Se connecterเมื่อโชคชะตานำพาให้ ว่าน วรัชญา สาวใสวัย 24 ที่เกิดมาพร้อมความสามารถพิเศษที่เรียกว่า Sixth sense มาเจอกับ 'เขา' วิญญาณหนุ่มผู้ไร้ความทรงจำและกำลังหลงทาง
Voir plusครืนนนน~
เสียงคำรามดังกึกก้องดึงให้ใครหลาย ๆ คนแหงนหน้าขึ้นไปให้ความสนใจท้องฟ้า ก่อนที่ต่างคนจะต่างเร่งฝีเท้าของตนให้เร็วขึ้น
บางคนเลือกวิ่งขึ้นรถตู้ปรับอากาศที่แล่นเข้ามาจอดเทียบ ขณะที่บางคนเลือกยกมือโบกเรียกรถยนต์สีเหลืองคาดเขียวที่เปิดไฟบ่งบอกว่า ‘ว่าง’ และพร้อมให้บริการ
เว้นเพียงหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งนั่งหลบมุมอยู่บริเวณจุดรับส่งของรถประจำทาง มือเรียวเล็กเอื้อมไปดึงกระเป๋าเดินทางขนาดยี่สิบแปดนิ้วให้ขยับพ้นวิถีวิ่งของมนุษย์เมืองกรุงก่อนยกวงแขนขึ้นมากอดกระเป๋าบนหน้าตัก
ใบหน้าสวยหวานและดวงตาสีน้ำตาลอ่อนอันเป็นมรดกตกทอดมาจากมารดาแหงนขึ้นพลางเหม่อมองเจ้ากลุ่มเมฆสีดำทะมึนนิ่ง ไม่ได้มีท่าทีทุกข์ร้อนต่อสิ่งที่กำลังจะมาเยือนในไม่ช้าเลยแม้แต่น้อย
สำหรับคนทั่วไปอาจจะหงุดหงิดที่สภาพอากาศไม่เป็นดั่งใจ ซ้ำร้ายมันอาจทำให้การจราจรที่ติดขัดอยู่เป็นทุนเดิมยิ่งย่ำแย่กว่าเก่า
ทว่าสำหรับวรัชญาแล้ว เรื่องนี้แม่งโคตรจะจิ๊บจ๊อยเลยเมื่อเทียบกับทุกเรื่องที่เธอเผชิญมาตลอดหลายวันที่ผ่านมา
พวกเขายังมีหน้าที่การงานให้บ่นว่าเหนื่อย ... แต่เธอไม่มีแม้กระทั่งโอกาสจะได้ทดลองทำ
พวกเขายังมีครอบครัวเฝ้ารออยู่ที่บ้าน ... แต่เธอนอกจากจะตัวคนเดียวในเมืองใหญ่แล้ว คืนนี้จะได้ซุกหัวนอนที่ไหนก็ยังไม่แน่ใจ
วรัชญาถอนหายใจพรืดแล้วดึงสายตากลับมามองหน้าจอโทรศัพท์แบบทัชสกรีนที่ตกรุ่นไปนานหลายปี จรดปลายนิ้วลงกดต่อสายหาเบอร์ล่าสุดที่โทรออก แต่จนแล้วจนรอดเธอก็ได้ยินเพียงแต่ประโยคเดิม ๆ
‘หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้’
เฮ้อ แล้วตอนไหนถึงจะติดต่อได้ล่ะ หรือต้องรอให้เธอได้นอนริมถนนจริง ๆ สักคืนก่อน
วรัชญาแค่นหัวเราะทั้งที่ความจริงแล้วไม่ได้รู้สึกตลกสักนิด เธอลองพยายามอีกสองสามครั้ง กระทั่งแน่ใจแล้วว่าไม่สามารถติดต่อปลายทางได้ก็เก็บโทรศัพท์ลง ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มหยันให้กับโชคชะตาที่มักเล่นตลกกับเธอเสมอมา
วันนี้เป็นวันที่เธอนัดแนะกับวรวุฒิผู้เป็นพี่ชายว่าจะมาอยู่ด้วยเป็นเวลาสองถึงสามเดือน หรือหากยังหางานทำก็อาจจะขอยืดระยะเวลาออกไปอีก
ทว่าเมื่อหอบหิ้วข้าวของไปถึงหอพักตามที่อยู่ที่ได้มา กลับพบว่านอกจากจะไม่เจอตัวพี่ชายแล้ว อีกฝ่ายยังทิ้งระเบิดไว้ลูกเบ้อเริ่ม!
