FAZER LOGINช่วงแรก บรรดาลูกน้องต่างมองหน้ากันเลิกลั่กด้วยความไม่มั่นใจ เพราะฝังใจว่ามันคือปลาเอเลี่ยนตัวร้ายที่สร้างปัญหา แต่พอได้ตักชิมคำแรกเข้าไปเท่านั้นแหละ... ดวงตาทุกคู่ก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตะลึง! เนื้อปลาสดๆ ที่ผ่านการปรุงอย่างพิถีพิถันไม่มีกลิ่นคาวเลยสักนิด แถมยังเนื้อแน่น หวาน นุ่ม และเข้ากันได้ดีกับเครื่องแกงรสจัดจ้านอย่างไม่น่าเชื่อ
"เฮ้ย! อร่อยวะพี่! ไม่คิดเลยว่าปลาบ้านี่จะอร่อยขนาดนี้!" ลูกน้องคนหนึ่งอุทานออกมาเสียงดังด้วยความทึ่ง ตักข้าวเพิ่มทันที
เสียงชมดังระงมไปทั่วโต๊ะ ทุกคนกินกันอย่างเอร็ดอร่อยจนเกลี้ยงจาน นายหัวศิลาเองก็ตักชิมต้มยำและฉู่ฉี่ฝีมือเธอด้วยความประทับใจไม่แพ้กัน ดวงตาคมกริบมองหญิงสาวด้วยความทึ่งในความสามารถที่ซ่อนอยู่
ไข่มุกยิ้มกว้างแก้มปริด้วยความโล่งใจและดีใจที่ทุกคนชอบฝีมือของเธอ ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับ เธอเอ่ยบอกทุกคนด้วยความตื่นเต้น "รอก่อนนะคะ... เดี๋ยวพรุ่งนี้มุกจะลองเอาเนื้อปลาแดดเดียวทอดให้ชิมกัน รับรองว่าอร่อยเด็ดไม่แพ้กันแน่นอนค่ะ! ถ้าเวิร์ก มุกจะปรับสูตรอีกนิด ก็น่าจะทำให้ปลานิลทองกลายเป็นสินค้าใหม่ได้ค่ะ"
นายหัวศิลานั่งมองรอยยิ้มสดใสและท่าทางคล่องแคล่วกระฉับกระเฉงของหญิงสาวมาโดยตลอด ตั้งแต่เธออยู่ในครัวจนกระทั่งมานั่งร่วมโต๊ะ เขาไม่เคยเห็นมุมที่เปล่งประกายและมีความสุขแบบนี้ของเธอมาก่อนเลย นับตั้งแต่เธอถูกบังคับให้มาเหยียบที่เกาะแห่งนี้
ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถามด้วยความสงสัยระคนทึ่ง "ไข่มุก... เธอทำอาหารเก่งขนาดนี้เลยงั้นรึ? ไหนบอกว่าเป็นคุณหนูไฮโซไง"
ไข่มุกสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกจับผิด ก้มหน้าลงซ่อนรอยยิ้มเขินอาย ก่อนจะตอบอ้อมแอ้มด้วยเสียงเบาหวิว
"เอ่อ... คือว่า... จริงๆ แล้ว..." ไข่มุกเหลือบตามองนายหัวศิลาเล็กน้อย "มุกเรียนจบด้านการทำอาหาร... เป็นเชฟค่ะ..."
คำตอบนั้นทำให้นายหัวศิและทุกคนในห้องอาหารถึงกับอึ้งตาค้างไปตามๆ กัน!
