FAZER LOGINอิงครัตน์อดีตน้องสาวข้างไร่ แก้มอ้วน ในวัยเยาว์ของ พี่พฤกษ์ เวลาทำให้พวกเขาแยกย้ายกันไปเติบโต แก้มอ้วน ยังระลึกนึกถึงพี่ชายที่แสนดีเสมอ เขาคือรักแรกของเธอ ที่จะไม่มีวันเลือน โชคชะตาพาให้พวกเขาได้กลับมาพบกันอีกครั้ง เธอกลายเป็นสาวน้อยผอมโกรก ส่วนพี่เป็นนักธุรกิจสุดหล่อ เนื้อหอม ที่พี่สาวแสนสวยสุดร้ายของเธอหมายปองอยากได้เขา ร่มพฤกษ์เกือบจำ แก้มอ้วน ของเขาไม่ได้ในวัยสาว น้องผอมลง จนหัวเหมือนไม้ขีด และมีพี่สาวสุดสวยอย่างอัครารัตน์ ไว้คอยเปรียบเทียบ ว่าคนหนึ่งแสนสวยราวนางฟ้า อีกคนมอมแมมเหมือนคนรับใช้ เขามองออกว่าใครเป็นเพชร ใครเป็นกรวด หัวใจของเขา...ขอรักแม่สาวบ้านไร่คนนี้
Ver mais“ยัยอิงชงกาแฟให้พี่หน่อย”
เสียงพี่สาวคนสวย ร้องเรียกมาแต่ไกล ทำให้คนที่กำลังสาละวนในครัว ตะโกนขานรับเสียงแจ๋ว
“รอแป๊บนะคะ พี่อีฟ อิงทำไข่ดาวให้พ่ออยู่ค่ะ”
“เร็วๆ ล่ะ อ้อ...ของพี่ด้วยสิ ยัยอิง เอาเป็นไข่ดาวน้ำนะ สองฟอง แล้วก็กาแฟของพี่เป็นกาแฟน้ำส้มนะจ๊ะ น้ำส้มใช้น้ำส้มแท้ล่ะ มีคั้นไว้ใช่ไหม?”
“ค่ะ...”
คนที่กำลังสาละวนหน้าเตา ขานรับทุกคำสั่ง และจดจำว่าจะต้องทำไม่ให้พลาด ถ้าเกิดว่าพลาดขึ้นมา เช้านี้เธอคงกินข้าวไม่อร่อย...
อิงครัตน์ถอนใจน้อยๆ เธอเร่งมือทำทุกอย่างให้ไวขึ้น เพราะพี่สาวกลับมาที่นี่ในวันหยุด ก็เหมือนเธอมีภาระเพิ่มขึ้นในงานประจำวัน ทั้งทำอาหาร ดูแลความสะอาด อัครารัตน์นานๆ จะกลับบ้านหนหนึ่ง ปรกติเธอจะอยู่ที่คอนโดของตัวเองที่กรุงเทพฯ
สองพี่น้องของบ้านไพรีพิพัฒน์ มีหน้าที่ต่างกัน คนที่ดูแลสวนผลไม้ช่วยพ่อแม่คืออิงครัตน์ ส่วนอัครารัตน์ เธอได้โอกาสเลือกสิ่งที่เธอชอบ อยากทำ ไม่มีใครบังคับให้ต้องมาทำงานของครอบครัว แต่ได้รับส่วนแบ่งปันกำไรเต็มที่ทุกปี
พ่อแม่รักลูกทุกคน แต่ไม่มีทางรักเท่ากัน นี่คือสิ่งที่อิงครัตน์รู้และจำยอมรับไว้โดยเต็มใจ
ทั้งรูปร่างหน้าตา สติปัญญา อัครารัตน์เหนือเธอทุกอย่าง เธอกับพี่สาวเกิดห่างกันสามปี มารดาบอกว่าเธอเป็นลูกที่บิดาหวังมากว่าจะได้ลูกชาย แต่ก็มาได้เธอ แถมด้วยอิงครัตน์เกิดมาไม่นาน ที่บ้านก็ประสบปัญหาไฟป่าลามไหม้มาถึงสวนผลไม้ เสียหายไปมากมาย แน่นอนว่า...บิดาโทษเธอ มาเกิดพร้อมความซวย ถึงกับให้คุณรัตนาเอาลูกสาวไปปัดเป่าความซวย ความหายนะเสีย พวกท่านต้องเริ่มสร้างเนื้อสร้างตัวกันใหม่ ทำงานหนักทุกวันเพื่อจะกลับมามีได้เหมือนทุกวันนี้
