INICIAR SESIÓNชายหน่,มที่ผิดหวังในความรักเข้าขั้นสาหัส จนอาการหนักแอน ตีผู้หญิงไปแล้วทั้งโลกอย่างเพลิง มีอันต้องป่วนหัวใจ เมื่อเธอ ก้าวเข้ามาว่ นวายในสวนส้มตะวันฉาย ผู้หญิงอะไรน่ารักน่าหยิก แถมมาด้วยเป้าหมายไม่ธรรมดา อย่างนี้ต้องแกล้ง...เสียให้เข็ด เมื่อถูกยื่นข้อเสนอ ให้ไปเป็นสปายสายลับจับเกย์ ในสวนส้มตะวันฉาย ตวงรักจึงตะครุบงานนี้ไว้อย่างรวดเร็ว แต่ทว่าตั๋วเครื่องบินไปสวิส พร้อมกับพอกเก็ตมันนี่ มันจะคุ้มไหมนะ ถ้าเจอกับคนเจ้าเล่ห์แสนเนียนอย่างอีตาเพลิง!
Ver más“ขอบคุณมากนะครับ สำหรับทุกอย่างที่เตรียมไว้ ได้ดั่งใจมากเลย”
ชายหนุ่มร่างสูง ไหล่กว้างที่อยู่ในชุดสูทสีขาว มีกุหลาบสีแดงปักอยู่ที่อกเสื้อสีตัดกับฉับกับชุดที่สวม เอ่ยกับบริกรหนุ่มเสียงห้าวทุ้มและขยิบตาให้เล็กน้อย บริกรหนุ่มนายนั้นยิ้มตอบ ก่อนจะเดินกลับไปยังห้องครัว ทันทีที่เขาเดินเข้าไป เพื่อนบริกรพากันเดินก้าวยาวๆ เข้ามาหาเขาและแอบชะเง้อมองลูกค้าเพียงคนเดียวของร้าน ที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะริมระเบียง ตอนนี้มีเพลงรักหวานไพเราะเปิดคลออยู่
“เรียบร้อยดีไหมวะ ไอ้เป้ แขกพิเศษของเรา”
“อืม....เรียบร้อยดีว่ะ รอแต่แขกอีกคนเท่านั้นเอง”
เป้ยิ้มก่อนจะชะเง้อมอง ‘แขก’ พิเศษของทางร้านบ้าง เขามองไล่ไปตามใบหน้าคมสัน ที่ราวกับจิตรกรบรรจงปั้นมา อย่างเหมาะเจาะบรรจง คิ้วเข้มเรียงได้รูปยาวจรดหางตา นัยน์ตาคมกริบดูมีเสน่ห์ จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากได้รูป ใบหน้าเรียว มีลักยิ้มกดลึกข้างเดียวที่แก้มด้านซ้าย ยิ่งเสริมเสน่ห์ให้ชวนมองยิ่งขึ้น ถ้าไปเป็นดาราสาวๆ คงกรี๊ดกันสลบเลยทีเดียว แถมเป็นคนโรแมนติคมากเสียด้วย เพราะถึงกับลงทุนเหมาร้านอาหารทั้งร้านแบบนี้ ราคาก็ไม่ใช่หลักหมื่น แต่เป็นหลักแสนเลยในการเหมาร้านอาหารอิตาเลี่ยนหรูระดับนี้ ให้เปิดบริการสำหรับแขกเพียงแค่สองคนเท่านั้น
ชายหนุ่มแขกเพียงคนเดียวของร้าน ก้มมองนาฬิกาแล้วใช้มืออีกข้างกดหัวใจที่เริ่มเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย เมื่อใกล้ได้เวลาสำคัญ เขาล้วงเอากล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มออกมา และเปิดออก แหวนมรกตสีเขียวน้ำงามล้อมรอบด้วยเพชร ส่งประกายระยับ พราวแสงจับตา เขาปิดมันลงพร้อมกับยิ้ม ญาตาวีชอบมรกต มากกว่าเพชร เธอเคยบอกไว้ เพราะมันเป็นอัญมณีประจำวันเกิดของเธอ
