Short
สุดท้าย เราก็ไปกันไม่ถึงฝั่ง

สุดท้าย เราก็ไปกันไม่ถึงฝั่ง

Par:  หยวนสือเยว่Complété
Langue: Thai
goodnovel4goodnovel
17Chapitres
3Vues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

เสิ่นเฉียวซีรับกระสุนแทนฮั่วอวี่เฉินอาเล็กผู้แสนเย็นชาคนนั้นของเธอไปถึงสามนัด ถึงทำให้คุณย่าฮั่วพยักหน้ายินยอมให้เธอแต่งงานเข้าตระกูลได้ในที่สุด แต่ในระหว่างที่เธอได้รับบาดเจ็บจนหมดสติอยู่นั้น ฮั่วอวี่เฉินกลับประกาศว่าภรรยาที่เขาจะแต่งงานด้วย คือสวี่หวั่นเยว่ นักเรียนยากไร้ที่ตระกูลฮั่วให้การอุปถัมภ์ ทันทีที่คำประกาศนี้ออกมา ทั่วทั้งเมืองก็ฮือฮากันยกใหญ่ เพราะใครๆ ก็รู้ดีว่า กุหลาบที่ฮั่วอวี่เฉินฟูมฟักมากับมืออย่างเสิ่นเฉียวซีดอกนี้พยศขนาดไหน สวี่หวั่นเยว่เป็นเพียงนักข่าวฝึกงานตัวเล็กๆ ของหนังสือพิมพ์ฮ่องกงเดลี่ ไร้คุณสมบัติพอที่จะทำให้คุณหนูใหญ่ท่านนี้เก็บมาใส่ใจโดยสิ้นเชิง ดังนั้นเมื่อเสิ่นเฉียวซีปรากฏตัวขึ้นในงานหมั้นของฮั่วอวี่เฉินกับสวี่หวั่นเยว่ แขกเหรื่อเกือบทุกคนในงานจึงปักใจเชื่อว่า เจ้าตัวยุ่งผู้ไม่เห็นหัวใครที่ตกหลุมรักสหายต่างวัยของบิดาผู้ล่วงลับคนนี้ จะต้องมาก่อเรื่องจนงานพังไม่เป็นท่าอีกเป็นแน่ แม้แต่ฮั่วอวี่เฉินก็ชักสีหน้าเย็นชา ปกป้องสวี่หวั่นเยว่ไว้ข้างหลังตามสัญชาตญาณ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงตักเตือน “เสิ่นเฉียวซี วางตัวให้ถูกกาลเทศะหน่อย” ทว่าเสิ่นเฉียวซีกลับยกมุมปากขึ้น แย้มยิ้มสดใสอย่างที่สุดให้คนทั้งสอง พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงว่าง่ายเป็นพิเศษ “ยินดีด้วยนะคะอาเล็กที่ได้สาวงามมาครอบครอง”

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1

“ยินดีด้วยนะคะอาเล็กที่ได้สาวงามมาครอบครอง ที่ผ่านมาเป็นเพราะฉันทำอะไรไม่คิด เพื่อเป็นการไถ่โทษ ฉันจึงเตรียมของขวัญวันหมั้นมามอบให้คุณสวี่ค่ะ”

พูดจบเธอก็ปรบมือเบาๆ เหล่าบอดี้การ์ดพลันลำเลียงของขวัญเข้ามาไม่ขาดสายราวกับสายน้ำ เพียงไม่นานของขวัญนับร้อยชิ้นก็กองสูงเป็นภูเขาลูกย่อมๆ

ทั่วทั้งงานตกอยู่ในความเงียบสงัดราวกับไร้ผู้คน แม้แต่ฮั่วอวี่เฉินก็ยังเผยสีหน้าประหลาดใจ

ทว่าแชทวิ่งบนจอตรงหน้าเสิ่นเฉียวซีกลับแทบแตก

[ยัยน้องอย่าทำแบบนี้! เธอคือนางเอกนิยายฟีลกู้ดเรื่องนี้นะ ส่วนยัยสวี่หวั่นเยว่นั่นน่ะนางร้ายชัดๆ พระเอกอย่างฮั่วอวี่เฉินไม่ได้รักยัยนั่นเลยสักนิด!]

[สวี่หวั่นเยว่เป็นลูกสาวแท้ๆ ที่ระเหเร่ร่อนอยู่ข้างนอกของอาจารย์ผู้มีพระคุณที่ล่วงลับไปแล้วของอาเล็ก เพื่อปกป้องให้เธอตั้งหลักในเกาะฮ่องกงได้ เขาถึงยอมแต่งงานกับเธอ พอผ่านไปอีกหนึ่งเดือนให้สวี่หวั่นเยว่อายุครบยี่สิบห้าปีบริบูรณ์ตามที่ระบุในพินัยกรรมของพ่อเธอแล้วรับมรดกเสร็จ อาเล็กของเธอก็จะแยกทางกับยัยนั่นแล้ว!]

