ยั่วรักคุณอาคนดุ

ยั่วรักคุณอาคนดุ

last updateLast Updated : 2026-05-22
By:  KhunRaFahOngoing
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
78Chapters
1.3Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

'เขา' เจ้าของไร่ที่พ่วงมาด้วยตำแหน่งอาหนุ่ม แต่ความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย กำลังทำให้เส้นแบ่งที่เขาขีดเอาไว้ไร้ค่า เมื่อหัวใจเรียกร้องให้มองเขาเป็นมากกว่าอา

View More

Chapter 1

บทที่ 1 ไร่บ้านนอก พายขอบาย

"เก็บของเสร็จรึยังพายลูก"

เสียงของคนเป็นพ่อเดินโผล่หน้าเข้ามาในห้องของลูกสาวเพียงคนเดียว ที่นั่งอยู่กับพื้นพลางพับเสื้อผ้าเข้ากระเป๋าเดินทางใบใหญ่ด้วยใบหน้าบูดบึ้ง

"คุณพ่อ พายไม่ไปไม่ได้หรอคะ คุณพ่อกับคุณแม่ไปกันแค่สองคนก็ได้นี่นา"

หญิงสาวตัวเล็กน่ารักในวัยยี่สิบเอ็ดปี ยังคงเกลี้ยกล่อมคนเป็นพ่อ ด้วยประโยคเดิมๆที่พูดมาแล้วกว่าเกือบสิบครั้งเห็นจะได้ แต่ก็ดูเหมือนความพยายามจะสูญเปล่าเหมือนครั้งก่อนๆ

"ปิดเทอมทั้งที พ่อจะให้พายอยู่บ้านแค่คนเดียวได้ยังไง ไปเปิดหูเปิดตาบ้าง พ่อว่าเผลอๆ ลูกสาวพ่อต้องถูกใจไร่การุณแน่ๆ"

'อัศนัย' ยกมือขึ้นกอดอก เกลี้ยกล่อมลูกสาวกลับบ้างด้วยรอยยิ้ม ที่พูดไปเขาไม่ได้โกหกเธอสักคำ ไร่ของรุ่นน้องหนุ่มในแวดวงธุรกิจคนนี้ ชื่อเสียงเลื่องลือทั้งในและนอกประเทศ หลังจากผ่านมาหลายปี ก็จะได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียน และดูผลงานของรุ่นน้องคนสนิทเสียที

"คุณพ่อคะะะ"

นัยน์ตาคู่สวยหันมองคนเป็นพ่อพลางเบะปากเหมือนจะร้องไห้ แต่อัศนัยทำเพียงส่ายหัวด้วยรอยยิ้มบางๆ หันหลังเดินหนีลูกสาวตัวเองจนใบหน้าสวยบูดบึ้งหนักกว่าเดิม มือเล็กวางข้าวของลงในกระเป๋าแรงๆ ด้วยความไม่สบอารมณ์

"ปิดเทอมทั้งที ทำไมต้องไปไอ้ไร่นี่ด้วยนะ!"

ถึงปากจะพูดไปแบบนั้น แต่สุดท้ายเธอก็ต้องจำใจลากกระเป๋าลวมาจากชั้นบน ทุกอย่างถูกขนขึ้นรถตู้เสร็จสรรพ รวมทั้งกระเป๋าเดินทางของเธอที่ถูกคนขับรถรีบก้าวเข้ามารับไปขึ้นรถ

"มาเร็วเข้าพาย เดี๋ยวไม่ทันเที่ยวบินนะลูก"

'ชุลี' คนเป็นแม่รีบกวักมือเรียดลูกสาวขึ้นรถยิ้มๆ แม้จะนึกเอ็นดูที่ใบหน้าของคนเป็นลูกบูดบึ้ง แต่เธอก็ไม่ได้อยากปล่อยให้ลูกสาวอยู่บ้านคนเดียวตามลำพัง อย่างที่คนเขาว่ากัน ไม่ว่าลูกจะโตแค่ไหน ในสายตาพ่อแม่ก็ยังเป็นเด็กอยู่ดี

"มาแล้วค่ะ"

เสียงหวานเง้างอนดังขึ้น พายหอมหย่อนตัวลงนั่งขนาบข้างคนเป็นแม่ โดยคนเป็นพ่ออย่างอัศนัยนั่งอยู่อีกฝั่ง

รถตู้คันหรูเคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์บ้านสุทธาธิรักษ์ ตรงดิ่งไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ และในอีกไม่กี่ชั่วโมง เธอก็จะได้เห็นสักที ว่าไอ้ไร่การุณที่พ่อกับแม่คะยั้นคะยอให้เธอไปให้ได้ มันจะวิเศษวิโสมากสักแค่ไหน

'ก็แค่ไร่องุนเก่าๆ จะมีอะไรน่าสนใจนัก'

