Se connecterหลังจากที่ทุกคนออกไปดาราก็วิ่งเข้าไปหาคุณพ่อก่อนจะมองสำรวจทั่วตัวของท่านว่ามีอะไรได้รับบาดเจ็บหรือเปล่า ซึ่งดูเหมือนว่าคนพวกนั้นจะไม่ได้ลงมือทำอะไรร้ายแรง ไม่รู้ว่าคุณพ่อคิดอะไรอยู่ถึงได้ไปกู้เงินพวกนอกระบบ ข่าวก็ออกโครม ๆ ว่ามันโหดแค่ไหน
"คุณพ่อคิดอะไรอยู่คะถึงไปกู้เงินพวกนอกระบบ รู้ไหมว่ามันทวงหนี้โหดขนาดไหน ทำแบบนี้ไม่กลัวว่าจะถูกพวกมันฆ่าหรือไง"
เธอเอ่ยออกมาด้วยความเป็นห่วงคุณพ่อ ซึ่งเอาจริงท่านเองก็ไม่ได้ไปยืมเงินพวกนอกระบบแต่อย่างใด แต่เจ้าของเงินที่พูดถึงคือมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยติดอันดับ 1 ใน 5 ของประเทศ เขามีธุรกิจในเครือมากมายและที่สำคัญที่สุดเขาเป็นลูกค้ารายใหญ่ของบริษัท และเมื่อเกิดปัญหาเขาแค่ไปขอความช่วยเหลือแต่ก่อนหน้านี้ท่านก็ปรานีมาโดยตลอดไม่ได้ทวงเงินแต่อย่างใด แต่ทำไมครั้งนี้ถึงไม่ยอมให้จ่ายดอกเบี้ยเหมือนก่อนทวงเงินต้นจนครบหมดซึ่งไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเหมือนกัน
"มันไม่ใช่เงินกู้นอกระบบหรอก เจ้าของเงินเขาเป็นมหาเศรษฐีแต่พ่อไม่อยากให้หนูไปเจอกลัวว่าเขาคิดอะไรไม่ดี ลูกสาวพ่อยังสาวยังสวยถ้าไปต้องตาต้องใจพวกมหาเศรษฐีจะแย่เอา ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวคืนนี้พ่อจะเป็นคนไปเอง พ่อไม่อยากให้หนูเอาตัวเองไปเสี่ยง"
คุณพ่อของดาราเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล ท่านไม่อยากจะให้ลูกสาวเอาชีวิตไปเสี่ยงเพราะไม่รู้หรอกว่ามหาเศรษฐีมีความคิดยังไง ในโลกของธุรกิจไม่มีคนที่ใจดีเป็นพ่อพระหรอก เพราะฉะนั้นเขาจะต้องปกป้องลูกสาวอย่างดีที่สุด
"ไม่ได้หรอกค่ะ หนูเป็นคนรับปากเองว่าจะไปถ้าเกิดว่าคุณพ่อไปแล้วมีปัญหาขึ้นมาจะแย่เอานะคะ คุณพ่อไม่ต้องเป็นห่วงหรอกหนูเอาตัวรอดได้"
เธอยื่นมือไปกุมมือคุณพ่อเอาไว้ก่อนจะส่งยิ้มไปให้ ถ้าท่านบอกว่าเจ้าของเงินไม่ได้เป็นเจ้าหนี้นอกระบบ เขาเป็นมหาเศรษฐีมีหน้าตาในสังคม เพราะฉะนั้นคงไม่กล้าที่จะทำอะไรเพื่อให้ตัวเองเป็นข่าวเสียหายหรอก
"แต่ว่า..."