‘โอ๊ย มันหายหัวไปตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว! คงหนีไปแล้วมั้ง ฉันล่ะก็อุตส่าห์ใจดีให้ค้างค่าเช่า เห็นบอกว่าตกงาน แล้วดูมันตอบแทนฉันสิ!’
นาทีที่ได้ยินข่าวร้ายวรัชญาถึงกับซวนเซ เข่าอ่อน ในใจเต็มไปด้วยความสับสนมึนงง หากพี่ชายตั้งใจจะหนีไปจริง ๆ ทำไมเมื่อวานที่คุยกันถึงไม่ปริปากบอกอะไรเธอสักคำ
ทำไมยังปล่อยให้เธอดั้นด้นนั่งรถจากบ้านเกิดเมืองนอนซึ่งอยู่ไกลจากที่นี่กว่าแปดร้อยกิโล ทำไมยังรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะมารอรับที่ขนส่ง!
โชคดีที่ทางอพาร์ทเมนท์ใช้วิธีริบเงินค่ามัดจำแล้วส่งห้องต่อให้ผู้เช่ารายใหม่ไปเรียบร้อยแล้ว ปัญหาจึงไม่ตกมาถึงผู้เป็นน้องสาว
หลังได้น้ำเย็น ๆ แก้กระหายและปลอบประโลมจิตใจที่กำลังว้าวุ่นวรัชญาก็ลากกระเป๋า เดินเตาะแตะออกมาหาที่นั่ง ตั้งหลักและสงบสติอารมณ์
แต่ถึงใจจะโกรธเคืองในการกระทำของพี่ชายมากแค่ไหน ลึก ๆ เธอก็อดเป็นห่วงและสงสัยไม่ได้ เพราะคนหนีหนี้ที่ไหนมันจะไปตัวเปล่า ๆ ไม่เอาข้าวของไปด้วยสักอย่าง
ครืนนน ซ่าาา
เสียงร้องคำรามปลุกให้วรัชญาสะดุ้ง หลุดออกจากห้วงความคิด เธอเบนสายตาไปมองหยาดน้ำสีใสที่เริ่มแย่งกันพรั่งพรูลงมาจากฟากฟ้าแล้วพรูลมหายใจ พิงศีรษะลงกับเสาข้าง ๆ อย่างเหนื่อยอ่อน
“อื้อ อะไรเนี้ย”
หัวคิ้วเรียวขมวดมุ่นเข้าหากัน ชักสีหน้าหงุดหงิดน้อย ๆ เมื่อข้างขมับอยู่บางอย่างทิ่มแทงจนรู้สึกเจ็บ แต่แล้วในจังหวะที่เหลือบตาไปมอง เธอก็ดีดตัวขึ้นนั่งหลังตรง ดวงตาเบิกโตลุกวาว
‘หอพักกลิ่นผกา สะอาด สงบ ครบครันในราคาเพียงสามพันบาท!’
“โคตรถูกเลย!”
ด้วยทำเลที่ตั้งทำให้ในย่านนี้ราคาของหอพักจึงเริ่มต้นที่สี่พันเป็นอย่างต่ำ ซ้ำยังได้แค่ห้องเปล่าบวกพัดลมเพดาน
ครั้นจะให้หาโรงแรมถูก ๆ พักไปก่อนจนกว่าจะติดต่อพี่ชายได้ก็เกรงว่ากระเป๋าเงินจะแห้งกรอบเสียก่อน
ดังนั้นหลังดูรูปประกอบกับอ่านสรรพคุณต่าง ๆ ที่เจ้าของหอเคลมไว้ วรัชญาจึงไม่รีรอที่จะดึงเอาใบปลิวนั้นมาพับเก็บลงกระเป๋า
โดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยว่าสิ่งที่ตัวเองหยิบติดมือมานั้น มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะสามารถมองเห็นมัน
