LOGINป้านา แม่บ้านร่างท้วมใจดีวัยกลางคนที่มีรอยยิ้มอบอุ่น เดินเข้ามาประคองไข่มุกที่ยังคงมีอาการขาสั่นระริกจากการเผชิญหน้ากับนายหัวศิลาเมื่อครู่ นางลูบหลังปลอบโยนเบาๆ ด้วยความเอ็นดู
"คุณหนูอย่าเพิ่งกลัวไปเลยนะเจ้าคะ นายหัวน่ะภายนอกอาจจะดูดุดันน่ากลัวไปบ้าง แต่ท่านไม่ใช่คนใจร้ายอะไรหรอกเจ้าค่ะ... ป่ะ ไปพักผ่อนเอาแรงกันก่อนดีกว่า ป้านาจะดูแลคุณหนูเองนะเจ้าคะ"
ป้านานำทางไข่มุกเดินขึ้นบันไดวนไปยังชั้นบนสุดของคฤหาสน์ ก่อนจะไขกุญแจเปิดประตูห้องพักรับรองพิเศษที่อยู่ริมสุด ทันทีที่บานประตูไม้สักเปิดออก ไข่มุกก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตะลึง
เบื้องหลังประตูบานนั้นคือห้องนอนหรูหรากว้างขวางสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอล ผนังห้องด้านหนึ่งเป็นกระจกใสบานใหญ่จรดเพดานที่เปิดรับวิวทะเลสีครามกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา แสงจันทร์ส่องกระทบผิวน้ำระยิบระยับ ลมทะเลเย็นฉ่ำพัดพาเอาเกลือจางๆ เข้ามาปะทะห้องจนรู้สึกสดชื่น เตียงนอนขนาดคิงไซส์ปูด้วยผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดตา พร้อมระเบียงชมวิวด้านนอกที่มองเห็นหาดทรายขาวและเกลียวคลื่นซัดสาดอย่างชัดเจน เป็นห้องพักที่สวยงามและเงียบสงบราวกับสรวงสวรรค์บนดิน
"ชอบไหมเจ้าคะคุณหนู? ห้องนี้เป็นห้องพิเศษ วิวสวยที่สุดในเกาะนี้เลยนะเจ้าคะ นายหัวท่านสั่งกำชับไว้เป็นดิบดีว่าต้องจัดเตรียมห้องนี้ไว้ให้คุณหนูโดยเฉพาะเลยล่ะค่ะ" ป้านากล่าวด้วยรอยยิ้ม
ก่อนที่ไข่มุกจะได้ทันคิดอะไรต่อ ป้านาก็จัดการเตรียมอ่างจากุซซี่ขนาดใหญ่ในห้องน้ำหรูหรา เปิดน้ำอุ่นผสมน้ำแร่ธรรมชาติและน้ำนมบริสุทธิ์จนเกิดฟองนุ่มฟูฟุ้งกระจาย ส่งกลิ่นหอมละมุนตลบอบอวลไปทั่วห้อง
"มาเถอะเจ้าคะคุณหนู เดินทางมาเหนื่อยๆ ให้ป้านาช่วยปรนเปรอผ่อนคลายเนื้อตัวเสียหน่อยนะเจ้าคะ"
“ข...ขอบคุณค่ะ” แม้ไข่มุกจะรู้สึกเกรงใจและเขินอาย แต่ความอ่อนล้าทางร่างกายและจิตใจทำให้เธอปฏิเสธไม่ไหว ยอมให้ป้านาช่วยถอดชุดที่อึดอัดออกแล้วก้าวลงไปแช่ตัวในอ่างน้ำนมผสมน้ำแร่ ไออุ่นจากน้ำแร่ช่วยคลายกล้ามเนื้อที่ระบมและตึงเครียดให้ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
ป้านาไม่รอช้า หยิบฟองน้ำนุ่มและสครับกลิ่นดอกไม้หอมกรุ่นขึ้นมาบรรจงขัดผิวขาวเนียนละเอียดให้ไข่มุกอย่างเบามือ ขัดวนไปตามเรียวแขน แผ่นหลัง และเรียวขาเนียนนุ่มจนผิวพรรณเปล่งปลั่งผุดผ่องราวกับไข่มุกสมชื่อ ยิ่งกระทบกับแสงไฟและฟองน้ำนม ยิ่งขับให้ผิวของเธอดูกระจ่างใสไร้ที่ติ
ป้านามองสำรวจเรือนร่างอรชรตรงหน้าด้วยความชื่นชมระคนทึ่ง นางส่งเสียงอุทานเบาๆ อย่างอดใจไม่ไหว
"โอ... คุณหนูไข่มุกนี่ผิวพรรณงดงามเหลือเกินค่ะ ผิวผุดผ่องเนียนนุ่มแบบนี้... มิน่านายหัวถึงได้..."