"อย่าลืมสิคะว่าเขาเป็นมหาเศรษฐีนะ ถ้าทำอะไรหนูคงไม่พ้นเป็นข่าวโด่งดัง เขาไม่เอาตัวเองมาแปดเปื้อนแบบนั้นหรอกค่ะ"
และเมื่อลูกสาวพูดแบบนั้นเขาก็นึกตามคำพูดซึ่งก็เริ่มเอนเอียงไปในทางที่ดี ก็จริงอย่างที่ดาราบอกเขาเป็นมหาเศรษฐีมีแสงสว่างส่องตลอดคงไม่กล้าทำอะไรหรอกมั้ง
"เอางั้นก็ได้ ให้คนของเราตามไปด้วยไหม"
"ไม่เป็นไรค่ะพ่อเดี๋ยวหนูไปเอง เดี๋ยวหนูไปคุยขอให้เขาเลื่อนกำหนดให้หน่อย สักเดือนหนึ่งก็ยังดีค่ะเราจะได้เตรียมเงินมาคืนเขาทัน พ่อไม่ต้องเป็นห่วงนะคะหนูจะทำทุกอย่างเพื่อให้บริษัทของเราไปต่อได้"
ดาราโอบกอดคุณพ่อเอาไว้ด้วยความห่วงใยท่าน กลัวว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะทำให้ท่านไม่สบายใจ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเธอจะปกป้องครอบครัวของเราให้ผ่านสิ่งเลวร้ายพวกนี้ไปได้
และในช่วงเย็นเธอเดินทางไปที่ night club Live Vision ชั้น 5 โซน VVIP ห้องที่ 8 ตามที่ลูกน้องของเจ้าของเงินพูดเอาไว้ เป็นคลับหรูที่นักธุรกิจนิยมไปสังสรรค์กันมีความหรูหราและก็บริการแบบพิเศษเพื่อให้ผู้เข้าใช้บริการรู้สึกถึงความเป็นส่วนตัว มีบรรยากาศที่หรูหราและสงบ มีบริการพิเศษระดับพรีเมี่ยม ให้ความเป็นส่วนตัวโดยที่ไม่ถูกบุคคลอื่นรบกวน สามารถทำเป็นห้องประชุมและมีเทคโนโลยีสามารถทำงานได้ มีความปลอดภัยสูงสุดซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวของนักธุรกิจที่มีชื่อเสียง
"มาหาใครครับ ถ้าอายุไม่ถึง 20 ปีจะไม่สามารถขึ้นไปชั้น vip ข้างบนได้ ขอตรวจบัตรด้วยครับ"
เธอนิ่งเงียบไปสักพักก่อนจะหยิบบัตรประชาชนของตัวเองจากกระเป๋าออกมายื่นให้บอดี้การ์ดที่เฝ้าอยู่ตรงทางเข้า ถึงแม้เธอจะอายุเกือบ 22 ปีแล้ว แต่ใบหน้าที่ดูเหมือนเด็กอายุ 16 ปี จึงทำให้บอดี้การ์ดไม่กล้าที่จะให้เธอย่างกรายเข้าไป
"อายุ 22 ปีแล้วเหรอหน้าตาไม่เหมือนเลย ว่าแต่ถ้าจะขึ้นไปโซน VVIP จะต้องเป็นลูกค้าคนสำคัญเท่านั้นนะ ไม่ทราบว่านัดใครไว้หรือเปล่า"
"เอ่อ คือหนูไม่..."
