Masuk“เบื่อก็ต้องทน พี่นงค์เป็นหัวหน้าเรานี่ ต่ายกับยุก็เป็นเพื่อนร่วมงานของเรา แกก็ต้องทำใจ ทำหน้าที่ของเราให้ดีก็พอ” ลัลณ์ลนินไม่เคยคิดใครในแง่ร้าย เธอมักมองโลกในแง่ดี ทั้งที่ในความเป็นจริง มันตรงกันข้ามกับที่เธอคิดเสมอ “เออจริงสิ ฉันว่าจะถามแกตั้งแต่เมื่อวานแล้ว”
“ถามไร” ดวงเดือนถามกลับ
“จะถามแกว่า แกจะไปบ้านป้าแกเมื่อไหร่ ฉันจำได้ว่า แกเคยบอกฉันไว้ แต่ฉันจำไม่ได้”
“ไปวันเสาร์นี้กลับวันพุธหน้า”
“ฉันว่าจะฝากยาบำรุงไปให้ป้าแกน่ะ ฉันสั่งพี่เต้ยไว้สองขวด”
“อืมได้สิ” จบคำพูด ดวงเดือนเห็นนงเยาว์เดินออกมาจากลิฟต์ เธอจึงบอกเพื่อนรัก “พี่นงค์มาแล้ว สลายโต๋”
สองสาวรีบแยกตัวกันไปทำงานทันที เพราะไม่อยากได้ยินเสียงบ่นของนงเยาว์ ขณะที่ดวงเดือนกำลังก้มหน้าก้มตาจัดเตรียมยาให้คนไข้ เสียงมือถือของเธอที่ตั้งเสียงไว้พอได้ยินดังขึ้น เธอล้วงมันออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ดวงเดือนยิ้มเมื่อเห็นชื่อคนที่โทรเข้ามา และไม่รีรอที่จะกดรับสาย
จอมตรัย...ชายในดวงใจ
เย็นวันศุกร์
วันนี้เป็นวันแรกในรอบสัปดาห์ที่สองเพื่อนรักเข้าเวรเช้า หลังเลิกงานลัลณ์ลนินกับดวงเดือนนัดกันว่าจะไปหาของกินในห้างสรรพสินค้าใกล้โรงพยาบาล แล้วดูหนังต่ออีกสักรอบ การนัดหมายวันนี้ตัวต้นคิดคือดวงเดือน เธออยากให้ลัลณ์ลนินมีพื้นที่ส่วนตัว ไม่ใช่เลิกงานแล้วกลับบ้านไปเป็นขี้ข้าพ่อผัวแม่ผัว แถมต้องเป็นทาสอารมณ์ให้สามีจอมเอาแต่ใจ ให้ลัลณ์ลนินได้คลายความเครียดทั้งจากเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว
ขณะที่สองสาวเดินออกจากลิฟต์ที่นำทั้งคู่ลงมาชั้นหนึ่งของโรงพยาบาล ชายหนุ่มรูปงาม รูปร่างสูงใหญ่แต่งกายสบายๆ แต่ดูดีมาก เขาสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวกับกางเกงยีนส์สีเข้ม สวมรองเท้าผ้าใบราคาหลักหมื่นยืนรอลิฟต์อยู่หน้าลิฟต์ พอเห็นดวงเดือน ใบหน้าเขาก็แต่งแต้มด้วยรอยยิ้ม
“พี่ตรัย” ดวงเดือนยิ้มกว้าง ดีใจที่เห็นหน้าจอมตรัย ดีใจจนเนื้อเต้น
“สวัสดีค่ะพี่ตรัย” ลัลณ์ลนินยกมือไหว้จอมตรัย พี่ชายนอกสายเลือดของดวงเดือน
“พี่ตรัยมาได้ไงคะ ไหนบอกว่าจะไปเจอกันที่ไร่”
ดวงเดือนถามหนุ่มหล่อที่ตนหลงรักมาตั้งแต่แตกเนื้อสาว จนถึงตอนนี้เวลาล่วงเลยมากว่าสิบปี ความรู้สึกนั้นยังไม่จางหาย กลับเพิ่มมากขึ้นทุกวัน แม้ว่าจอมตรัยจะไม่คิดเกินเลยกับตนสักนิดก็ตาม
“พี่คิดถึงเดือน เลยมาหา ดีนะว่ามาทัน”
เป็นคำพูดง่ายๆ ที่ทำให้คนถูกคิดถึงยิ้มกว้าง หากจอมตรัยไม่เป็นลูกชายของผู้มีพระคุณที่เลี้ยงดูตนมาตั้งแต่เกิด เธอคงเปิดเผยความรู้สึกได้มากกว่านี้
