INICIAR SESIÓN“เพลิงขา นึกยังไงกันนี่ มาทานข้าวกลางวันกับพวกเราแบบนี้”
อั้มทักเสียหวาน เมื่อเห็นเพลิงเดินเข้ามายังร้านขายอาหารของเขาและชมพู่ สาวสามอยู่กันครบทีม กำลังรับประทานอาหารกลางวัน เป็นส้มตำปูปลาร้า ไก่ย่าง ข้าวเหนียวกันอยู่อย่างเอร็ดอร่อย
“ขอกินด้วยคนก็แล้วกัน ที่สวนส้มมีตัวน่ารำคาญมาอยู่ด้วย”
เพลิงว่าเสียงกระแทก เขายังหงุดหงิดหัวใจไม่หาย กับการปรากฏตัวของญาตาวี แถมเจ้าตัวยังไม่สะทกสะท้าน ทนชะมัด ตื้ออีกต่างหาก เขาไม่อยากเจอหน้าเธอเลยสิน่า รำคาญมากกว่าอย่างอื่นทั้งหมด เยื่อใยและความรักทั้งหลายที่เคยมีต่อเธอนั้น เขาฝังมันลึกกลบดินมิดไปเสียแล้ว คงจะคุ้ยไอ้ความสัมพันธ์ทั้งหลายแหล่ออกมาลำบาก
“มีอะไรเหรอเพลิงขา”
ภาสวินีรับอาสาเป็นหน่วยกล้า ถามชายหนุ่มเสียงอ่อย ตอนนี้เพลิงเหมือนเพลิงพิโรธจริงๆ เพราะหน้ามุ่ย หน้าตาท่าทางเหมือนพร้อมจะลุกเป็นไฟได้ทุกเมื่อ
“ตัวน่ารำคาญว่ะ กลุ้มโว้ย!”
ชายหนุ่มตบโต๊ะปัง ! ทำเอาจานส้มตำแทบจะกระจาย พวกสามสาวตกใจกระโดดกอดกันตัวกลมเลยทีเดียว เพลิงถอนหายใจอย่างหงุดหงิด ก่อนจะหันขวับมาหาภาสวินี
“ไอ้แพนเค้ก!”
“จะ...จ๋า”
“ช่วยไล่คุณเวียร์ให้ทีสิวะ ฉันไม่รู้จะทำยังไงกับเขาดีแล้ว เขามาขอคืนดีกับฉัน นี่ก็อยู่ในสวนส้มล่ะมั้ง”
“หา!”
สามสาวอุทานพร้อมกัน และมองหน้ากันเลิกลัก เพลิงกุมขมับ แล้วถอนใจอย่างหงุดหงิด จะกลับมากันทำไมนะ ญาตาวี เฮ้อ...มาทำให้ชีวิตเขาวุ่นวายเสียเปล่าๆ
..................................................................................................................................................................
“อะไรนะคะ พี่แพนเค้ก”
ชนิตสิรีอุทานเสียงดังลั่น เมื่อรับโทรศัพท์จากปลายสาย ก่อนจะลดลงเป็นเสียงกระซิบ เมื่อเห็นว่ามีพนักงานคนหนึ่งเอาแฟ้มเอกสารมาให้เธอ
“ขอบคุณนะคะ เดี๋ยวพี่วิชญ์เซ็นเรียบร้อยแล้ว น้องจะเอาไปให้ที่แผนกเองนะคะพี่แก้ว”
เธอยิ้มให้กับพนักงานคนนั้น เมื่อลับสายตาไปแล้ว ชนิตสิรีก็กรอกเสียงลงไปอย่างตื่นเต้น
“พี่แพนเค้ก พี่แพนเค้กบอกว่ายัยเวียร์กลับไปง้อพี่เพลิงเหรอคะ ตายแล้ว! เรื่องใหญ่เลย แล้วนี่พี่เพลิงว่ายังไงคะ ยอมคืนดีกับแม่นั่นหรือเปล่า ตายล่ะ น้องยอมไม่ได้ ต้องรายงานคุณย่าหญิงด่วนเลย น้องไม่ยอมนะพี่แพนเค้ก”