‘เพชรมันขาวใส ไร้อารมณ์ เหมือนเกล็ดน้ำแข็งสำหรับเวียร์ เวียร์ชอบมรกตค่ะเพลิง ถ้าจะเป็นแหวนหมั้น หรือแหวนแต่งงาน เวียร์ไม่รับเพชรนะคะ’
“แต่วันนี้คุณคงจะรับแหวนของผมนะครับที่รัก”
เพลิงกดริมฝีปากกับกล่องกำมะหยี่ พลางเก็บมันไว้ที่เดิม มือของเขาบีบเข้าหากันอย่างตื่นเต้น มือเขาเริ่มชื้นเหงื่อไปหมดแล้วตอนนี้
“ขอโทษนะคะเพลิง เวียร์มาช้าไปนิดหน่อย พอดีคุณแม่เรียกให้ไปทำธุระด้วยน่ะค่ะ ว้าว...วันนี้คุณหล่อจังเลยที่รัก”
เสียงหวานใส พร้อมกับร่างหอมกรุ่นและมือเรียวที่โอบรอบคอเขา ทำให้เพลิงเงยหน้าขึ้นมอง แล้วเขาก็พบเข้ากับใบหน้าเรียวรูปไข่ นัยน์ตาสวยคมหวานระยับ คิ้วโก่งเรียว จมูกได้รูปสวย ริมฝีปากหวานฉ่ำนั้นกดจูบที่แก้มสากของเขาเบาๆ และไล้นิ้วเรียวเช็ดลิปสติกที่ติดที่แก้มเขาเล็กน้อยให้
เธอย่นจมูกเหมือนจะล้อเลียน ก่อนจะก้าวมานั่งฝั่งตรงกันข้าม บริกรเลื่อนเก้าอี้ไว้รออยู่แล้ว ร่างอวบอิ่มเซ็กซี่ค่อยเยื้องกรายไปนั่ง เธอสวมชุดเดรสสีแดง ขับผิวนวลอมชมพูให้ยิ่งงดงาม ผมยาวปล่อยถึงสะโพกเป็นมันดำขลับ ตัวกระโปรงยาวกรอมเท้า หากแต่ผ่าสูงเกือบถึงขาอ่อน เขามองแล้วแทบจะดึงร่างอิ่มนั้นมากอดไว้อย่างคิดถึง
“ใครว่าลิปติกรุ่นนี้ของชาแนลสีติดทนนานกันนะ เวียร์แค่จุ๊บแก้มเพลิงนิดเดียว สีก็เลอะไปนิดหนึ่งแล้ว แย่จังเลย ถ้าทำยิ่งกว่านี้ จะเป็นยังไงหนอ...”
น้ำเสียงเซ็กซี่เร้าใจของเธอ พร้อมกับนัยน์ตาหวานฉ่ำที่ส่งมา ทำให้หัวใจเขาเต้นระทึกได้เสมอ เพลิงยิ้มตอบเธอ แล้วเอื้อมมือใหญ่ไปบีบมือเรียวนิ่มพลางบีบ เขาหัวเราะเบาๆ
“ลองดูไหมครับที่รัก วันนี้เวียร์บอกว่าว่างใช่ไหม คุณจะค้างกับผมที่คอนโดหรือเปล่า?”
“อืม...”
ญาตาวีทำหน้าเจ้าเล่ห์ เมื่อมองใบหน้าคมสันของชายหนุ่มซึ่งเธอคบหามาสามปีเต็ม เพลิงเป็นผู้ชายน่ารัก และอารมณ์ ‘ร้อน’ แบบที่เธอชอบ แม้ว่าเธอจะเป็นสาวเจ้าเสน่ห์ มักจะมีผู้ชายมาให้ความสนใจอยู่เนืองๆ แต่ตอนนี้เธอเลือกจะคบอยู่กับเขาเพียงคนเดียว เพลิงเป็นคนที่เข้าใจเธอ และสามารถให้คำปรึกษากับเธอได้ในหลายๆ เรื่อง เขาไม่ใช่เพียงแต่เป็นคู่นอนที่ดีเพียงอย่างเดียว เพลิงยังเป็นทั้งเพื่อน และคนรักควบคู่กันไปด้วย และเธอคิดว่าเธอคงจะเลือกเขาไว้ในสถานะนี้ไปอีกนานเลยทีเดียว แม้ว่า...