เที่ยวบินเฟิร์สคลาสที่ถูกจองไว้ ใช้เวลาเพียงชั่วโมงกว่าๆ เครื่องก็ลงจอด ครอบครัวของเธอได้รับการต้อนรับจากรุ่นน้องคนสนิทของพ่ออย่างดี เขาเตรียมทั้งคนและรถตู้คันหรูมารับ และรถก็พาตรงดิ่งไปยังไร่ทันที

พสิกาก้มลงพิจารณาขนม ผลไม้ที่ปอกเปลือกมาอย่างน่าทาน และน้ำนาๆชนิดที่เตรียมเอาไว้บนรถ อย่างน้อยๆก็ถือว่าใส่ใจเธอและครอบครัวได้ไม่ขาดตกบกพร่องนัก 

"พาย ถ่ายรูปกันหน่อยลูกมา"

ชุลีที่นั่งอยู่เบาะด้านหน้า ขนาบข้างอัศนัยเอี้ยวตัวมามองเธอด้วยรอยยิ้ม พลางมือก็ยกกล้องขึ้นเพื่อเก็บภาพความทรงจำที่มักทำเป็นปกติเมื่อต้องออกไปเที่ยวกันเป็นครอบครัว

แม้จะไม่ค่อยมีความสุขกับการต้องเอาเวลาว่างมาที่เขียงใหม่ แถมยังเป็นไร่ที่ดูจะชนบท แต่พายหอมก็ไม่ได้อยากทำให้บรรยากาศตลอดทริปหลายวันนี้กร่อยเพียงเพราะเธอจนพ่อกับแม่หมดสนุก เธอยิ้มกว้าง มิงตรงไปยังกล้อง พร้อมกับเสียงชัตเตอร์ที่ดังขึ้นหลายครั้ง 

"ดูสิคะคุณ สวยมากเลยค่ะ แบบนี้ต้องโพสต์ลงสักหน่อย"

"ดีเลย คุณแม่จะได้เห็นด้วย"

พายหอมกลับเข้าสู่ใบหน้าเบื่อหน่าย น้ำเสียงจากบทสนทนาอันมีความสุขของคนเป็นพ่อกับแม่แทบไม่ได้เข้าโสตประสาทเธอเลยสักนิด เธอคว้าอบุุ่่นสีสวยเข้าปาก ก่อนจะขะงักไปเล็กน้อย

"อร่อยดีจัง"

รสชาติสดใหม่และควานหอมหวานที่แตกต่างจากในห้างหรูพาให้ประหลาดใจเล็กน้อย หญิงสาวใช้เวลาตลอดการเดินทางไปกับการเล่นเกมส์ และดื่มด่ำกับขนมผลไม้ที่ถูกจัดเตรียมไว้ เพื่อฆ่าเวลาอันแสนน่าเบื่อหน่าย

'พายหอม' หรือพสิกา เป็นหญิงสาววัยยี่สิบเอ็ดปี เธอเรียนอยู่ปีสามคณะบริหาร มหาลัยชื่อดังในกรุงเทพ และเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของบ้านสุทธาธิรักษ์ นี่เป็นช่วงปิดเทอมสั้นระหว่างภาคเรียนราวๆ สองอาทิตย์ ที่เธอพึ่งได้พักจากงานของมหาลัยที่ยุ่งยาก และวุ่นวาย ทั้งยังไม่แม้แต่จะได้พักให้หายเหนื่อย ก็โดนพ่อกับแม่ลากมาเชียงใหม่ซะก่อน และยังเป็นเวลาสองอาทิตย์ ที่ต้องมาพักอยู่ที่นี่พอดิบพอดี จนชวนให้เธอหงุดหงิดแทบบ้า

"เชิญครับ พ่อเลี้ยงรออยู่ในบ้านแล้วครับ"

คนขับรถรีบวิ่งมาเปิดประตู เชื้อเชิญให้ทั้งสามคนลงจากรถ พายหอมเดินลงพร้อมกับหรี่ตาเข้าหากันเล็กน้อย เมื่อแสงแดดอุ่นๆ สาดส่องเข้ามาปะทะกับร่างของเธอ นัยน์ตาคู่สวยกวาดมองรอบตัว 

ไร่การุณนี้ดูเหมือนจะใหญ่จนสายตาเล็กๆ ของเธอมองได้ไม่หมด ต้นไม้นานาพันธุ์ ดอกไม้หลากสีสัน และถนนที่ยังเป็นดินอยู่ ทำเอาคนตัวเล็กพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ สวย อากาศดีแล้วยังไง ในเมื่อความสะดวกสบาย ดูยังจะเข้าไม่ถึงนัก

"ไปเถอะลูกไป"

ชุลีพยุงไหล่ของลูกสาว พร้อมกับดันเข้าไปยังบ้านไม้หลังมหึมาตรงหน้า หญิงสาวชะงักไปเล็กน้อย ไม่คิดว่าบ้านจะใหญ่ได้ขนาดนี้ แถมยังดูใหม่และทันสมัย จนทำให้บริเวณโดยรอบดูดีขึ้นมาถนัดตา

"พี่นัย"

น้ำเสียงแกร่งของใครบางคนเรียกออกมาจากในตัวบ้าน สายตาของอัศนัย ชุลี และพายหอมรีบหันไปมองตามเสียง พร้อมกับใบหน้าสวยที่นิ่งงันไปเล็กน้อย ดวงตาสวยของเธอวาววับ พลางมองคนตัวโตที่ยืนยิ้มบางๆ อยู่บนระเบียงชั้นสองของตัวบ้านตาไม่กระพริบ

"ภพ!"

