Share

บทที่ 2

Author: เลือนลอย
ความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านอย่างละเอียดถี่ถ้วน เริ่มตามมาหลอกหลอนในภายหลัง

เดิมทีฉันไม่ควรจะเสียใจขนาดนี้ แค่คิดซะว่าถูกเพื่อนรักหักหลัง มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

แต่เส้นแบ่งที่เรียกว่าเพื่อนนั้น เป็นซ่งลู่เจ๋อที่เลือกก้าวข้ามก่อน

ในวันที่ตัดสินใจว่าจะย้ายโรงเรียนไปพร้อมกับซ่งลู่เจ๋อ เขาลากฉันไปดื่มที่คลับเพื่อฉลองอิสรภาพ

ท่ามกลางแสงไฟสลัวที่โอบล้อมกาย ฉันมองดูคนที่ตัวเองแอบชอบมาหลายปี แล้วเผลอใจลอยไปชั่วขณะ

เพราะเหตุนั้น ตอนที่เขาโน้มตัวลงมาจูบ ฉันจึงไม่ได้ปฏิเสธ

ความรู้สึกที่อัดอั้นมานานหลายปีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ฉันไม่อาจหักห้ามใจได้อีกต่อไป จนต้องถามออกจากปากเพื่อความมั่นใจว่า "ซ่งลู่เจ๋อ ตอนนี้เราเป็นอะไรกันเหรอ?"

ซ่งลู่เจ๋อจูบหน้าผากฉันอีกครั้งอย่างเอ็นดู “ยัยโง่เอ๊ย จะเป็นความสัมพันธ์อะไรได้อีกล่ะ”

เสียงโห่ร้องยินดีดังขึ้นในห้องวีไอพี บรรยากาศเร่าร้อนเหมือนกับใจที่หวั่นไหวของฉัน

คิดไม่ถึงเลยว่าเพียงสองวันให้หลัง ฉันจะได้ยินซ่งลู่เจ๋อพูดทำลายความเพ้อฝันข้างเดียวของฉันด้วยปากของเขาเอง

ฉันยังคงยิ้ม แต่หยาดน้ำตามันกลับร่วงหล่นลงมาอย่างไม่อาจควบคุมได้

ที่แท้คำถามย้อนที่คลุมเครือคำนั้น ซ่งลู่เจ๋อก็แค่พูดเพื่อหลอกฉัน เพื่อจะได้รีบเขี่ยฉันออกไปให้พ้นทางของหลิวเข่อเข่อสินะ?

กระดิ่งลมในห้องนอนสั่นไหวแผ่วเบา ค่อย ๆ ทำให้น้ำตาของฉันแห้งลง

หัวใจที่แตกสลายก็ค่อย ๆ ประกอบขึ้นใหม่

ซ่งลู่เจ๋อคิดผิด

เขาเป็นเพียงลูกนอกสมรสของตระกูลซ่ง ส่วนฉันคือคุณหนูเพียงคนเดียวของตระกูลจู้ เราไม่ควรจะติดพันกันตั้งแต่แรก

เพราะว่า เราไม่เหมาะสมกัน

ใบสมัครย้ายโรงเรียนในมือเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา รอยหมึกแผ่กระจายจนสกปรกเลอะเทอะ

แต่ไม่เป็นไรหรอก ใบนี้สกปรกแล้ว ก็แค่เปลี่ยนใบใหม่ที่สะอาดกว่าเดิม

ตระกูลจู้ไม่เคยขาดทางเลือกสำรอง

ฉันพิมพ์แบบใบสมัครใหม่อีกครั้ง แต่พอกรอกถึงช่องสถานศึกษาที่จะย้ายเข้า ก็โทรหาแม่

“แม่คะ ครั้งก่อนที่แม่บอกว่าอยากให้หนูไปเรียนต่อต่างประเทศ หมายถึงโรงเรียนมัธยมที่ไหนคะ”

“ใช่ค่ะ หนูไปคนเดียว”