“เพลิงขาก็กลุ้มจะตายอยู่แล้วคะ นี่ชวนพวกพี่ก๊งกันแต่หัววัน แถมไม่ยอมกลับสวนส้มด้วย บอกว่าอยากมาก็ปล่อยให้มาให้เข็ด เพลิงขาไม่เอาแล้ว แต่แม่นั่นจะเอาเพลิงขาให้ได้แน่ ๆ ตื้อหนักมาก”
“โอ๊ย! ช่างกล้า หน้าด้านจริงๆ น้องจะไปสวนส้มของพี่เพลิง ไปไล่แม่นั่นให้เอง”
ชนิตสิรีประกาศ พลางลุกพรวดขึ้น ก่อนจะเดินไปเคาะห้องของนราวิชญ์
“พี่แพนเค้ก ช่วยกันด้วยนะคะ แม่เวียร์ร้ายจะตายไป น้องจะรีบไปเลยนะคะ พี่แพนเค้ก ไม่เกินพรุ่งนี้หรอกคะ”
“พี่จะช่วยหาวิธีจัดการ ยัยกุลสตรีไทยคนนี้เองฮ้า น่าจับมาดีดหูสักทีสองที แหมๆ คู่หมั้นก็ยังคาอกอยู่ ยังมีหน้ากลับมาหาเพลิงขา เจ้าหล่อนประกาศด้วยนะฮ้า ว่าจะเลิกกับตาหม่อมนั่นน่ะ ทำยังกับเพลิงขาจะรีบตะครุบไว้ คนเค้าหนีขนาดนี้ ยังไม่รู้ตัวอีก”
“น้องไม่ยอมหรอกค่ะ ทางบ้านน้องไม่มีใครยอมรับแม่นี่มาเป็นสะใภ้เด็ดขาด พี่วิชญ์คะ น้องมีเรื่องด่วน เปิดประตูสิคะ พี่แพนแค้กแค่นี้นะคะ น้องขอเตรียมตัวไปลุยกับยัยเวียร์ก่อน”
ชนิตสิรีไม่รอคำอนุญาตเธอเปิดประตูผลัวะ เข้าไปเลยทันที ทำเอานราวิชญ์ที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ถึงกับย่นคิ้ว
“อะไรกันนะยัยน้อง”
“พี่วิชญ์ เรื่องใหญ่ เรื่องด่วน เรื่องใหญ่มากค่ะ”
ชนิตสิรีว่า ทำเอาเขาส่ายหน้าช้า ๆ ก่อนจะบอกลาปลายสาย แม่น้องสาวตัวยุ่ง วุ่นวายกับเขามากจริงๆ ตั้งแต่วันที่เกือบจะเผลอไผล นราวิชญ์และชนิตสิรีก็ทำเหมือนจะหลบหน้ากัน เพราะต่างสับสนในหัวใจ ฝ่ายหญิงตกใจกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของฝ่ายชาย ส่วนฝ่ายชาย เขากำลังลังเล ว่าจะทำอย่างไรกับหัวใจตัวเองดี
“พี่เพลิงคะ เมื่อไหร่เราจะไปเที่ยวกันเสียที” เสียงหวานเอ่ยถามออดๆ เมื่อเงยมองหน้าคนที่กำลังใช้แขนพาดท่อนเอวของเธอไว้อยู่ เพลิงก้มลงมองคนตัวเล็ก หวานจัดที่เขาละเลียดดื่มชิมมาทั้งคืนอย่างไม่รู้เบื่อ ด้วยสายตาสุดแสนจะเจ้าเล่ห์ แสนกล ก่อนจะเอ่ยตอบเธอเสียงทุ้ม“เดี๋ยวบ่ายนี้พี่จะพาไป รับรองเลยว่าที่แรกที่พาไป น้องตวงจะต้องประทับใจสุดๆ”“ที่ไหนคะ” เธอทำตาโตแป๋วอย่างอยากรู้ พร้อมกับพลิกตัวขึ้นเท้าแขนมองเขา ซึ่งเมื่อเธอทำแบบนั้น