Semua Bab ตะวันพ่ายจันทร์: Bab 61 - Bab 70

113 Bab

บทที่ 61

บทที่ 61ร่างสูงยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ กระทั่งคนที่ตัวเองรอเดินใกล้เข้ามา เขาจึงเดินนำไปยังลิฟต์และกดมันเพื่อขึ้นไปยังชั้นที่ธรินดาพักอยู่ ลิฟต์ซึ่งค่อนข้างจะกว้างเพราะออกแบบมาให้สามารถขนส่งรถเข็นนอนได้ ดูกว้างกว่าเดิมเมื่อมีคนโดยสารเพียงแค่สองคน แม้จะอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือถึง แต่ทำไมจันทริกาถึงรู้สึกว่าตัวเองอยู่ห่างจากรังสิมันต์เป็นพันปีแสงก็ไม่รู้ อาจเพราะท่าทีเย็นชาเฉยเมยของเขา อาจเป็นเพราะแม้แต่ตาคู่นั้นก็ยังไม่ชายมาแล ทำให้ระยะห่างระหว่างเธอกับเขายิ่งมากขึ้นๆ จนเธอรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถเข้าถึงตัวและใจของรังสิมันต์ได้เลย“คุณตะวันให้จันทร์มาโรงพยาบาลทำไมเหรอคะ” เสียงหวานเอ่ยถามขึ้นก่อนแม้จะอึดอัดใจอยู่พอสมควร แต่เขาเคยบอกว่าถ้าอยากรู้เรื่องไหนให้ลองถามเขาก่อน หากเรื่องไหนเขาบอกได้เขาจะบอก หากไม่อยากให้รู้เขาก็จะไม่บอก ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เธออยากรู้ เพราะจู่ๆ อุ้ยคำก็เข้ามาบอกว่าเจ้านายโทร.มาสั่งให้อุ้ยคำพาเธอมายังโรงพยาบาลแห่งนี้ โดยไม่ได้บอกเหตุผลใดๆ ให้ทราบ“ไปถึงเดี๋ยวก็รู้เองแหละ”เขาตอบกลับมาเรียบๆ สั้นๆ แล้วก็ยืน
Baca selengkapnya

บทที่ 62

บทที่ 62 “ปล่อยจันทร์ค่ะคุณตะวัน ถ้าคุณตะวันมีธุระด่วนก็ไปทำเถอะค่ะ จันทร์กลับกับอุ้ยคำได้”คนถูกดึงพยายามบิดมือออกจากมือใหญ่แข็งแรงของเขา พลางเอ่ยปากขอร้องไปด้วย แต่ก็ไม่ได้ผลอะไร เพราะนอกจากรังสิมันต์จะไม่ปล่อยแล้ว เขายังบีบมือเธอแรงกว่าเดิมด้วย “แต่ธุระของฉัน เธอจะต้องเป็นคนทำให้ เพราะฉะนั้นเธอกลับกับฉัน เดี๋ยวอุ้ยคำฉันจะให้ขับรถตามไป” รังสิมันต์พูดแค่นั้น จากนั้นเขาก็เงียบ กระทั่งพาเธอไปถึงรถ ร่างบางก็ถูกดันเข้าไปนั่งที่เบาะหน้าคู่กับคนขับ ก่อนที่รถราคาแพงคันนั้นจะแล่นออกจากโรงพยาบาล ตรงไปยังบ้านตัวเอง “คุณตะวันจะให้จันทร์ทำอะไรคะ” จันทริกากล้าที่จะเอ่ยถามเป็นประโยคแรก หลังจากที่รังสิมันต์จอดรถเรียบร้อยแล้ว “ไปจัดกระเป๋าให้ฉัน” “จัดกระเป๋า?” หญิงสาวออกจะงงกับคำสั่งเล็กน้อย เพราะปกติเวลาที่รังสิมันต์จะเดินทางไปไหน เขาก็ไม่เคยสั่งให้เธอจัดกระเป๋าให้ “ฉันต้องบินไปงานศพญาติที่สหรัฐอเมริกาคืนนี้ แล้วหลังจากนั้นต้องบินไปคุยธุรกิจต่อที่ยุโรป” “ไปนานแค่ไหนคะ”
Baca selengkapnya

