All Chapters of มารดาผู้นี้จะรีดไถเงินบิดาที่ไม่เคยเลี้ยงดูให้หมดตัวเลย: Chapter 21 - Chapter 30

63 Chapters

15

ในที่สุดแผนการของเจิ้งห่าวหรานก็สำเร็จ เขาสามารถแทรกซึมมาอยู่ในบ้านนี้ได้แล้ว และคืนนี้ก็เป็นคืนแรกที่ชายหนุ่มได้นอนเบียดๆ กับสองแม่ลูกบนเตียงแคบๆ แต่ช่างเป็นค่ำคืนที่คนขาดความรักในครอบครัวอย่างเขา รู้สึกอุ่นใจเหลือเกิน“ท่านพ่อ...งืมๆ ท่านพ่อรูปงามที่สุดของไฉไฉ อย่าจากไปไหนอีกนะเจ้าคะ ไฉไฉคิดถึงท่านพ่อ...งืม...” เด็กน้อยที่นอนตรงกลางนอนละเมอไปเรื่อย หันไปกอดแขนผู้เป็นพ่อไปอย่างกลัวว่าตื่นมาเขาจะหาย “นี่ข้าคิดถูกใช่ไหมเนี่ย” ซูเจินบ่นคนเดียว รอจนทุกอย่างในห้องเงียบสงบแล้ว นางจึงค่อยๆ ผินหน้าไปมองคนข้างๆ เห็นหัวกลมๆ ของลูกสาวหันหลังให้ และเห็นใบหน้าครึ่งซีกของห่าวหรานที่สะท้อนกับแสงจันทร์ “รูปงามจริงด้วย...” ดันละเมอเพ้อฝันตามลูก ก่อนจะรีบสลัดหน้าขับไล่ความคิด “รูปงามแล้วไง ตั้งใจจะทำอะไรกันแน่ ความจริงถ้าไม่เป็นนายโลมแล้วก็ควรไปมองหาสาวๆ ที่ไหนที่ดีๆ แล้วก็คบหาดูใจ และก็อยู่กินกันไปให้มันจบๆ จะมาวุ่นวายกับข้าทำไม ข้าบอกแล้วว่าไม่ได้ต้องการอะไรจากเจ้า นอกจากเงิน...”สุดท้ายหลี่ซูเจินก็เคลิ้มหลับไปทั้งที่ความคิดสับสนวุ่นวาย และเมื่อลมหายใจของนางสม่ำเสมอ คนที่นอนหน้ารูปงามสะท้อนแสงจันท
Read more

16

“เหอะๆ” หญิงสาวดันเผลอหลุดหัวเราะ เสียงของนางค่อนไปทางเยาะเย้ย “ไฉไฉกินผักยากอย่างกับอะไร ลองให้นางเห็นผักเป็นใบๆ แบบนี้ ไม่มีทางยอมกินแน่นอน เจ้าไปซอยผักให้ละเอียดเดี๋ยวนี้เลยไป”“แล้วเราจะทำอย่างไรได้” เขาถามไปแต่ก็เห็นว่านางเริ่มตักแป้งใส่ชามตามด้วยน้ำเล็กน้อยแล้วเริ่มนวด เมื่อซูเจินไม่ตอบแต่ทำหน้าดุใส่ เขาเลยไปหั่นผักตามที่นางสั่ง สักพักก็เหมือนจะรู้ขึ้นมาเอง “จะเอาผักใส่ลงไปในแป้งเสียกระมัง!”“ไฉไฉชอบแป้งทอด ข้าจะทำแป้งทอดที่มีผักเป็นส่วนผสม ใส่ลงไปเป็นไส้ แล้วก็ผสมกับเนื้อแป้งด้วย” แม้จะเป็นเรื่องยุ่งยากหลายขั้นตอนไม่น้อย แต่สำหรับคนเป็นแม่ที่แม้จะยากจนเพียงไหน ก็ทำให้ลูกได้เสมอ “กินกับน้ำจิ้มหวาน เป็นสูตรเฉพาะครอบครัวข้า ตอนเด็กๆ ข้าก็ไม่ชอบกินผักเหมือนกัน จนท่านพ่อยอมเข้าครัวและทำแป้งทอดไส้ผักนี้ให้ น้ำจิ้มนี้ก็เป็นตำรับของท่านด้วย มัน...อร่อยมากเหลือเกิน”น้ำตาหยดหนึ่งดันตกลงไปในชามผสมแป้ง ห่าวหรานหันไปมองทันที เห็นซูเจินยกแขนเสื้อขึ้นมาซับน้ำตา ทว่านางกลับยิ้มให้อย่างขวยเขิน“ขอโทษที พอดีพูดเรื่องท่านพ่อทีไร ข้ามักจะเป็นแบบนี้เสมอ ข้าเลยมักหลีกเลี่ยงที่จะไม่เอ่ยถึง ข้าสนิทกั
Read more

