Home / โรแมนติก / ไม่หวนคืน Never again / อยู่เพื่อเธอ...5/1

Share

อยู่เพื่อเธอ...5/1

last update publish date: 2026-04-10 16:07:10

มนต์มีนาเดินออกมาขึ้นรถที่จอดอยู่ในอาคารจอดรถของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งหลังจากที่ตัดสินใจมาตรวจกับคุณหมอเพื่อความมั่นใจ หลังจากที่ก่อนหน้านั้นได้ซื้อที่ตรวจครรภ์มาลองตรวจดูแล้ว และผลที่คุณหมอแจ้งก็เป็นการแสดงความยินดีกับว่าที่คุณแม่คนใหม่

ทันทีที่ทราบผลอย่างแน่ชัดไม่ผิดเพี้ยนร่างบางก็ถึงกับตัวชาไปทั่วขณะ ดวงตาที่จ้องมองรอยยิ้มบนใบหน้าคุณหมอคล้ายอยู่ในสภาวะตกใจกับอะไรบางอย่างจนคุณหมอต้องสอบถามความพร้อมเบื้องต้น เมื่อหญิงสาวตั้งสติได้เธอจึงบอกว่าไม่เป็นอะไร ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าปัญหากำลังจะตามมาอีกมากมาย

เธอท้อง ในวันที่เขาทิ้งเธอไป

หญิงสาวกลับมาคิดถึงอนาคตในรถอีกครั้ง ว่าจะเอาอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น จะตัดปัญหาให้มันจบ ๆ ด้วยการไม่ให้เด็กคนนี้เกิดมาแล้วเธอก็ดำเนินชีวิตอย่างไม่ต้องมีภาระเพิ่มต่อไป หรือจะบอกคนที่ร่วมทำให้เด็กคนนี้เกิดมาเพื่อให้เขาช่วยมารับผิดชอบ เมื่อคิดถึงผู้ชายคนนั้น คำพูดเหล่านี้ก็ผุดขึ้นมา

‘ถึงเราจะเลิกกัน แต่สิ่งที่ผมให้คุณตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มันก็ทำให้คุณอยู่ได้อย่างไม่ลำบากอะไร’

เป็นการย้ำเตือนเธอให้รู้ว่า ถ้าเกิดอะไรขึ้นสิ่งที่เขาให้เธอไว้ก็พอจะทำให้เธอมีชีวิตอยู่ได้อย่างไม่ลำบาก และคงจะไม่ลำบากเกินไปถ้าจะเลี้ยงดูอีกหนึ่งชีวิตด้วย เป็นแบบนี้แล้วจะกล้าบากหน้ากลับไปหาเขาอีกเหรอ จากแววตาเอือมระอาที่เขาใช้มองเธอตอนเกรี้ยวกราดกรีดร้องจะทวีความเกลียดชังมากขึ้นแค่ไหนถ้ารับรู้สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นมา

อยากจะบอกว่าตัวเธอเองก็ไม่ได้คาดคิดจะท้องขึ้นมาตอนนี้ เรื่องลูกยังไม่ได้อยู่ในแพลนชีวิตของเธอเหมือนกัน จะว่าพลาดพลั้งป้องกันไม่ได้ก็ถูกต้อง

มนต์มีนายกโทรศัพท์โทร. หาลูกพี่ลูกน้องญาติคนเดียวที่เธอคิดว่ายังพอพึ่งพาได้ คุยกันไม่นานหญิงสาวก็ออกรถมุ่งหน้าไปยังบ้านที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดนนทบุรี

ตอนนี้พี่สาวของเธอก็อาศัยอยู่กับลูกสาววัยใกล้สามขวบเพียงสองคนหลังจากที่ผู้เป็นป้าเพิ่งเสียชีวิตลงเมื่อสองเดือนก่อน ส่วนพ่อของหลานสาวตัวน้อยก็นาน ๆ ครั้งจะกลับมาบ้าน

ลูกพี่ลูกน้องอายุมากกว่ามนต์มีนาห้าปี เป็นคนหน้าตาสะสวยคนหนึ่ง ทว่าตั้งแต่คลอดลูกสาวประกอบกับไม่ได้มีเวลาดูแลตัวเองเท่าไหร่ทำให้ตอนนี้กลายเป็นสาวรูปร่างค่อนข้างอ้วนฉุน้ำหนักไม่ลง

