Home / เกมรัก 0% / บทที่ 4

Share

บทที่ 4

Author: สุนัขเหนือ
[พระรองเป็นคนลักพาตัวไปเหรอ? เป็นไปไม่ได้ เขาอยู่ที่โรงแรมมาตลอดเลยนะ]

[ไทม์ไลน์มันไม่ตรงกัน เขาจะมีเวลาไปจัดฉากลักพาตัวได้ยังไง?]

[นางรองบ้าไปแล้วเหรอ?]

“เสิ่นจือหาน คุณปล่อยผมนะ!” ผมเจ็บจนต้องสูดลมหายใจเข้าลึก “ผมไม่เคยเจอหลินชิงอันเลยสักนิด! สองวันนี้ผมอยู่ที่...”

“มู่เหลียนซาน ฉันประเมินคุณต่ำไปจริง ๆ”

“แกล้งทำเป็นเจ็บปวดเจียนตาย แต่ลับหลังกลับไปลักพาตัวชิงอันงั้นเหรอ? คุณนี่มันร้ายกาจจริง ๆ”

“ผมเปล่า” ผมกัดฟันกรอด

เธอผลักผมลงบนเตียงอย่างแรงแล้วโน้มตัวลงมากดทับไว้ “ฉันจะให้โอกาสคุณเป็นครั้งสุดท้าย ชิงอันอยู่ที่ไหน? คุณทำอะไรเขา?”

ลมหายใจของเธอรดรินอยู่บนใบหน้าผม แฝงไปด้วยความอาฆาตมาดร้ายที่ดูราวกับคนเสียสติ

หกปีมานี้ ผมไม่เคยเห็นเสิ่นจือหานในสภาพนี้มาก่อนเลย

คอมเมนต์เริ่มแตกเสียง

[นางรองน่ากลัวจัง...]

[แต่ถ้าพระรองป็นคนลักพาตัวพระเอกไปจริง ๆ เขาก็สมควรโดนแล้วไหม?]

[คอมเมนต์บนเบิกตาดูดี ๆ! พระรองจะมีเวลาไปก่อเรื่องได้ยังไง?]

[เป็นเรื่องเข้าใจผิดหรือเปล่า?]

“ผมบอกแล้วไง ว่าผมไม่รู้เรื่อง”

“เสิ่นจือหาน คุณมองหน้าผมสิ หกปีมานี้ผมเคยโกหกคุณหรือเปล่า?”

ม่านตาของเธอหดเกร็งลง

มีความลังเลพาดผ่านวูบหนึ่งในดวงตา

“จุดที่สัญญาณโทรศัพท์ของชิงอันหายไป” เธอเงยหน้าขึ้นมาสบตาผม สายตาคมกริบราวกับใบมีดอาบยาพิษ “คือร้านกาแฟที่คุณเพิ่งไปมา”

ทั่วทั้งร่างของผมเย็นเฉียบ

กับดัก

มีคนวางกับดักเอาไว้

“ไม่ใช่ผม ผมไม่ได้ทำ...” น้ำเสียงของผมเริ่มสั่นเครือ

“พอได้แล้ว!”

เธอผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับหยิบมีดพับเล่มหนึ่งออกมา

เสิ่นจือหานจับมือผมไว้แน่น แล้วจ่อคมมีดลงบนข้อมือของผม

“มู่เหลียนซาน” น้ำเสียงของเธอแหบต่ำจนน่ากลัว “ฉันรู้ว่าคุณเกลียดชิงอัน เกลียดที่เขาแย่งฉันไป ถึงแม้ว่าฉันจะไม่เคยเป็นของคุณเลยก็ตาม แต่คุณก็ไม่มีสิทธิ์ไปแตะต้องเขา”

“ฉันจะถามคุณเป็นครั้งสุดท้าย! ชิงอันอยู่ที่ไหน?”