[ฉันร้อนใจจะตายอยู่แล้วนะ! ยัยหนูนางเอกรีบหันไปมองพระเอกหน่อยเร็ว เขายืนอยู่ตรงนั้น ท่าทางดูร้าวรานใจแทบแตกสลาย ที่เขาเย็นชาใส่เธอเป็นเพราะโกรธที่บอดี้การ์ดดูแลเธอไม่ดี ปล่อยให้แผลยังไม่ทันหายดีก็วิ่งพล่านไปทั่ว ตอนที่เธอโดนยิงแล้วเสียเลือดมาก พระเอกบริจาคเลือดให้เธอจนเกือบสูบเลือดตัวเองจนหมดตัวเลยนะ! ฮือๆๆ เขาจะไม่รักเด็กดีที่ตัวเองเลี้ยงมากับมือได้ยังไงกัน...]

แชทวิ่งบนจอที่ลอยผ่านตรงหน้าละลานตาไปหมด แต่เสิ่นเฉียวซีกลับฝืนกลั้นความเจ็บแปลบในอก แล้วแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น

เธอแสร้งทำเป็นผ่อนคลายแล้วยื่นมือไปหาฮั่วอวี่เฉิน ยิ้มจนขอบตาร้อนผ่าว “ฉันยอมรับอาสะใภ้คนนี้แล้ว อาเล็กก็รีบคืนจี้หยกประจำตระกูลเรามาให้ฉันได้แล้วมั้งคะ”

แชทวิ่งบนจอกรีดร้องต่อไม่หยุด

[ยัยหนูนางเอก เธอจะเอาหยกแทนใจที่ใช้สารภาพรักกับพระเอกตอนอายุสิบแปดปีคืนกลับมาทำไมกันเล่า?! เธอไม่รู้หรอกว่าพระเอกหวงหยกชิ้นนี้มากขนาดไหน คนอื่นแม้แต่จะแตะยังไม่ได้เลย!]

ทว่าวินาทีต่อมา กลับได้ยินเสียงหวาดหวั่นของสวี่หวั่นเยว่เอ่ยขึ้นว่า “...ที่เสี่ยวซีพูดถึงคือหยกชิ้นนี้หรือเปล่า?”

พูดพลางเธอก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา หยกประจำตระกูลเสิ่นแขวนห้อยเด่นหราอยู่บนเคสโทรศัพท์ของเธอ

เสิ่นเฉียวซีคล้ายถูกคนตบเข้าที่หน้าอย่างจังจนหน้าชา เสียงอื้ออึงดังขึ้นในหู

แชทวิ่งบนจอที่เคยคึกคักมาตลอดพลันชะงักงันไปเช่นกัน

ยังไม่ทันที่เสิ่นเฉียวซีจะได้พูดอะไร สวี่หวั่นเยว่กลับขอบตาแดงก่ำขึ้นมาก่อน เธอกล่าวด้วยความลนลานว่า “ฉันขอโทษจริงๆ นะ เสี่ยวซี ถ้าเธอไม่ชอบให้ฉันแตะหยกชิ้นนี้ ตอนนี้ฉันจะถอดมันคืนให้เธอเดี๋ยวนี้เลย เธออย่าโกรธเลยนะ...”

พูดพลางเธอก็ปลดหยกออกทำท่าจะยื่นส่งให้เสิ่นเฉียวซี ทว่าวินาทีต่อมากลับปล่อยมือ

เคร้ง…

จี้หยกสีเขียวมรกตตกแตกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี

แขกเหรื่อทั่วทั้งงานสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง

เพราะถึงยังไง ในงานเลี้ยงสารภาพรักที่เคยยิ่งใหญ่เกรียวกราวเมื่อปีนั้น เสิ่นเฉียวซีในวัยสิบแปดปีก็เคยกล่าวคำสาบานไว้ต่อหน้าฮั่วอวี่เฉินว่า

“ฮั่วอวี่เฉิน สวมหยกบ้านฉันแล้วก็คือคนของฉัน ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป หยกอยู่คนอยู่ หยกหาย...ถ้าคุณกล้าทำมันพังล่ะก็ ฉันจะไม่มีวันต้องการคุณอีกเลย!”

เสิ่นเฉียวซีสีหน้าซีดเผือด จ้องมองเศษหยกโดยไม่ได้พูดอะไร

สวี่หวั่นเยว่คว้าชายเสื้อของฮั่วอวี่เฉินไว้แน่นด้วยความตื่นตระหนกไร้ที่พึ่ง เธอสะอื้นไห้น้ำตาคลอเบ้าอย่างน่าสงสาร “ขอโทษนะคะคุณฮั่ว ฉันทำเรื่องพังอีกแล้ว... เดี๋ยวฉันจะรีบหาคนมาซ่อมให้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ...”

เธอมือสั่นขณะย่อตัวลงเพื่อจะเก็บเศษชิ้นส่วน ทว่ากลับถูกบาดนิ้วมือ

เลือดหยดลงบนจี้หยก

“หยุดนะ!”

เสิ่นเฉียวซียกมือขึ้นไปทางเธอ

ทว่าวินาทีต่อมากลับถูกฮั่วอวี่เฉินจับไว้แน่น เขาขมวดคิ้วแน่น น้ำเสียงเข้มงวด

“เสิ่นเฉียวซี ตอนนี้เธอยิ่งเกินไปขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะ! หวั่นเยว่ไม่ได้ตั้งใจ เพื่อจี้หยกชิ้นเดียว เธอถึงกับคิดจะลงไม้ลงมือกับหล่อน…”

สีหน้าและสายตาของเขามืดมน แต่เมื่อประสานสายตากับดวงตาที่แดงเรื่อ ซึ่งว่างเปล่าและสงบนิ่งของเสิ่นเฉียวซี น้ำเสียงก็ชะงักไป

“ทำไมเธอ...”