มนต์มีนาขับรถกลับมาที่บ้านไม้สองชั้นสภาพกลางเก่ากลางใหม่มีรั้วเหล็กขึ้นสนิมล้อมรอบบริเวณบ้านส่วนของตน หญิงสาวเล่าเรื่องที่เธอเลิกกับแฟนหนุ่มให้พี่สาวฟังเท่าที่อยากจะเล่า และบอกว่าตนเองกำลังท้องจึงอยากจะกลับมาอยู่ที่บ้าน ซึ่งปิยะนุช หรือปลา อาศัยอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้กีดกันอะไร เพราะจริง ๆ แล้วบ้านหลังนี้เป็นบ้านของบิดามนต์มีนา ชื่อเจ้าของบ้านเป็นชื่อเธอ แต่หลังจากบิดาของเธอเสียชีวิตป้ากับลูกสาวก็พากันย้ายเข้ามาอยู่ด้วย ป้าไม่ค่อยชอบแม่ของเธอเท่าไหร่ มีเรื่องระหองระแหงกันอยู่ตลอด จนสุดท้ายเมื่อแม่จากไปอีกคนบ้านหลังนี้ก็เหมือนไม่ใช่บ้านของเธอ กระทั่งมนต์มีนาตัดสินใจย้ายออกมาอยู่กับจวินเธอก็ไม่ได้ย้อนกลับมาที่บ้านนี้อีกเลย จนวันนี้

“จะย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านเหรอ อืม ก็ดีเหมือนกันนะ จะได้มาช่วยดูแลรับส่งเปียไปโรงเรียนด้วยตอนพี่ไปทำงาน การเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวโคตรเหนื่อยเลยพี่จะบอกให้ ผู้ชายมันเฮงซวยก็ช่างหัวมันเถอะ ว่าแต่มันไม่ให้อะไรไว้บ้างเลยเหรอ”

มนต์มีนาที่นั่งมองหลานสาววัยสองขวบปลายนอนระบายสีภาพวาดอยู่ที่พื้นส่ายหน้าช้า ๆ ในอกชอกช้ำ พี่สาวถึงกับพ่นลมหายใจออกมาอย่างคับแค้นใจแทนก่นผู้ชายคนนั้นต่อว่า

“เลวจริง ๆ เลย ผู้ชายสมัยนี้ แล้วจะกินจะใช้ยังไง นี่พี่ถามจริง ๆ นะมี่ อย่าหาว่าพี่ใจดำอำมหิตนะ”

ปลานั่งมองหน้าน้องสาวที่เอาแต่นั่งก้มหน้าเงียบ พูดน้อยคำ บอกเล่าแต่เรื่องที่จำเป็น

“...มีเงินเลี้ยงลูกที่จะเกิดมาเหรอ ถ้าคิดว่าไม่มี ก็ไปเอาออกเถอะ เรายังสาวยังสวยยังหาเงินเลี้ยงตัวเองให้สบายได้อีก ไม่ต้องไปคิดเรื่องบาปบุญให้มันหนักสมองหรอกนึกถึงชีวิตตัวเองดีกว่า แต่ถ้ามีลูกเงินทุกบาทที่ได้มาก็ต้องมาทุ่มให้ลูก ดูอย่างพี่สิ หามาเท่าไหร่ก็ไม่พอ”

มนต์มีนาสะอึกกับถ้อยคำเหล่านั้น แต่สิ่งที่พี่สาวพูดมาก็เป็นความจริงทั้งนั้นเธอไม่เถียง หญิงสาวกลืนความขมขื่นลงคอก่อนเงยหน้าสบตาพี่สาว บอกในสิ่งที่เธอคิดใคร่ครวญมาแล้วว่า

“ถ้ามี่เอาลูกออก ชีวิตมี่ก็ไม่เหลือใครอีกแล้วนะ ให้มี่เก็บลูกไว้เถอะ มี่คิดว่ามี่เลี้ยงได้ ลำบากก็ลำบากไปด้วยกันนี่แหละ”

พี่สาวเบะปากใส่ปนหมั่นไส้ในความคิด ถามเหน็บ

“แล้วคิดว่าชาตินี้จะไม่มีผัวอีกแล้วเหรอ ถ้ามีผู้ชายดี ๆ รวย ๆ มาจีบมาทำให้ชีวิตสบายก็จะไม่เอาอีกว่างั้น”