คุณอัครารักลูกสาวคนโตมาก อยากได้อะไรทูนหัวให้หมด แตกต่างจากลูกสาวคนเล็ก ที่จะต้องมีเงื่อนไข จะต้องทำอย่างหนักกว่าจะได้มา คุณรัตนาเป็นภรรยาที่ต้องเชื่อฟังสามี เธอรักลูกสาวคนเล็กกว่าคนโตนิดหน่อย สงสารมากด้วยที่โดนทุ่มโทษแบบนั้น แต่แสดงออกมากไม่ได้ เพราะสามีจะโกรธเอา และจะมาพานถึงเธอด้วย แค่ลำพังทำงานก็หนักพอแล้วไม่อยากทะเลาะกับสามีอีก
คนเดียวที่คุ้มหัวของอิงครัตน์นั้นคือคุณย่าอิงอร มารดาของอัครา ที่เข้าข้างและดูแลหัวใจของอิงครัตน์ แต่ท่านก็เสียชีวิตไปได้สามปีแล้ว อิงครัตน์เศร้าเสียใจกับการจากไปของท่านมาก จากตอนอายุยี่สิบเธอน้ำหนักถึงเจ็ดสิบห้ากิโลกรัม น้ำหนักเธอลดลงฮวบมาจนถึงตอนนี้ จากสาวอวบกลายเป็นสาวเอวบางร่างน้อย น้ำหนักเหลือแค่สี่สิบสองกิโลกรัมไปแล้วตอนนี้
เรื่องล่าสุดที่กำลังอยากกล่อมให้บุตรสาวยอมนี้ก็ด้วย นั่นคือเรื่องหมั้นกับประจักษ์เพื่อนของเขา หนุ่มใหญ่บ้านไร่รีสอร์ตติดกัน รอให้ยัยอิงครบวันเกิด จะเป็นฤกษ์ดีที่จับหมั้น ตอนนี้ก็อยากให้สนิทกันไว้ก่อน เขาก็ไม่ได้ใจร้ายใจดำขนาดว่าจะบังคับขู่เข็ญลูกให้ทำตามใจ
อิงครัตน์ไม่ใช่คนสะสวย เธอเป็นคนหน้าตาเกลี้ยงเกลา ผิวพรรณสีน้ำผึ้งนวลเนียน จากคนรูปร่างอวบมาผอม ความกลมกลึงงดงามตามวัยก็ปรากฏ ประจักษ์นั้นโสดมานานเพราะมัวแต่ทำงานขลุกในไร่ตัวเอง เห็นสาวน้อยข้างไร่ตอนไปทำบุญที่วัด ก็เกิดสะดุดตาสะดุดใจ พอเพื่อนรุ่นพี่อย่างคุณอัครามาสะกิด ว่าชอบหรือเปล่า? ปากดันไวบอกไปว่าน่ารักน่ามอง แต่อายุวัยห่างกันโข ทางนั้นบอกไม่มีปัญหาอะไร ถ้าเกิดเขาสนใจบุตรสาวเข้าจริงๆ เพราะเขาก็อยากฝากฝังลูกสาวไว้กับผู้ชายที่วางใจได้สักคน ประจักษ์ตอบโจทย์ได้อย่างดี
เขาอายุ 42 น้องอายุ 24 กำลังดีถ้าจะรักกัน เหมาะสมดีงามทุกส่วนไม่ต้องมีข้อกังขาใดๆ หรอก
ข้อตกลงระหว่างกันเกิดขึ้น อิงครัตน์ก็พอจะรู้เลาๆ ว่าบิดาคิดอะไรแต่เธอก็มีสิทธิ์เพียงน้อมรับ เธอคิดอย่างเป็นกังวลอยู่บ้าง และเก็บความอัดอั้นนี้ไว้เพียงลำพัง เธอไม่มีเพื่อนสนิทที่ไหน คุณย่าที่พึ่งหนึ่งเดียวก็จากไปแล้ว
“ได้แล้วค่ะพี่อีฟ”
กาแฟ น้ำส้ม และไข่ดาว รวมถึงสลัดผักสดถูกยกมาเสิร์ฟพี่สาว ที่กำลังนั่งตรงระเบียง ถ่ายภาพวิวธรรมชาติของบ้านอัปลงโซเชียลสวยๆ เหลือบสายตาขึ้นมองน้องสาวแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์นิดๆ ริมฝีปากอิ่มสวยเอ่ยขึ้น
“พี่ว่าพี่เห็นพี่พฤกษ์แวบๆ ตอนที่ขึ้นเครื่องมาจากกรุงเทพฯ น่าจะตาไม่ฝาด เขากลับมาที่นี่เหรอ?”