“อาเล็กเข้าใจผิดแล้วค่ะ”

เสิ่นเฉียวซีอดทนฝืนความรู้สึกขมขื่นแล้วยิ้มออกมา เธอชักมือกลับ พลางแบฝ่ามือออก เผยให้เห็นพลาสเตอร์ยาแผ่นหนึ่ง

“ก็แค่จี้หยกชิ้นเดียว ตกแตกไปก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ในทางกลับกันปลายนิ้วของคุณสวี่ถูกบาด อาเล็กต้องรีบพันแผลให้เธอดีๆ นะคะ”

หัวใจของฮั่วอวี่เฉินบีบเกร็งขึ้นมาเล็กน้อย

เขาเคยคาดการณ์ไว้ว่าเสิ่นเฉียวซีจะโกรธเกรี้ยว อาละวาด และข่มขู่ไม่ให้เขาแต่งงานกับผู้หญิงอื่นนอกจากเธอ แต่กลับไม่เคยคิดเลยว่าเธอจะยอมเชื่อฟังอย่างว่าง่าย

เสิ่นเฉียวซีที่เป็นแบบนี้ทำให้เขารู้สึกแปลกหน้า และยังทำให้เขารู้สึกใจเสีย

เหมือนกับกำลังจะสูญเสียของล้ำค่าชิ้นหนึ่งไป

แทบจะด้วยสัญชาตญาณ น้ำเสียงของฮั่วอวี่เฉินนุ่มนวลลงหลายส่วน “หมอบอกว่าแผลของเธอต้องพักฟื้นให้ดี กลับห้องไปพักผ่อนเถอะ”

รอยยิ้มบนใบหน้าของเสิ่นเฉียวซีกว้างขึ้นกว่าเดิม “ค่ะ ขอบคุณอาเล็กที่เป็นห่วงนะคะ”

พูดจบเธอก็ยืดหลังตรง หมุนตัวเดินจากไป

จนกระทั่งเดินเข้ามาในสวนหลังบ้าน เสียงอึกทึกครึกโครมของงานหมั้นก็เลือนหายไปจนหมดสิ้น

เมื่อรอบกายเหลือเพียงเธอแค่คนเดียว เสิ่นเฉียวซีก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่อีกต่อไป พรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย

ข้างหูมีเสียงถอนหายใจของป้าสวี่ผู้เป็นแม่บ้านดังขึ้น

“ในเมื่อคุณหนูซีเสียใจถึงขนาดนี้ ทำไมถึงไม่พยายามไขว่คว้าดูอีกสักตั้งล่ะคะ? ยังไงซะหลายปีมานี้คุณชายก็เอ็นดูคุณจากใจจริง ไม่เคยมีแววเสแสร้งเลยแม้แต่น้อย”

นั่นสินะ ตอนเสิ่นเฉียวซีอายุสิบสามปี พ่อแม่ของเธอเสียชีวิตทั้งคู่และถูกตระกูลฮั่วรับมาเลี้ยงดู ตลอดสิบปีมานี้ ความหวังดีที่ฮั่วอวี่เฉินมอบให้เธอล้วนจริงใจและบริสุทธิ์ใจอย่างแท้จริง

ผู้ชายที่อยู่ข้างนอกแสนจะเย็นชาและน่าเกรงขาม มีเพียงยามอยู่ต่อหน้าเธอเท่านั้นที่จะเผยด้านที่นุ่มนวลและใจเย็นออกมา

ชาติที่แล้วเธอถึงได้สติแตกพังงานหมั้นจนเละเทะตามคำยุยงของแชทวิ่งบนจอ แถมยังยกเรื่องพ่อผู้ล่วงลับมาฟูมฟายอาละวาด

ในท้ายที่สุดฮั่วอวี่เฉินก็ใจอ่อน ยอมถอนหมั้นกับสวี่หวั่นเยว่ และตอบตกลงแต่งงานกับเธอ

ทว่าในวันแต่งงานของพวกเขานั้นเอง สวี่หวั่นเยว่กลับถูกพวกญาติพี่น้องที่จ้องจะฮุบมรดกของพ่อเธอ บีบคั้นจนต้องกระโดดทะเลจบชีวิตลง

เมื่อทราบข่าวร้าย ชายผู้สมบูรณ์แบบอย่างฮั่วอวี่เฉินก็สะเทือนใจอย่างหนักจนสภาพพังทลายไปโดยสิ้นเชิง

เขาโทษตัวเองที่ไม่ดูแลสายเลือดเพียงคนเดียวของผู้มีพระคุณให้ดี ทั้งยังโกรธแค้นที่เสิ่นเฉียวซีมีแต่ความริษยาเต็มอก

เพราะฉะนั้นเขาจึงไม่ยอมพูดจากับเธออีกเลย

ไม่ว่าเธอจะร้องไห้อาละวาดหรือขู่ว่าจะฆ่าตัวตาย เขากลับเย็นชาดั่งเกล็ดน้ำแข็ง ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากเสิ่นเฉียวซีตั้งครรภ์ เขาก็ตัดใจย้ายไปอยู่อาศัยที่สุสานเพื่อเฝ้าอยู่เคียงข้างสวี่หวั่นเยว่ทุกวัน