คมมีดกรีดลึกลงไปในผิวหนังบริเวณข้อมือ เลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมาในทันที

ความเจ็บปวดแสนสาหัสแล่นพล่านไปทั่วร่างราวกับกระแสไฟฟ้า

ดวงตาของผมพร่ามัวจนแทบจะหมดสติ

คอมเมนต์บ้าคลั่งไปแล้ว

[นางรองบ้าไปแล้ว บ้าไปแล้วจริง ๆ]

[ฉันเริ่มสงสารพระรองแล้วสิ... ดูเหมือนเขาจะไม่รู้เรื่องจริง ๆ นะ]

[พระรองรีบพูดอะไรสักอย่างสิ! โกหกไปก่อนก็ได้!]

ผมอ้าปากพะงาบ ๆ มีเพียงเสียงลมหายใจขาดห้วงดังลอดผ่านลำคอ

“ผม... ไม่ได้...”

เลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นย้อมผ้าปูที่นอนสีขาวโพลน

มือของเสิ่นจือหานบีบรัดข้อมือของผมไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก

คมมีดกรีดลึกลงในเนื้อหนัง ทุกจังหวะการเต้นของหัวใจนำมาซึ่งความเจ็บปวดราวกับร่างจะฉีกขาด

“ครั้งสุดท้าย” น้ำเสียงของเธอดังแว่วมาคล้ายกับอยู่ไกลแสนไกล “ชิงอันอยู่ที่ไหน?”

ผมอ้าปาก ทว่ากลับไร้ซึ่งสุ้มเสียงใด ๆ

ภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเลือน สิ่งเดียวที่มองเห็นคือสันกรามที่ขบแน่นของเธอ และดวงตาแดงก่ำที่ดูบ้าคลั่ง

คอมเมนต์หลั่งไหลเข้ามาประดุจเกลียวคลื่น

[เขาใกล้จะไม่ไหวแล้ว...]

[นางรองปล่อยมือเถอะ! เขาจะตายเอาจริง ๆ นะ!]

[มีใครโทรแจ้งตำรวจได้บ้างไหม?! แบบนี้มันเข้าข่ายเจตนาทำร้ายร่างกายแล้วนะ!]

[แล้วระบบล่ะ?! บาดเจ็บถึงขั้นนี้แล้วยังไม่โผล่มาจัดการอีกเหรอ?!]

ระบบยังคงเงียบกริบ

นั่นสินะ ในเกมจีบหนุ่ม ความเป็นตายของพระรองไม่เคยสำคัญเป็นอันดับแรกอยู่แล้ว

ผมมันก็แค่ NPC ตัวหนึ่ง เป็นเพียงอุปสรรคขวางกั้นเส้นทางรักของตัวเอก และเป็นแค่ฉากหลังอันแสนร้ายกาจที่มีไว้เพื่อขับเน้นความแสนดีของพระเอกเท่านั้น

แต่ผมก็เจ็บเป็นเหมือนกัน

เจ็บปวดอย่างแสนสาหัส

“ไม่ยอมพูดใช่ไหม?” มือของเสิ่นจือหานกดมีดลึกลงไปอีกระดับหนึ่ง

ผมได้ยินเสียงผิวหนังถูกกรีดขาดดังแว่วมา ก่อนที่ของเหลวอุ่นร้อนจะทะลักออกมามากยิ่งขึ้น

จุดสีดำเริ่มปรากฏขึ้นในกรอบสายตา ราวกับหน้าจอทีวีรุ่นเก่าที่สูญเสียสัญญาณ

ในวินาทีที่ผมคิดว่าตัวเองคงต้องตายแบบนี้แน่ ๆ —

โทรศัพท์ของเสิ่นจือหานก็ดังขึ้น

ทันทีที่เห็นชื่อบนหน้าจอ ม่านตาของเธอก็เบิกกว้างขึ้น และรีบกดรับสายแทบจะในทันที “ชิงอัน?”