กระดิ่งลมในห้องส่งเสียงใสกังวาน ราวกับกำลังฉลองให้ฉัน

ฉันหลับตาลงเล็กน้อย คราวนี้ ใบหน้าที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่ของซ่งลู่เจ๋อ

ชายหนุ่มผู้มีเค้าโครงคล้ายซ่งลู่เจ๋ออยู่สามส่วน แต่หล่อเหลาโดดเด่นยิ่งกว่า ยิ้มให้ฉัน ด้วยความแน่วแน่และจริงจังเช่นเดียวกับเมื่อสองปีก่อน

“จู้ฮ่าวหลาน สักวันเธอจะเลิกเลือกซ่งลู่เจ๋อ แล้วหันมาเลือกเรา”

ตอนนั้นฉันคิดว่าเขาล้อเล่น

แต่ตอนนี้ ฉันรำพึงอยู่ในใจ

ซ่งลู่เจ๋อ ฉันไม่ต้องการนายแล้วจริงๆ

หลังจากกรอกใบสมัครใบใหม่เสร็จ ฉันถอนหายใจยาว ความรู้สึกภายในเริ่มกลับมาสงบนิ่ง

แต่ประตูห้องกลับถูกเคาะขึ้นอย่างกะทันหัน

ฉันชะงักไป บ้านหลังนี้ฉันอยู่คนเดียวมาโดยตลอด คนที่รู้รหัสจะมีเพียง…

ฉันเปิดประตู และก็เห็นใบหน้าของซ่งลู่เจ๋อจริง ๆ

เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเช่นเคย “จู้ฮ่าวหลาน เธอไม่ไปล่ำลาเพื่อน ๆ นานแล้ว เราเป็นห่วงนะ”

ฉันพยายามใช้น้ำเสียงที่ปกติที่สุด "ฉันรู้สึกปวดท้องนิดหน่อยน่ะ เลยไม่ได้ไป"

ขณะที่กำลังจะไล่แขก หางตาก็เหลือบไปเห็นเงาร่างที่ไม่คาดคิด

หลิวเข่อเข่อตัวเล็ก ๆ ขยับหลบอยู่ข้างซ่งลู่เจ๋อ และนิ่งไปเล็กน้อยในวินาทีที่สบตากับฉัน

ซ่งลู่เจ๋อสังเกตเห็นทุกการเคลื่อนไหวของเธอ พอเห็นแบบนั้นเขาก็รีบดึงเธอเข้ามาประคองไว้ในอ้อมกอดทันที

"จู้ฮ่าวหลาน เธอทำหลิวเข่อเข่อตกใจนะ"

เป็นแบบนี้อีกแล้ว หลิวเข่อเข่อมักจะทำท่าทางอ่อนแอราวกับกลัวฉันรังแก เหมือนว่าฉันเป็นคนเลวทรามที่ให้อภัยไม่ได้

ทั้งที่ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยสักอย่าง

สีหน้าของฉันเย็นชาลง “ฉันเคยบอกแล้ว ว่าฉันไม่ชอบให้คนอื่นมาบ้าน”

ซ่งลู่เจ๋อขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างไม่พอใจ “หลิวเข่อเข่อไม่ใช่คนนอก”

"อีกอย่าง เธอก็ตามมาเพราะความเป็นห่วงเธอนะ"

ยังไม่ทันที่ฉันจะโต้แย้ง หลิวเข่อเข่อก็มีน้ำตาคลอขึ้นมา

"จู้ฮ่าวหลาน ขอโทษนะ ฉันรู้ว่าเธอรังเกียจฉันมาตลอด แต่ฉันอาบน้ำทุกวันเลยนะ"

เธอพูดเสริมทั้งน้ำตา “จะไม่ทำให้บ้านเธอสกปรกหรอก…”