ในที่สุดเสิ่นเฉียวซีก็สติแตกพังทลาย ยามจิตใจเหม่อลอย เธอพลัดตกจากบันไดจนแท้งลูก

ทว่าฮั่วอวี่เฉินที่ได้ยินข่าวกลับไม่แม้แต่จะปรายตามอง น้ำเสียงยังแฝงความปล่อยวางหลุดพ้น “...ถือว่าชดใช้คืนให้หนึ่งชีวิตของหวั่นเยว่ก็แล้วกัน”

จนกระทั่งถึงตอนนั้น เสิ่นเฉียวซีถึงได้เข้าใจในที่สุดว่า ตัวเองทำผิดพลาดไปไกลขนาดไหน

คืนนั้น เธอโอบอุ้มร่างไร้วิญญาณของลูกน้อยไว้ แล้วจุดไฟเผาวิลล่าทั้งหลัง

ยามลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอได้ย้อนกลับมาในวันที่สวี่หวั่นเยว่จงใจแพร่งพรายพิกัดห้องวิจัยลับของตระกูลฮั่ว เพื่อแลกกับการได้บรรจุเป็นพนักงานประจำของหนังสือพิมพ์ฮ่องกงเดลี่ จนเป็นเหตุให้มือสังหารบุกมา

เพื่อตอบแทนบุญคุณที่ชุบเลี้ยงมานานสิบปี เธอยังคงยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อรับกระสุนแทนฮั่วอวี่เฉิน

แต่ในเมื่อได้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง เธอจึงตัดสินใจปล่อยวางความยึดติด แล้วยอมหลีกทางให้พวกเขาได้สมหวัง

...

เมื่อดึงสติกลับมาได้ เธอจึงปาดน้ำตาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงพร่าแหบ “พาฉันไปพบคุณย่าที”

ภายในหอพระ คุณย่าฮั่วกำลังหลับตาท่องบทสวด

เสิ่นเฉียวซีคุกเข่าลงหลังตรง ก่อนจะโขกศีรษะลงกับพื้นอย่างนอบน้อม “คุณย่าคะ หนูยินดีแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ไปอยู่หนานหยางแทนพวกผู้หญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานในตระกูลค่ะ”

มือที่คุณย่าฮั่วกำลังคลึงลูกประคำชะงักไปครู่หนึ่ง น้ำเสียงแฝงความสงสารและทอดถอนใจ “เวรกรรมแท้ๆ...”

เธอหยิบบัตรใบหนึ่งออกมายื่นให้เสิ่นเฉียวซี

“ในนี้คือเงินมรดกสิบล้านบาทของพ่อแม่หนู ย่าเพิ่มให้อีกสิบห้าล้านบาทเป็นสินสมรส ในเมื่อตัดสินใจยอมปล่อยวางแล้ว จากนี้ไป...ก็ใช้ชีวิตให้ดีๆ นะ”

ขอบตาของเสิ่นเฉียวซีร้อนผ่าวจนกลั้นไว้ไม่อยู่ เธอโขกศีรษะลงกับพื้นอีกครั้งจนเกิดเสียงดัง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้น

“เสี่ยวซีขอบคุณคุณย่ากับอาเล็กที่คอยดูแลมาตลอดหลายปีนี้นะคะ และหนูยังหวังว่าเรื่องที่หนูจะแต่งงานไปหนานหยาง คุณย่าอย่าเพิ่งบอกอาเล็กเลยนะคะ”

คุณย่าฮั่วผงกศีรษะรับคำ

เสิ่นเฉียวซีถึงค่อยหยัดกายลุกขึ้น

ทว่าพอเธอหมุนตัวเปิดประตูหอพระออก ก็เห็นร่างสูงใหญ่ยืนอยู่ข้างประตู

ฮั่วอวี่เฉินจ้องมองเธอเขม็ง น้ำเสียงทุ้มพร่าแฝงความรู้สึกยากจะคาดเดา

“…ไม่อยากบอกอะไรฉันงั้นรึ?”

