All Chapters of บรรณาการเย้ารัก: Chapter 11 - Chapter 20

46 Chapters

Chapter 11. เจ้ารู้ได้อย่างไร

“พวกเจ้ากล้าขัดบัญชาขององค์ฮ่องเต้” เขาเลิกคิ้วถาม “ขัดบัญชาที่ใดกัน ข้าก็มายืนตรงหน้าท่านนี่ไง” นางกลอกตามองบน เมื่อเข็นรถมาถึงเรือนของเขาแล้ว นางก็เดินไปที่ป้านน้ำชาที่นางตระเตรียมไว้ก่อนแล้ว “นี่ชาดีบัว แล้วก็บัวลอยไส้งาดำ งาดำนี่กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต และบำรุงกระดูก” “เจ้ามีความรู้เรื่องการทำอาหารดียิ่ง” เขาเอ่ยชม รับถ้วยชานางนางมาจิบ แม้เคยลิ้มชิมรสชาราคาแพงมากนักต่อนัก ชาของนางไม่ได้ดีเลิศหากแต่ช่วยเรื่องสุขภาพได้ดีอย่างที่นางพูดจริง เขารู้เพราะนางหมั่นเปลี่ยนชาสมุนไพรให้เขาอยู่เสมอ เขาไม่ทักถามเพราะเห็นว่าไม่มีพิษอะไรจึงปล่อยเลยตามเลย “ท่านแม่ข้าสอน ข้าหมายถึง แม่ที่ให้กำเนิด” นางพูดเสียงเบาแต่แววตาปรากฏรอยยิ้ม “แล้วตอนนี้บิดามารดาของเจ้าอยู่ที่ใดกัน” “ตายหมดแล้ว” นางตอบรวดเร็วจนเขาต้องเงยหน้ามอง “พ่อแม่ข้าตายตั้งแต่ข้าสิบขวบ หลังจากนั้นข้าก็เร่ร่อนไปเรื่อย จนได้มาพบกับพ่อแม่บุญธรรม อันที่จริง นอกจากข้าจะมาที่นี่เพื่อเหอเยว่ซินแล้ว ข้ายังมีภารกิจดูแลท่านตามคำสั่งของพ่อบุญธรรมด้วย” ฉู่ห่าวห
Read more

Chapter 12. ถกเถียง

“เข้าใจแล้วขอรับ/เจ้าค่ะ”เด็กๆ ส่งเสียงตอบรับด้วยแววตาใสซื้อ เยว่ซินพยักหน้ารับแล้วเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้าง ปล่อยให้ฉู่ห่าวหรานสอนเด็กๆ เริ่มต้นรู้จักตัวอักษร หญิงสาวนึกถึงตัวเองตอนเป็นเด็ก บิดาสอนพี่ชายทั้งสองด้วยตนเอง นางซึ่งเป็นหญิงได้นั่งตักบิดาทั้งยังประคองมือนางจับพู่กัน พี่ใหญ่บ่นว่าบิดาลำเอียง พี่รองจะคอยห้ามไม่ให้นางทะเลาะกับพี่ใหญ่ ฐานะครอบครัวไม่ค่อยดีนัก ยามฝึกเขียนอักษร นางใช้กิ่งไม้ลากบนพื้นทราย ยามคิดถึงเรื่องในอดีต บางครั้ง นางไม่กล้าหลับตา เพราะกลัวภาพเหล่านั้นจะสลายหายไป แต่ความจริงก็คือความจริง กลิ่นคาวเลือดและร่างของมารดาที่ค่อยๆ เยียบเย็นลงที่ละน้อย คือสิ่งสุดท้ายที่เหลือไว้ให้นาง เยว่ซินเบือนหน้าไปทางอื่น นางไม่อาจสะกดความรู้สึกภายในได้ จึงตัดสินใจเดินออกมาเงียบๆ ตรงไปที่ครัวเพื่อตระเตรียมน้ำชาและของว่างให้ฉู่ห่าวหราน เป็นดั่งที่พ่อบุญธรรมกล่าวไว้ไม่ผิด เพียงแค่เอ่ยนามของพ่อบุญธรรม สีหน้าท่าทางของฉู่ห่าวหรานก็เปลี่ยนไป ใบหน้าของเขายังคงเย็นชาแต่มิได้หมางเมินเช่นที่ผ่านมา ‘มู่หงเทียน’ คือพ่อบุญธรรมของนาง ส่วนจอมโจร
Read more