พอได้ยินแบบนั้น ซ่งลู่เจ๋อก็ขมวดคิ้วทันที เขามองฉันด้วยสายตาที่ไม่พอใจอย่างยิ่ง "จู้ฮ่าวหลาน หลิวเข่อเข่อแค่ฐานะยากจน แต่เธอไม่ได้ต่ำต้อยอย่างที่เธอคิดนะ"

"เธอทำแบบนี้กับเธอ มันทำให้เราผิดหวังจริงๆ"

หลิวเข่อเข่อดึงชายเสื้อของซ่งลู่เจ๋ออย่างระมัดระวัง แสดงท่าทีใจกว้างและเข้าอกเข้าใจ

“ซ่งลู่เจ๋อ ฉันไม่เป็นไร อย่าทะเลาะกับจู้ฮ่าวหลานเลย…”

เธอสูดจมูก เผยรอยยิ้มที่ทั้งน้อยใจและดื้อรั้น

“ในเมื่อ จู้ฮ่าวหลานบอกแล้วว่าพวกเธอเป็นเพื่อนสมัยเด็ก สถานะแบบนั้น ฉันจะไปเทียบได้อย่างไร…”

“พูดอะไรน่ะ เธอเองก็เป็นคนพิเศษที่ไม่มีใครเหมือนอยู่แล้ว”

ซ่งลู่เจ๋อประคองใบหน้าของหลิวเข่อเข่ออย่างสงสารแล้วพูดปลอบด้วยเสียงอ่อนโยน

ก่อนจะหันมามองฉันด้วยใบหน้าที่เย็นชาจนเหมือนเป็นน้ำแข็ง เขาพูดเสียงหนักแน่นว่า "ตอนนี้หลิวเข่อเข่ออารมณ์ไม่ดี เราจะพาเธอไปก่อน"

"เธอเองก็หัดกลับไปทบทวนตัวเองดูบ้างนะ แล้วอย่าลืมเอาใบสมัครย้ายโรงเรียนไปประทับตราด้วยล่ะ"

ฉันกลับไปทบทวนตัวเองจริงๆ ว่าที่ผ่านมาฉันมองคนผิดไป

จากนั้นฉันก็เดินไปเปลี่ยนรหัสผ่านประตูบ้านใหม่ทันที

ความอึดอัดคั่งค้างในใจก็ได้คลายลงชั่วครู่หนึ่ง
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เพื่อนรักหลอกย้ายโรงเรียน   บทที่ 10

    การร่วมมือกันระหว่างตระกูลจู้และตระกูลสือดำเนินไปอย่างมั่นคงสามปีต่อมา ฉันกับสืออวี้ไป๋ก็แต่งงานกันสถานที่จัดงานแต่งคือเมืองเล็กสไตล์วินเทจในต่างแดน ทุกบ้านล้วนแขวนกระดิ่งลมสีสันสดใสเมื่อสายลมพัดผ่าน จะเกิดเสียงกริ่งใสกังวาน ราวกับคำอวยพรจากใจจริงใกล้จะจบพิธีแต่งงาน ฉันได้รับของขวัญชิ้นหนึ่งไม่มีการลงชื่อไว้ แต่ตราประทับของตระกูลซ่งนั้นคนรอบข้างต่างก็จำได้ดีความจริงแล้ว หลังจากสืออวี้ไป๋เข้าสืบทอดสือกรุ๊ปอย่างเป็นทางการ เขาก็ได้ทำการกดดันและโจมตีตระกูลซ่งอย่างหนักในทุกด้านหากจะเปรียบ ก่อนหน้านั้นตระกูลซ่งที่ไร้การสนับสนุนจากแม่ของสืออวี้ไป๋ก็เหมือนตึกที่ใกล้จะถล่มงั้นตระกูลซ่งหลังถูกสืออวี้ไป๋จัดการ ก็เหลือเพียงซากอิฐซากปูนตระกูลที่ทรยศแม่ของเขา สืออวี้ไป๋ไม่มีวันปล่อยไปง่ายๆฉันเลือกสนับสนุนโดยไม่ลังเล และยิ่งทำให้หนักหน่วงกว่าเดิมตระกูลซ่งไม่มีชื่อเสียงเรียงนามหลงเหลืออยู่ในวงสังคมอีกต่อไปแล้วเพราะคนที่เคยทรยศฉัน ฉันเองก็ไม่มีวันปล่อยไปเหมือนกันในสถานการณ์แบบนี้ยังจะได้รับคำอวยพรจากซ่งลู่เจ๋ออีก ฉันรู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อยเมื่อเปิดกล่องออก ฉันถึงได้พบว่ามันค