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
17
บทที่ 1
“ยินดีด้วยนะคะอาเล็กที่ได้สาวงามมาครอบครอง ที่ผ่านมาเป็นเพราะฉันทำอะไรไม่คิด เพื่อเป็นการไถ่โทษ ฉันจึงเตรียมของขวัญวันหมั้นมามอบให้คุณสวี่ค่ะ”พูดจบเธอก็ปรบมือเบาๆ เหล่าบอดี้การ์ดพลันลำเลียงของขวัญเข้ามาไม่ขาดสายราวกับสายน้ำ เพียงไม่นานของขวัญนับร้อยชิ้นก็กองสูงเป็นภูเขาลูกย่อมๆทั่วทั้งงานตกอยู่ในความเงียบสงัดราวกับไร้ผู้คน แม้แต่ฮั่วอวี่เฉินก็ยังเผยสีหน้าประหลาดใจทว่าแชทวิ่งบนจอตรงหน้าเสิ่นเฉียวซีกลับแทบแตก[ยัยน้องอย่าทำแบบนี้! เธอคือนางเอกนิยายฟีลกู้ดเรื่องนี้นะ ส่วนยัยสวี่หวั่นเยว่นั่นน่ะนางร้ายชัดๆ พระเอกอย่างฮั่วอวี่เฉินไม่ได้รักยัยนั่นเลยสักนิด!][สวี่หวั่นเยว่เป็นลูกสาวแท้ๆ ที่ระเหเร่ร่อนอยู่ข้างนอกของอาจารย์ผู้มีพระคุณที่ล่วงลับไปแล้วของอาเล็ก เพื่อปกป้องให้เธอตั้งหลักในเกาะฮ่องกงได้ เขาถึงยอมแต่งงานกับเธอ พอผ่านไปอีกหนึ่งเดือนให้สวี่หวั่นเยว่อายุครบยี่สิบห้าปีบริบูรณ์ตามที่ระบุในพินัยกรรมของพ่อเธอแล้วรับมรดกเสร็จ อาเล็กของเธอก็จะแยกทางกับยัยนั่นแล้ว!][ฉันร้อนใจจะตายอยู่แล้วนะ! ยัยหนูนางเอกรีบหันไปมองพระเอกหน่อยเร็ว เขายืนอยู่ตรงนั้น ท่าทางดูร้าวรานใจแทบแตกสลาย ที่เขา
Read More
บทที่ 2
เสิ่นเฉียวซีใจกระตุกวูบขึ้นมาทันที ปลายนิ้วจิกฝ่ามือไว้แน่นเพื่อไม่ให้เผยพิรุธออกมาเธอถอยหลังไปก้าวหนึ่งเพื่อเว้นระยะห่างจากฮั่วอวี่เฉิน ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพทว่าเหินห่าง “ของขวัญเซอร์ไพรส์ไงคะ เป็นของขวัญอวยพรขอให้คุณกับคุณสวี่มีความสุขกับการแต่งงาน”สิ่งนั้นก็คือ...การจากคุณไปตลอดกาลเมื่อสัมผัสได้ว่าเสิ่นเฉียวซีจงใจห่างเหิน ฮั่วอวี่เฉินก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น ครู่ใหญ่กว่าเขาจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่า“เธอคิดตกได้ด้วยตัวเองก็ดีแล้ว ฉันแก่กว่าเธอตั้งสิบปี ในทางฐานะก็เป็นอาเล็กของเธอ วันหน้าก็อย่าพูดเรื่องเพ้อเจ้อว่าจะแต่งงานกับฉันอีกเลย เธออายุยังน้อย ยามปกติก็ควรจะคบหากับคนรุ่นเดียวกันให้มากๆ”จังหวะนั้นเอง แชทวิ่งบนจอก็ปรากฏขึ้น[ยัยหนูนางเอกอย่าไปเชื่อนะ! นี่พระเอกเขาเสียใจที่เธอห่างเหินเลยตั้งใจพูดประชดทั้งนั้นแหละ! ตั้งแต่ตอนที่เธอสารภาพรักตอนอายุสิบแปด เขาก็กล่อมตัวเองจนยอมรับได้ตั้งนานแล้ว เรื่องอายุห่างกันสิบปีหรือฐานะอาเล็กอะไรนั่นเขาไม่ได้แคร์เลยสักนิด แค่เพราะตอนนี้เธอยังเด็กเกินไป เขาเลยต้องยอมตัดใจไม่คบกับเธอเพื่อปกป้องเธอจากกระแสนินทาต่างหาก!][ใ
Read More
บทที่ 3
ภายในศาลบรรพบุรุษทั้งเย็นยะเยือกและชื้นแฉะ เดิมทีเสิ่นเฉียวซีก็ป่วยหนักยังไม่หายดี เพิ่งคุกเข่าไปได้เพียงสามชั่วโมงก็หมดสติไปกลางดึกไข้ก็เริ่มมีไข้สูงอีกครั้งท่ามกลางสติที่พร่าเบลอ เธอราวกับย้อนกลับไปตอนอายุสิบสามปี หลังจากพ่อแม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ บรรดาผู้ใหญ่ที่เคยเอ็นดูเธอเหลือแสนต่างพากันมองเธอเป็นตัวภาระ ไม่มีใครยินดีจะรับเลี้ยงเธอ ทว่ากลับจ้องจะแย่งชิงมรดกที่พ่อแม่ของเธอทิ้งไว้กันทุกคนจนกระทั่งฮั่วอวี่เฉินวัยยี่สิบสามปีปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าโถงตั้งศพอันเคร่งขรึม โครงหน้าเขาหล่อเหลาเย็นชาประดุจน้ำแข็ง ทว่ากลับเอ่ยกับเสิ่นเฉียวซีด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยน“ไม่ต้องกลัวนะ วันหน้าจะไม่มีใครกล้ารังแกเธออีกแล้ว อาเล็กจะคอยปกป้องเธอตลอดไป”...