Masukบทที่57 กำแพงที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ่านหน้าต่างบานเกล็ดไม้สักเข้ามาในห้องนอน ควีนนั่งอยู่หน้าโต๊ะเขียนหนังสือที่เต็มไปด้วยชีตสรุปวิชาต่าง ๆ วันนี้เธอมีความจำเป็นต้องเปิดโทรศัพท์มือถือที่เก็บใส่ลิ้นชักไว้ตั้งแต่วันก่อน เพื่อดาวน์โหลดแนวข้อสอบเก่าที่ไอด้า เพื่อนสนิทของเธอเพิ่งส่งมาให้ในกลุ่มแชต ทันทีที่สัญญาณอินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อ เสียงแจ้งเตือนข้อความจากไอด้าก็เด้งรัวขึ้นมาไม่หยุด ควีนขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ก่อนจะกดเข้าไปดูในหน้าต่างแชตส่วนตัวที่เพื่อนส่งมา ไอด้า : ควีน แกรู้เรื่องที่สนามแข่งรถของพี่ไคเลอร์หรือยัง เห็นข่าวว่าเกิดอุบัติเหตุใหญ่เลยนะ ไอด้า : แต่ที่ฉันจะส่งให้ดูคืออันนี้ต่างหาก แกดูนี่สิ ใต้ข้อความนั้นเป็นลิงก์ข่าวจากเพจดัง พร้อมกับภาพแคปหน้าจอหลายรูปที่ไอด้าส่งตามมาติด ๆ ไอด้า : ผู้หญิงคนนี้ชื่อคุณมินตรา เป็นลูกสาวสปอนเซอร์รายใหญ่ เห็นในข่าวลงว่าคอยดูแลพี่ไคเลอร์ไม่ห่างเลย คนคอมเมนต์เชียร์กันใหญ่เลยแก ฉันเห็นแล้วอดเป็นห่วงแกไม่ได้จริง ๆ พี่เขาได้ติดต่อแกมาบ้างไหมเนี่ย?
บทที่56 พายุที่สนามแข่งและรอยร้าวในความเงียบ ในขณะที่บ้านเรือนไทยของปู่ย่าถูกโอบล้อมด้วยความสงบเงียบ อีกฟากหนึ่งของเมือง ณ สนามแข่งรถขนาดใหญ่ของไคเลอร์ กลับกำลังตกอยู่ในภาวะตึงเครียดราวกับพายุลูกใหญ่ที่โหมกระหน่ำติดต่อกันมาตลอดสามวันเต็ม ย้อนกลับไปในวันที่ไคเลอร์เพิ่งแยกจากควีนและเคท ทันทีที่เขาเดินทางมาถึงสนามแข่ง เรื่องที่คิดว่าเป็นเพียงปัญหาอะไหล่ผิดสเปกตามที่ธามโทรแจ้ง กลับบานปลายกลายเป็นอุบัติเหตุร้ายแรง เมื่อรถแข่งคันหนึ่งที่กำลังทดสอบระบบเบรกเกิดเสียการควบคุม พุ่งชนแผงกั้นโค้งหักศอกด้วยความเร็วสูงจนรถพลิกคว่ำและเกิดไฟลุกไหม้ ในจังหวะที่ทุกคนกำลังวิ่งวุ่นเข้าไปช่วยเหลือและควบคุมเพลิง โทรศัพท์มือถือของไคเลอร์ก็ร่วงหล่นจากกระเป๋ากางเกงลงไปกระแทกพื้นปูนและถูกรถเข็นอุปกรณ์ทับซ้ำจนหน้าจอแตกละเอียด เครื่องดับสนิทไปในพริบตานั้น แต่สถานการณ์ตรงหน้าวิกฤตเกินกว่าที่เขาจะสนใจโทรศัพท์เพียงเครื่องเดียว ตลอดเจ็ดสิบสองชั่วโมงที่ผ่านมา สนามแข่งถูกสั่งปิดชั่วคราวเพื่อทำการตรวจสอบระบบความปลอดภัยทั้งหมดอย่างเคร่งครัด เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทีมกฎหมาย ประก