พูดค้างไว้แค่นั้น ป้านาก็หยุดชะงักแล้วหัวเราะคิกคักออกมาเบาๆ ใบหน้าอิ่มเอิบเปื้อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แบบผู้ใหญ่ที่อาบน้ำร้อนมาก่อน
ไข่มุกหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย รีบยกมือขึ้นกอดอกตัวเองไว้แล้วเอ่ยถามแก้เก้อเพื่อเปลี่ยนเรื่อง "มิน่า... อะไรเหรอคะป้านา? แล้ว... เอ่อ นายหัวศิลาของป้านานี่ เขาเป็นคนยังไงเหรอคะ เล่าเรื่องของเขาให้ฉันฟังหน่อยสิคะ"
ป้านายิ้มกริ่ม ยื่นผ้าขนหนูผืนนุ่มมาคลุมร่างให้ไข่มุกที่ก้าวขึ้นจากอ่างน้ำ ก่อนจะช่วยเช็ดตัวและสวมชุดคลุมอาบน้ำเนื้อนุ่มให้เรียบร้อย แล้วพามานั่งที่โซฟาชมวิวริมกระจก
"โอย... พูดถึงนายหัวศิลานะเจ้าคะ ป้านาเลี้ยงมาตั้งแต่ยังตัวกะเปี๊ยก เรียกว่าเห็นกันมาตั้งแต่แบเบาะเลยล่ะค่ะ!" ป้านาเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ ดวงตาเป็นประกายด้วยความรักและศรัทธาในตัวนายหนุ่ม
"นายหัวน่ะนะเจ้าคะ เป็นคนเด็ดเดี่ยวและเก่งกาจตั้งแต่เด็กๆ พ่อแม่ท่านเสียชีวิตไปตั้งแต่ท่านยังรุ่นๆ ท่านต้องแบกรับกิจการประมงและดูแลลูกน้องนับร้อยชีวิตด้วยตัวคนเดียว ฝ่าฟันอุปสรรคและพวกคู่แข่งทางธุรกิจที่จ้องจะเล่นงานมานักต่อนัก จนสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาได้ด้วยสองมือของตัวเอง คนแถวนี้ทั้งยำเกรงและเคารพรักท่านกันทั้งนั้นแหละค่ะ"
ป้านาเว้นจังหวะ เลื่อนสายตามามองหน้าไข่มุกด้วยรอยยิ้ม "ถึงภายนอกท่านจะดุ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องจิตใจ... นายหัวไม่เคยรังแกคนไม่มีทางสู้หรอกนะเจ้าคะ นายหัวยังยอมยั้งมือและให้คุณหนูได้พักผ่อน... นั่นแปลว่าท่าน... เอ็นดูคุณหนูไม่น้อยเลยล่ะค่ะ"
ไข่มุกฟังแล้วก็นิ่งอึ้งไป หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวแปลกๆ เมื่อนึกถึงแววตาดุคมและท่าทีขึงขังของนายหัวศิลา แม้ปากเขาจะบอกว่าเธอเป็นแค่ "นางบำเรอขัดดอก" แต่วิธีการที่เขาปฏิบัติดูเหมือนจะซ่อนความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ภายใต้ความดิบเถื่อนนั้น
"เอ้า! ป้าพูดมากไปเดี๋ยวคุณหนูจะเครียดเสียเปล่าๆ" ป้านายิ้มร่า ตบบ่าไข่มุกเบาๆ "ดึกมากแล้ว ทานอาหารอร่อยๆ ที่แม่บ้านเตรียมไว้ให้แล้วเข้านอนเอาแรงเสียนะเจ้าค่ะ"
“ขอบคุณมากค่ะ”
หลังจากป้านาจัดแจงความเรียบร้อยและขอตัวเดินออกจากห้องไป ปล่อยให้ความเงียบสงบเข้าปกคลุมพื้นที่ภายในห้องพักหรูหรา ไข่มุกที่ควรจะได้พักผ่อนกลับทำได้เพียงนอนพลิกตัวไปมาบนเตียงนอนนุ่มกว้างอย่างกระสับกระส่าย
ดวงตากลมโตคู่สวยเปิดค้างในความมืดสลัว สมองและจิตใจตื่นตัวเต็มที่ด้วยความหวาดระแวงและความไม่แน่นอน เธอไม่รู้เลยว่าชะตากรรมของตัวเองในวันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร จะถูกย่ำยีรุนแรงแค่ไหน หรือครอบครัวที่กรุงเทพฯ จะปลอดภัยดีจริงหรือเปล่า ความกดดันทั้งหมดบีบคั้นหัวใจดวงน้อยจนแน่นหน้าอก ข่มตาลงเท่าไหร่ก็มีแต่ภาพความดิบเถื่อนและคำขู่ของนายหัวศิลาลอยวนเวียนอยู่ในหัว