บทที่ 63

บทที่ 63เพียงวันแรกที่รังสิมันต์ไม่อยู่บ้าน บ้านหลังใหญ่เหมือนยิ่งดูกว้างขึ้นและดูเงียบเหงาไปถนัดตา จันทริกาถอนหายใจเบาๆ ขณะยกมือขึ้นลูบหัวเมสซี่ที่มาคลอเคลียอยู่ไม่ห่าง เธอกำลังพยายามระงับอาการวูบโหวงของหัวใจซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อคืน กระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่ได้เบาบางลงเลยแม้แต่น้อย อาจเป็นเพราะเขาไปด้วยท่าทีที่หมางเมินเย็นชา และเธอรู้ว่าเขาต้องไปนานมากแค่ไหน ความรู้สึกภายในใจถึงได้เป็นแบบนี้ร่างบางนั่งจมอยู่กับภวังค์ของตัวเองสักครู่ ก่อนจะพาเมสซี่ออกไปเดินที่สวนหย่อม ใจหนึ่งก็อยากจะดื้อดึงออกไปหางานพิเศษทำ แต่อีกใจก็อดเป็นห่วงเมสซี่ไม่ได้ ถ้าเธอไปคงไม่มีใครดูแลมัน สุดท้ายจันทริกาจึงตัดสินใจทำตามคำสั่งของรังสิมันต์ ยอมเป็นนกน้อยในคฤหาสน์หลังใหญ่ ที่แม้ร่างกายจะไม่ได้ถูกกักขัง แต่เธอก็ไม่มีอิสรภาพเป็นของตัวเองอย่างแท้จริง“คุณจันทร์จะไปไหนหรือเปล่าครับ” อุ้ยคำซึ่งกำลังเช็ดรถอยู่ในโรงรถ วางมือจากงานที่ทำอยู่ แล้วเดินตรงเข้ามาถามเมื่อเห็นจันทริกาออกมาเดินเล่นอยู่ใกล้ๆ บริเวณนั้น“จันทร์ไม่ได้จะไปไหนหรอกค่ะอุ้ยคำ จันทร์แค่พาเมสซี่มาเดินเล่น”“ดูคุณจันทร์เหงาๆ นะครับ คิดถึงคุณตะวันเหรอครั
Baca selengkapnya

บทที่ 64

บทที่ 64ร่างสูงยืนอยู่ท่ามกลางความสลัวของแสงไฟจากด้านนอก และแสงไฟจากหัวเตียงที่สว่างเพียงไม่กี่ลักซ์ ก็ไม่มากพอที่จะทำให้จันทริกาเห็นหน้าคนที่ยืนอยู่หน้าประตูนั้นได้ชัด แต่กลิ่นโคโลญจางๆ และกลิ่นกายแบบเฉพาะตัวนั่นต่างหากที่ทำให้เธอแน่ใจว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าตอนนี้นั้นคือ... “คุณตะวัน!”เสียงหวานอุทานชื่อนั้นออกมาแบบกึ่งตกใจกึ่งตื่นเต้น หากภายในหัวใจกลับเต้นแรงระทึกราวกับมีคนรัวกลองอยู่ข้างใน“ใช่...ฉันเอง”“คุณกลับมาเมื่อไหร่เหรอคะ”“เพิ่งมาถึง”“แล้วคุณอยากได้อะไรหรือเปล่าคะถึงได้มาเรียกจันทร์” จันทริกาถามตามประสาซื่อ เพราะคิดว่ารังสิมันต์กลับมาถึงตอนดึกๆ เขาอาจจะหิวหรืออาจจะอยากให้เธอไปเก็บเสื้อผ้าจากกระเป๋าให้“อยากได้เธอ”จบคำร่างบางก็ถูกตวัดกอดเข้าไปแนบชิดกับร่างใหญ่ด้วยวงแขนแกร่งของเขา แม้จะวาบหวามและโหยหาเขาอยู่ลึกๆ ทว่าจันทริกาก็ห่างร้างราเรื่องแบบนี้ไปนาน มันจึงทำให้เธอดิ้นขลุกขลักและไม่ยอมตามใจเขาง่ายๆ ทว่ายิ่งดิ้นก็ยิ่งโดนกอดแน่นกว่าเดิม“ปล่อยจันทร์ค่ะคุณตะวัน”“ไม่ปล่อย...อย่าเล่นตัวได้ไหม ไม่รู้หรือไงว่าฉันใกล้จะคลั่งตายอยู่แล้ว”เขาก้มลงมากระซิบแค่นั้น ก็เริ่มระ
Baca selengkapnya