ปลายสายมีเสียงสะอื้นไห้อย่างขาดห้วงของชายหนุ่มดังลอดมา

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เกมรัก 0%   บทที่ 14

    เธอชะงักไป “เกมพิชิตใจเหรอ? อะไรกัน...”ผมหัวเราะ “คุณไม่จำเป็นต้องรู้หรอก”“คุณรู้แค่ว่า หกปีมานี้ สำหรับผมแล้วมันก็แค่ความฝันตื่นหนึ่ง”“และตอนนี้ ถึงเวลาตื่นจากฝันแล้ว”เธอมองผมอย่างเหม่อลอย ราวกับไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมพูดคอมเมนต์บนหน้าจอเริ่มนับถอยหลัง10987……ผมลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่ริมราวระเบียงลมทะเลพัดเรือนผมของผมจนปลิวไสวท้องฟ้าเริ่มทอแสงรุ่งอรุณพระอาทิตย์กำลังจะขึ้นแล้ว“เสิ่นจือหาน” ผมหันหลังให้เธอ “รับปากผมเรื่องหนึ่ง”“ว่ามาสิ”“ถ้าผมตายไป ไม่ต้องจัดงานศพให้ผม”“เอาเถ้ากระดูกของผมไปโปรยลงทะเล”“ผมอยาก... เดินทางไปทุกที่อย่างอิสระเสรี”น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ “อาซาน...”“รับปากผมสิ”“...ฉันรับปากคุณ”ผมหัวเราะ “ขอบคุณนะ”เวลานับถอยหลังสิ้นสุดลงเสียงแจ้งเตือนจากระบบดังก้องขึ้นในหัว“ภารกิจพิชิตใจล้มเหลว”“เริ่มต้นกระบวนการทำลายล้าง”ผมหลับตาลง รอคอยวาระสุดท้ายของชีวิตทว่า…กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยผมลืมตาขึ้นดวงอาทิตย์กำลังทอแสงขึ้นเหนือผืนน้ำทะเลอย่างช้า ๆประกายแสงสีทองสาดส่องไปทั่วผืนน้ำ งดงามจนแทบลืมหายใจผมยังอยู่ที่นี่ผมยัง

  • เกมรัก 0%   บทที่ 13

    “ถ้า... ถ้าฉันเข้าใจเร็วกว่านี้สักนิด...”“ไม่มีคำว่าถ้าหรอก เสิ่นจือหาน” ผมพูดแทรก “ชีวิตไม่ใช่ละครเวที ไม่มีซ้อมใหญ่ และไม่มีเทคสอง”“เราทุกคนต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตัวเอง”“คุณเลือกหลินชิงอัน เลือกที่จะทำร้ายผม”“ส่วนผม เลือกที่จะไป”“นี่คือบทสรุป”เธอมองผม น้ำตาไหลรินเงียบ ๆคราวนี้ไม่ใช่การแสดง“ขอโทษนะ...” เธอสะอื้น “ขอโทษจริง ๆ...”ผมพยักหน้า “ผมรับคำขอโทษของคุณ”“แต่ผมไม่ให้อภัยคุณ”“ความเจ็บปวดบางอย่าง มันไม่อาจให้อภัยกันได้”ผมหันหลังเดินจากไป ท่ามกลางความมืดมิดของยามค่ำคืนคอมเมนต์เลื่อนผ่านตรงหน้า[เธอร้องไห้แล้ว][ในที่สุดเธอก็รู้ว่าความเจ็บปวดเป็นยังไง][แต่นี่ยังไม่พอหรอก][ฉันอยากเห็นเธอเสียใจไปตลอดชีวิต]ผมไม่ได้หันกลับไปมองเพราะผมรู้ว่าจากนี้เป็นต้นไป ผมต้องเดินหน้าต่อไปเดินต่อไปเรื่อย ๆไปยังที่ที่ไม่มีเธอวันสุดท้ายผมไปที่ทะเลเช่ากระท่อมเล็ก ๆ ที่สามารถมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้น ซื้อเค้กและไวน์แดงเวลานับถอยหลังดังติ๊กต็อกอยู่ในหัว23 ชั่วโมง 59 นาทีวันสุดท้ายคอมเมนต์เงียบลง ราวกับกำลังรอคอยอะไรบางอย่างเช่นกันผมนั่งอยู่บนระเบียง