Chapter 13 แช่น้ำสมุนไพร

“ต้องแช่น้ำสมุนไพรถึงครึ่งชั่วยาม ระหว่างนี้ข้ามีเรื่องอยากคุยกับเจ้า เจ้าสะดวกหรือไม่” “ได้สิ ข้าอยู่เป็นเพื่อนท่านได้” เยว่ซินได้ยินก็หมุนตัวกลับ แต่ไม่ทันได้เห็นรอยยิ้มของเขา นางหันไปทางหันซู “ความจริง ข้ามีเตรียมสมุนไพรประคบผ่อนคลายกล้ามเนื้อให้พ่อบ้านด้วยนะ เอาอย่างนี้ เจ้าเอาขาของใต้เท้าลงในอ่างน้ำสมุนไพรนี้เสียก่อน ประเดี๋ยวข้าไปเอาลูกประคบมาให้นะ” “ดะ...เดี๋ยว” “ปล่อยนางไปเถิด” “ขอรับ” หันซูรับคำสั่งแล้วเดินมาม้วนขากางเกงของผู้เป็นนายขึ้นจากนั้นจึงยกขาลงในอ่างใส่น้ำสมุนไพร “นายท่านเชื่อใจนางหรือขอรับ” “แล้วเจ้าเล่า นางทำอะไรใส่ปากเจ้าก็กินหมดมิใช่หรือ” “นั้นเพราะข้าอุทิศตัวเองทดสอบพิษให้นายท่านต่างหากล่ะขอรับ” หันซูพูดหนักแน่นแต่ในใจลอบยิ้ม แม้เคยแช่น้ำสมุนไพรนับครั้งไม่ถ้วน แต่ครั้งนี้รู้สึกผ่อนคลายมากจริงๆ สีหน้าของฉู่ห่าวหรานจึงไม่ตึงเครียดเช่นที่ผ่านมา แม้แต่หันซูยังสังเกตได้ “ใต้เท้า..” “ข้ามาแล้ว!” เยว่ซินวิ่งเข้ามาพร้อมกับห่อสมุนไพรที่ม้วนเป็นก้อน
Read more

Chapter 14 ว่ามาเถิด

“ว่ามาเถิด” เขาเริ่มคุ้นชินกับนิสัยของนางแล้ว “ถึงฮ่องเต้จะไม่โปรดท่าน แต่ประทานที่ดินรอบๆ คฤหาสน์นี้ให้ท่านใช้สอยได้ ท่านเองก็ไม่ได้ทำอะไร ก็น่าจะให้ผู้อื่นใช้ประโยชน์” “ผู้อื่น?” “ก็ชาวบ้านแถบนี้ที่ยังไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง ท่านก็ให้พวกเขามาเพาะปลูกจะดีกว่า ถ้าท่านไม่สะดวกใจรับเงินค่าเช่า ท่านก็ปันผลผลิตของเขาพวกเขาได้” “เจ้าคิดว่าข้าไม่สะดวกใจรับเงินค่าเช่า?” เขาถามยิ้มๆ ดูรูปการณ์แล้วนางคงคิดไว้ก่อนแล้วแต่พูดออกหน้าแทน “บริเวณนี้ใกล้แหล่งน้ำ เพาะปลูกได้ดี แต่ถ้าหาทางผันน้ำไปกักเก็บให้ใช้ถึงก่อนที่ฝนทิ้งช่วงก็จะดีมาก” “ข้าก็คิดเช่นนั้น” ได้ยินเขาเอ่ยเช่นนี้แล้ว นางกระตือรือร้นออกนอกหน้า รีบเดินไปที่ชั้นวางตำราของเขา ทำราวกับรู้ว่ามีสิ่งใดวางตรงไหน แล้วนางก็หยิบหนังสือเล่มหนึ่งเดินกลับมา “ช่วงที่ท่านขึ้นเขา ข้าเอาหนังสือของท่านมาตากแดด บังเอิญเจอเล่มนี้เข้า ข้าอ่านไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่ดูเหมือนจะเป็นกังหันผันน้ำ ท่านว่ามันใช้งานได้จริงๆ หรือไม่” นางเปิดหน้ากระดาษที่มีรูปวาดกังหันผันน้ำ เพราะอีกฝ่ายขยับมาหานางไ
Read more