รอยยิ้มสดใสเมื่อครู่ค่อยๆ เลือนหายไปจากใบหน้าหวาน ไข่มุกก้มหน้าลงมองมือตัวเองที่ประสานกันอยู่บนตัก ความไม่มั่นใจในตัวเองที่ถูกฝังหัวและสั่งสมมานานผุดขึ้นมาเกาะกุมจิตใจอีกครั้ง เมื่อนึกถึงคำพูดดูถูกเหยียดหยามของกรณ์ที่คอยเป่าหูมาตลอดว่าสิ่งที่เธอรักมันไร้ค่าและเป็นแค่เรื่องไร้สาระ
"จริงๆ แล้ว... ที่ครอบครัวไม่ค่อยสนับสนุนเท่าไหร่ ก็เพราะพี่กรณ์คอยบอกว่าการเป็นเชฟมันไร้สาระ และทำให้ครอบครัวรู้สึกแย่..." ไข่มุกยิ้มฝืนๆ ออกมาด้วยความรู้สึกผิดลึกๆ ในใจ "มุกเคยพยายามลองเรียนบริหาร เรียนธุรกิจตามที่พี่ชายบอกแล้วนะคะ แต่มันไม่ใช่ตัวมุกเลยสักนิด... มุกไม่มีความสุขเลย หัวใจมันรักแต่การได้ยืนหน้าเตา ได้จับตะหลิว และคิดเมนูอร่อยๆ ให้คนอื่นกินมากกว่า"
นายหัวศิลานั่งมองแววตาที่สั่นไหวและเต็มไปด้วยความไม่มั่นใจของหญิงสาว ความรู้สึกบางอย่างแปลบปนเข้ามาในอก เมื่อรู้ว่าเบื้องหลังรอยยิ้มและฝีมืออันโดดเด่นนี้ เธอต้องผ่านการโดนลดทอนคุณค่าขนาดไหน
ชายหนุ่มโน้มตัวเข้าหาเล็กน้อย เอ่ยปลอบโยนด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่อบอุ่นผิดจากทุกที
"ที่พ่อแม่หรือพี่ชายเขาห้าม อาจจะเป็นเพราะงานในครัวมันทั้งหนัก ทั้งเหนื่อย และลำบากมากสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอก็ได้... พวกเขาอาจจะแค่มองว่ามันหนักเกินไป เลยเป็นห่วงในแบบของเขา" นายหัวศิลาเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะส่งสายตาจริงจังและชื่นชมไปให้ "แต่เธอก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วนี่ ว่าเธอเรียนจบมาได้ และทำมันออกมาได้ยอดเยี่ยมขนาดไหน... ฝีมือระดับนี้ จะไปดูถูกว่าไร้ค่าได้ยังไง"
คำพูดที่เจือความเข้าใจและยอมรับในตัวตนของเธอจากปากเจ้าพ่อผู้ดิบเถื่อน ทำเอาหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาเยียวยาดวงใจที่บอบช้ำ
ทันใดนั้นเอง ประกายไฟแห่งความหวังและความมั่นใจก็พรั่งพรูขึ้นในดวงตากลมโต ดำมืดไปด้วยความตื่นเต้นและหลงใหลในสิ่งที่รัก แววตาของไข่มุกกลับมามีชีวิตชีวาและสุกสกาวเป็นประกายขึ้นมาทันที
"จริงด้วยค่ะ!" ไข่มุกเงยหน้าขึ้นพูดเสียงใส ดวงตาเป็นประกายวิบวับ "ที่นี่มีวัตถุดิบอาหารทะเลสดๆ ส่งตรงจากทะเลเพียบเลย! ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา แถมยังมีโจทย์เรื่องปลาหมอคางดำที่มุกเอามาแปรรูปได้อีกเพียบ!"
ไฟฝันและจิตวิญญาณความเป็นเชฟในตัวเธอลุกโชนขึ้นมาอย่างเต็มเปี่ยม ท่าทางกระฉับกระเฉงและกระตือรือร้นเหมือนเด็กน้อยที่เจอของเล่นชิ้นโปรด ทำให้ความหม่นหมองเมื่อครู่หายวับไปกับตา
นายหัวศิลาถึงกับหลุดหัวเราะออกมาเสียงดังด้วยความเอ็นดู รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายอย่างที่ลูกน้องไม่เคยเห็นมาก่อน เขายกมือขึ้นยีหัวทุยของเธอเบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยว
"ให้มันได้อย่างนี้สิ... ไหนๆ ก็มาอยู่กับฉันแล้ว อยากจะโชว์ฝีมือทำเมนูอะไรอีก จัดการได้ตามสบายเลยนะเชฟไข่มุก เดี๋ยวฉันจะให้คนเตรียมวัตถุดิบและอำนวยความสะดวกให้เธอทุกอย่างเอง!"