17

ซูเจินเห็นอาการอึกอักทั้งของแม่ค้าหมั่นโถวและอารองแล้วก็นึกรู้ทันทีว่าพวกเขาคงเกรงใจตน เลยรีบออกปากเชื้อเชิญอย่างเป็นมิตรอีกแรง“พี่สาว มากินข้าวกับพวกเราเถิดเจ้าค่ะ อย่าได้คิดว่าเป็นคนอื่นไกล” น้ำเสียงของซูเจินเวลาทอดลงนั้นอ่อนโยนนัก “ที่ผ่านมาลำบากพี่สาวแล้วที่ดูแลอารองของข้า เขาเป็นคนจิตใจดีแต่ขี้เกรงใจคนอื่นจนเกินไป บางครั้งเลยทำให้ตัวเองต้องลำบาก แต่ข้ายืนยันได้เลยว่าเขาเป็นผู้ชายที่ดีมากๆ ใครได้เป็นสามีเรียกว่าโชคดียิ่งกว่าได้ทองคำ!”“น้อยๆ หน่อยซูเจิน พูดอะไรอย่างนั้น” แก่เฒ่าปานนี้แต่อารองกลับเขินอายขึ้นมาได้ ราวกับวันเวลาย้อนกลับไป ตอนที่ครอบครัวยังอยู่ดี หลานสาวก็เป็นคนสดใสเช่นนี้ เหมือนไฉไฉตอนนี้ไม่มีผิด “เอ่อ...แม่นางหมิน ถ้าไม่รังเกียจแล้วละก็ มากินข้าวกับพวกเราเถอะ วันนี้มีอาหารเหลือเฟือนัก พอดีหลานเขยมาอยู่ด้วยอีกคน ก็เลยทำกับข้าวหลายอย่าง”เพราะซูเจินเริ่มก่อน เหลียงซือเลยเอาคืนบ้าง ด้วยการแนะนำตัวห่าวหรานไปเลยว่าเป็นหลานเขย เรียกว่ายัดเยียดให้แล้วด้วยความเต็มใจ“เชิญขอรับพี่สาว ข้าจัดที่นั่งให้” ห่าวหรานได้โอกาสพอดีเลยทำตัวเป็นเจ้าบ้านรับสมอ้างไปยกม้านั่งอีกตัวตั้งข้า
Read more

