All Chapters of เกิดใหม่อีกครั้ง ต้องเป็นแม่ที่ดีกว่าเดิมให้ได้: Chapter 41 - Chapter 50

64 Chapters

บทที่ 41

เมื่อฉือฟาอินได้ฟังคำอธิบายและเห็นท่าทางของแม่นมหลี่ ฉือฟางอินก็รับรู้ได้ทันที่ว่า และเวลานี้คนรับใช้ในจวนสกุลฉือเอง คงรู้สึกว่าพวกเขานั้นขาดที่พึ่งกันจริงๆ“ตกลง ข้าจะทำตามที่พวกเจ้าขอร้อง หากมีสิ่งใดที่ข้าพอจะช่วยเหลือพวกเจ้าได้ ก็บอกข้ามาได้เลย” “ขอบคุณเจ้าค่ะฮูหยิน ขอบคุณจริงๆ เจ้าค่ะ”          แม่นมหลี่และพ่อบ้านหม่ารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ฉือฟางอินตอบตกลงในสิ่งที่พวกเขาร้องขอ ส่วนคนรับใช้คนอื่นแม้จะมีท่าทางไม่ค่อยมั่นใจในตัวนางเท่าไหร่ เพราะที่ผ่านมาพวกเขาไม่เคยเห็นฉือหย่งหลิง ให้ความสำคัญกับนางมาก่อน แม้แต่อำนาจการดูแลภายในจวน ก็ไม่เคยให้นางจัดการ แต่เมื่อบุคคลสำคัญดูแลทั้งคุณชายเฟิ่งเฉียน และความเรียบร้อยภายในจวน ออกหน้ามาขนาดนี้แล้ว พวกเขาก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะไม่ทำตาม“เช่นนั้นฮูหยิน ส่งคุณชายให้ข้าเถิดเจ้าค่ะ เด็กๆ เตรียมน้ำไว้ให้ท่านแล้ว เชิญท่านชำระร่างกายแช่น้ำให้ผ่อนคลาย ไม่ต้องห่วงทางนี้ ข้าจะดูแลคุณชายให้เอง”“ขอบใจมาก”
Read more

บทที่ 42

ชีวิตใหม่ในจวนสกุลฉือเริ่มขึ้นมาได้กว่าครึ่งเดือนแล้ว ระเบียบในจวนสกุลฉือแม้จะไม่เหมือนที่สกุลชวี่ แต่ทว่าก็ไม่ได้ยุ่งยากจนเกินความสามารถของฉือฟางอิน นางยังคงจัดการทุกอย่างได้เป็นอย่างดี นับตั้งแต่วันแรก ที่ที่ได้รับผิดชอบหน้าที่นี้ เช้าวันนี้ฉือฟางอินยังคงตื่นขึ้นมา ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเหมือนเช่นเคย ส่วนเฉียนเอ๋อร์นั้นยังคงนอนหลับอุตุอยู่ในเปล เพราะด้วยช่วงวัยที่เปลี่ยนของเขา จึงทำให้เวลาตื่นนอนของเขาเปลี่ยนไปด้วย เวลานี้ที่มีคนคอยหุงหาอาหารให้นางจึงพอมีเวลานั่งดูแผนงานกิจการร้านค้าของตนเอง ก่อนที่จะได้เวลาตื่นของบุตรชาย เมื่อวันก่อนหลังจากที่จินซีจ่าว มารายงานความคืบหน้า ว่าช่างที่ได้ว่าจ้างเอาไว้ ได้ทำการจัดพื้นที่ทั้งหมด ในร้านค้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงของตกแต่งที่ต้องรอให้ฉือฟางอิน เดินทางไปสั่งการด้วยตัวเอง วันนี้จึงเป็นวันที่นางนัดกับจินซีจ่าว ไปดูความเรียบร้อยและสิ่งที่ยังขาดอยู่ภายในร้านค้าของนางและจะถือโอกาสนี้ เดินสำรวจพื้นที่ทั้งสองฝั่งของย่านการค้าเมืองอี้ ที่ได้กลับมาเปิดใหม่อย่างเป็นทางการแล้วอย่างระเอียด ว่ากิจการร้านค้าทั้งสองฝั่งนั้นข
Read more

