Semua Bab ตะวันพ่ายจันทร์: Bab 81 - Bab 90

113 Bab

บทที่ 80

บทที่ 80และทันทีที่จอดรถได้ ร่างสูงก็ก้าวยาวๆ เข้าบ้านโดยหวังว่าจะเห็นร่างบางคุ้นตาอยู่มุมใดมุมหนึ่งของบ้าน ทว่ารังสิมันต์กลับพบแต่เมสซี่ และไร้เงาของคนที่ตนอุตส่าห์รีบกลับมาหา เมื่อไม่เห็น เขาก็ไม่รอช้า รีบก้าวออกไปถามหากับอุ้ยคำรวมถึงหนานอิน แล้วก็ได้คำตอบที่ชวนให้หัวใจร้อนรนกว่าเดิม ว่าจันทริกาออกจากบ้านไปแต่เช้า โดยสะพายเป้ไปด้วยใบหนึ่ง มือใหญ่หยิบโทรศัพท์ออกมากดโทร.หาเธอด้วยหัวใจที่ร้อนรุ่มราวกับมีคนเอาไฟไปสุมอยู่ข้างไหน หวังว่าจะโทร.ติดและมีคนรับสาย ทว่าโทรศัพท์ของจันทริกากลับเป็นระบบฝากข้อความ ปิดกั้นการติดต่อจากเขาอย่างสิ้นเชิง “อย่าหนีพี่ไปไหนนะจันทร์ อย่าไปนะ ได้โปรด...” รังสิมันต์ได้แต่พึมพำออกมา เมื่อลางสังหรณ์บางอย่างผุดขึ้นในใจอย่างรุนแรง เขาไม่ลังเลแม้แต่จะบึ่งรถไปตามหาจันทริกาที่ไร่เดชาธร หรือแม้แต่ที่บ้านของสะบันงา เพราะคิดไม่ออกจริงๆ ว่าจันทริกาจะไปที่ไหน สุดท้ายเขาก็ได้รับคำตอบที่ชวนให้มืดมน เพราะไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ไร้วี่แววของเธอโดยสิ้นเชิงพระอาทิตย์โพล้เพล้ยามเย็นที่เห็นบนรถไฟ ยังคงเป็นสีแดงส้มเช่นเดียวกับที่เห็นใ
Baca selengkapnya

บทที่ 81

บทที่ 81เป็นเวลาเกือบสองอาทิตย์แล้วที่รังสิมันต์เห็นภาพอันชวนให้ปวดใจ เมสซี่นั่งเงียบๆ อยู่หน้าบ้าน ตาจ้องมองถนนที่ลาดไปยังประตูรั้วด้านหน้า ราวกับรอคอยการกลับมาของใครบางคน ซึ่งสภาพของเมสซี่ตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากเขาเลยสักนิด ในใจเฝ้าแต่ภาวนาว่าให้จันทริกากลับมาเสียที เขาสัญญากับตัวเองว่าหลังจากนี้เขาจะไม่ใจร้ายกับเธออีกแล้ว เรื่องที่ผ่านมาในอดีตเขาจะลืมมันให้หมด และจะขอเริ่มต้นใหม่กับเธอแบบจริงๆ เสียที เพราะเขาฝืนความรู้สึกของตัวเองไม่ไหวอีกต่อไปแล้วทว่าผ่านไปวันแล้ววันเล่า ก็ยังไร้วี่แววว่าจันทริกาจะกลับมา เขากับเมสซี่จึงได้แต่นั่งมองทางทั้งที่รู้ว่าความหวังที่จะเห็นจันทริกากลับมาบ้านนั้นริบหรี่ลงเต็มทีร่างสูงย่อตัวลงอุ้มแมวตัวโปรด พาไปขึ้นรถเมื่อตัดสินใจอะไรบางอย่างได้ แม้ว่าจะเป็นความหวังอันน้อยนิดที่เหลืออยู่ แต่เขาก็เลือกที่จะเสี่ยง รังสิมันต์ขับรถไปยังคุ้มลักษิกาในช่วงเย็น เมื่อไปถึงก็จัดการดับเครื่องแล้วอุ้มเมสซี่ตรงเข้าไปในบ้านอย่างคุ้นเคย“นั่นแกพาเมสซี่ไปไหนมา” ปรัชญ์ซึ่งนั่งอยู่กับลูกและเมียถามขึ้น เมื่อเห็นเพื่อนรักหอบแมวตัวโปรดเข้ามาข้างในด้วย“มาหาแกนี่แหละ ฉันว่าจะไป
Baca selengkapnya

