะที่พระรองนอนเลือดไหลอยู่ตรงนี้]

คอมเมนต์หยุดไปไม่กี่วินาที

แล้วก็เริ่มเปลี่ยนไป

[จู่ ๆ ฉันก็รู้สึก... น่าขยะแขยงจัง]

[พระรองทำอะไรผิด? เขาแค่รักคนผิดเอง]

[ตลอดหกปีนี้เขาก็ทุ่มเทด้วยใจจริงเหมือนกันนะ]

[เสิ่นจือหานมีสิทธิ์อะไรมาทำกับเขาแบบนี้?]

[ถ้าพระรองตาย เธอก็คือฆาตกร]

[ฉันอยากเห็นเธอตอนที่รู้สึกผิดจัง]

[ฉันอยากเห็นเธอคุกเข่าขอร้องให้เขายกโทษให้จัง]

[แต่เขาอาจจะรอไม่ไหวแล้ว]

[มีใครไปช่วยเขาที่โรงแรมได้บ้าง? ฉันทนดูต่อไปไม่ไหวแล้วจริง ๆ]

ตัวเลขนับถอยหลังยังคงสว่างอยู่ กะพริบอย่างแผ่วเบา

8 วัน 9 ชั่วโมง 01 นาที

เกมยังไม่จบ

แต่ดูเหมือนผู้เล่นกำลังจะต้องออกจากเกมก่อนเวลาอันควรแล้ว

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เกมรัก 0%   บทที่ 14

    เธอชะงักไป “เกมพิชิตใจเหรอ? อะไรกัน...”ผมหัวเราะ “คุณไม่จำเป็นต้องรู้หรอก”“คุณรู้แค่ว่า หกปีมานี้ สำหรับผมแล้วมันก็แค่ความฝันตื่นหนึ่ง”“และตอนนี้ ถึงเวลาตื่นจากฝันแล้ว”เธอมองผมอย่างเหม่อลอย ราวกับไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมพูดคอมเมนต์บนหน้าจอเริ่มนับถอยหลัง10987……ผมลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่ริมราวระเบียงลมทะเลพัดเรือนผมของผมจนปลิวไสวท้องฟ้าเริ่มทอแสงรุ่งอรุณพระอาทิตย์กำลังจะขึ้นแล้ว“เสิ่นจือหาน” ผมหันหลังให้เธอ “รับปากผมเรื่องหนึ่ง”“ว่ามาสิ”“ถ้าผมตายไป ไม่ต้องจัดงานศพให้ผม”“เอาเถ้ากระดูกของผมไปโปรยลงทะเล”“ผมอยาก... เดินทางไปทุกที่อย่างอิสระเสรี”น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ “อาซาน...”“รับปากผมสิ”“...ฉันรับปากคุณ”ผมหัวเราะ “ขอบคุณนะ”เวลานับถอยหลังสิ้นสุดลงเสียงแจ้งเตือนจากระบบดังก้องขึ้นในหัว“ภารกิจพิชิตใจล้มเหลว”“เริ่มต้นกระบวนการทำลายล้าง”ผมหลับตาลง รอคอยวาระสุดท้ายของชีวิตทว่า…กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยผมลืมตาขึ้นดวงอาทิตย์กำลังทอแสงขึ้นเหนือผืนน้ำทะเลอย่างช้า ๆประกายแสงสีทองสาดส่องไปทั่วผืนน้ำ งดงามจนแทบลืมหายใจผมยังอยู่ที่นี่ผมยัง

  • เกมรัก 0%   บทที่ 13

    “ถ้า... ถ้าฉันเข้าใจเร็วกว่านี้สักนิด...”“ไม่มีคำว่าถ้าหรอก เสิ่นจือหาน” ผมพูดแทรก “ชีวิตไม่ใช่ละครเวที ไม่มีซ้อมใหญ่ และไม่มีเทคสอง”“เราทุกคนต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตัวเอง”“คุณเลือกหลินชิงอัน เลือกที่จะทำร้ายผม”“ส่วนผม เลือกที่จะไป”“นี่คือบทสรุป”เธอมองผม น้ำตาไหลรินเงียบ ๆคราวนี้ไม่ใช่การแสดง“ขอโทษนะ...” เธอสะอื้น “ขอโทษจริง ๆ...”ผมพยักหน้า “ผมรับคำขอโทษของคุณ”“แต่ผมไม่ให้อภัยคุณ”“ความเจ็บปวดบางอย่าง มันไม่อาจให้อภัยกันได้”ผมหันหลังเดินจากไป ท่ามกลางความมืดมิดของยามค่ำคืนคอมเมนต์เลื่อนผ่านตรงหน้า[เธอร้องไห้แล้ว][ในที่สุดเธอก็รู้ว่าความเจ็บปวดเป็นยังไง][แต่นี่ยังไม่พอหรอก][ฉันอยากเห็นเธอเสียใจไปตลอดชีวิต]ผมไม่ได้หันกลับไปมองเพราะผมรู้ว่าจากนี้เป็นต้นไป ผมต้องเดินหน้าต่อไปเดินต่อไปเรื่อย ๆไปยังที่ที่ไม่มีเธอวันสุดท้ายผมไปที่ทะเลเช่ากระท่อมเล็ก ๆ ที่สามารถมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้น ซื้อเค้กและไวน์แดงเวลานับถอยหลังดังติ๊กต็อกอยู่ในหัว23 ชั่วโมง 59 นาทีวันสุดท้ายคอมเมนต์เงียบลง ราวกับกำลังรอคอยอะไรบางอย่างเช่นกันผมนั่งอยู่บนระเบียง