"แน่นชะมัด..." นายหัวสบถเสียงพร่าด้วยความเสียวซ่านจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเมื่อเห็นว่าส่วนหัวเพิ่งจะเบียดเข้าไปได้เพียงเล็กน้อยและช่องทางของเธอยังตึงแน่นเกินกว่าจะฝืนกระแทกเข้าไปรวดเดียวได้ ชายหนุ่มจึงเปลี่ยนแผนโดยการใช้มือหนาประคองสะโพกมนไว้มั่น แล้วเริ่มขยับโยกคลึงและถูไถส่วนปลายหยอกเย้าอยู่บริเวณปากทางเข้าช้าๆ เนิบนาบแต่วาบหวิวแรงเสียดสีที่กดเน้นเข้าหาจุดกระสันซ่านโดยตรง ทำให้ไข่มุกที่นอนหอบสะท้านอยู่ถึงกับสะดุ้งเฮือก ความเสียวซ่านสายหนึ่งวิ่งพล่านแปลบปลาบไปทั่วสันหลังจนเธอต้องลืมตาขึ้นมามองด้วยความอยากรู้และหัวใจที่เต้นระรัวตื่นเต้นจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ไข่มุกตัดสินใจชันตัวท่อนบนขึ้นจากฟูกนอน เพื่อจะได้ก้มลงมองภาพความแนบชิดระหว่างเรือนร่างของพวกเขาสองคนได้อย่างชัดเจนเต็มสองตาภาพที่สะท้อนอยู่ในดวงตากลมโตฉ่ำเยิ้มคือองคชาติใหญ่โตที่กำลังเบียดเสียดแนบชิดอยู่กับกลีบสาวบอบบางสีหวาน ซึ่งขยายอ้าออกรองรับความใหญ่โตนั้นจนขอบเนื้อมันวับด้วยหยาดน้ำรัก ทุกจังหวะที่นายหัวศิลาโยกคลึงสะโพกเข้าออกอย่างเชื่องช้าและหนักหน่วง ทำให้เนื้อแนบเนื้อกระทบกันจนเกิดเสียงเฉอ
"บอกฉันหน่อยสิ... ว่าเธอต้องการอะไรจากฉันตอนนี้?"ไข่มุกกะพริบตาปริบๆ น้ำตาใสไหลรินอาบแก้ม เธอนอนเม้มริมฝีปากแน่น ไม่ยอมปริปากพูดออกมาเพราะความกระดากอายที่พุ่งสูงจนถึงขีดสุดนายหัวศิลายกยิ้มเจ้าเล่ห์ แกล้งทำเป็นขยับถอยตัวออกห่างเล็กน้อย "อ้าว... ไม่พูดเหรอ? ถ้าเธอไม่ยอมพูดออกมาให้ชัดๆ ว่าต้องการอะไร... ฉันก็ไม่รู้หรอกนะ ว่าเด็กดื้อแถวนี้อยากโดนฉันทำอะไรต่อ"คำพูดหยอกเย้าแกมบังคับทำเอาไข่มุกร้อนรนจนทำอะไรไม่ถูก กลัวว่าเขาจะแกล้งหยุดจริงๆหญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ใบหน้าหวานแดงก่ำซ่านลามไปถึงใบหูและลำคอ เพื่อแลกกับการหลุดพ้นจากความทรมานและเติมเต็มความโหยหาที่กำลังปะทุในอก ไข่มุกจึงตัดสินใจทำตามที่เขาต้องการสะโพกมนขยับแอ่นขึ้นช้าๆ อย่างกล้าๆ กลัวๆ สองมือที่เคยถูกตรึงไว้ข้างลำตัวยกขึ้นมาอย่างอ้อนวอน ขณะที่เรียวขาเนียนสวยถ่างกางออกกว้างด้วยความจำยอม เผยให้เห็นกลีบสาวชุ่มฉ่ำที่สั่นระริกและรอคอยการเติมเต็มอย่างเว้าวอน"มุก... มุกต้องการคุณศิลาค่ะ..." เสียงหวานเอ่ยด้วยความกระดากอาย ใบหน้าซุกซบลงกับหมอนเพื่อซ่อนความเขิน "เอามุกเถอะค่ะ...