  • เกมรัก 0%   บทที่ 12

    เธอยืนนิ่งอยู่กับที่จนกระทั่งผมหันหลังกลับเตรียมจะเดินจากไป เธอถึงได้เอ่ยขึ้นมาอย่างกะทันหันว่า“ถ้า...ถ้าฉันยอมปล่อยมือล่ะ?”“ถ้าฉันคืนอิสระให้คุณ คุณจะ...จะให้โอกาสฉันอีกครั้งได้ไหม?”ผมหยุดฝีเท้า แต่ไม่ได้หันกลับไปมอง“เสิ่นจือหาน บาดแผลบางอย่าง มันไม่มีวันรักษาให้หายขาดได้หรอก”“ก็เหมือนกับรอยแผลเป็นบนข้อมือของผม ที่มันจะติดตัวผมไปตลอดชีวิต”“และบาดแผลที่คุณฝากไว้ มันก็จะติดตัวผมไปตลอดชีวิตเช่นกัน”“เพราะงั้น เลิกพูดเรื่องโอกาสเถอะ”“ระหว่างเรา มันหมดโอกาสไปตั้งนานแล้ว”ผมเดินจากมาไม่ได้หันกลับไปมองว่าเธอร้องไห้หรือเปล่า หรือว่ายังยืนอยู่ที่เดิมไหมมันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้วตัวเลขนับถอยหลังเต้นตุบ ๆ อยู่ในหัว4 วัน 10 ชั่วโมง 33 นาทีเหลือเวลาอีกแค่สี่วันผมต้องไปทำภารกิจสุดท้ายให้เสร็จสิ้นผมกลับมาที่สถาบันภาพยนตร์นี่เป็นการกลับมาครั้งแรกในรอบหกปี นับตั้งแต่เรียนจบบรรยากาศในมหาวิทยาลัยยังคงเหมือนเดิม ต้นอู๋ถงขึ้นเขียวครึ้ม เสียงบทสนทนาของนักศึกษาดังแว่วมาจากห้องซ้อมผมไปหาศาสตราจารย์เฉิน อาจารย์ที่ปรึกษาของผมสมัยเรียน ตอนนี้ท่านเป็นหัวหน้าภาควิชาการแสดงแล้ว

  • เกมรัก 0%   บทที่ 11

    …แม่ของผม หยางซูเธอจากไปตอนที่ผมอยู่ปีสองด้วยภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันก่อนสิ้นใจ เธอกุมมือผมไว้แล้วพูดว่า “เหลียนซาน ต้องใช้ชีวิตให้เป็นอิสระนะ อย่าให้เหมือนแม่ที่ต้องทนทุกข์อยู่กับสายตาคนอื่นไปชั่วชีวิต”แต่ผมก็ยังถูกกักขังอยู่ดีถูกกักขังอยู่ในสายตาของเสิ่นจือหาน ถูกกักขังอยู่ในเกมจีบหนุ่มนั่นผมนั่งลงหน้าป้ายวิญญาณ แล้ววางดอกไม้ลง“แม่ครับ ผมมาเยี่ยมแม่แล้วนะ”“ขอโทษที่หลายปีมานี้ไม่ได้มาเลย”“เพราะผมไม่มีหน้ามาพบแม่ครับ”สายลมพัดแผ่วเบา พัดพาสนไซเปรสรอบกายให้สั่นไหวคอมเมนต์เงียบลงไปมาก ราวกับสัมผัสได้ถึงความสงบเงียบนี้“ผมอาจจะต้องไปอยู่เป็นเพื่อนแม่แล้วนะ” ผมลูบรูปถ่ายบนป้ายวิญญาณ “หมอบอกว่าร่างกายของผมทนได้อีกไม่กี่วันแล้ว”“แต่ผมไม่กลัวหรอก”“เพราะว่าไม่กี่วันสุดท้ายนี้ ผมได้ใช้ชีวิตเพื่อตัวเองแล้ว”ผมหยิบซองจดหมายออกจากกระเป๋า ด้านในมีบัตรธนาคารหนึ่งใบและพินัยกรรมหนึ่งฉบับในบัตรคือเงินทั้งหมดที่ผมเก็บหอมรอมริบมาตลอดหกปีนี้เงินค่าขนมและของขวัญที่เสิ่นจือหานให้ผมตีเป็นเงินสดได้ไม่มากนัก แต่ก็พอสำหรับจัดงานศพเล็ก ๆ งานหนึ่งในพินัยกรรมเขียนไว้ว่า หากผมตาย ทรั