บทที่ 43

“ได้อย่างไรกัน มิเห็นหรือว่าเถ้าแก่พาพวกข้ามาถึงก่อน”ฉือฟางอินกล่าวออกมาด้วยความไม่พอใจ แม้ดูจากลักษณะแล้วสตรีนางนี้น่าจะมีอายุพอที่จะเป็นมารดาของนางได้ แต่กระนั้น ก็เห็นๆ กันอยู่ว่าฉือฟางอินกับคนอื่นๆ นั้นมาถึงก่อน และยังถูกเถ้าแก่เจ้าของภัตตาคาร เชื้อเชิญให้มานั่งที่โต๊ะตัวนี้ด้วยตัวเอง แล้วเหตุใดสตรีนางนี้ถึงได้กล้าทำกริยาเสียมารยาทเช่นนี้กับพวกนางได้“แต่ข้านั่งก่อน ใครนั่งก่อนก็ได้กินก่อน คนอื่นๆ ที่มาที่นี่ก็ทำเช่นนี้เหมือนกันทั้งนั้น เจ้ามิรู้หรอกหรือ หรือว่าพึ่งจะเคยได้ออกมาดูโลกภายนอกครั้งแรก ถึงได้ไม่รู้ความเช่นนี้”“นี่ท่าน!”“เอ่อ ท่านทั้งสองใจเย็นๆ ก่อนนะขอรับ” หม่ออิ๋นเถ้าแก่เจ้าของภัตตาคารห้วงจุงที่เห็นว่าเริ่มท่าไม่ดีแล้ว จึงได้เอ่ยห้ามสตรีทั้งสองนางที่กำลังเถียงกันด้วยความหนักใจ แต่หากยึดความถูกต้อง แน่นอนว่าฝ่ายของสตรีที่เขาพาเข้ามาในร้านด้วยตัวเองเมื่อครู่นี้ อย่างไรแล้วนางและพวกก็จะต้องได้ที่นั่งโต๊ะตัวนี้ไป แต่ทว่าเขาจะไม่หนักใจเลยหากว่าสตรีอีกคน ไม่ใช่อนุเจี้ยนหรือหวางชิงเจี้
Read more

บทที่ 44

หลังการทราบข่าวว่าอีกไม่นาน กองกำลังทหารที่ถูกส่งให้ไปรบที่ชายแดนทางเหนือ จะได้เดินทางกลับมายังเมืองหลวงแล้ว วันต่อมา ฉือฟางอินจึงได้ไหว้วานให้เจียงเถาออกไปเรียกตัว ช่างก่อสร้างกลุ่มเดียวกับที่สร้างกิจการร้านค้าของนางให้มาพบที่จวนสกุลฉือมะรืนนี้ทันที หลังจากนั้นในวันรุ่งขึ้น นางก็เรียกคนรับใช้ชายหญิงจำนวนหนึ่ง ให้มาทำความสะอาดและถางหญ้าบริเวณรอบๆ เรือนไม้หลังเก่าของนางทั้งหมดและระหว่างนั้นก็พาตนเองไปนั่งนั่งอยู่ที่โต๊ะเก่าๆ ใต้ต้นไม้แถวนั้น พร้อมกับจดบันทึกบางอย่างลงในสมุด ที่พกติดมือมาด้วยสีหน้าจริงจัง เมื่อคนรับใช้ทั้งหมดทำงานแล้วเสร็จได้เป็นที่น่าพอใจ นางจึงได้ตบรางวัลให้พวกเขาด้วยเงินจำนวนหนึ่ง แล้วให้พวกเขาแยกย้ายกันไปทำอย่างอื่นได้“เหวินจู เจียงเถา ตามข้ามา”หลังจากที่คนรับใช้คนอื่นๆ ออกไปหมดแล้ว ฉือฟางอินจึงเรียกเหวินจูและเจียงเถา ให้เข้าไปด้านในเรือนพร้อมกัน เมื่อเข้ามานด้านในแล้ว ฉือฟางอินก็สั่งให้เจียงเถาเปิดแผ่นไม้พื้นกระดานแผ่นหนึ่งใต้เตียงนอน ซึ่งในนั้นมีสมบัติที่เป็นสินเดิมของมารดา ที่นางซ่อนอยู่ออกมา จากนั้นก็สั่งให้เจียงเถ
Read more

