LOGIN"คนอย่างฉัน…ไม่เคยรักใครเพราะความสงสาร" เลโอ—>>หนุ่มวิศวะสุดฮอต เจ้าเสน่ห์ ขี้เล่น และเป็นกันเอง ทว่าเบื้องหลังคือผู้ชายที่ไร้หัวใจ มองผู้หญิงเป็นเพียงของเล่นบนเตียง ร้ายลึก สนใจแค่ความต้องการของตัวเองเท่านั้น นารา—>>สาวอักษรศาสตร์สุดอาภัพ ที่ชีวิตตกที่นั่งลำบาก การเงินติดลบ จนถึงขั้นวิกฤต ต้องพึ่งพาอาชีพขายศักดิ์ศรี ยอมเป็นของเล่นบนเตียงให้ผู้ชายไร้หัวใจ มอบทุกอย่างให้จนหมด ไม่เหลือแม้กระทั่งหัวใจที่ไร้ค่าของตัวเอง
View Moreใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าตึกคณะอักษรศาสตร์ บรรยากาศยามบ่าย ยังคงร้อนอบอ้าว นารานั่งอยู่บนม้าหินอ่อนกับลุลา เพื่อนสนิทคนเดียวที่เธอสามารถเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟังได้ด้วยความไว้ใจ
“นารา มึงอย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้ไปได้”ลุลาเอื้อมมือไปตีแขนเพื่อนเบา ๆ "เห้อออ"นาราถอนหายใจยาว มือกำกระดาษแจ้งเตือนจากฝ่ายการเงินแน่นจนยับย่น “ฝ่ายการเงินทวงค่าเทอมกูอีกแล้ว เงินตั้งเกือบห้าหมื่น ต้องจ่ายภายในสิ้นเดือนนี้ ถ้าไม่จ่ายก็โดนระงับการลงทะเบียนภาคเรียนหน้า แม่ก็หางานเพิ่มไม่ได้แล้ว ช่วงนี้งานแม่บ้านรายวัน หายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร” นารายังคงถอนหายใจออกมาไม่หยุด รู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีทางออกสำหรับเรื่องนี้ งานที่ทำอยู่เงินเดือนก็น้อยนิด เพราะเป็นแค่พนักงานพาร์ทไทม์ร้านคาเฟ่ "ล่า...มึงหางานให้กูทำหน่อยได้ไหม" "แล้วงานมึงล่ะ"ลุลาเลิกคิ้วถามเพื่อนด้วยความไม่เข้าใจ ปกติเวลานอนก็ไม่ค่อยจะมีอยู่แล้ว "คงไม่พอจ่ายค่าเทอมหรอก" "งานอะไรก็ได้ใช่ไหม" “อืม...งานอะไรก็ได้ ขอแค่ได้เงินเร็ว ๆ” ลุลาเม้มริมฝีปาก มองหน้าเพื่อนอย่างชั่งใจ ก่อนจะลดเสียงเบาลง จนแทบเป็นเสียงกระซิบ “มีงานนึง...แต่ไม่ใช่งานธรรมดา กูทำอยู่นะ ได้เงินดีกว่าทำพาร์ทไทม์ทั่วไปเยอะเลย ได้มากกว่างานที่ร้านคาเฟ่ที่มึงทำอยู่หลายเท่า” นาราเงยหน้าขึ้น มองเพื่อนด้วยสายตาสงสัย “งานอะไร?” “ไปนั่งเป็นเพื่อนดื่มของผู้ชายไง มึงจะทำแบบไม่ต้องมีอะไรเกินเลยก็ได้ แค่จับมือถือแขนธรรมดา หรือจะมากกว่านั้น ก็ขึ้นอยู่กับที่เราต้องการ” "....." “ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายวัยกลางคน พวกนักธุรกิจมีเงิน แต่อยากหาเด็กเอ๊าะ ๆ ไปนั่งคุยด้วย แต่ก็มีพวกเด็กมหาลัยเหมือนกันนะ พวกลูกคนรวยที่ชอบทำตัวมีปัญหา แต่ก็ไม่ได้อะไรกับเรามากหรอก ผู้ชายพวกนี้หัวสูง คงไม่มองผู้หญิงระดับเราหรอก” นาราเงียบไปทันที เธอเคยได้ยินเหมือนกันว่าลุลาทำงานประเภทนี้ เพียงแต่เธอไม่เคยได้ถามความจริงจากเพื่อน เพราะไม่อยากยุ่งเรื่องส่วนตัวของเพื่อนมากเกินไป “แล้ว...