บทที่ 65

บทที่ 65อาหารตั้งโต๊ะเสร็จพร้อมกับที่ร่างสูงซึ่งอยู่ในชุดพร้อมไปทำงานเดินลงมาจากชั้นบนพอดี จันทริกาหลุบตามองพื้นอย่างไม่กล้าสู้ประกายตาของคนที่มองมา กระทั่งเขานั่งลงเรียบร้อยแล้ว เธอจึงขยับไปหยิบเอาซองสีน้ำตาลที่ตัวเองกลับเข้าไปเอามาจากห้องหลังจากที่รังสิมันต์ออกไปแล้ว มาถือไว้ในมือ“คุณจะไปทำงานเหรอคะ” เสียงหวานเอ่ยถามขึ้นก่อนอย่างเขินๆ แต่ก็จำต้องถามเพราะมีเรื่องที่ต้องทำต่อจากนี้“อือ...ต้องรีบไปเคลียร์งาน ไม่อยู่ซะนานป่านนี้งานคงเต็มโต๊ะ” รังสิมันต์ตอบมาเรียบๆ แต่เสียงนุ่มและฟังดูเป็นกันเองพอสมควร จันทริกาจึงขยับไปใกล้กับเก้าอี้ที่เขานั่งอยู่ แล้ววางซองสีน้ำตาลที่เขาให้ไว้ก่อนไปต่างประเทศลงบนโต๊ะ ข้างๆ กับถ้วยกาแฟที่กำลังส่งกลิ่นหอมกรุ่น“อะไร” เขาถามและเงยหน้าขึ้นมอง“จันทร์เอาเงินมาคืนคุณค่ะ”มือแกร่งสะอาดหยิบซองนั้นมาเปิดดู หยิบธนบัตรปึกใหญ่นั้นออกมา ไม่ได้นับแต่ประเมินด้วยสายตาก็รู้ว่ามันพร่องไปไม่กี่ใบ“นี่เธอไม่ได้ใช้อะไรเลยเหรอ”“ใช้ค่ะ ใช้ซื้อกับข้าวแล้วก็ซื้อของให้เมสซี่นิดหน่อย”“ทำไมไม่เก็บที่เหลือไว้ใช้ล่ะ ฉันให้แล้วนี่”“จันทร์ไม่ได้อยากได้เงินของคุณ”“แล้วอยากได้อะไ
Baca selengkapnya

บทที่ 66

บทที่ 66เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะดังขึ้น และคนที่กล้าโทร.มาหาเขาแบบไม่เป็นเวล่ำเวลาและไม่รู้จักเกรงใจเช่นนี้ก็มีเพียงคนเดียว“กลับมาถึงแล้ว คุณมึงไม่คิดจะโทร.มารายงานตัวกับกูหน่อยเหรอครับ”“มึงเป็นอะไรกับกู กูถึงต้องโทร.รายงานมึง”“กูไม่สำคัญว่างั้น ใช่ซี้กูมันแค่เพื่อนนี่หว่า ไม่ใช่คนสำคัญอะไร”“ถ้ามึงเป็นโรคขาดความอบอุ่นมากนัก ก็ไปบอกพี่ปราณต์ให้พาไปพบจิตแพทย์ไป” รังสิมันต์ตอบกลับไปแบบยียวนกวนประสาทเช่นกัน สกิลเรื่องแบบนี้เขาเองก็ไม่ด้อยไปกว่าปรัชญ์สักเท่าไหร่หรอก เพียงแต่เขาเลือกใช้เป็นเวลาเท่านั้นเอง ต่างกับปรัชญ์ที่ใช้ดะแทบจะกับทุกคน ไม่เว้นกระทั่งแม่ของตัวเอง“กูว่ามึงควรไปก่อนกู คนอะไรวะใจดำชะมัด”“ว่างมากเหรอมึง โทร.มากวนประสาทกูเนี่ย ถ้าไม่มีอะไรก็วางๆ ไป กูจะทำงาน”“ไม่ว่างเว้ยต้องหาเลี้ยงลูกเลี้ยงเมียเหมือนกัน แต่ที่โทร.มาเนี่ยจะโทร.มาบอกล่วงหน้าว่าวันนี้ฉันจะไปบ้านแก” เมื่อคุยเป็นการเป็นงานคำสรรพนามที่ใช้แทนตัวก็เปลี่ยนไปพร้อมๆ กับน้ำเสียงที่เนิบนาบลง“มาทำไมวะ”“เฮ้ย...ตั้งสามเดือนเลยนะเว้ย ที่ฉันไม่ได้กินเหล้ากับแก”“เอาเวลาไปดูแลเล็กกับลูกเลย ไม่ต้องมา”“อยาก
Baca selengkapnya