“อืม...มันหมายความว่ายังไงครับ คุณไปฝรั่งเศสตั้งสามอาทิตย์นะที่รัก ผมคิดถึงคุณมากเลย คุณยังไม่ยอมปลอบขวัญผมสักนิด”
ชายหนุ่มกล่าวเหมือนจะอ้อนเธอ ทำเอาหญิงสาวหัวเราะกิ๊ก แล้วบีบมือเขาตอบ นิ้วเรียวไล้หลังมือเขาเบาๆ และนัยน์ตาดำคมหวานที่มองมา มีประกายบางอย่างทำเอาเพลิงแทบอยากจะพาเธอไปที่อื่นนอกจากร้านอาหาร และเกือบจะลืมสิ่งที่ตั้งใจจะทำ ญาตาวีเร้าอารมณ์เขาได้ดีเสมอ แม้เธอจะอยู่นิ่งๆ เพียงแค่ปรายตามองเขาก็ตามที เธอเป็นผู้หญิงที่เซ็กซี่มาก
“งั้นคืนนี้ เวียร์จะชดเชยให้นะคะ”
เธอว่าพร้อมกับส่งจูบให้เขา ก่อนจะหัวเราะคิกคักเมื่อเพลิงทำตาปรอยใส่เธอ บริกรมาขัดจังหวะสองหนุ่มสาวเสียก่อน โดยการเริ่มมาเสิร์ฟอาหาร ญาตาวีถึงกับย่นคิ้วเมื่อเห็นถาดสีเงินที่มีฝาครอบปิดสนิทไว้ ตรงหน้าเธอ เธอยักไหล่ก่อนจะมองบริกร เขายิ้มให้พลางโค้งและเดินจากไป หญิงสาวจึงหันมาถามชายหนุ่มแทน
“อะไรคะนี่ สั่งอะไรมาให้เวียร์เอ่ยที่รักเซอร์ไพรส์เมนูพิเศษเหรอคะ”
เพลิงยิ้มก่อนจะพยักหน้าตอบเธอ หัวใจเขาเริ่มเต้นรัวเร็ว มือเขาเอื้อมสัมผัสกล่องกำมะหยี่ที่ซ่อนไว้ในอกเสื้อ
“อุ๊ย!”
ญาตาวีใช้มือปิดปากอย่างตกใจ เมื่อสิ่งที่เห็นในถาดเงินไม่ใช่อาหารจานพิเศษ หากแต่เป็นดอกแคทลียาสีม่วง และมีการ์ดสีหวานเสียบแนบมีข้อความว่า Will youmarry me?
“เวียร์”
เสียงห้าวทุ้ม พร้อมกับมือใหญ่ที่มีกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงิน ถูกยื่นมาตรงหน้าเธอ เพลิงลุกจากที่นั่งของเขาแล้วตอนนี้ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีขาวสมาร์ทคุกเข่าตรงหน้าเธอ นี่เป็นการตัดสินใจที่แน่วแน่แล้วของเขา ความโสดของเขาที่เขาหวงมาตลอดอายุ 33 ปี เขายินยอมจะมอบให้แก่เธอเพียงคนเดียว เพลงในร้านอาหารตอนนี้ เป็นเพลง This I promise you ของ N’ sync ญาตาวีมองเขาพลางเบิกตากว้าง
“ผมรักคุณมากนะครับ ผมอยากจะขอสัญญาว่า ผมจะรักคุณในทุกๆ วันและผมจะเป็นคนรัก เป็นเพื่อน เป็นพี่ชายที่ดีของคุณตลอดไป แต่งงานกับผมนะ”
“เพลิง นี่ อะไรกันคะ”
ญาตาวีมองเขาอย่างตกตะลึงยังไม่หาย เพลิงจับมือเธอมาจูบเบาๆ และดึงแหวนออกจากกล่อง จับมือของเธอเตรียมจะสวมแหวนให้ หากแต่เธอชักมือหนี ทำเอาเขาย่นคิ้ว มองเธออย่างสงสัย ไม่เข้าใจกับสิ่งที่เธอตอบสนองเขากับการที่เขาขอแต่งงานกับเธอ
“แต่งงานกับผมนะที่รัก ผมรักคุณ เวียร์”
“ไม่ได้หรอกค่ะ”
ญาตาวีตอบอย่างนิ่มนวล เธอชักมือหนีมือเขา ขณะที่เพลิงมองเธอราวกับถูกผีหลอก หัวใจของเขาแทบจะหยุดเต้น เมื่อริมฝีปากอิ่มสวย เอื้อนเอ่ยประโยคต่อไป
“เวียร์แต่งงานกับคุณไม่ได้หรอกนะคะเพลิง เพราะเวียร์จะต้องแต่งงานกับคนอื่น ซึ่งไม่ใช่คุณ!”