มนต์มีนาเงียบ

“โถ่เอ้ย แค่ไปเอาออกมันจะอะไรกันนักหนา ดีกว่าต้องสูญเสียโอกาสดี ๆ ในชีวิต”

ว่าแล้วปิยะนุชก็หลุบสายตาขุ่นขวางจะมองลงมาที่ลูกตัวเอง

“ถ้าฉันรู้ว่ามีลูกแล้วมันจะทำให้ลำบากขนาดนี้ ฉันก็จะเอามันออกตั้งแต่แรกเหมือนกัน”

ปิยะนุชลุกหนีเข้าไปในครัวด้วยความหงุดหงิดในตัวน้องสาว ประกอบกับปัญหาส่วนตัวที่มีอยู่ คิดในใจ... บ่นอุบอิบกับตัวเองถึงน้องสาวที่ท้องไม่มีพ่อ

‘ถ้ารู้ว่าจะกลับมาฉันไม่ส่งนังเปียเข้าเนิร์สเซอรีให้เปลืองเงินหรอก ให้แกมาช่วยเลี้ยงดีกว่า ทำไมไม่บอกเร็วกว่านี้ว่าจะกลับมาอยู่บ้าน’

หลังจากที่คุยกับพี่สาวแล้วมนต์มีนาก็ขับรถกลับมาที่คอนโดมิเนียม เมื่อเปิดประตูห้องเข้ามาก็รู้สึกถึงความเงียบ อ้างว้างเสียจนเหน็บหนาว จวินไม่ได้กลับมาเหยียบที่ห้องนี้อีกเลยตั้งแต่วันนั้น หลายครั้งที่เธอทนรอไม่ไหวเป็นฝ่ายติดต่อกลับไปหาเขา แต่ก็ถูกปฏิเสธการพูดคุยด้วยการตัดสายไปทุกครั้ง เป็นสัญญาณว่าเขาได้ตัดเธอออกไปจากชีวิตแล้ว

มือเรียวยกมือกุมที่หน้าท้องทรุดกายนั่งลงบนพื้นฟุบหน้าลงบนโซฟาสีขาวแล้วปล่อยเสียงสะอื้น ทำใจยากที่จะจากที่นี่ไปแต่ถ้าอยู่เธอต้องมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มอีกทั้งต้องเลี้ยงลูกคนเดียว เธอไม่มีประสบการณ์เรื่องนี้เกรงว่าจะทำไม่ไหว แต่ถ้ากลับไปอยู่บ้านกับพี่สาวเกิดอะไรขึ้นก็พอจะมีคนช่วยเหลือดูแลกันได้บ้าง

สามวันต่อมามนต์มีนาจึงเริ่มขนของออกจากคอนโดมิเนียมที่เคยอยู่มาสี่ปีจนของใช้ส่วนตัวของเธอไม่เหลือติดไว้ที่ห้องสักชิ้นเดียว

คลาดกันเพียงแค่ขึ้นลงลิฟต์คนละตัวจวินก็เปิดประตูเข้ามาในห้องในรอบหลายวันที่เขาไม่ได้มาเหยียบเพื่อจะมาดูว่ามนต์มีนายังอยู่ที่นี่หรือไม่ และสิ่งที่จวินได้พบก็คือความว่างเปล่าจนน่าใจหาย ชายหนุ่มเดินเข้าไปสำรวจตามมุมต่าง ๆ ก่อนจะจบที่ห้องนอน ตู้เสื้อผ้าที่ไม่พบสิ่งของใด ๆ ของเธออยู่อีก

ไปแล้ว ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ ก็ดีแล้วนี่

ชายหนุ่มพยายามตัดความอาวรณ์ออกจากใจ บอกตัวเองว่านี่ไม่ใช่ความรัก หากแต่เป็นความผูกพันที่อยู่ด้วยกันมานานเท่านั้น เมื่อปลายทางชีวิตไม่คิดจะมีกันร่วมทางตลอดไปอยู่แล้ว ต่อจากนี้มนต์มีนาก็คงเป็นเพียงอดีตของเขาคนหนึ่งเท่านั้น