18

“พูดบ้าอะไร น่ารำคาญที่สุด” ซูเจินหันหน้าหนีไปแล้วแต่ดันแอบยิ้ม จำภาพที่นางเห็นตอนมื้อเช้าได้ ในใจมันตื้นตันจนเกือบได้ร้องไห้อีกรอบ ภาพไฉไฉนั่งตักพ่อของนาง โดยที่เขาค่อยๆ ป้อนแป้งทอดให้นั้น มันเหมือนภาพตอนเด็กๆ ของนางกับบิดาไม่มีผิด จนในใจก็คิด ไม่อยากให้ไฉไฉต้องมาประสบกับความรู้สึกที่ตนเป็นอยู่ นั่นคือการสูญเสียพ่อ แต่สุดท้ายแล้วผู้ชายคนนี้จะดีหรือร้ายก็คงต้องให้เวลาพิสูจน์“แล้วตกลงจะเดินตามข้าไปถึงไหน นี่มันจะถึงร้านข้าวสารตระกูลหูแล้ว”“วันนี้ข้าเป็นเวรที่จะต้องมาดูแลร้านข้าวสารตระกูลหูพอดี ก็เลยมาพร้อมเจ้าไง” พูดไปอย่างนั้นเพราะอยากอยู่ใกล้ๆ มากกว่า ความจริงเขาย่อมเข้านอกออกในทั้งร้านค้าและบ้านตระกูลหูได้ทุกเมื่ออยู่แล้วโดยไม่ต้องขออนุญาตใครด้วยซ้ำ เพราะสำนักบูรพาได้ซื้อตระกูลนี้ไว้เพื่อบังหน้าเวลาจะทำกิจใดๆ ดังนั้นทุกคนในตระกูลจึงรับบทนักแสดง “เอาน่า เจ้าก็ทำงานของเจ้าไป ข้าก็ทำงานของข้าไป สองผัวเมียขยันขันแข็ง ตกเย็นก็ไปซื้อของกลับบ้านไปทำกับข้าว อยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวที่ร่มเย็น...”“พูดมาได้อย่างหน้าไม่อาย เจ้านี่มันคนหน้าด้านที่สุด” ซูเจินด่าให้แต่ไม่ได้ฟังจริงจังอะไรเลย ม
Read more

19

“โถ่เอ๋ย...เจ้าหลานชายนี่ ทำเอาคนแก่อย่างข้าร้องไห้ไม่รู้กี่ครั้งแล้ว” เขายกแขนเสื้อมาป้ายน้ำตาที่ไหลพรากๆ “ซูเจินได้รับการอบรมมาอย่างดีนั้นเจ้าเข้าใจได้ถูกต้อง นางเกิดจากความรักและอยู่ในครอบครัวที่มีแต่ความอบอุ่นพร้อมจึงเติบโตมาเป็นคนเช่นนี้ได้ ข้าเองก็ไม่มีลูก จึงเห็นหลานสาวคนนี้ไม่ต่างอะไรจากลูกของตนเอง พี่ใหญ่เป็นห่วงซูเจินอย่างไร ข้าเองก็คงไม่ต่าง หากเจ้าจะเห็นว่าข้าเป็นตัวแทนของบิดานางได้ ก็จงรับรู้ไว้ ว่าคนเป็นบิดานั้นก็หวังอย่างเดียวคืออยากให้ชีวิตลูกสาวได้อยู่ต่อไปอย่างเป็นสุข มีคนดีๆ ดูแลนางได้ไปจนชั่วชีวิต เท่านั้นคนเป็นพ่อก็พอจะเบาใจ...”คำพูดนั้นทำให้ห่าวหรานต้องหันไปมองไฉไฉที่กำลังเป่ากังหันฟู่ๆ จนน้ำลายเปรอะไปหมด แล้วก็ยิ้มหวานให้บิดากับท่านตาเล็กอย่างน่าเอ็นดูนัก ชายหนุ่มเข้าใจคำพูดของอารองได้ในทันที ความห่วงใยที่บิดาจะมีต่อบุตรสาว มันลึกล้ำยากเกินจะอธิบายแจกแจงได้ เหมือนที่ซูเจินพูดกับเขาไว้ก่อนหน้า ถึงความผูกพันระหว่างนางกับเสนาบดีหลี่ มันซับซ้อนทว่าลึกล้ำและกินใจ“ข้าจะดูแลเจินเอ๋อร์และไฉไฉเป็นอย่างดี ขออารองอย่าได้เป็นห่วง อีกไม่นานต่อจากนี้ ทุกอย่างจะคลี่คลายไปใน
Read more