อัศนัยยิ้มกว้าง โบกมือทักทายรุ่นน้องหนุ่มคนสนิทด้วยท่าทีสนิทสนม เจ้าของไร่อย่างการุุณภพรีบเดินลงมาด้านล่าง เพื่อต้อนรับจับสู้ครอบครัวสุทธาธิรักษ์ด้วยรอยยิ้มทันที

"สบายดีนะครับ"

อัศนัยและการุณภพสวมกอดกันเล็กน้อย

"สบายดีมาก"

อัศนัยตบแผ่นหลังของรุ่นน้องหนุ่มเบาๆ ก่อนทั้งสองคนจะผละออกจากกัน การุณภพหันไปยิ้มทักทายชุลี และสวมกอดเธอเบาๆ

"พี่ชุสบายดีนะครับ"

"สบายดีมากจ้ะ ภพล่ะ?"

ชุลีสวมกอดตอบ ก่อนจะผละออกช้าๆ 

"ผมสบายดีครับ ไม่เจอกันตั้งนาน ยังสวยหล่อกันเหมือนเดิมเลยนะครับ"

การุณภพพูดเย้าด้วยรอยยิ้มเล็กๆ ชุลีเองก็ยิ้มออกมา เธอพิจารณาร่างกำยำของรุ่นน้องที่ล่าสุดเจอกันเมื่อสองปีก่อนยังถือว่าตัวไม่หนา ไม่ล่ำสันถึงขนาดนี้ 

"สาวที่ไหนหักอกน้องพี่รึเปล่าเนี่ย ถึงได้ออกกำลังกายจนกล้ามโตแบบนี้"

เห็นภรรยาพูดแบบนั้น สามีอย่างอัศนัยก็พยักหน้าเห็นด้วย เขาเอื้อมมือไปจับลำแขนล่ำสันของรุ่นน้องหนุ่มด้วยความประหลาดใจ เพียงแค่สองปี การุณภพก็เปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้

"ถ้ามีก็ดีสิครับ คุณแม่จะได้เลิกคะยั้นคะยอให้ผมแต่งงานสักที"

การุณภพยิิ้มเบื่อหน่าย พลางส่ายหัว คิดไปถึงคนเป็นแม่ที่มักจะนัดพบหญิงสาวให้เขามากหน้าหลายตา ตลอดระยะเวลาที่กลับมาอยู่ไทย และเริ่มทำงานในตำแหน่งพ่อเลี้ยงไร่การุณ จนเขาเบื่อจะแย่

"ไม่เอาน่า คุณนายผกาท่านหวังดี อยากเห็นลูกชายเป็นฝั่งเป็นฝาก็เท่านั้น"

การุณภพส่ายหัวกับคำของรุ่นพี่ ก่อนนัยน์ตาคู่คมจะปะทะเข้ากับหญิงสาวหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ที่ยืนขนาบข้างชุลีอยู่

"อ้อ นี่ลูกสาวพี่เอง พสิกา แต่ก่่อนไม่มีโอกาสพามารู้จัก วันนี้ได้ฤกษ์สักที เจ้าตัวเค้าปิดเทอมแล้ว"

เมื่อใบหน้าคมของพ่อเลี้ยงหนุ่มดูสงสัยใคร่รู้ในตัวเด็กสาว คนเป็นแม่ก็รีบแนะนำลูกสาวให้การุณภพรู้จักมัดจี่ทันที

"สวัสดีค่ะอาภพ พายหอมค่ะ"

พสิกายกมือไหว้อาหนุ่มด้วยรอยยิ้มหวาน นัยน์ตาคู่สวยเป็นประกายแวววาว จนพ่อเลี้ยงหนุ่มนิ่งงันไปเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็พยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มบางๆ

"สวัสดี โตมาสวยเชียว คงได้คนเป็นแม่มาเยอะนะครับ"

ประโยคหลังเขาหันไปพูดกับชุลี จนเสียงหัวเราะดังลั่นไปทั่วบริเวณหน้าบ้าน การุณภพเชื้อเชิญอัศนัยและชุลีขึ้นไปยังบ้านชั้นสอง ที่เขาได้เตรียมการต้อนรับเอาไว้เป็นอย่างดี 

