INICIAR SESIÓNน้องสาวเพื่อนสนิทคือสิ่งต้องห้าม!!! "แต่ถ้าพี่ไม่พูด หมวยไม่พูด เฮียตี๋ก็ไม่รู้หรอก จริงไหม" ............... เพราะความไม่ยับยั้งช่างใจเมื่อ 1 ปีก่อน ทำให้เขาพลาดมีวันไนท์สแตนด์กับน้องสาวของเพื่อนสนิท เธอตกลงว่าทุกอย่างจะเป็นความลับ จะไม่มีใครรู้เรื่องนี้แม้แต่เพื่อนสนิทของเขาที่เป็นพี่ชายของเธอ แต่ 1 ปีต่อมาเสี่ยกรก็ต้องปวดหัวหนัก เมื่อเด็กดื้อกลับมาจากต่างประเทศพร้อมกับรุกจีบเขาอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยเพราะรู้ดีว่าเพื่อนซี้หวงน้องสาวมากแค่ไหน เขาจึงพยายามตีตัวออกห่างให้มากที่สุด เนื้อสาวมันหอมหวาน ได้กินครั้งหนึ่งก็ย่อมติดใจ ยัยตัวแสบขยันยั่ว หาทุกวิถีทางเข้ามาใกล้ แล้วผู้ชายอย่างเขาจะอดทนได้ขนาดไหนกันเชียว... .................
Ver másรถคันหรูแล่นไปตามทางสายหลักขึ้นสู่ภาคเหนือ เส้นทางที่คุ้นเคยกลับมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันกลับมีความหมายที่แตกต่างออกไป เพราะคนที่นั่งตำแหน่งข้างคนขับในตอนนี้มีฐานะเป็นภรรยาของเขาอย่างถูกต้องสมบูรณ์ ภัทรกรมองไปยังวิวทิวทัศน์สองข้างทางที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล ใบหน้าคมสันฉายแววความสุข“ในที่สุดพี่ก็ได้พาหมวยไปที่นั่นอีกครั้งแล้วนะ” เขาพูดขึ้นแล้วหันมองภรรยาตัวน้อยที่นั่งยิ้มดื่มด่ำกับบรรยากาศสองข้างทางครั้งนี้เลือกที่จะขับรถมาเอง เพราะอยากใช้เวลาทุกนาทีให้คุ้มค่ามากที่สุด เก็บเอาความทรงจำที่ในครั้งแรกไม่สามารถทำได้ครบกีรติหันมาสบตาพร้อมรอยยิ้มกว้าง “ตอนนั้นต้องแอบพนักงานคนอื่น ต้องอยู่แต่ในห้องเพราะกลัวคนเห็น แต่วันนี้เราไม่ต้องหลบใครแล้วนะคะ”คิด ๆ ไปแล้วมันก็ตลกดี ไม่นึกว่าตัวเองจะเป็นผู้หญิงที่ใจกล้าบ้าบิ่นขนาดนั้นได้ เพียงเพราะต้องการอยู่ใกล้พี่กรถึงกับยอมทำทุกอย่าง แม้ไม่ได้สถานะอะไรแต่ก็ยินดี อ้อมกอดที่ได้รับในตอนนั้นไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขารู้สึกอย่างไร กอดเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบหรือกอดเพราะความใคร่แต่มันกลับรู้สึกดีมากที่ได้รับอ้อมกอดอบอุ่นนั้น“หมวยน่ะ รักพี่กรมาตั้งนานแล้ว
