Home / โรแมนติก / เผด็จรัก คุณแม่จำเป็น / ตอนที่ 11 นางแบบคนใหม่

Share

ตอนที่ 11 นางแบบคนใหม่

Author: Melyssa
last update publish date: 2026-07-26 22:39:43

"นาวต้องไปอยู่คอนโดของบริษัทด้วยเหรอคะ" นาวเอ่ยขึ้นหลังจากอ่านสัญญาการเป็นนางแบบให้กับแบรนด์ชุดชั้นใน EMMALINE ที่บัวเตรียมมาด้วยจบ

"จริงๆ ก็ไม่จำเป็นนะ แต่พี่อยากให้อยู่ เพราะนางแบบเป็นภาพลักษณ์ของแบรนด์ ที่อยู่ของนางแบบก็เป็นส่วนหนึ่ง หรือว่าที่บ้านของนาวไม่อนุญาต" บัวอธิบายทำความเข้าใจกับนาว

"ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ นาวเช่าห้องอยู่กับเพื่อน แต่ถ้านาวไปอยู่คอนโด แล้ว....." นาวมีสีหน้าลำบากใจเป็นอย่างมาก ในเมื่อเธอได้ดีมีสุข เธอก็อยากให้เพื่อนรักเพียงคนเดียวของเธอได้ดีและมีความสุขไปกับเธอด้วย แต่ในสัญญาระบุว่าคนที่จะอยู่คอนโดมิเนียมได้ต้องเป็นพนักงานของบริษัทเท่านั้น

"นาวมีเพื่อนสนิทน่ะ คู่นี้ตัวติดกันมากตั้งแต่วันที่มายื่นใบสมัคร ไปไหนไปด้วยกันตลอด นาวคงไม่อยากแยกกับอีฟ" ปาล์มเห็นท่าทีของนาวที่พอจะเดาได้ว่านาวกำลังคิดอะไรอยู่

"พี่ให้นาวเอาเพื่อนมาอยู่ด้วยก็ได้" บัวยอมให้นาวพาเพื่อนมาอยู่ด้วยได้โดยไม่ลังเล

"ค่ะ ขอบคุณพี่บัวมากนะคะ" นาวยิ้มกว้างด้วยความดีใจ ก่อนจะตั้งท่าเซ็นสัญญา

"ทำไมไม่เซ็นล่ะนาว หรือมีอะไรอีก" ปาล์มเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นนาวไม่ยอมจรดปากกาเซ็นชื่อลงนามในสัญญาสักที

"เออ...นาว..." นาวมีท่าทีอ้ำๆ อึ้งๆ ไม่รู้ว่าจะพูดความต้องการของตัวเองออกไปดีไหม

"นาวมีอะไรพูดกับพี่ตรงๆ ได้เลยนะ อยากให้พี่เพิ่มอะไรไปในสัญญา หรือนาวต้องการอะไร บอกได้เลย ถ้าได้พี่ก็จะบอกว่าได้ แต่ถ้าไม่ได้พี่ก็บอกไม่ได้แค่นั่นเอง" บัวบอกอย่างตรงไปตรงมา

"คือ...พี่บัวต้องการนางแบบแค่คนเดียวเองเหรอคะ พี่บัวช่วยพิจารณาเพื่อนนาวอีกสักคนจะได้ไหมคะ คือเรามีกันแค่สองคน นาว...นาวขอโทษค่ะที่นาวขอพี่บัวมากเกินไป" นาวตัดสินใจพูดออกไป แต่ก็รู้สึกว่าตัวเองขอมากเกินไปทั้งที่ไม่มีสิทธิ์อะไรเลยด้วยซ้ำ เพราะที่ทุกคนให้โอกาสเธอก็มากเกินพอแล้ว

"ไม่เป็นไร นาวกับเพื่อนคงรักกันมาก"

"อีกสองเดือนแอนนาก็จะหมดสัญญาแล้วต้องกลับอังกฤษไม่ต่อสัญญาไม่ใช่เหรอบัว" ธามเอ่ยขึ้น

