LOGIN'เขา' เจ้าของไร่ที่พ่วงมาด้วยตำแหน่งอาหนุ่ม แต่ความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย กำลังทำให้เส้นแบ่งที่เขาขีดเอาไว้ไร้ค่า เมื่อหัวใจเรียกร้องให้มองเขาเป็นมากกว่าอา
View More"เก็บของเสร็จรึยังพายลูก"
เสียงของคนเป็นพ่อเดินโผล่หน้าเข้ามาในห้องของลูกสาวเพียงคนเดียว ที่นั่งอยู่กับพื้นพลางพับเสื้อผ้าเข้ากระเป๋าเดินทางใบใหญ่ด้วยใบหน้าบูดบึ้ง "คุณพ่อ พายไม่ไปไม่ได้หรอคะ คุณพ่อกับคุณแม่ไปกันแค่สองคนก็ได้นี่นา" หญิงสาวตัวเล็กน่ารักในวัยยี่สิบเอ็ดปี ยังคงเกลี้ยกล่อมคนเป็นพ่อ ด้วยประโยคเดิมๆที่พูดมาแล้วกว่าเกือบสิบครั้งเห็นจะได้ แต่ก็ดูเหมือนความพยายามจะสูญเปล่าเหมือนครั้งก่อนๆ "ปิดเทอมทั้งที พ่อจะให้พายอยู่บ้านแค่คนเดียวได้ยังไง ไปเปิดหูเปิดตาบ้าง พ่อว่าเผลอๆ ลูกสาวพ่อต้องถูกใจไร่การุณแน่ๆ" 'อัศนัย' ยกมือขึ้นกอดอก เกลี้ยกล่อมลูกสาวกลับบ้างด้วยรอยยิ้ม ที่พูดไปเขาไม่ได้โกหกเธอสักคำ ไร่ของรุ่นน้องหนุ่มในแวดวงธุรกิจคนนี้ ชื่อเสียงเลื่องลือทั้งในและนอกประเทศ หลังจากผ่านมาหลายปี ก็จะได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียน และดูผลงานของรุ่นน้องคนสนิทเสียที "คุณพ่อคะะะ" นัยน์ตาคู่สวยหันมองคนเป็นพ่อพลางเบะปากเหมือนจะร้องไห้ แต่อัศนัยทำเพียงส่ายหัวด้วยรอยยิ้มบางๆ หันหลังเดินหนีลูกสาวตัวเองจนใบหน้าสวยบูดบึ้งหนักกว่าเดิม มือเล็กวางข้าวของลงในกระเป๋าแรงๆ ด้วยความไม่สบอารมณ์ "ปิดเทอมทั้งที ทำไมต้องไปไอ้ไร่นี่ด้วยนะ!" ถึงปากจะพูดไปแบบนั้น แต่สุดท้ายเธอก็ต้องจำใจลากกระเป๋าลวมาจากชั้นบน ทุกอย่างถูกขนขึ้นรถตู้เสร็จสรรพ รวมทั้งกระเป๋าเดินทางของเธอที่ถูกคนขับรถรีบก้าวเข้ามารับไปขึ้นรถ "มาเร็วเข้าพาย เดี๋ยวไม่ทันเที่ยวบินนะลูก" 'ชุลี' คนเป็นแม่รีบกวักมือเรียดลูกสาวขึ้นรถยิ้มๆ แม้จะนึกเอ็นดูที่ใบหน้าของคนเป็นลูกบูดบึ้ง แต่เธอก็ไม่ได้อยากปล่อยให้ลูกสาวอยู่บ้านคนเดียวตามลำพัง อย่างที่คนเขาว่ากัน ไม่ว่าลูกจะโตแค่ไหน ในสายตาพ่อแม่ก็ยังเป็นเด็กอยู่ดี "มาแล้วค่ะ" เสียงหวานเง้างอนดังขึ้น พายหอมหย่อนตัวลงนั่งขนาบข้างคนเป็นแม่ โดยคนเป็นพ่ออย่างอัศนัยนั่งอยู่อีกฝั่ง รถตู้คันหรูเคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์บ้านสุทธาธิรักษ์ ตรงดิ่งไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ และในอีกไม่กี่ชั่วโมง เธอก็จะได้เห็นสักที ว่าไอ้ไร่การุณที่พ่อกับแม่คะยั้นคะยอให้เธอไปให้ได้ มันจะวิเศษวิโสมากสักแค่ไหน 'ก็แค่ไร่องุนเก่าๆ จะมีอะไรน่าสนใจนัก' เที่ยวบินเฟิร์สคลาสที่ถูกจองไว้ ใช้เวลาเพียงชั่วโมงกว่าๆ เครื่องก็ลงจอด ครอบครัวของเธอได้รับการต้อนรับจากรุ่นน้องคนสนิทของพ่ออย่างดี เขาเตรียมทั้งคนและรถตู้คันหรูมารับ และรถก็พาตรงดิ่งไปยังไร่ทันที พสิกาก้มลงพิจารณาขนม ผลไม้ที่ปอกเปลือกมาอย่างน่าทาน และน้ำนาๆชนิดที่เตรียมเอาไว้บนรถ อย่างน้อยๆก็ถือว่าใส่ใจเธอและครอบครัวได้ไม่ขาดตกบกพร่องนัก "พาย ถ่ายรูปกันหน่อยลูกมา" ชุลีที่นั่งอยู่เบาะด้านหน้า ขนาบข้างอัศนัยเอี้ยวตัวมามองเธอด้วยรอยยิ้ม พลางมือก็ยกกล้องขึ้นเพื่อเก็บภาพความทรงจำที่มักทำเป็นปกติเมื่อต้องออกไปเที่ยวกันเป็นครอบครัว แม้จะไม่ค่อยมีความสุขกับการต้องเอาเวลาว่างมาที่เขียงใหม่ แถมยังเป็นไร่ที่ดูจะชนบท แต่พายหอมก็ไม่ได้อยากทำให้บรรยากาศตลอดทริปหลายวันนี้กร่อยเพียงเพราะเธอจนพ่อกับแม่หมดสนุก เธอยิ้มกว้าง มิงตรงไปยังกล้อง พร้อมกับเสียงชัตเตอร์ที่ดังขึ้นหลายครั้ง "ดูสิคะคุณ สวยมากเลยค่ะ แบบนี้ต้องโพสต์ลงสักหน่อย" "ดีเลย คุณแม่จะได้เห็นด้วย" พายหอมกลับเข้าสู่ใบหน้าเบื่อหน่าย น้ำเสียงจากบทสนทนาอันมีความสุขของคนเป็นพ่อกับแม่แทบไม่ได้เข้าโสตประสาทเธอเลยสักนิด เธอคว้าอบุุ่่นสีสวยเข้าปาก ก่อนจะขะงักไปเล็กน้อย "อร่อยดีจัง" รสชาติสดใหม่และควานหอมหวานที่แตกต่างจากในห้างหรูพาให้ประหลาดใจเล็กน้อย หญิงสาวใช้เวลาตลอดการเดินทางไปกับการเล่นเกมส์ และดื่มด่ำกับขนมผลไม้ที่ถูกจัดเตรียมไว้ เพื่อฆ่าเวลาอันแสนน่าเบื่อหน่าย 'พายหอม' หรือพสิกา เป็นหญิงสาววัยยี่สิบเอ็ดปี เธอเรียนอยู่ปีสามคณะบริหาร มหาลัยชื่อดังในกรุงเทพ และเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของบ้านสุทธาธิรักษ์ นี่เป็นช่วงปิดเทอมสั้นระหว่างภาคเรียนราวๆ สองอาทิตย์ ที่เธอพึ่งได้พักจากงานของมหาลัยที่ยุ่งยาก และวุ่นวาย ทั้งยังไม่แม้แต่จะได้พักให้หายเหนื่อย ก็โดนพ่อกับแม่ลากมาเชียงใหม่ซะก่อน และยังเป็นเวลาสองอาทิตย์ ที่ต้องมาพักอยู่ที่นี่พอดิบพอดี จนชวนให้เธอหงุดหงิดแทบบ้า "เชิญครับ พ่อเลี้ยงรออยู่ในบ้านแล้วครับ" คนขับรถรีบวิ่งมาเปิดประตู เชื้อเชิญให้ทั้งสามคนลงจากรถ พายหอมเดินลงพร้อมกับหรี่ตาเข้าหากันเล็กน้อย เมื่อแสงแดดอุ่นๆ สาดส่องเข้ามาปะทะกับร่างของเธอ นัยน์ตาคู่สวยกวาดมองรอบตัว ไร่การุณนี้ดูเหมือนจะใหญ่จนสายตาเล็กๆ ของเธอมองได้ไม่หมด ต้นไม้นานาพันธุ์ ดอกไม้หลากสีสัน และถนนที่ยังเป็นดินอยู่ ทำเอาคนตัวเล็กพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ สวย อากาศดีแล้วยังไง ในเมื่อความสะดวกสบาย ดูยังจะเข้าไม่ถึงนัก "ไปเถอะลูกไป" ชุลีพยุงไหล่ของลูกสาว พร้อมกับดันเข้าไปยังบ้านไม้หลังมหึมาตรงหน้า หญิงสาวชะงักไปเล็กน้อย ไม่คิดว่าบ้านจะใหญ่ได้ขนาดนี้ แถมยังดูใหม่และทันสมัย จนทำให้บริเวณโดยรอบดูดีขึ้นมาถนัดตา "พี่นัย" น้ำเสียงแกร่งของใครบางคนเรียกออกมาจากในตัวบ้าน สายตาของอัศนัย ชุลี และพายหอมรีบหันไปมองตามเสียง พร้อมกับใบหน้าสวยที่นิ่งงันไปเล็กน้อย ดวงตาสวยของเธอวาววับ พลางมองคนตัวโตที่ยืนยิ้มบางๆ อยู่บนระเบียงชั้นสองของตัวบ้านตาไม่กระพริบ "ภพ!" อัศนัยยิ้มกว้าง โบกมือทักทายรุ่นน้องหนุ่มคนสนิทด้วยท่าทีสนิทสนม เจ้าของไร่อย่างการุุณภพรีบเดินลงมาด้านล่าง เพื่อต้อนรับจับสู้ครอบครัวสุทธาธิรักษ์ด้วยรอยยิ้มทันที "สบายดีนะครับ" อัศนัยและการุณภพสวมกอดกันเล็กน้อย "สบายดีมาก" อัศนัยตบแผ่นหลังของรุ่นน้องหนุ่มเบาๆ ก่อนทั้งสองคนจะผละออกจากกัน การุณภพหันไปยิ้มทักทายชุลี และสวมกอดเธอเบาๆ "พี่ชุสบายดีนะครับ" "สบายดีมากจ้ะ ภพล่ะ?" ชุลีสวมกอดตอบ ก่อนจะผละออกช้าๆ "ผมสบายดีครับ ไม่เจอกันตั้งนาน ยังสวยหล่อกันเหมือนเดิมเลยนะครับ" การุณภพพูดเย้าด้วยรอยยิ้มเล็กๆ ชุลีเองก็ยิ้มออกมา เธอพิจารณาร่างกำยำของรุ่นน้องที่ล่าสุดเจอกันเมื่อสองปีก่อนยังถือว่าตัวไม่หนา ไม่ล่ำสันถึงขนาดนี้ "สาวที่ไหนหักอกน้องพี่รึเปล่าเนี่ย ถึงได้ออกกำลังกายจนกล้ามโตแบบนี้" เห็นภรรยาพูดแบบนั้น สามีอย่างอัศนัยก็พยักหน้าเห็นด้วย เขาเอื้อมมือไปจับลำแขนล่ำสันของรุ่นน้องหนุ่มด้วยความประหลาดใจ เพียงแค่สองปี การุณภพก็เปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้ "ถ้ามีก็ดีสิครับ คุณแม่จะได้เลิกคะยั้นคะยอให้ผมแต่งงานสักที" การุณภพยิิ้มเบื่อหน่าย พลางส่ายหัว คิดไปถึงคนเป็นแม่ที่มักจะนัดพบหญิงสาวให้เขามากหน้าหลายตา ตลอดระยะเวลาที่กลับมาอยู่ไทย และเริ่มทำงานในตำแหน่งพ่อเลี้ยงไร่การุณ จนเขาเบื่อจะแย่ "ไม่เอาน่า คุณนายผกาท่านหวังดี อยากเห็นลูกชายเป็นฝั่งเป็นฝาก็เท่านั้น" การุณภพส่ายหัวกับคำของรุ่นพี่ ก่อนนัยน์ตาคู่คมจะปะทะเข้ากับหญิงสาวหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ที่ยืนขนาบข้างชุลีอยู่ "อ้อ นี่ลูกสาวพี่เอง พสิกา แต่ก่่อนไม่มีโอกาสพามารู้จัก วันนี้ได้ฤกษ์สักที