ลานกว้างหน้าหอประชุมคราคร่ำไปด้วยบรรดาญาติพี่น้องของเหล่าบัณฑิตจบใหม่ที่กำลังร่วมพิธีรับปริญญาอยู่ด้านในหอประชุม ซึ่งกำลังรอคอยให้ประตูบานใหญ่นั้นเปิดออก เพื่อจะได้แสดงความยินดีกับบัณฑิตที่จบการศึกษา ไม่ต่างอะไรกับภัทรกร กิตติภพ ธีร์ธวัชและสายขิม ที่มารอกีรติกับเป่าเป้ยซึ่งเข้ารับปริญญาในวันนี้เช่นกัน เสื้อเชิ้ตสีครีมคู่กับกางเกงขายาวสีดำ รวมไปถึงรองเท้าหนังที่ไม่ได้เป็นทางการมากนัก ส่งให้ภัทรกรดูโดดเด่นได้ไม่ยาก ไม่ต่างอะไรกับเพื่อนซี้อีกสองคนที่ตอนนี้มีสาว ๆ ทั่วบริเวณกำลังจ้องมองมาทางพวกเขา ทีแรกก็มองทั้งสามคน แต่ธีร์ธวัชมีสายขิมซึ่งท้องโตยืนอยู่ใกล้ ๆ ทำให้สายตาหลายคู่เปลี่ยนเป้าหมายมายังภัทรกรและกิตติภพแทน ภัทรกรถือช่อดอกกุหลายสีขาวแบบที่กีรติชอบไว้ในมือ เสียงปรบมือดังกึกก้องออกมาจากหอประชุม ไม่นานประตูก็เปิดออก บัณฑิตทยอยเดินออกมาทีละคน นัยน์ตาคมมองไปรอบ ๆ จนกระทั่งสายตาของเขาไปสบเข้ากับดวงตาคู่สวยของคนตัวเล็กที่กำลังมองมาทางเขาพอดีกีรติสวมชุดครุยสีดำรับปริญญา ใบหน้าระบายด้วยรอยยิ้มกว้าง ผมยาวสลวยถูกเกล้าขึ้นอย่างเรียบร้อย ทำให้เธอดูสวยสง่าราว
บรรยากาศในบ้านหลังใหญ่อบอวลไปด้วยความตื่นเต้นและความสุข บริเวณบ้านถูกประดับประดาด้วยดอกไม้อย่างสวยงามเพื่อรอต้อนรับผู้ที่จะมาเยือน ไม่นานนักรถยนต์สองคันก็เลี้ยวเข้ามาจอด แล้วเจ้าของรถทั้งสองคันก็ลงมา ภัทรกรในชุดสูทสีกรมท่าดูภูมิฐาน ยืนอยู่ข้าง ๆ พ่อแม่ของเขา ใบหน้าหล่อเหลาเปื้อนยิ้มแห่งความตื่นเต้น เขาเตรียมตัวมาดีสำหรับวันนี้ วันที่เขาจะขอเด็กดื้อให้มาเป็นคู่ชีวิตอย่างถูกต้อง “เชิญเข้าไปด้านในได้เลยค่ะ คุณรณภพกับคุณกานดารออยู่ด้านในแล้วค่ะ” แม่บ้านรีบเดินเข้ามาหาพร้อมกับเชื้อเชิญแขกพิเศษให้เข้าไปด้านในตัวบ้าน ภานุและรดา รวมไปถึงภัทรกร พยักหน้าให้เล็กน้อยแล้วเดินตามเข้าไปด้านใน ภายในห้องรับแขก กีรติในชุดเดรสสีชมพูดพาสเทลนั่งอยู่ข้าง ๆ พ่อแม่ของเธอ และแน่นอนว่าต้องมีพี่ชายสุดโหดนั่งอยู่ด้วยเช่นกัน ภัทรกรหย่อนตัวนั่งลงโซฟาฝั่งตรงข้ามพร้อมกับพ่อแม่ของเขา นัยน์ตาสีน้ำตาลทอดมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาอ่อนโยนเนิ่นนาน จนเพื่อนซี้ของเขาต้องกระแอมเสียงขึ้นมาเบา ๆ ภัทรกรจึงยอมละสายตา “ผมว่าเข้าเรื่องเลยดีกว่านะครับ จะได้ไม่เสียเวลา”ภ