20

หลายวันผ่านไป ทุกคนใช้ชีวิตเหมือนเดิมราวกับเป็นเรื่องปกติ ตื่นเช้ามาและกินข้าวร่วมกันพร้อมหน้าพร้อมตา โดยไฉไฉจะนั่งตักบิดาเท่านั้นไม่ยอมนั่งกับคนอื่น ส่วนมารดามีหน้าที่ป้อนข้าวลูก หลังๆ ก็ต้องป้อนสามีด้วยเพราะเขาอ้างว่ามือไม่ว่างต้องอุ้มไฉไฉ แรกๆ ซูเจินก็อายญาติผู้ใหญ่ แต่หลังๆ ก็เริ่มรำคาญเลยไม่สนใจอะไรแล้ว ป้อนทั้งพ่อทั้งลูก ที่ทำตัววุ่นวายพอกัน“ไฉไฉช่างพูดช่างคุย กล้าหาญเหมือนแม่ไม่มีผิด” อาหมินว่า ตอนนี้นางก็มาร่วมกินข้าวเช้าด้วยเช่นกัน ผู้ใหญ่ทั้งสองคนก็ได้เปิดใจให้กันแล้ว แต่เพราะอายุที่มากสมควร จึงค่อยๆ ให้ความสัมพันธ์เป็นไปอย่างละมุนละม่อมต่อกันมากกว่าทางชู้สาว “แต่หน้าตาก็น่ารักน่าเอ็นดู รูปงามละม้ายคล้ายคลึงกับพ่อ เขาว่ากันว่าลูกสาวหน้าเหมือนพ่อ โตไปในภายภาคหน้าจะมีแต่โชคดี”“แหมพี่หมิน พูดราวกับว่าถ้าลูกหน้าเหมือนข้าแล้วจะโชคร้ายเสียอย่างนั้น” ซูเจินหันมาหัวเราะตลกขบขัน จนอาหมินต้องตีแขนให้ เข้าใจที่อารองบอกแล้วว่าหลานสาวคนนี้เป็นคนชอบพูดเล่นหัว “แต่เอาเถอะ หน้าเหมือนเจ้าก็ดีแล้ว เพราะถ้าไฉไฉหน้าเหมือนข้า โตไปนางคงลำบาก จะไม่มีใครมาเกี้ยวพอดี”“เกี้ยวคืออะไรเจ้าคะท่านพ่อ”
Read more

21

“ใครหรือ” นางถามเบาๆ ตอนเห็นหลุมศพเคียงกัน มีแผ่นหินจารึกปักไว้ด้านหน้า รอบๆ เป็นสวนดอกไม้สวยงามที่ได้รับการดูแลอย่างดี ห่าวหรานไม่ตอบ แต่สีหน้าแต้มรอยยิ้ม เขาเข้าไปปัดกวาดเช็ดถูป้ายหลุมศพนั่น ซูเจินก็เหมือนจะนึกรู้ขึ้นมาได้เอง เลยเข้าไปช่วยเช็ดถูใกล้ๆ ในชณะที่ไฉไฉวิ่งเล่นกับกังหันลมของเล่นสุดโปรดที่บิดาซื้อให้อย่างสนุกสนาน“ท่านพ่อท่านแม่ข้าเอง” ชายหนุ่มพูดออกมาจนได้ หลังทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเขาก็ไปพรวนดินต้นไม้รอบๆ ต่อ “ พวกท่านจากไปพร้อมกันด้วยอุบัติเหตุอันไม่ควรจะเกิด เพราะไปขัดขวางเส้นทางของพวกขุนนางชั่วเข้า ข้าก็เลยต้องอยู่คนเดียวตั้งแต่แปดขวบ มีแม่นมกับพวกพี่เลี้ยงดูแล และมีอาจารย์เป็นผู้อบรมสั่งสอนจนเติบโต”แม้จะมีคนเลี้ยงแต่ไฉนเลยจะไปอบอุ่นได้เท่าอยู่กับบิดามารดาตัวเอง ดูเหมือนซูเจินจะเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงไม่ยอมปล่อยนางและลูกไปตั้งแต่พบกันครั้งแรก แถมยังทำตัวเกาะหนึบขนาดนี้ คงกลัวจะสูญเสียไปอีกครั้ง“ข้าเอานำชากับของกินเล่นมาด้วยพอดี ถ้าไม่รังเกียจ ก็เอาพวกนี้เป็นของไหว้ท่านพ่อท่านแม่กันเถอะ” นางบอกเขาอย่างจริงจัง และเรียกท่านพ่อท่านแม่เต็มปากเต็มคำ “เดี๋ยวข้าจะไปเก็บดอกไม้
Read more