  • เกมรัก 0%   บทที่ 12

    เธอยืนนิ่งอยู่กับที่จนกระทั่งผมหันหลังกลับเตรียมจะเดินจากไป เธอถึงได้เอ่ยขึ้นมาอย่างกะทันหันว่า“ถ้า...ถ้าฉันยอมปล่อยมือล่ะ?”“ถ้าฉันคืนอิสระให้คุณ คุณจะ...จะให้โอกาสฉันอีกครั้งได้ไหม?”ผมหยุดฝีเท้า แต่ไม่ได้หันกลับไปมอง“เสิ่นจือหาน บาดแผลบางอย่าง มันไม่มีวันรักษาให้หายขาดได้หรอก”“ก็เหมือนกับรอยแผลเป็นบนข้อมือของผม ที่มันจะติดตัวผมไปตลอดชีวิต”“และบาดแผลที่คุณฝากไว้ มันก็จะติดตัวผมไปตลอดชีวิตเช่นกัน”“เพราะงั้น เลิกพูดเรื่องโอกาสเถอะ”“ระหว่างเรา มันหมดโอกาสไปตั้งนานแล้ว”ผมเดินจากมาไม่ได้หันกลับไปมองว่าเธอร้องไห้หรือเปล่า หรือว่ายังยืนอยู่ที่เดิมไหมมันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้วตัวเลขนับถอยหลังเต้นตุบ ๆ อยู่ในหัว4 วัน 10 ชั่วโมง 33 นาทีเหลือเวลาอีกแค่สี่วันผมต้องไปทำภารกิจสุดท้ายให้เสร็จสิ้นผมกลับมาที่สถาบันภาพยนตร์นี่เป็นการกลับมาครั้งแรกในรอบหกปี นับตั้งแต่เรียนจบบรรยากาศในมหาวิทยาลัยยังคงเหมือนเดิม ต้นอู๋ถงขึ้นเขียวครึ้ม เสียงบทสนทนาของนักศึกษาดังแว่วมาจากห้องซ้อมผมไปหาศาสตราจารย์เฉิน อาจารย์ที่ปรึกษาของผมสมัยเรียน ตอนนี้ท่านเป็นหัวหน้าภาควิชาการแสดงแล้ว

  • เกมรัก 0%   บทที่ 11

    …แม่ของผม หยางซูเธอจากไปตอนที่ผมอยู่ปีสองด้วยภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันก่อนสิ้นใจ เธอกุมมือผมไว้แล้วพูดว่า “เหลียนซาน ต้องใช้ชีวิตให้เป็นอิสระนะ อย่าให้เหมือนแม่ที่ต้องทนทุกข์อยู่กับสายตาคนอื่นไปชั่วชีวิต”แต่ผมก็ยังถูกกักขังอยู่ดีถูกกักขังอยู่ในสายตาของเสิ่นจือหาน ถูกกักขังอยู่ในเกมจีบหนุ่มนั่นผมนั่งลงหน้าป้ายวิญญาณ แล้ววางดอกไม้ลง“แม่ครับ ผมมาเยี่ยมแม่แล้วนะ”“ขอโทษที่หลายปีมานี้ไม่ได้มาเลย”“เพราะผมไม่มีหน้ามาพบแม่ครับ”สายลมพัดแผ่วเบา พัดพาสนไซเปรสรอบกายให้สั่นไหวคอมเมนต์เงียบลงไปมาก ราวกับสัมผัสได้ถึงความสงบเงียบนี้“ผมอาจจะต้องไปอยู่เป็นเพื่อนแม่แล้วนะ” ผมลูบรูปถ่ายบนป้ายวิญญาณ “หมอบอกว่าร่างกายของผมทนได้อีกไม่กี่วันแล้ว”“แต่ผมไม่กลัวหรอก”“เพราะว่าไม่กี่วันสุดท้ายนี้ ผมได้ใช้ชีวิตเพื่อตัวเองแล้ว”ผมหยิบซองจดหมายออกจากกระเป๋า ด้านในมีบัตรธนาคารหนึ่งใบและพินัยกรรมหนึ่งฉบับในบัตรคือเงินทั้งหมดที่ผมเก็บหอมรอมริบมาตลอดหกปีนี้เงินค่าขนมและของขวัญที่เสิ่นจือหานให้ผมตีเป็นเงินสดได้ไม่มากนัก แต่ก็พอสำหรับจัดงานศพเล็ก ๆ งานหนึ่งในพินัยกรรมเขียนไว้ว่า หากผมตาย ทรั