สายลมพัดผ่านกระทบผิวหน้าในขณะที่รถยนต์เคลื่อนตัวไปตามถนนระหว่างทางที่จะกลับเมืองหลวง สีเขียวของต้นไม้ สีน้ำตาลของดินและสีสันหลากหลายเคลื่อนผ่านตาไป กีรติวางคางมนลงบนขอบหน้าต่างที่ลดกระจกลงจนสุด ดวงตาคู่สวยหลับพริ้มคล้ายกำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศแสนบริสุทธิ์นี้ “พี่บอกหมวยหลายครั้งแล้วนะ ว่าทำแบบนั้นอันตราย” ผู้ชายตัวโตที่นั่งประจำตำแหน่งคนขับใช้ฝ่ามือจับต้นแขนของเธอเอาไว้ ออกแรงดึงเพียงเล็กน้อยเธอก็ขยับตามกลับมานั่งเอนหลังพิงเบาะรถในท่าปกติ “ก็วันนี้อากาศดีนี่คะ หมวยก็อยากสูดอากาสบริสุทธิ์เข้าปอดเยอะ ๆ ไง” ดวงตากลมโตภายใต้แพขนตาหนาจ้องมองเขา ริมฝีปากจิ้มลิ้มคลี่ยิ้มบางเมื่อพูดเสร็จ คนน่ารัก ทำอะไรก็น่ารักจริง ๆ นั่นแหละเนอะ นี่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเพิ่งได้ตกลงเป็นแฟนกันเมื่อวันก่อนหรือเปล่า ถึงทำให้เขาดูหลงเด็กดื้อมากขนาดนี้ “เหลืออีกเดือนเดียวหมวยก็เรียนจบแล้วไม่ใช่เหรอ เอาไว้พี่ค่อยพาไปเที่ยวอีกนะ เที่ยวจนกว่าหมวยจะเบื่อเลย” “พาหมวยเที่ยวขนาดนั้น พี่กรไม่ต้องเฝ้าร้านทองแล้วเหรอคะ”เจ้าของความน่ารักที่เขาคลั่งไคล้พูดออกมาด้วยน้ำเส
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา กีรตินั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ในเครื่องบินที่กำลังทะยานมุ่งหน้าสู่ภาคเหนือ ข้างกายมีมีชายหนุ่มที่เป็นถึงลูกเจ้าของบริษัทนั่งอยู่ด้วยกัน วันนี้เป็นวันที่บริษัทของเขาพาพนักงานไปสัมมนา ซึ่งทุกคนจะต้องนั่งรถที่ทางบริษัทจัดไว้ให้ ยกเว้นเธอ... ส่วนเหตุผลก็เพราะ
“เร็ว ๆ ดิ๊หมวย แค่ไปกินข้าวบ้านป๊ากับม๊า ไม่เห็นจะต้องแต่งตัวอะไรนานขนาดนี้เลย” เสียงของพี่ชายร่วมสายเลือดบ่นอยู่หน้าประตูห้องนอนด้วยเสียงไม่ดังมากนัก แต่มันก็ดังมากพอจะทำให้คนที่กำลังเลือกชุดเพื่อจะไปทานข้าวกับพ่อแม่นั้นได้ยิน แต่ถามว่าเธอรีบแต่งตัวให้เร็วขึ้นหรือเปล่า คำตอบคือ
นิ้วเรียวกดจิ้มลงบนหน้าจอโทรศัพท์เพื่อกดเรียกแท็กซี่ให้มารับหน้าคอนโด วันนี้มีเรียนตอนบ่ายแต่ที่เลือกไม่ขับรถไปเองเพราะว่าเธอมีแผน ถ้าไม่เอารถไป ก็ต้องหาคนมารับตอนเลิกเรียน และคนคนนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเพื่อนสนิทพี่ชายที่เธอเล็งเอาไว้ กีรติยิ้มเล็ก ๆ อยู่คนเดียว ไม่รู้ตั้งแต่เม
ภัทรกรรีบปิดร้านเร็วกว่าทุกวัน เพราะวันนี้กิตติภพโทรมาตามให้รีบเข้าไปที่ร้าน สาเหตุก็มาจากจะมีการจัดงานเลี้ยงต้อนรับน้องสาวเพียงคนเดียวเพิ่งกลับมาประเทศไทย หลังจากไปเรียนแลกเปลี่ยนที่จีนถึงหนึ่งปี และน้องสาวคนนั้นก็คือยัยตัวแสบที่ทำตัวติดกับเขาแทบจะทุกวันนั่นแหละ ใจจริงก็ไม่อยากจะ