ส่วนหญิงสาวที่ยืนนิ่งอยู่ทำเพียงมองตามแผ่นหลังของคนเป็นพ่อและแม่ ที่เดินตามพ่อเลี้ยงหนุ่มเข้าไปในไร่ด้วยนัยน์ตาคู่สวยที่หรี่ลงเล็กน้อย

'เขาไม่ให้ความสำคัญเธอสักนิด'

รอยยิ้มกับคำชมตามมารยาทนั่น เด็กอมมือก็ดูออก ว่าไม่ได้ชมจากใจจริง 

จริงอยู่ที่พ่อเลี้ยงหนุ่มเป็นคนรูปหล่อ ร่างกายสูงใหญ่กำยำ ตัวแน่นไปด้วยมัดกล้าม แต่ก็ต้องพูดกันตามตรง ว่าการที่เขาเมินเฉยกับเด็กสาวที่เป็นถึงดาวคณะ ทำเอาเธอเสียเซลฟ์ไปมากทีเดียว

"เชอะ พายก็ไม่ได้สนใจอานักหรอค่ะ แบร่!"

 

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
78 Chapters
บทที่ 1 ไร่บ้านนอก พายขอบาย
"เก็บของเสร็จรึยังพายลูก"เสียงของคนเป็นพ่อเดินโผล่หน้าเข้ามาในห้องของลูกสาวเพียงคนเดียว ที่นั่งอยู่กับพื้นพลางพับเสื้อผ้าเข้ากระเป๋าเดินทางใบใหญ่ด้วยใบหน้าบูดบึ้ง"คุณพ่อ พายไม่ไปไม่ได้หรอคะ คุณพ่อกับคุณแม่ไปกันแค่สองคนก็ได้นี่นา"หญิงสาวตัวเล็กน่ารักในวัยยี่สิบเอ็ดปี ยังคงเกลี้ยกล่อมคนเป็นพ่อ ด้วยประโยคเดิมๆที่พูดมาแล้วกว่าเกือบสิบครั้งเห็นจะได้ แต่ก็ดูเหมือนความพยายามจะสูญเปล่าเหมือนครั้งก่อนๆ"ปิดเทอมทั้งที พ่อจะให้พายอยู่บ้านแค่คนเดียวได้ยังไง ไปเปิดหูเปิดตาบ้าง พ่อว่าเผลอๆ ลูกสาวพ่อต้องถูกใจไร่การุณแน่ๆ"'อัศนัย' ยกมือขึ้นกอดอก เกลี้ยกล่อมลูกสาวกลับบ้างด้วยรอยยิ้ม ที่พูดไปเขาไม่ได้โกหกเธอสักคำ ไร่ของรุ่นน้องหนุ่มในแวดวงธุรกิจคนนี้ ชื่อเสียงเลื่องลือทั้งในและนอกประเทศ หลังจากผ่านมาหลายปี ก็จะได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียน และดูผลงานของรุ่นน้องคนสนิทเสียที"คุณพ่อคะะะ"นัยน์ตาคู่สวยหันมองคนเป็นพ่อพลางเบะปากเหมือนจะร้องไห้ แต่อัศนัยทำเพียงส่ายหัวด้วยรอยยิ้มบางๆ หันหลังเดินหนีลูกสาวตัวเองจนใบหน้าสวยบูดบึ้งหนักกว่าเดิม มือเล็กวางข้าวของลงในกระเป๋าแรงๆ ด้วยความไม่สบอารมณ์"ปิดเทอมทั้งที ทำไม
Read more
บทที่ 2 โดนบังคับอยู่ร่ำไป
'การุณภพ' เป็นเจ้าของไร่องุ่นใหญ่ในเมืองเชียงใหม่ ในช่วงอายุของชายหนุ่มวัยกลัดมันสามสิบห้าปีเศษ เขาทุ่มเททั้งชีวิตให้กับงาน งาน และงาน จนไม่มีใครในเมืองเชียงใหม่ที่ไม่รู้จักพ่อเลี้ยงการุณภพ หรือพ่อเลี้ยงภพ เขาทำตัวเหมือนถือศีลอยู่ตลอดเวลา ไม่เคยควงผู้หญิงที่ไหนเข้าไร่แม้แต่คนเดียว ถึงขนาดหยอกล้อกันขำขันในหมู่คนรู้จัก ว่าแม้แต่ม้าตัวเมียก็คงไม่พ้นมีป้ายห้ามเข้าติดหราอยู่หน้าไร่จะมีก็เพียงแต่คนเป็นแม่อย่างคุณนาย 'คำผกา' ที่คะยั้นคะยอให้ลูกชายลงหลักปักฐานอยู่ไม่เว้นวัน เที่ยวเฟ้นหาหญิงสาวหน้าตาสะสวย ฐานะเพียบพร้อมมาประเคนให้ลูกชายถึงไร่ แต่ก็ไม่พ้นโดนการุณภพไล่ตะเพิดไปคนละทิศละทาง จนหาทางออกจากไร่แทบไม่เจอ"ไร่สวยนะภพ รู้แบบนี้คงจะหาเวลาว่างพาคุณชุมาเที่ยวตั้งนานแล้ว"อัศนัยทอดสายตามองไร่ขนาดใหญ่สุดลูกหูลูกตา เห็นว่าเป็นไร่องุ่น แต่แม้แต่ที่นั่งกันอยู่บนชั้นสองของบ้านไม้สวยนี้ เขาก็ยังไม่ยักจะเห็นแปลงองุ่นสักแปลง นั่นหมายความว่าไร่แห่งนี่คงกินพื้นที่ไปไกลสุดลูกหูลูกตา"จริงๆ ผมพึ่งมารับช่วงต่อจากคุณพ่อไม่กี่ปีมานี้เองครับ ท่านเกษียณไปอยู่บ้านกับคุณแม่ ไร่ก็เลยต้องบูรณะใหม่หลายอย่าง แม้
Read more
บทที่ 3 แฟนใหม่ของพสิกา
การุณภพมองแม่หลานสาวเอาแต่ใจ ที่เดินนำหน้าเขาขึ้นไปด้านบนบ้านด้วยสีหน้าที่เหมือนจะแอบไม่พอใจเขาอยู่หน่อยๆ ที่โดนบังคับให้กินผักจากมื้อเย็นที่พึ่งผ่านไปหยกๆ"เดี๋ยว"เขารั้งร่างเล็กตรงหน้าที่กำลังตรงไปยังห้องของตัวเองไว้ เธอจึงหันมาประจันหน้ากับอาหนุ่ม"อะไรอีกคะ"เสียงเนือยของเธอถามขึ้น เหมือนจะเบื่อเขาเต็มทน แม้แต่หน้าก็ไม่แม้แต่จะหันมองด้วยซ้ำ ซึ่งนั่นมันก็ทำเอาคนที่เคร่งทั้งเรื่องมารยาท และการแสดงออกอย่างการุณภพ พยายามทำความเข้าใจกับเด็กสาวตรงหน้าอย่างใจเย็น"อยู่ที่นี่อาบน้ำให้เร็วหน่อย ห้องน้ำอยู่มุมนั้น ห้องส้วมอยู่อีกมุม"พสิกามองตามสายตาของเขา ก่อนจะพบว่าห้องน้ำนั้นอยู่ห่างจากห้องเธอเพียงเล็กน้อย และยังอยู่บนชั้นสอง ถือว่าสะดวกมากทีเดียว ทั้งที่ภาพในหัวของเธอก่อนจะมาที่ไร่การุณนี้ ยังคิดว่าต้องเดินไปที่มืดๆ ตักน้ำใส่ตุ่มเองเหมือนในละครหลังข่าวที่เคยดูด้วยซ้ำ"ตอนดึกอากาศหนาว อายังไม่ได้ซ่อมเครื่องทำน้ำอุ่น รีบอาบหน่อยก็ดี"หญิงสาวพยักหน้ารับหงึกหงัก รับทราบสิ่งที่อาหนุ่มบอกอย่างว่าง่าย"ส่วนห้องอาอยู่ตรงนั้น มีอะไรก็เรียก""เข้าใจแล้วค่ะอา ขอบคุณค่ะ"ว่าจบร่างเล็กก็หันหลังเดิ
Read more
บทที่ 4 คุณหนูเมืองกรุง กับพ่อเลี้ยงฝุ่นคลุ้งคนไร่
"อือ...."คนที่นอนหลับอยู่บนเตียงใหญ่พลิกตัวไปมาเล็กน้อย เมื่อแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ยามอรุณ กระทบกับเปลือกตา จนพาให้ต้องเบ้หน้าลงเล็กน้อยหญิงสาวตื่นขึ้นมาด้วยร่างกายที่เหมือนจะสดชื่น น่าจะเป็นเหตุมาจากการนอนที่เต็มอิ่ม ไม่เหมือนเมื่อครั้งอยู่เมืองกรุง ที่ส่วนมากจะใช้เวลาไปกับการปั่นงานมหาลัย และการคุยกับเพื่อนซะส่วนใหญ่เมื่อมองเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์ ก็พบว่าเป็นเวลาแปดโมงกว่าแล้ว และสำหรับวันหยุด นี่เป็นเวลาที่ค่อนข้างเช้ามากสำหรับเธอเลยทีเดียว "อาภพไปไหนของเค้านะ"เด็กสาวหันซ้ายทีขวาที แม้จะลงมาด้านล่างเดินไปทั่ว ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของอาหนุ่มที่ควรจะอยู่ในละแวกบ้าน "ว้าย!"พสิการ้องตกใจ ยกมือขึ้นทาบอก อาหนุ่มที่อยู่ดีๆ โผล่ออกมามุมอับสายตาทางด้านหลัง ไม่ให้ซุ่มให้เสียง พาให้เธอตกใจจนแทบล้มลงไปกับพื้น"อา พายตกใจนะคะ"เธอพูดเหมือนโทษเขา ที่อยู่ดีๆ ก็โผล่ออกมาทำเธอตกใจลมแทบจับ"ทำไม คิดว่าผีจะโผล่มาตอนสายแบบนี้รึไง"การุณภพถามเสียงเรียบ พลางเดินผ่านเธอหย่อนตัวนั่งลงบนโต๊ะใหญ่ จนพสิกาต้องเบะปาก ยกมือขึ้นกอดอกมองตามหลังคนตัวโต"สายอะไรกันคะ เช้าจนตาพายจะเปิดไม่ไหวเเล้ว"เธอเดินไปนั่งลง