"อื้อ! คุณศิลา... ตรงนั้นมัน..." ไข่มุกครางประท้วงเสียงสั่น หน้าแดงก่ำจนแทบไหม้เมื่อรู้ว่าเขาคิดจะทำอะไร"ตรงนี้แหละเด็ดสุด..." นายหัวศิลาโน้มตัวลงกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงพร่ากระเส่า ก่อนจะกดประกบถ้วยดูดสูญญากาศถ้วยที่สามครอบทับกลีบสาวบอบบางและเม็ดเสียวโดยตรง แล้วกดปุ่มเร่งแรงดันสูญญากาศทันที!บรื้นนน— หึ่งๆๆๆ!เสียงมอเตอร์ขนาดเล็กภายในกระบอกสูญญากาศและลิ้นซิลิโคนทั้งสามตำแหน่งแผดเสียงประสานกันก้องห้องในฉับพลัน!ทันทีที่สวิตช์ถูกกดลง แรงสั่นสะเทือนมหาศาลและระบบดูดดึงอัตโนมัติก็ทำงานเต็มพิกัด ลิ้นซิลิโคนเรียวเล็กที่ซ่อนอยู่ภายในถ้วยดูดทั้งสามจุด ทั้งที่หัวนมอวบอิ่มทั้งสองข้าง และที่กลีบสาวบอบบางเบื้องล่าง เริ่มตวัดรัวเร็วยิบจนมองตามแทบไม่ทัน สัมผัสรัวกระแทกและแรงดูดสูญญากาศที่ประสานเสียงกันอย่างบ้าคลั่งทำเอาไข่มุกสะดุ้งเฮือกใหญ่ แอ่นสะโพกและสองเต้ารับแรงสั่นสะเทือนนั้นด้วยความตื่นตระหนกปนเสียวซ่านจนสมองขาวโพลน"อ๊ายยย! อื้ออออ!"ไข่มุกหวีดร้องลั่นห้อง ร่างกายบอบบางสั่นระริก สองมือที่ถูกตรึงไว้ข้างลำตัวพยายามจิกเกร็งลงกับฟูกนอ
นายหัวศิลาวางของเล่นชิ้นอื่นลงบนถาดข้างเตียง ก่อนจะหยิบถ้วยดูดสูญญากาศพร้อมลิ้นซิลิโคนขึ้นมาถือไว้ในมือ ดวงตาดำมืดพราวระยับด้วยประกายตัณหาและความเจ้าเล่ห์ เขาก้มลงกระซิบชิดริมหูบางด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่สั่นระริกด้วยอารมณ์"ถ้าอยากรู้ว่ามันทำงานได้ดีขนาดไหน... ลองดูไหมล่ะ?" นายหัวยิ้มกริ่ม เอ่ยท้าทายด้วยแววตากรุ้มกริ่ม "ถ้าอยากลอง... ก็ถอดเสื้อผ้าออกสิ คนดี"ไข่มุกสะท้านเฮือก หัวใจเต้นแรงโครมคราม ใบหน้าหวานที่แดงก่ำอยู่แล้วยิ่งร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาไฟมาลูบ เธอนั่งนิ่ง ลังเลอยู่ชั่วขณะด้วยความเขินอายที่พุ่งทะยานจนแทบหายใจไม่ออก สายตากลมโตเหลือบมองอุปกรณ์ในมือเขา ก่อนจะมองสบกับดวงตาคมดุที่รอคอยการตัดสินใจด้วยความเร่าร้อนท้ายที่สุด... ภายใต้แรงดึงดูดประหลาดและสายตาที่เว้าวอนแกมบังคับ ไข่มุกก็เม้มริมฝีปากแน่น ตัดสินใจยกมือสั่นเทาขึ้นปลดกระดุมเสื้อผ้าของตัวเองทีละชิ้นอย่างเชื่องช้าเสื้อผ้าเนื้อบางค่อยๆ หลุดร่วงลงกองที่ข้างเตียง เผยให้เห็นเรือนร่างอวบอิ่มขาวเนียนที่ซ่อนอยู่ภายใน... และวินาทีที่เปลือกตาคมกริบของนายหัวศิลาได้กวาดมองเต็มสองตา ชายหนุ่มถึงกับหลุดเส