"ก็จริงนะ พี่ปาล์มคะ บัวขอดูตัวอีฟได้ไหมคะ"

"ได้สิ อีฟก็รอนาวอยู่ข้างนอกนี่เอง ...แจง ให้อีฟเข้ามา" ปาล์มตอบ ก่อนจะลุกไปกดอินเตอร์คอมหาเลขาส่วนตัว

"นาวขอบคุณพี่บัวมากเลยนะคะที่เมตตานาวกับอีฟ" นาวยกมือไหว้ขอบคุณบัวด้วยความตื้นตันใจจนน้ำตาซึม

ก๊อกๆ

"อีฟมานั่งข้างๆ นาวนี่มา" ปาล์มเอ่ยเรียกเมื่ออีฟเปิดประตูเข้ามา

"ค่ะ" อีฟมีสีหน้างุนงง ยิ่งได้เห็นรอยยิ้มกว้างทั้งน้ำตาของเพื่อนที่ส่งมายิ่งงงเข้าไปใหญ่ ค่อยๆ เดินเข้ามานั่งข้างๆ นาวกอดรัดแขนเพื่อนรักด้วยความดีใจทันที สร้างรอยยิ้มให้บัว ธาม และปาล์ม

"อีฟ พุดพิชญา สัดส่วนใช่ได้ ใกล้เคียงกับนาว อีฟช่วยยืนให้พี่ดูหน่อย แล้วหมุนตัวช้าๆ ช้าๆ แบบนั้น โอเค อีฟนั่งเลย ผิวหน้าก็ใช้ได้ บัวให้อีฟเป็นนางแบบร่วมกับนาวในคอลเลคชั่นใหม่นี้ค่ะพี่ปาล์ม" บัวเอ่ย อันที่จริงแล้วอีฟก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกสองสามคนแรกที่เธอสะดุดตา แต่พอมาเจอนาวเธอก็ตัดคนอื่นออกทันที

"หมายความว่ายังไงคะ อีฟงงไปหมดแล้ว"

"นาวขอให้คุณเอมมาลินรับอีฟเป็นนางแบบด้วย ดังนั้นทั้งนาวแล้วก็อีฟจะได้เป็นนางแบบชุดชั้นในของแบรนด์ EMMALINE ได้เซนสัญญาเป็นพนักงาน ได้รับเงินเดือนและสวัสดิการทุกอย่างเหมือนพนักงานทุกคน" ปาล์มก็อดดีใจไปกับทั้งคู่ไม่ได้ เธอเองก็ถูกชะตากับเด็กสองคนนี้ไม่ต่างจากบัว

"จริงเหรอคะ จริงเหรอนาว อีฟดีใจที่สุดเลย ขอบคุณคุณเอมมาลิน ขอบคุณพี่ปาล์มมากเลยนะคะที่ให้โอกาสอีฟ ขอบคุณค่ะ ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ" อีฟกอดนาวแน่นด้วยความดีใจ พอตั้งสติได้ก็รีบยกมือไหว้ขอบคุณทุกคน

"เรียกพี่ว่าพี่บัวเหมือนนาวก็ได้"

"ค่ะพี่บัว ขอบคุณนะคะ ...นาว ขอบคุณนะ" อีฟโผเข้าสวมกอดนาวอีกครั้งอย่างนึกขอบคุณเพื่อนที่ทำให้เธอได้เดินสู่อนาคตที่ดีไปด้วย

"ก็เราเป็นเพื่อนกันนี่ แล้วเราก็มีกันแค่สองคนด้วย" นาวกอดตอบ น้ำตาแห่งความดีใจรินไหลออกมาจากดวงตาของทั้งคู่

บัวสะกิดใจกับคำพูดของนาวเป็นครั้งที่สอง ทำไมผู้หญิงตัวเล็กๆ สองคนถึงได้ออกมาอยู่กันตามลำพัง แล้วครอบครัวของพวกเธอล่ะไปไหน แต่ก็ได้เพียงเก็บความสงสัยไว้ เพราะไม่ใช่เรื่องยากเลยถ้าเธออยากรู้ขึ้นมาจริงๆ

