All Chapters of เกิดใหม่อีกครั้ง ต้องเป็นแม่ที่ดีกว่าเดิมให้ได้: Chapter 11 - Chapter 20

64 Chapters

บทที่ 11

แต่ถึงแม้ว่าจะตกลงปลงใจ ยอมทำตามข้อเสนอของฉือหย่งหลิงไปแล้ว แต่การจะทำเรื่องอย่างว่ากับฉือหย่งหลิง เพื่อให้คนเองมีทายาทให้กับสกุลฉือ สำหรับสตรีอย่างนางแล้วนั้น เรื่องนี้ใช่ว่า จะคิดแล้วทำได้ทันทีเสียเมื่อไหร่ หญิงสาวจึงขอเวลาทำใจอีกสักหน่อย เพื่อให้จิตใจพร้อมกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ฉือฟางอินจึงผัดผ่อนเรื่องนี้ไปเรื่อยๆ จนเวลาผ่านไปกว่าครึ่งเดือน นางยังคงแสร้งทำตัวปกติราวกับว่า เรื่องคำทำนายและข้อตกลง ระหว่างนางและฉือหย่งหลิงนั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จนกระทั้งในวันหนึ่ง ขณะที่หญิงสาวกำลังเพลิดเพลิน กับการทำความสะอาดเรือนอยู่นั้น หูของนางก็แว่วเสียงพ่อบ้านหม่า ส่งเสียงเรียกอยู่ที่หน้าประตูเรือน“พ่อบ้านหม่า มีเรื่องอันใดหรือ”“จดหมายจากแคว้นหลูขอรับ”“แคว้นหลู?”“ขอรับ ทหารที่ทำมาส่ง บอกว่าเป็นจดหมายสำคัญ ที่ต้องส่งให้ถึงมือฮูหยินขอรับ”“เข้าใจแล้ว ขอบใจท่านมาก”“ยินดีขอรับ เช่นนั้น ข้าน้อยต้องขอตัวก่อน”ทันทีที่พ่อบ้านหม่ากลับออกไป ฉือฟางอินจึงรีบเปิดจดหมายออกด้วยความร้อนใจ เพราะคนจากแคว้นหลู ที่ส่งจดหมายมาหานางได้นั้น ก็คงจะมีเพียงบิดาของนางผู้เดียว แต่ทว่าเนื้อความในจดหมายนั้น ทำเอาฉือฟา
Read more

บทที่ 12

ฉือฟางอินได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดี จากคนทั้งจวนสกุลฉือ หญิงสาวถูกย้ายมายังเรือนหลังใหม่ ซึ่งเป็นเรือนที่ฉือหย่งหลิงสร้างเอาไว้สำหรับทารกน้อย ที่กำลังจะออกมาลืมตาดูโลก ตามคำแนะนำจากท่านหมอ ว่าสุขภาพเด็กจะดีหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับอาหารการกินและความเป็นอยู่ของมารดา อาจเป็นเพราะคำแนะนำเหลานี้ จึงทำให้ระยะหลังมานี้ฉือหย่งหลิงถึงได้เพลาการหาเรื่องนางลง ชายหนุ่มมักจะแวะเวียนมาถามไถ่ อาการของหญิงสาวจากคนรับใช้อยู่เป็นประจำครั้นเมื่ออายุครรภ์มากขึ้น จนฉือฟางอินเริ่มจะเดินเหินลำบากและอาการเท้าบวมตามมา ในกลางดึกของทุกคืน และในบางคืนก็ค้างอยู่ที่นั่น โดยที่ฉือฟางอินเพิ่งจะรู้ตัวก็ในคืนหนึ่งที่นาง เกิดปวดเบาขึ้นมาในตอนดึก ตามประสาคนมีครรภ์แก่ เมื่อนางจัดการตัวเองเรียบร้อยแล้ว และกำลังจะเคลิ้มหลับต่อ ฉือฟางอินกลับได้ยินเสียงคนเปิดประตูเข้ามา โดยที่ไม่ได้เอ่ยขออนุญาตกับนางก่อนอย่างคนรับใช้คนอื่นๆคนที่เข้ามานั้นก็คือฉือหย่งหลิง ที่มักจะเข้าสัมผัสท้องของนาง และนวดเท้าที่บวมให้เสมอ โดยที่ฉือฟางอินไม่เคยรู้มาก่อน แม้จะรู้ตัวว่าหลายเดือนที่ผ่านมานี้ หลายสิ่งหลายอย่างที่ชายหนุ่มทำให้กับนาง เขาอาจจะท
Read more

บทที่ 13

สิ้นเสียงจากคนด้านนอก ก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์หลายสิบคน ตรงเข้ามาในห้อง พร้อมกับคอยเฝ้าอยู่ด้านนอกเรือน“เกิดอะไรขึ้น พวกเจ้าเป็นใคร อย่าเข้ามานะ!” ฉือฟางอินร้องถามออกไปด้วยความร้อนรน“ใจเย็นก่อนขอรับฮูหยิน มิต้องตกใจไป พวกเราคือคนของท่านแม่ทัพฉือหย่งหลิง มีหน้าที่คอยคุ้มกันคุณชายน้อยและฮูหยินขอรับ”“เช่นนั้นหรือ แล้วที่ด้านนอกนั่น”“กลุ่มโจรกบฏขอรับ พวกมันคงทราบข่าวแล้วว่า หั้วชินอ๋องและท่านแม่ทัพ จะต้องพากองกำลังออกไปไกลจากเมืองอี้ของเรานานหลายเดือน พวกมันถึงได้บุกเข้ามา เพื่อปล้นเสบียงของชาวบ้านและหวังที่จะยึดเมืองอี้ขอรับ”“แล้วข้าต้องทำเช่นไร”“เชิญทางนี้ขอรับ”ฉือฟางอินที่อุ้มเฉียนเอ๋อร์อยู่ ถูกคนของฉือหย่งหลิงพาตัวออกไปที่ด้านหลังของเรือน และเดินลึกเจ้าไปทางด้านหลังจวน ที่มีหลุมหลบภัยซ่อนเอาไว้“พวกเจ้าจะให้ข้ากับเฉียนเอ๋อร์ หลบอยู่ในนี้หรือ”“ขอรับ ข้างล่างนี่เป็นห้องลับที่ท่านแม่ทัพ สั่งใหพวกข้าน้อยทำเอาไว้ขอรับ ในนั้นพอจะมีเสบียงและสิ่งอำนวยความสะดวก พอให้ท่านกับคุณชาย หลบอยู่ในนั้นสักพักขอรับ”“แล้วข้ากับลูกต้องอยู่ในนั้นนานแค่ไหน”“จนกว่าพวกข้าน้อยจะมารับพวกท่านขอรับ”“แล้วมันนา
Read more

บทที่ 14

“อีกไกลแค่ไหนกันนะ” ฉือฟางอินยกมือขึ้นมาปาดเหงื่อที่ใบหน้าของนาง ระยะทางที่เดินมาจากต้นไม้ต้นนั้นก็นานมากแล้ว แต่นางกลับยังไม่เห็นวี่แววของหมูบ้านที่คนของฉือหย่งหลิงบอกไว้สักที“ข้าเดินมาผิดทางหรือเปล่านะ”“อื้ออ..ฮิก”ระหว่างที่กำลังพึมพำว่าตนเองมาผิดทางหรือไม่นั้น เจ้าตัวน้อยในอ้อมกอดก็ส่งเสียง คล้ายกับจะร้องไห้ออกมา พอก้มมองดูก็พบว่าที่แก้มของเจ้าก้อนหมั่นโถวอวบอ้วนของนาง กำลังขึ้นสีแดงเพราะอากาศร้อน“โอ๋ๆ เฉียนเอ๋อร์ เจ้ากำลังไม่สบายตัวใช่หรือไม่ หน้าเจ้าแดงไปหมดแล้ว” เมื่อเห็นว่าเฉียนเอ๋อร์กำลังไม่สบายตัว นางจึงพยายามคลายผ้าห่อตัวให้กับเขา“เปียกขนาดนี้เลยหรือ โอ้ะ! นี่เจ้าฉี่ใส่แม่เข้าแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า”ยามฉือฟางอินเอามือจับผ้าที่ห่อตัวเฉียนเอ๋อร์ เพื่อคลายออกให้เขาได้สบายตัวขึ้น นางถึงได้รู้ว่าผ้าที่ห่อเจ้าเด็กน้อยเอาไว้นั้น ล้วนแล้วแต่ชุ่มเหงื่อไปหมด นางถึงได้รู้สาเหตุที่เฉียนเอ๋อร์ เริ่มส่งเสียงงอแงให้นางได้ยิน นางจึงพยายามคลายผ้าห่อตัวของเฉียนเอ๋อร์ให้มากขึ้น เพื่อระบายความร้อนให้เขา แต่ปรากฏว่า ทันทีที่นางคลายผ้าออกจนหมด เจ้ามังกรน้อยของเฉียนเอ๋อร์กลับพ่นน้ำใส่นาง จนแขนเสื้อทั
Read more

