Share

แค้นรักแพทย์อัจฉริยะ
แค้นรักแพทย์อัจฉริยะ
Penulis: คันธรส สุภาสนันท์

บทที่ 1

Penulis: คันธรส สุภาสนันท์
“วันนี้ฉันเตรียมจะบอกความจริงเซียวเป่ยแล้วล่ะ ฉันจะคุยกับเขาเรื่องหย่าสักหน่อย ใช่ ฉันกับเขาไม่เหมาะสมกันแล้ว อือ ไว้เจอกันตอนเย็นนะ”

ณ ออฟฟิศปิงฉิ้นกรุป ซูหว่านที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ประธานบริษัทเพิ่งจะวางสายโทรศัพท์

เธอสวมชุดสไตล์สาวออฟฟิศที่เป็นกระโปรงสีดำทรงเข้ารูป เสื้อเชิ้ตสีขาวโอบอุ้มเรือนร่างอันอวบอิ่มพร้อมกับผมยาวที่เกล้าไว้หลังศีรษะ บนนั้นยังมีดินสอแท่งหนึ่งปักเฉียงอยู่ บุคลิกท่าทางดูสง่าสูงส่ง รูปลักษณ์งามจนล้มบ้านล้มเมือง

“ที่รัก ผมทำปิ่นโตความรักมาให้คุณ”

ประตูออฟฟิศถูกผลักเปิดออก เซียวเป่ยเดินเข้ามาแล้วถามขึ้นด้วยรอยยิ้ม “คุยโทรศัพท์กับใครเหรอ?”

“เซียวเป่ย เราหย่ากันเถอะ” ซูหว่านจ้องมองผู้ชายที่ดูธรรมดาตรงหน้าด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

เซียวเป่ยถือปิ่นโตในมือพร้อมหยุดชะงัก แววตาของเขาวาบไหว ก่อนที่เขาจะพูดพร้อมยิ้ม "ที่รัก คุณอย่าล้อเล่นเลยนะ"

ผู้หญิงสวยและมีเสน่ห์หาที่เปรียบไม่ได้ตรงหน้าคือภรรยาที่แต่งงานกันแล้วสามปี ในตอนแรก ทั้งสองยังคงรักกันดี แต่ปีนี้ความรู้สึกของทั้งสองเกิดปัญหา

ซูหว่านงานยุ่งมาก และทุกวันเซียวเป่ยจะทำปิ่นโตความรักมาให้เธอ แต่ทุกครั้งเธอมักตอบกลับเขาไปเพียงประโยคเดียวว่า “วางไว้ก่อนเถอะ เดี๋ยวค่อยกิน” แล้วไม่ได้พูดคุยใดๆ กันต่ออีกเลย

“ฉันไม่ได้ล้อเล่นกับคุณนะ”

ซูหว่านหยิบข้อตกลงการหย่าในลิ้นชักขึ้นมา แล้วพูดขึ้นด้วยความเย็นชา “เซ็นชื่อเถอะ”

เซียวเป่ยขมวดคิ้ว เหลือบมองเอกสารข้อตกลงการหย่า

เขาไม่รู้ว่า ทำไมการแต่งงานสามปีถึงเดินทางมาถึงจุดนี้ได้

เซียวเป่ยสูดลมหายใจเข้าลึกแล้ว นั่งลงตรงหน้าซูหว่าน ก่อนถามขึ้นด้วยน้ำเสียงโมโหเล็กน้อย “เป็นเพราะเขางั้นเหรอ?

“ใคร?” ซูหว่านขมวดคิ้วสวยด้วยความไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร

เซียวเป่ยชี้ไปยังโทรศัพท์บนโต๊ะก่อนพูดพร้อมหัวเราะเยาะตัวเอง “เจอกันตอนเย็น..... ไม่ใช่เพราะเขางั้นเหรอ?”