“แล้วรู้ได้ยังไงคะว่า วันนี้เดือนอยู่กะเช้า” คนที่ถามคือลัลน์ลนิน
“ก็เมื่ออาทิตย์ก่อน เดือนส่งตารางเวรให้พี่ดูไง พี่เลยรู้ว่าวันนี้เดือนเข้ากะไหน” จอมตรัยตอบ “อีกอย่างรอถึงวันอาทิตย์ไม่ไหว คิดถึงเดือนมากๆ เลย”
ดวงเดือนหน้าแดงด้วยความเขินอายกับความคิดถึงของเขาที่เปิดเผยทั้งแววตาและคำพูด
“เดือนก็คิดถึงพี่ตรัยค่ะ พี่ชายสุดหล่อของเดือน” ทว่าความรู้สึกที่เธอเปิดเผยได้ คือน้องสาวรักพี่ชาย
“แล้วนี่จะไปไหนกัน พี่กะว่าจะมารับเดือนไปหาของอร่อยๆ กินกัน ต่อด้วยหนังสักรอบ”
“โห...ใจตรงกันเลยค่ะพี่ตรัย ลัลณ์กับเดือนมีนัดกันจะไปหาของกินที่ห้างแล้วก็ดูหนังค่ะ”
ลัลณ์ลนินที่รู้จักครอบครัวจอมตรัยมาตลอดระยะเวลาที่คบกับดวงเดือนเป็นเพื่อน และนั่นทำให้เธอรู้ว่า ดวงเดือนคิดกับจอมตรัยมากกว่าพี่ชาย
“งั้นพี่เป็นเจ้ามือเอง” จอมตรัยเสนอตัว สองสาวมีหรือจะปฏิเสธ ทั้งสามจึงพากันเดินไปยังลานจอดรถที่จอมตรัยนำรถไปจอด
รถยนต์ของจอมตรัยจอดอยู่ชั้นห้าของอาคารจอดรถ จอมตรัยเดินเคียงคู่กับดวงเดือน โดยมีลัลณ์ลนินเดินตามหลัง ภาพจอมตรัยกับดวงเดือนที่เดินไปคุยกันไปตกอยู่ในสายตาของเจ้าของรถที่เพิ่งนำรถมาจอดช่องจอดรถเยื้องกับรถยนต์ของจอมตรัยเห็นภาพนั้นเต็มสองตา ใบหน้าของดวงเดือนมีรอยยิ้มตลอดเวลา แลดูเธอมีความสุขกับการได้พูดคุยกับจอมตรัย ทำให้คนที่กำลังมองเห็นรอยยิ้มของดวงเดือนสะท้อนใจขึ้นมาทันใด
จอมพลน้องชายฝาแฝดของจอมตรัยคือเจ้าของสายตาคู่นั้น แม้ว่าเขาจะเป็นน้องชายของจอมตรัย เป็นลูกชายคนที่สองของเนตรนภา ผู้สูงวัยใจดีที่รับดวงเดือนมาเลี้ยงหลังจากพ่อแม่ของดวงเดือนเสียชีวิต ตอนนั้นดวงเดือนอายุหนึ่งปี ส่วนเขากับจอมตรัยอายุสิบเอ็ดปี
ถึงแม้ว่าจอมพลเป็นน้องชายของจอมตรัย และรู้จักคุ้นเคยกับดวงเดือนมาตั้งแต่เด็ก ทว่าเขาไม่เคยได้รับรอยยิ้ม ได้ยินเสียงหัวเราะยามได้คุยกับเธอเลยสักครั้ง สิ่งที่เขาได้รับหากอยู่กับดวงเดือนตามลำพังคือ ความห่างเหิน หมางเมิน ไม่สนใจ ราวกับว่า เขาไม่มีตัวตนในสายตาดวงเดือน
รถยนต์คันหรูราคาเฉียดสิบห้าล้าน ติดฟิล์มกรองแสงสีดำทั้งคันแล่นออกจากจุดที่จอด ทั้งที่นำรถมาจอดได้ไม่ถึงสองนาที จอมพลขับรถหนีความเจ็บปวดที่ตนกำลังเผชิญ...ความเจ็บปวดทางใจ
ณ ห้างสรรพสินค้าพารากอน
สถานที่แห่งนี้คือ ห้างที่จอมตรัยพาสองสาวมาทานอาหารและดูภาพยนตร์ พอมาถึงจอมตรัยได้พาพยาบาลสุดสวยทั้งสองคนไปทานอาหารญี่ปุ่น ที่วันนี้คนแน่นจนต้องคอยคิวนานครึ่งชั่วโมง ก่อนถึงคิวห้านาที ดวงเดือนเกิดปวดท้องจึงขอตัวไปเข้าห้องน้ำ จอมตรัยกับลัลณ์ลนินจึงเดินเข้าไปในร้านอาหารก่อน