“จะลองก็ได้นะ ถ้าไม่กลัวพี่หน้ามืดแล้วจับว่านกินแทนข้าว”น้ำเสียงกระเซ้าให้ความรู้สึกเหมือนหยอกเล่น ทว่าแววตาของวิญญาณหนุ่มกลับสื่ออีกแบบ ทำเอาสาวเจ้าของห้องหลบสายตาวูบเจ้าก้อนเนื้อในอกด้านซ้ายทำงานหนักหน่วงจนเธอนึกหวั่นว่าหากยังคงต่อปากต่อคำกับเขาต่อล่ะก็ ไม่ช้ามันคงได้กระเด้งกระดอนออกมานอกอกแน่!คิดดังนั้นร่างอรชรก็เลิ่กลั่กบิดออกจากอ้อมแขน“หือ จะรีบไปไหนล่ะครับ เรายังหมักหมูไม่ครบสิบห้านาทีเลยนะ”วรัชญาหันมาค้อนทันควัน “มงหมูอะไรว่านไม่หมักแล้ว”แถมเธอจะตีหัวแล้วลากเขาไปหมักทิ้งไว้แถว ๆ ป่าหลังหอนู้นด้วยถ้าเขายังวอแวไม่หยุดเห็นหญิงสาวแยกเขี้ยวขู่ฟ่อ ๆ ทั้งที่หน้าแดงหูแดงเพราะความเขินอายไปหมดวิญญาณหนุ่มก็อมยิ้มขบขัน แกล้งขืนตัวในตอนเธอยื่นมือมาผลักครู่หนึ่งกระทั่งได้รับสายตาขุ่นเขียวและความแสบ ๆ คัน ๆ ที่ต้นแขนจึงยอมถอยออกจากระหว่างสองเรียวขาครั้นพอเห็นเธอทำท่าจะไถลตัวลงจากเคาน์เตอร์อย่างคนใจร้อน วิญญาณหนุ่มก็อดเอ่ยเตือนไม่ได้“ระวังครับ”พร้อมกันนั้นก็ก้าวกลับไปประชิด ยื่นมือเข้าช่วยประคองที่แผ่นหลังบอบบางเพื่อกันไม่ให้เธอเสียหลักลื่นล้ม เรียกรอยยิ้มให้ผุดขึ้นที่มุมปากคนได้รับ
“ว่านว่าถ้าเราหมักหมูสักสิบห้านาที มันจะพอไหมครับ?”จะกี่นาทีเธอก็ไม่หมักแล้ว!ทว่าคำตอบนี้วรัชญาทำได้แค่ตะโกนตอบในใจ เพราะทันทีที่สิ้นเสียงทุ้มพร่าของชายตรงหน้า ริมฝีปากเย็นชืดของเขาก็พุ่งเข้ามาประกบแนบชิดซ้ำยังบดคลึงเร่าร้อนเสียจนพานทำให้เธอวูบวาบไปทั้งร่าง โดยเฉพาะกึ่งกลางกายสาว ที่มันทั้งฉ่ำแฉะ ทั้งกระตุกตอดถี่ยิบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“พะ...พี่ ฮื่อ”วรัชญาครางอึกอัก แม้สติจะเหลือน้อยเต็มทน ทว่าจิตใต้สำนึกก็ยังสั่งให้เธอยกสองมือขึ้นตะปบเข้าที่บ่ากว้างแล้วบีบมันแรง ๆ เพื่อจะปรามให้เขาหยุดใช้ปากและลิ้นมอมเมาเธอเสียทีแต่กลายเป็นว่ายิ่งดิ้นรนขัดขืน ริมฝีปากกลับยิ่งถูกเขาตะโบมดูดดึง ไม่นานคนที่คิดพยศก็ผ่อนแรงต่อต้าน พ่ายแพ้ให้แก่ความปรารถนาตามธรรมชาติของตนในที่สุด“อา~”เสียงครางหวานหูค่อย ๆ ดังขึ้นตามลำดับ ใบหน้าแดงซ่านบิดเอียงไปตามแต่เขาจะชี้นำ ขณะที่ริมฝีปากเผยอขึ้นเปิดทางให้เขารุกล้ำ ตักตวงความสุขได้อีกครั้งตามชอบใจชั่วอึดใจภายในโซนครัวก็ก้องไปด้วยเสียงหอบหายใจกระเส่า เคล้าคลอไปกับเสียงลามกยามทั้งคู่ออกแรงบดจูบกันอย่างเร่าร้อนลึกซึ้ง กระตุ้นให้อารมณ์ปรารถนาพานเตลิดไปไกล“ฮืมม