บทที่ 82

บทที่ 82อะไรบดบังตาเขา ให้เขาเห็นว่าจันทริกาเป็นเด็กร้ายกาจ น้ำเสียงอ่อนโยนยามที่เธอพูดกับเมสซี่ยังก้องอยู่ในหู เขาน่าจะฉุกใจคิดว่าหากเธอร้ายกาจจริงๆ แมวอย่างเมสซี่คงไม่ติดเธอแจ หรือที่ผ่านมาเป็นเขาเองที่พยายามปิดหูปิดตาตัวเอง มัวแต่จมปลักอยู่แต่ในบ่วงความแค้นชิงชังที่ศศิประภายัดเยียดใส่หัวเขาความจริงที่ได้รู้จากปากของปราณต์ทำให้เขารีบบึ่งกลับบ้าน ตรงไปยังตู้เซฟในห้องนอนที่เขาเก็บเอกสารการชันสูตรศพของศศิประภาเอาไว้ ซองนั้นยังใหม่เพราะมันถูกเก็บอย่างดีและเขาไม่เคยเปิดดูเลย มือใหญ่ดึงเอกสารในซองออกมาอ่านอย่างละเอียด อย่างมีสติ และประจักษ์ความจริงแก่สายตาตัวเองว่า ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามที่ปราณต์บอกน้ำตาลูกผู้ชายคลอเบ้าขณะทรุดลงนั่งที่ปลายเตียงอย่างหมดแรงและอ่อนล้า เมื่อคิดถึงเรื่องเลวร้ายต่างๆ ที่ตัวเองทำไว้กับเด็กสาวผู้บริสุทธิ์อย่างจันทริกา ทั้งทำลายความบริสุทธิ์ ตัดอนาคตเธอ พูดจาบีบคั้นทำร้ายจิตใจ เหยียบย่ำศักดิ์ศรีต่างๆ นานา สุดท้ายก็ทำให้เธอต้องเจ็บตัว จนกระทั่งจันทริกาหนีเขาไปในที่สุดร่างใหญ่โยกโยนตามแรงสะอื้นของตัวเองแบบคนที่สะเทือนใจและเจ็บปวดต่อการกระทำของตัวเองอย่างรุนแรง
Baca selengkapnya

บทที่ 83

บทที่ 83คำสั่งนั้นถูกถ่ายทอดจากคนเก่าคนแก่ไปยังแม่บ้านคนใหม่ซึ่งกำลังทำความสะอาดอยู่แถวนั้นพอดี หญิงสาวจึงละมือจากการที่ทำอยู่ แล้วไปเดินตามหาเอมมาลิน ซึ่งเธอคิดว่าน่าจะอยู่ในห้องแพนทรีหรือไม่ก็ห้องน้ำ เพราะเธอมักจะเจอเอมมาลินอยู่สองที่นี้บ่อยๆ และก็ไม่ผิดไปจากที่เดาเอาไว้เท่าไหร่นัก เธอพบเอมมาลินอยู่ในห้องแพนทรี เสียงหวานจึงแจ้งธุระกับอีกฝ่ายอย่างนุ่มหู“พี่เอมคะท่านประธานบอกว่าท่านมีแขก ให้พี่เอมเอากาแฟไปให้แขกของท่านค่ะ”“โอเคจ้ะ จันทร์รอพี่แป๊บหนึ่งนะ เดี๋ยวพี่ชงกาแฟก่อน”เอมมาลินไม่ได้มองหน้าคนมาบอก แต่หันไปหยิบแก้วมาสองใบ ใบหนึ่งเป็นแก้วกาแฟ อีกใบเป็นแก้วใสสำหรับใส่น้ำเปล่า ไม่นานกาแฟหอมกรุ่นกับน้ำเย็นๆ ก็วางอยู่ในถาดพร้อมเสิร์ฟ“พี่วานจันทร์เอากาแฟนี่ไปให้แขกของท่านประธานทีนะ”“ทำไมพี่เอมไม่เอาไปเองคะ มีอะไรหรือเปล่า” จันทริกาไม่ได้จะเกี่ยง แต่ถามด้วยความเป็นห่วงมากกว่า“คือพี่...”เลขานุการสาวของท่านประธานตอบไม่ได้ แต่ตาคู่สวยที่แดงก่ำและเสียงขึ้นจมูกเหมือนคนที่เพิ่งจะผ่านการร้องไห้มาหมาดๆ นั้นก็พอจะทำให้จันทริกาเข้าใจ“โดนท่านประธานดุอีกแล้วใช่ไหมคะ” จันทริกาถามผู้มีพระคุณขอ
Baca selengkapnya