^

^

^

***ต่อไปนี้จะเป็นยังไง รอดูชีวิตมี่ และเป็นกำลังใจให้น้องด้วยนะคะ แต่อยากจะบอกว่า มันหนักขึ้นนะ งื้อ...

Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (1)
goodnovel comment avatar
จรูญ มลิวัลย์
เป็นราวเดือนเท่าไร
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • ไม่หวนคืน Never again   ไม่เคยคิดหวัง...2/3

    จากนั้นมุกกันยาก็ขับรถมาที่สตูดิโอของเธอกับมนต์มีนาที่เปิดคอร์สสอนการพัฒนาบุคลิกภาพหญิงสาวเป็นคนสอนการเดินแบบให้กับสาว ๆ ในภาคบ่ายพร้อมกับมนต์มีนาที่ผลัดเปลี่ยนกันสาธิต การจัดระเบียบร่างกาย ถ่ายทอดและแนะนำเทคนิคต่าง ๆ ที่ตนเองเรียนรู้มาอย่างน่าสนใจ จนถึงเวลาพักสองพริตตีสาวที่ตอนนี้กลายมาเป็นโคชจึงมีเวลามานั่งคุยกันมุกกันยาเริ่มบทสนทนาว่า “วันนี้ฉันไปกินข้าวและได้คุยงานกับคุณชวันดลย์มาแล้วนะ”เธอยังเรียกเขาด้วยชื่อจริง เพราะไม่ได้มีความรู้สึกสนิทสนมกับเขาในระดับเดียวกับมนต์มีนา“อืม เป็นไงบ้าง”“เขาก็เสนองานมาให้ฉันช่วยดูและให้ทำด้วยอะนะ แต่ฉันคิดว่าจะไม่ทำเอง แต่จะหาคนที่เหมาะสมไปทำมากกว่า นี่ถ้าเราเสนอคนที่บุคลิกเข้าตา มีแววว่าจะไปได้สวยจากคลาสของเราให้เขาพิจารณา แล้วถ้าสาว ๆ ที่เราเสนอโพรไฟล์ไปแล้วผ่านได้ไปทำงานกับเขา สตูดิโอของเราก็จะมีชื่อเสียงขึ้นด้วยนะ เพราะเหมือนว่ามาเรียนกับเราแล้วก็มีโอกาสได้งานด้วย”“ก็ใช่น่ะสิ คุณโชแปงเขาช่วยเรามากเลยนะ ทั้งที่จริง ๆ เขาก็มีคอนเน็กชันมากมายจะหาพริตตีหรือพรีเซนเตอร์สวย ๆ จากเอเจนซีไหนก็ได้”มนต์มีนาเสริม เพราะชวัลดนย์ให้ความช่วยเหลือและเอ็น

  • ไม่หวนคืน Never again   ไม่เคยคิดหวัง...2/2

    “...มานั่งตกลงเรื่องค่าตัวกันอยู่”เอ่ยจบก็หันไปยิ้มกับเพชรไพลินที่ยืนก้มหน้าทำสีหน้าแววตาใสซื่อพร้อมทั้งขยิบตาเป็นเชิงบอกว่า‘เธออยู่เฉย ๆ แบบสวย ๆ เถอะจ้ะเพื่อนรัก ฉันจะจัดการแม่นี่ให้เอง’เมื่อโดนดูถูกแบบไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ มุกกันยาถึงกับพ่นลมหายใจกลอกตาขึ้น ยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกขบขันกับคำพูดของอีกฝ่ายก่อนจะมองกลับไปที่ชญาพัฒน์แบบไม่หลบสายตาแล้วเอ่ยตอบว่า“คุณรู้จักดิฉันด้วยเหรอคะ?” น้ำเสียงของมุกกันยาเรียบเรื่อยและไม่ได้บ่งบอกว่าเป็นคนที่มีสถานะด้อยกว่า“คนอย่างฉันคงไม่ต้องลดตัวไปรู้จักคนอย่างเธอละมั้ง” ชญาพัฒน์เชิดหน้าตอบกลับอย่างไว้ตัว มุกกันยายังคงยิ้มก่อนจะเอ่ยตอบอีกครั้ง“อืม...ก็คงแสดงว่าเราไม่รู้จักกันนะคะ เพราะดิฉันก็ไม่รู้จักคุณเช่นกัน แต่จากที่ดู คุณเป็นคนหน้าตาดี ฐานะคงไม่ต้องบอกเพราะดูจากการแต่งตัวแล้วก็ต้องไม่ธรรมดา”ชญาพัฒน์ยิ้มมุมปากแบบเยาะ ๆ ยัยนางแบบโชว์เพชรนี่ตาถึงที่มองออกว่าเธอเป็นคนระดับไหน...“แต่...ถ้าไม่รู้จักกันแล้วมาพูดว่าดิฉันเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เขาเรียกว่า ‘ทึกทัก’ ซึ่งเป็นคำสุภาพของคำว่า ‘มโน’ ค่ะ แล้วถ้าดิฉันดูไม่ผิดการศึกษาของคุณคงไม่ใช่น้อย แ