“คะ? พี่อีฟเจอพี่พฤกษ์หรือคะ อิงไม่รู้เลยว่าพี่เขากลับมาที่นี่”
คิ้วเรียวนั้นขมวดนิดๆ เธอมองสบตาพี่สาว แก้มนวลเป็นสีเรื่อขึ้นโดยไม่ตั้งใจ หัวใจก็เต้นแรงขึ้นอย่างไม่เจตนาจะให้เป็นแบบนั้น
“ไปซื้อกุหลาบสวยๆ กันไหม? ยัยอิง”
“เอ่อ...พี่อีฟอยากได้กุหลาบมาปลูกหรือคะ? จะเอาปลูกตรงไหน”
อิงครัตน์ตอนนี้กังวลไปถึงสวนผักและแปลงดอกไม้ของเธอเมื่อพี่สาวพูดแบบนี้ หวังว่าอัครารัตน์จะไม่สั่งรื้อต้นไม้ดอกไม้ของเธอออก แล้วปลูกกุหลาบที่ตัวเองอยากได้เข้าไปแทนที่นะ
“ซื่อบื้อ ฉันจะชวนแกไปหาพี่พฤกษ์ย่ะ ไม่ได้อยากได้กุหลาบ ฉันอยากได้ผู้ชาย”
“คะ?”
ลืมตัวเสียงสูง มองหน้าพี่สาวที่ขยิบตาให้เธอ แล้วกรีดนิ้วอวดเธอถึงสีเล็บเจลที่ไปทำมา ถามว่าสวยไหม? แล้วบอกพร่ำว่าวันนี้จะแต่งตัวยังไง พร้อมกับทำหน้าฝันๆ ยามเอ่ยถึงร่มพฤกษ์
พี่อีฟชอบพี่พฤกษ์?
เป็นสิ่งที่เธอไม่อยากจะเชื่อ และทำให้หัวใจปวดนิดๆ เธอไม่มีทางเลือกใดๆ นอกจากไปกับพี่สาวนั่นแหละ
ร่มพฤกษ์
เธอไม่ได้เจอเขามานานเท่าไหร่แล้วนะ?