นาวกับอีฟได้เซ็นสัญญาเป็นนางแบบให้กับแบรนด์ชุดชั้นใน EMMALINE ในคอลเลคชั่นใหม่ และในคอลเลคชั่นต่อๆ ไป อีกแน่ ถ้าเธอสองคนมีความรับผิดชอบในงาน

บ้านแทนไท

"บัวได้นางแบบใหม่แล้วนะคะ สองคน" บัวเอ่ยขึ้นขณะนั่งรับประทานอาหารเย็นร่วมกับทุกคนที่บ้านแทนไท

"ไหนบัวบอกจะเอาคนเดียวก่อนไงลูก" ชะเอมถาม

"ไหนๆ อีกสองเดือนแอนนาก็จะหมดสัญญาแล้ว ธามก็เลยบอกให้รับมาเลย แล้วทั้งคู่ก็เป็นเพื่อนสนิทกัน วันนี้ตกลงเซ็นสัญญาเลยด้วยค่ะ"

"แสดงว่าสวย หุ่นดีทั้งคู่ บัวถึงตัดสินใจเร็ว ปกติย่าเห็นบัวเลือกมาก เลือกเยอะ กว่าจะได้นางแบบแต่ละคนเล่นเอาปาล์มปวดหัวทุกที"

"สวยค่ะ หนึ่งในสองคน ทุกคนก็เคยเจอมาแล้วด้วย"

"ใครกัน?" ชะเอมถาม

"นาวค่ะ"

"พรวด!! แค่กๆ" ปุณณ์ถึงกับสำลักน้ำที่กำลังดื่มเข้าไป ใส่หน้าปัณณ์เต็มๆ

"ไอ้ปุณณ์ มึงไม่หันไปทางอื่นวะ" ปัณณ์ว่า พลางเช็ดหน้าตัวเอง

"ถึงกับสำลักเลยเหรอตาปุณณ์" พรพระพายเอ่ยกระเซ้าหลานชายพลางลูบหลังให้เบาๆ

"แค่กๆ พี่บัวคิดยังไงไปเอาผู้หญิงแบบยัยมะนาวเน่ามาเป็นนางแบบ แค่กๆ เสียภาพลักษณ์แบรนด์หมด" ปุณณ์ถามพี่สาวทั้งที่ยังไอไม่หยุด

"ปุณณ์ทำไมไปเรียกนาวแบบนั้นล่ะลูก ปุณณ์เป็นผู้ชายไปเรียกผู้หญิงแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะ" ชะเอมว่าอย่างไม่ชอบใจนักในคำพูดคำจาของลูกชาย

"ผู้หญิงไม่ดีจะเรียกดีๆ ได้ไงครับคุณแม่"

"ทำไมปากคอเราะร้ายจังเลยตาปุณณ์ ย่าไม่เคยเห็นปุณณ์ว่าใครแบบนี้มาก่อนเลยนะ ระวังเถอะตัวเองกำลังจะมีลูก แต่ปากไปว่าไปติคนอื่น โบราณเขาถือ" พรพระพายตีเพียะไปที่แขนของหลานชาย ต้องการปรามให้หยุดพูดสิ่งไม่ดี

"แล้วผู้หญิงที่รับงานกินข้าวกับผู้ชายนี่ดีเหรอครับคุณย่า ดูก็รู้ว่าจะจบงานกันที่ไหน" พรพระพายกับชะเอมถึงกับส่ายหน้าในคำพูดคำจาของปุณณ์

"ปุณณ์ พูดจาให้เกียรติผู้หญิงบ้างลูก" อาชิเตือน

"ปุณณ์จะให้เกียรติเฉพาะผู้หญิงที่รักเกียรติและศักดิ์ศรีของตัวเองเท่านั้นแหละครับคุณพ่อ คืนนั้นคุณแม่ก็เห็นรอยบนตัวเธอ คุณแม่ก็รู้ว่ารอยพวกนั้นมันเกิดจากอะไร"