  • เกมรัก 0%   บทที่ 10

    ของขวัญถูกส่งมารัว ๆ จนเลื่อนหน้าจอแทบไม่ทัน ในช่องคอมเมนต์มีทั้งคนร้องไห้ คนด่าทอ และบางคนก็เริ่มขุดคุ้ยอดีตของเสิ่นจือหานกับหลินชิงอันแต่ในตอนนั้นเอง ประตูห้องพักผู้ป่วยก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงเสิ่นจือหานพุ่งพรวดเข้ามาด้วยใบหน้าที่เขียวคล้ำด้วยความโกรธจัด“มู่เหลียนซาน! คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่?!”เธอเอื้อมมือมาจะแย่งโทรศัพท์ ผมจึงเบี่ยงตัวหลบแล้วหันไปพูดกับเลนส์กล้องว่า“ดูสิครับ เธอมาแล้ว”“เสิ่นจือหาน อยากจะพูดอะไรกับกล้องหน่อยไหม?”“อธิบายหน่อยสิ ว่าทำไมตอนที่ผมกำลังจะตาย คุณถึงไปจูบกับผู้ชายคนอื่น?”เสิ่นจือหานยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่ สายตาจดจ้องคอมเมนต์ที่เลื่อนผ่านหน้าจอไปอย่างบ้าคลั่ง[เสิ่นจือหานไสหัวออกมาขอโทษเดี๋ยวนี้!][นังผู้หญิงเฮงซวยไปตายซะ!][หลินชิงอันเป็นมือที่สาม!][พระรองกล้าหาญมาก ฉันร้องไห้แล้ว]เธออ้าปากเหมือนจะพูดอะไร แต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมานี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นความตื่นตระหนกอย่างแท้จริงบนใบหน้าของเธอไม่ใช่การแสดง และไม่ได้เสแสร้งแต่มันคือความทำอะไรไม่ถูก เมื่อโลกที่อุตส่าห์สร้างขึ้นมาอย่างประณีตเริ่มพังทลายลงคอมเมนต์กำล

  • เกมรัก 0%   บทที่ 9

    [สะใจมาก!!!][ถึงจะยังไม่เข้าเมรุ แต่ก็เริ่มมีควันลอยมาแล้ว!][เสิ่นจือหานเริ่มสงสัยแล้ว!][พระรองสู้ ๆ! เอาให้เธอเจ็บเจียนตายไปเลย!]ผมหลับตาลงเวลานับถอยหลังกะพริบ6 วัน 18 ชั่วโมง 22 นาทีเกมยังคงดำเนินต่อไปแต่กฎเริ่มเปลี่ยนไปแล้วหนึ่งวันก่อนออกจากโรงพยาบาล ผมเปิดไลฟ์สดคอมเมนต์บนหน้าจอแสดงความตกตะลึง[เขาจะทำอะไรน่ะ?!][มาไลฟ์อะไรตอนนี้? จะพูดอะไร?][ไม่กลัวเสิ่นจือหานมาเห็นเหรอ?]ผมนั่งอยู่บนเตียงผู้ป่วย ผ้าพันแผลที่ข้อมือเปลี่ยนเป็นแผ่นปิดแผลที่เบาสบายขึ้นแล้ว แต่ก็ยังมองเห็นได้ชัดเจนอยู่ดีฉากหลังเป็นผนังสีขาวของโรงพยาบาล นอกหน้าต่างคือท้องฟ้ายามพลบค่ำชื่อไลฟ์นั้นแสนจะเรียบง่าย“หกปี จากความฝันจักรพรรดิจอเงินสู่ห้องไอซียู”หลังจากเปิดไลฟ์ไปได้สิบนาที ยอดคนดูก็ทะลุหนึ่งแสนคนคนส่วนใหญ่ถูกดึงดูดเข้ามาเพราะเรื่องซุบซิบของเสิ่นจือหานและหลินชิงอันเรื่องบาดหมางในตระกูลเศรษฐี รักสามเส้า คดีลักพาตัวที่มีเงื่อนงำ ทุกเรื่องล้วนเป็นประเด็นร้อนผมไม่ได้แต่งหน้า ใบหน้าซีดเซียว สวมชุดผู้ป่วย ดูเปราะบางและสมจริง“สวัสดีครับทุกคน ผมคือมู่เหลียนซาน”“หลายคนรู้จักผมในฐา

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status