Read more
บทที่ 5 จงใจแกล้ง หรือ ตั้งใจแกล้ง
ในอดีต ไร่การุณเป็นไร่ที่ถูกดูแลโดยพ่อของการุณภพอย่างที่ทราบกัน ระบบระเบียบการดูแลของพ่อกับลูกก็ต่างกันโดยสิ้นเชิง คุณคริสโตเฟอร์ผู้เป็นพ่อนั้นเรียนจบปริญญาตรีจากเนเธอแลนด์ก็จริง แต่ไม่ได้จบสายงานบริหารมาโดยตรง ทำให้เมื่อมาอยู่ไทย ใช้เงินที่มีติดตัวกว้านซื้อที่ดินเมืองเชียงใหม่มามากมาย และเปลี่ยนแปลงเป็นไร่องุ่นใหญ่ ที่เน้นส่งออกในประเทศ ทำธุรกิจแบบ ’กันเอง’ หรือก็คือไม่มีระบบเปิดประมูล แข่งขันใดๆ ใครที่ต้องการติดต่อซื้อขาย หากสนิทสนมก็ได้สัญญาไปก่อน ผิดกับการุณภพ ที่เขาใช้วิธีบริหารแบบคนสมัยใหม่ เนื่องจากจบปริญญาตรีจากเนเธอแลนด์ สาขา IB(International Business) หรือการค้าระหว่างประเทศ และ MBA(Master Of Business Administration) หรือปริญญาโทบริหารธุรกิจ จากสหรัฐอเมริกา ร่วมกับใบประกาศนียบัตรมากมาย ยังไม่รวมกับการประชุม สัมมนา หรือหลักสูตรยิบย่อยที่เขาลงสมัครทุกครั้งที่มีเวลาพักหายใจ ด้วยเกรดเฉลี่ยที่หากไปสมัครงานบริษัทระดับโลก ก็คงได้ตำแหน่งดีๆ มาสักตำแหน่งโดยง่ายแต่ด้วยใจรักงานไร่ งานสวน ก็ไม่คิดจะทิ้งประสบการณ์ทางการศึกษาที่สั่งสมมา และอยากสานต่องานของพ่อ เขาจึงนำมาใช้ควบคู่ไปกับก
Read more
บทที่ 6 ใครกันแน่ที่ไร้เหตุผล
พสิกาคว้าผ้าขนหนู สาวเท้าเดินออกมาจากห้อง ตรงไปยังห้องน้ำด้วยดวงตาที่จะปิดไม่ปิดแหล่ ทำเอาคนเป็นอาที่เดินขึ้นมาบนชั้นสองของตัวบ้าน ถึงกับกอดอก ยืนมองพลางยกยิ้มขำกับภาพตรงหน้ามือเล็กของเธอทุบไปยังไหล่ตัวเองไปมา ความเมื่อยล้ากำลังกัดกินพลังงานอันน้อยนิด จนตอนนี้เธอเหมือนจะเหลือแต่วิญญาณเสียด้วยซ้ำไป"ปวดชะมัด อานะอา"เธอบ่นเสียงเบา โดยไม่รู้เลยว่าการุณภพยืนอยู่ไม่ไกล และได้ยินเสียงเนือยๆ ของเธอที่เอ่ยตำหนิเขาอย่างไม่พอใจทุกคำเมื่อประตูห้องน้ำปิดลง การุณภพก็ถอนหายใจ เขาสาวเท้ากลับไปยังห้องของตัวเองและเริ่มจัดการเอกสารที่กองอยู่บนโต๊ะเหมือนเช่นทุกวัน พอผ่านไปสักพักก็ถึงเวลาอาบน้ำ ชายหนุ่มใช้เวลาจัดการตัวเองเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เขาก็เดินออกมาด้วยเสื้อแขนสั้น และกางเกงขาสั้นสีดำขลับสบายตัว มือหนาใช้ผ้าขนหนูเช็ดไรผมที่เปียกโชกของตนเองช้าๆ พลันสายตาก็ต้องเหลือบไปมองห้องของแม่หลานสาว ที่ยังคงมีไฟส่องสว่างออกมาจากหน้าต่างการุณภพอดไม่ได้ที่จะเดินตรงไปยังห้องของเธอ เขายอมรับว่าวันนี้เขาโหดกับเธอไปหน่อย แต่ที่ทำไปทุกอย่าง ก็เพราะความหวังดีเพียงเท่านั้น ไม่ได้มีจุดประสงค์อื่นมือหนาที่กำลังจะ