เมื่อทนแบกรับความอึดอัดไม่ไหว ไข่มุกจึงตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียง คว้าผ้าคลุมอาบน้ำมาผูกกระชับร่าง แล้วเดินออกมาที่ระเบียงห้องด้านนอก
"แน่นชะมัด..." นายหัวสบถเสียงพร่าด้วยความเสียวซ่านจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเมื่อเห็นว่าส่วนหัวเพิ่งจะเบียดเข้าไปได้เพียงเล็กน้อยและช่องทางของเธอยังตึงแน่นเกินกว่าจะฝืนกระแทกเข้าไปรวดเดียวได้ ชายหนุ่มจึงเปลี่ยนแผนโดยการใช้มือหนาประคองสะโพกมนไว้มั่น แล้วเริ่มขยับโยกคลึงและถูไถส่วนปลายหยอกเย้าอยู่บริเวณปากทางเข้าช้าๆ เนิบนาบแต่วาบหวิวแรงเสียดสีที่กดเน้นเข้าหาจุดกระสันซ่านโดยตรง ทำให้ไข่มุกที่นอนหอบสะท้านอยู่ถึงกับสะดุ้งเฮือก ความเสียวซ่านสายหนึ่งวิ่งพล่านแปลบปลาบไปทั่วสันหลังจนเธอต้องลืมตาขึ้นมามองด้วยความอยากรู้และหัวใจที่เต้นระรัวตื่นเต้นจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ไข่มุกตัดสินใจชันตัวท่อนบนขึ้นจากฟูกนอน เพื่อจะได้ก้มลงมองภาพความแนบชิดระหว่างเรือนร่างของพวกเขาสองคนได้อย่างชัดเจนเต็มสองตาภาพที่สะท้อนอยู่ในดวงตากลมโตฉ่ำเยิ้มคือองคชาติใหญ่โตที่กำลังเบียดเสียดแนบชิดอยู่กับกลีบสาวบอบบางสีหวาน ซึ่งขยายอ้าออกรองรับความใหญ่โตนั้นจนขอบเนื้อมันวับด้วยหยาดน้ำรัก ทุกจังหวะที่นายหัวศิลาโยกคลึงสะโพกเข้าออกอย่างเชื่องช้าและหนักหน่วง ทำให้เนื้อแนบเนื้อกระทบกันจนเกิดเสียงเฉอ
"บอกฉันหน่อยสิ... ว่าเธอต้องการอะไรจากฉันตอนนี้?"ไข่มุกกะพริบตาปริบๆ น้ำตาใสไหลรินอาบแก้ม เธอนอนเม้มริมฝีปากแน่น ไม่ยอมปริปากพูดออกมาเพราะความกระดากอายที่พุ่งสูงจนถึงขีดสุดนายหัวศิลายกยิ้มเจ้าเล่ห์ แกล้งทำเป็นขยับถอยตัวออกห่างเล็กน้อย "อ้าว... ไม่พูดเหรอ? ถ้าเธอไม่ยอมพูดออกมาให้ชัดๆ ว่าต้องการอะไร... ฉันก็ไม่รู้หรอกนะ ว่าเด็กดื้อแถวนี้อยากโดนฉันทำอะไรต่อ"คำพูดหยอกเย้าแกมบังคับทำเอาไข่มุกร้อนรนจนทำอะไรไม่ถูก กลัวว่าเขาจะแกล้งหยุดจริงๆหญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ใบหน้าหวานแดงก่ำซ่านลามไปถึงใบหูและลำคอ เพื่อแลกกับการหลุดพ้นจากความทรมานและเติมเต็มความโหยหาที่กำลังปะทุในอก ไข่มุกจึงตัดสินใจทำตามที่เขาต้องการสะโพกมนขยับแอ่นขึ้นช้าๆ อย่างกล้าๆ กลัวๆ สองมือที่เคยถูกตรึงไว้ข้างลำตัวยกขึ้นมาอย่างอ้อนวอน ขณะที่เรียวขาเนียนสวยถ่างกางออกกว้างด้วยความจำยอม เผยให้เห็นกลีบสาวชุ่มฉ่ำที่สั่นระริกและรอคอยการเติมเต็มอย่างเว้าวอน"มุก... มุกต้องการคุณศิลาค่ะ..." เสียงหวานเอ่ยด้วยความกระดากอาย ใบหน้าซุกซบลงกับหมอนเพื่อซ่อนความเขิน "เอามุกเถอะค่ะ...
