Se connecterเสิ่นเฉียวซีรับกระสุนแทนฮั่วอวี่เฉินอาเล็กผู้แสนเย็นชาคนนั้นของเธอไปถึงสามนัด ถึงทำให้คุณย่าฮั่วพยักหน้ายินยอมให้เธอแต่งงานเข้าตระกูลได้ในที่สุด แต่ในระหว่างที่เธอได้รับบาดเจ็บจนหมดสติอยู่นั้น ฮั่วอวี่เฉินกลับประกาศว่าภรรยาที่เขาจะแต่งงานด้วย คือสวี่หวั่นเยว่ นักเรียนยากไร้ที่ตระกูลฮั่วให้การอุปถัมภ์ ทันทีที่คำประกาศนี้ออกมา ทั่วทั้งเมืองก็ฮือฮากันยกใหญ่ เพราะใครๆ ก็รู้ดีว่า กุหลาบที่ฮั่วอวี่เฉินฟูมฟักมากับมืออย่างเสิ่นเฉียวซีดอกนี้พยศขนาดไหน สวี่หวั่นเยว่เป็นเพียงนักข่าวฝึกงานตัวเล็กๆ ของหนังสือพิมพ์ฮ่องกงเดลี่ ไร้คุณสมบัติพอที่จะทำให้คุณหนูใหญ่ท่านนี้เก็บมาใส่ใจโดยสิ้นเชิง ดังนั้นเมื่อเสิ่นเฉียวซีปรากฏตัวขึ้นในงานหมั้นของฮั่วอวี่เฉินกับสวี่หวั่นเยว่ แขกเหรื่อเกือบทุกคนในงานจึงปักใจเชื่อว่า เจ้าตัวยุ่งผู้ไม่เห็นหัวใครที่ตกหลุมรักสหายต่างวัยของบิดาผู้ล่วงลับคนนี้ จะต้องมาก่อเรื่องจนงานพังไม่เป็นท่าอีกเป็นแน่ แม้แต่ฮั่วอวี่เฉินก็ชักสีหน้าเย็นชา ปกป้องสวี่หวั่นเยว่ไว้ข้างหลังตามสัญชาตญาณ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงตักเตือน “เสิ่นเฉียวซี วางตัวให้ถูกกาลเทศะหน่อย” ทว่าเสิ่นเฉียวซีกลับยกมุมปากขึ้น แย้มยิ้มสดใสอย่างที่สุดให้คนทั้งสอง พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงว่าง่ายเป็นพิเศษ “ยินดีด้วยนะคะอาเล็กที่ได้สาวงามมาครอบครอง”
Voir plusหนึ่งเดือนต่อมาเสิ่นเฉียวซีนอนอาบแดดอยู่บนชายหาดหลินฉีเหยียนที่อยู่ข้างๆ กำลังชงเครื่องดื่มให้เธอ เพียงแต่สีหน้าดูไม่ได้เอาเสียเลย เขามองจ้องฮั่วอวี่เฉินที่อยู่ไม่ไกลด้วยสายตาอาฆาต ก่อนจะกัดฟันพูดว่า“ตาแก่หน้าด้าน! วันๆ เอาแต่คิดจะแย่งคนรักของคนอื่นมาเป็นมือที่สาม!”เสิ่นเฉียวซีคุ้นชินกับการโวยวายของเขามานานแล้ว เธอหลับตาพลิกตัว พลางตอบปัดแบบขอไปทีว่า“คุณเป็นสามีแต่ง มีสถานะถูกต้องตามกฎหมาย จะไปสนใจเขาทำไม?”แค่ประโยคเดียวก็กล่อมหลินฉีเหยียนที่กำลังหัวเสียให้สงบลงได้ เจ้าตัวยิ้มหน้าบานกลับไปหยิบผลไม้หั่นชิ้นมาให้เธอเพิ่มอีกวินาทีต่อมา โทรศัพท์มือถือของเสิ่นเฉียวซีก็ได้รับข้อความจากฮั่วอวี่เฉินอีกครั้ง“คืนนี้โรงแรมมีงานเลี้ยง ฉันนำเครื่องเพชรมาชุดหนึ่ง เหมาะกับชุดราตรีที่เธอสั่งตัดไว้เมื่อวันก่อนมากเลย”เสิ่นเฉียวซีไม่ได้ตอบกลับเธอลุกขึ้นแล้วเดินตรงเข้าโรงแรมไปทันทีกลับมาถึงห้องสวีทได้ไม่นาน พนักงานก็มาเคาะประตูแล้วส่งชุดเครื่องเพชรนั้นเข้ามาให้เสิ่นเฉียวซีกำลังจะปฏิเสธ แต่พลันเห็นฮั่วอวี่เฉินยืนอยู่ไม่ไกล สายตาแฝงความโศกเศร้า เขายิ้มอย่างขื่นขมว่า“ถือว่าเป็นของขว
ภายในปราสาทโบราณอันศักดิ์สิทธิ์และเคร่งขรึมเสียงเพลงมาร์ชวิวาห์ค่อยๆ ดังก้องขึ้นเสิ่นเฉียวซีสวมผ้าคลุมหน้า พลางหิ้วชายกระโปรง เดินตรงไปหาหลินฉีเหยียนที่ยืนอยู่ปลายพรมแดงบาทหลวงยืนอยู่ตรงกลางระหว่างคนทั้งสอง นำกล่าวคำสาบานตามขั้นตอนกระทั่งเขาเอ่ยถามว่า“...เจ้าสาวยินดีจะแต่งงานกับเจ้าบ่าวหรือเปล่า?”วินาทีถัดมา เสียงทุ้มต่ำอันร้อนรนของชายหนุ่มก็ทำลายความสงบลง“เธอไม่ยินดี!”