Read more
บทที่ 7 อาน่ะหรอ ทำให้ใจเต้นตึกตัก
"เร็วๆ สิลูกเจี๊ยบ" สาวใช้ที่โดนเร่งจากคุณนายคำผกา รีบหอบข้าวของวางลงบนโต๊ะ จัดแจงนำอาหารมากมายใส่จานตามคำสั่งอย่างเร็วรี่ นานแล้วที่คำผกาไม่ได้ลงครัวด้วยตัวเอง วันนี้นับว่าเป็นโอกาสพิเศษ เลยไม่รอช้าที่จะลงมือจัดแจงทำกับข้าวมากมาย โดยมีสาวใช้ข้างกายอย่างลูกเจี๊ยบคอยหยิบจับช่วยอีกมือ "เดี๋ยวฉันจะขึ้นไปดูหน่อยว่าหนูพสิกาเค้าตื่นรึยัง เตรียมกับข้าวไว้ให้เรียบร้อยล่ะ" "ได้ค่ะคุณนาย" เด็กสาวอย่างพสิกาเข้าตาเธอตั้งแต่แรกเห็นอย่างไม่ต้องสงสัย ยิ่งเมื่อยืนขนาบข้างกับลูกชายบ้างานไม่มองสีกาอย่างการุณภพ ก็ยิ่งเสริมให้ดูเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก คุณนายคำผการีบเดินขึ้นไปชั้นสองของตัวบ้าน สอดส่ายสายตาไปทั่วห้อง ที่คิดว่าน่าจะเป็นห้องของหญิงสาวที่เข้ามาในฐานะแขกคนสำคัญอย่างพสิกา ก๊อก!ๆ "หนูพสิกาจ้ะ ตื่นรึยังเอ่ย" เมื่อไร้เสียงตอบรับจากคนภายในห้อง คุณนายคำผกาก็ชะงักเล็กน้อย แต่ก็ยังเดินไปอีกเคาะอีกสองห้องที่เหลือ คิดไปว่าเด็กสาวน่าจะยังตื่นไม่เต็มตานัก จึงไม่ได้ยินเสียงเรียกของเธอ "หนูพสิกาจ้ะ" ไม่มีแม้แต่เสียงนกร้องตอบ บนเรือนหลังนี้เงียบสกัดจนคุณนายคำผกานึกว่าหูตัวเองตื้อไปช
Read more
บทที่ 8 ถ้าอากวน พายก็จะกล้า!
ผ่านไปสามชั่วโมง ฟ้าก็เริ่มมืดลงในเวลาพลบค่ำ บัดนี้ถนนหนทางที่เป็นป่าและไร่ มีเพียงแสงไฟสว่างริบหรี่จากหลอดไฟสีนวล ที่ติดเอาไว้ตามจุดมือเล็กที่เกาะบ่าของการุณภพแน่นขึ้นเล็กน้อย พาให้คิ้วหนาของเขาเลิกขึ้นเบาๆ เหลือบมองคนตัวเล็กด้านหลังผ่านกระจกมองข้าง และพบว่าใบหน้าสวยของเธอ กำลังก้มลงมองบนแผ่นหลังของเขาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก คนอื่นอาจจะคิดว่าพสิกาโตเป็นสาวแล้ว ทั้งสวย เพรียบพร้อม และดูแก่นกล้า แต่ใครจะรู้ว่าข้อเสียเพียงอย่างเดียวที่เธอซ่อนเอาไว้ไม่ให้ใครรู้ คือการที่เธอยังหวาดกลัวเรื่องผีสางขึ้นสมอง จนไม่กล้ากระทั่งจะดูหนังผีกับเพื่อนสนิทเสียด้วยซ้ำ“เป็นอะไรรึเปล่า”“คะ”ทันที่โดนอาหนุ่มทักท้วง ใบหน้าสวยก็เงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาทันควัน ครั้งนี้เธอได้ยินคำถามเต็มสองหูจนถึงกับสะดุ้ง ด้วยบรรยากาศและเวลาที่ค่ำลง ทำให้เริ่มมีแมลงตัวจิ้ดริดบินโฉบไปโฉบมา ทำให้ความเร็วของรถจึงต้องช้าลงจากเดิมมาก“สีหน้าไม่ดีเลย ไม่สบายหรอ หรือปวดหัว”การุณภพสุ่มเดาอาการของหลานสาวด้วยสีหน้าเป็นห่วงเล็กน้อย ลำพังร่างเล็กของเธอก็ดูบอบบางเหมือนจะเป็นประเภทป่วยง่ายอยู่เป็นทุนเดิม พอมาทำงานในไร่กับเขา ตากแดดตากลมอยู