ทาสรักนายเหมือง Chapter 30หนึ่งปีสามเดือนต่อมา เสียงทารกเพศหญิงที่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียงไม้ร้องดังขึ้น ทำให้คนเป็นพ่อที่กำลังนั่งพับเสื้อผ้าเจ้าของเสียง จำต้องละมือจากงานที่ทำอยู่ มาดูเด็กหญิงปรายฟ้าหรือใบเตย จักรินทร์ใช้ฝ่ามือตบลงก้นของเด็กน้อยเบาๆ หลายครั้ง จนเสียงร้องนั้นเงียบลง หลังจากผ่านเรื่องร้ายในวันนั้น อีกไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ต่อมา เขาได้รับข่าวดีที่สุดในชีวิตว่า ขณะนี้อิงฟ้าได้ตั้งครรภ์หนึ่งเดือน เขาประคบประหงมภรรยาสาวยิ่งกว่าไข่ในหิน เพราะเกรงว่าเธอจะแท้งลูก และใส่ใจดูแลสุขภาพทั้งของคุณแม่ คุณลูกอย่างดี ยิ่งรู้ว่าตนได้ลูกสาว จักรินทร์เห่อหนักกว่าใคร ตกแต่งห้องใหม่ด้วยโทนสีชมพู เครื่องใช้ไม้สอยทุกอย่างใหม่หมด ของเด็กอ่อนที่ลูกสาวเขาต้องใช้มีเต็มห้อง จนอิงฟ้าต้องปรามว่า บางอย่างไม่จำเป็นต้องใช้ก็ไม่ต้องซื้อ ทว่าว่าที่คุณพ่อจอมเห่อเชื่อฟังซะที่ไหน ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ แต่สุดท้ายปรายฟ้าก็เข้ามาอยู่ร่วมห้องเดียวกับบิดามารดา ไม่ได้แยกนอนตามที่คนเป็นพ่อตั้งใจ “ใบเตยตื่นเหรอคะอาดิน เมื่อกี้ฟ้าได้ยินเสียงร้อง” อิงฟ้าเอ่ยถาม ขณะวางของใช้บุตรสาวลงบ
ทาสรักนายเหมือง Chapter 29“นะคะอาดิน ปล่อยอาหลันไปนะคะ ฟ้าไม่เคยขออะไรอาดินเลย วันนี้ฟ้าขอนะคะ อย่าทำอะไรอาหลันเลยนะคะ ที่อาหลันทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ อาดินปล่อยอาหลันนะคะ”อิงฟ้าขยับตัวกอดขาสามี ร้องขอชีวิตบุหลัน จักรินทร์ลดปืนลงมาข้างตัว ประคองอิงฟ้าให้ลูกขึ้นยืน เช็ดน้ำตาบนแก้มนวลเนียน“อาปล่อยได้แค่คนเดียว เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ” จักรินทร์เอ่ยบอกภรรยาเสียงนุ่ม “อาจะปล่อยหลันไป แต่นุ อาไม่ปล่อย อาจะส่งให้ตำรวจจัดการ ตกลงไหม”อิงฟ้ายิ้มอ่อน พยักหน้ากับการตัดสินใจของสามี เพียงแค่นี้อิงฟ้าก็พอใจแล้ว เธอไม่ต้องการให้มือจักรินทร์เปื้อนเลือด ให้ตำรวจเป็นคนจัดการคนผิด นั่นคือความเหมาะสมที่สุด“ขอบคุณมากค่ะอาดิน ขอบคุณค่ะ”“เธอจะไปไหนก็ไป แต่ชาตินี้เธออย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก ฉันจะให้อภัยให้เธอครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย หากเธอยังคิดชั่ว ทำชั่วอีกล่ะก็ จะไม่มีการให้อภัยอีกแล้ว มีแต่ความตายเท่านั้นที่ฉันจะมอบให้เธอ”จักรินทร์ดันร่างเมียรักออกเพียงนิด ก้มหน้าบอกบุหลันที่เอาแต่ร้องไห้เสียงเยียบเย็น ดวงตายังคงคุกรุ่นด้วยแรงโทสะ“ไม่นะ หลันผิดต่างหาก ฉันไม่ผิด คุณต้องจับหลินส่งตำรวจไม่ใช่ฉันนะ