"ถ้าเป็นเรื่องคืนนั้น เรื่องที่เกิดขึ้นกับนาว พี่ปาล์มเล่าให้พี่กับธามฟังหมดแล้ว....." บัวเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับนาวในคืนนั้น และเหตุผลที่นาวต้องไปกินข้าวกับตุลย์ให้ทุกคนฟัง

"เป็นไงล่ะตาปุณณ์ ปากเราเนี่ยมันร้าย ยังไม่รู้ว่าความจริงมันเป็นยังไงก็ไปว่านาว" พรพระพายว่า

"เรื่องคืนนั้นก็ส่วนคืนนั้น แต่เรื่องรับงานกินข้าวกับผู้ชาย ผู้หญิงดีๆ เขาไม่ทำกันหรอกครับคุณย่า"

"เรานี่บทจะดื้อก็ไม่ฟังอะไรเลยนะ" พรพระพายส่ายหน้าให้กับความดื้อ ความปากร้ายของหลานชาย

"บัวว่านาวคงมีเหตุผลที่ต้องรับงานพวกนี้ นาวกับอีฟคงมีตัวเลือกไม่มากนัก ตอนที่นาวขอร้องให้บัวรับอีฟเป็นนางแบบอีกคน นาวบอกว่ามีกันแค่สองคน"

"แล้วครอบครัวของทั้งคู่ล่ะ" อาชิถาม

"นาวกับอีฟไม่พูดถึงเลยค่ะ พี่ปาล์มบอกว่าทั้งคู่ตัวติดกัน รักและดูเป็นห่วงกันมาก"

"เป็นพวกเลสเบี้ยนหรือเปล่าพี่บัว" ปัณณ์ถามหลังจากที่นั่งเงียบๆ ฟังทุกคนมาตลอด

"ไม่น่าใช่ พี่ว่านาวกับอีฟเป็นเพื่อนกันจริงๆ"

"คงจะมีปัญหาทางบ้าน ทั้งคู่อาจจะหนีออกจากบ้านมาก็ได้" แทนไทพูดอย่างคนมีประสบการณ์ชีวิตมานาน

"ใช่ค่ะคุณปู่ บัวก็คิดแบบนั้น"

"ถ้าจะสืบก็ไม่ใช่เรื่องยาก" อาชิเอ่ย

"ค่ะคุณพ่อ แต่บัวไม่ค่อยอยากรู้เท่าไหร่ ใครอยากรู้ก็ให้ไปสืบเอง" บัวตอบคนเป็นพ่อ แต่สายตาจับจ้องที่น้องชายปากร้าย ทำให้ทุกคนหันมองปุณณ์ตามสายตาของบัว

"มองปุณณ์กันทำไมครับ ปุณณ์ก็ไม่สืบ ปุณณ์ไม่อยากรู้ ปุณณ์อิ่มแล้วขอตัวขึ้นไปอ่านหนังสือนะครับ" พูดจบก็ลุกเดินหนีขึ้นห้องทันที

"ปากร้ายไม่พอ ยังปากแข็งอีก" บัวว่า

"บัวพูดเหมือนปุณณ์ชอบนาวเลยลูก" ชะเอมถามลูกสาว

"บัวคิดว่าชอบนะคะ แต่ทำปากร้ายไปงั้น"

"ปัณณ์เห็นด้วยกับพี่บัว เท่าที่ได้สัมผัสอาการจากที่ไปเจอนาวกินข้าวกับนายตุลย์ภพ ปัณณ์ว่าปุณณ์หึงนาว"

"มันจะเป็นไปได้ไง ปุณณ์กับนาวพึ่งจะเจอกันแค่สองครั้งเองไม่ใช่หรอ"

