LOGINพลาดทำผู้หญิงท้องตั้งแต่เรียนชั้น ม.6 แต่ผู้หญิงคนนั้นไม่ต้องการลูก เขาจึงทำสัญญากับครอบครัวของฝ่ายหญิงว่าเขาจะมีสิทธิ์ในตัวของลูกแต่เพียงผู้เดียว แลกกับเงินจำนวนสิบล้าน
View Moreค่ำคืนวันงานปัจฉิมนิเทศนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
ณ ห้องน้ำชาย
"ต่อไปนุ่นคงคิดถึงปุณณ์มากแน่ๆ เลย" เสียงหวานของ นุ่น เรวิยา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่กำลังจะจบการศึกษาในวันนี้ เช่นเดียวกับ ปุณณ์ ปุณณภพ เอ่ยขึ้น ใบหน้าของคนทั้งสองแดงก่ำไปด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ต่างฝ่ายต่างดื่มเข้าไปทำให้ไฟราคะในตัวลุกโชน เพียงแค่ทั้งคู่สบประสานสายตาจึงพากันเดินหลบหลีกสายตาผู้คนที่กำลังสนุกสนานกับงานเลี้ยงขึ้นมาบนตึกเรียน
"ทำอย่างกับเธอสนุกกับฉันคนเดียวอย่างนั้นแหละ อย่านึกว่าฉันไม่รู้" ปุณณ์ว่าอย่างรู้ทันในนิสัยของผู้หญิงรักสนุกคนนี้ พร้อมทั้งดันตัวเธอเข้าไปในห้องน้ำของตึกเรียนที่ไม่มีใครขึ้นมาแล้วล็อกประตูอย่างแน่นหนา
"นุ่นก็เหมือนปุณณ์นั่นแหละ" นุ่นเอ่ยอย่างรู้ดีว่าปุณณ์ก็ไม่ต่างจากเธอที่มีสัมพันธ์สวาทกับคนอื่นแบบไม่ผูกมัด มือบางลูบไล้ปาดป่ายไปตามอกแกร่งที่แน่นหนัดดูแข็งแรงของชายหนุ่ม
"อย่ามัวลีลาอยู่เลย ฉันปวดไปหมดแล้วเนี่ย" ร่างสูงขยับตัวเข้ามาบดเบียดเสียดสี ผลักแผ่นหลังบางชิดผนังห้องน้ำ มือหนาข้างหนึ่งคว้าเข้าที่เอวคอดกิ่วสอดมือเข้ามาลูบไล้ก้นงามงอนใต้กระโปรงตัวสั้นพร้อมทั้งนวดคลึงความนุ่มตึงของเธอเต็มไม้เต็มมือ ก่อนจะดึงบั้นท้ายเธอมาแนบชิดกลางกายลำตัวที่ตึงตุงใต้เป้ากางเกง
"ใจร้อนจริงเชียว...อ๊ะ...อื้มมมม...อ๊า...ปุณณ์" น้ำเสียงหวานเอ่ยอย่างมีจริตจะกร้าน ก่อนจะร้องครางออกมาด้วยความเสียวซ่านเมื่อมือหนาผละจากก้นแน่นๆ ของเธอ เลื่อนขึ้นมาที่หน้าอกคว้าหมับบีบขยำเคล้นคลึงอย่างเร่าร้อน รุนแรงตามห้วงอารมณ์ของความกระสันจนร่างบางซ่านสยิวอย่างหนัก พร้อมทั้งก้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาดูดซอกคอ ขบเม้ม ฝังคมเขี้ยวลงไป
ร่างสูงเปิดถลกเสื้อเกาะอกตัวจิ๋วของเธอขึ้น จัดการสิ่งขวางกั้นออกไปอย่างรวดเร็ว ปากร้อนๆ ของเขาเข้าครอบครองทั้งเต้างาม ดูดดึงจนยอดอกเธอฉ่ำชื้น ปลายลิ้นตวัดเลียตุ่มไตสลับกับดูดรวบความอวบอูมเข้าปากจนมิดเต้า มืออีกข้างเคล้าคลึงหน้าอกทะลักอย่างรุนแรง