บทที่55 ความเงียบที่ดังกว่าเดิม กลิ่นไม้สักเก่าผสมกับกลิ่นกระดาษหนังสือที่คุ้นเคยลอยมาแตะจมูกทันทีที่คุณย่ามะลิผลักบานประตูไม้เข้าสู่ห้องหนังสือ ภายในห้องกว้างที่เรียงรายไปด้วยชั้นหนังสือสูงจรดเพดาน ชายชราในชุดเสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีขาวสะอาดตากำลังนั่งเอนหลังอยู่บนเก้าอี้หวายตัวโปรด แว่นสายตากรอบทองวางอยู่บนสันจมูก ขณะที่ในมือกำลังถือหนังสือพิมพ์รายวันค้างไว้ “คุณคะ ดูซิใครมาหา” เสียงทักของคุณย่าทำให้ชายชราละสายตาจากตัวหนังสือ ทันทีที่เห็นร่างของหลานสาวทั้งสองเดินตามเข้ามา รอยยิ้มกว้างก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลา คุณปู่รีบพับหนังสือพิมพ์วางลงบนโต๊ะกระจกข้างตัว ถอดแว่นสายตาออกอย่างรวดเร็วจนเกือบทำหล่น “อ้าว ยัยเคท ยัยควีน ลมอะไรหอบมาถึงนี่ได้ล่ะลูก” “ลมคิดถึงค่ะคุณปู่” ควีนรีบเดินเข้าไปทรุดตัวลงนั่งพับเพียบข้างเก้าอี้หวาย ก่อนจะก้มลงกราบที่ตักของชายชราอย่างออดอ้อน โดยมีเคทเดินตามมานั่งลงข้าง ๆ และก้มกราบด้วยท่าทางเรียบร้อยไม่แพ้กัน มือที่เริ่มเหี่ยวย่นตามวัยแต่ยังคงความอบอุ่นยกขึ้นลูบศีรษะหลานสาวทั้งสองสลับก
บทที่54 เหนื่อยจะห้าม เคทแทบจะพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อเพื่อน ถ้าเสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของไคเลอร์ไม่ดังขึ้นเสียก่อน เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาดูชื่อคนโทรเข้า ก่อนกดรับสายด้วยสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง “มีอะไร” (ไอ้ไค มึงอยู่ไหนเนี่ย รีบเข้ามาที่สนามเดี๋ยวนี้เลย มีอะไหล่ไม่ตรงตามสเปกหลายรายการ กูตัดสินใจแทนมึงไม่ได้) เสียงธามดังลอดออกมาจนคนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ได้ยินกันทั่วห้อง วันนี้ไคเลอร์ฝากให้เพื่อนช่วยดูงานแทน เพราะตั้งใจจะมาคุยกับเคทให้รู้เรื่อง แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะรอเขากลับไปจัดการด้วยตัวเองไม่ไหวแล้ว “เออ เดี๋ยวเข้าไป” ไคเลอร์ตัดสาย เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า ก่อนหันไปหาเคทที่ยังมองเขาเขม็ง “กูมีเรื่องต้องไปเคลียร์” “ดีเลย จะได้ไม่ต้องเสียเวลาคุยกันต่อ” เคทสวนกลับทันควัน ไคเลอร์ไม่ได้โต้เถียง เขาเพียงมองหน้าเพื่อนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเลื่อนสายตาไปยังคนที่ยืนหลบอยู่ด้านหลังเธอ ควีนก้มหน้าหลบสายตาเขา แต่ยังไม่ทันได้ขยับหนี ร่างสูงก็เดินเข้ามาหาโดยไม่สนใจท่าทีขวางทางของเคท ควีนถอยหลังไปเล็กน