"สวัสดีครับคุณหนูดารา นายให้มารับแล้วขึ้นไปหาที่ห้องครับ"
วิคเตอร์คนที่ไปทวงหนี้กับคุณพ่อเธอเมื่อช่วงเช้าเดินมาหาพร้อมกับโค้งตัวเล็กน้อยผายมือเชิญให้เธอเดินขึ้นไปข้างบน ซึ่งหญิงสาวทำได้เพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินตามเขาไปทันที เพราะขี้เกียจตอบคำถามบอดี้การ์ดที่เฝ้าอยู่หน้าร้านด้วย
"ค่ะ"
"แขกของคุณวิคเตอร์เหรอครับ งั้นเชิญเลยครับ"
บอดี้การ์ดที่เฝ้าอยู่หน้าร้านรีบผายมือเชิญหญิงสาวให้เดินเข้าไปข้างใน วิคเตอร์คือผู้ช่วยคนสนิทของเจ้าของคลับ เพราะฉะนั้นถ้าเขาลงมารับด้วยตัวเองแสดงว่าแขกคนนั้นต้องเป็นคนสำคัญพอสมควร
ดาราเดินตามวิคเตอร์ขึ้นลิฟต์ไปยังชั้น 5 ซึ่งเป็นโซนของลูกค้า VVIP หลังจากนั้นก็เดินตรงไปยังห้องหมายเลข 8 ซึ่งอยู่ตรงหัวมุม
"คุณหนูเข้าไปได้เลยครับตอนนี้เจ้านายรออยู่ข้างในนั้นแล้ว"
วิคเตอร์เดินไปเปิดประตูก่อนจะเชิญให้เธอเข้าไปข้างใน หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปข้างใน ซึ่งตอนนี้แสงสีทำเอาเธอเวียนหัวด้วยความที่ไม่ค่อยมาเที่ยวสถานบันเทิงจึงทำให้ยังไม่คุ้นชิน พยายามที่จะปรับตัวก่อนจะสะบัดหน้าเล็กน้อยเพื่อไล่ความมึนจากนั้นก็เดินตรงไปยังโซฟา และเมื่อเธอเห็นผู้ชายคนหนึ่งในชุดสูทดูดี ใบหน้าหล่อคมผิวขาวผ่องดูสุขภาพดี สวมใส่แว่นตาสีใสดูภูมิฐาน รูปร่างดูแข็งแกร่งมองตรงไหนก็ดูดีไปหมดจึงทำให้เธอไม่อาจละสายตาจากเขาได้
"เอ่อ... สะ...สวัสดีค่ะคือหนู..."
"มานั่งตรงนี้สิคุณหนูดารา"
ชายหนุ่มนั่งอยู่ตรงโซฟาในมือของเขากำลังถือแก้วเหล้าทางด้านซ้าย ส่วนมือทางด้านขวายื่นมาตบตรงโซฟาเพื่อเรียกให้หญิงสาวมานั่งลงเคียงข้าง เธอยืนตัวแข็งทื่อเพราะรู้สึกเกร็งไปหมด เขาเป็นคนที่หล่อเหลาดูมีเสน่ห์แล้วก็เป็นคนที่ดูน่ากลัวในเวลาเดียวกัน
"ค่ะ"
ดาราเอ่ยออกมาก่อนจะค่อย ๆ เดินเข้าไปนั่งลงเคียงข้างเขา เธอมาที่นี่เพื่อเจรจากับชายหนุ่มเกี่ยวกับเงินกู้ของพ่อซึ่งดูจากใบหน้าของเขาน่าจะเป็นคนใจดีคนหนึ่ง คงไม่ว่าอะไรหรอกมั้งถ้าเธอจะขอเลื่อนการจ่ายหนี้ไปก่อน
"คือหนูมีเรื่องจะมาคุยกับคุณค่ะ"
"ว่ามาสิ"
เขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนจะวางแก้วเหล้าลงตรงโต๊ะกระจก หญิงสาวเห็นแบบนั้นก็รีบเอาใจชายหนุ่มด้วยการหยิบขวดเหล้ามาเทใส่แก้วให้เขาจนเกือบเต็ม หยิบน้ำแข็งมาใส่ให้ในแก้วก่อนจะส่งไปให้ชายหนุ่มตรงหน้า
"นี่ค่ะหนูชงให้"
เขาเห็นแบบนั้นก็ยิ้มมุมปากออกมาเล็กน้อย พิงแผ่นหลังลงกับโซฟาจ้องมองไปยังใบหน้าสวยอย่างไม่วางตา ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเธอจะเอาใจเขาแบบไหนเพื่อให้ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ...