บทที่ 84

บทที่ 84ทันทีที่รังสิมันต์ยอมคลายอ้อมแขนที่ล็อกร่างบางไว้ออก เท้าเล็กๆ ก็รีบย่ำถี่ๆ ออกจากห้องไปด้วยหัวใจที่เต้นแรงระทึก รังสิมันต์มองตามด้วยสายตาละห้อยจนกระทั่งประตูห้องปิดลง เขาจึงหันมาขู่เข็ญเอากับเพื่อนของตัวเอง“จันทร์มาทำงานที่นี่ได้นานหรือยัง”“ไม่ถึงเดือน”“ฉันอยากรู้ที่อยู่ของจันทร์”“แต่บริษัทฉันไม่มีนโยบายเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานให้คนนอกรู้” กวินภพปฏิเสธแบบไม่ต้องคิดมาก ตามประสาผู้บริหารสุดเฮี้ยบที่กฏระเบียบต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง“แต่ฉันไม่ใช่คนนอกนะเว้ย นั่นน่ะเมียฉัน แกก็ได้ยินแล้วนี่”“แกพูดเองเออเองต่างหาก จันทริกาปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ได้เป็นอะไรกับแก หรือว่าแกไม่ได้ยิน”“ก็ฉันกับเขามีเรื่องไม่เข้าใจกันนี่หว่า แกไม่รู้หรือไงว่าฉันตามหาเขาแทบพลิกแผ่นดิน ถ้าแกมัวแต่ลีลาแล้วเมียฉันหนีฉันไปอีก คราวนี้แกต้องเป็นคนรับผิดชอบ”“มีปัญญาทำให้เขาโกรธ ก็ต้องมีปัญญาตามหาเองสิวะ จะมาโยนความรับผิดชอบให้ฉันได้ไง”“โอเคแกจะเอาอย่างนี้ใช่ไหมไอ้อิสร์ ได้...ฉันจะบุกไปที่ฝ่ายบุคคลของแกเอง ถ้าเกิดอะไรขึ้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือนล่ะ”“ไอ้บ้าตะวันเอ๊ย! แกนี่มันจริงๆ”กวินภพระบายลมหายใจออกม
Baca selengkapnya

บทที่ 85

บทที่ 85เสียงกริ่งส่งสัญญาณเวลาเลิกงานดังขึ้นทั่วตึกสำนักงานใหญ่ของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ชื่อดัง พนักงานระดับล่างที่ไม่มีโต๊ะทำงาน พากันทยอยเดินเข้าไปในล็อกเกอร์หยิบกระเป๋าและของใช้ส่วนตัว เพื่อจะไปขึ้นรถรับส่งซึ่งจอดรออยู่หน้าบริษัทร่างบางในชุดเสื้อและกางเกงสีเบจขลิบขอบสีน้ำตาล ซึ่งเป็นชุดยูนิฟอร์มของแม่บ้าน เดินตามพนักงานคนอื่นๆ ไปขึ้นรถตู้ที่บริษัทจัดหาไว้ให้เป็นสวัสดิการ ซึ่งหากใครไม่อยากขึ้นหรือไม่ใช่เส้นทางที่รถผ่าน ทางบริษัทก็มีค่าเดินทางให้ และนั่นคือเรื่องหนึ่งที่จันทริกาคิดว่าตัวเองโชคดีมากที่ได้เข้ามาทำงานในบริษัทแห่งนี้ เพราะสวัสดิการของพนักงานเท่าเทียมกันหมด ไม่มีแบ่งชนชั้นวรรณะ ทว่าเมื่อบ่ายวันนี้หลังจากที่เธอเจอรังสิมันต์อยู่ในห้องทำงานของท่านประธานแบบไม่ได้ตั้งตัว ความหวาดหวั่นต่ออนาคตของตัวเองก็เกิดขึ้นอีกครั้ง อารมณ์ชั่ววูบ ณ ตอนนั้นคือคิดอยากจะหนีไปอีก แต่เมื่อคิดถึงลูกน้อยในท้องและความเมตตาของตายาย ก็ทำให้เธอต้องยืนหยัดเผชิญหน้ากับความจริงต่อไป ร่างบางหยุดชะงัก เมื่อร่างสูงของคนใจร้ายไปดักรออยู่ที่ทางออกด้านหน้า เธอมองหน้าเขาแค่แวบเดียว แล้วเดินเลี่ยงหนีไป แต่ร
Baca selengkapnya