“คุณโกหก...”หยาดน้ำตาสองสายรินไหลจากหางตาที่ปิดสนิทของเสิ่นเฉียวซี พวงแก้มซีดเซียวปรากฏรอยแดงระเรื่ออย่างคนป่วย เธอพึมพำละเมอออกมา“...คุณไม่มีวัน...ปกป้องฉันอีกแล้ว...”สิ้นเสียงนั้น ชายหนุ่มที่ยื่นมือหมายจะเช็ดน้ำตาให้เธอพลันชะงัก เนิ่นนานกว่าเขาจะถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วหมุนตัวเดินจากไปยามที่เสิ่นเฉียวซีฟื้นขึ้นมาอีกคร
Read More
บทที่ 4
“อย่านะ!”เสิ่นเฉียวซีสติแตกโดยสิ้นเชิง เธอกรีดร้องอย่างคลุ้มคลั่งหมายจะโถมตัวเข้าไปปกป้องความทรงจำสุดท้ายที่พ่อแม่ทิ้งไว้บนโลกใบนี้ แต่กลับถูกบอดี้การ์ดคนอื่นยึดตัวไว้แน่นเธอทำได้เพียงเปลี่ยนมาคุกเข่าดึงชายเสื้อของฮั่วอวี่เฉินเอาไว้ พลางสะอื้นไห้อ้อนวอนเขา“อาเล็ก ฉันผิดไปแล้ว ขอโทษค่ะ ฉันจะไปขอโทษเดี๋ยวนี้เลย...ได้โปรดเถอะนะคะ อย่าเผาของดูต่างหน้าของพ่อแม่ฉันเลย...”เมื่อเห็นฮั่วอวี่เฉินยังคงนิ่งเฉย เสิ่นเฉียวซีจึงคว้าก้อนหินที่อยู่ข้างๆ มากระหน่ำทุบเข้าที่กระดูกหน้าแข้งของตัวเองอย่างแรง แม้เลือดจะไหลนองก็ยังไม่ยอมหยุดมือเธอราวกับย้อนกลับไปในวัยสิบสามปีที่ไร้คนให้พึ่งพาอีกครั้ง ความสิ้นหวังและความหวาดกลัวทำให้เธอขาดสติโดยสิ้นเชิง แม้แต่น้ำเสียงยามร้องไห้ก็ยังสั่นระริก“...ฉันยอมชดใช้ขาข้างหนึ่งให้สวี่หวั่นเยว่ก็ได้ อย่าแตะต้องของดูต่างหน้าพ่อแม่ฉันเลยนะคะ...ขอร้องล่ะค่ะ อาเล็ก...”แต่ฮั่วอวี่เฉินกลับยิ่งโกรธขึ้นอีก พลางยึดมือที่ถือหินของเธอไว้แน่น พลางตะคอกเสียงเข้ม “มัวยืนบื้ออยู่ทำไม?! ลงมือสิ!”“อย่านะ!!!”ท่ามกลางแววตาอันสิ้นหวังของเสิ่นเฉียวซี บอดี้การ์ดก็ราดน้ำมันแล้
Read More
บทที่ 5
ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถยนต์จอดลงใต้คอนโดหรูริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง นั่นคือของขวัญวันเกิดวัยสิบสองปีที่พ่อเสิ่นแม่เสิ่นมอบให้แก่เธอยามผลักประตูคอนโดเข้าไป หัวใจอันชาชินของเสิ่นเฉียวซีก็เพิ่งจะสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดรวดร้าวที่เอ่อล้นขึ้นมาผนังห้องเป็นสิ่งที่คุณพ่อเสิ่นลงมือตกแต่งด้วยตัวเอง เฟอร์นิเจอร์เป็นสิ่งที่คุณแม่เสิ่นคัดสรรมาอย่างพิถีพิถันคราวนั้น คุณแม่เสิ่นมองเสิ่นเฉียวซีในวัยสิบสองปีด้วยสายตาเปี่ยมด้วยความเมตตารักใคร่ พลางเอ่ยว่า “นี่คือทางถอยของซีเป่าของพวกเรานะจ๊ะ ต่อให้วันหน้าพวกเราจะไม่อยู่แล้ว ไม่ว่าเมื่อไหร่หรือที่ไหน ก็จะไม่มีใครแย่งชิงที่หลบภัยแห่งนี้ของลูกไปได้ทั้งนั้น”ภายในห้องรับแขกที่ยังคงหลงเหลือร่องรอยสุดท้ายบนโลกของพ่อเสิ่นแม่เสิ่น เสิ่นเฉียวซีขดตัวอยู่บนโซฟา แล้วจมสู่ห้วงนิทราในช่วงไม่กี่วันต่อมา เธอใส่ใจนึกถึงฮั่วอวี่เฉินอีกเลยคล้ายกับได้รับผลกระทบจากความคิดของเธอ แชทวิ่งบนจอที่เคยคึกคักจึงสงบเงียบไปหลายวันโดยไม่ปรากฏขึ้นอีกวันต่อมา เสิ่นเฉียวซีนัดเดินช้อปปิ้งกับเพื่อนสนิทที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ อีกฝ่ายเอ่ยกระเซ้าเย้าแหย่ว่า“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? เจ้าหญ