“คุณแอบฟังฉันคุยโทรศัพท์?” ซูหว่านขมวดคิ้วพลัน แต่ก็ไม่ได้อธิบายอะไรมากไปกว่านี้

เรื่องราวมาถึงตรงนี้แล้ว ก็ไม่จำเป็นตรงอธิบายอะไร

เธอดันข้อตกลงตรงหน้าพลางพูดต่อไปด้วยความเย็นชา “เซียวเป่ย ฉันรู้ว่ามันไม่ยุติธรรมมากสำหรับคุณ แต่ฉันจะชดเชยให้คุณ แค่คุณเซ็นชื่อเท่านั้น ฉันยกคฤหาสน์และรถยนต์ที่หยู้หรงวานให้คุณหมดเลย นอกจากนี้ ฉันจะเพิ่มเงินให้อีกสิบห้าล้าน และหากคุณรู้สึกว่ามันไม่พอ สามารถเสนอเงื่อนไขเพิ่มได้อีกนะ ฉันจะทำให้คุณพอใจเท่าที่จะทำได้

“การแต่งงานสำหรับคุณวัดได้ด้วยเงินทองงั้นเหรอ?”

เซียวเป่ยสูดลมเข้าใจเข้าจนลึก และพยายามระงับอารมณ์ของตนเอง “อย่าลืมไปนะ ผมสร้างปิงฉิ้นกรุปขึ้นมากับมือ! ถ้าไม่มีผม ก็ไม่มีประธานซูผู้สูงส่งที่นั่งอยู่ตรงหน้าผมได้ดั่งทุกวันนี้หรอกนะ!”

เซียวเป่ยเป็นคนก่อตั้งปิงฉิ้นกรุปขึ้นมา แต่ทว่าต่อมาเขาเลือกครอบครัวแทน

ซูหว่านก็กลายเป็นประธานบริษัทได้ก็ที่เพราะได้อานิสงส์จากเขา

แต่คิดไม่ถึงเลยว่าตอนนี้หลังจากเธอได้ดิบได้ดีแล้ว ซูหว่านกลับเขี่ยเขาทิ้ง!

ซูหวานขมวดคิ้วเล็กน้อย พูดขึ้นว่า “เซียวเป่ย คุณควรรู้เป็นอย่างดีว่าระหว่างเรามันไม่มีความรู้สึกแล้ว ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ไม่มีประโยชน์ต่อเราทั้งสองฝ่าย”

“เซ็นชื่อแล้วก็ถือว่าฉันขอโทษคุณนะ เราเจอกันด้วยดีก็ขอให้จากกันด้วยดีนะ”

เซียวเป่ยได้ฟังประโยคนี้ นิ่งอยู่ครู่แล้วหัวเราะขึ้นมา

“ตอนแรก ตระกูลซูของพวกคุณใกล้ล้มละลายเต็มทีละ แถมยังติดหนี้กองโตอีก ผมเป็นคนก่อตั้งปิงฉิ้นกรุปขึ้นมา ช่วยเหลือตระกูลซูของพวกคุณออกจากยากลำบากได้ จนพัฒนาถึงตำแหน่งทรงอิทธิพลในวงการแพทย์และเภสัชของซูหางได้ดั่งเฉกเช่นทุกวันนี้!”

“การใช้เวลาสั้น ๆ เพียงแค่สามปี ตระกูลซูก็เจริญรุ่งเรืองขึ้นมา คุณก็ได้กลายเป็นประธานหญิงผู้สูงส่งแล้ว แต่ตอนนี้อยากจะเขี่ยฉันทิ้ง.... หรือว่าในสายตาของคุณ ผมเป็นแค่บันไดให้คุณเหยียบขึ้นไป?!”