ทาสรักนายเหมือง Chapter 28อีกด้านหนึ่งเสียงปืนยังคงดังเป็นระยะ วิษณุกับบุหลันหมอบหลบกระสุนบนพื้น สมองของทั้งคู่คิดอ่านใดไม่ออก นอกจากความหวาดกลัวที่วิ่งแล่นเข้าสู่จิตใจ ประพันใช้ความไวและความคล่องตัว หลบกระสุนไปด้วย ยิงสวนไปด้วย ค่อยๆ นำพาตัวเองมาถึงหน้าต่าง ใช้จังหวะหนึ่งพุ่งตัวออกไปทางด้านนอก เป็นจังหวะเดียวกันกับที่จักรินทร์เล็งปืนไปยังประพัน แล้วยิงออกไปทันที“โอ๊ย” เสียงร้องเจ็บดังจากปากประพัน คนถูกยิงล้มตัวลงคลุกฝุ่นบนพื้นดินแสนแข็ง มือหนาจับตรงสะโพกที่ถูกยิง แต่ก็ยังฝืนยืนและเดินกะเผลกหลบหนีไปท่ามกลางความมืดจักรินทร์ไม่คิดจะตามประพัน เพราะคนที่เขาต้องการตัวอยู่ในห้องนี้ และกำลังหวาดกลัวจนลนลาน คลานด้วยเข่าไปนั่งริมห้อง สายตาของวิษณุกับบุหลันมองไปยังจักรินทร์ราวกับว่า กำลังมองเห็นมัจจุราช สาเหตุที่ทั้งสองมองเห็นประกายตาของจักรินทร์ เพราะเวลานี้ แสงนีออนภายในห้องสว่างพรึบ มองเห็นทุกสิ่งอย่างชัดเจน“มึงสองคนกล้ามากนะที่ลักพาตัวฟ้า” จักรินทร์เอ่ยเสียงเหี้ยมเกรียม จ้องเขม็งไปยังสองร่างที่นั่งตัวสั่นไม่วางตา“ฉันผิดไปแล้ว ยกโทษให้ฉันนะ” วิษณุยกมือไหว้จักรินทร์ ดวงตาเหลือกลาน ความก
ทาสรักนายเหมือง Chapter 27อิงฟ้าดีดตัวลุกขึ้นนั่ง มองไปยังประตูห้องที่กำลังเปิดออกด้วยใจเต้นระทึก เพราะเธอไม่รู้ว่า ใครคือคนที่เข้ามาในห้องยามวิกาลเช่นนี้ ตั้งแต่เธอถูกจับตัวมาอยู่ที่นี่ หญิงสาวไม่เคยนอนหลับเต็มตาเลยสักคืน หวาดกลัวไปต่างๆ นานา ได้ยินเสียงอะไรนิดหน่อย ดวงตาก็เปิดออกโดยอัตโนมัติแสงจากไฟฉายที่อยู่ในมือชายร่างสูงใหญ่สองคนที่ก้าวเดินเข้ามาในห้อง ทำให้ความตกใจ ความหวาดระแวงของอิงฟ้าหายเป็นปลิดทิ้ง แต่มีความรู้สึกหนึ่งที่เข้ามาแทนที่คือ เธอเห็นสามีของตัวเองจริงหรือไม่ มันเป็นความฝันหรือความเป็นจริง วินาทีนี้อิงฟ้าแยกแยะไม่ออก จนกระทั่ง...“ฟ้า...ฟ้าของอา” เสียงเรียกจากปากจักรินทร์ สร้างความมั่นใจให้อิงฟ้าได้ในทันทีว่า ไม่ใช่ความฝัน มันคือเรื่องจริง เธอลุกขึ้นยืน วิ่งไปกอดร่างสามีแนบแน่น“อาดิน...ฮือ...อาดินจริงๆ ด้วย”เธอกอดเขา ร้องไห้กับอกแข็งแรงของสามี ไม่คิดไม่ฝันว่าจะเห็นเขาในห้องนี้ เวลานี้“รีบออกไปจากที่นี่กันดีกว่า”จักรินทร์ก็ดีใจเช่นกันที่เห็นเมียรัก อยากจะกอด อยากจะหอมและปลอบประโลมใจแทบขาด ทว่าเวลานี้หน้าสิ่วหน้าขวาน ทุกอย่างยังไม่เรียบร้อย สิ่งแรกที่เขาต้องทำคื