เขาดึงรั้งตัวหญิงสาวให้เดินตามมาจนถึงหน้าประตูทางออกของคลับ ซึ่งตอนนี้มีรถหรูมาจอดรออยู่แล้ว"คุณจะพาหนูไปไหนคะ""คืนนี้หนูต้องจ่ายดอกเบี้ยให้ฉันจนกว่าจะพอใจ แล้วเรื่องข้อตกลงจะถือว่าสมบูรณ์""อื้อ ไม่เอานะ!"เธอพยายามที่จะวิ่งหนีแต่ดูเหมือนว่าตอนนี้จะไม่สามารถออกไปจากที่นี่ได้แล้ว ไม่น่าตัดสินใจมาเจอเขาในวันนี้เลยให้ตายสิ ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ดูบ้ากามชะมัด"คุณอดอยากมาจากไหนเนี่ยรีบร้อนจัง หน้าตาก็ดีไม่น่าขาดผู้หญิงนะทำไมต้องมายุ่งกับหนูด้วย"เธอร้องโวยวายออกมาก่อนจะถูกจับยัดเข้าไปในรถ จากนั้นเขาก็เบียดตัวเข้ามานั่งลงเคียงข้างซึ่งมันทำให้ดาราถึงกับบ่นไม่หยุด"มานั่งเบียดหนูทำไมเนี่ย""พูดมาก"เขาบ่นออกไปเพียงแค่นั้นก่อนจะยื่นมือไปปิดปากหญิงสาวเพราะรู้สึกหนวกหู เธอดีดดิ้นไปมาพยายามที่จะหลุดออกจากการเกาะกุม ชายหนุ่มรู้สึกรำคาญก็เลยทำการปล่อยมือก่อนจะยื่นริมฝีปากไปจุ๊บริมฝีปากของเธอก่อนจะบรรจงจูบอย่างดูดดื่ม"อื้อ"เธอร้องครางออกมาก่อนจะเริ่มดีดดิ้นเพราะรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง นี่เป็นจูบแรกของดาราเพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีชายใดแตะต้องตัวเธอมาก่อน เขาดูดดึงลิ้นของเธอด้วยความเร่าร้อนก่อนจะขบก
เขามองแก้วเหล้าในมือของเธอก่อนจะยิ้มมุมปากออกมาเล็กน้อย ยื่นมือไปรับมาถือไว้ในมือก่อนจะหมุนแก้วไปมาพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่ง"คุณหนูจะมอมเหล้าฉันเหรอ""คะ... มอมเหล้าอะไรกันคะหนูก็แค่อยากจะชงเหล้าให้คุณ""หึ... แสดงว่าชงเหล้าไม่เป็นสินะ""แล้วเขาไม่ได้ชงกันแบบนี้เหรอคะ"เธอเกาหัวด้วยความมึนงงก่อนจะเหลือบสายตาหันไปมองวิคเตอร์ซึ่งตอนนี้เขากำลังอมยิ้มก่อนจะหลุดขำออกมา เธอยังไม่รู้เลยว่าตัวเองทำอะไรผิดหรือเปล่า ก็คนปกติเขาก็ชงเหล้ากันแบบนี้ไม่ใช่เหรอไง"คุณหนูใส่เหล้าเยอะเกินไปครับ อีกอย่างเขาต้องผสมโซดาด้วย""อะ...อ้าว...! แฮะหนูไม่รู้ค่ะ""ไม่เป็นไรถือว่ามีความตั้งใจ ว่ามาสิมาหาวันนี้มีอะไรจะพูดหรือเปล่า"ชายหนุ่มยกแก้วเหล้าที่หญิงสาวชงให้ดื่มจนหมดทั้งที่เป็นตัวแรงสุดแต่ดื่มเหมือนน้ำเปล่า หรือว่าพวกนักธุรกิจเขาดื่มเหล้าเก่งกันแบบนี้นะเธอเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องในวงการนี้สักเท่าไหร่"คือคุณวิคเตอร์บอกว่าคุณไม่ยอมให้ทางเราจ่ายดอกเบี้ย แต่ว่าต้องจ่ายเงินให้เต็มจำนวน พอดีว่าตอนนี้ที่บริษัทยังหาเงินไม่ทันค่ะ อยากจะขอให้คุณช่วยเลื่อนออกไปให้สักหน่อยได้หรือเปล่า จะคิดดอกเบี้ยเท่าไหร่ก็ได้ค่ะเด