บทที่ 67

บทที่ 67ซึ่งจากท่าทีดังกล่าวทำให้รังสิมันต์และปรัชญ์ค่อนข้างแน่ใจว่า การแต่งงานของเพื่อนรุ่นพี่น่าจะต้องมีอะไรบางอย่างซ่อนเร้นอยู่เป็นแน่“นี่ภัคธีมาภรรยาของพี่ พวกนายจะเรียกว่า ‘ขิม’ ก็ได้นะ”“สวัสดีครับคุณขิม ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” รังสิมันต์กับปรัชญ์หันไปทักทายภรรยาของศาสตราที่เพิ่งถูกแนะนำให้รู้จักอย่างเป็นทางการ ด้วยการโค้งศีรษะให้เล็กน้อย เพราะมั่นใจว่าหญิงสาวซึ่งตอนนี้อยู่ในฐานะพี่สะใภ้น่าจะอายุน้อยกว่าพวกตน“สวัสดีค่ะคุณรังสิมันต์ คุณปรัชญ์ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ”เจ้าของชื่อยิ้มบางๆ ก่อนจะหลุดเสียงพูดออกมาให้ได้ยินเป็นครั้งแรก ซึ่งตามความรู้สึกของคนฟังทั้งสองแล้วมันช่างหวานสมตัวเสียจริงในขณะที่ข้างนอกกำลังทักทายอย่างเป็นกันเอง จันทริกาก็กำลังวุ่นกับการเตรียมอาหารและเครื่องดื่มอยู่ในครัวอย่างค่อนข้างจะฉุกละหุกพอสมควร ไหนจะต้องทำคนเดียว ไหนจะไม่ได้เตรียมการล่วงหน้า เพราะรังสิมันต์เพิ่งจะบอกตอนที่เขากลับมาถึงว่ามีแขกประมาณห้าหกคนมาที่บ้าน พร้อมกับส่งข้าวของมากมายมาให้เธอเมื่อได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามา หญิงสาวก็ละมือจากการทำอาหารชั่วขณะ รีบยกน้ำออกไปเสิร์ฟให้แขกของรังสิมัน
Baca selengkapnya

บทที่ 68

บทที่ 68“ความจริงจันทร์ก็อยู่ในฐานะน้องภรรยาไม่ใช่เหรอ ทำไมคุณตะวันถึงได้ใจร้ายกับจันทร์แบบนี้ล่ะ” คิ้วเรียวมุ่นเข้าหากันด้วยความสงสัย พลางคิดว่าตัวเองกับจันทริกาก็ไม่ได้ต่างกันเท่าใดนัก เพราะจันทริกาไม่ได้เรียนต่อจนจบปริญญาตรี ส่วนเธอเองก็ไม่ได้กลับไปเรียนปริญญาโทที่กรุงเทพฯ ให้จบเช่นกัน แต่หากจะเปรียบเทียบกันแล้ว จันทริกาดูจะน่าสงสารและโชคร้ายกว่าเธอหลายเท่านัก“พี่ศศิไม่ใช่พี่สาวแท้ๆ ของจันทร์หรอกค่ะ จันทร์เป็นลูกติดพ่อ ส่วนพี่ศศิเป็นลูกติดแม่น่ะค่ะ”“ใช่สิเนาะ จันทร์เคยเล่าเรื่องนี้ให้พี่ฟังแล้วนี่นา” ภัคธีมารำพึงออกมาอย่างคนที่จำรายละเอียดข้อนั้นได้“แล้วพี่ขิมล่ะคะ แต่งงานนานหรือยัง จันทร์ได้ข่าวพี่ขิมครั้งสุดท้ายก็ตอนที่พี่ขิมประกวดร้องเพลง จันทร์เชียร์พี่ขิมและลุ้นทุกอาทิตย์เลยนะคะ” จันทริกาถามถึงเรื่องของภัคธีมาบ้าง เพราะครั้งล่าสุดที่เธอได้ข่าวก็คือตอนที่ภัคธีมาผ่านการคัดเลือกเข้าแข่งขันร้องเพลงในรายการชื่อดังระดับประเทศรายการหนึ่ง แต่ก็ไปไม่ถึงดวงดาวเพราะตกรอบในช่วงสำคัญเสียก่อน“พี่แต่งงานกับพ่อเลี้ยงศาสตรา เมื่อสักสี่ห้าเดือนก่อนนี่ละ แต่งหลังจากที่พี่ตกรอบประกวดร้องเพลง
Baca selengkapnya