Chapter 15. ตรงไปตรงมา

“แต่ทางการมิได้นิ่งนอนใจ พยายามจำกัดกลุ่มคนที่มั่งคั่งเหล่านี้โดยการเก็บภาษีและออกกฎระเบียบทางราชการอย่างหนัก” “การแทรกแซงของทางการกลับให้เจ้าของให้ร่ำรวยยิ่งขึ้น ทางการหวังแค่เงินภาษีไม่ได้สนใจความเป็นอยู่ของชาวบ้านอย่างแท้จริง” “เจ้าอคติเกินไปแล้ว” ฉู่ห่าวหรานไม่คิดว่าเยว่ซินจะถกเถียงเขาด้วยเรื่องนี้ “ท่านไม่คิดหรือว่า แท้จริงคนอย่างพวกท่านอยากเห็นชาวบ้านโง่ดักดาน ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จะได้กดพวกเขาไว้ใต้ฝ่าเท้าของตนเอง” “เหอเยว่ซิน” เขาปรามนางด้วยการเรียกชื่อ ทว่าทำให้หญิงสาวได้สติกัดริมฝีปากตนเองข่มอารมณ์ขุ่นมัว “ข้าไม่ได้แซ่เหอ! ข้า...” “...” เยว่ซินสะดุ้ง เกือบหลุดปากบอกแซ่ของตนออกไป นางมีเหตุผลที่ไม่ต้องการให้ใครรู้ว่านางไม่ใช่เหอเยว่ซิน “ไม่มีอะไร... ถ้าผู้อื่นรู้ว่าหญิงบรรณาการลอบหลบหนีไปแล้ว ข้าจะเดือดร้อนเอา” “อย่างเจ้ายังกลัวเรื่องเดือดร้อนใดอีกหรือ” เขารู้ว่านางไม่อยากกล่าวถึงจึงเปลี่ยนเรื่องพูด “อื้ม ข้ายังอยากมีชีวิตไว้แต่งงานกับบุรุษสักค
Read more

Chapter 16. .เหนือการคาดคิด

“ว่ามาได้เลย” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ถือตัว เขาจึงลดความระแวดระวังลงและเพิ่มความเป็นกันเองมากขึ้น หญิงสาวขยับเข้าไปใกล้ พูดเสียงเบาที่ได้ยินกันเพียงสองคน บอกสิ่งที่นางต้องการออกไป อาหยวนขมวดคิ้วสลับกับพยักหน้าหงึกหงัก นางทำมือไม้ออกท่าทางอธิบายเพิ่มทำให้อีกฝ่ายเข้าใจ “ข้าจะลองดู” “ขอบคุณท่านมาก” เสียงจอแจของชาวบ้านเงียบไปทันทีเมื่อเห็นชายที่นั่งบนรถเข็นกำลังเคลื่อนมาทางพวกเขา ทุกคนรู้ว่าคฤหาสน์ซอมซ่อนี้เป็นที่อยู่ของราชครูฉู่ห่าวหราน แต่ไม่มีใครเคยเห็นโฉมหน้าเจ้าของคฤหาสน์ ชาวบ้านเพียงได้ยินกันมา ร่วมทั้งบุตรหลานที่มาร่ำเรียนกับใต้เท้าฉู่ แม้รอยแผลบนใบหน้าจะดูน่ากลัวไปสักนิด แต่ท่าทางอ่อนแอและสุภาพกลับทำให้ทุกคนรู้สึกสงสาร ได้ยินว่า ใต้เท้าฉู่ใช้ชีวิตเข้าช่วยเหลือฮ่องเต้จนต้องมีสภาพเช่นนี้ แต่ฮ่องเต้กลับขับไล่ไสส่งมาไกลเพราะหมดประโยชน์แล้ว คงจะเป็นเรื่องจริง “ใต้เท้าฉู่” ผู้ใหญ่นำลูกบ้านมาคารวะฉู่ห่าวหราน ฉู่ห่าวหรานยิ้มบางๆ ทำให้ใบหน้าของเขาดูสงบเยือกเย็นราวกับเทพเซียนผู้ตัดขาดจากกิเลส เขาพูดคุยทำความเข้าใจเล
Read more