บทที่ 15

“หยุด! อย่าขยับ”เฮือก!ฉือฟางอินผวากอดเฉียนเอ๋อร์เอาไว้แน่น ทันทีที่ได้ยินเสียงบุคคลปริศนาดังมาจากด้านหลัง เดิมทีคิดว่าบริเวณนี้อยู่ในทางที่คนของฉือหย่งหลิงกำชับเอาไว้ นางจึงคิดว่าบริเวณนี้น่าจะปลอดภัย และต้นไม้ต้นนี้เองก็ใหญ่พอ ที่จะเป็นที่กำบังสายตาจากผู้อื่นให้กับนางและเฉียนเอ๋อรได้พักพิง ในยามที่อากาศร้อนจนเฉียนเอ๋อร์ร้องโยเยเพราะไม่สบายตัว แล้วค่อยออกเดินทางหาหมู่บ้านที่ว่านั่นต่อ แต่สุดท้ายก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้ และแม้นางจะรู้สึกกลัวเพราะไม่รู้ว่า คนพวกนั้นต้องการสิ่งใดจากนางกันแน่ แต่ฉือฟางอินก็พยายามบังคับตัวเองไม่ให้สติแตกไปมากกว่านี้ นางจึงมองไปรอบๆ บริเวณนั้น เพื่อหาสิ่งที่พอจะนำมาป้องกันตัวได้ ขณะที่เสียงฝีเท้าของคนด้านหลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ มือของนางก็คว้าเอาไม้ท่อนหนึ่งได้พอดี “อ อย่าเข้ามานะ!”ฉือฟางอินกอดเฉียนเอ๋อร์เอาไว้แน่น แล้วตระโกนจนสุดเสียง พร้อมกับใช้มือที่ถือท่อนไม้อยู่ กวัดแกว่งไปมาเพื่อป้องกันตัว ในขณะที่ฉือฟางอินกำลังใช้ไม้ กวัดแกว่งไปมาอย่างสะเปะสะปะ โดยไม่ลืมหูลืม
Read more

บทที่ 16

จินซีจ่าวได้ฟังบิดาพูดกล่าวเช่นนั้น ก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างไม่รู้จะตอบไปว่าอย่างไรกลับไป เพราะหลายครั้งเขาเองก็มีความคิดเห็นในเรื่องนี้ไม่ต่างไปจากบิดา จริงอยู่ว่าในตอนแรกที่ฮูหยินฉือฟางอิน ได้เข้ามาอยู่ในจวนสกุลฉือ การกระทำหลายๆ อย่างของท่านแม่ทัพ บ่งบอกได้ว่าท่านแม่ทัพไม่ได้ปรารถนาและพิศวาสในตัวฮูหยินเลยแม้แต่น้อยนั่นอาจจะด้วยเรื่องราวที่นำพาให้ทั้งสองคน ต้องมาลงเอยเป็นสามีภรรยากันนั้น เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ค่อยดีเสียเท่าไหร่ ประกอบกับเดิมทีท่านแม่ทัพเอง เพื่อที่จะได้แก้แค้นให้บิดามารดา ที่ยอมสละชีวิตเพื่อให้เขาได้มีชีวิตอยู่ ท่านแม่ทัพจึงเอาเวลาทั้งหมดของตนเอง ไปทุ่มเทให้กับการฝึกวรยุทธเพื่อให้ตนเองแข็งแกร่ง และออกตามหาผู้ที่อยู่เบื้องหลังการตายของบิดามารดา เรื่องการแต่งงานจึงเป็นเรื่องที่อยู่อันดับสุดท้าย หรือไม่ก็ไม่เคยอยู่ในความคิดของท่านแม่ทัพเลย การที่ต้องเข้าไปพัวพันกับเรื่องในจวนสกุลชวี่ จนเป็นเหตุให้ท่านแม่ทัพต้องรับผิดชอบ ด้วยการแต่งงานกับฮูหยินอย่างไม่เต็มใจนั้น จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ท่านแม่ทัพ กระทำการอย่างใจร้ายต่อฮูหยินเช่นนั้น มาตั้งแต่ที่ฮูหยินก
Read more