"อ๊า...อื้มมมม...รุนแรงจัง...ซี๊ดดด...นุ่นเสียวไปทั้งตัวแล้วปุณณ์...อ๊า...ไม่ไหวแล้ว นุ่นอยากได้ของปุณณ์ เข้ามาในตัวนุ่น...อ๊า" นุ่นครางลั่น เธอต้องการความใหญ่โตของปุณณ์เข้ามาเติมเต็มร่องหลืบที่ฉ่ำเยิ้มของเธออย่างอดใจรอไม่ไหว
"ถุงยาง" ปุณณ์เอ่ยขึ้นขณะปลดเข็มขัด กระดุมและรูดซิปกางเกงลงมาจนสุดแล้ว ถึงแม้จะเมาแต่จิตใต้สำนึกก็ยังคงย้ำเตือนเรื่องการป้องกัน
"นุ่นไม่ได้พกมา"
"ฉันก็ไม่ได้พกมา งั้นก็หยุด" ปุณณ์บอกพร้อมทั้งจะรูดซิปกางเกงขึ้น
"นุ่นต้องการปุณณ์ ปุณณ์อย่าปล่อยให้มันค้างๆ คาๆ แบบนี้สิ เดี๋ยวนุ่นกลับไปกินยาคุมฉุกเฉินก็ได้ นะปุณณ์นะ นุ่นไม่ไหวแล้ว...อื้ออออ...ใหญ่คับร่องนุ่นมากเลย...ซี๊ดดด" นุ่นเอ่ยออดอ้อนเสียงกระเส่า จับขอบกางเกงของปุณณ์รูดลงมาแล้วผลักตัวเขาให้นั่งลงบนโถชักโครกที่ปิดฝาอยู่ ตามขึ้นไปนั่งคร่อมทับลำเอ็นขนาดใหญ่โตของเขา ก่อนที่เธอจะจับแพนตี้ตัวจิ๋วเบี่ยงหลบแล้วจับท่อนเนื้อแข็งขืนใส่เข้าไปในร่องเสียวของตัวเอง ออกแรงนั่งขย่มลำเอ็นสุดแรงทันทีที่ยัดท่อนลำขนาดใหญ่เข้าไปในร่องเสียวจนสุดความยาว
"โอ้วววว...ซี๊ดดด...อย่าลืมก็แล้วกัน...อ๊า" เมื่อความต้องการเข้าครอบงำอย่างยากที่จะหยุดยั้ง เขาจึงยอมโอนอ่อนตามเธอ
"อ๊า...ไม่ลืมหรอก นุ่นก็ต้องเรียนมหาลัยนะ...อู้ยยยย...เสียว...อ๊ะ...อ๊ะ...ซี๊ดดด" นุ่นครางสุดเสียงด้วยความเสียวซ่านเกินบรรยายอย่างไม่กลัวใครจะมาได้ยิน
"เสียวก็ขย่มแรงๆ เลย...อ๊า...แบบนั้น...ซี๊ดดด" ร่างบางขย่มโยกร่องเสียวรูดท่อนเอ็นเร็วขึ้นตามความต้องการของร่างสูง
"อ๊า...ปุณณ์ขาาาา นุ่นเสียว...จะแตกแล้ว...อ๊ะ...อ๊ะ...อ้ายยยย" นุ่นเร่งขย่มลำเอ็นขนาดใหญ่ของปุณณ์รัวเร็ว ถี่ยิบ ไม่นานเธอก็เกร็งกระตุกเป็นจังหวะถี่ๆ ปลดปล่อยน้ำเสียวออกมาอาบท่อนเอ็นใหญ่ไปพร้อมๆ กับปุณณ์ที่ปล่อยน้ำกามฉีดพุ่งใส่ร่องเสียวของเธอจนไหลเยิ้มล้นทะลักออกมา
2 เดือนผ่านไป
"ปุณณ์ นุ่นท้อง" นุ่นมาดักรอพบปุณณ์ที่หน้าตึกคณะวิศวะกรรมศาสตร์เพื่อบอกสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอ
"แล้วมาบอกฉันทำไม" น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้าที่ไม่ได้พบเจอกันมาสองเดือน เพราะต่างแยกย้ายไปเรียนในมหาวิทยาลัยที่ตนเองเลือก
"ก็เพราะนุ่นท้องกับปุณณ์ไง"
"เธอแน่ใจเหรอว่าท้องกับฉัน เธออย่าลืมสิว่าเธอไม่ได้มีอะไรกับฉันแค่คนเดียว แล้วครั้งสุดท้ายที่เรามีอะไรกันเธอก็บอกจะกลับไปกินยาคุมไง" เมื่อได้ฟังถ้อยคำที่ผู้หญิงตรงหน้า ปุณณ์นิ่งอึ้งไปเพียงแค่ชั่วพริบตา ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติมองใบหน้าของเธอนิ่งเรียบ