………………………………………………………………………………………………………………………
บ้านทรงยุโรปปนไทยประยุกต์ขนาดใหญ่ ทาสีเขียวอ่อนที่อยู่ซ่อนในดงแมกไม้ บริเวณบ้านค่อนข้างกว้างขวาง เพราะเป็นบ้านที่สร้างมาแต่เดิม ไม่ใช่บ้านที่สร้างขึ้นใหม่ในยุคที่ที่ดินแพงยิ่งกว่าทองอย่างยุคนี้ จึงมีอาณาบริเวณไว้ปลูกพันธุ์ไม้และจัดสวนค่อนข้างกว้าง ตามแต่ใจเจ้าของบ้านที่ชอบความร่มรื่นและสงบสุข แม้จะอยู่ในเขตเมืองหลวง หากแต่ก็ไม่ได้อยู่ใจกลางเมืองนัก บ้านหลังนี้จึงอยู่อย่างสงบสมใจของเจ้าของบ้าน
หญิงชราที่กำลังนั่งเอนหลังอยู่ในสวนอันร่มรื่นบนเก้าอี้หวาย ใต้ต้นสารภีที่กำลังส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ แดดยามบ่ายลับลอดทิวไม้ไปแล้ว นางกำลังสนใจหนังสือในมือ พลางพลิกดูไปเรื่อยๆ มันเป็นหนังสือเกี่ยวกับตำหรับอาหารโบราณ
“จะทำอะไรกินดีนะเย็นนี้ ลองทำหลนเต้าเจี้ยวดูดีไหมนะ”
นางบ่นพึมพำเบาๆ และพลิกไปหน้าต่อไป ใจคอไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวนัก เพราะนางมีเรื่องกังวลอยู่ ใบหน้าที่เหี่ยวย่นยิ่งเครียดไปกันใหญ่ เมื่อเผลอมานึกถึงตรงนี้
“คุณท่านคะ น้ำตะไคร้เย็นๆ ค่ะแล้วเย็นนี้จะให้เตรียมทำกับข้าวอะไรดีคะ”
สาวรับใช้ยกน้ำสมุนไพรมาเสิร์ฟ นางเอ่ยขอบคุณพลางส่ายหน้าช้าๆ พลางถอนใจเฮือก
“คิดไม่ออกเลย แม่มะลิ ฉันถึงต้องมานั่งพลิกตำราดูหาทำกับข้าวเอานี่ไง เบื่อยังไงพิกล ทำไปก็ไม่มีคนกิน แม่น้องก็ไปเข้าค่ายอาสา วันเสาร์ถึงกลับ อีกคนก็ เฮ้อ...”
มะลิยิ้มแหยๆ เมื่อได้ยินนายจ้างบ่นถึงผู้เป็นนายอีกคนในบ้าน มะลิมาอยู่ที่นี่นานหลายปีแล้ว และคุณท่านเจ้าของบ้านก็เป็นหญิงชราที่แม้จะปากร้าย เจ้าระเบียบไปบ้าง หากแต่ก็เป็นคนใจดี ท่านเอ็นดูเธอมิใช่น้อย ทำให้มะลิผูกพันและสงสารท่านเกี่ยวกับเรื่องของหลานชายยิ่งนัก เรื่องที่นายท่านของเธอกำลังกลุ้มอกกลุ้มใจอยู่ตอนนี้
“เดี๋ยวคุณเพลิงก็คงจะกลับมาเองแหละค่ะ คุณท่าน”
“หวังว่ามันคงจะกลับมาก็แล้วกัน ไอ้หลานบ้านี่ โทรศัพท์ก็ไม่รับ งานการก็ไม่ไปทำ ตาวิชญ์ก็ยังไงนะ พี่ไม่ไปทำงานก็ไม่มาบอกย่า น่าตีจริงๆ”
นางบ่นพึมพำ มะลิเองนั่งรับฟังเงียบๆ เพราะรู้ว่าคุณท่านได้บ่นได้ระบายบ้าง ก็จะอารมณ์ดีขึ้น
เสียงรถยนต์คุ้นหูแล่นเข้ามาในบ้าน ทำให้หญิงชราถึงกับลุกขึ้นจากเก้าอี้หวายทันที นางเดินก้าวยาวๆ ไปที่หน้าบ้าน และเมื่อเห็นหลานชายที่ไม่ได้เข้าบ้านเกือบอาทิตย์แล้ว เดินเข้ามา สภาพของเขาทำเอานางถึงกับยกมือทาบอกอย่างตกใจ
“ตายแล้ว! เจ้าเพลิง ไปทำอะไรมาหลานฉัน ทำไมเป็นแบบนี้”
‘แบบนี้’ ของนาง ก็คือเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ย หนวดเคราที่ไม่ได้โกน แถมยังเหม็นเหล้าหึ่ง จนมะลิที่ตามมาห่างๆ ยังต้องยกมืออุดจมูก
“ผมขอนอนก่อนนะครับคุณย่าหญิง”
เพลิงตอบสั้นๆ เขาเดินเอื่อยๆ ขึ้นไปผ่านผู้เป็นย่าอย่างตอบแค่นั้น ทำเอาหญิงชรามองตามอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะวิ่งไปดึงแขนหลานชายอีกรอบ
“เป็นอะไรไปน่ะเรา แบบนี้ ต้องเป็นอะไรไปแน่ๆ หายไปหลายวันนี่ เรื่องของแม่วิง แม่เวียนอะไรนั่นหรือเปล่า ย่าตามข่าวสังคมอยู่นะ เห็นว่าแม่ของเค้าจะจับหมั้นหมายกับหม่อมราชวงศ์”
“...”