  • ไม่หวนคืน Never again   ไม่เคยคิดหวัง...2/1

    ชวัลดนย์เงียบไปสองวันจึงได้ติดต่อมาหามุกกันยาโดยการโทรศัพท์มาหา เบอร์ติดต่อของเธอนั้นชายหนุ่มสามารถสอบถามจากมนต์มีนาได้ตลอดเวลาเมื่อเขาอ้างว่าอยากจะคุยกับมุกกันยาเรื่องงาน มนต์มีนาไม่ลังเลที่จะให้เบอร์ส่วนตัวของเพื่อนกับชายหนุ่มเพราะคิดว่าชวัลดนย์เป็นคนดีและไว้ใจได้คนหนึ่งอีกทั้งยังคอยช่วยเหลือเธอกับลูกมาตลอด การที่ชวัลดนย์ต้องการติดต่อกับมุกกันยาเพื่อคุยเรื่องงานนั้นจึงไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไรและมนต์มีนาเองก็เคยแนะนำมุกกันยาไว้กับเขาอยู่แล้วเมื่อหญิงสาวรับสายก็ได้ยินน้ำเสียงทุ้มเอ่ยทักทายขึ้นก่อน“สวัสดีครับ ผมเองนะ คุณสะดวกคุยรึเปล่า”เวลาที่โทร. มาเพิ่งสองทุ่ม และเขาก็สอบถามคิวงานของเธอกับมนต์มีนามาล่วงหน้าแล้ว คิดว่าเวลานี้อีกฝ่ายน่าจะกำลังว่างอยู่“สวัสดีค่ะ สะดวกคุยค่ะ คุณมีธุระอะไรจะคุยกับฉันก็พูดมาได้เลย”“เอ่อ...ผมอยากจะคุยเรื่องงานกับคุณน่ะครับ พอดีผมมีโพรเจกใหม่เกี่ยวกับรถ อยากจะหาพรีเซนเตอร์ที่ไม่ใช่พวกดาราหรือเซเลบที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว คุณมี่แนะนำผมให้ลองมาปรึกษาคุณดู ไม่ทราบว่าคุณพอจะมีวันว่างที่ออกมานั่งดื่มกาแฟหรือทานขนมคุยงานกันมั้ยครับ”มุกกันยาที่ยืนคุยโทรศัพท์อยู่

  • ไม่หวนคืน Never again   ฟ้าใหม่...1/2

    นางแบบแต่ละคนเดินออกมาตามคิวกระทั่งถึงคิวของมุกกันยาที่ออกมาพร้อมกับชุดเครื่องเพชรไพลิน ‘Blue Heart of Sphinx’ ไพลินน้ำงามบนเรือนทองขาวประดับเพชรสไตล์วิกตอเรียน พร้อมต่างหูและแหวนที่สะกดสายตาผู้ชมให้จับจ้องมาที่เธออย่างไม่อาจละสายตาไปทางไหนได้ ไม่สามารถบอกได้ว่าด้วยรูปร่างหน้าตาของนางแบบหรือชุดเครื่องประดับชุดฟินาเลที่อยู่ในมือของเธอกันแน่ที่ดึงดูดสายตาคนในงานเอาไว้ แต่ที่แน่ ๆ สายตาของผู้ชายแท้เกือบทุกคนที่มาร่วมงานคืนนี้ต่างมองและสนใจในตัวของนางแบบมากกว่าชุดอัญมณีในมือของเธอแน่นอน รวมถึงเขาคนนี้ด้วยชญาพัฒน์ที่ควงคู่พี่ชายของเธอมาร่วมงานแทนบิดามารดาที่ไปเที่ยวต่างประเทศพอเห็นชุดเครื่องประดับชุดฟินาเลในมือของนางแบบสาวเมื่อครู่ก็เกิดถูกใจ อยากให้พี่ชายประมูลไปเป็นของขวัญเซอร์ไพรส์คุณหญิงชลาลัยผู้เป็นมารดาที่พลาดงานประมูลนี้จึงหันมาพูดกับพี่ชายว่า“พี่โชแปงประมูลชุด ‘Blue Heart of Sphinx’ เมื่อกี้ไปให้คุณแม่สิคะ ชาว่าคุณแม่ต้องดีใจมาก ๆ แน่เลย ชาได้ยินว่าคุณแม่บ่นอยากได้เครื่องประดับชุดใหม่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ ชาเห็นชุดนี้สวยมากและไม่มีที่ไหนมาก่อนเลย พี่โชแปงซื้อให้คุณแม่เลยนะคะ”ช