เหล่าแขกเหรื่อต่างฮือฮาขึ้นทันทีเสิ่นเฉียวซีมองไปยังทิศทางของแขกผู้มาใหม่โดยสัญชาตญาณ ทว่าพอเห็นชัดเจนว่าเป็นฮั่วอวี่เฉิน หัวใจเธอก็กระตุกวูบอย่างแรงฮั่วอวี่เฉินซูบผอมลงไปมาก ชุดสูทสีดำที่เคยพอดีตัว ยามนี้กลับดูหลวมโคร่งอยู่บนร่างเขาบนหน้าผากของชายหนุ่มมีรอยแผลเป็นใหม่เพิ่มมาหนึ่งแห่ง ขาของเขาก็ดูเหมือนจะบาดเจ็บ ทำได้เพียงอาศัยไม้เท้าช่วยยันกายเขามองเสิ่นเฉียวซีด้วยสายตาลึกซึ้ง แววตาคมคายคู่นั้นเปี่ยมไปด้วยความรักและความสำนึกผิด“เสี่ยวซี ฉันขอโทษเธอด้วยนะ”“ที่ผ่านมาฉันผิดเอง ฉันคิดว่าถ้าปล่อยมือจากเธอ ให้เธอได้ออกไปเปิดหูเปิดตาในโลกที่กว้างขึ้น ได้รู้จักคนวัยเดียวกันมากขึ้น แล้วเธอถึงจะรู้ว่าค
ห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลเซนต์แอนน์ ประเทศฮ่องกงฮั่วอวี่เฉินค่อยๆ ลืมตาขึ้นบอดี้การ์ดด้านข้างพลันตื่นเต้นขึ้นมาทันที “ประธานฮั่ว คุณฟื้นแล้วเหรอครับ?!”...หากจะพูดถึงข่าวใหญ่ที่สุดของทางหนานหยางในช่วงนี้ ก็คือตระกูลหลินอันดับหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่กำลังจะจัดงานแต่งงาน!แถมเจ้าบ่าวก็คือคุณชายตระกูลหลินคนที่เคยถูกลักพาตัวตอนอายุเจ็ดขวบแล้วรอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์ และไม่เคยเข้าใกล้ผู้หญิงคนไหนเลยตลอดสิบหกปีหลังจากนั้น!ตลอดช่วงเวลาเกือบครึ่งเดือน สื่อมวลชนทางหนานหยางต่างพากันขุดคุ้ยรายละเอียดทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเจ้าสาวทว่านอกจากรู้ว่าเป็นผู้หญิงแล้วข้อมูลอื่นๆ ก็เหมือนถูกสั่งปิดข่าวเอาไว้โดยสิ้นเชิง ไม่สามารถสืบหาอะไรได้เลยเพียงชั่วข้ามคืน ทั่วทั้งแวดวงไฮโซต่างก็สนอกสนใจในตัวว่าที่นายหญิงตระกูลหลินคนนี้เป็นอย่างยิ่งในที่สุดก็ถึงวันจัดงานแต่งงานภายนอกปราสาทหรูหราเต็มไปด้วยรถยนต์ราคาแพงที่จอดเรียงราย รวมถึงบรรดานักข่าวจากสำนักข่าวและสถานีโทรทัศน์ต่างๆบนสนามหญ้ากว้างใหญ่ไพศาลปลูกกุหลาบพันธุ์เวนเดลาไว้เต็มพื้นที่ล่วงหน้า สื่อความหมายถึง “ปักใจรักเพียงคุณผู้เดียว”“ได้ยินมาว
แผนงานประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากเสิ่นเฉียวซีพาพนักงานในแผนกของเธอไปรับประทานอาหารร่วมกันเพื่อเฉลิมฉลองหลังเสร็จสิ้นงานเลี้ยง เธอก็ออกมาเรียกรถแท็กซี่นอกร้าน ทว่าในวินาทีถัดมา รถของหลินฉีเหยียนกลับแล่นมาจอดตรงหน้าเธอ“ผู้จัดการเสิ่น ติดรถไปด้วยกันไหมครับ?”หลินฉีเหยียนยกยิ้มเจ้าเล่ห์ นัยน์ตาพราวระยับคู่นั้นของเขาส่องประกายแวววาวภายใต้แสงไฟถนนก่อนที่พนักงานคนอื่นจะทันสังเกตเห็น เสิ่นเฉียวซีก็รีบเปิดประตูเบาะข้างคนขับแล้วก้าวเข้าไปนั่งอย่างรวดเร็วตัวรถแล่นไปอย่างราบเรียบ เสิ่นเฉียวซีหลับตาลงทำทีเป็นนอนหลับ“สรุปว่าตัวจริงอย่างผมจะเปิดตัวได้เมื่อไหร่กันแน่ครับ?”จู่ๆ เสียงตัดพ้อด้วยความน้อยอกน้อยใจของหลินฉีเหยียนก็ดังมาจากเบาะคนขับ เขาเริ่มท่องรายชื่อพวกมือที่สามออกมาเหมือนท่องจำได้อย่างขึ้นใจ“วันนี้หัวหน้าทีมแผนกขายซื้อกาแฟมาให้คุณแก้วหนึ่ง หัวหน้าฝ่ายการตลาดก็ส่งยิ้มให้คุณตั้งนาน แถมยังจะชวนคุณไปตีเทนนิสด้วยกันวันเสาร์อาทิตย์นี้อีก!”เมื่อเห็นท่าทางหน้าบึ้งแก้มป่องของเขา เสิ่นเฉียวซีก็เอียงคอมองอย่างนึกขำ พลางแกล้งหยอกเขา“แล้วจะทำยังไงได้ล่ะ? พวกเราสองคนยังไม่ได้จดทะเบี