เพลิงไม่ตอบ หากแต่เม้มริมฝีปาก เขาฝืนยิ้มให้ท่าน และปลดมือของท่านออกอย่างละม่อม คำพูดของคุณย่าหญิงราวกับจะกระทืบหัวใจเขา ที่มันแตกร้าวให้มันยิ่งแตกพังไปกันใหญ่ ชายหนุ่มเดินก้าวยาวๆ ขึ้นไปยังชั้นสองของบ้านหลังใหญ่ทันที ทิ้งให้ย่าหญิงมองตาม แล้วส่ายหน้าช้าๆ ก่อนจะพึมพำว่า
“บอกแล้วไม่ฟัง ว่าอย่าไปยุ่งกับเด็กหัวนอกแบบแม่นั่น เฮ้อ...เค้าก็ล่ำลือกันทั้งวงสังคมว่าแม่นี่เจ้าชู้นักหนา ตาเพลิงนะตาเพลิง แล้วเป็นยังไงล่ะ กรรมเวร แทบจะไม่เป็นผู้เป็นคนแล้วหลานฉัน”
“สำรับข้าวเย็นนี้ คุณท่านจะให้เตรียมจัดอะไรคะ คุณเพลิงกลับมาแล้วแบบนี้”
มะลิถามขึ้นเบาๆ ทำเอาคุณย่าหญิงหันไปค้อนสาวใช้ขวับ ที่มาถามไม่รู้กาลเทศะ
“สภาพแบบนั้น มันคงจะกินข้าวลงอยู่หรอกนะยะ แม่มะลิ เฮ้อ...พวกหล่อนอยากจะทำอะไรกันก็ทำเถอะ บอกแม่ตาได้เลยว่าจัดสำรับแค่ที่เดียว ตาหลานรักของฉันคงจะอกกลัดหนอง กินน้ำตาต่างข้าวนั่นแหละ”
………………………………………………………………………………………………………………………
‘เวียร์ต้องแต่งงานตามหน้าที่น่ะค่ะเพลิง คงจะเข้าใจใช่ไหมคะ เวียร์ไม่เคยเห็นหน้าหม่อมราชวงศ์ จิตรเทพเลยสักนิด แต่ก็คงต้องแต่งงานกับเขา’
ทันทีที่เข้ามาอยู่คนเดียวอีกครั้งหนึ่งได้ ภาพที่เขาและญาตาวี ตอนอยู่ในร้านอาหารด้วยกัน ก็วาบเข้ามาในความทรงจำของเพลิง ทั้งที่เขาอยากจะลืมมัน ชายหนุ่มนอนบนเตียงกว้าง ก่อนจะยกมือก่ายหน้าผาก หลับตา...ให้ความทรงจำมันหลั่งไหล เหมือนจะให้กลายเป็นเข็มที่บ่งฝีที่มันกลัดหนองในหัวใจเขาตอนนี้
‘อะไรนะครับ’
‘ก็ เรื่องเหตุผลทางธุรกิจน่ะค่ะ ทางบ้านของเขารวยมาก ก็เลยอยากจะมาเงินต่อเงินกับทางคุณแม่ของเวียร์ ตระกูลเก่าแก่แบบนั้น คุณแม่ของเวียร์ท่านก็เลยตกลง’
เธอยักไหล่เหมือนกับมันเป็นเรื่องไร้สาระธรรมดาๆ ส่วนเขากำลังหน้าซีดเผือด