"อื้อ! คุณศิลา... ตรงนั้นมัน..." ไข่มุกครางประท้วงเสียงสั่น หน้าแดงก่ำจนแทบไหม้เมื่อรู้ว่าเขาคิดจะทำอะไร"ตรงนี้แหละเด็ดสุด..." นายหัวศิลาโน้มตัวลงกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงพร่ากระเส่า ก่อนจะกดประกบถ้วยดูดสูญญากาศถ้วยที่สามครอบทับกลีบสาวบอบบางและเม็ดเสียวโดยตรง แล้วกดปุ่มเร่งแรงดันสูญญากาศทันที!บรื้นนน— หึ่งๆๆๆ!เสียงมอเตอร์ขนาดเล็กภายในกระบอกสูญญากาศและลิ้นซิลิโคนทั้งสามตำแหน่งแผดเสียงประสานกันก้องห้องในฉับพลัน!ทันทีที่สวิตช์ถูกกดลง แรงสั่นสะเทือนมหาศาลและระบบดูดดึงอัตโนมัติก็ทำงานเต็มพิกัด ลิ้นซิลิโคนเรียวเล็กที่ซ่อนอยู่ภายในถ้วยดูดทั้งสามจุด ทั้งที่หัวนมอวบอิ่มทั้งสองข้าง และที่กลีบสาวบอบบางเบื้องล่าง เริ่มตวัดรัวเร็วยิบจนมองตามแทบไม่ทัน สัมผัสรัวกระแทกและแรงดูดสูญญากาศที่ประสานเสียงกันอย่างบ้าคลั่งทำเอาไข่มุกสะดุ้งเฮือกใหญ่ แอ่นสะโพกและสองเต้ารับแรงสั่นสะเทือนนั้นด้วยความตื่นตระหนกปนเสียวซ่านจนสมองขาวโพลน"อ๊ายยย! อื้ออออ!"ไข่มุกหวีดร้องลั่นห้อง ร่างกายบอบบางสั่นระริก สองมือที่ถูกตรึงไว้ข้างลำตัวพยายามจิกเกร็งลงกับฟูกนอ
นายหัวศิลาวางของเล่นชิ้นอื่นลงบนถาดข้างเตียง ก่อนจะหยิบถ้วยดูดสูญญากาศพร้อมลิ้นซิลิโคนขึ้นมาถือไว้ในมือ ดวงตาดำมืดพราวระยับด้วยประกายตัณหาและความเจ้าเล่ห์ เขาก้มลงกระซิบชิดริมหูบางด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่สั่นระริกด้วยอารมณ์"ถ้าอยากรู้ว่ามันทำงานได้ดีขนาดไหน... ลองดูไหมล่ะ?" นายหัวยิ้มกริ่ม เอ่ยท้าทายด้วยแววตากรุ้มกริ่ม "ถ้าอยากลอง... ก็ถอดเสื้อผ้าออกสิ คนดี"ไข่มุกสะท้านเฮือก หัวใจเต้นแรงโครมคราม ใบหน้าหวานที่แดงก่ำอยู่แล้วยิ่งร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาไฟมาลูบ เธอนั่งนิ่ง ลังเลอยู่ชั่วขณะด้วยความเขินอายที่พุ่งทะยานจนแทบหายใจไม่ออก สายตากลมโตเหลือบมองอุปกรณ์ในมือเขา ก่อนจะมองสบกับดวงตาคมดุที่รอคอยการตัดสินใจด้วยความเร่าร้อนท้ายที่สุด... ภายใต้แรงดึงดูดประหลาดและสายตาที่เว้าวอนแกมบังคับ ไข่มุกก็เม้มริมฝีปากแน่น ตัดสินใจยกมือสั่นเทาขึ้นปลดกระดุมเสื้อผ้าของตัวเองทีละชิ้นอย่างเชื่องช้าเสื้อผ้าเนื้อบางค่อยๆ หลุดร่วงลงกองที่ข้างเตียง เผยให้เห็นเรือนร่างอวบอิ่มขาวเนียนที่ซ่อนอยู่ภายใน... และวินาทีที่เปลือกตาคมกริบของนายหัวศิลาได้กวาดมองเต็มสองตา ชายหนุ่มถึงกับหลุดเส