เจ้าตัวเค้าปิดเทอมแล้ว" เมื่อใบหน้าคมของพ่อเลี้ยงหนุ่มดูสงสัยใคร่รู้ในตัวเด็กสาว คนเป็นแม่ก็รีบแนะนำลูกสาวให้การุณภพรู้จักมัดจี่ทันที "สวัสดีค่ะอาภพ พายหอมค่ะ" พสิกายกมือไหว้อาหนุ่มด้วยรอยยิ้มหวาน นัยน์ตาคู่สวยเป็นประกายแวววาว จนพ่อเลี้ยงหนุ่มนิ่งงันไปเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็พยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มบางๆ "สวัสดี โตมาสวยเชียว คงได้คนเป็นแม่มาเยอะนะครับ" ประโยคหลังเขาหันไปพูดกับชุลี จนเสียงหัวเราะดังลั่นไปทั่วบริเวณหน้าบ้าน การุณภพเชื้อเชิญอัศนัยและชุลีขึ้นไปยังบ้านชั้นสอง ที่เขาได้เตรียมการต้อนรับเอาไว้เป็นอย่างดี ส่วนหญิงสาวที่ยืนนิ่งอยู่ทำเพียงมองตามแผ่นหลังของคนเป็นพ่อและแม่ ที่เดินตามพ่อเลี้ยงหนุ่มเข้าไปในไร่ด้วยนัยน์ตาคู่สวยที่หรี่ลงเล็กน้อย 'เขาไม่ให้ความสำคัญเธอสักนิด' รอยยิ้มกับคำชมตามมารยาทนั่น เด็กอมมือก็ดูออก ว่าไม่ได้ชมจากใจจริง จริงอยู่ที่พ่อเลี้ยงหนุ่มเป็นคนรูปหล่อ ร่างกายสูงใหญ่กำยำ ตัวแน่นไปด้วยมัดกล้าม แต่ก็ต้องพูดกันตามตรง ว่าการที่เขาเมินเฉยกับเด็กสาวที่เป็นถึงดาวคณะ ทำเอาเธอเสียเซลฟ์ไปมากทีเดียว "เชอะ พายก็ไม่ได้สนใจอานักหรอค่ะ แบร่!"การุณภพมองแม่หลานสาวเอาแต่ใจ ที่เดินนำหน้าเขาขึ้นไปด้านบนบ้านด้วยสีหน้าที่เหมือนจะแอบไม่พอใจเขาอยู่หน่อยๆ ที่โดนบังคับให้กินผักจากมื้อเย็นที่พึ่งผ่านไปหยกๆ"เดี๋ยว"เขารั้งร่างเล็กตรงหน้าที่กำลังตรงไปยังห้องของตัวเองไว้ เธอจึงหันมาประจันหน้ากับอาหนุ่ม"อะไรอีกคะ"เสียงเนือยของเธอถามขึ้น เหมือนจะเบื่อเขาเต็มทน แม้แต่หน้าก็ไม่แม้แต่จะหันมองด้วยซ้ำ ซึ่งนั่นมันก็ทำเอาคนที่เคร่งทั้งเรื่องมารยาท และการแสดงออกอย่างการุณภพ พยายามทำความเข้าใจกับเด็กสาวตรงหน้าอย่างใจเย็น"อยู่ที่นี่อาบน้ำให้เร็วหน่อย ห้องน้ำอยู่มุมนั้น ห้องส้วมอยู่อีกมุม"พสิกามองตามสายตาของเขา ก่อนจะพบว่าห้องน้ำนั้นอยู่ห่างจากห้องเธอเพียงเล็กน้อย และยังอยู่บนชั้นสอง ถือว่าสะดวกมากทีเดียว ทั้งที่ภาพในหัวของเธอก่อนจะมาที่ไร่การุณนี้ ยังคิดว่าต้องเดินไปที่มืดๆ ตักน้ำใส่ตุ่มเองเหมือนในละครหลังข่าวที่เคยดูด้วยซ้ำ"ตอนดึกอากาศหนาว อายังไม่ได้ซ่อมเครื่องทำน้ำอุ่น รีบอาบหน่อยก็ดี"หญิงสาวพยักหน้ารับหงึกหงัก รับทราบสิ่งที่อาหนุ่มบอกอย่างว่าง่าย"ส่วนห้องอาอยู่ตรงนั้น มีอะไรก็เรียก""เข้าใจแล้วค่ะอา ขอบคุณค่ะ"ว่าจบร่างเล็กก็หันหลังเดิ