หลังจากที่ทุกคนออกไปดาราก็วิ่งเข้าไปหาคุณพ่อก่อนจะมองสำรวจทั่วตัวของท่านว่ามีอะไรได้รับบาดเจ็บหรือเปล่า ซึ่งดูเหมือนว่าคนพวกนั้นจะไม่ได้ลงมือทำอะไรร้ายแรง ไม่รู้ว่าคุณพ่อคิดอะไรอยู่ถึงได้ไปกู้เงินพวกนอกระบบ ข่าวก็ออกโครม ๆ ว่ามันโหดแค่ไหน"คุณพ่อคิดอะไรอยู่คะถึงไปกู้เงินพวกนอกระบบ รู้ไหมว่ามันทวงหนี้โหดขนาดไหน ทำแบบนี้ไม่กลัวว่าจะถูกพวกมันฆ่าหรือไง"เธอเอ่ยออกมาด้วยความเป็นห่วงคุณพ่อ ซึ่งเอาจริงท่านเองก็ไม่ได้ไปยืมเงินพวกนอกระบบแต่อย่างใด แต่เจ้าของเงินที่พูดถึงคือมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยติดอันดับ 1 ใน 5 ของประเทศ เขามีธุรกิจในเครือมากมายและที่สำคัญที่สุดเขาเป็นลูกค้ารายใหญ่ของบริษัท และเมื่อเกิดปัญหาเขาแค่ไปขอความช่วยเหลือแต่ก่อนหน้านี้ท่านก็ปรานีมาโดยตลอดไม่ได้ทวงเงินแต่อย่างใด แต่ทำไมครั้งนี้ถึงไม่ยอมให้จ่ายดอกเบี้ยเหมือนก่อนทวงเงินต้นจนครบหมดซึ่งไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเหมือนกัน"มันไม่ใช่เงินกู้นอกระบบหรอก เจ้าของเงินเขาเป็นมหาเศรษฐีแต่พ่อไม่อยากให้หนูไปเจอกลัวว่าเขาคิดอะไรไม่ดี ลูกสาวพ่อยังสาวยังสวยถ้าไปต้องตาต้องใจพวกมหาเศรษฐีจะแย่เอา ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวคืนนี้พ่อจะเป็นคนไปเอง พ่อไม่อยากให
ในช่วงเช้าของวันอันแสนสดใส ดาราในชุดนักศึกษาใบหน้าสวยงามราวกับนางในวรรณคดี รูปร่างสูงโปร่งผิวพรรณขาวผ่องใครเห็นเป็นต้องเหลียวหลัง เธอเดินออกมาจากอาคารเรียนพร้อมกับเพื่อนสนิทอีกสองคน "ในที่สุดพวกเราก็จะเรียนจบกันแล้ว เดือนหน้าทุกคนจะต้องแยกย้ายกันไปฝึกงาน ว่าแต่แกยังไม่บอกฉันเลยนะว่าจะไปฝึกงานที่ไหน""ฉันยื่นไปที่ช่อง Two days Channel ว่าจะเข้าไปเป็นสต๊าฟช่วยงานที่กองถ่าย ตอนนี้กำลังรอให้พวกเขาตอบรับอยู่"ดาราเอ่ยออกมาพร้อมกับหยิบโทรศัพท์กดมาดูหน้าจอ วันนี้เธอนัดทานข้าวกับคุณพ่อในช่วงเย็น แต่เธอทักไปหาตั้งแต่เก้าโมงเช้าจนตอนนี้เป็นเวลา 14:00 น ท่านยังไม่แม้แต่จะกดอ่านเลย ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า"พวกฉันก็ไปที่นั่นเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นพวกเราน่าจะไปเจอกันที่นั่นแหละ""ก็ดีเหมือนกันนะพวกเราจะได้ทำงานด้วยกันไง เดี๋ยวฉันขอตัวกลับก่อนติดต่อคุณพ่อไม่ได้เลย น่าจะต้องไปหาที่บริษัทเผื่อว่ามีอะไรเร่งด่วน"ดาราโบกไม้โบกมือให้กับเพื่อนรักทั้งสองคนก่อนจะรีบเดินไปขึ้นรถที่จอดอยู่ตรงลานจอดหน้าอาคารเรียน จากนั้นก็รีบสตาร์ทรถเร่งความเร็วออกไปจากรั้วมหาวิทยาลัยเดินทางไปยังบริษัทของคุณพ่อ ซึ่งคุณพ