ฉันกลัว... กลัวว่าเธอจะเป็นอะไรไป กลัวจนแทบคลั่ง ยิ่งคิดว่าถ้าเธอเป็นอะไรเพราะความโง่ของฉัน ฉันคงไม่มีวันให้อภัยตัวเองแน่ๆ"น้ำเสียงที่จริงจัง แต่วิตกกังวลอย่างปิดไม่มิด ทำให้ไข่มุกชะงักไป ดวงตากลมโตที่คลอหน่วยด้วยหยาดน้ำตาเงยขึ้นสบตากับคนพูดคำพูดดิบๆ ตรงไปตรงมาตามสไตล์คนใต้ของเขา เมื่อบวกกับแววตาที่ไหวระริกและเปี่ยมไปด้วยความห่วงใยสุดซึ้ง มันช่างฟังดูคล้าย... คำสารภาพรักไม่มีผิด!ใบหน้าหวานที่เปื้อนคราบน้ำตาพลันแดงก่ำขึ้นมาทันที ลามเลียไปจนถึงใบหูและลำคอขาวผ่อง ความน้อยเนื้อต่ำใจเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความร้อนผ่าวและความเขินอายที่ตีตื้นขึ้นมาจนหัวใจเต้นระรัวแรงยิ่งกว่าตอนตกบันไดเสียอีกหญิงสาวก้มหน้าหลบสายตาคมกริบ เม้มริมฝีปากแน่นด้วยความทำตัวไม่ถูก มือเล็กๆ กำเสื้อเขาไว้แน่นเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยวนายหัวศิลาก้มมองคนในอ้อมกอดที่หน้าแดงซ่านจนถึงใบหู รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างเอ็นดู เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีกนิด ก่อนจะกระซิบเสียงพร่าข้างใบหูเธอเบาๆ"ทีหลัง... อย่าทำให้ฉันใจหายแบบนี้อีกนะ คนดี..."ไข่มุกพยักหน้
"ไข่มุก! ใครใช้ให้เธอปีนขึ้นไปตรงนั้น ลงมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!" นายหัวศิลาตะคอกเสียงเข้มด้วยความหัวเสียไข่มุกสะดุ้งเฮือก หันมาส่งยิ้มแห้งๆ ทั้งที่ยังนั่งค้างอยู่บนขั้นบนสุดของบันได มือข้างหนึ่งถือแฟ้มเอกสารหนาเตอะ ชูขึ้นอวดเขาอย่างกระตือรือร้น "คุณศิลาคะ... มุกเจอปัญหาแล้วนะ! นี่ไงคะ... ที่ตัวเลขมันรันผิดพลาดเพราะ..."นายหัวศิลาเดินดุ่มๆ เข้าไปประชิดบันได ดวงตาดุจ้องมองเธอด้วยความเป็นห่วงระคนหงุดหงิด "ฉันไม่สนใจเรื่องตัวเลขอะไรทั้งนั้น! ลงมาเดี๋ยวนี้!""เดี๋ยวก่อนสิคะ ฟังมุกอธิบายก่อน..." ไข่มุกยังดื้อดึงไม่ยอมลง เธอกวาดสายตาอ่านตัวเลขในกระดาษแล้วร่ายรายละเอียดที่พบออกมาฉอดๆ "เนี่ยค่ะ! ถ้าดูจากยอดเดือนก่อนหน้า ยอดเบิกน้ำมันมันไม่ตรงกับรอบเรือขนส่ง แสดงว่ามีการลงบัญชีซ้ำซ้อน..."หญิงสาวพูดไปก็ขยับตัวจะไต่ลงมาจากบันได โดยที่มือข้างหนึ่งยังพยายามหอบแฟ้มเอกสารหนักอึ้งไว้แนบอก ทำให้การทรงตัวไม่มั่นคง"ฉันบอกให้ลงมาไง! ไม่ต้องพูดแล้ว!" นายหัวศิลาเอ็ดตะโรลั่น พยายามจะก้าวเข้าไปคว้าตัวเธอลงมาให้พ้นจากจุดอันตรายแต่ทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว... ในจังหวะที่ไ







