LOGIN"คนอย่างฉัน…ไม่เคยรักใครเพราะความสงสาร" เลโอ—>>หนุ่มวิศวะสุดฮอต เจ้าเสน่ห์ ขี้เล่น และเป็นกันเอง ทว่าเบื้องหลังคือผู้ชายที่ไร้หัวใจ มองผู้หญิงเป็นเพียงของเล่นบนเตียง ร้ายลึก สนใจแค่ความต้องการของตัวเองเท่านั้น นารา—>>สาวอักษรศาสตร์สุดอาภัพ ที่ชีวิตตกที่นั่งลำบาก การเงินติดลบ จนถึงขั้นวิกฤต ต้องพึ่งพาอาชีพขายศักดิ์ศรี ยอมเป็นของเล่นบนเตียงให้ผู้ชายไร้หัวใจ มอบทุกอย่างให้จนหมด ไม่เหลือแม้กระทั่งหัวใจที่ไร้ค่าของตัวเอง
View Moreสี่ปีต่อมาคอนโดเพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุดที่มองเห็นวิวของเมืองกรุง ตึกสูงระฟ้าและแม่น้ำไกลออกไปแสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่เข้ามาในห้องนั่งเล่นกว้างขวางนารานั่งเอนหลังบนโซฟานุ่มตัวใหญ่ ผ้าห่มผืนบางคลุมไหล่ เธอเพิ่งกลับจากโรงพยาบาลเมื่อวานนี้ ใบหน้ายังซีดเซียวอยู่มาก แต่ทว่าดวงตากลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความสุขในอ้อมแขนของเธอ ลูกชายคนเล็กชื่อลีออน อายุเพียง 4 วัน กำลังหลับตาปี๋ดูดนมจากเต้าอวบของเธออย่างเอาเป็นเอาตาย มือเล็กบีบกำเสื้อนาราไว้หลวม ๆ ตามสัญชาตญาณ“ดูดแรงมากเลยลีออน” เสียงหวานเอ่ยเย้าลูกชายที่ดูดจนเธอรู้สึกระบมที่หัวนม ทว่ามือก็ลูบผมนุ่มของลูกชายเบา ๆ เป็นการกล่อมคนเป็นพ่อยืนอยู่ไม่ไกล กำลังอุ้มลีน่า ลูกสาวคนโตวัย 3 ขวบ ขึ้นนั่งบนตักตัวเอง โดยเพิ่งอาบน้ำแต่งตัวเป็นชุดใหม่สีชมพูน่ารัก“พ่อจ๋า... ลีน่าอยากกอดน้อง” ลีน่าพูดเสียงออดอ้อน มือเล็กป้อมชี้ไปที่ลีออนคนเป็นน้องชายคนเป็นพ่อยิ้มกว้างที่ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วของลูกสาว ก่อนจะก้มลงจูบแก้มลูกสาวเสียงดัง “ยังอุ้มไม่ได้นะครับ ลีน่าเห็นไหมว่าน้องตัวเล็กมาก ขนาดพ่อยังไม่กล้าอุ้มเลย อีกอย่างน้องก็กำลังกินนมอยู่ด้วย ร
พระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า ท้องทะเลสีส้มทองสาดประกายระยิบระยับไปทั่ว บนชายหาดส่วนตัวที่เงียบสงบ มีเพียงซุ้มไม้สีขาวประดับด้วยดอกไม้สีพาสเทลและผ้าโปร่งบางที่ปลิวไสวตามแรงลมทะเล นาราเดินช้า ๆ ไปตามทางเดินที่โรยด้วยกลีบกุหลาบสีขาว เธอสวมชุดเจ้าสาวเรียบหรูสีออฟไวท์ที่ไหวพลิ้วตามลม ผมยาวถูกปล่อยสยาย ใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอาง และมีรอยยิ้มแห่งความสุขประดับอยู่ตลอดเวลา สุดปลายทางเดินมีร่างสูงของเลโอยืนรอในชุดสูทสีดำเรียบหรู ผมแต่งทรงเรียบกริบ แต่ทว่าดวงตาคมยังคงเป็นประกายที่ฉายชัดความรู้สึกถึงผู้หญิงที่รักอย่างเจ้าสาวของเขา เมื่อเจ้าสาวเดินมาถึง เขาก็ยื่นมือจับมือเธอไว้แน่น ด้วยมือหนาที่สั่นเทาเล็กน้อย “เจ้าสาวพี่สวยมาก...” เขากระซิบเสียงแหบพร่า “ถึงตอนนี้พี่ยังไม่เชื่อเลยว่า... วันนี้เธอจะเป็นเมียของพี่จริง ๆ” นารายิ้มทั้งน้ำตา “ฉันก็เหมือนกันค่ะ... คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าจะมาถึงจุดนี้กับพี่” พิธีแต่งงานเรียบง่ายตามแบบที่เจ้าสาวต้องการ เพราะเธอเป็นคนที่ไม่มีญาติพี่น้องหรือคนรู้จักมากนัก นอกจากเพื่อนสนิทอย่างลุลาและแม่ที่เลี้ยงดูเธอมาเพียงคนเดียว ทว่าทางฝั่งเจ้าบ่าวมีญาติสนิทและบุคค
“ที่รัก” เขาเอ่ยเรียกเธอด้วยสรรพนามที่ไม่เคยเรียกเลยสักครั้ง ก่อนจะหันไปมองนาวินด้วยสายตาเรียบเฉย “หลังจากนี้นาราจะไม่มาทำงานที่นี่อีกแล้ว” นาวินชะงักไปทันที ไม่ต่างจากนาราที่ยืนอึ้งไปเหมือนกัน “พี่เลโอ!” เธอหันขวับไปมองเขา เพราะเป็นสิ่งที่เขาและเธอไม่เคยคุยกันมาก่อน แต่ทว่าเลโอที่รู้ว่าตัวเองก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเธอมากเกินไป ก็หันมามองเธอและส่งยิ้มให้ “เรื่องนี้ค่อยคุยกันที่บ้านนะ” นาราพยายามสะบัดตัวออก เธอเริ่มไม่พอใจเขามากขึ้น แต่เขายังคงลากเธอเดินออกจากร้านไปโดยที่ไม่ฟังอะไรทั้งนั้น เมื่อเดินถึงรถ นาราก็สะบัดตัวหลุดจากมือเขาได้สำเร็จ ดวงตากลมโตมองหน้าเขาด้วยความไม่พอใจ “พี่ทำแบบนี้ทำไม?” เธอถามเสียงเครียด “ฉันทำงานที่นั่นมานานแล้วนะ พี่ไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจแทนฉันแบบนี้!” เลโอยืนนิ่ง มองเธอด้วยสายตาที่ซับซ้อน มันมีทั้งความหึงหวง และความอยากเอาชนะปะปนกัน ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้ จับไหล่เธอไว้แน่น “ก็ฉันหวง ฉันไม่อยากให้ใครมองเธอแบบนั้น” "....." “ฉันหึงเข้าใจไหมนารา ฉันอยากเป็นคนดูแลเธอเอง ฉันไม่อยากให้เธอต้องมาทำงานหนักแบบนี้” ร่างเล็กยังคงมองเขานิ่ง ทว่าความไม่พอใจก่อนหน
นาราหันมองคนเป็นแม่ มีน้ำตาคลอออกมาในดวงตาคู่สวย “แม่จะไม่ห้าม จะไม่ก้าวก่ายอะไรทั้งนั้น แม่แค่อยากให้ลูกของแม่มีความสุข แต่ถ้าวันไหนที่พ่อหนุ่มรู้สึกเบื่อ หรือไม่อยากคบกับนาราอีกแล้ว ขอให้ปล่อยนารากลับมาหาแม่นะลูก” ร่างสูงมองตรงเข้าไปในดวงตาของผู้อาวุโสกว่า แล้วตอบเสียงหนักแน่นด้วยความมั่นใจทันที “ไม่มีวันนั้นครับคุณแม่ ผมสัญญา” “ไม่ต้องสัญญากับแม่หรอก แค่ทำทุกวันให้ดีก็พอ” บรรยากาศในบ้านหลังเล็กอบอุ่นขึ้นทันตา