  • เพื่อนรักหลอกย้ายโรงเรียน   บทที่ 9

    กว่าจะทำเรื่องให้ปากคำที่สถานีตำรวจเสร็จก็ดึกมากแล้ว ฉันเลยตัดสินใจพาสืออวี้ไป๋กลับบ้านไปกับฉันเลยพอตื่นลืมตาขึ้นมาในเช้าวันต่อมา อาหารเช้าก็ถูกนำมาวางเตรียมไว้ตรงหน้าเรียบร้อยแล้วฉันพิงขอบประตูไปมองดูคนที่กำลังตั้งอกตั้งใจล้างจานชามไป “ขยันขนาดนี้เลยเหรอคะ?”“ก็ยังไม่มีสถานะที่เป็นทางการนี่ เลยต้องทำตัวเป็นพ่อบ้านที่ดีหน่อย เพื่อสร้างความประทับใจให้คนดีของเรา ”“ไม่อย่างนั้นถ้าเธอเกิดโกรธขึ้นมา แล้วไม่เอาเราขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ”สืออวี้ไป๋เอื้อมมือมาบีบปลายจมูกฉัน พลางบ่นกึ่งจริงกึ่งล้อฉันได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ นึกถึงสายตาของพวกเพื่อนๆ เมื่อคืนตอนที่เรากลับ ที่จ้องมองสืออวี้ไป๋อย่างกระหายใคร่รู้แบบไม่ปิดบังเลยระหว่างที่ไถโทรศัพท์เล่นไปเรื่อย สายตาของฉันก็ไปสะดุดเข้ากับข่าวหนึ่งจนหลุดยิ้มออกมา “อยากได้สถานะนักใช่ไหม นี่ไง มาแล้ว”หัวข้อข่าวที่พุ่งทะยานขึ้นอันดับยอดนิยม ถูกเขียนด้วยตัวหนาและตัวใหญ่“ทายาทตระกูลจู้ประพฤติตัวไม่เหมาะสม อ่อยผู้ชายที่มีเจ้าของแล้ว”“ทายาทตระกูลจู้ใช้ชีวิตสำมะเลเทเมา ยอมให้ชายแปลกหน้าค้างคืนด้วย”หัวข้อข่าวทั้งสองอันเรียงต่อกันดูเป็นระเบีย