‘แล้วคุณเอาผมไปไว้ที่ไหนกัน เวียร์’
เขาจำได้ว่าเขาตะโกนใส่เธอไปอย่างไร ญาตาวีมองหน้าเขาก่อนจะยิ้มหวาน เมื่อก่อนเขาอาจจะมองมันเป็นรอยยิ้มของนางฟ้า แต่ตอนนี้มันกลับเหมือนรอยยิ้มของนางมารร้ายเจ้าเล่ห์ เธอเอื้อมมือนิ่มจับมือเขาแล้วพูดเสียงหวานเย้ายวน
‘ก็ไว้ที่เดิมไงคะที่รัก เวียร์ปฎิเสธการแต่งานครั้งนี้ไม่ได้จริงๆ และเวียร์ก็ไม่อยากเลิกกับคุณ ถ้าเราจะยังเหมือนเดิมเวียร์ก็ยินดีนะคะ’
น้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมาทางหางตาอย่างอดไม่ได้ เมื่อนึกถึงประโยคนั้น ของคนที่เขารักอย่างสุดหัวใจ เขารักเธอ และจริงจังกับเธอ แต่เธอเห็นเขาเป็นตัวอะไรกันนะ เขาถามย้ำตัวเองไปมา เขาด้อยกว่าไอ้หม่อมราชวงศ์นั่นตรงไหน
ตระกูล ภัทรภูมิเดชา ของเขาก็เป็นตระกูลเก่าแก่ ไม่แพ้กัน ทำไมเธอจึงทำกับเขาแบบนี้ แถมมายื่นข้อเสนอเหมือนจะให้เขาเป็นเหมือนตัวสำรอง ตอบสนองยาม...
คุณพระช่วยเถอะ! เพลิงขบกรามกรอด เขาเองรัก และจริงจัง หากแต่อีกฝ่าย กลับเห็นมันเป็นแค่เกมสินะ เขาเข็ดจริงๆ กับสิ่งที่เรียกว่าความรัก และมนุษย์เพศตรงกันข้ามกับเขาอย่างผู้หญิง เขาไม่เคยรู้ซึ้งถึงหัวใจที่ไม่รู้ว่ามีกี่ห้องชั้นของพวกเธอ สาปส่งจริงๆ สองสิ่งนี้
เพลิงคิดอย่างเจ็บแค้น ก่อนจะนอนนิ่ง ไม่สนใจอะไรรอบข้าง ความรักจริงจังที่เขาเฝ้าแต่บ่มเพาะมันด้วยหัวใจทั้งหมด หวังจะสร้างอนาคตร่วมกับคนที่รักหมดใจ มันพังทลายลงแบบไม่ทันตั้งเนื้อตั้งตัว มันทำให้เพลิงถึงกับหมดอาลัยตายอยาก และพานเกลียดผู้หญิงไปแล้วทั้งโลกในเวลาไม่กี่วัน คนจริงจังอย่างเขา เมื่อเจ็บปวดหัวใจมันก็เจ็บลึกล้ำ คนที่เขารักจริงจังคนแรก ฉีกความหวัง กระทืบซ้ำความฝันของเขาอย่างไม่ไยดี ตอนนี้เขาอยากจะหนีจากสภาพแวดล้อมเดิมๆ หนีจากสังคมวุ่นวาย หนีจากโลกนี้ไปได้เลยก็ดี...