ฉันกลัว... กลัวว่าเธอจะเป็นอะไรไป กลัวจนแทบคลั่ง ยิ่งคิดว่าถ้าเธอเป็นอะไรเพราะความโง่ของฉัน ฉันคงไม่มีวันให้อภัยตัวเองแน่ๆ"น้ำเสียงที่จริงจัง แต่วิตกกังวลอย่างปิดไม่มิด ทำให้ไข่มุกชะงักไป ดวงตากลมโตที่คลอหน่วยด้วยหยาดน้ำตาเงยขึ้นสบตากับคนพูดคำพูดดิบๆ ตรงไปตรงมาตามสไตล์คนใต้ของเขา เมื่อบวกกับแววตาที่ไหวระริกและเปี่ยมไปด้วยความห่วงใยสุดซึ้ง มันช่างฟังดูคล้าย... คำสารภาพรักไม่มีผิด!ใบหน้าหวานที่เปื้อนคราบน้ำตาพลันแดงก่ำขึ้นมาทันที ลามเลียไปจนถึงใบหูและลำคอขาวผ่อง ความน้อยเนื้อต่ำใจเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความร้อนผ่าวและความเขินอายที่ตีตื้นขึ้นมาจนหัวใจเต้นระรัวแรงยิ่งกว่าตอนตกบันไดเสียอีกหญิงสาวก้มหน้าหลบสายตาคมกริบ เม้มริมฝีปากแน่นด้วยความทำตัวไม่ถูก มือเล็กๆ กำเสื้อเขาไว้แน่นเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยวนายหัวศิลาก้มมองคนในอ้อมกอดที่หน้าแดงซ่านจนถึงใบหู รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างเอ็นดู เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีกนิด ก่อนจะกระซิบเสียงพร่าข้างใบหูเธอเบาๆ"ทีหลัง... อย่าทำให้ฉันใจหายแบบนี้อีกนะ คนดี..."ไข่มุกพยักหน้
"ไข่มุก! ใครใช้ให้เธอปีนขึ้นไปตรงนั้น ลงมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!" นายหัวศิลาตะคอกเสียงเข้มด้วยความหัวเสียไข่มุกสะดุ้งเฮือก หันมาส่งยิ้มแห้งๆ ทั้งที่ยังนั่งค้างอยู่บนขั้นบนสุดของบันได มือข้างหนึ่งถือแฟ้มเอกสารหนาเตอะ ชูขึ้นอวดเขาอย่างกระตือรือร้น "คุณศิลาคะ... มุกเจอปัญหาแล้วนะ! นี่ไงคะ... ที่ตัวเลขมันรันผิดพลาดเพราะ..."นายหัวศิลาเดินดุ่มๆ เข้าไปประชิดบันได ดวงตาดุจ้องมองเธอด้วยความเป็นห่วงระคนหงุดหงิด "ฉันไม่สนใจเรื่องตัวเลขอะไรทั้งนั้น! ลงมาเดี๋ยวนี้!""เดี๋ยวก่อนสิคะ ฟังมุกอธิบายก่อน..." ไข่มุกยังดื้อดึงไม่ยอมลง เธอกวาดสายตาอ่านตัวเลขในกระดาษแล้วร่ายรายละเอียดที่พบออกมาฉอดๆ "เนี่ยค่ะ! ถ้าดูจากยอดเดือนก่อนหน้า ยอดเบิกน้ำมันมันไม่ตรงกับรอบเรือขนส่ง แสดงว่ามีการลงบัญชีซ้ำซ้อน..."หญิงสาวพูดไปก็ขยับตัวจะไต่ลงมาจากบันได โดยที่มือข้างหนึ่งยังพยายามหอบแฟ้มเอกสารหนักอึ้งไว้แนบอก ทำให้การทรงตัวไม่มั่นคง"ฉันบอกให้ลงมาไง! ไม่ต้องพูดแล้ว!" นายหัวศิลาเอ็ดตะโรลั่น พยายามจะก้าวเข้าไปคว้าตัวเธอลงมาให้พ้นจากจุดอันตรายแต่ทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว... ในจังหวะที่ไ






![หนี้สวาทพ่อเลี้ยงทมิฬ [ Drama,Comedy 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