"เพราะคืนนั้นนุ่มลืมกินยาคุมไง นุ่นถึงมั่นใจว่าเด็กในท้องเป็นลูกของปุณณ์"
"เธอว่ายังไงนะ ไหนบอกว่าจะกลับไปกินไงวะ" ปุณณ์ตะคอกถามน้ำเสียงแข็งขึงออกมาเบาๆ
"ก็คืนนั้นมันเมา ปุณณ์ก็เมาเหมือนนุ่น กลับบ้านไปก็เผลอหลับ แล้วก็ลืมเรื่องยาคุมไปเลย แต่ที่นุ่นมาวันนี้นุ่นไม่ได้จะให้ปุณณ์รับผิดชอบชีวิตเด็กคนนี้หรอกนะ เพราะนุ่นก็ไม่ได้ต้องการที่จะเก็บเด็กคนนี้ไว้เหมือนกัน"
"เธอหมายความว่ายังไง" ปุณณ์ถามอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอพูด
"ตอนนี้ธุรกิจของครอบครัวนุ่นมีปัญหา แล้วนุ่นก็ยังสนุกกับชีวิตที่เป็นอยู่ นุ่นไม่พร้อมที่จะเลี้ยงเด็กนี่ นุ่นแค่อยากจะให้ปุณณ์ช่วยเรื่องเงิน นุ่นขอพูดตรงๆ เลยนะว่านุ่นต้องการเงินหนึ่งล้านบาทแลกกับเรื่องที่นุ่นท้องกับปุณณ์จะเป็นความลับ แล้วนุ่นจะไปเอาเด็กคนนี้ออก" นุ่นบอกปุณณ์ไปตามความต้องการของตนเอง น้ำเสียงและสีหน้าของเธอบ่งบอกว่าเธอจะทำอย่างที่เธอพูด
"เธอจะทำแท้งเหรอ? เธอจะฆ่าเด็กคนนี้อย่างนั้นเหรอ?" ปุณณ์อึ้งในสิ่งที่ผู้หญิงตรงหน้าบอกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
"มันเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว นุ่นไม่พร้อม ปุณณ์ก็ไม่พร้อมเหมือนกัน แล้วเราจะเก็บเด็กคนนี้ไว้เป็นมารมาทำลายชีวิตของเราทำไม"
"มาร...เธอพูดบ้าอะไรของเธอ เธอเรียกเด็กที่อยู่ในท้องเธอว่ามารเนี่ยนะ เธอยังมีความเป็นคนอยู่ไหมวะ ชีวิตคนทั้งชีวิตเลยนะเว้ย เธอนี่มันโคตรใจดำเลยว่ะ"
"ปุณณ์จะว่านุ่นเลวเลยก็ได้ นุ่นให้เวลาปุณณ์คิดคืนหนึ่ง แล้ววันพรุ่งนี้บ่ายโมงนุ่นจะมาฟังคำตอบของปุณณ์ที่นี่ ตรงนี้ แล้วนุ่นก็หวังว่าปุณณ์จะมาพร้อมกับเงินหนึ่งล้าน" พูดจบร่างเพรียวที่อยู่ในชุดนักศึกษาต่างมหาวิทยาลัยก็เดินจากไป ปล่อยให้ร่างสูงยืนนิ่งราวกับวิญญาณได้หลุดลอยออกจากร่างไปแล้ว เขายังคงสับสนกับความพลั้งพลาดที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว เขาจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ดี