“พี่เพลิงคะ เมื่อไหร่เราจะไปเที่ยวกันเสียที” เสียงหวานเอ่ยถามออดๆ เมื่อเงยมองหน้าคนที่กำลังใช้แขนพาดท่อนเอวของเธอไว้อยู่ เพลิงก้มลงมองคนตัวเล็ก หวานจัดที่เขาละเลียดดื่มชิมมาทั้งคืนอย่างไม่รู้เบื่อ ด้วยสายตาสุดแสนจะเจ้าเล่ห์ แสนกล ก่อนจะเอ่ยตอบเธอเสียงทุ้ม“เดี๋ยวบ่ายนี้พี่จะพาไป รับรองเลยว่าที่แรกที่พาไป น้องตวงจะต้องประทับใจสุดๆ”“ที่ไหนคะ” เธอทำตาโตแป๋วอย่างอยากรู้ พร้อมกับพลิกตัวขึ้นเท้าแขนมองเขา ซึ่งเมื่อเธอทำแบบนั้น ผ้าห่มที่ใช้ห่อตัวก็หลุดลุ่ยลง อวดทรวงสาวขาวนวล มีรอยตำหนิตรงที่คนร้ายกาจ ไปจัดการตีตราไว้จนมันเป็นรอยแดงๆ ซึ่งพอเห็นร่อยรองนั้นแล้ว เพลิงก็ทำตาหวานฉ่ำ แล้วดึงเธอเข้ามากอด ก่อนจะกระซิบเสียงพร่า“จ่ายค่าไกด์มาก่อน รับรองเดี๋ยวได้เที่ยวแน่ๆ”“ค่าไกด์อะไรกัน ปล่อยนะคะพี่เพลิง ตวงจะช้ำไปหมดแล้ว เมื่อคืนก็แทบไม่ได้นอน” เธอพึมพำเสียงออด เล่นเอาคนตัวโตหัวเราะเบาๆ แต่มีหรือคนบ้าพลังอย่างเพลิงจะยอมปล่อยของหวานในอ้อมแขนไปได้ง่ายๆ “เดี๋ยวก็นอนนะ เรามีเวลานอนกันอีกตั้งนาน นะจ๊ะ นะ นะ น้องตวง” คนอ้อน อ้อนไปก็จูบไป เล่นเอาตวงรักแทบจะละลายเป็นไอศกรีม เพราะฝีปากและฝีมือเขา
“ปวดขาไหมคะคุณเพลิง”ตวงรักถามเขาอย่างเป็นห่วง เมื่อพิธีผ่านพ้นไปจนถึงพิธีส่งตัว เมื่อผู้ใหญ่ให้ศีลพรเสร็จแล้ว จึงปล่อยให้หนุ่มสาวอยู่ด้วยกันตามลำพัง เธอกำลังปลดเครื่องประดับออกจากตัว เพลิงหรี่ตาลง เขากำลังคิดออกเมื่อตอนเธอพูดนี่แหละ ว่าขาของเขาพึ่งจะหาย ชายหนุ่มเลยแกล้งทำเป็นเซแล้วพูดเสียงออด“เจ็บอยู่นิดๆ นะครับ พี่กลัวจะอาบน้ำไม่ไหว น้องตวงอาบให้หน่อยนะครับ”“อะไรนะคะ”ตวงรักอุทานอย่างตกใจ พลางหรี่ตามองคนเจ้าเล่ห์ หากแต่เพลิงก็ทำหน้าซีดได้อย่างสมบทบาท ตวงรักเดินเข้าไปหาเขา คนตัวโตเลยตวัดร่างนุ่มเข้ามากอด แล้วซบหน้ากับบริเวณหน้าท้องนุ่มทำเอาตวงรักตัวแข็ง“พี่เจ็บจริงๆ นะจ๊ะ คงอาบไม่ถนัด น้องตวงไปช่วยหน่อยนะ เราแต่งงานกันแล้วนะจ๊ะ นะ”“อาบเองเถอะค่ะ”ตวงรักหน้าแดงก่ำ เธอไม่หลงกลเขาหรอกน่า เขาแค่เจ็บขานะไม่ได้เป็นอะไรมากมายจนถึงกับจะอาบน้ำเองไม่ได้ เพลิงหัวเราะหึ หึ แล้วพูดเสียงอ้อนต่อไปว่า“ใจร้ายจัง จะปล่อยให้สามีไปก้มๆ เงยๆ ทำอะไรไม่สะดวกในห้องน้ำเหรอจ๊ะ เกิดพี่ลื่นล้มหัวแตกไป น้องตวงก็เสียใจน่ะสิ”“ดีใจสิไม่ว่า คนเจ้าเล่ห์อย่างคุณเพลิง ให้เลือดออกเสียบ้าง ตวงจะดีใจมากเลยค่ะ