"รักแรกพบไงชะเอม" แทนไทเอ่ยอย่างผู้มีประสบการณ์อีกเช่นเคย

"ตุลย์ภพ นี่ใช่ตุลย์ภพผู้บริหาร TP Properties Development หรือเปล่า" อาชิเอ่ยถามด้วยเป็นชื่อที่เขาได้ยินบ่อยๆ ในช่วงหลังมานี้

"ใช่ครับคุณพ่อ ดูท่าแล้วน่าจะชอบนาวมากๆ เลยด้วยครับ"

"ผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดา ถ้าทุกอย่างเป็นอย่างที่บัวกับปัณณ์คิด ปุณณ์มีคู่แข่งที่แข็งมาก"

"บริษัทนี้หรือเปล่าที่ได้งานประมูลตัดหน้าเราไปหลายงาน"

"ใช่ครับพ่อแทน ถือว่ามาแรงมากในตอนนี้ ทั้งที่บริษัทพึ่งเปิดได้แค่สองปี คงเป็นเพราะมีพ่อเป็นรัฐมนตรี จึงใช้เส้นสายของพ่อเป็นใบเบิกทาง"

"ถ้างั้นก็ไม่เท่าไหร่ ยังเป็นลูกแหง่ พึ่งบารมีพ่ออยู่เลย แค่นี้ อาชิรับมือได้สบาย จริงไหม"

"ครับพ่อแทน แล้วตอนนี้ปัณณ์ก็เข้ามาช่วยงานอีกแรง แบ่งเบาผมไปได้เยอะเลยครับ" อาชิชมเชยลูกชายที่หัวไว ช่วยงานเขาได้มากทั้งที่พึ่งเรียนอยู่แค่ปีหนึ่ง ส่วนปุณณ์จะชอบคนละสายงานเขาจึงให้ดูแลผับไปพลางๆ ก่อน อนาคตคงให้ดูแลกาสิโนด้วย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เผด็จรัก คุณแม่จำเป็น   ตอนที่ 120 The End

    "ขอบคุงฮับพี่พาฝังคงฉวย" มาวินในวัยสามขวบหอมแก้มนุ่มนิ่มทั้งสองข้างของพี่สาว เมื่อพี่สาวช่วยสวมใส่ถุงเท้าให้ตนเองเสร็จ ก่อนจะเอ่ยขอบคุณแล้วจุ๊บปากของพี่สาวไปอีกที ซึ่งเป็นการกระทำที่ทุกคนในครอบครัวคุ้นชินเมื่อพาฝันทำอะไรให้มาวิน หรือต้องการออดอ้อนร้องขอให้พาฝันทำอะไรให้"มาวินรอพี่ใส่ถุงเท้าก่อนอย่าพึ่งไป เดี๋ยวล้ม" พาฝันในวัยเจ็ดขวบบอกน้องชายด้วยความเป็นห่วง ความเป็นห่วงที่มีให้น้องชายตลอดเวลา ไม่ว่ามาวินจะทำอะไร เล่นอะไร พาฝันก็จะคอยดูไม่ห่างด้วยกลัวว่าน้องชายจะได้รับบาดเจ็บ และไม่ยอมให้ใครมารังแกน้องชายตนเองเป็นอันขาด อย่างวันที่มาวินไปโรงเรียนวันแรก แล้วมีรุ่นพี่ผลักจนล่ม พาฝันก็จัดการเด็กคนนั้นจนร้องไห้ไปฟ้องคุณครู"มาวิงไปก่องได้ฮับ พี่พาฝังไม่ต้องเปงห่วง" มาวินบอกคนเป็นพี่ ก่อนจะวิ่งกระโดดลงไปในบ่อบอลหลากสีของสวนสนุกภายในห้างสรรพสินค้า"ปุณณ์ไปซื้อน้ำให้พาฝันกับมาวินก่อน ของนาวเป็นนมปั่นเหมือนเดิมนะ ช่วงนี้งดมัจฉะลาเต้ไปก่อนนะครับ" ปุณณ์เอ่ยขึ้นด้วยความห่วงใยคุณแม่ที่มีอายุครรภ์สามสิบหกสัปดาห์ใกล้คลอดเต็มที ขณะที่นาวจับจ้องไปที่ลูกน้อยทั้งสองด้วยความปลาบปลื้มที่พี่น้องรักและดูแ