Chapter 17. เป็นเด็กกำพร้า

“แน่นอน เพราะเป็นเด็กกำพร้า ใช้ชีวิตเร่ร่อน จำเป็นต้องหาทางเอาตัวรอดตลอดเวลา” นางกินอาหารต่ออย่างไม่สนใจประโยค ‘ลองใจ’ของเขานัก “อันที่จริง อาหารเหล่านี้เป็นอาหารพื้นๆ หากใต้เต้าฉู่เปิดใจสักนิดจะรู้ว่า รสชาติอาหารชาวบ้านไม่ได้เลวร้ายจนเกินไปนัก หรือจะให้พูดให้ถูกก็คือดีกว่าไม่มีกิน” หันซูสะอึกไปคำใหญ่ เหลือบตามองทางฉู่ห่าวหรานอีกครั้ง ทว่ากลับตกตะลึงไปที่ไม่เห็นสีหน้าเคืองโกรธซ้ำยังยิ้มออกมาอีก เป็นรอยยิ้มที่พึ่งพอใจในสิ่งที่ได้ยินอีกด้วย เขาเหลือบตามองมาทางเย่วซินที่ยังกินมื้อเย็นต่อไม่สนใจเรื่องเมื่อครู่ และยังคงคีบอาหารให้ฉู่ห่าวหรานที่เห็นได้ชัดว่าวันนี้เขากินข้าวได้มากกว่าปกติ “เรื่องการจัดการรายชื่อคนเช่าใช้ที่ดินคงต้องรบกวนพ่อบ้านหันซูแล้ว” นางเอ่ยขึ้นน้ำเสียงผ่อนคลายลง “คนไม่รู้หนังสือมีมาก พวกเขาเองเคยถูกเอารัดเอาเปรียบมาก่อน จึงค่อนข้างกลัวจะซ้ำรอยเดิม” “เห็นใต้เท้าฉู่เป็นคนเช่นไรกัน” หันซูหงุดหงิดขึ้นมาแต่กลับทำให้เย่วซินหัวเราะเบาๆ “ก็เห็นเป็นขุนนางอย่างไรเล่า” นางตอบแล้วสบตากับฉู่ห่าวหราน “ถึงจะเป็นขุนนางตกอ
Read more

Chapter 18. รอยยิ้ม

“ท่านไม่มีกำลังภายใน ไม่เคยฝึกเพลงยุทธ์ กล้ามเนื้อไม่แข็งแรง และยิ่งประสบเรื่องเช่นนั้นมา ท่านยิ่งต้องพยายามเคลื่อนไหวช่วงล่างให้มาก” “เจ้าก็รู้ว่าขาข้าขยับไม่ได้” “ข้าไม่เชี่ยวชาญแต่อยากทดลองศาสตร์กดจุดฝ่าเท้ากับท่านดูบ้าง” นางยังคงยิ้มเช่นที่เคยเป็นมา “ถ้าข้าทำให้ท่านเดินได้เป็นปกติ จะได้อวดกับผู้อื่นได้ว่า ข้าเยว่ซินเป็นยอดฝีมือศาสตร์แห่งกดจุดฝ่าเท้า” “เจ้าใช้ข้าเป็นหนูทดลอง?” เขาถามกลับยิ้มๆ ใบหน้าผ่อนคลายลงมาก อาจเพราะสัมผัสของนางทำให้เขารู้สึกเช่นนั้น “ใครจะกล้าทำเช่นนั้น” นางหัวเราะ “อย่างน้อยท่านก็เป็นคนที่สองรองจากพ่อบุญธรรม” “อาจารย์มู่เป็นคนเช่นนั้น เขาเกิดมาเพื่อเป็นอาจารย์ อุทิศตนเองสั่งสอนผู้อื่น” “หือ?” นางเบิกตากว้าง “ข้ารู้ว่าพ่อบุญธรรมชอบสั่งสอนผู้อื่น แต่อุทิศตัวเองนั้น ข้าว่ายังห่างไกลนักหรือท่านพูดถึงมู่หงเทียนคนละคนกัน” ฉู่ห่าวหรานหลุดหัวเราะในลำคอ “อาจารย์มู่เป็นคนเช่นนั้น อาจเพราะไม่ต้องทำงานรับใช้ผู้อื่น จึงแสดงตัวตนที่แท้จริงออกมา” “แล้วท่านเล่า ใต้เท้าฉู่ ตัว
Read more