ได้เงินเท่าไหร่?” “ครั้งแรก ก็ประมาณสามพันถึงห้าพัน ถ้าลูกค้าชอบ อาจจะได้ทิปเพิ่ม หรือถ้าลงรายละเอียดมากกว่านั้น ก็อาจจะได้เป็นหมื่นเลยนะ” ลุลาเอ่ยออกไปตามความเป็นจริง เธอรู้ว่าผู้หญิงแบบนาราคงไม่เหมาะกับงานประเภทนี้ เธอเลยไม่เคยแนะนำให้เพื่อนทำเลยสักครั้ง และเราสองคนก็ไม่เคยพูดกันเรื่องพวกนี้ ทว่าหากจำเป็นจริง ๆ เธอก็มองว่างานนี้สามารถหาเงินได้เร็วกว่างานที่เพื่อนทำอยู่หลายเท่า “คนหางานให้คือพี่โบว์ รุ่นพี่คณะวิศวะ เป็นคนรู้จักคนเยอะ มีงานเข้ามาเรื่อย ๆ เลยนะ” นารากลืนน้ำลายดังอึก เธอรู้ดีว่ามันไม่ใช่งานที่บริสุทธิ์แบบที่เธอเคยฝัน แต่ตอนนี้เธอคงไม่มีทางเลือกเหลือแล้ว แม่ก็อายุเยอะขึ้นทุกวัน งานก็ไม่ค่อยมี หนี้ที่บ้านก็ท่วมหัว เธอไม่อยากให้แม่ต้องลำบากไปมากกว่านี้อีกแล้ว “กูทำได้ไหม” “ได้สิ พี่โบว์ใจดีมาก ไม่บังคับเลยว่าต้องทำอะไร เอาตามที่เราสะดวก ถ้าไม่ไหวก็บอกเลิกได้ตลอด กูจะพามึงไปเจอพี่เค้าก่อนเลยนะ วันนี้หลังเลิกเรียนช่วงบ่าย” นาราพยักหน้า ในใจเต็มไปด้วยความกลัวและความตื่นเต้น เธอไม่รู้เลยว่าการตัดสินใจครั้งนี้ เธอจะต้องเจอกับอะไรบ้าง แต่ในเมื่ออับจนหมดทุกทางแล้ว เธอก็จำเป็นที่จะต้องเลือกเส้นทางนี้ เวลาต่อมา หลังเลิกเรียนไม่ถึงชั่วโมง ลุลาก็พานาราเดินตรงไปยังร้านคาเฟ่เล็ก ๆ อยู่ข้างซอยหลังมหาวิทยาลัย ภายด้านนอกร้านดูธรรมดา ทว่าพอเปิดประตูเข้าไป กลิ่นกาแฟผสมกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ลอยมาแตะจมูก ภายในมีแสงไฟสลัว ที่นั่งเป็นโซฟาหนังสีเข้ม มีแผ่นไม้กั้นระหว่างโต๊ะ ทำให้ดูค่อนข้างเป็นส่วนตัว ที่มุมสุดของร้าน รุ่นพี่ที่ชื่อโบว์นั่งรออยู่ก่อนแล้ว เธอเป็นผู้หญิงผมสั้นสีน้ำตาลเข้ม สวมชุดนักศึกษารัดรูป เน้นส่วนเว้าส่วนโค้งอย่างชัดเจน กำลังส่งยิ้มทักทายเธอและลุลาที่กำลังเดินเข้าไปใกล้ ๆ “มาแล้วเหรอล่า”โบว์ลุกขึ้นเอ่ยทักทาย พลางกวักมือเรียก“นั่งเลยสิ” ลุลาพยักหน้าแล้วดึงนารานั่งลงข้างกัน นารานั้นรู้สึกเกร็งไปทั้งตัว มือเล็กกำขอบกระโปรงนักศึกษาแน่น เธอพยายามยิ้มทักทายอีกฝ่าย “พี่โบว์ค่ะ นี่นารา เพื่อนล่าเองค่ะ”ลุลาแนะนำเพื่อนให้กับรุ่นพี่สาวรู้จักก่อนจะหันมาทางนารา “นารา นี่พี่โบว์ รุ่นพี่วิศวะปีสี่ คนที่กูเล่าให้ฟังไง” “สวัสดีค่ะ พี่โบว์”นารายกมือไหว้ เสียงที่เปล่งออกไปนั้น เบาจนแทบไม่ได้ยิน รุ่นพี่สาวพยักหน้า มองนาราตั้งแต่หัวจรดเท้า โดยไม่พูดอะไร สายตาของเธอไล่จากใบหน้าขาวใส ไร้เครื่องสำอาง ผมดัดลอนใหญ่สีดำสนิท ลงมาถึงรูปร่างที่เพรียวบาง แต่ทว่ามีส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจนโดยธรรมชาติ โดยเฉพาะช่วงอกและสะโพกที่ทำให้เสื้อนักศึกษาดูคับแน่นขึ้นมาเล็กน้อยสี่ปีต่อมาคอนโดเพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุดที่มองเห็นวิวของเมืองกรุง ตึกสูงระฟ้าและแม่น้ำไกลออกไปแสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่เข้ามาในห้องนั่งเล่นกว้างขวางนารานั่งเอนหลังบนโซฟานุ่มตัวใหญ่ ผ้าห่มผืนบางคลุมไหล่ เธอเพิ่งกลับจากโรงพยาบาลเมื่อวานนี้ ใบหน้ายังซีดเซียวอยู่มาก แต่ทว่าดวงตากลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความสุขในอ้อมแขนของเธอ ลูกชายคนเล็กชื่อลีออน อายุเพียง 4 วัน กำลังหลับตาปี๋ดูดนมจากเต้าอวบของเธออย่างเอาเป็นเอาตาย มือเล็กบีบกำเสื้อนาราไว้หลวม ๆ ตามสัญชาตญาณ“ดูดแรงมากเลยลีออน” เสียงหวานเอ่ยเย้าลูกชายที่ดูดจนเธอรู้สึกระบมที่หัวนม ทว่ามือก็ลูบผมนุ่มของลูกชายเบา ๆ เป็นการกล่อมคนเป็นพ่อยืนอยู่ไม่ไกล กำลังอุ้มลีน่า ลูกสาวคนโตวัย 3 ขวบ ขึ้นนั่งบนตักตัวเอง โดยเพิ่งอาบน้ำแต่งตัวเป็นชุดใหม่สีชมพูน่ารัก“พ่อจ๋า... ลีน่าอยากกอดน้อง” ลีน่าพูดเสียงออดอ้อน มือเล็กป้อมชี้ไปที่ลีออนคนเป็นน้องชายคนเป็นพ่อยิ้มกว้างที่ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วของลูกสาว ก่อนจะก้มลงจูบแก้มลูกสาวเสียงดัง “ยังอุ้มไม่ได้นะครับ ลีน่าเห็นไหมว่าน้องตัวเล็กมาก ขนาดพ่อยังไม่กล้าอุ้มเลย อีกอย่างน้องก็กำลังกินนมอยู่ด้วย ร
พระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า ท้องทะเลสีส้มทองสาดประกายระยิบระยับไปทั่ว บนชายหาดส่วนตัวที่เงียบสงบ มีเพียงซุ้มไม้สีขาวประดับด้วยดอกไม้สีพาสเทลและผ้าโปร่งบางที่ปลิวไสวตามแรงลมทะเล นาราเดินช้า ๆ ไปตามทางเดินที่โรยด้วยกลีบกุหลาบสีขาว เธอสวมชุดเจ้าสาวเรียบหรูสีออฟไวท์ที่ไหวพลิ้วตามลม ผมยาวถูกปล่อยสยาย ใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอาง และมีรอยยิ้มแห่งความสุขประดับอยู่ตลอดเวลา สุดปลายทางเดินมีร่างสูงของเลโอยืนรอในชุดสูทสีดำเรียบหรู ผมแต่งทรงเรียบกริบ แต่ทว่าดวงตาคมยังคงเป็นประกายที่ฉายชัดความรู้สึกถึงผู้หญิงที่รักอย่างเจ้าสาวของเขา