  • ไม่หวนคืน Never again   ฟ้าใหม่...1/1

    มุกกันยาสะดุ้งตื่นจากฝันร้ายที่ยังตามมาหลอกหลอนอยู่ในจิตใต้สำนึกของเธอก่อนรุ่งสาง ความทรงจำที่เลวร้ายสุดในชีวิตมักจะผุดขึ้นมาในสมองให้เธอยังจดจำเหตุการณ์นั้นไม่มีวันลืมเลือนเป็นพัก ๆ มันไม่เคยลบเลือนหรือหายไปจากชีวิตของเธอได้เลย ภาพเงาทะมึนของผู้ชายคนนั้นที่คืบคลานเข้ามาครอบครองร่างกายของเธอในตอนที่เธอควบคุมสติตัวเองไม่ได้ยังคงน่าหวาดกลัวทุกครั้งที่นึกถึง จนเมื่อสติกลับคืนมาหญิงสาวก็ไม่กล้าที่จะรอเผชิญหน้ากับเขาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหญิงสาวหลับตาพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับความรู้สึกใหม่ให้กับตนเอง ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมจู่ ๆ ถึงฝันร้ายขึ้นมาอีกหรือเพราะการที่ได้เห็นรอยแผลเป็นที่มีลักษณะคล้ายกับผู้ชายคนนั้นที่แผ่นหลังของชวัลดนย์เมื่อวานนี้ทำให้ความทรงจำอันเลวร้ายนั้นกลับมาอีก แต่ถึงเขาจะมีรอยแผลเป็นมุกกันยาก็ไม่ได้ปรักปรำว่าชวัลดนย์คือผู้ชายคนนั้น คนที่เป็นสุภาพบุรุษทั้งความคิดและพฤติกรรมอย่างเขาไม่น่าจะทำเรื่องแบบนั้นกับผู้หญิงได้ลงคอหรอก...เธอคงคิดมากไปใบหน้าที่คลายจากอาการตื่นตกใจหันไปมองนาฬิกาดิจิทัลที่ตั้งไว้บนหัวเตียง เห็นตัวเลขสีเขียวที่สะท้อนแสงออกมาบอกเวลาตีห้าครึ่ง

  • ไม่หวนคืน Never again   เรื่องใหม่...ไม่ลืมเลือน (ภาคต่อ)