Chapter19. โรงรับจำนำเจิ้งจิง

“ข้าไม่ใช่คุณหนู ไม่ต้องดูแลถึงเพียงนี้” นางเอ่ยทั้งที่รับถ้วยน้ำชาจากอีกฝ่าย “แต่คุณหนูก็เป็นคนที่ประมุขหมายตาให้สืบทอดตำแหน่ง”นางชี้นิ้วที่หน้าตัวเอง “ข้าเป็นโจรก็จริง แต่ไม่คิดอาจเอื้อมเป็นประมุขพรรคแมงป่องแดง”เรื่องในยุทธภพไม่ว่าจะเป็นพรรคฝ่ายอธรรมหรือฝ่ายธรรมะอะไรนั่น ล้วนไม่สนใจทั้งสิ้น นางแค่อยากมีชีวิตสงบสุขไปวันๆ ทว่ามู่ยี่-แม่บุญธรรมดีกับนางมาก เป็นคนสั่งสอนฝึกวรยุทธ์ให้นางด้วยตนเอง ส่วนมู่หง-เทียนสอนเรียนเขียนอ่าน บิดาของนางเคยเป็นอาจารย์ในสำนักศึกษาก็จริง แต่การสอนสั่งของทั้งสองต่างกันมาก มู่หงเทียนไม่เข้มงวดกวดขัน แต่มักหาเรื่องมาหลอกล่อให้นางสนใจใคร่รู้ เป็นนางที่เอ่ยปากขอร้องเขาเองนับตั้งแต่นางอยู่ในหุบเขาแมงป่องแดงนั้น ได้พบผู้คนมากมาย ทั้งนักเลงอันธพาล ขุนนาง พ่อค้า ชาวบ้าน และคนที่เป็นกำพร้าเหมือนกัน นางได้รับความสนใจจากมู่ยี่และมู่หงเทียนมากจนทั้งสองรับนางเป็นลูกบุญธรรม แม้เป็นเรื่องดีสำหรับนาง แต่ก็เป็นเหตุผลให้ผู้อื่นเกลียดนางเช่นกัน แต่นางไม่ได้ใส่ใจนัก เมื่อถึงเวลาต้องจากไปอยู่ดี แต่ทั้งสองมีบุญคุณกับนางมากเช่นกัน ก่อนจากไป นางจึงทำงานตามคำสั่งข
Read more

Chapter20.หญิงอัปมงคล

น้ำเสียงแข็งกร้าวแต่คุ้นหู ดวงตาของเย่วซินผ่าวร้อนขึ้นมา ‘พี่ใหญ่’ของนางเป็นเช่นนี้เสมอ ภายนอกดูดุดันก้าวร้าว แต่กับน้องๆ แล้ว เขาเป็นคนอ่อนโยนและจิตใจดี หากไม่เพราะผิดใจกับบิดา คงได้อยู่กันพร้อมหน้ากันนางเคยได้ยินชื่อนายอำเภอที่มาประจำการที่นี่ได้เพียงครึ่งปี แต่ยังไม่แน่ใจว่าเขาเป็นคนเดียวกับที่นางตามหาหรือไม่ ตามหาหลายปีแต่เมื่อได้พบกลับอ้าปากแต่พูดไม่ออก หัวใจก็เต้นแรงอย่างไม่อาจควบคุมได้ ทำได้เพียงยกมือขึ้นกุมอกตำแหน่งที่หยกชิ้นหนึ่งห้อยติดกายอยู่ใช่ นางต้องมอบของสิ่งนี้ให้ ‘พี่ใหญ่’ ของนาง“มีผู้บุกรุก!”เสียงตะโกนของเหล่าทหารยามทำให้เย่วซินตื่นจากภวังค์ นางถอยแล้วกระโดดขึ้นไปบนหลังคา ชายผู้นั้นกระโดดตามมา นางสะบัดมือวูบหนึ่งผงสีขาวกระจายไปเบื้องหน้าเขาทันที“หยุดนะ!เจ้าหัวขโมย!”“ข้าไม่ใช่ขโมยแค่มาขอยืมอะไรบางอย่าง ใช้เสร็จแล้วจะเอากลับมาคืน”เสียงหัวเราะหวานใสดังขึ้น ทำเอาชายหนุ่มตะลึงงันไปชั่วขณะ ผงสีขาวทำให้เขาชะงักยกมือขึ้นบังดวงตาและกลั้นหายใจ ทว่ากลับไม่สิ่งใดเกิดขึ้นเขาจึงลดมือลง พบเพียงความว่างเปล่า เขารู้ว่านางคือสตรี แต่น้ำเสียงและท่าทางเช่นนี้ช่างคุ้นเคยนัก คนท
Read more
PREV
12345
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status