Read More
บทที่ 6
วันต่อมา ขณะเสิ่นเฉียวซีเดินออกจากสถานทูต กลับได้รับสายโทรศัพท์ถี่รัวจากเพื่อนสนิท “เฉียวซี ดูเทรนด์คำค้นหายอดฮิตด่วนเลย!!”เธอเปิดโทรศัพท์ด้วยความงุนงง ทันทีที่เห็นเนื้อหาชัดเจน ทั้งร่างก็ตกตะลึงราวกับถูกฟ้าผ่าเพียงเพราะเมื่อคืนมีแฟนคลับกลุ่มใหญ่ของสวี่หวั่นเยว่ตามมาอุดหนุนร้านอาหารของพ่อแม่บุญธรรมเธอ แต่กลับเกิดอาหารเป็นพิษเพราะอาหารทะเลเน่าเสียจนต้องเข้าโรงพยาบาลพร้อมกัน ยามนี้ร้านอาหารจึงถูกสั่งปิดทว่าตำแหน่งที่เดิมทีควรจะเป็นรูปของพ่อแม่บุญธรรมสวี่หวั่นเยว่ กลับถูกใช้เป็นรูปของพ่อแม่เสิ่นเฉียวซีเมื่อครั้งยังมีชีวิต!เธอโทรหาทีมงานคุมเทรนด์คำค้นหายอดฮิตทันที เพื่อขอให้เปลี่ยนรูปพ่อแม่ของเธอออกแต่ผู้ดูแลกลับอึกอักอยู่นาน ไม่ยอมรับปาก จนเสิ่นเฉียวซีขู่ว่าจะแจ้งความ เขาถึงยอมโพล่งความจริงออกมา“รูปสองใบนี้ประธานฮั่วเป็นคนส่งมาให้ด้วยตัวเองครับ!”สมองของเสิ่นเฉียวซีว่างเปล่าไปหมด เธอไม่อยู่ฟังคำแก้ตัวที่เหลือ กดวางสาย ก่อนรีบเดินซวนเซไปยังห้องทำงานของฮั่วอวี่เฉินเธอต้องการคำอธิบาย!เธอเพิ่งเดินมาถึงหน้าประตูห้องทำงาน ยังไม่ทันได้เคาะประตู ก็ได้ยินเสียงเพื่อนสนิทของฮั่วอวี่
Read More
บทที่ 7
มุมปากของเสิ่นเฉียวซีเผยรอยยิ้มเยาะหยัน ทว่าในใจกลับเหลือเพียงความอ้างว้างรายการสั่งซื้อใบนั้นไม่ได้เปลืองแรงอะไรมากมาย เธอก็สืบหามาได้แล้ว หากว่าฮั่วอวี่เฉินมีความเชื่อใจให้เธอสักนิด เขาก็คงล่วงรู้ความจริงไปตั้งนานแล้วเสียงตามสายของสนามบินเริ่มประกาศเร่งผู้โดยสารขึ้นเครื่องเธอหลุบตาลง ปิดเครื่องโทรศัพท์มือถือ ดึงซิมการ์ดออก แล้วโยนทิ้งลงถังขยะอย่างไม่ใส่ใจนับจากนี้ทุกเรื่องราวล้วนไม่เกี่ยวข้องกับเธออีกต่อไป......หนึ่งชั่วโมงก่อนภายในห้องทำงานชั้นบนสุดของฮั่วซื่อ“...แต่ฉันก็ยังรู้สึกว่า เสี่ยวซีเด็กคนนั้นไม่มีทางใช้เล่ห์กลแบบนี้แน่”เมิ่งซั่วเพื่อนสนิทของฮั่วอวี่เฉินขมวดคิ้ว พลางเอ่ยขึ้น“นายยังจำเรื่องที่เธอโดนเพื่อนร่วมชั้นรังแกตอนอายุสิบสามปีได้ไหม?”ฮั่วอวี่เฉินเอนหลังพิงพนักโซฟา นัยน์ตาลึกล้ำค่อยๆ หรี่ลงเมื่อได้ยินคำพูดนี้“นายหมายความว่ายังไง?”น้ำเสียงของเขาเจือความทุ้มต่ำและแผ่วเบา ลึกก้นบึ้งในใจกลับก่อตัวเป็นความตื่นตระหนกเล็กๆ ที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่ทันรู้ตัว“ตอนนั้นเธอเพิ่งย้ายโรงเรียนจากแผ่นดินใหญ่มาฮ่องกง โดนเพื่อนในห้องกีดกันรังแก แต่หนึ่งคือเธอไ
Read More
บทที่ 8
เมิ่งซั่วตกใจจนหน้าถอดสี แล้วลุกพรวด“ฉันเตือนให้นายรีบไปสืบเรื่องนี้ให้กระจ่างชัดเจน พวกเราต่างก็รู้ดีว่าสวี่หวั่นเยว่คือลูกสาวแท้ๆ ของอาจารย์ผู้ล่วงลับที่พลัดพรากไปใช้ชีวิตข้างนอก ก่อนท่านจะเสียชีวิตมีคำสั่งเสียเพียงว่าอยากให้เธอกลับบ้านอย่างปลอดภัย นายถึงได้แต่งงานกับเธอเพื่อคอยหนุนหลัง แต่นายจะเอาเรื่องนี้มาละเลยเสี่ยวซีไม่ได้นะ เธอเองก็เป็นเด็กน่าสงสารที่สูญเสียพ่อแม่ไปทั้งคู่เหมือนกัน!”