เมื่อเจ้าสาวเดินมาถึง เขาก็ยื่นมือจับมือเธอไว้แน่น ด้วยมือหนาที่สั่นเทาเล็กน้อย “เจ้าสาวพี่สวยมาก...” เขากระซิบเสียงแหบพร่า “ถึงตอนนี้พี่ยังไม่เชื่อเลยว่า... วันนี้เธอจะเป็นเมียของพี่จริง ๆ” นารายิ้มทั้งน้ำตา “ฉันก็เหมือนกันค่ะ... คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าจะมาถึงจุดนี้กับพี่” พิธีแต่งงานเรียบง่ายตามแบบที่เจ้าสาวต้องการ เพราะเธอเป็นคนที่ไม่มีญาติพี่น้องหรือคนรู้จักมากนัก นอกจากเพื่อนสนิทอย่างลุลาและแม่ที่เลี้ยงดูเธอมาเพียงคนเดียว ทว่าทางฝั่งเจ้าบ่าวมีญาติสนิทและบุคค
“ที่รัก” เขาเอ่ยเรียกเธอด้วยสรรพนามที่ไม่เคยเรียกเลยสักครั้ง ก่อนจะหันไปมองนาวินด้วยสายตาเรียบเฉย “หลังจากนี้นาราจะไม่มาทำงานที่นี่อีกแล้ว” นาวินชะงักไปทันที ไม่ต่างจากนาราที่ยืนอึ้งไปเหมือนกัน “พี่เลโอ!” เธอหันขวับไปมองเขา เพราะเป็นสิ่งที่เขาและเธอไม่เคยคุยกันมาก่อน แต่ทว่าเลโอที่รู้ว่าตัวเองก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเธอมากเกินไป ก็หันมามองเธอและส่งยิ้มให้ “เรื่องนี้ค่อยคุยกันที่บ้านนะ” นาราพยายามสะบัดตัวออก เธอเริ่มไม่พอใจเขามากขึ้น แต่เขายังคงลากเธอเดินออกจากร้านไปโดยที่ไม่ฟังอะไรทั้งนั้น เมื่อเดินถึงรถ นาราก็สะบัดตัวหลุดจากมือเขาได้สำเร็จ ดวงตากลมโตมองหน้าเขาด้วยความไม่พอใจ “พี่ทำแบบนี้ทำไม?” เธอถามเสียงเครียด “ฉันทำงานที่นั่นมานานแล้วนะ พี่ไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจแทนฉันแบบนี้!” เลโอยืนนิ่ง มองเธอด้วยสายตาที่ซับซ้อน มันมีทั้งความหึงหวง และความอยากเอาชนะปะปนกัน ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้ จับไหล่เธอไว้แน่น “ก็ฉันหวง ฉันไม่อยากให้ใครมองเธอแบบนั้น” "....." “ฉันหึงเข้าใจไหมนารา ฉันอยากเป็นคนดูแลเธอเอง ฉันไม่อยากให้เธอต้องมาทำงานหนักแบบนี้” ร่างเล็กยังคงมองเขานิ่ง ทว่าความไม่พอใจก่อนหน
นาราหันมองคนเป็นแม่ มีน้ำตาคลอออกมาในดวงตาคู่สวย “แม่จะไม่ห้าม จะไม่ก้าวก่ายอะไรทั้งนั้น แม่แค่อยากให้ลูกของแม่มีความสุข แต่ถ้าวันไหนที่พ่อหนุ่มรู้สึกเบื่อ หรือไม่อยากคบกับนาราอีกแล้ว ขอให้ปล่อยนารากลับมาหาแม่นะลูก” ร่างสูงมองตรงเข้าไปในดวงตาของผู้อาวุโสกว่า แล้วตอบเสียงหนักแน่นด้วยความมั่นใจทันที “ไม่มีวันนั้นครับคุณแม่ ผมสัญญา” “ไม่ต้องสัญญากับแม่หรอก แค่ทำทุกวันให้ดีก็พอ” บรรยากาศในบ้านหลังเล็กอบอุ่นขึ้นทันตา