ผู้ชายที่เป็นรักแรกของเธอ
“ใครนะ” เสียงทุ้มถามอย่างสงสัย ร่มพฤกษ์เพิ่งจะตื่นมาเมื่อตอนสิบโมง เมื่อคืนนี้หนักไปหน่อย จริงๆ เขาก็หนักมากมาสามวันสามคืนแล้ว เห็นควรว่าจะเบาลงได้บ้าง อีกอย่างวันนี้ หลานน้อยของเขาพร้อมกับพี่เลี้ยงจะมาที่นี่ด้วย ก็ควรทำหน้าที่เป็นอาที่ดี อยู่บ้านอยู่ช่องบ้าง ไม่ใช่ไปแรดๆ นอกบ้านทุกวัน พี่ชายเขาเหมือนนกรู้ เลยบอกให้เขาอยู่ทำงานทำการบ้าง บางอย่างก็ต้องระดับเจ้าของลงลายเซ็นและตัดสินใจ หวังว่าเขาจะไม่ทำให้ไร่พฤกษาพรพังฉิบหายไประหว่างที่ไปหวานกับเมียนะ แหม...พูดเกินไปหน่อย ใครมันจะไปทำแบบนั้นกัน ถ้าเขาไม่เอาเรื่องไม่เอาไหน ก็คงไม่ก่อร่างสร้างตัวได้ขนาดนั้นหรอกน่า พี่ว่ามาขนาดนี้วันนี้ก็เลยจะอยู่ทำงาน แล้วก็จะอยู่ยาวๆ ไม่ไปวอกแวกแล้ว ร่มพฤกษ์คิดแบบนั้น สามวันสามคืนก็อิ่มเอมพอแล้ว “คุณอีฟมาขอพบค่ะ” ผู้จัดการร้านกาแฟในส่วนของคาเฟ่ของไร่พฤกษาพรเอ่ยรายงาน สีหน้าของเขายังคงงงๆ แต่ก็เดินตามไปแต่โดยดี เพราะไม่ได้อยู่ที่นี่นาน จำผู้คนได้แค่คลับคล้ายคลับคลา เพื่อนที่สนิทกับเขาส่วนมากตอนนี้ย้ายไปอยู่ที่อื่นเกือบจะหมดแล้ว ร่มพฤกษ์เดินตามไปจนถึงคาเฟ่ดอกไม้ ที่เป็น
“พี่สวยหรือยัง”อัครารัตน์หมุนตัวให้น้องสาวดู เธออยู่ในชุดแม็กซี่เดรสลายดอกกุหลาบ พื้นสีดำ ยาวกรอมเท้า ตัดเย็บโดยแบรนด์ดัง ยิ่งมาได้ไม้แขวนเสื้อมีชีวิตที่แสนจะเพอร์เฟกต์อย่างอัครารัตน์เข้าไปอีก คำว่าสวยยังน้อยไปด้วยซ้ำ “พี่อีฟสวยมากเหมือนนางฟ้า” คำชมจากน้องสาว ทำให้อัครารัตน์หัวเราะชอบใจ เธอมองดูน้องสาวของเธอ ที่แต่งตัวราวกับอยู่คนละโลกกับเธอ ยัยน้องสวมเพียงเสื้อยืด ลายการ์ตูนน่ารักสีขาว กับกระโปรงยาวลายสกอตสีขาวดำ รองเท้าผ้าใบ ผมมัดไว้ครึ่งศีรษะ เปิดให้เห็นเครื่องหน้าละมุนน่ารัก แต่ไม่ได้สวยเฉี่ยวแบบพี่สาว ต่างกันทุกอย่างแม้กระทั่งสีผิว อัครารัตน์ผิวขาวราวนมสด ส่วนอิงครัตน์นั้นผิวสีน้ำผึ้ง เธอเพิ่งสังเกตตอนนี้ว่าพอน้องสาวผอมลงแบบนี้ ก็มีทรวดทรงองค์เอวแบบนาฬิกาทราย แต่เจ้าตัวก็ยังติดสวมเสื้อผ้าหลวมโคร่งใหญ่กว่าไซซ์ปัจจุบัน เดาว่าคงจะใช้เสื้อผ้าชุดเดิมตอนที่อ้วนนั่นแหละ อัครารัตน์ไม่ห่วงเลยว่าถ้าเธอเดินไปกับอิงครัตน์แล้วสายตาจะไปมองน้องสาว ชอบน้องสาวมากกว่าเธอ ต้องตาบอดตามัวแหละ ถ้าไปสนใจยัยอิงมากกว่าคนสวยฟ้าประทานแบบเธอ อัคร