บทที่ 86

บทที่ 86เมื่อวานนี้รังสิมันต์บอกว่าเขารู้ความจริงแล้ว ขอให้เธอยกโทษให้ ขอให้เธอกลับไปกับเขา และกระทั่งขู่ว่าจะเอาเมสซี่ไปทิ้งหากเธอไม่ยอมกลับไปด้วย เขาจะรู้ไหมว่าถ้อยคำที่เขาเอ่ยมันออกมาง่ายๆ พวกนั้น มันทำร้ายความรู้สึกของเธอมากแค่ไหน นานแค่ไหนแล้วที่เธอรอให้เขากลับมาเป็นพี่ตะวันคนเดิม นานแค่ไหนแล้วที่เธอพร่ำอธิษฐานกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์วอนขอให้เขาเข้าใจและเอ็นดูเธอดังเดิม แต่มันก็ผ่านมาเนิ่นนานมากแล้ว นานเกือบสองปี นานจนเธอชินชากับความใจร้าย นานจนเธอไม่อยากได้รับความปรานีใดๆ จากเขาอีก นานจนตอนนี้ตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะไม่กลับไปที่นั่น แม้ว่าจะคิดถึงเมสซี่มากเพียงใดก็ตาม แน่หรือว่าคิดถึงแต่เมสซี่...ถ้าเป็นอย่างนั้นทำไมเมื่อคืนนี้เธอถึงนอนร้องไห้ทั้งคืน ทำไมทั้งสีหน้าและน้ำเสียงของรังสิมันต์ที่เอ่ยขอโทษและงอนง้อแค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆ ถึงได้ทำให้เธออ่อนแอลงถึงเพียงนี้ นิ้วเรียวเล็กยกขึ้นปาดน้ำตาออกจากแก้ม สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกความเข้มแข็งให้ตัวเอง บอกตัวเองว่ารังสิมันต์ก็แค่รู้สึกผิด เพราะโดยเนื้อแท้แล้วเขาไม่ใช่คนเลวร้าย แต่พระจันทร์อับแสงกับดวงตะวั
Baca selengkapnya

บทที่ 87

บทที่ 87“ดิฉันบอกแล้วนี่คะว่าไม่ถือโทษโกรธคุณ แต่ขอให้ทุกอย่างระหว่างเราจบลงแค่นี้ ได้โปรดปล่อยดิฉันไป และอย่ามายุ่งกับดิฉันอีก” “พี่ทำไม่ได้ จันทร์จะด่าจะว่าพี่ยังไงก็ได้ แต่ได้โปรดอย่าไล่พี่ไป” น้ำเสียงยามนี้เต็มไปด้วยการเว้าวอนงอนง้ออย่างรู้ตัวว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิด แต่ทว่าจันทริกากลับไม่คิดจะใจอ่อนง่ายๆ “แต่นั่นเป็นสิ่งเดียวที่ดิฉันต้องการในเวลานี้ค่ะ” เธอตอบกลับอย่างเย็นชาและเด็ดเดี่ยว ทำเอาคนฟังถึงกับใจหาย “จันทร์ไม่มีเยื่อใย ไม่คิดถึงพี่สักนิดเลยเหรอ” “ไม่ค่ะ” “แต่จันทร์ก็ยังใส่สร้อยที่พี่ซื้อให้ ทั้งๆ ที่แต่ก่อนจันทร์ไม่เคยใส่มันเลย” ความหวังของรังสิมันต์เรืองรองขึ้น เมื่อเห็นสร้อยเส้นนั้นบนคอระหง ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยใส่มันมาก่อน “ใช่ค่ะ...ดิฉันใส่มัน ใส่เพื่อจะย้ำกับตัวเองว่า สร้อยเส้นนี้เป็นแค่ปลอกคอสวยๆ ที่คุณซื้อให้ และเพื่อเตือนตัวเองว่าเป็นเพียงแค่เพชรเทียมเกรดเอ” ถ้อยคำที่เขาเคยพูดเพื่อต้องการให้เธอเจ็บปวด บัดนี้มันถูกย้อนมาที่เขา ตอกย้ำถึงความใจร้ายขอ
Baca selengkapnya