  • เผด็จรัก คุณแม่จำเป็น   ตอนที่ 119 ค่ำคืนของความสุข

    งานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสของปุณณ์กับนาวถูกจัดขึ้นที่โรงแรมหรูระดับห้าดาวอย่าง ไลลาลิณ ริเวอร์ไซด์ แบงคอก โฮเต็ล โรงแรมของเดย์ที่ตอนนี้อยู่ภายใต้ความดูแลของอธิ ลูกชายคนเล็กของแทนไท ซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดงานสำคัญของครอบครับแทบทุกงานห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ที่จุคนได้ถึงห้าพันคนถูกเนรมิตให้เป็นเมืองน้ำแข็งในธีมงานแต่ง Frozen งานตกแต่งที่เน้นสีโทนเย็นคือเงิน ขาว ฟ้า น้ำเงิน ม่วง ซึ่งเป็นสีของท้องฟ้าและบรรยากาศเหมือนกับฤดูหนาวยามค่ำคืนบวกเข้ากับกลิตเตอร์ที่ส่องแสงวูบวาบวิบวับ ดูน่ารักเหมือนกับเกล็ดน้ำแข็งและดวงดาวผสมผสานกัน ส่วนโต๊ะอาหารเน้นโทนสีอ่อน โดยใช้สีฟ้าขาวเป็นหลัก ภาชนะใช้เป็นเครื่องแก้ว ส่วนพวกช้อนส้อมเป็นเครื่องเงิน ส่วนเค้กเป็นเค้กขนาดใหญ่จำนวนเก้าชั้นสรรสร้างให้เป็นปราสาทน้ำแข็ง ประดับของตกแต่งสไตล์เกล็ดน้ำแข็งเพื่อให้เข้ากับธีม ธีมงานที่เอาใจพาฝัน ลูกสาวคนเก่งของพ่อปุณณ์ แม่นาว เจ้าบ่าวเจ้าสาวของงานในค่ำคืนนี้ในคำคืนสุดแสนพิเศษเจ้าสาวแสนสวยอยู่ในชุดเดรสกรุยกรายทรงหางปลาตัดต่อช่วงอกถึงคอแบบ illusion ในโทนสีฟ้าโดยเน้นดีเทลที่คริสตัลสวารอฟสกี้เปล่งประกายระยิบระยับทั้งชุดอย่างประณีตเพื่

  • เผด็จรัก คุณแม่จำเป็น   ตอนที่ 118 แฝดจอมป่วน

    ระหว่างรอเวลาที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าไปเปลี่ยนชุดเพื่อทำพิธีสงฆ์ และจะต่อด้วยพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์และประสาทพร ทุกคนก็ต่างพักผ่อนกันตามอัธยาศัย บ้างก็พูดคุย บ้างก็ดื่มน้ำ บ้างก็รับประทานของว่าง อาหาร โดยมีอาหารจากโรงแรมห้าดาวที่จัดเตรียมไว้สำหรับทุกคนให้ได้รองท้องระหว่างรอเวลาตามกำหนดการ โดยที่จัดให้มีพิธีสงฆ์ในช่วงเวลาเพล เพื่อความสะดวกของทุกคนมาวินเป็นที่สนใจจากญาติๆ เป็นพิเศษ ที่ต่างเข้ามาเชยชม หยอกล้อ เพราะเป็นน้องเล็กสุด แล้วมาวินยังเป็นเด็กอารมณ์ดี ยิ้มแย้มให้กับทุกคน อีกทั้งยังจ้ำม่ำช่างเจรจา ส่วนพาฝันก็ยังคงเกาะติดฟลินต์ไม่ห่าง ร้องขอให้คนตัวโตอุ้มตลอดเวลา แม้แต่ตอนนี้ที่ตนต้องเข้าไปเปลี่ยนชุดก็ยังต้องให้ฟลินต์อยู่ใกล้ๆ ด้วยส่วนแทนรัก แทนคุณ ก็ชอบดูนั่นดูนี่ ตื่นตาตื่นใจไปกับทุกสิ่งทุกอย่าง วิ่งเล่นไปถ้วนทั่วบริเวณตามนิสัยเด็กอยากรู้อยากเห็น อยากจับอยากทดลองไปเสียทุกอย่าง โดยมีบอดี้การ์ดสามคนที่อยู่ในชุดเสื้อผ้ามันแขนสั้นกับโจงกระเบนสีน้ำตาลทองมีผ้าคาดเอวสีเดียวกับโจงกระเบนเพื่อให้เข้ากับงาน หากให้ใส่สูทชุดดำก็จะดูถมึงทึงเกินไป ชาวบ้านจะเกรงกลัวเสียเปล่าๆ ทั้งสามคอยตามติดดูแล