Read more
บทที่ 9 ระวังจะโดนตัดไอ้จ้อน
“อือออ….”เช้านี้พสิกาตื่นมาด้วยความเหนื่อยล้าที่ลดลงจากเมื่อวานไปมาก พลันเสียงรถหน้าบ้านที่ดังขึ้น พาให้เรียวขาเล็กของเธอก้าวออกจากห้อง สาวเท้าลงบันไดช้าๆ แม้ว่าจะยังไม่ตื่นเต็มตาก็ตามพสิกามองลงจากบันได เธอไม่ได้เดินลงไปทักทายอาหนุ่มในเช้านี้ แถมเขายังแต่งตัวเรียบร้อยเสร็จสรรพ ราวกับกำลังจะออกไปดูไร่เหมือนทุกวัน“ป้อเลี้ยง”“ลุงชวน มีเรื่องอะไรรึเปล่า มาแต่เช้าเชียว”ลุงอายุราวหกสิบคนหนึ่ง ขับซาเล้งคันเก่าๆ และเดินตรงเข้าไปหาการุณภพ จนเขาเชิญให้นั่งลงฝั่งตรงข้าม“ลุงมีเรื่องลำบาก อยากขอหื้อป้อเลี้ยงจ้วยกำเตื้อ””ว่ามาได้เลยครับ”“พอดีว่าลูกสาวลุงก๋ำลังจะจบ มอหก ต้องไปต่อมหาลัยตี้กรุงเทพ แต่ค่าเล่าเฮียนมันแป๋งขนาด ลุงเลยอยากขอวานหื้อป้อเลี้ยงจ้วยก่อน แล้วจะรีบไปหามาคืนหื้อเร็วตี้สุด”แม้พสิกาจะไม่สันทัดในภาษาเหนือนัก แต่ก็ยังพอฟังออกอยู่บ้าง ว่าลุงน่าสงสารคนนี้คงมาขอให้พ่อเลี้ยงการุณภพช่วยเรื่องเงิน และก็เป็นอย่างที่เธอคิดไม่มีผิด“เท่าไหร่ล่ะ”“สามหมื่นครับ ป้อเลี้ยงพอจะจ้วยได้ก่อ”ลุงชวนก้มหน้าด้วยความเกรงใจ พสิกาที่เห็นอาหนุ่มเงียบไปสักพัก ก็ถอนหายใจออกมาอย่างรู้สึกเวทนาคุณลุงที่น
Read more
บทที่ 10 น้ำตก บอกความรู้สึก
ร่างเล็กของพสิกานั่งรออาหนุ่มอยู่ด้านล่างของตัวบ้านก่อนเวลานัดหมายกว่าสามสิบนาที เธอใช้โทรศัพท์ไปมาเพื่อแก้เบื่อและฆ่าเวลา เหตุก็เพราะไม่อยากให้อาหนุ่มที่หงุดหงิดเป็นทุนเดิม หาเรื่องมาดุเธอได้อีกเหมือนครั้งก่อนๆ ว่าเธอมาสายอีกตามเคยไม่นานนัก เสียงรถคุ้นหูก็ใกล้เข้ามา เป็นการุณภพที่ขับรถคู่ใจของเขาจอดลงในโรงรถ และเดินเข้ามาใกล้เธอที่นั่งมองเขาอยู่ตาแป๋ว"นั่งรอก่อน"เธอพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย มองอาหนุ่มที่เดินขึ้นไปด้านบน สีหน้าของเขาดูแปลกไปนิดหน่อยจริงๆ อย่างที่เธอคิดเอาไว้ พสิกาเริ่มแน่ใจแล้วว่าสาเหตุของการที่เขาอารมณ์เสีย หลักๆ น่าจะมาจากเธอแต่แล้วมันเรื่องอะไรกันล่ะ เพราะไม่ว่าจะคิดยังไง สมองของเธอก็ตื้อ ไร้หนทางคาดเดาสาเหตุที่เธอทำให้อาหนุ่มอารมณ์เสียจริงๆ"ตามมา"ทันทีที่เขาก้าวลงมาจากด้านบนด้วยเสื้อยืดสีขาว และกางเกงขาสั้นถึงเข่าดูสบายตา ร่างหนาก็ขึ้นควบบนรถเอทีวีคู่ใจ เห็นแบบนั้นแล้ว คนตัวเล็กก็ถอนหายใจอย่างปลงอนิจจัง เอาไว้ถึงที่หมายแล้วค่อยคุยกับอาหนุ่ม และถามเขาตรงๆ ก็แล้วกัน เขาพาเธอขับขึ้นมาตามทางลาดชันเล็กน้อย ที่กำลังไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ หนทางไม่ได้ลำบากอะไรนัก หาก
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status