ซูหวานขมวดคิ้วเล็กน้อย พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไร้เยื่อใย “ฉันขอบคุณมากสำหรับสิ่งที่ทำเพื่อตระกูลซู แต่คุณไม่มีทางรู้เลยว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่ และคุณก็ไม่รู้ด้วยว่าฉันอยากได้อะไร”

วันนี้ทั้งสองเดินมาถึงจุดนี้แต่กลับไม่ใช่สิ่งที่ซูหว่านอยากเห็น

แต่เธออยากได้โลกที่ใหญ่กว่านี้ และเซียวเป่ยให้ไม่ได้

ที่สำคัญกว่าก็คือ เซียวเป่ยคนนั้นที่เคยกระฉับกระเฉงมีชีวิตชีวา เขาเปลี่ยนไปแล้ว เปลี่ยนไปจนดูไม่ได้เลย

“นี่ข้อตกลง ผมไม่เซ็นหรอก!”

ที่เซียวเป่ยพูดขึ้นด้วยความโมโห

โครม!

ประตูของออฟฟิศถูกเปิดออก ผู้ช่วยหญิงที่มีความเฉลียวฉลาดและมีความชำนาญพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

“เซียวเป่ย!คุณอย่าได้คืบจะเอาศอกไปหน่อยเลย!

ประธานซูในตอนนี้ไม่ใช่สาวน้อยที่เคยเดินตามหลังคุณต้อยๆ แล้วนะ เธอไม่ใช่ แต่ตอนนี้เธอคือประธานซู ประธานหญิงผู้นับหน้าถือตาในวงการแพทย์และเภสัของซูหาง ค่าตัวเกินกว่าห้าพันล้าน และยิ่งไปกว่านั้นคือ เธอเคยขึ้นปกนิตยสารไทม์ ไม่ใช่คนที่คุณสามารถจะไขว่คว้าได้อีกต่อไปแล้ว ด้วยความสวยและเก่ง ในไม่ช้าก็เร็วเธอจะเดินออกจากซูหางได้สักวันหนึ่งเป็นแน่ และยืนอยู่บนจุดสูงสุด ได้รับความเคารพนับถือจากผู้คนจำนวนมาก !

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • แค้นรักแพทย์อัจฉริยะ   บทที่ 475

    ซูเทียนห้าวตอบว่า: “ฉันรู้แล้ว! พี่สาวของฉันเป็นยังไงบ้าง?”เสียงเย้าแหย่ดังมาจากอีกด้านของโทรศัพท์: “คุณวางใจได้ ไม่ตายหรอก พอคุณควบคุมบริษัทได้สำเร็จ และได้รับเงินสองร้อยห้าสิบล้านบาทมาเมื่อไหร่ พี่สาวของคุณก็จะกลับไปได้แล้ว”“ได้! แต่ฉันขอเตือนพวกแกนะ อย่าแตะต้องพี่สาวของฉัน!”ซูเทียนห้าวกล่าวอย่างเย็นชาชายฉกรรจ์ที่อยู่อีกด้านหนึ่งของโทรศัพท์ยิ้มแล้วพูดว่า “ไม่ต้องกังวล พวกเราทำงาน เชื่อถือได้แน่นอน”พูดจบ อีกฝ่ายก็วางสายโทรศัพท์ทันทีซูเทียนห้าวถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่กลับไม่ได้ผ่อนคลายเลย“พี่ครับ ผมขอโทษ... แต่ผมจำเป็นต้องทำแบบนี้! ผมอยากจะพิสูจน์ตนเองว่า ผมไม่ใช่เศษสวะ! ผมมีความสามารถ!” ซูเทียนห้าวกล่าวเบาๆ ความเย็นชาแวบขึ้นมาในนัยน์ตา............ตัดภาพมาที่เซียวเป่ยฮั่วเจิ้งซานอยู่ในร้าน พอมองดูเวลา ก็พบว่าผ่านไปหนึ่งชั่วโมงแล้วเห็นได้ชัดว่าเขากังวลมาก จึงถามว่า: “ปรมาจารย์เซียวเป่ย ไป๋อู๋ฉางนั่นจะกลับมาจริงๆเหรอ?”“ถ้าเธอยังไม่อยากตาย เธอก็จะมา ” เซียวเป่ยพูดอย่างสงบนิ่งทันทีที่พูดจบ ที่ประตูร้านขายของชำ ก็มีร่างลับๆล่อๆร่างหนึ่งปรากฏขึ้น ร่างนั้นเดินโซเซเล็