บทที่ 17

“อื้อ! แอ๊ คิกๆ”เสียงทารกเปร่งเสียงชอบใจ พร้อมกับเสียงหัวเราะดังไปทั่วบริเวณ ในขณะที่คนทั้งหมดกำลังเดินทางกลับหมู่บ้าน การที่ฉือฟางอินสลัดความคิดทุกอย่างทิ้ง แล้วหันไปสนใจแต่เฉียนเอ๋อร์นั้น ทำให้นางเลิกสนใจบุรุษที่เดินอยู่ข้าง ๆ ที่นางไม่รู้ว่าเขาคือฉือหย่งหลิงได้จริงๆ ฝ่ายฉือหย่งหลิงเองยามที่ได้เห็นฉือฟางอิน หยอกล้อเล่นกับเฉียนเอ๋อร์ได้เป็นอย่าง ก็นับว่าเป็นเรื่องประหลาดใจไม่น้อยสำหรับเขาเดิมทีที่ฉือหย่งหลิงต้องมาเดินอยู่ใกล้ๆ ฉือฟางอินเช่นนี้ ก็เพราะเขากลัวว่าคนเป็นแม่ ที่ไม่เคยเลี้ยงดูลูกอย่างนาง อาจจะทำอะไรที่เป็นอันตรายกับเฉียนเอ๋อร์เอาได้ ครั้นจะให้ชิงเอาตัวเฉียนเอ๋อร์มาอุ้มเสียเอง ในยามที่ตนเองอำพรางตัวอยู่นี้ ก็เกรงว่าจะผิดสังเกตจนเกินไป การที่เขาละเว้นนางเอาไว้ ไม่เปิดเผยตัวตนให้รู้เหมือนกับคนอื่นที่อยู่ที่นี้ นั่นก็เพราะว่าเขาต้องการ ที่จะสำรวจการกระทำของนางที่มีต่อบุตรชาย ว่าแม่อย่างนางที่ไม่เคยเลี้ยงดูลูกเลยสักครั้ง จะทำอย่างไรเมื่อต้องมาเลี้ยงลูกด้วยตัวเองตามลำพัง  แต่อันที่จริงหากมองย้อนกลับไป การที่ฉือหย่งหลิงต้องมากังวลกลัวว่าฉือฟางอิ
Read more

บทที่ 18

แม้ฉือหย่งหลิงจะรู้สึกชอบใจเมื่อเห็นเฉียนเอ๋อร์ ที่พึ่งจะมีอายุได้เพียงสามเดือน ก็เริ่มฉายแววเฉลียวฉลาดให้ได้เห็นถึงเพียงนี้แล้ว แต่ทว่าหากเขายังเดินอยู่ตรงนี้ ก็เกรงว่าจะถูกฉือฟางอินอาจจับพิรุธเอาได้ ฉือหย่งหลิงจำต้องเดินไปยังด้านหลัง แล้วสั่งให้บุรุษสองในสามคนที่คุ้มกันอยู่ด้านหลัง สับเปลี่ยนมาเดินขนาบข้างอยู่ห่างๆ คอยคุ้มกันฉือฟางอินกับเฉียนเอ๋อร์แทนเขา “ฮูหยินขอรับ พวกเรามาถึงทางเข้าหมู่บ้านแล้วขอรับ”เมื่อมองไปตามองตามมือของจินซีจ่าว สิ่งที่ฉือฟางอินเห็นก็คือกำแพงหินธรรมชาติขนาดใหญ่ ที่มีเถาวัลย์เลื้อยพันแน่นหนาตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า โดยมีทางเข้าเล็กๆ ที่มีพื้นที่พอให้แค่มนุษย์เดินเรียงแถวกันเข้าไปเท่านั้น และทันทีที่ฉือฟางอินเห็นทางแคบๆ นั่น พลันโรคกลัวที่แคบที่เป็นโรคประจำตัวของนาง ก็เกิดกำเริบขึ้นมา ซึ่งอาการกำเริบที่เกิดขึ้นนี้ เป็นผลพวงมาจากในตอนที่นางยังเล็ก ในวันหนึ่งที่นางได้เล่นซ่อนหากับคนใช้ที่จวนสกุลชวี่ ในวันนั้นฉือฟางอินได้เข้าไปแอบในหีบใส่ของใบใหญ่ แต่แล้วก็เกิดเหตุไม่ดีขึ้นเมื่อมีคน แอบลอบมาลงกุญแจหีบที่นางซ่อ
Read more