  • เพื่อนรักหลอกย้ายโรงเรียน   บทที่ 8

    ฉันได้เจอกับซ่งลู่เจ๋ออีกครั้ง ในงานเลี้ยงต้อนรับที่เพื่อนเป็นคนจัดพวกเราล้วนเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว เรื่องในแวดวงจึงค่อย ๆ เปลี่ยนไปพูดถึงธุรกิจและผลประโยชน์ของแต่ละครอบครัวแสงไฟสลัวอ่อนๆ กับรสชาติหวานละมุนของน้ำเมา ทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลายสบายดี ฉันเผลอใจอยู่ต่อนานอีกนิด แต่แล้วจู่ๆ แขกที่ไม่ได้รับเชิญก็ปรากฏตัวขึ้นบรรยากาศในห้องวีไอพีเงียบกริบลงอย่างประหลาดในชั่วพริบตาเพื่อนดึงชายเสื้อฉันเบาๆ แล้วกระซิบอธิบาย “จู้ฮ่าวหลาน ไม่มีใครเชิญเขามานะ”ฉันพยักหน้า เรื่องนี้ไม่ต้องบอกก็พอจะเดาได้เพื่อนถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงดูแคลน “สองคนนี้ตอนนี้เหมือนตัวเรือดในวงสังคม บ้านจะตกต่ำก็ช่างเถอะ แต่นิสัยใจคอก็ยังใช้ไม่ได้อีก”“โดยเฉพาะหลิวเข่อเข่อ มองซ่งลู่เจ๋อราวกับเป็นของล้ำค่าที่ใครๆ ก็อยากแย่ง ยัยนั้นคอยระแวงผู้หญิงทุกคนที่เข้าใกล้เลยละ”ฉันเอียงหน้ามองไปข้างหลังซ่งลู่เจ๋อ แล้วก็พบว่าหลิวเข่อเข่อเดินตามหลังเขามาจริงๆ พอเห็นฉันมองไป หลิวเข่อเข่อก็หดไหล่ทำท่ากลัวตามสัญชาตญาณ แต่หลังจากนั้นกลับถลึงตาใส่ฉันอย่างเคียดแค้นซ่งลู่เจ๋อทำเหมือนไม่สังเกตเห็นอะไรเลย เขาเดินตร

  • เพื่อนรักหลอกย้ายโรงเรียน   บทที่ 7

    สำนักงานใหญ่ของบริษัทตั้งอยู่ในเมืองนี้ ฉันจึงขับรถตรงกลับบ้านเพื่อไปเอาเอกสารแม่ซื้อบ้านพักตระกูลวิลล่าขนาดเล็กที่มีสวนเอาไว้ให้ เพื่อให้ฉันอยู่อาศัยได้อย่างสบายที่สุดฉันผลักประตูเข้าไปแต่พอจะกดรหัสปลดล็อกกลับตกใจขึ้นมาทันทีตรงระเบียงทางเดินข้างประตู มีคนคนหนึ่งนั่งอยู่ตรงนั้นเขาหันหน้ามา สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือดวงตาที่แดงก่ำคู่หนึ่งฉันขมวดคิ้ว “ซ่งลู่เจ๋อ? นายเข้ามาได้ยังไง?”ไม่ทันใด สายตาก็เหลือบไปเห็นเข่าที่ฟกช้ำเขียวม่วง ฉันขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม “ปีนประตูเข้าบ้านฉันมาเหรอ? มีธุระอะไร”คนที่เอาแต่นิ่งเงียบจ้องมองฉันเขม็ง ก่อนจะพูดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย “จู้ฮ่าวหลาน เธอผอมลงนะ”ฉันไม่เข้าใจว่าการทักทายที่ประหลาดแบบนี้เขาต้องการอะไรกันแน่ จึงทำท่าจะหันหลังเดินหนีไปแต่เขากลับพุ่งเข้ามาสวมกอดฉันไว้ทันที แรงกอดนั้นมหาศาลเสียจนเหมือนเขาอยากจะบดขยี้แขนของฉันให้แหลกคามือยังดีที่การฝึกฝนศิลปะป้องกันตัวที่ฉันได้รับมาไม่ใช่แค่การรำมวยโชว์ ฉันสะบัดมือฟาดใส่จนหลุดจากเขา แล้วเช็ดแขนตัวเองด้วยความรู้สึกรังเกียจ“ซ่งลู่เจ๋อ รู้จักให้เกียรติกันบ้าง”เขาหลุดหัวเราะออกมาเสียงต่