  • เผด็จรัก คุณแม่จำเป็น   ตอนที่ 117 ขบวนขันหมาก

    นาวมาอยู่ที่บ้านสวนเมืองกาญก่อนสามวัน ด้วยวิไลถือเคล็ดคือก่อนแต่งงานสามวัน เจ้าบ่าวและเจ้าสาวไม่ควรเจอกันเพราะจะทำให้ชีวิตคู่มีอุปสรรค ซึ่งทุกคนก็พร้อมเข้าใจยกเว้นเพียงคนเดียวนั่นก็คือว่าที่เจ้าบ่าว ที่ต้องห่างทั้งลูก ทั้งว่าที่เจ้าสาว เพราะไม่เคยต้องห่างกันข้ามวันข้ามคืนมาก่อนนับตั้งแต่นาวย้ายเข้ามาอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน ทำเอาลูกสาวอย่างพาฝันว่าพ่องอแงเป็นเด็กน้อยบ้านกลางสวนของนาวหลังนี้ถูกปรับปรุง รีโนเวทใหม่ทั้งหมดจนแทบไม่หลงเหลือเค้าโครงเดิม จากบ้านครึ่งไม้ครึ่งปูนโดยชั้นบนเป็นพนังไม้ส่วนชั้นล่างเป็นโครงสร้างปูนที่มีอายุมากกว่าสามสิบปี นับตั้งแต่งานศพของวิภาปุณณ์กับนาวกับปรับปรุงบ้านหลังนี้มาเรื่อยๆ แต่ยังคงโครงสร้างเดิมเอาไว้ แต่ทำการปรับเปลี่ยนดีไซน์ตัวบ้านให้ทันสมัยยิ่งขึ้น โดยส่วนของชั้นบนถูกเปลี่ยนให้เป็นผนังไม้แนวนอนโทนสีเทา พร้อมด้วยหลังคาเพิงหมาแหงนที่มีกันสาดอยู่ด้านหน้า พร้อมระแนงเหล็กดีไซน์สวยงามเป็นจุดดึงสายตา การตกแต่งภายในเต็มไปด้วยบรรยากาศหรูหรา ด้วยพนังโทนสีเทาและขาว พร้อมด้วยพื้นหินอ่อนสุดหรู พื้นที่ใช้สอยภายในถูกออกแบบใหม่ให้มีความโปร่งโล่งมากขึ้น ทำให้อากาศถ่ายเ