22

กว่าพ่อแม่ลูกจะกลับมาถึงบ้านกันได้ก็มืดค่ำ เพราะไปแวะกินอาหารที่โรงเตี๊ยมกันมาอีก ไฉไฉไม่เคยไปกินอะไรดีๆ ที่อื่นมาก่อนจึงตื่นเต้นไปทุกอย่าง จนพ่อแม่ต้องคอยห้ามปราม ทว่าก็เป็นภาพที่น่าเอ็นดูนักในสายตาของผู้คน“มากันแล้ว โถ...ดูซิ เด็กน้อยของข้า หลับปุ๋ยไปเสียแล้ว” อาหมินปิดร้านแล้วแต่มาอยู่เป็นเพื่อนกินข้าวเย็นพร้อมเหลียงซือและนั่งคุยกันเรื่อยเปื่อยเพื่อรอหลานๆ กลับมา เข้าไปอุ้มรับไฉไฉมาจากอกแม่ที่หน้าตาเหนื่อยล้าไม่น้อย “ซูเจิน ไปอาบน้ำอาบท่าเถอะ ข้ายังไม่ง่วง จะช่วยดูไฉไฉให้เอง เจ้าอาบน้ำเสร็จออกมาจะได้นอนกันเลยไม่ต้องมาจัดการลูกแล้ว เพราะข้าจะเช็ดตัวไฉไฉให้เอง...”“รบกวนพี่หมินแล้วเจ้าค่ะ” อยู่ด้วยกันมาเกือบเดือน ก็เรียกได้ว่าไว้ใจและเห็นอาหมินเป็นคนในครอบครัวแล้วเช่นกัน ซูเจินเดินสะโหลสะเหลไปทางด้านหลัง อาหมินก็อุ้มไฉไฉไปอีกทาง ตรงนั้นจึงเหลือเพียงเหลียงซือกับห่าวหรานสองคน“วันนี้เรียบร้อยดีหรือไม่ขอรับ” เป็นชายหนุ่มที่เอ่ยถามก่อน เพราะเขาจงใจพาซูเจินออกไปไกลๆ และให้กลับช้าๆ จะได้ไม่รู้ว่าวันนี้อารองถูกซานตังรับตัวไปที่สำนักบูรพา เพื่อให้ไปไขกลอักษรไขว้เพื่อจะเปิดสลักกระบอกที่บรรจุ
Read more