บทที่53 ไม่ใช่ที่ของเรา เวลาผ่านไปหลายนาทีจนกระทั่งจังหวะการหายใจของเขาเริ่มกลับมาเป็นปกติ ไคเลอร์เงยหน้าขึ้นมาสบตาเธออีกครั้ง แววตาแห่งความปรารถนาจางหายไป เหลือเพียงความลึกซึ้งที่ยากจะหยั่งถึง เขายันตัวลุกขึ้นนั่ง ดึงร่างเล็กให้ลุกตาม ก่อนจะเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อยืดของเธอที่ร่นขึ้นไปจนถึงเอวให้กลับลงมาอย่างเรียบร้อย “พี่ดูน่ากลัวมากเลยหรือไง ถึงได้ทำหน้าแบบนั้น” เขาเอ่ยถามเสียงเรียบ พลางจัดคอเสื้อของตัวเอง “ควีนต่างหากที่ต้องขอโทษ...” เธอตอบเสียงอ่อย มือเล็กกุมกันแน่นอยู่บนตัก “พี่ไคโกรธควีนหรือเปล่าคะ” “พี่ดูเหมือนคนงี่เง่าขนาดนั้นเลยเหรอ” เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะรั้งเอวบางให้ขยับเข้ามานั่งชิด ท่อนแขนแกร่งพาดโอบไหล่เธอเอาไว้หลวม ๆ ดึงให้ศีรษะทุยเอนมาซบลงบนอกกว้าง “เรื่องแบบนี้ ถ้าควีนไม่พร้อม พี่ก็จะไม่บังคับ... แล้วที่พูดเมื่อกี้ก็ถูก ที่นี่ไม่ใช่ที่ของเรา” ประโยคหลังของเขาแฝงความหมายบางอย่างที่ทำให้แก้มใสร้อนผ่าวขึ้นมาอีกรอบ คำว่า ‘ไม่ใช่ที่ของเรา’ แปลว่าถ้าเป็นที่ของเขา... เขาจะไม่ยอมหยุดง่าย ๆ แบบนี้ใช่ไ
บทที่52 กำแพงที่พังทลาย ประโยคหยอกล้อพร้อมกับรอยยิ้มรู้ทันของคนตรงหน้า ทำเอาใบหน้าหวานเห่อร้อนจนแทบจะระเบิด ควีนเบิกตากว้างเมื่อตระหนักได้ว่าตัวเองเผลอทำเรื่องน่าอายที่สุดลงไป เธอหลับตารอจูบจากเขา... รออย่างเต็มใจเสียด้วย “พี่ไคแกล้งควีน!” กำปั้นเล็กทุบลงบนแผงอกกว้างเต็มแรงด้วยความเขินอายที่พุ่งทะลุขีดจำกัดแต่คนถูกตีกลับไม่ได้สะทกสะท้าน ไคเลอร์รวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว ก่อนจะออกแรงรั้งร่างบางให้ถลำลึกเข้ามาแนบชิดยิ่งกว่าเดิมจนไม่มีช่องว่างให้อากาศลอดผ่าน “ไม่ได้แกล้ง” น้ำเสียงทุ้มพร่าแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด แววตาขบขันเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความปรารถนาที่ดำมืดและลึกล้ำ “พี่แค่รอให้แน่ใจ... ว่าควีนจะไม่ออกปากไล่กันอีก” สิ้นคำพูดนั้น ริมฝีปากหยักก็ทาบทับลงมาอย่างไม่มีการเตือนล่วงหน้า ควีนสะดุ้งสุดตัวเมื่อความนุ่มหยุ่นและอุ่นจัดบดเบียดลงมาบนกลีบปากของเธอ จูบของเขาไม่ได้ดุดันหรือจาบจ้วง แต่กลับเชื่องช้าและแฝงไปด้วยความเอาแต่ใจ ไคเลอร์ขยับริมฝีปากละเลียดชิมความหวานอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยมือที่รวบข้อม