“ฝากด้วยนะนายพฤกษ์” “ไม่ต้องห่วงเลยครับ ผมไม่ทำให้บ้านเราเจ๊งหรอกน่าพี่โพธิ์”ร่มพฤกษ์ตบบ่าพี่ชาย ที่มองเขาด้วยสายตาเป็นห่วง ทางนั้นกอดอก แล้วถอนใจน้อยๆ อาการของพี่ชายทำให้ร่มพฤกษ์ยิ้มกว้าง “อะไรน่ะพี่โพธิ์ ทำไมจะต้องถอนใจขนาดนั้น” “ห่วงว่ะ” “อ้าว...ห่วงนักก็ไม่ต้องไป...โน่น...เมียพี่โบกมือเรียกแล้ว หน้าร้านสตาร์บั๊กโน่น ไม่ไประวังเมียงอนหนีไปอีกล่ะ” คำพูดนั้นเล่นเอาร่มโพธิ์หรี่ตามองน้องชาย เขาไม่น่ามีจุดอ่อนให้หมอนี่ได้เล่นงานเลย คนเมียเคยหนีต้องตามง้ออยู่เกือบสองปี ไม่ได้สั่งเสียอะไรต่อ แค่วิ่งไปหาภรรยาสาวน้อยของตนที่กำลังยืนรอเขาอยู่ที่หน้าร้านกาแฟ ร่มพฤกษ์โบกมือให้คนทั้งคู่ แล้วเดินออกมาจากบริเวณส่วนของผู้โดยสารของสนามบิน เขามาส่งคนคู่นี้ไปฮันนีมูนอย่างเป็นทางการ หลังจากที่คืนดีกัน และจดทะเบียนสมรสกันเรียบร้อยและจัดงานแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่ไปเมื่อสองเดือนที่แล้ว ร่มโพธิ์ร้องขอโอกาสนี้จากเขา ไม่ช่วยพี่ชายก็กระไรอยู่ เลยกลับบ้านในรอบหลายปี เพื่อช่วยกิจการของครอบครัว บิดามารดาของพวกเขาเสียชีวิตไปแล้ว ทิ
“ยัยอิงชงกาแฟให้พี่หน่อย” เสียงพี่สาวคนสวย ร้องเรียกมาแต่ไกล ทำให้คนที่กำลังสาละวนในครัว ตะโกนขานรับเสียงแจ๋ว “รอแป๊บนะคะ พี่อีฟ อิงทำไข่ดาวให้พ่ออยู่ค่ะ” “เร็วๆ ล่ะ อ้อ...ของพี่ด้วยสิ ยัยอิง เอาเป็นไข่ดาวน้ำนะ สองฟอง แล้วก็กาแฟของพี่เป็นกาแฟน้ำส้มนะจ๊ะ น้ำส้มใช้น้ำส้มแท้ล่ะ มีคั้นไว้ใช่ไหม?” “ค่ะ...” คนที่กำลังสาละวนหน้าเตา ขานรับทุกคำสั่ง และจดจำว่าจะต้องทำไม่ให้พลาด ถ้าเกิดว่าพลาดขึ้นมา เช้านี้เธอคงกินข้าวไม่อร่อย... อิงครัตน์ถอนใจน้อยๆ เธอเร่งมือทำทุกอย่างให้ไวขึ้น เพราะพี่สาวกลับมาที่นี่ในวันหยุด ก็เหมือนเธอมีภาระเพิ่มขึ้นในงานประจำวัน ทั้งทำอาหาร ดูแลความสะอาด อัครารัตน์นานๆ จะกลับบ้านหนหนึ่ง ปรกติเธอจะอยู่ที่คอนโดของตัวเองที่กรุงเทพฯ สองพี่น้องของบ้านไพรีพิพัฒน์ มีหน้าที่ต่างกัน คนที่ดูแลสวนผลไม้ช่วยพ่อแม่คืออิงครัตน์ ส่วนอัครารัตน์ เธอได้โอกาสเลือกสิ่งที่เธอชอบ อยากทำ ไม่มีใครบังคับให้ต้องมาทำงานของครอบครัว แต่ได้รับส่วนแบ่งปันกำไรเต็มที่ทุกปี พ่อแม่รักลูกทุกคน แต่ไม่มีทางรักเท่ากั