  • เกมรัก 0%   บทที่ 10

    ของขวัญถูกส่งมารัว ๆ จนเลื่อนหน้าจอแทบไม่ทัน ในช่องคอมเมนต์มีทั้งคนร้องไห้ คนด่าทอ และบางคนก็เริ่มขุดคุ้ยอดีตของเสิ่นจือหานกับหลินชิงอันแต่ในตอนนั้นเอง ประตูห้องพักผู้ป่วยก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงเสิ่นจือหานพุ่งพรวดเข้ามาด้วยใบหน้าที่เขียวคล้ำด้วยความโกรธจัด“มู่เหลียนซาน! คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่?!”เธอเอื้อมมือมาจะแย่งโทรศัพท์ ผมจึงเบี่ยงตัวหลบแล้วหันไปพูดกับเลนส์กล้องว่า“ดูสิครับ เธอมาแล้ว”“เสิ่นจือหาน อยากจะพูดอะไรกับกล้องหน่อยไหม?”“อธิบายหน่อยสิ ว่าทำไมตอนที่ผมกำลังจะตาย คุณถึงไปจูบกับผู้ชายคนอื่น?”เสิ่นจือหานยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่ สายตาจดจ้องคอมเมนต์ที่เลื่อนผ่านหน้าจอไปอย่างบ้าคลั่ง[เสิ่นจือหานไสหัวออกมาขอโทษเดี๋ยวนี้!][นังผู้หญิงเฮงซวยไปตายซะ!][หลินชิงอันเป็นมือที่สาม!][พระรองกล้าหาญมาก ฉันร้องไห้แล้ว]เธออ้าปากเหมือนจะพูดอะไร แต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมานี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นความตื่นตระหนกอย่างแท้จริงบนใบหน้าของเธอไม่ใช่การแสดง และไม่ได้เสแสร้งแต่มันคือความทำอะไรไม่ถูก เมื่อโลกที่อุตส่าห์สร้างขึ้นมาอย่างประณีตเริ่มพังทลายลงคอมเมนต์กำล

  • เกมรัก 0%   บทที่ 9

    [สะใจมาก!!!][ถึงจะยังไม่เข้าเมรุ แต่ก็เริ่มมีควันลอยมาแล้ว!][เสิ่นจือหานเริ่มสงสัยแล้ว!][พระรองสู้ ๆ! เอาให้เธอเจ็บเจียนตายไปเลย!]ผมหลับตาลงเวลานับถอยหลังกะพริบ6 วัน 18 ชั่วโมง 22 นาทีเกมยังคงดำเนินต่อไปแต่กฎเริ่มเปลี่ยนไปแล้วหนึ่งวันก่อนออกจากโรงพยาบาล ผมเปิดไลฟ์สดคอมเมนต์บนหน้าจอแสดงความตกตะลึง[เขาจะทำอะไรน่ะ?!][มาไลฟ์อะไรตอนนี้? จะพูดอะไร?][ไม่กลัวเสิ่นจือหานมาเห็นเหรอ?]ผมนั่งอยู่บนเตียงผู้ป่วย ผ้าพันแผลที่ข้อมือเปลี่ยนเป็นแผ่นปิดแผลที่เบาสบายขึ้นแล้ว แต่ก็ยังมองเห็นได้ชัดเจนอยู่ดีฉากหลังเป็นผนังสีขาวของโรงพยาบาล นอกหน้าต่างคือท้องฟ้ายามพลบค่ำชื่อไลฟ์นั้นแสนจะเรียบง่าย“หกปี จากความฝันจักรพรรดิจอเงินสู่ห้องไอซียู”หลังจากเปิดไลฟ์ไปได้สิบนาที ยอดคนดูก็ทะลุหนึ่งแสนคนคนส่วนใหญ่ถูกดึงดูดเข้ามาเพราะเรื่องซุบซิบของเสิ่นจือหานและหลินชิงอันเรื่องบาดหมางในตระกูลเศรษฐี รักสามเส้า คดีลักพาตัวที่มีเงื่อนงำ ทุกเรื่องล้วนเป็นประเด็นร้อนผมไม่ได้แต่งหน้า ใบหน้าซีดเซียว สวมชุดผู้ป่วย ดูเปราะบางและสมจริง“สวัสดีครับทุกคน ผมคือมู่เหลียนซาน”“หลายคนรู้จักผมในฐา

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status