บทที่ 45

ในเมื่อยังพอมีเวลาจนกว่าฉือหย่งหลิงจะกลับมา อย่างน้อย ในช่วงเวลานี้ การพาเฉียนเอ๋อร์ไปอยู่ที่เรือนด้วย อาจจะช่วยให้เขาคุ้นชินกับที่อยู่อาศัยของมารดามากขึ้น เขาจะได้รู้สึกโหยหามารดามากขึ้น ยามที่ทั้งสองคนไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ถึงอย่างนั้น นางก็ไม่ได้รูสึกดีสักนิด ที่ต้องดึงบุตรชายอันเป็นที่รัก ต้องเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง ในความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมาบิดามารดาของเขาเช่นนี้แต่ทว่าหากไม่ทำเช่นนี้ นางก็ไม่รู้แล้วว่าจะต้องใช้วิธีใดที่จะเอาชนะฉือหย่งหลิงได้ เพราะกับเฉียนเอ๋อร์แล้วในฐานะบิดา เขาไม่เคยแสดงท่าทีหรือทำพฤติกรรมที่ไม่ดีกับลูกเลยสักครั้ง นางได้แต่หวังว่าเข้าจะไม่ใจร้าย จนถึงขนาดทนเห็นลูกร้องไห้ปานจะขาดใจ ยามที่ต้องอยู่ห่างจากมารดาเช่นนางได้ หวังว่าคนผู้นั้นจะไม่ถือเอาแต่ทิฐิของตนเองอยู่ฝ่าย จนกล้าทำร้ายเด็กน้อยผู้บริสุทธิ์ ที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา“ระวังลื่นนะเจ้าคะ”“ขอบใจเจ้ามากเหวินจู”เวลานี้ทั่วทั้งบริเวณจวนสกุลฉือ ล้วนถูกปกคลุมไปด้วยหิมะที่โปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย จะเดินไปไหนแต่ละครั้ง จึงต้องใช้ความระมัดระวังเป
Read more

บทที่ 46

หลังจากทำการเลือกผ้าที่ต้องการ พร้อมกับกำหนดวันที่จะให้ร้านค้าให้คนนำผ้าทั้งหมดไปส่งที่ร้านค้าของตนเรียบร้อย หลังจากนั้นก็เป็นขั้นตอนการลงสัญญาการซื้อขายในรอบหน้า เพราะร้านขายผ้าแห่งนี้ มีแหล่งทอผ้าประจำของทางร้าน ซึ่งนั้นหมายความว่า เมื่อฉือฟางอินต้องการผ้าจากร้านของพวกเขาเมื่อใด พวกเขาจะมีผ้าเพียงพอมาแลกกับเงินจำนวนมาก ที่นางจะจ่ายให้กับพวกเขาอย่างแน่นอน“ฮูหยินขอรับ”“อ้าว ซีจ่าว เจียงเถา มากันแล้วหรือ เป็นอย่างไรบ้าง หาเจอหรือไม่ผ้าที่ข้าต้องการ”“เจอขอรับ นี่ขอรับตัวอย่างผ้าไหมแพรฝูหนานที่ท่านตามหา”ตอนที่ได้รู้ว่ามีคนเข้ามาถามหาผ้าที่มีความหนา มากกว่าผ้าที่มีอยู่ในร้านค้า ฉือฟางอินใช้เวลาในคิดอยู่นานพอสมควร ว่านางจะไปหาผ้าที่มีความหนา แต่เมื่อสวมใส่แล้วไม่แข็งกระด้างมาจากที่ใด แต่สุดท้ายเมื่อได้ย้อนความหลังกลับไป เมื่อสมัยนางยังเป็นเด็ก ในตอนที่จวนสกุลชวี่ได้รับรางวัลพระราชทาน จากอดีตฮ่องเต้และฮองเฮา เมื่อครั้งที่บิดานำทัพทำสงคราม รวบรวมแคว้นที่เป็นปรปักษ์ มารวมเป็นหนึ่งเดียวกับแคว้นหลูได้ ซึ่งหนึ่งในของขวัญท
Read more