  • เผด็จรัก คุณแม่จำเป็น   ตอนที่ 116 จดความทรงจำ

    "ถึงไทยแล้วโทรหาผมด้วยนะครับ" ฟลินต์บอกคนตัวเล็กในอ้อมแขนที่กอดรัดลำคอแกร่ง พร้อมทั้งซบใบหน้ากับบ่ากว้างซึ่งเป็นเช่นนี้มาตั้งแต่ที่ออกจากคอนโดมิเนียม มายังท่าอากาศยานนานาชาติมาเก๊า"ฟลินต์ไปส่งพาฝันที่ไทยไม่ได้เหรอ " น้ำเสียงของพาฝันเศร้าเบาแผ่วไร้ชีวิตชีวา"วันแต่งงานคุณพ่อคุณแม่ของคุณหนูเราก็ได้เจอกันอีกไงครับ" ความจริงตัวเขาเองก็อยากอยู่ใกล้คุณหนูของเขา อยากทำหน้าที่บอดี้การ์ดดูแลเจ้านายตัวน้อย ยิ่งตลอดระยะเวลาเจ็ดวันที่อยู่มาเก๊าก็ยิ่งทำให้เขาไม่อยากอยู่ห่างจากพาฝันเลย เรียกได้ว่ามาทำให้เขาหลงใหลในความน่ารักน่าเอ็นดู ช่างออดอ้อน แล้วก็ต้องจากกันให้เขาคิดถึงเหมือนครั้งที่เดินทางมาที่นี่ครั้งแรก แต่ด้วยหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบทำให้เขาต้องทำใจและทำสิ่งที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุดให้สมกับความไว้วางใจของเจ้านายทั้งหลาย"นะฟลินต์นะ ไปส่งพาฝันที่ไทยนะ" พาฝันยังคงออดอ้อน"ผมมีเรียนน่ะสิครับ""ยังไงก็ไม่ได้สินะ""คุณหนูก็วีดีโอคอลหาผมได้ทุกวันเหมือนเดิมไงครับ เราก็ได้เห็นหน้ากันทุกวัน""แต่กอดแบบนี้ไม่ได้ไง" พาฝันโอบกระชับแขนเล็กแน่นขึ้นไปอีก"ถ้างั้นเรามากอดกันแน่นๆ เลยนะครับ" ฟลินต์กระชับว

  • เผด็จรัก คุณแม่จำเป็น   ตอนที่ 115 ไม่ยอมห่าง

    "พาฝันอยากไปทำงานกับฟลินต์ด้วยค่ะคุณพ่อ" หลังจากถ่ายภาพพรีเวดดิ้งเซตของวันแรกเสร็จ เมื่อกลับมาถึงคอนโดมิเนียมที่พัก ฟลินต์ขอตัวกลับห้องไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวเข้าไปทำงานที่กาสิโนทันที ส่วนสองพี่น้องฝาแฝด แทนรัก แทนคุณ หลังจากอาบน้ำเสร็จก็หลับไปแทบจะในทันที เพราะต่างสะลึมสะลือมาตั้งแต่ระหว่างทางที่นั่งรถกลับมา พาฝันออดอ้อนคนเป็นพ่อร้องขออยากตามฟลินต์ไปทำงานที่กาสิโนด้วย"กาสิโนเป็นสถานที่ที่เด็กน้อยอยากพาฝันไม่ควรเข้าไป พาฝันเข้าใจไหมครับ" ปุณณ์เอ่ยกับลูกสาวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล"พาฝันเข้าใจค่ะ แต่พาฝันก็ยังอยากไปอยู่ดี ฟลินต์ปกป้องพาฝันได้ คุณพ่อให้พาฝันไปกับฟลินต์ไม่ได้เหรอคะ""ไม่ได้ครับ" ปุณณ์ตอบลูกสาวด้วยน้ำเสียงเน้นหนัก เช่นเดียวกับสีหน้าที่จริงจังเน้นย้ำคำพูดตนเองทำเอาพาฝันหน้าจ๋อย แววตาหม่นเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด"แต่พาฝันอยากไปนี่คะคุณพ่อ พาฝันอยากอยู่กับฟลินต์ตลอดเวลาที่พาฝันอยู่ที่นี่ ตอนนี้ก็ผ่านมาสองวันแล้ว ก็เท่ากับว่าพาฝันจะเหลือเวลาอีกแค่ห้าวัน พอพาฝันกลับบ้านก็อีกตั้งสามเดือน กว่าจะถึงงานแต่งงานของคุณพ่อคุณแม่ พาฝันถึงจะได้เจอฟลินต์อีก หลังจากนั้นก็ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนที่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status