    ในงานปาร์ตี้บนคอนโดมิเนียมหรูซึ่งบนชั้นที่จัดงานมีห้องพักขนาดใหญ่ทั้งหมดเพียงสี่ห้อง ‘เจ๊ซอนย่า’ หรือชื่อจริงว่า ‘ศรราม’ เอเจนซีที่มุกกันยาเคยร่วมงานด้วยหลายครั้งได้เชิญบรรดานางแบบและพริตตีในสังกัดมาร่วมดื่มสังสรรค์กันภายในงานเนื่องในโอกาสครบรอบวันเกิดของตน เจ๊ซอนย่าขอร้องกึ่งอ้อนวอนให้มุกกานดามาร่วมงานโดยอ้างว่าต้องการโพรโมตบริษัทโมเดลลิงของตัวเองกับนักธุรกิจใหญ่มากมายที่จะเชิญมาร่วมงานนี้‘นะจ๊ะน้องกลอย ถือว่าเจ๊ขอละกัน งานนี้สำคัญกับเจ๊มาก ท่าน ๆ ที่เชิญมาเนี่ย ใหญ่ ๆ โต ๆ ทั้งนั้น เรื่องคอนเน็กชันนี่ไม่ต้องพูดถึงเลย มันจะดีกับงานของโมเดลลิงเราและก็หมายถึงงานของน้องแล้วก็เพื่อน ๆ ด้วยนะจ๊ะ’และด้วยเหตุนี้มุกกันยาถึงมาอยู่ที่งานนี้ ภายในงานมีผู้คนมากหน้าหลายตาทั้งผู้หลักผู้ใหญ่ในแวดวงการเมืองซึ่งมุกกันยาก็ไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่ทว่าเมื่อหญิงสาวมาร่วมงานแล้วก็ต้องคอยทำหน้าที่เอนเทอร์เทนให้ท่าน ๆ เหล่านั้นเพราะผู้ช่วยของเจ๊ซอนย่าที่ชื่อ ‘มะยม’ หรือชื่อตามบัตรประชาชนว่า ‘นิยม’ สาวประเภทสองร่างใหญ่เดินมากำชับกับทุกคนว่า‘เจ๊ซอนย่าขอร้องมานะจ๊ะสาว ๆ แขกที่มาเนี่ยเป็นวีไอพีทั้งนั้น ถ้าท่าน

  • ไม่หวนคืน Never again   ชีวิตเราสองคน…9/1

    วันต่อมาเมื่ออันนพและปิยะนุชออกไปทำงานและเปียไปโรงเรียนแล้ว มนต์มีนาจึงขับรถพามันเดย์ไปหาเพื่อนพริตตีที่เธอไว้ใจฝากกระเป๋าแบรนด์เนมไว้ ตลอดเวลาที่มนต์มีนาท้องเธอไม่เคยบอกใคร การพูดคุยกับเพื่อนก็เป็นการคุยผ่านทางแอปพลิเคชันสนทนาและโทร. คุยแบบไม่เห็นหน้า นี่เป็นครั้งแรกที่เธอพาลูกไปหาเพื่อนสนิทเมื่อ

  • ไม่หวนคืน Never again   ใจสลาย...4/2

    และแล้วมนต์มีนาปล่อยเสียงสะอื้นอย่างสุดจะกลั้นไว้จริง ๆ สัญญาณที่เขาส่งให้รู้มาพักหนึ่งได้เปิดเผยในวันนี้ และการที่มนต์มีนาร้องไห้เสียงดังขึ้นก็ทำให้จวินคิดว่าหญิงสาวคงไม่ยอมปล่อยเขาไปง่าย ๆ แน่ จึงใช้ไม้ตายสุดท้ายที่เก็บซ่อนไว้บอกความจริงตั้งแต่แรกเริ่มให้รู้ คิดว่าไหน ๆ ก็ไหน ๆ เธอควรได้รู้ความจร

  • ไม่หวนคืน Never again   ใจสลาย...4/1

    ตั้งแต่เริ่มงานมอเตอร์โชว์จนสิ้นสุดงานวันสุดท้ายไปแล้วมนต์มีนาก็ยังไม่ได้เจอหน้ากับจวินเลย เธอส่งข้อความไปหาเขาตามปกติไม่มีข้อความตัดพ้อใด ๆ เพราะเรื่องเหล่านั้นถ้าจะคุยกันก็ควรกลับมาคุยกันซึ่งหน้าดีกว่า จวินตอบข้อความของเธอบ้าง ไม่ตอบบ้าง บอกเพียงว่าช่วงนี้งานเขายุ่ง แต่เธอเข้าไปดูความเคลื่อนไหวใน

  • ไม่หวนคืน Never again   สัมพันธ์ครั้งสุดท้าย...3/2

    จวบกระทั่งเช้าวันใหม่ มนต์มีนาลืมตาตื่นขึ้นมาบนเตียงนอนภายในอ้อมแขนของเขา สิ่งแรกที่เธอเห็นคือแผงอกกว้างแกร่งแน่นตึงด้วยกล้ามเนื้อของจวินที่ศีรษะเธอเกยอยู่ หญิงสาวคลี่ยิ้มเมื่อได้สัมผัสความอบอุ่นที่คุ้นเคยอีกครั้ง ยังไม่อยากขยับตัวมากนักเพราะเกรงจะทำให้ชายหนุ่มตื่นขึ้นมาแล้วไออุ่นนี้จะสลายหายไปจวิ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status