ผ้าห่มที่ใช้ห่อตัวก็หลุดลุ่ยลง อวดทรวงสาวขาวนวล มีรอยตำหนิตรงที่คนร้ายกาจ ไปจัดการตีตราไว้จนมันเป็นรอยแดงๆ ซึ่งพอเห็นร่อยรองนั้นแล้ว เพลิงก็ทำตาหวานฉ่ำ แล้วดึงเธอเข้ามากอด ก่อนจะกระซิบเสียงพร่า“จ่ายค่าไกด์มาก่อน รับรองเดี๋ยวได้เที่ยวแน่ๆ”“ค่าไกด์อะไรกัน ปล่อยนะคะพี่เพลิง ตวงจะช้ำไปหมดแล้ว เมื่อคืนก็แทบไม่ได้นอน” เธอพึมพำเสียงออด เล่นเอาคนตัวโตหัวเราะเบาๆ แต่มีหรือคนบ้าพลังอย่างเพลิงจะยอมปล่อยของหวานในอ้อมแขนไปได้ง่ายๆ “เดี๋ยวก็นอนนะ เรามีเวลานอนกันอีกตั้งนาน นะจ๊ะ นะ นะ น้องตวง” คนอ้อน อ้อนไปก็จูบไป เล่นเอาตวงรักแทบจะละลายเป็นไอศกรีม เพราะฝีปากและฝีมือเขา
“ปวดขาไหมคะคุณเพลิง”ตวงรักถามเขาอย่างเป็นห่วง เมื่อพิธีผ่านพ้นไปจนถึงพิธีส่งตัว เมื่อผู้ใหญ่ให้ศีลพรเสร็จแล้ว จึงปล่อยให้หนุ่มสาวอยู่ด้วยกันตามลำพัง เธอกำลังปลดเครื่องประดับออกจากตัว เพลิงหรี่ตาลง เขากำลังคิดออกเมื่อตอนเธอพูดนี่แหละ ว่าขาของเขาพึ่งจะหาย ชายหนุ่มเลยแกล้งทำเป็นเซแล้วพูดเสียงออด“เจ็บอยู่นิดๆ นะครับ พี่กลัวจะอาบน้ำไม่ไหว น้องตวงอาบให้หน่อยนะครับ”“อะไรนะคะ”ตวงรักอุทานอย่างตกใจ พลางหรี่ตามองคนเจ้าเล่ห์ หากแต่เพลิงก็ทำหน้าซีดได้อย่างสมบทบาท ตวงรักเดินเข้าไปหาเขา คนตัวโตเลยตวัดร่างนุ่มเข้ามากอด แล้วซบหน้ากับบริเวณหน้าท้องนุ่มทำเอาตวงรักตัวแข็ง“พี่เจ็บจริงๆ นะจ๊ะ คงอาบไม่ถนัด น้องตวงไปช่วยหน่อยนะ เราแต่งงานกันแล้วนะจ๊ะ นะ”“อาบเองเถอะค่ะ”ตวงรักหน้าแดงก่ำ เธอไม่หลงกลเขาหรอกน่า เขาแค่เจ็บขานะไม่ได้เป็นอะไรมากมายจนถึงกับจะอาบน้ำเองไม่ได้ เพลิงหัวเราะหึ หึ แล้วพูดเสียงอ้อนต่อไปว่า“ใจร้ายจัง จะปล่อยให้สามีไปก้มๆ เงยๆ ทำอะไรไม่สะดวกในห้องน้ำเหรอจ๊ะ เกิดพี่ลื่นล้มหัวแตกไป น้องตวงก็เสียใจน่ะสิ”“ดีใจสิไม่ว่า คนเจ้าเล่ห์อย่างคุณเพลิง ให้เลือดออกเสียบ้าง ตวงจะดีใจมากเลยค่ะ
ภาพของสองหนุ่มสาวบนเวที ทำให้ชนิตสิรีที่ไปเข้าห้องน้ำแล้วมายืนอยู่ใต้ต้นส้มต้นใหญ่ มองแล้วก็อมยิ้ม เมื่อเห็นความรักของเพื่อนเต็มไปด้วยความสุข เธอสะดุ้งเมื่อมีเสื้อสูทสีขาวสวมทับมาบนแขนเปลือย วันนี้ ชนิตสิรีเลือกชุดกระโปรงผ้าพลิ้ว สีส้มโอโรสสายเดี่ยว ประดับดอกไม้เทียมดอกใหญ่ไว้ตรงอกเสื้อ ผมเธอเกล้าเป็นมวยอย่างเก๋ จากฝืมือของภาสวินีที่มาช่วยแต่งหน้าและแต่งตัวให้กับเจ้าสาว รวมมาถึงเพื่อนเจ้าสาวอย่างเธอด้วย ตอนนี้สามสาวไปยืนรอรับช่อดอกไม้ที่ด้านล่างเวที ตั้งใจกันมากเลยทีเดียว“พี่วิชญ์”“สวมเสื้อทับดีกว่านะจ๊ะ เสื้อของน้องเป็นสายเดี่ยว อากาศเชียงใหม่กลางคืนเย็นๆ เดี๋ยวเป็นหวัด”นราวิชญ์ว่า ตอนนี้เขาเหลือเสื้อเชิ้ตสีส้มอ่อนด้านใน ปลดกระดุมลงสองสามเม็ด เผยให้เห็นอกกว้าง ชนิตสิรีย่นจมูกอย่างรู้ทัน“แหม...ค่ะ คุณลุงวิชญ์”“ใครเป็นลุงกัน เดี๋ยวเถอะ”นัยน์ตาคมกริบส่งประกายคาดโทษ ชนิตสิรีเลยหัวเราะกิ๊ก ตอนนี้ชายหนุ่มโดนให้ไปทำงานที่ภูเก็ต เหมือนจะเป็นการแกล้งจากคุณย่าหญิง ข้อหานัวเนียหลานสาวในปกครองของท่านเหลือเกิน ร่วมมือกันกับจิตรา ทำเอานราวิชญ์แทบจะอกแตกอยู่แล้ว ที่ไม่ได้เห็นหน้าหวานๆ ขอ
“สวยจังเลย ยัยตวง”ชนิตสิรีมองเพื่อนรักอย่างตะลึง ตวงรักสวยสง่าในชุดแต่งงานสีส้มอ่อน เป็นเสื้อคอวี แขนพอง เข้ารูป ปล่อยชายกระโปรงยาวฟูฟ่องด้วยผ้าเนื้อเบาราวใยบัว ประดับด้วยริบบิ้นสีทองคาดที่เอวผูกโบว์ไว้ด้านหลัง ด้านหลังของเสื้อผ่าลึกเล็กน้อย ขับผิวขาวอมชมพูให้ยิ่งลออตา เรือนผมประดับด้วยดอกส้มสีขาวหอมกรุ่น ปล่อยยาวถึงกลางหลัง ม้วนเป็นลอนใหญ่ทิ้งตัวสวย เครื่องประดับเป็นมุกสีชมพูเม็ดเล็ก สวมเป็นสร้อยคอ และต่างหู ตวงรักหันมายิ้มให้กับเพื่อนรัก ใบหน้าตกแต่งไว้อ่อนๆ ด้วยโทนสีชมพูอมส้ม ทำให้ดูลออตางดงามไปหมดทั้งใบหน้า “ขอบใจจ้ะ”“เอาไปเอามา ตวงแต่งงานก่อนน้องจนได้”ชนิตสิรีหัวเราะเบาๆ เลยโดนเพื่อนรักค้อนเอาขวับ แถมแอบหยิกเธอเอาเสียด้วยจนชนิตสิรีต้องร้องโอ๊ย! “หยิกน้องทำไมกันนะ เจ็บนะยัยตวง”“อยากจะทำมากกว่าหยิกอีก ใครล่ะ ทำให้ตวงแต่งงานเร็วแบบนี้ พี่ชายตัวแสบของยัยน้องน่ะแหละ”ตวงรักว่าแล้วก็หน้าแดงจัด เมื่อนึกถึงภาพเหตุการณ์วันนั้น เมื่อได้จูบ เพลิงก็เริ่มลืมตัว พาให้เธอคล้อยตามเขาไปด้วย เมื่อชนิตสีรีเปิดประตูพรวดพราดเข้ามาพร้อมกับคุณย่าหญิง จึงเห็นภาพหวานเข้าเต็มตาเพลิงจึงถูกบรรด