บทที่ 47

ฉือฟางอินนิ่งอึ้งไปสักพักหนึ่ง หลังจากที่ได้รู้ว่าเรื่องสำคัญที่พ่อบ้านหม่าต้องการบอกกับนาง เอาเถิด จะช้าจะเร็วอย่างไรแล้ว คนผู้นั้นก็ต้องกลับมาอยู่ดี  และนางเองก็เตรียมตัวเตรียมใจไว้ได้ประมาณหนึ่งแล้ว หลังจากนี้จะเกิดสิ่งใดขึ้น ขอเพียงได้อยู่เลี้ยงดูเฉียนเอ๋อร์ นางก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง“แล้วท่านแม่ทัพของเจ้า อนุญาตให้ข้าไปพบหรือไม่”“เอ่อ...คือ”“ไม่อย่างนั้นสินะ”“มิใช่ขอรับ ที่ข้าต้องการจะบอกท่านก็คือ ท่านแม่ทัพยังไม่สามารถกล่าวสิ่งใดได้ในตอนนี้ขอรับ เวลานี้ท่านอ๋อง กำลังรอพบฮูหยินอยู่ขอรับ”“หมายว่าอย่างไร”“ข้าน้อยเองก็ยังไม่รู้อะไรมากขอรับ รู้เพียงว่าท่านแม่ทัพ ถูกหามขึ้นเปลมาโดยทหารสี่คน และท่านอ๋องก็สั่งห้ามไม่ให้ใครเข้าไปในเรือนของท่านแม่ทัพเลยขอรับ ท่านอ๋องบอกแค่เพียงว่า หากฮูหยินกลับมาแล้ว ให้ข้าพาท่านไปพบขอรับ”“เช่นนั้นก็อย่ามัวรอช้ากันอยู่เลย พวกเจ้าเอาของทั้งหมดนี่ไปไว้ที่เรือนของข้า แม่นมหลี่ ข้าฝากเฉียนเอ๋อร์ด้วย”
Read more

บทที่ 48

ในบรรดาความคิดที่ตีรวนอยู่ภายในหัวนั้น ฉือฟางอินอดที่จะสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมบุรุษนิสัยอย่างฉือหย่งหลิง ถึงได้มีสตรีถึงสองคนมาชอบพอในตัวเขา แต่เพราะเรื่องนี้ยังเล็กน้อยมาก สำหรับร่างของฉือหย่งหลิงที่นอนอยู่ตรงหน้า หญิงสาวจึงลืมเรื่องของเหวินหยวนหลิง ไปได้เพียงเสี้ยววินาที เมื่อทุกคนทยอยออกจากห้องไป จนเหลือเพียงท่านหมอฉิวหว่านอี้ ที่กำลังตรวจร่างกายชายหนุ่มอยู่หญิงสาวจึงได้ถือวิสาสะนั่งลงบนเตียง เพ่งพิจารณาสภาพร่างกาย ของฉือหย่งหลิงอย่างใกล้ชิด ก็พบว่านอกจากร่ายกายผอมโซ และใบหน้าที่ซีดเซียวและซูบตอบอย่างเห็นได้ชัด ว่าเกิดจากการไม่ได้กินอาหารแล้วนั้น บาดแผลที่ฉกรรจ์ทั่วทั้งร่างกายของฉือหย่งหลิง ก็ล้วนแล้วแต่เป็นบาดแผลที่เกิดขึ้นจริง มิใช่เรื่องปั้นแต่งขึ้นมาเพื่อตบตากันที่นางต้องทำเช่นนี้ นั่นก็เพราะที่ผ่านมา นางถูกบททดสอบชีวิตอันแสนสาหัส ที่เคยได้ประสบพบเจอจากอดีต จนถึงการได้ย้อนเวลามาเกิดใหม่อีกครั้ง ได้สั่งสอนให้อย่าใช้ชีวิตด้วยความประมาทและตลอดเวลาที่เคยใช้ชีวิต อยู่ร่วมชายคาเดียวกันกับฉือหย่งหลิง ก็ใช่ว่าชายหนุ่มจะเป็นคนไม่มีเล่ห์เหลี่ยมเสียเมื่อไหร่ เพราะฉะนั้น ตัวน
Read more