ทาสรักนายเหมือง Chapter 26“กูอยากให้วันพรุ่งนี้เป็นวันนี้เหลือเกิน ไม่รู้ว่าฟ้าจะเป็นยังไงบ้าง” ใจจักรินทร์ร้อนไม่ต่างกับไฟ อาจจะมากกว่าไฟที่กำลังโหมไหม้เสียอีก เขานอนไม่หลับสักคืนนับตั้งแต่อิงฟ้าถูกจับตัวไป หัวใจเสมือนหลุดออกจากตัว กินนอนแทบไม่ได้ อยากเร่งเวลาให้ถึงพรุ่งนี้เร็วๆ“ผมคิดว่า พวกนั้นคงไม่กล้าทำอะไรนายหญิง พวกมันอยากได้เงิน มันก็ต้องดูแลนายหญิงอย่างดี” มืดปลอบใจเจ้านาย“ใช่ครับนายหัว ผมก็คิดเหมือนพี่มืด พรุ่งนี้พอพวกมันได้เงินปุ๊บ ก็ปล่อยนายหญิงปั๊บแน่นอนครับ”เม่นปลอบเจ้านายอีกคน ซึ่งเขารู้ดีกว่าใครว่า วิษณุกับบุหลันไม่มีวันทำร้ายอิงฟ้า หากคิดทำ ความบรรลัยเกิดขึ้นกับสองคนนั้นแน่นอนคำปลอบใจของสองลูกน้องไม่ได้ทำให้จักรินทร์เกิดความสบายใจขึ้นเลย เขาจะสบายใจก็ต่อเมื่อ อิงฟ้ากลับมาอยู่ในอ้อมแขนของตน“เม่น มึงไปทำงานเถอะ ต้องเอาของไปส่งให้เฮียหลีไม่ใช่เหรอ นี่มันจะบ่ายแล้ว รีบไปทำซะให้มันเสร็จๆ”มืดหันมาบอกเม่น เม่นไม่พูดอะไร เขาหมุนตัวเดินออกไปจากบ้าน ไปทำตามหน้าที่ของตน ซึ่งคิดว่า วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่ตนต้องฟังคำสั่งจากคนอื่น นับตั้งแต่พรุ่งนี้ เม่นจะเป็นนายตัวเองด้วยเ
ทาสรักนายเหมือง Chapter 25รถเก๋งกลางเก่ากลางใหม่คันหนึ่งแล่นมาจอดหน้าร้านกาแฟกลางเมืองชุมพร ก่อนที่คนขับรถจะก้าวลงมาโดยอำพรางใบหน้าด้วยการสวมแว่นตาดำและสวมหมวกแก็ป วิษณุหันซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง จากนั้นจึงเดินเข้าไปในร้านดังกล่าว สั่งกาแฟดื่มและนั่งรอคนที่ตนนัดหมายอยู่มุมร้าน อีกสิบนาทีต่อมารถจิ๊ปของเหมืองอัยราเคลื่อนตัวมาจอดหน้าร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่อยู่ติดกับร้านกาแฟ อึดใจต่อมาร่างสูงโปร่งของเม่นก็ก้าวลงมาจากรถ จุดหมายที่เขาเดินไปคือร้านกาแฟ “ขอโทษทีพี่นุที่มาช้า พอดีผมต้องไปส่งคนงานที่โรงพยาบาล” เม่นขอโทษวิษณุในความล่าช้า “ไม่เป็นไร แค่สิบนาทีเอง” วิษณุตอบกลับ ยกแก้วกาแฟขึ้นดื่ม “ได้เรื่องอะไรบ้าง” “ไอ้ดินเตรียมเงินตามที่พี่ขอไว้เรียบร้อยแล้ว มันไม่ได้บอกตำรวจตามที่พี่ต้องการ และมันก็เตรียมคนของมันไว้สิบกว่าคน อาวุธครบมือด้วยพี่ ถ้าพี่คิดจะตุกติกกับมัน พี่นุก็ระวังหน่อยนะ” เม่นบอกความเคลื่อนไหวของจักรินทร์ให้วิษณุรับรู้ พร้อมกับกล่าวเตือน “กูไม่ตุกติกกับมันให้เปลืองแรงหรอก กูได้เงินกูก็เปิดแล้ว”วิษณุไม