“ตอนแรก ผมก็อยากจะแกล้งคุณตวงจริงๆ นั่นแหละครับ แกล้งคุณย่าหญิงด้วย มีอย่างที่ไหน มาหาว่าผมเป็นเกย์ ผมก็โกรธนะครับ”“แล้วทำไม ต้องทำแบบนั้นด้วยละคะ”ตวงรักว่าเสียงอ่อน เพลิงหัวเราะเบาๆ ก่อนจะทำไก๋ เขาแอบจูบเรือนผมนิ่มหอมของตวงรัก“ทำแบบไหนครับ ผมทำอะไรกัน ก็แค่แกล้งเป็นเกย์เท่านั้นเอง คุณตวงจะได้เอาไปรายงานคุณย่าหญิงไงละครับ เลยต้องแกล้งให้สมบทบาทหน่อย”“สมบทบาทอะไรกัน” ตวงรักหน้าแดง “ก็คุณเพลิงแกล้งขอกอดตวง บางทีก็...อื้ม เห็นตวงโง่หรือไงนะ คุณเพลิงคงจะหัวเราะเยาะตอนที่ตวงกังวลแทนคุณ แถมคิดวิธีช่วยคุณสารพัด”“ผมกำลังชื่นใจต่างหาก” เพลิงว่าเสียงทุ้ม“ผมไม่เคยหัวเราะเยาะคุณตวงเลย ชื่นใจแล้วก็อิ่มใจ ที่ได้มีโอกาสรู้จักผู้หญิงน่ารักๆ คนที่ทำอะไรเพื่อคนอื่นโดยไม่ได้คิดถึงผลตอบแทน คนที่ยอมเสนอตัวเป็นเพื่อน ยามที่ผมไม่มีใคร ยอมที่จะรับผมเป็นเพื่อน แม้ว่าผมจะกลายเป็นคนที่สังคมลงความเห็นว่าผิดปรกติ” “ตวงไม่ได้ดีแบบนั้นเสียหน่อย” ตวงรักว่าอุบอิบ “ตวงยอมไปทำงานที่คุณย่าหญิงสั่ง เพราะตวงอยากไปสวิส แล้วก็อยากได้เงินต่างหาก ใครบอกว่าตวงไม่อยากได้ผลตอบแทนละคะ”“รายงานคุณย่าแล้ว คุณตวงจะกล
“นี่แผนคุณอีกแล้วใช่ไหมคุณเพลิง! ปล่อยตวงไปนะ ตวงไม่อยากเจอหน้าคุณ”“โธ่...”เพลิงอยากจะไปกอดร่างบางหอมกรุ่น อยากจะจูบแก้มนวลเพราะคิดถึงใจจะขาด อยากจะคุกเข่าขอร้องให้เธอเห็นใจ หากแต่สภาพร่างกายเขาก็ไม่เอื้ออำนวยนัก แล้วถ้ารอตัวเองหายก็คงอีกเดือนเต็มๆ ป่านนั้นไม่รู้ว่าตวงรักจะยิ่งโกรธเกลียดเขาไปมากกว่านี้อีกหรือเปล่า“ไม่ต้องมาโธ่ มาทำหน้าซื่อ แต่ใจคดกับตวงเลยนะ บอกยัยน้องมาเปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะ คอยดูนะออกไปได้ ตวงจะเล่นงานให้เข็ด ยัยน้องนะยัยน้อง”“ฟังผมบ้างสิครับ ผมมีเหตุผลนะ ที่หลอกคุณตวง”เพลิงว่าเสียงอ่อย พยายามทำหน้าให้น่าสงสารมากที่สุด ตวงรักกอดอก แล้วทำหน้าเชิด เธอกัดริมฝีปาก พลางส่ายหน้าช้าๆ “ไม่ต้องมาพูดหรอค่ะ ตวงไม่อยากจะฟัง คุณคงเห็นตวงหลอกง่ายสินะ ถึงหลอก...”ใบหน้านวลแดงเรื่อทันที เมื่อนึกทบทวนอะไรหลายๆ อย่าง ซึ่งเธอแน่ใจว่าเพลิงต้องแกล้งแน่นอน ทั้งแกล้งเมา แกล้งจีบสาวไม่เป็น โอ๊ย! อีตาบ้า นอกจากจะหลอกเราว่าเป็นเกย์ไม่พอ ทำให้เรากลุ้มใจเกือบตายยังมาหลอกแต๊ะอั๋งเราอีกเขากอดเธอ แถมหอมแก้มเธอไปกี่ครั้งแล้วเล่า หน็อย...ยิ่งให้อภัยไม่ได้หรอก ตวงรักกัดริมฝีปากจนเจ็บ ต