'การุณภพ' เป็นเจ้าของไร่องุ่นใหญ่ในเมืองเชียงใหม่ ในช่วงอายุของชายหนุ่มวัยกลัดมันสามสิบห้าปีเศษ เขาทุ่มเททั้งชีวิตให้กับงาน งาน และงาน จนไม่มีใครในเมืองเชียงใหม่ที่ไม่รู้จักพ่อเลี้ยงการุณภพ หรือพ่อเลี้ยงภพ เขาทำตัวเหมือนถือศีลอยู่ตลอดเวลา ไม่เคยควงผู้หญิงที่ไหนเข้าไร่แม้แต่คนเดียว ถึงขนาดหยอกล้อกันขำขันในหมู่คนรู้จัก ว่าแม้แต่ม้าตัวเมียก็คงไม่พ้นมีป้ายห้ามเข้าติดหราอยู่หน้าไร่จะมีก็เพียงแต่คนเป็นแม่อย่างคุณนาย 'คำผกา' ที่คะยั้นคะยอให้ลูกชายลงหลักปักฐานอยู่ไม่เว้นวัน เที่ยวเฟ้นหาหญิงสาวหน้าตาสะสวย ฐานะเพียบพร้อมมาประเคนให้ลูกชายถึงไร่ แต่ก็ไม่พ้นโดนการุณภพไล่ตะเพิดไปคนละทิศละทาง จนหาทางออกจากไร่แทบไม่เจอ"ไร่สวยนะภพ รู้แบบนี้คงจะหาเวลาว่างพาคุณชุมาเที่ยวตั้งนานแล้ว"อัศนัยทอดสายตามองไร่ขนาดใหญ่สุดลูกหูลูกตา เห็นว่าเป็นไร่องุ่น แต่แม้แต่ที่นั่งกันอยู่บนชั้นสองของบ้านไม้สวยนี้ เขาก็ยังไม่ยักจะเห็นแปลงองุ่นสักแปลง นั่นหมายความว่าไร่แห่งนี่คงกินพื้นที่ไปไกลสุดลูกหูลูกตา"จริงๆ ผมพึ่งมารับช่วงต่อจากคุณพ่อไม่กี่ปีมานี้เองครับ ท่านเกษียณไปอยู่บ้านกับคุณแม่ ไร่ก็เลยต้องบูรณะใหม่หลายอย่าง แม้
"เก็บของเสร็จรึยังพายลูก"เสียงของคนเป็นพ่อเดินโผล่หน้าเข้ามาในห้องของลูกสาวเพียงคนเดียว ที่นั่งอยู่กับพื้นพลางพับเสื้อผ้าเข้ากระเป๋าเดินทางใบใหญ่ด้วยใบหน้าบูดบึ้ง"คุณพ่อ พายไม่ไปไม่ได้หรอคะ คุณพ่อกับคุณแม่ไปกันแค่สองคนก็ได้นี่นา"หญิงสาวตัวเล็กน่ารักในวัยยี่สิบเอ็ดปี ยังคงเกลี้ยกล่อมคนเป็นพ่อ ด้วยประโยคเดิมๆที่พูดมาแล้วกว่าเกือบสิบครั้งเห็นจะได้ แต่ก็ดูเหมือนความพยายามจะสูญเปล่าเหมือนครั้งก่อนๆ"ปิดเทอมทั้งที พ่อจะให้พายอยู่บ้านแค่คนเดียวได้ยังไง ไปเปิดหูเปิดตาบ้าง พ่อว่าเผลอๆ ลูกสาวพ่อต้องถูกใจไร่การุณแน่ๆ"'อัศนัย' ยกมือขึ้นกอดอก เกลี้ยกล่อมลูกสาวกลับบ้างด้วยรอยยิ้ม ที่พูดไปเขาไม่ได้โกหกเธอสักคำ ไร่ของรุ่นน้องหนุ่มในแวดวงธุรกิจคนนี้ ชื่อเสียงเลื่องลือทั้งในและนอกประเทศ หลังจากผ่านมาหลายปี ก็จะได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียน และดูผลงานของรุ่นน้องคนสนิทเสียที"คุณพ่อคะะะ"นัยน์ตาคู่สวยหันมองคนเป็นพ่อพลางเบะปากเหมือนจะร้องไห้ แต่อัศนัยทำเพียงส่ายหัวด้วยรอยยิ้มบางๆ หันหลังเดินหนีลูกสาวตัวเองจนใบหน้าสวยบูดบึ้งหนักกว่าเดิม มือเล็กวางข้าวของลงในกระเป๋าแรงๆ ด้วยความไม่สบอารมณ์"ปิดเทอมทั้งที ทำไม