  • แค้นรักแพทย์อัจฉริยะ   บทที่ 474

    สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นก็คือ พิษศพที่อยู่บนมือของชายชราในชุดดำ ในเวลานี้ได้ย้อนกลับ กระจายไปตามแขนของชายชรา และบุกเข้าไปจนถึงหน้าอก!เนื่องจากมีพิษศพอยู่บนร่างกายของเขามากเกินไป ในชั่วพริบตาเดียว ชายชราในชุดดำก็ล้มลงกับพื้น คร่ำครวญไม่สายขาด ผิวหนังทั้งตัวเปลี่ยนไปเป็นสีดำ และเริ่มเปื่อยเน่าทางด้านฝั่งนี้ เมื่อหญิงชราในชุดขาวเห็นเหตุการณ์นี้ ก็ตกใจจนมีสีหน้าที่ซีดเผือด ยังไม่ทันได้ครุ่นคิดอะไร ก็หันหลังกลับและวิ่งหนี!เธอรู้ดีว่า คืนนี้ได้พบกับยอดฝีมือแล้ว“คิดจะหนี มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก!”เมื่อเซียวเป่ยเห็นหญิงชราในชุดขาวคิดจะวิ่งหนี ก็ยกมือขึ้นแล้วยิงเข็มเงินออกไปอีกสองสามเล่มหญิงชราในชุดขาวตอบสนองกลับแบบมีเงื่อนไข เธอเหวี่ยงไม้อาดูรที่อยู่ในมือ จากนั้นก็เกิดเสียงดังตึกตึกตึก และมีประกายไฟขึ้นมาเล็กน้อยทันทีแม้ว่าเข็มเงินส่วนใหญ่จะถูกสกัดกั้น แต่ก็มีเข็มเงินสองสามเล่มที่เจาะเข้าไปที่หน้าของหญิงชราชุดขาว และมีอีกเข็มหนึ่งในนั้นเจาะไปที่ตาของเธอ ทำให้มีเลือดไหลออกมาทันทีแต่หญิงชราชุดขาวกลับไม่คิดที่จะต่อสู้กลับเลยแม้แต่น้อย หันหลังกลับแล้ววิ่งหนีไป พร้อมกับเสียงดังฟรึ่บ

  • แค้นรักแพทย์อัจฉริยะ   บทที่ 473

    เซียวเป่ยพยักหน้าเบาๆ และกล่าวว่า “มาเร็วดีนี่”“แกจะตายเอง หรือว่าให้ฉันลงมือ?” ชายชราในชุดดำ ถามด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความดุร้ายในสายตาของเขา จัดการกับเด็กหนุ่มอย่างเซียวเป่ยนั้น เป็นอะไรที่ง่ายมากเดิมคิดว่าจะเป็นยอดฝีมือที่มีความแข็งแกร่งอะไร คิดไม่ถึงว่า จะเป็นเด็กเหลือขอที่อ่อนหัดคนหนึ่งสิ่งนี้ทำให้เฮยไป๋อู๋ฉางที่อยากจะต่อสู้อย่างจริงจัง รู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมากเซียวเป่ยยิ้มด้วยสีหน้าที่สงบนิ่งรอยยิ้มนี้ ทำให้เฮยไป๋อู๋ฉางขมวดคิ้วแน่นเด็กคนนี้ กำลังยิ้มเยาะเย้ยอยู่เหรอ?“ดูเหมือนว่า แกจะเลือกให้พวกเราลงมือ” เฮยอู๋ฉางกล่าวด้วยรอยยิ้มที่ชั่วร้าย เผยให้เห็นฟันเหลืองของเขาและในเวลานี้ กู้โย่เสวี่ยที่นั่งคว่ำหน้านอนอยู่บนโต๊ะก็ตื่นขึ้นมา ขยี้ตาอย่างงัวเงีย มองไปที่ร่างของทั้งสองคนที่จู่ๆก็ปรากฏตัวขึ้นในร้าน และถามอย่างงุนงงว่า: “เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”ในเวลานี้ เฮยอู๋ฉางก็ลงมือทันที เขาใช้ฝ่ามือ โจมตีเซียวเป่ยผ่านทางอากาศ!ฝ่ามือนี้ ลมที่อยู่ตรงฝ่ามือแฝงไปด้วยหมอกควันสีดำ และมีกลิ่นเหม็นมากระทบมาที่ใบหน้า!กู้โย่เสวี่ยตกใจมากจนร้องเสียงดัง และลืมที่จะหลบหลีกเซียวเป่ย