บทที่ 19

ฉือฟางอินจำได้ขึ้นใจ เพราะนี่เป็นกลิ่นน้ำมันหอมระเหย ที่นางทำขึ้นมาให้กับเขา ในภายหลังที่นางได้รู้ว่าฉือหย่งหลิง แอบเข้ามาหานางในยามดึก เพื่อมาลูบท้องและนวดขาให้กับนาง นางจึงอยากตอบแทนความดีในของเขาข้อนี้ ฉือฟางอินจึงตั้งใจเตรียมน้ำผสมกับน้ำมันหอมระเหย ที่ช่วยในเรื่องขับไล่ความเหนื่อยล้า ให้ฉือหย่งหลิงได้แช่ตัวหลังจากที่ทำงานหนักมาทั้งวันสิ่งนี้เป็นหนึ่งในวิธีปรนนิบัติสามี ที่มารดาของนางได้ถ่ายทอดเคล็ดลับเอาไว้ให้ เมื่อครั้งที่มารดาและบิดาของนาง ยังมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันอยู่ ฉือฟางอินมักจะเห็นมารดาของนาง เตรียมน้ำผสมน้ำมันหอมระเหยที่ทำมาจากสมุนไพร ไว้สำหรับให้กับบิดาของนางได้แช่ตัว ก่อนที่บิดาจะกลับมาจากการไปว่าราชการ ที่ราชสำนักในวังหลวงในทุกวันเมื่อฉือฟางอินถามมารดาอย่างใคร่รู้ มารดาของนางจึงใจสอนความรู้ให้นางอย่างละเอียดทุกขั้นตอน และยังบอกเคล็ดลับกรรมวิธี ที่จะสามารถเปลี่ยนกลิ่นกายของผู้ที่ลงไปแช่ ให้มีกลิ่นสมุนไพรอย่างที่คนทำเลือกแต่งกลิ่นขึ้นมาได้ ถ้าหากภรรยาอยากจะให้สามีมีกลิ่นกายเช่นไร ก็ให้จับคู่กลิ่นสมุนไพรที่ตนเองต้องการ นำไปทำน้ำมันหอมระเหย และผสม
Read more

บทที่ 20

 “พวกท่านทั้งหลาย นี่คือฮูหยินฉือฟางอิน และคุณชายน้อยฉือเฟิ่งเฉียน”เมื่อจินซีจ่าวแนะนำให้ชาวบ้าน ที่ยืนเรียงรายกันอยู่ด้านหน้า ได้ทราบว่าสตรีแม่ลูกอ่อนที่เพิ่งเข้ามาในหมู่บ้านหั้วห่าวของพวกเขา คือฮูหยินและคุณชายน้อย ภรรยาเอกและบุตรชายของท่านแม่ทัพฉือหย่งหลิง เหล่าชาวบ้านที่ตั้งตารอการมาถึงของบุคคลสำคัญทั้งสอง ต่างกล่าวต้อนรับฉือฟางอินและเฉียนเอ๋อร์ด้วยท่าทางยินดี ฉือฟางอินรู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที ที่เห็นท่าทางของพวกเขาเกือบทุกคน ต่างยินดีที่นางจะต้องมาอาศัยอยู่ที่นี่ชั่วคราว เว้นก็แต่หญิงสาววัยแรกรุ่นนางหนึ่ง ที่กำลังยืนทำหน้าตาบอกบุญไม่รับ อยู่ด้านหลังหญิงวัยกลางคน ที่ยืนอยู่ข้างบิดาของจินซีจ่าวท่าทางเช่นนั้น ทำให้ลางสังหรณ์บางอย่างของสตรีที่รู้กริยาท่าทางของสตรีด้วยกันเป็นอย่าดี บอกกับฉือฟางอินว่าในอนาคตอันใกล้นี้ คงจะต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเป็นแน่ ฉะนั้น สิ่งที่นางอินควรจะทำ ระหว่างที่ต้องพักอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้ ก็คือจะต้องอยู่ให้ห่างจากหญิงสาวนางที่ดูจะไม่ยินดี กับการมีอยู่ของนางเข้าไว้ เพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวา
Read more
PREV
1234567
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status