บทที่ 49

“ท่านอ๋องโปรดเมตตาหม่อนฉันเถิดเพคะ เห็นแก่ที่หม่อมฉันเดินทางติดตามกองทัพ ไปช่วยรักษาคนเจ็บที่แดนเหนือ อย่างน้อยๆ ก็ให้ข้าได้มาเยี่ยมท่านแม่ทัพก็ยังดีเพคะ”หั้วชินนอ๋องถอนหายใจออกมาอย่างหัวเสีย ให้กับการกระทำและคำพูดของเหวินหย่วนหลิง ทั้งที่เมื่อครู่นี้ตัวเขาได้กล่าวออกไปชัดเจนแล้วว่า นางไม่มีความจำเป็นใดใด ที่จะต้องมาที่จวนสกุลฉืออีก แต่ทว่าในระหว่างที่กำลังจะเดินทางกลับวัง เหวินหย่วนหลิงกลับวิ่งมานั่งลงคุกเข่า ขอร้องให้เขาอนุญาตให้นาง ได้มาเยี่ยมฉือหย่งหลิงทุกที่จวนวัน โดยใช้คุณงามความดีที่ตนเองมาเป็นข้ออ้าง“เจ้ายังมีความเกรงกลัวข้าอยู่หรือไม่ ถึงได้กล่าววาจามาทวงบุญคุณกับข้าเช่นนี้ อยากให้ข้าสั่งลงโทษเจ้ารึ”“ท่านอ๋องได้โปรดใจเย็นก่อนพะย่ะค่ะ หลิงเอ๋อร์! ขอประทานอภัยท่านอ๋องเดียวนี้ เจ้ากำลังทำให้ท่านอ๋องไม่พอใจอยู่นะ”“มะ หม่อมฉันขอประทานอภัยท่านอ๋อง หม่อมฉินมิบังอาจจะลำเลิกบุญคุณท่านอ๋องเพคะ หม่อมฉันเพียงแค่เป็นห่วงอาการท่านแม่ทัพ เลยอยากจะมีเยี่ยมเขาเท่านั้นเพคะ”“แต่ข้าบอกแล้วไม่ใช่ห
Read more

บทที่ 50

ท่านหมอฉิวหว่านอี้ จึงได้เรียกพลทหารคนสนิทของฉือหย่งหลิง ไปวางแผนซ้อนแผนการของฉือหย่งหลิงอย่างลับๆ โดยการออกอุบายหลอกฉือหย่งหลิงว่า ทั้งท่านหมอฉิวหว่านอี้ และเหล่าพลทหารคนสนิท มีความจำเป็นที่จะต้องออกไปปฏิบัติภารกิจ ที่อยู่ด้านนอกจวน โดยมีข้ออธิบายไม่ให้ฉือหย่งหลิงสัยว่าท่านหมอฉิวหว่านอี้ จะต้องออกไปดูความเรียบร้อยที่โรงหมอ และให้ความรู้แก่ลูกศิษย์ที่สำนักศึกษา ส่วนเหล่าพลทหารนั้น ท่านหมอฉิวหว่านอี้ได้ส่งสารไปถึงหั้วชินอ๋องขอร้องให้เขาช่วยอีกแรง ซึ่งแน่นอนว่าหั้วชินอ๋อง ก็ได้ตอบตกลงทันที เพราะเขาเองก็อยากจะให้คนทั้งคู่ ได้ปรับความเข้าใจกันได้ในวันเร็ววัน หั้วชินอ๋องจึงได้ออกคำสั่งเรียกรวมพล เหล่าทหารในกองกำลังทั้งหมด ให้มาพร้อมเพียงกันที่ค่ายทหาร เพื่อตรวจความสมบูรณ์ของร่างกาย เตรียมความพร้อมในการกลับมาฝึกวิทยายุทธ หลังจากนั้น หมอชราก็ได้เรียกฉือฟางอินให้ไปพบ เพื่อบอกกล่าวธุระและความจำเป็น ของตนเองและเหล่าพลทหาร ที่จะต้องออกไปทำภารกิจจึงจำเป็นที่จะต้องให้นาง มาคอยอยู่ดูแลฉือหย่งหลิง เพราะนางเป็นคนเดียว ที่หั้วชินอ๋องไว้ใจมากที่สุด หลายวันมานี้ หลังจากที่ทำก
Read more
PREV
1234567
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status