23

เพราะนางยังเข้าใจว่าเขาเป็นนายโลมที่รับเงินจากคนชั่วแล้วมาทำลายพรหมจรรย์ของตน แม้วันนี้มันจะไม่มีผลอะไรกับการใช้ชีวิตของซูเจินแล้วก็ตาม แต่บาดแผลในอดีตคงยากที่จะเลือนหาย ส่วนห่าวหรานนั้นก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร เขาเลือกที่จะพูดความจริงบางส่วน “ข้าพยายามจะเล่าให้เจ้าฟังหลายครั้งแต่เจ้าไม่ค่อยจะหยุดฟังข้า ครั้งนี้ขอให้ตั้งใจฟังสักครั้งโดยไม่ขัด จะได้หรือไม่” เขาจริงจังขึ้นมา นางเลยหันไปสบตา แล้วก็พยักหน้าให้ในที่สุด “คืนนั้นข้ามีงานสำคัญ ต้องอารักขาบุคคลสำคัญมาก ทว่าเกิดเหตุวางยาพิษในสุราขึ้น สถานการณ์บังคับให้ข้าต้องเป็นคนดื่มสุรานั้นเอง โชคดีที่มันเป็นเพียงยาปลุกกำหนัด ทำให้อารมณ์ของข้าแตกซ่าน ไม่สามารถทำงานในวันนั้นต่อให้สำเร็จลุล่วงได้ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องน่าอายสำหรับเจ้านายข้า ห้ามใครรู้เห็น ข้าจึงไม่อาจกลับสำนัก ต้องแวะหาที่หลบภัย ก็เลยเปิดห้องหนึ่งในโรงเตี๊ยมไว้เพื่อรอเวลาให้อาการดีขึ้น แล้วคืนนั้น...อยู่ๆ เป็นเจ้าที่เข้ามา” “เจ้า...ไม่ใช่นายโลม” ดวงตาค่อยๆ เบิกกว้างขึ้น “แล้วทำไมไม่บอกข้าแต่แรก ปล่อยให้ล่วงเลยมาขนาดนี้ได้!” “ทำไมจะไม่บอก ข้าพู
Read more

24

“ใครมันจะไปทำช้าๆ ได้ ลองมีเมียที่ตอดรัดแน่นแบบนี้ อีกอย่าง ถ้าเจ้าไม่ชอบที่ข้าทำแรง แล้วจะ...เด้งเอวสู้ทำไม” “อ๊ะ...ไอ้คนลามก หุบปากนะ อ๊าย!” “หุบปากก็ได้ แต่เจ้าห้ามหุบ ข้าชอบฟังเสียงเจ้า จะเสียงด่าหรือเสียงครางก็ชอบหมด มันเร้าอารมณ์ดิบเถื่อนดีเหลือเกินเมียจ๋า...” “ไอ้บ้า! คนบ้า! อ๊าง!” ค่ำคืนนั้นแสนยาวไกล จากห้องน้ำก็ไปต่อที่ห้องนอน โชคดีแล้วที่ไฉไฉเหนื่อยมากจนหลับยาวอยู่ในเปลใหม่ของตัวเอง เลยไม่ได้เป็นอุปสรรคในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ของพ่อแม่ ที่ตอนนี้ใช้พื้นที่ของเตียงแทบจะทุกตาราง แล้วก็ไปต่อที่เก้าอี้ โต๊ะ ไปยันหน้าต่าง เรียกได้ว่าเป็นการทำทบต้นทบดอก ระหว่างที่ห่างหายกันไปในหลายปีมานี้ จนแม่ของไฉไฉแทบจะหลับกลางอากาศไปเลยทีเดียว “ข้าว่าคราวนี้เราได้ลูกชายแน่”เกือบสว่างห่าวหรานถึงได้หยุด เขาอุ้มซูเจินให้กลับมานอนดีๆ ห่มผ้าให้อย่างทะนุถนอม ส่วนหญิงสาวตอนนี้หมดสภาพ ร่างกายฉ่ำชื้นไปด้วยเหงื่อของตัวเองและของคนที่นอนด้วย ยังไหนจะในส่วนลับที่ตอนนี้เอ่อล้นไปด้วยสายธารชีวิตของชายหนุ่มอีก เขาไม่ยอมให้นางปล่อยมันออก เพราะกลัวจะไม่ได้ลูก แต่สุดท้ายเพราะ
Read more
PREV
1234567
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status