“ฮื่ออ”เสียงครางเบาหวิวในลำคอระหงกระตุ้นให้ริมฝีปากเย็น ๆ กดแนบกว่าเก่า สองมือดึงให้หญิงสาวพลิกตัวมาหา ก่อนเลื่อนขึ้นประคองใบหน้าหวาน ดันให้เธอแหงนขึ้นรับจูบของเขาได้ถนัดถนี่ทว่ายิ่งได้สัมผัสเธอลึกซึ้งเท่าไร เขากลับยิ่งรู้สึกว่ามันไม่พอ หลังละเลียดขบเม้มกลีบปากนุ่มนิ่มซ้ำ ๆ ครู่หนึ่งวิญญาณหนุ่มก็ไม่อาจหักห้ามใจไหวเขาบีบคางมนแล้วสอดเรียวลิ้นเข้าไปเกี่ยวตวัด ไล่หยอกล้อต่อในโพรงปากอุ่น อึดใจเสียงครางพร่าก็ดังระงมความอุ่นร้อนที่ผิดจากปกติของวิญญาณซึ่งมีเพียงความเย็นชืดเช่นเขา ทำเอารู้สึกดีจนอดร้องคำรามออกมาไม่ได้เช่นเดียวกับวรัชญาที่ตื่นเต้นกับสัมผัสแปลกใหม่จนเผลอไผล เผยอริมฝีปากขึ้นแล้วเริ่มขยับไปตามที่เขานำพา แม้จะเงอะ ๆ งะ ๆ ไม่ประสีประสาไปบ้างทว่าไม่นานเมื่อจับทางได้เธอก็ออกแรงโต้กลับด้วยวิธีเดียวกัน“ฮืมม ว่าน”ความเจ็บจี๊ดที่กลีบปากทำเอาวิญญาณหนุ่มครางกระหึ่ม แววตาที่เคยวาววับเกเร บัดนี้เข้มขึ้นตามแรงอารมณ์ปรารถนาตวัดมองหญิงสาวในอ้อมแขนอย่างคาดโทษก่อนโฉบเข้าขบกัดเธอกลับ ครั้นพอปลายลิ้นได้รสเค็มปนคาวคล้ายเลือด ระดับความรุนแรงก็ลดลงมาเป็นการขบเม้ม หยอกเย้าสองริมฝีปากบดคลึงกันน
สองสายตาสบประสานกันเพียงนิดก่อนจะเปล่งเสียงหัวเราะออกมาพร้อม ๆ กัน ส่งให้บรรยากาศคลายความตึงเครียดลงไปหลายส่วนกระนั้นวรัชญาก็พอมองออกว่าอีกฝ่ายยังคงหนักใจและสับสนกับสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่พอสมควร เพราะดูอย่างเธอสิวันที่ก้าวเข้ามาในเมืองกรุงพร้อมความฝันและความหวังว่าจะได้อาบน้ำอุ่น นอนบนฟูกนุ่ม ๆ ตากแอร์เย็นฉ่ำให้ชื่นใจสักคืนก่อนเริ่มต้นร่อนใบสมัครงาน หาเงินส่งกลับไปให้ทางบ้านเพราะไม่อยากเห็นพ่อกับแม่หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน ปักกล้าในนางก ๆ อย่างที่เป็นอยู่แต่พบว่าจู่ ๆ พี่ชายเพียงคนเดียวกลับหายตัวไป ไลน์ไม่อ่านไม่ตอบ โทรไปก็ไม่รับอีกทั้ง ๆ ที่เมื่อคืนก็เพิ่งคุยกันอยู่หยก ๆแถมพอตามไปถึงหอพักที่เคยหลอกถามไว้เมื่อนานมาแล้วก็เจอเซอร์ไพรส์กลับซ้ำสอง เธอถึงกับหูดับ เคว้งคว้างจนไปไหนไม่เป็นอยู่นานสองนานเลยทีเดียวแล้วเขาเล่า จะไม่ยิ่งรู้สึกช็อก รู้สึกตกใจยิ่งกว่าเธอล้านเท่าเลยเหรอในตอนที่รู้ว่าตัวเองได้ตายจากโลกนี้ไปแล้ว ซ้ำร้ายหันไปทางไหนก็ไร้ที่ให้พึ่งพิงเพราะไม่มีใครล่วงรู้ถึงการมีอยู่ดังนั้นไม่แปลกเลยที่พอเธอซึ่งเป็นมนุษย์คนแรกร้องทัก มิหนำซ้ำยังสัมผัสเนื้อตัวเขาได้ เขาถึงได้แสดงสีหน้าตื





![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)