ชมดาวเอ่ยชวนให้เลโออยู่ทานข้าวเย็นด้วยกัน พอถึงเวลาที่เลโอต้องกลับ นาราก็เดินออกไปส่งเขาถึงหน้ารถ ทว่าคนตัวสูงกลับอิดออดไม่ยอมขึ้นรถ มือยังจับมือเธอไว้แน่น “ไปนอนคอนโดกับพี่นะ” เสียงทุ้มออดอ้อน พลางก้มลงใกล้ใบหน้าเธอ “พี่ไม่อยากห่างเธอเลย” “ฉันอยากพักผ่อนค่ะ” "ไปที่นอนกับพี่ก็ได้พักผ่อน" "ไม่เอาค่ะ ไปเที่ยวมาเหนื่อยค่ะ" ถึงจะรู้สึกไม่พอใจที่เธอปฏิเสธแต่ก็เข้าใจเหตุผลของเธอ จึงยื่นหน้าเข้าไปใกล้เธอมากขึ้น “งั้น... ขอจูบก่อนกลับได้ไหม” นาราหันมองซ้ายขวาอย่างระวัง ก่อนจะยกปลายเท้าขึ้น กดจูบปากเขาแรง ๆ หนึ่งทีอย่างรวดเร็ว แต่ทว่าเธอไม่ทันได้ถอย มือหนาของเขาจับท้ายทอย
หลังจากสำรวจจนพอใจ รุ่นพี่สาวก็หันไปสบตากับลุลาอย่างรู้กัน“ล่าไปสั่งน้ำมาให้เพื่อนหน่อยสิ เดี๋ยวพี่ขอคุยกับเพื่อนเรานิดหน่อย” ลุลาเข้าใจทันที เธอลุกขึ้นเดินไปที่เคาน์เตอร์ ทิ้งให้เพื่อนกับรุ่นพี่สาวนั่งคุยกันตามลำพัง โบว์พิงพนักโซฟา มองนาราด้วยสายตาที่ทั้งประเมินและชื่นชมไปในตัว ยอมรับว่าถูกใจรุ
ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าตึกคณะอักษรศาสตร์ บรรยากาศยามบ่าย ยังคงร้อนอบอ้าว นารานั่งอยู่บนม้าหินอ่อนกับลุลา เพื่อนสนิทคนเดียวที่เธอสามารถเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟังได้ด้วยความไว้ใจ “นารา มึงอย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้ไปได้”ลุลาเอื้อมมือไปตีแขนเพื่อนเบา ๆ "เห้อออ"นาราถอนหายใจยาว มือกำกระดาษแจ
ปลายลิ้นร้อนระอุยังคงตวัดหยอกเย้าอยู่กับยอดอกสีหวานอย่างย่ามใจ เลโอละเลียดชิมความหอมหวานประหนึ่งกำลังจิบไวน์ราคาแพง กระดกเข้าปากไปอย่างไม่รู้เบื่อ "อืม" เสียงลมหายใจหอบกระชั้นของนาราดังประสานไปกับเสียงดูดดึงที่ชวนให้ใจสั่น ทว่าในจังหวะที่อารมณ์รักกำลังไต่ระดับจนเกือบถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็ดังแ
ร่างสูงค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกมาอย่างเชื่องช้า ทิ้งไว้เพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของหญิงสาวที่ดังสะท้อนอยู่ในห้อง VIP ที่เงียบสงัด เขาจ้องมองใบหน้าสวยหวานที่บัดนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อ ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววหวาดกลัว กลับเริ่มหยาดเยิ้มและล่องลอยด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่กำลังวิ่งพล่านอยู่ในกระแสเลือด จนเธอดูเย






reviewsMore