ภาพของสองหนุ่มสาวบนเวที ทำให้ชนิตสิรีที่ไปเข้าห้องน้ำแล้วมายืนอยู่ใต้ต้นส้มต้นใหญ่ มองแล้วก็อมยิ้ม เมื่อเห็นความรักของเพื่อนเต็มไปด้วยความสุข เธอสะดุ้งเมื่อมีเสื้อสูทสีขาวสวมทับมาบนแขนเปลือย วันนี้ ชนิตสิรีเลือกชุดกระโปรงผ้าพลิ้ว สีส้มโอโรสสายเดี่ยว ประดับดอกไม้เทียมดอกใหญ่ไว้ตรงอกเสื้อ ผมเธอเกล้าเป็นมวยอย่างเก๋ จากฝืมือของภาสวินีที่มาช่วยแต่งหน้าและแต่งตัวให้กับเจ้าสาว รวมมาถึงเพื่อนเจ้าสาวอย่างเธอด้วย ตอนนี้สามสาวไปยืนรอรับช่อดอกไม้ที่ด้านล่างเวที ตั้งใจกันมากเลยทีเดียว“พี่วิชญ์”“สวมเสื้อทับดีกว่านะจ๊ะ เสื้อของน้องเป็นสายเดี่ยว อากาศเชียงใหม่กลางคืนเย็นๆ เดี๋ยวเป็นหวัด”นราวิชญ์ว่า ตอนนี้เขาเหลือเสื้อเชิ้ตสีส้มอ่อนด้านใน ปลดกระดุมลงสองสามเม็ด เผยให้เห็นอกกว้าง ชนิตสิรีย่นจมูกอย่างรู้ทัน“แหม...ค่ะ คุณลุงวิชญ์”“ใครเป็นลุงกัน เดี๋ยวเถอะ”นัยน์ตาคมกริบส่งประกายคาดโทษ ชนิตสิรีเลยหัวเราะกิ๊ก ตอนนี้ชายหนุ่มโดนให้ไปทำงานที่ภูเก็ต เหมือนจะเป็นการแกล้งจากคุณย่าหญิง ข้อหานัวเนียหลานสาวในปกครองของท่านเหลือเกิน ร่วมมือกันกับจิตรา ทำเอานราวิชญ์แทบจะอกแตกอยู่แล้ว ที่ไม่ได้เห็นหน้าหวานๆ ขอ
“สวยจังเลย ยัยตวง”ชนิตสิรีมองเพื่อนรักอย่างตะลึง ตวงรักสวยสง่าในชุดแต่งงานสีส้มอ่อน เป็นเสื้อคอวี แขนพอง เข้ารูป ปล่อยชายกระโปรงยาวฟูฟ่องด้วยผ้าเนื้อเบาราวใยบัว ประดับด้วยริบบิ้นสีทองคาดที่เอวผูกโบว์ไว้ด้านหลัง ด้านหลังของเสื้อผ่าลึกเล็กน้อย ขับผิวขาวอมชมพูให้ยิ่งลออตา เรือนผมประดับด้วยดอกส้มสีขาวหอมกรุ่น ปล่อยยาวถึงกลางหลัง ม้วนเป็นลอนใหญ่ทิ้งตัวสวย เครื่องประดับเป็นมุกสีชมพูเม็ดเล็ก สวมเป็นสร้อยคอ และต่างหู ตวงรักหันมายิ้มให้กับเพื่อนรัก ใบหน้าตกแต่งไว้อ่อนๆ ด้วยโทนสีชมพูอมส้ม ทำให้ดูลออตางดงามไปหมดทั้งใบหน้า “ขอบใจจ้ะ”“เอาไปเอามา ตวงแต่งงานก่อนน้องจนได้”ชนิตสิรีหัวเราะเบาๆ เลยโดนเพื่อนรักค้อนเอาขวับ แถมแอบหยิกเธอเอาเสียด้วยจนชนิตสิรีต้องร้องโอ๊ย! “หยิกน้องทำไมกันนะ เจ็บนะยัยตวง”“อยากจะทำมากกว่าหยิกอีก ใครล่ะ ทำให้ตวงแต่งงานเร็วแบบนี้ พี่ชายตัวแสบของยัยน้องน่ะแหละ”ตวงรักว่าแล้วก็หน้าแดงจัด เมื่อนึกถึงภาพเหตุการณ์วันนั้น เมื่อได้จูบ เพลิงก็เริ่มลืมตัว พาให้เธอคล้อยตามเขาไปด้วย เมื่อชนิตสีรีเปิดประตูพรวดพราดเข้ามาพร้อมกับคุณย่าหญิง จึงเห็นภาพหวานเข้าเต็มตาเพลิงจึงถูกบรรด














![โฉมงามร้อนราคะ [BDSM] + [NC30+] + [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