บทที่ 88

บทที่ 88“มีอะไรหรือเปล่าจันทร์ ขึ้นมาแต่เช้าเชียว” เอมมาลินทักทายอย่างเป็นกันเองเหมือนเช่นทุกครั้งที่เจอกัน สีหน้าและแววตาของเอมมาลินแม้จะดูไม่มีความสุขเท่าใดนัก แต่ก็ยังคงรอยยิ้มอย่างจริงใจ ซึ่งจันทริกามองออกว่าเอมมาลินคงไม่รู้เรื่องที่เธอโดนปลดออกจากการเป็นพนักงาน“จันทร์มาขอพบท่านประธานค่ะพี่เอม”“ท่านประธานกำลังมีแขกจ้ะจันทร์”“จันทร์ขอเสียมารยาทนะคะ เพราะจันทร์มีธุระกับแขกของท่านประธานด้วย” จันทริกาเอ่ยขอด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูนุ่มหู แต่เจือความเด็ดเดี่ยวเอาไว้ จนเอมมาลินรู้สึกได้ว่าต้องมีบางอย่างไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นกับเด็กสาวที่ตนเป็นคนฝากเข้าทำงานแน่ๆ“ให้พี่ช่วยอะไรไหม”“ไม่เป็นไรค่ะพี่เอม จันทร์ขอเวลาแค่ครู่เดียวนะคะ”บอกกล่าวผู้มีพระคุณตามมารยาทเสร็จ ร่างบางก็พาตัวเองตรงเข้าไปยังประตูหน้าห้องของผู้บริหาร และแม้จะรู้สึกว่าตัวเองไม่เคยรู้สึกโกรธเท่านี้มาก่อน แต่เธอก็ยังยกมือขึ้นเคาะประตูห้องก่อนจะผลักมันเข้าไป และก็ไม่ผิดไปจากที่คาด เพราะตอนนี้ใครบางคนกำลังนั่งอยู่ที่โซฟาตัวยาวในห้องของกวินภพ เธอไม่แม้แต่ชายตามองไปทางเขา ทว่าเท้าเล็กๆ กลับย่ำตรงไปหาคนที่ดำรงตำแหน่งประธานบริษัทแท
Baca selengkapnya

บทที่ 89

บทที่ 89และโดยที่ไม่มีใครคาดคิด มือเล็กๆ ของจันทริกาก็ตวัดใส่ใบหน้าหล่อเหลาเต็มแรง มันไม่ใช่การต่อสู้อย่างที่ตัวเองบอกกับเขา แต่มันเหมือนกับเป็นการระบายความอัดอั้นทางอารมณ์ที่ระเบิดออกมาอย่างสุดกลั้นมากกว่า“หลีกเถอะค่ะ อย่าให้มือของผู้หญิงไร้ค่าอย่างดิฉัน ต้องแปดเปื้อนลงบนใบหน้าของคุณอีก”ร่างสูงยังคงยืนนิ่งแบบคนกำลังอึ้ง สิ่งที่เธอทำมันไม่ได้มากเกินไปเลยกับความผิดของเขา แต่คำพูดที่ตอกย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่านั่นต่างหากล่ะที่ทำให้หัวใจของเขาชาหนึบ กระทั่งมือเล็กๆ ของเธอยกขึ้นผลักเขาออกห่างจากประตู รังสิมันต์จึงได้สติ แต่ก็ช้ากว่าจันทริกาที่ตอนนี้กำลังจะก้าวพ้นห้องทำงานของกวินภพแล้ว“จันทร์จะเกลียดพี่ยังไงก็ช่าง แต่จันทร์ไม่ใช่ผู้หญิงไร้ค่า พี่จะทำทุกอย่างให้จันทร์กลับไปกับพี่ให้ได้ พี่รักจันทร์ ได้ยินไหมว่าพี่รักจันทร์ รักตั้งแต่ที่พี่พบจันทร์ครั้งแรก และจนวันนี้ก็ยังรักไม่เคยเปลี่ยน”คำสารภาพรักนั้นหลุดออกจากปากอย่างไม่อายว่ามีบุคคลที่สามนั่งอยู่ด้วย แม้ใจยามปกติจะค่อนข้างขี้เก๊กขี้ฟอร์มแค่ไหน แต่ตอนนี้ผู้หญิงที่กำลังเดินจากไปนั้นสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด ทว่าเธอไม่แม้แต่จะหยุดฟัง ร่างบางยังคงก
Baca selengkapnya
Sebelumnya
1
...
789101112
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status