คำพูดของเพื่อนรักเปรียบเสมือนค้อนหนักอึ้งที่ทุบลงกลางใจของฮั่วอวี่เฉินจู่ๆ เขาก็รู้สึกอึดอัดแน่นหน้าอกจนหงุดหงิดขึ้นมา มือเอื้อมไปคว้าซองบุหรี่ข้างกายโดยไม่ทันรู้ตัว ก่อนจะดึงบุหรี่ออกมาหนึ่งมวนแล้วจุดไฟทว่าพอจ่อไว้ตรงริมฝีปาก เขาก็พลันนึกขึ้นได้ว่าเสิ่นเฉียวซีไม่ชอบให้เขาสูบบุหรี่ที่สุด ก่อนหน้านี้ทุกครั้งที่เห็นเขาคาบบุหรี่ เธอมักจะเข้ามาคลอเคลียเกาะแกะแล้วบ่นกระปอดกระแปดข้างหูเขาไม่เลิก“กลิ่นบุหรี่เหม็นจะตาย! ห้ามสูบนะ! เดิมทีคุณก็อายุมากกว่าฉันตั้งสิบปี กลายเป็นตาแก่ไปซะแล้ว ยังไม่ยอมเลิกสูบบุหรี่เพื่อดูแลสุขภาพตัวเองอีก ถ้าแต่งงานกันไปแล้วเกิดวันหนึ่งคุณตายก่อนฉันขึ้นมา ฉันคงต้องเอาเง
Read More
บทที่ 9
ตู้ม…ฮั่วอวี่เฉินรู้สึกราวกับถูกไม้ฟาดใส่หัวเข้าจังๆ น้ำเสียงของเขาแหบแห้งจนแทบจะเปล่งเสียงไม่ออก“...นายพูดว่าอะไรนะ?!”“เมื่อสักครู่คุณสวี่ส่งข้อความมาหาผม บอกว่าให้คุณวางสายแล้วติดต่อกลับหาเธอ ทางตำรวจควบคุมตัวพ่อสวี่แม่สวี่ไว้เรียบร้อยแล้วครับ!”น้ำเสียงของเลขาฯ เต็มไปด้วยความเร่งร้อน เขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยต่อว่า“ดูท่าว่าคุณจะเข้าใจคุณหนูซีผิดไปจริงๆ แล้วล่ะครับ เธอคงจะรู้สึกน้อยใจและอัดอั้นตันใจมากแน่ๆ”ลูกกระเดือกของฮั่วอวี่เฉินขยับขึ้นลง เขานิ่งเงียบไปนานครู่ใหญ่กว่าจะเอ่ยกำชับด้วยน้ำเสียงพร่าแหบ“นายไปเจรจาจัดการที่สถานีตำรวจ ส่วนฉันจะไปตามหาเสี่ยวซีที่สนามบิน”สิ้นคำพูดเขาก็ลดมือลงข้างลำตัว ใบหน้าหล่อเหลาพลันซีดเผือดราวกับกระดาษยามนี้หัวใจของเขาคล้ายมีรูโหว่ขนาดใหญ่ รายละเอียดต่างๆ ที่เคยจงใจมองข้ามไป ค่อยๆ ผุดขึ้นมาในความคิดหากครั้งนี้เป็นเพราะเขาเข้าใจเสี่ยวซีผิดไปจริงๆแล้วทุกๆ ครั้งก่อนหน้านี้ล่ะ?การจากไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมาของเธอในครั้งนี้ จะเป็นเพราะเธอสิ้นหวังในตัวเขาโดยสิ้นเชิงแล้วหรือเปล่า?เขาไม่กล้าคิดต่ออีกแล้วความเหนื่อยล้าพลันถาโถมเข้
Read More
บทที่ 10
ยามจ้องมองข้อความสามบรรทัดนี้ แววตาของฮั่วอวี่เฉินพลันฉายแววเหี้ยมเกรียมเย็นชาดุจเกล็ดหิมะ ทว่าน้ำเสียงกลับอ่อนโยนจนน่าขนลุก“วางใจเถอะ พ่อกับแม่ของคุณจะไม่เป็นไร เรื่องนี้ผมจัดการเอง”สวี่หวั่นเยว่จึงค่อยถอนหายใจด้วยความโล่งอก น้ำเสียงของเธอแฝงความตื่นเต้นยินดีออกมาเสียด้วยซ้ำ“ดีจังเลยค่ะพี่เฉิน ถ้าอย่างนั้นฉันจะรอคุณนะคะ!”เธอกดวางสายไปด้วยความดีอกดีใจแต่สีหน้าของฮั่วอวี่เฉินกลับมืดมนน่ากลัวถึงขีดสุดเขากดต่อสายถึงทนายความ ก่อนเอ่ยสั่งการสั้นๆ แต่ได้ใจความ“ไปสืบเรื่องสวี่หวั่นเยว่กับพ่อแม่ของเธออย่างละเอียดเป็นการลับอีกที”อาจารย์ผู้มีพระคุณของเขา เป็นถึงครูผู้ซื่อสัตย์สุจริต มีกิริยางดงาม และเป็นที่เคารพนับถือที่สุดในฮ่องกงต่อให้สายเลือดของอาจารย์จะต้องเร่ร่อนอยู่ข้างนอก ก็ไม่มีทางกลายเป็นคนเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมไปได้จริงๆ หรอกทว่าความจริงกลับพิสูจน์ให้เห็นว่า สวี่หวั่นเยว่ที่ฉากหน้าดูอ่อนแอจิตใจดี แอบทำเรื่องที่เขาไม่รู้ไว้ไม่น้อยเลยทีเดียวถ้าอย่างนั้น...ฮั่วอวี่เฉินกำพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วขาวซีดด้วยความเกร็งเขาอาจจะทำผิดพลาดครั้งใหญ่หลวงเข้าเสียแล้วซ้ำยังทำขอ
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status