  • แค้นรักแพทย์อัจฉริยะ   บทที่ 472

    พอรับสาย เสียงซักถามด้วยความเกรี้ยวโกรธของซูหว่านก็ดังมาจากอีกด้านหนึ่งของโทรศัพท์: “เซียวเป่ย คุณหมายความว่ายังไงกันแน่?”เซียวเป่ยชะงักไป รู้สึกสับสนเล็กน้อย จึงขมวดคิ้วแล้วถามว่า: “ประธานซู ผมไม่เข้าใจว่าคุณกำลังพูดถึงอะไรอยู่?”“ยังแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อีกเหรอ?เป่ยเสวี่ยมาส์ก คุณจะอธิบายยังไง!” ซูหว่านซักถามด้วยน้ำเสียงเย็นชาเซียวเป่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วพูดว่า “เป่ยเสวี่ยมาส์ก? มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”“เซียวเป่ย! คุณไม่คิดว่าตนเองในตอนนี้ ไร้ยางอายมากเหรอ?” ซูหว่านโกรธมากตอนนี้การที่เซียวเป่ยแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ มันเหมือนกับว่าเขาจงใจโอ้อวด“ผมไร้ยางอาย?”เซียวเป่ยขมวดคิ้ว และรู้สึกโกรธขึ้นมามาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยเลยซูหว่านกล่าวอย่างเย็นชาว่า: “ยังจำสิ่งที่คุณพูดเอาไว้ก่อนหน้านี้ได้ไหม?คุณบอกว่าตนเองจะไม่พึ่งพาใคร เพื่อจะพิสูจน์ให้ฉันเห็น! แล้วตอนนี้ล่ะ? สุดท้ายคุณก็พึ่งพาคุณหนูตระกูลกู้คนนั้น แล้วแอบทำอะไรกับมาส์กหน้านั่น!”“ไม่อย่างนั้น อาศัยแค่ตัวคุณเอง จะมีคุณสมบัติไปถึงอันดับที่สี่ของรายการยอดขายระดับประเทศเหรอ?”หลังจากได้ยินคำพูดเหล่านี้ เซียวเป่ยก็เพิ่งตอบ