ชมดาวเอ่ยชวนให้เลโออยู่ทานข้าวเย็นด้วยกัน พอถึงเวลาที่เลโอต้องกลับ นาราก็เดินออกไปส่งเขาถึงหน้ารถ ทว่าคนตัวสูงกลับอิดออดไม่ยอมขึ้นรถ มือยังจับมือเธอไว้แน่น “ไปนอนคอนโดกับพี่นะ” เสียงทุ้มออดอ้อน พลางก้มลงใกล้ใบหน้าเธอ “พี่ไม่อยากห่างเธอเลย” “ฉันอยากพักผ่อนค่ะ” "ไปที่นอนกับพี่ก็ได้พักผ่อน" "ไม่เอาค่ะ ไปเที่ยวมาเหนื่อยค่ะ" ถึงจะรู้สึกไม่พอใจที่เธอปฏิเสธแต่ก็เข้าใจเหตุผลของเธอ จึงยื่นหน้าเข้าไปใกล้เธอมากขึ้น “งั้น... ขอจูบก่อนกลับได้ไหม” นาราหันมองซ้ายขวาอย่างระวัง ก่อนจะยกปลายเท้าขึ้น กดจูบปากเขาแรง ๆ หนึ่งทีอย่างรวดเร็ว แต่ทว่าเธอไม่ทันได้ถอย มือหนาของเขาจับท้ายทอย
"อืม อ๊าสสสส" เลโอคำรามในลำคอด้วยความพึงพอใจ เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงบีบรัดจากความคับแน่นที่โอบล้อมตัวตนของเขาไว้แน่นหนา เขาโถมกายเข้าหาร่างเล็กซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ขยับพลิกเปลี่ยนท่าไปมาราวกับเธอคือตุ๊กตาไม่มีชีวิต เม็ดเหงื่อเกาะพราวตามมัดกล้ามเนื้อแข็งแกร่งสะท้อนกับแสงไฟสลัว ยิ่
ปลายลิ้นร้อนระอุยังคงตวัดหยอกเย้าอยู่กับยอดอกสีหวานอย่างย่ามใจ เลโอละเลียดชิมความหอมหวานประหนึ่งกำลังจิบไวน์ราคาแพง กระดกเข้าปากไปอย่างไม่รู้เบื่อ "อืม" เสียงลมหายใจหอบกระชั้นของนาราดังประสานไปกับเสียงดูดดึงที่ชวนให้ใจสั่น ทว่าในจังหวะที่อารมณ์รักกำลังไต่ระดับจนเกือบถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็ดังแ
ร่างสูงค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกมาอย่างเชื่องช้า ทิ้งไว้เพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของหญิงสาวที่ดังสะท้อนอยู่ในห้อง VIP ที่เงียบสงัด เขาจ้องมองใบหน้าสวยหวานที่บัดนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อ ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววหวาดกลัว กลับเริ่มหยาดเยิ้มและล่องลอยด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่กำลังวิ่งพล่านอยู่ในกระแสเลือด จนเธอดูเย
ทว่าจะมานึกเสียใจตอนนี้ก็คงจะสายไปแล้ว เมื่อเธอเป็นคนเดินเข้ามาในห้องเชือดนี้ด้วยตัวเอง โดยไม่ได้มีใครบังคับ พลันภาพใบหน้าของคนเป็นแม่ก็ลอยเข้ามาแทนที่ ทั้งภาระหนี้สินและค่าเทอมที่รอจ่าย ทำให้เธอจำต้องสะกดกลั้นความกลัวเอาไว้ ก่อนสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกความกล้าที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด แล้วช้อ






reviewsMore