  • เพื่อนรักหลอกย้ายโรงเรียน   บทที่ 6

    หลังจากงานหมั้นจบลง ทางบ้านก็ให้ฉันกลับประเทศไปฝึกงานที่บริษัทแม่ของฉันเริ่มจินตนาการถึงอนาคต“ถึงตอนนั้น พวกลูกสองคนดูแลงานบริหารภายใน ส่วนแม่กับป้าสือก็ดูแลงานบริหารภายนอกเอง” ส่วนพ่อฉันก็แอบกระซิบฝากฝังให้ฉันช่วยเฝ้าแม่ไว้ดีๆ อย่าปล่อยให้คุณป้าสือลักพาตัวแม่ไปเสียก่อน...ด้วยความคาดหวังเหล่านี้ ฉันจึงก้าวขึ้นเครื่องบินกลับประเทศพร้อมรอยยิ้มที่กลั้นไว้ไม่อยู่ตอนที่มาส่งฉันขึ้นเครื่อง สืออวี้ไป๋หยิบกระดิ่งลมหนึ่งลูกจากบรรดาพวงกระดิ่งเหล่านั้นมาวางบนฝ่ามือฉันเขาเป็นคนสำรวมและมีมารยาทกับฉันเสมอมาแต่เขาก็ไม่อาจหักห้ามใจ จึงใช้เสียงกระดิ่งคอยบอกให้ฉันรู้ถึงความคิดถึงของเขาจากกันไปหลายเดือน ห้องมัธยมหกทับหนึ่งของโรงเรียนมัธยมในประเทศได้กลายเป็นอดีตไปแล้ว เมื่อเพื่อนในประเทศส่งรูปถ่ายวันจบการศึกษาที่ไม่มีฉันมาให้ดู ฉันกลับรู้สึกราวกับเป็นเรื่องของอีกชีวิตหนึ่งในรูปนั้น ซ่งลู่เจ๋อกับหลิวเข่อเข่อยืนเคียงคู่กัน ดูไปแล้วก็เหมาะสมกันดีสายตาของฉันกวาดผ่านใบหน้าที่เปื้อนยิ้มของทั้งคู่ แต่ว่าในใจกลับไม่มีความรู้สึกหวั่นไหวเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปเพื่อนของฉันบ่นอย่างหัวเสีย “ตอนนั

  • เพื่อนรักหลอกย้ายโรงเรียน   บทที่ 5

    ฉันยังไม่ทันได้พูดเสียงของสืออวี้ไป๋ก็ดังขึ้นมาก่อน “จู้ฮ่าวหลาน ให้เราพาเธอไปทำความคุ้นเคยกับโรงเรียนใหม่ก่อนดีไหม?” สีหน้าของเขาดูใสซื่อราวกับเป็นเพียงคนใจดีธรรมดาเท่านั้นเสียงของซ่งลู่เจ๋อดังแหลมขึ้นทันที “จู้ฮ่าวหลาน เธออยู่กับสืออวี่ไป๋เหรอ?”“ตกลงว่าเธออยู่ที่ไหนกันแน่?”ฉันดึงโทรศัพท์ให้ออกห่างจากหูเล็กน้อย เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าเสียงของซ่งลู่เจ๋อนั้นช่างหนวกหูเหลือเกิน“ฉันจะอยู่ที่ไหนมันเกี่ยวอะไรกับนายด้วย?” ซ่งลู่เจ๋อทำเหมือนไม่ได้ยินคำถามนั้น น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ “นี่เธอถึงกับยอมไปหาสืออวี้ไป๋ เพื่อประชดเรางั้นเหรอ?!”“เพื่อจะทำให้ฉันโกรธ เธอถึงขั้นไปยุ่งกับไอ้คนชั้นต่ำแบบนั้น...”เมื่อเห็นว่าเขาเริ่มพูดจาแย่ลงเรื่อยๆ ฉันก็ทนไม่ไหวอีกต่อไปจนต้องตวาดขัด “หยุดนะ!”ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะพูดอย่างเด็ดขาดว่า “ซ่งลู่เจ๋อ นายนั่นแหละคือคนที่น่ารังเกียจที่สุด”ประโยคนี้ ในที่สุดฉันก็ได้คืนมันให้เขาเสียที“อย่าโทรมาอีก ความสัมพันธ์ทั้งหมดของเรา จบกันแค่นี้”พูดจบ ฉันวางสายทันที บล็อก และลบเบอร์นั้นออกไปโลกทั้งใบกลับมาสงบเงียบอีกครั้ง ฉั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status