บทที่ 69

บทที่ 69“เธอยังไม่ตอบฉันเลยนะ” เขาทวงถามอีกรอบเมื่อจันทริกาเอาแต่นิ่งเงียบ ทว่ากลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ผสมด้วยกลิ่นเหงื่อจางๆ จากซอกคอของเธอช่างเย้ายวนใจเหลือเกิน รังสิมันต์จึงกดจมูกจูบอย่างไม่คิดจะอดใจ“คุณตะวัน...อย่าค่ะ...” “เธออยากเสร็จไม่ใช่เหรอ ฉันก็แค่จะช่วย” เสียงทุ้มเอ่ยพึมพำ ขณะที่ปากยังคงคลอเคลียอยู่บนซอกคอขาวละมุนไม่ห่าง จันทริกาอยากจะท้วงว่าความหมายของเธอกับความหมายของเขามันคนละอย่างกัน ทว่ารังสิมันต์ก็ไม่เปิดโอกาส เขาย่อตัวแล้วอุ้มร่างบางไปวางบนโต๊ะกลางห้องในท่านั่ง มือใหญ่ดันขาเรียวให้แยกห่าง ก่อนจะขยับร่างใหญ่เข้าไปแทรกอยู่ตรงกลาง“คุณตะวันคะ...จันทร์ไม่ได้หมายความแบบ...”ความพยายามที่จะห้ามปรามของจันทริกาสูญเปล่าอีกครั้ง เพราะยังไม่ทันได้พูดจนจบประโยค ปากของเธอก็ถูกประกบจูบ ไม่นานหลังจากนั้น ภายในห้องครัวก็ร้อนระอุไปด้วยไฟปรารถนาอันสุดร้อนแรงที่รังสิมันต์จุดขึ้น โต๊ะตัวนั้นถูกใช้ต่างเตียง แม้จะเล็กแต่แข็งแรงมาก จนสามารถรองรับพายุอารมณ์ที่โหมกระหน่ำสาดซัดแบบสุดกำลังได้เป็นอย่างดี กลับเป็นจันทริกาเสียอีกที่กำลังอ่อนระทวย เรี่ยวแรงซึ่งหลงเหลืออยู่ทั้งหมดถูกใช้ไปกับการหยัด
Baca selengkapnya

บทที่ 69

บทที่ 69รังสิมันต์ไม่ได้ตอบคำถามของตัวเอง แต่หัวใจที่เคยร้อนรุ่มและสุมไปด้วยไฟแค้น บัดนี้มันกลับอ่อนและเย็นลงกว่าเดิมมาก เพราะมีความรู้สึกอย่างอื่นซึ่งเขาพยายามควบคุมมันเอาไว้ ได้แทรกตัวเข้ามาแทนจนเกือบจะกลบกันจนหมดสิ้น“ว่าแต่ผม แล้วพี่ปราณต์ล่ะครับ ได้ยินข่าวแว่วๆ ว่าคืนดีกับเมียแล้ว” คนหวั่นไหวรีบกลบเกลื่อนความลังเลในใจตัวเองด้วยการเปลี่ยนหัวข้อสนทนาเป็นเรื่องของปราณต์แทน“ไม่ใช่แค่คืนดี แต่จดทะเบียนและมีลูกด้วยกันแล้ว ส่วนงานแต่งรอบสองก็เร็วๆ นี้ ตอนนี้กำลังพิมพ์การ์ด ถ้าเสร็จเมื่อไหร่พี่จะเอาไปให้ที่บ้าน คราวนี้แต่งกันจริงจัง แต่งแบบคนรักกัน ไม่ใช่แต่งเพราะโดนใครมัดมือชกเหมือนครั้งแรก” ปราณต์ตอบแบบเปิดเผยพลางยิ้มกว้างแบบคนที่พบกับความสุขในชีวิตแล้วจริงๆ ซึ่งเป็นรอยยิ้มในแบบที่ทั้งรังสิมันต์และกวินภพไม่เคยเห็นมาก่อน“อ้าว...นี่ผมตกข่าวเหรอเนี่ย”“ไม่รู้สักเรื่องคงไม่เป็นไรมั้งตะวัน”“พี่ด่าผมตรงๆ ดีกว่า ว่าไม่เสือกสักเรื่องคงไม่เป็นไร”“แกพูดเองนะ พี่ไม่ได้พูด”“โอเคครับ ผมยอมแล้ว” รังสิมันต์เป็นฝ่ายยกธงขาวยอมแพ้ เห็นสีหน้าปราณต์ก็รู้ว่าพี่ชายที่เขานับถือ ตอนนี้กำลังมีความสุขกับช
Baca selengkapnya
Sebelumnya
1
...
56789
...
12
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status