  • แค้นรักแพทย์อัจฉริยะ   บทที่ 471

    “หัวหน้าตระกูลฮั่ว คุณเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า? เศษสวะอย่างไอ้เซียวเป่ยเนี่ยนะ ช่วยชีวิตคุณ?”ฉินเฟิงถามด้วยความประหลาดใจทันใดนั้นสีหน้าของฮั่วเจิ้งซานก็เปลี่ยนไปเป็นแย่มากทันที และกล่าวอย่างไม่พอใจว่า: “ประธานฉินใช่ไหม ผมจะเตือนคุณเป็นครั้งสุดท้ายนะ ได้โปรดให้เกียรติปรมาจารย์เซียวด้วย!”พูดจบ ฮั่วเจิ้งซานก็เฉยเมยต่อสีหน้าที่ประหลาดใจของฉินเฟิง และกล่าวกับเซียวเป่ยว่า: “ปรมาจารย์เซียว พวกเราไปกันเถอะ”เซียวเป่ยพยักหน้า เดินตามฮั่วเจิ้งซานไปขึ้นรถแล้วจากไปซูหว่านกับฉินเฟิงยืนอยู่ที่เดิม ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยงุนงงสงสัย“แม่งเอ๊ย! ทำเป็นวางมาด? ไม่รู้ว่าใช้วิธีการสกปรกอะไรในการหลอกลวงหัวหน้าตระกูลฮั่ว!” ฉินเฟิงบ่นอย่างไม่พอใจสายตาของซูหว่าน มองดูรถที่กำลังจากไปอยู่ตลอดเวลา และรู้สึกอึดอัดอยู่ใจเป็นอย่างมากไม่รู้เป็นเพราะอะไร พอเห็นท่าทีที่ฮั่วเจิ้งซานมีต่อเซียวเป่ย ทำให้ซูหว่านรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากตนเองเป็นคนผิดอย่างนั้นเหรอ?ตนรู้สึกเกรงใจและชื่มชมฮั่วเจิ้งซาน แต่เขากลับเคารพนบนอบต่อเซียวเป่ยเป็นอย่างมาก“หว่านเอ๋อร์ เป็นอะไรไปเหรอ?”เมื่อฉินเฟิงเห็นซูหว่านจ้องมองรถที

  • แค้นรักแพทย์อัจฉริยะ   บทที่ 470

    “พ่อหนุ่มคิดว่า ยาอายุวัฒนะแค่เม็ดเดียว สามารถพูดคำเหล่านี้ต่อหน้าฉันฉินเทียนหู่ได้อย่างนั้นเหรอ?”ในขณะนี้พอหลิวเซียนเหนียงได้ยินคำพูดของเซียวเป่ย ก็ขมวดคิ้วอันสวยงาม และรู้สึกว่าเซียวเป่ยใจกล้าเกินไปแล้วสีหน้าของเซียวเป่ยไร้ซึ่งความหวาดกลัว แล้วกล่าวว่า: “พักนี้ท่านฉินรู้สึกแน่นหน้าอกตลอดเวลาใช่ไหม ตอนกลางคืนก็นอนไม่หลับเป็นเวลานาน?”ฉินเทียนหู่ขมวดคิ้ว แล้วกล่าวอย่างเย็นชาว่า: “ช่างนี้ฉันนอนไม่หลับ มีปัญหาอะไรไหม?”เซียวเป่ยส่ายหัวแล้วกล่าวว่า: “ท่านฉิน นี่ไม่ใช่อาการนอนไม่หลับ แต่เป็นเพราะพลังงานรั่วไหล และสูญเสียพลังชีวิต ถ้าผมดูไม่ผิด ท่านฉินไม่เพียงแต่นอนไม่หลับเท่านั้น แต่ยังรู้สึกชาที่แขนขาด้วย บางครั้งอาจจะเป็นลมหมดสติไปชั่วขณะ”ทันทีที่พูดคำเหล่านี้ออกมา สายตาของฉินเทียนหู่ก็เปลี่ยนไปทันทีทำไมเด็กคนนี้ ถึงได้พูดได้แม่นยำขนาดนี้?แต่ว่า แพทย์ที่อยู่ข้างกายตนบอกว่าตนเองไม่เป็นไร แค่ทำงานหนักจนเกินไป พักผ่อนให้เยอะๆก็พอแล้วดังนั้น ฉินเทียนหู่จึงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง และพูดอย่างเย็นชาว่า: “เอาล่ะ ฉันมีหมอประจำตัวอยู่ข้างกาย ถ้ามีปัญหา ไม่จำเป็นต้องให้พ่อหนุ่มมาเตือนฉั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status