"ขอบคุงฮับพี่พาฝังคงฉวย" มาวินในวัยสามขวบหอมแก้มนุ่มนิ่มทั้งสองข้างของพี่สาว เมื่อพี่สาวช่วยสวมใส่ถุงเท้าให้ตนเองเสร็จ ก่อนจะเอ่ยขอบคุณแล้วจุ๊บปากของพี่สาวไปอีกที ซึ่งเป็นการกระทำที่ทุกคนในครอบครัวคุ้นชินเมื่อพาฝันทำอะไรให้มาวิน หรือต้องการออดอ้อนร้องขอให้พาฝันทำอะไรให้"มาวินรอพี่ใส่ถุงเท้าก่อนอย่าพึ่งไป เดี๋ยวล้ม" พาฝันในวัยเจ็ดขวบบอกน้องชายด้วยความเป็นห่วง ความเป็นห่วงที่มีให้น้องชายตลอดเวลา ไม่ว่ามาวินจะทำอะไร เล่นอะไร พาฝันก็จะคอยดูไม่ห่างด้วยกลัวว่าน้องชายจะได้รับบาดเจ็บ และไม่ยอมให้ใครมารังแกน้องชายตนเองเป็นอันขาด อย่างวันที่มาวินไปโรงเรียนวันแรก แล้วมีรุ่นพี่ผลักจนล่ม พาฝันก็จัดการเด็กคนนั้นจนร้องไห้ไปฟ้องคุณครู"มาวิงไปก่องได้ฮับ พี่พาฝังไม่ต้องเปงห่วง" มาวินบอกคนเป็นพี่ ก่อนจะวิ่งกระโดดลงไปในบ่อบอลหลากสีของสวนสนุกภายในห้างสรรพสินค้า"ปุณณ์ไปซื้อน้ำให้พาฝันกับมาวินก่อน ของนาวเป็นนมปั่นเหมือนเดิมนะ ช่วงนี้งดมัจฉะลาเต้ไปก่อนนะครับ" ปุณณ์เอ่ยขึ้นด้วยความห่วงใยคุณแม่ที่มีอายุครรภ์สามสิบหกสัปดาห์ใกล้คลอดเต็มที ขณะที่นาวจับจ้องไปที่ลูกน้อยทั้งสองด้วยความปลาบปลื้มที่พี่น้องรักและดูแ
งานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสของปุณณ์กับนาวถูกจัดขึ้นที่โรงแรมหรูระดับห้าดาวอย่าง ไลลาลิณ ริเวอร์ไซด์ แบงคอก โฮเต็ล โรงแรมของเดย์ที่ตอนนี้อยู่ภายใต้ความดูแลของอธิ ลูกชายคนเล็กของแทนไท ซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดงานสำคัญของครอบครับแทบทุกงานห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ที่จุคนได้ถึงห้าพันคนถูกเนรมิตให้เป็นเมืองน้ำแข็งในธีมงานแต่ง Frozen งานตกแต่งที่เน้นสีโทนเย็นคือเงิน ขาว ฟ้า น้ำเงิน ม่วง ซึ่งเป็นสีของท้องฟ้าและบรรยากาศเหมือนกับฤดูหนาวยามค่ำคืนบวกเข้ากับกลิตเตอร์ที่ส่องแสงวูบวาบวิบวับ ดูน่ารักเหมือนกับเกล็ดน้ำแข็งและดวงดาวผสมผสานกัน ส่วนโต๊ะอาหารเน้นโทนสีอ่อน โดยใช้สีฟ้าขาวเป็นหลัก ภาชนะใช้เป็นเครื่องแก้ว ส่วนพวกช้อนส้อมเป็นเครื่องเงิน ส่วนเค้กเป็นเค้กขนาดใหญ่จำนวนเก้าชั้นสรรสร้างให้เป็นปราสาทน้ำแข็ง ประดับของตกแต่งสไตล์เกล็ดน้ำแข็งเพื่อให้เข้ากับธีม ธีมงานที่เอาใจพาฝัน ลูกสาวคนเก่งของพ่อปุณณ์ แม่นาว เจ้าบ่าวเจ้าสาวของงานในค่ำคืนนี้ในคำคืนสุดแสนพิเศษเจ้าสาวแสนสวยอยู่ในชุดเดรสกรุยกรายทรงหางปลาตัดต่อช่วงอกถึงคอแบบ illusion ในโทนสีฟ้าโดยเน้นดีเทลที่คริสตัลสวารอฟสกี้เปล่งประกายระยิบระยับทั้งชุดอย่างประณีตเพื่
ระหว่างรอเวลาที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าไปเปลี่ยนชุดเพื่อทำพิธีสงฆ์ และจะต่อด้วยพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์และประสาทพร ทุกคนก็ต่างพักผ่อนกันตามอัธยาศัย บ้างก็พูดคุย บ้างก็ดื่มน้ำ บ้างก็รับประทานของว่าง อาหาร โดยมีอาหารจากโรงแรมห้าดาวที่จัดเตรียมไว้สำหรับทุกคนให้ได้รองท้องระหว่างรอเวลาตามกำหนดการ โดยที่จัดให้มีพิธีสงฆ์ในช่วงเวลาเพล เพื่อความสะดวกของทุกคนมาวินเป็นที่สนใจจากญาติๆ เป็นพิเศษ ที่ต่างเข้ามาเชยชม หยอกล้อ เพราะเป็นน้องเล็กสุด แล้วมาวินยังเป็นเด็กอารมณ์ดี ยิ้มแย้มให้กับทุกคน อีกทั้งยังจ้ำม่ำช่างเจรจา ส่วนพาฝันก็ยังคงเกาะติดฟลินต์ไม่ห่าง ร้องขอให้คนตัวโตอุ้มตลอดเวลา แม้แต่ตอนนี้ที่ตนต้องเข้าไปเปลี่ยนชุดก็ยังต้องให้ฟลินต์อยู่ใกล้ๆ ด้วยส่วนแทนรัก แทนคุณ ก็ชอบดูนั่นดูนี่ ตื่นตาตื่นใจไปกับทุกสิ่งทุกอย่าง วิ่งเล่นไปถ้วนทั่วบริเวณตามนิสัยเด็กอยากรู้อยากเห็น อยากจับอยากทดลองไปเสียทุกอย่าง โดยมีบอดี้การ์ดสามคนที่อยู่ในชุดเสื้อผ้ามันแขนสั้นกับโจงกระเบนสีน้ำตาลทองมีผ้าคาดเอวสีเดียวกับโจงกระเบนเพื่อให้เข้ากับงาน หากให้ใส่สูทชุดดำก็จะดูถมึงทึงเกินไป ชาวบ้านจะเกรงกลัวเสียเปล่าๆ ทั้งสามคอยตามติดดูแล
นาวมาอยู่ที่บ้านสวนเมืองกาญก่อนสามวัน ด้วยวิไลถือเคล็ดคือก่อนแต่งงานสามวัน เจ้าบ่าวและเจ้าสาวไม่ควรเจอกันเพราะจะทำให้ชีวิตคู่มีอุปสรรค ซึ่งทุกคนก็พร้อมเข้าใจยกเว้นเพียงคนเดียวนั่นก็คือว่าที่เจ้าบ่าว ที่ต้องห่างทั้งลูก ทั้งว่าที่เจ้าสาว เพราะไม่เคยต้องห่างกันข้ามวันข้ามคืนมาก่อนนับตั้งแต่นาวย้ายเข้ามาอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน ทำเอาลูกสาวอย่างพาฝันว่าพ่องอแงเป็นเด็กน้อยบ้านกลางสวนของนาวหลังนี้ถูกปรับปรุง รีโนเวทใหม่ทั้งหมดจนแทบไม่หลงเหลือเค้าโครงเดิม จากบ้านครึ่งไม้ครึ่งปูนโดยชั้นบนเป็นพนังไม้ส่วนชั้นล่างเป็นโครงสร้างปูนที่มีอายุมากกว่าสามสิบปี นับตั้งแต่งานศพของวิภาปุณณ์กับนาวกับปรับปรุงบ้านหลังนี้มาเรื่อยๆ แต่ยังคงโครงสร้างเดิมเอาไว้ แต่ทำการปรับเปลี่ยนดีไซน์ตัวบ้านให้ทันสมัยยิ่งขึ้น โดยส่วนของชั้นบนถูกเปลี่ยนให้เป็นผนังไม้แนวนอนโทนสีเทา พร้อมด้วยหลังคาเพิงหมาแหงนที่มีกันสาดอยู่ด้านหน้า พร้อมระแนงเหล็กดีไซน์สวยงามเป็นจุดดึงสายตา การตกแต่งภายในเต็มไปด้วยบรรยากาศหรูหรา ด้วยพนังโทนสีเทาและขาว พร้อมด้วยพื้นหินอ่อนสุดหรู พื้นที่ใช้สอยภายในถูกออกแบบใหม่ให้มีความโปร่งโล่งมากขึ้น ทำให้อากาศถ่ายเ